ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

สโลว์ไลฟ์...ในเกียวโต กับร้านกาแฟสุดคลาสสิค「ฟรองซัว คาเฟ่」

สโลว์ไลฟ์...ในเกียวโต กับร้านกาแฟสุดคลาสสิค「ฟรองซัว คาเฟ่」

แปลโดย mayumama

เขียนโดย Anna Namikawa

เกียวโต (Kyoto) 2016.02.20 บทความที่ชอบ

ร้านคาเฟ่สุดคลาสสิคในชื่อ"ฟรองซัว"นั้นเป็นร้านคาเฟ่เก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองเกียวโตมา80ปี โดยผู้ที่เร่ิมเปิดกิจการนั้นอยากที่จะให้ร้านเป็นตัวแทนแห่งอิสระภาพ ภายในร้านได้ประดับตกแต่งสไตล์"ยุโรปตะวันตก" โดยมีแรงบรรดาลใจมาจาก"ห้องโดยสารของเรือสำราญ"ที่ท่องในมหา

francois_front01

ช่วงนี้มีร้านคาเฟ่เกิดขึ้นมาใหม่มากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในสมัยนี้ แต่เชื่อไหมคะว่ายังมีร้านคาเฟ่ที่เปิดบริการมามากกว่า80ปี แถมยังเป็นร้านในดวงใจของชาวเมืองมาอย่างยาวนานอีกด้วย ร้านคาเฟ่ที่มีประวัติยาวนานเกือบเท่าหนึ่งอายุคนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองที่เก่าแก่ติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่นก็คือเกียวโตนั้นเองค่ะ

ร้านคาเฟ่สุดคลาสสิคนี้ตั้งอยู่ด้านหลังแยกไฟแดงใหญ่"จิโจคาวาระมาจิ"เรียบแม่น้ำ ทากะเซกาวะ ชื่อร้านว่าฟรองซัว คาเฟ่ ส่วนชื่อร้านได้มาจากชื่อของจิตรกรชื่อ ฟรองซัว มิเล (Francois Millet)ค่ะ

francois_front02

ไฟที่ประดับริมถนนที่มีกลิ่นอายของความเป็นยุโรปตะวันตกที่เห็นในรูปด้านบนนี้เป็นสัญญาลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้ค่ะ

ร้านคาเฟ่"ฟรองซัว"นี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี1934 โดยคุณ"ทาเทะโนะ โชอิจิ"ซึ่งเป็นคุณพ่อของเจ้าของร้านคนปัจจุบัน โดยที่เจ้าของร้านคนปัจจุบันยังรักษาร้านในแบบที่คุณพ่อได้ทำในอดีตไว้ ไม่ได้เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงอะไรจนถึงปัจจุบัน ถือว่ามีความเก่าแก่คลาสสิคแบบของจริงดั้งเดิมเลยนะคะเนี่ย

สร้างร้านขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งเสวนาเกี่ยวกับ「อิสระภาพ」

francois_02

ว่ากันว่าในสมัยที่ร้านนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นสมัยที่คนญี่ปุ่นถูกจำกัดและยังไม่มีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกทางความคิดเห็นเหมือนอย่างในปัจจุบัน รวมไปถึงความคิดที่ว่าความหรูหราฟุ่มเฟือยเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็ยังเป็นแบบแผนที่ผู้คนในสมัยนั้นเชื่อกันค่ะ

francois_picture01

คุณทาเทะโนะมีแรงบรรดาลใจในการสร้างร้านนี้จากความเสรีภาพของประเทศฝรั่งเศส และอยากที่จะสร้างสถานสำหรับใช้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดหรือวิจารณ์ได้อย่างเสรีเกี่ยวกับจิตนาการและงานศิลปะ

การตกแต่งภายในร้านนั้น ได้ออกแบบโดยจิตนาการให้เหมือนกับห้องโดยสารบนเรือสำราญโดยการที่เรือสำราญที่ได้ท่องออกไปในทะเลอันกว้างใหญ่นั้นอีกนัยยะนึงก็หมายถึงการมี「อิสระภาพ」ซึ่งทางร้านอยากที่จะสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านการตกแต่งนั้นเองค่ะ

ความหรูหราของการตกแต่งร้านที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่80ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน

francois_inside

ไม่ว่าจะเป็นไฟที่ประดับตกแต่งหรือว่าภาพวาดที่ประดับอยู่บนข้างผนังของร้านนี้ ยังเป็นของเดิมที่ใช้ตั้งแต่เปิดร้านจนถึงปัจจุบัน ทำให้ร้านนี้เต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทั้งเครื่องไม้ใช้สอยในร้าน การตกแต่งภายในร้าน และตัวโครงสร้างร้าน ซึ่งเหตุนี้ในปี2002ทำให้ร้านนี้ได้รับการจดบันทึกให้เป็นมรดกทางด้านวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งในขณะนั้นถือว่าเป็นครั้งแรกที่ร้านคาเฟ่ที่ได้รับเลือกค่ะ ได้ยินแบบนี้แล้วกระตุ้นต่อมของคนที่รักความคลาสสิคเข้าแล้วใช่ไหมหล่ะคะ

francois_lamp

โคมไฟอันนี้ได้รับแรงบรรดาลใจในการทำจากเปลือกหอยค่ะ

francois_03

ไฟเพดานอันนี้ เป็นอันที่ใช้จริงๆในเรือสำราญมาก่อนค่ะ สวยงาม มีมนต์ขลังจริงๆ

francois_picture02

แล้วการประดับตกแต่งในร้านก็ยังมีรายละเอียดสิ่งต่างๆอีกมากมายเช่น แผนที่กรุงปารีส หรือว่าภาพวาดที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยขุนนางที่มีชื่อเสียงของอิตตาลี่ที่ชื่อว่าเมลซิ(melci)เป็นผู้นำออกมาเผยแพร่ นั้นก็คือภาพโมนาริซา(Mona Lisa)ก็ได้มีการเอามาประดับตกแต่งสร้างบรรยากาศความคลาสสิคในร้านอีกด้วย ซึ่งคุณทาเทะโนะนั้นได้ซื้อภาพนี้มาจากโตเกียวและได้นำมาตกแต่งภายในร้านจนถึงทุกวันนี้

สโลว์ไลฟ์กับรรยากาศภายในร้านจนลืมเวลาไปเลย

francois_04

ในบรรดาที่นั่งภายในร้านที่ก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่ว่าที่นั่งที่อยากจะแนะนำหากมีใครอยากจะแวะเวียนไปเยี่ยมร้านนี้ ก็คือที่นั่งติดระเบียงค่ะ คุณจะสัมผัสบรรกาศที่คลาสสิค จิบกาแฟเคล้าเพลงคลาสสิคพร้อมๆกับได้ดูดอกไม้ในสวนเล็กๆในระเบียงไปด้วย อันนี้คือสโลว์ไลฟ์ของจริง เหมือนได้จิบกาแฟอยู่ปารีส ชีวิตดี๊ดี ลืมเวลาไปเลยว่าไหมคะ

francois_garden

ที่นั่งตรงนี้ยังมีอีกอย่างที่ช่วยเพิ่มบรรยาศก็คือบ่อน้ำเล็กๆและของตกแต่งเล็กน้อย ที่มีความยูนีคในแบบฉบับแบบโลกตะวันตก

ซึ่งกำแพงที่มองเห็นและกระเบื้องที่ใช้ก่อบ่อน้ำนั้น ทำมาจากกระเบื้องที่ทำขึ้นมาเอง ซึ่งบ่อน้ำนี้ก็ได้แรงบรรดาลใจมาจาก「มหาสุมทรอันกว้างใหญ่ไพศาล」ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อยและรักษาคอนเซปได้อย่างลงตัวเลยว่าไหมคะ

francois_04

ส่วนที่นั่งในสุดของร้านรวมไปถึงที่นั้่ติดระเบียงนั้น จะไม่อนุญาติให้สูบบุหรี่ตั้งแต่เวลา13:00น.เป็นต้นไปค่ะ

เมนูที่ทางร้านฟรองซัวภูมิใจนำเสนอ..

francois_cakeset

เมนูแรกคือเซ็ตrare cheese cake(1,100เยน)เป็นหนึ่งเมนูที่ทางร้านฟรองซัวเลือกสรรค์มาให้ลองกันค่ะ

francois_coffee

เสริฟพร้อมกับกาแฟที่มีรสชาตินุ่มลึก เม็ดกาแฟพันธ์อาราบิก้านำมาบดและกลั่นออกมาเป็นกาแฟดำเข้มข้น ข้างบนราดด้วย"ครีมสด" คนญี่ปุ่นรู้จักคุ้นเคยกันดีในชื่อของ กาแฟวินเนอร์(สั่งแยกแก้วละ:580เยน)เป็นเมนูที่ครองใจลูกค้าขาประจำของร้านนี้เป็นเวลายาวนานค่ะ

francois_cheesecake

สำหรับตัวเค้กRareชีส (สั่งแยกชิ้นละ:550เยน)นั้น ได้ใช้นมที่นำมาทำครีมสดจากดัยเซงกิวนิว(แหล่งเลี้ยงวัวชื่อดังของญี่ปุ่น)และใช้ซีทนำเข้าจากเดนมาร์คที่มีลักษณะพิเศษคือมีกลิ่นที่หอมมากกว่าซีสที่มาจากที่อื่นๆ พร้อมกับใส่เลม่อนเข้าไปเพิ่มความหอมและตกแต่งด้วยซอสบลูเบอร์รี่ จากส่วนผสมข้างต้นนี้กลายมาเป็นเค้กrareชีสนุ่มละมุนลิ้น ที่พอทานเข้าไปแล้วละลายในปาก จึงไม่แปลกที่มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่กลับมาทานเมนูนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ถือว่าเป็นเมนูที่กูรูผู้ชื่นชอบของหวานน่าที่จะไปลองทานดูสักครั้งนะคะ

francois_menu

"ถ้าตัวเองคิดว่ากินสิ่งไหนแล้วรู้สึกว่า「อร่อย!」ก็อยากที่จะให้ลูกค้าได้กินสิ่งนั้นด้วย"นั้นเป็นความคิดของคุณทาเทะโนะผู้สานต่อความฝันคนปัจจุบันของร้านฟรองซัว เพราะฉะนั้นเขาจึงเดินทางเพื่อไปหาวัตถุดิบที่อร่อยมาจากทั่วทั้งญี่ปุ่นเพื่อนำมาทำเมนูอร่อยในร้านนี้ค่ะ

อย่างเช่นเมนูน้ำองุ่นพันธ์เคียวโฮ(850เยน)ที่เป็นองุ่นพันธ์ที่โด่งดังของจังหวัดนางาโนะ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังมีเมนูอื่นๆที่ผ่านการเลือกสรรค์วัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ถ้ามีโอกาสเหล่านักชิมทั้งหลายไม่ควรพลาดนะคะ

สิ่งที่อยากจะบอกเล่าผ่านร้านคาเฟ่ฟรองซัว

francois_06

ท้ายสุดคุณทาเทะโนะได้กล่าวเอาไว้ว่า「อยากจะรักษาสิ่งที่พ่อแม่สร้างมาตลอด80ปีไว้อย่างดีที่สุด」

ร้านคาเฟ่แห่งนี้มีอะไรมากกว่าร้านคาเฟ่ธรรมดาอย่างที่มันควรจะเป็น เพราะร้านนี้เป็นที่สะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ ให้กับคนรุ่นหลังได้มาดู เพราะฉะนั้นจึงอยากรักษาบรรยากาศของร้านให้เป็นไปแบบนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่เพียงเป็นการ「ยัดเยียด」ความคิดแบบนี้ให้กับตนเอง แต่อยากจะเอาความรักและความชื่นชมที่มาจากลูกค้าที่มาใช้บริการเป็นตัวแปรในการรักษาความคิดนี้ให้คงอยู่ในใจของตนตลอดไป

ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแบบนี้แล้ว ทำให้อยากที่จะมาลองเยี่ยมชมร้านคาเฟ่ฟรองซัว ร้านที่ผ่านก้าวผ่านเรื่องราวมากมายในอดีตมาจนถึงวันนี้ ใครมีโอกาสอยากให้ลองมาสโลว์ไลฟ์กับบรรยากาสในร้านที่จะทำให้จิตนาการของคุณโลดเล่นไปอย่างอิสระเหมือนเรือที่ลอยอยู่ในมหาสุทรอันกว้างไกล เป็นอีกร้านหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยนะคะ

Information

ร้านคาเฟ่ ฟรองซัว

ที่อยู่:184 sendomachi,shijosakaru,nishikiyamashidori,shimokyoku,kyoto
เวลาเปิด-ปิดทำการ:10:00〜23:00น.
วันหยุดประจำ:วันที่31เดือนธันวาคม・หยุดปีใหม่ หยุดหน้าร้อน(2วัน)
สัญญาณwifi:-
สถานะบัตรเครดิตและประเภทของบัตร:ไม่สามารถใช้ได้
ความสามารถทางภาษา:-
เมนูภาษาอื่น:-
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด:สถานีhankyukawaramachi
วิธีเดินทาง:ออกทางออกที่1และออกมาทางออกทางใต้ kiyamachi
ราคา:ตั้งแต่ 580 ขึ้นไป
ศาสนาที่เกี่ยวข้อง:-
หมายเลขติดต่อ:075-351-4042
เวปไซด์:フランソア喫茶室

บทความน่าสนใจของ เกียวโต (Kyoto)

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง