ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

พาชม "ปราสาทฮิเมจิ" มรดกโลกอายุกว่า 400 ปี มีอะไรดี มาดูกัน!

พาชม

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย Osawa Kumi

เฮียวโกะ (Hyogo) 2016.09.11 บทความที่ชอบ

"ปราสาทฮิเมจิ" (Himeji Castle) ซึ่งได้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ปี 2015 จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะไปดูกำแพงสีขาวและหลังคาที่ผ่านการซ่อมเสร็จ งดงามจนต้องอ้าปากค้าง จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย!

"ปราสาทฮิเมจิ" (Himeji Castle)" เป็นสมบัติประจำชาติของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 1993

หอปราการเท็นชุคาคุ (*1) พึ่งเสร็จสิ้น"การบูรณะครั้งใหญ่ประจำปีเฮเซ" ไปเมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 2015 ซึ่งการบูรณะครั้งนี้กินเวลายาวนานถึงประมาณ 5 ปีครึ่ง กำแพงปูนขาวที่ทาสีใหม่และหลังคาที่เพิ่งผ่านการซ่อมแซมทำให้ตัวปราสาทยิ่งสวยจนผู้ได้มาเห็นไม่ว่าใครต่างก็ต้องตะลึงในความงดงามสมกับเป็นปราสาทที่แสนภาคภูมิใจของคนญี่ปุ่น

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำเสน่ห์ของปราสาทฮิเมจิแห่งนี้กันค่ะ!

*1 ... เท็นชุคาคุ คือ หอปราการปราสาทอยู่ในส่วนที่สูงที่สุดของปราสาทของญี่ปุ่น มีลักษณะ "Keep Tower" ในปราสาทของทางตะวันตก

วิธีการเดินทางจากสถานี JR ฮิเมจิ (Himeji) ไปยังปราสาทฮิเมจิ

th_himeji_castle_20151029a

ปราสาทฮิเมจิตั้งอยู่ในเมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโกะตามชื่อของมันเลย โดยตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซเหมือนกับเกียวโตและโอซาก้า และอยู่ในจังหวัดเฮียวโกะเหมือนกับเมืองโกเบ สำหรับใครที่วางแผนเดินทางไปยังฮิเมจิจากพื้นที่ไกลๆ ก็ขอแนะนำให้นั่งรถไฟชินคันเซ็นไปถึงสถานี JR ฮิเมจิ (Himeji) จะดีที่สุด

เมื่อเดินทางมาถึงสถานี JR ฮิเมจิกันแล้วก็ลงบันไดเลื่อนจากชานชาลาไปยังชั้น 1F และมุ่งหน้าต่อไปยังทางออกกลางเลยค่ะ โดยป้ายนำทางจะมีสัญลักษณ์ของปราสาทฮิเมจิระบุเอาไว้ด้วย
สำหรับใครที่ต้องการไปยังปราสาทฮิเมจิ หลังออกจากช่องตรวจตั๋วให้เดินไปทางขวามือได้เลย
ส่วนภาพตัวการ์ตูนที่แสนน่ารักที่ด้านซ้ายบนของป้าย คือ "ชิโรมารุฮิเมะ" ตัวการ์ตูนมาสคอตประจำเมืองฮิเมจินั่นเองค่ะ

th_himeji_castle_20151029b

เมื่อเดินไปสักพัก ทางซ้ายมือจะพบกับศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองฮิเมจิแบบนี้ เราสามารถเช็คเส้นทางท่องเที่ยวเมืองฮิเมจิจากที่นี่ได้เลย

แถมยังสามาถหยิบแผ่นพับภาษาต่างๆ ได้จากที่นี่ด้วย ทางศูนย์ได้จัดเตรียมแผ่นพับนำเที่ยวปราสาทฮิเมจิไว้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน (ภาษาจีนตัวย่อและภาษาจีนตัวเต็ม) ภาษาเกาหลี ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอิตาลีเอาไว้อย่างครบครัน

ทางประตูซ้ายมือมีรูป "ชิโรมารุฮิเมะ" ติดเอาไว้ด้วยนะ! ส่วนตัวการ์ตูนทางขวาก็คือ "คัมเบคุง" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "คุโรดะ คัมเบ (Kuroda Kanbee)" ซามูไรที่มีบทบาทในฮิเมจิในสมัยก่อน

th_himeji_castle_20151029c

เดินไปตามถนนเส้นหลักที่ชื่อว่า "โอเทะมงโดริ" นั้น เราจะมองเห็น "ปราสาทนกกระสาขาว" (*2) ที่ดูเข้ากับต้นไม้เขียวขจีโดยรอบตั้งตระหง่านสูงลิ่วอยู่ตรงกลาง เอาล่ะ จากตรงนี้ก็เดินตรงไปยังตัวปราสาทได้เลย

* 2 ... ปราสาทนกกระสาขาว (ชิราซากิโจ) คือ ชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของปราสาทฮิเมจิ เนื่องจากกำแพงสีขาวและตัวปราสาทแสนยิ่งใหญ่ตระการตาดูเหมือนกับนกกระสา (ซากิ) สีขาวที่กำลังกางปีกอยู่

มาถึงปราสาทแล้ว! ได้เวลาเริ่มเที่ยว

th_himeji_castle_20151029d

เดินข้ามสะพานที่พาดเหนือคูน้ำรอบปราสาทแล้วก็ลอด "ประตูโอเทะมง" ประตูขนาดใหญ่บานแรกเข้าไปได้เลย

th_himeji_castle_20151029e

หลังจากลอดประตูโอเทะมงเข้าไปแล้วเลี้ยวซ้ายก็จะพบกับ "ลานกว้างซันโนะมารุ (Sannomaru Hiroba)"
ภาพด้านบนเป็นวิวปราสาทฮิเมจิและหอปราการปราสาทที่มองจากลานกว้างซันโนะมารุค่ะ

ตัวปราสาทมีโครงสร้างแบ่งเป็น “ไดเท็นชุ” (ปราสาทใหญ่) ตรงกลางและ “โชเท็นชุ” (ปราสาทย่อย) อีก 3 หลัง ชั้นใต้ดินของทางเชื่อมระหว่าง “ไดเท็นชุ” และ “โชเท็นชุ” นั้นเป็นคลังสะสมเสบียงสำหรับยามตั้งรับข้าศึกภายในปราสาท

th_himeji_castle_20151029f

เมื่อเดินไปทางด้านขวามือของลานกว้างซันโนะมารุก็จะพบกับเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่เรียกว่า “นิวโจมง (Nyujomon)” เราสามารถซื้อตั๋วได้ทั้งจากเคาน์เตอร์และตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ แต่ขอให้ระวังไว้นิดนึงว่าไม่สามารถใช้บัตรเครดิตได้ค่ะ

th_himeji_castle_20151029g

ราคาตั๋วเข้าชม คือ ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็กเล็กตั้งแต่มัธยมปลายลงไป 300 เยน บนตั๋วที่ได้รับจะมีคะมง (*3) ของเจ้าของปราสาทตามแต่ละยุคสมัยวาดเอาไว้ด้วย

* 3 ...... คะมงหมายถึงตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของญี่ปุ่น

th_himeji_castle_20151029h

สิ่งแรกที่จะได้เจอเมื่อเดินเข้าปราสาทมาก็คือประตู "ฮิชิโนะมง" ขนาดใหญ่นั่นเอง

th_himeji_castle_20151029i

จากประตูฮิชิโนะมงก็เดินลอดผ่านประตูอิโนะมง ประตูโระโนะมง และประตูฮะโนะมงตามลำดับแล้วมุ่งหน้าไปยังปราสาทกันเลย
คำว่า "อิ โระ ฮะ" ก็เหมือนกับ ABC ในภาษาญี่ปุ่นนี่เองค่ะ สำหรับบริเวณนี้เคยใช้เป็นจุดถ่ายทำทั้งละครและภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์มาแล้วด้วยนะ

ไปบุกหอปราการปราสาทกัน!

th_himeji_castle_20151029j

ถอดรองเท้าตรงประตูทางเข้าปราสาทใหญ่ “ไดเท็นชุ” ใส่ในถุงพลาสติกที่พนักงานแจกให้ ส่วนนี้อนุญาตให้เราถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แฟลชนะคะ

th_himeji_castle_20151029l

ภายในปราสาทมีทั้งทางต่างระดับและบันไดสูงชัน ขอให้ก้าวระวังกันด้วย และอย่าลืมระวังศีรษะบริเวณปลายบันไดทางขึ้นด้วยนะ

th_himeji_castle_20151029m

ถ้ามอง “ไดเท็นชุ” จากด้านนอกจะเห็นเหมือนเป็นอาคาร 5 ชั้น แต่ความจริงแล้วภายใน 7 ชั้นที่ ระกอบด้วยชั้นใต้ดินไปจนถึงชั้น 6 บนดิน โดยชั้นบนสุดจะมีศาลเจ้าเล็กๆ ตั้งอยู่ด้วย

th_himeji_castle_20151029n

จากชั้นบนสุด เราสามารถชมตัวเมืองฮิเมจิที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีได้ และยังได้เห็นกระเบื้องหลังคาที่งดงามโดดเด่นสุดๆ

th_himeji_castle_20151029o

เมื่อลงมาจากหอปราการปราสาท ออกไปข้างนอกก็จะเห็นลานกว้างที่เรียกว่า “บิเซ็นมารุ (Bizenmaru)” เราสามารถถ่ายรูปปราสาทสุดยิ่งใหญ่ตระการตาได้จากตรงนี้

th_himeji_castle_20151029p

บริเวณใกล้กับประตูนุโนะมงมีการจัดแสดง “ชาจิโฮโกะ” หรือ “ชาจิกาวาระ” ที่ประดับอยู่บนยอดปราสาทด้วย "ชาจิ" หมายถึง สิ่งมีชีวิตในตำนานปรัมปราที่มีร่างกายเป็นปลาและมีหัวเป็นเสือ ในญี่ปุ่นมักประดับหลังคาปราสาทด้วยกระเบื้องรูปปลาแบบนี้

ไปยังชมนิชิโนะมารุ (Nishi no Maru)กันต่อ

th_himeji_castle_20151029q

ขึ้นเนินตามรูปนี้มุ่งไปยังนิชิโนะมารุกันต่อเลย!

th_himeji_castle_20151029r

“นิชิโนะมารุ” เป็นสถาปัตยกรรมขนาดยาวแตกต่างจากตัวหอปราการปราสาทที่เป็นทรงสูง

th_himeji_castle_20151029s

ภายในนิชิโนะมารุเป็นระเบียงทางเดินต่อกันยาวเรียกว่า "เฮียกเค็นโรกะ (Hyakkenroka)"

th_himeji_castle_20151029t

ส่วนบริเวรณที่มีชื่อว่า “เคะโชยากุระ (Kesho Yagura)” มีหุ่นจำลองกำลังเล่น"คารุตะ" เกมไพ่ดั้งเดิมของญี่ปุ่นอยู่

th_himeji_castle_20151029u

หันกลับไปมองตัวปราสาทฮิเมจิ เราสามารถเห็นตัวปราสาทได้แบบนี้เมื่อมองจากสวนในนิชิโนะมารุ ตรงนี้นับเป็นจุดถ่ายรูปชั้นเยี่ยมอีกจุดนึงเลยทีเดียว ในฤดูใบไม้ผลิเรายังสามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกซากุระได้ที่นี่ด้วย

th_himeji_castle_20151029v

สำหรับใครที่มีเวลาเหลือเฟือขอแนะนำให้รอชมการเปิดไฟไลท์อัพตอนกลางคืนจากลานกว้างซันโนะมิยะด้วยเลย รับรองว่าปราสาทตอนกลางคืนที่งดงามแตกต่างจากภาพตอนกลางวันที่มีพื้นหลังเป็นท้องฟ้าสีสดใสจะช่วยสร้างสีสันให้กับความทรงจำของคุณอย่างแน่นอนค่ะ

ปราสาทฮิเมะจิ

ดูแผนที่และข้อมูล

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง