ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา(อ่าน)! เปรียบเทียบร้าน「ข้าวหน้าเนื้อ」ชื่อดังในญี่ปุ่น

หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา(อ่าน)! เปรียบเทียบร้าน「ข้าวหน้าเนื้อ」ชื่อดังในญี่ปุ่น

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย k_yamamuro

2016.02.27 บทความที่ชอบ

บทความอธิบายสถานการณ์ร้านอาหารญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยว ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำร้านข้าวหน้าเนื้อชื่อดัง 4 แห่งในโตเกียวโดยเปรียบเทียบจุดเด่นของเมนูและราคาที่ควรรู้ไว้ตอนไปเที่ยวกันครับ

กิวด้ง คือ เมนูที่ทำจากเนื้อวัวสไลด์บางต้มด้วยซอสโชยุหวานคู่กับหอมใหญ่และโปะลงบนข้าว นับเป็นเมนูราคาถูกและสามารถทานได้ง่ายแม้ในช่วงเวลาเร่งรีบ เนื่องจากมีร้านอาหารสาขาต่างๆมากมายในโตเกียวจึงเป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตแม้กระทั่งในหมู่นักท่องเที่ยวเลย กิวด้งมีเอกลักษณ์อยู่ที่เราสามารถสั่งในปริมาณต่างๆได้ตามใจชอบจึงเหมาะกับทั้งคนที่ทานน้อยและอยากทานเยอะๆ

รสชาติ วัตถุดิบ และช่วงราคาของข้าวหน้าเนื้อ

Photo by jetalone on Flickr

วัตถุดิบของข้าวหน้าเนื้อโดยพื้นฐานแล้วประกอบด้วยเนื้อวัว หอมใหญ่ ซอสโชยุหวาน และข้าวสวย แต่ละร้านจะใช้วัตถุดิบแตกต่างกันไป เราสามารถเพลิดเพลินกับการเลือกท็อปปิ้งเป็นวัตถุดิบอื่นๆและสัมผัสกับรสชาติที่หลากหลาย

ช่วงราคาจะแตกต่างกันไปตามปริมาณที่ใส่ในชาม สำหรับ นามิโมริ (ขนาดปกติ) ร้านสาขาของบริษัทใหญ่โดยเฉลี่ยแล้วจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 400 เยน ส่วนแบบปริมาณเยอะหรือ โอโมริ จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 500 เยน แต่นี่คือราคาที่สำรวจในเดือนมกราคา ปี 2016 จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากข้าวหน้าเนื้อเป็นเมนูที่เปลี่ยนแปลงราคาตามสภาพเศรษฐกิจอย่างมาก จึงต้องระวังให้ดีครับ

นอกจากนี้เรายังสามารถเลือก「โทคุโมริ」แบบปริมาณมากเป็นพิเศษกว่าโอโมริ และ「มินิโมริ」แบบปริมาณน้อยกว่านามิโมริ และเลือกเมนูเครื่องเคียงเป็นซุปมิโซะ สลัด หรือไข่ได้อีกด้วย

ต่อไปเราจะมาแนะนำ 4 ร้านสาขาใหญ่ของข้าวหน้าเนื้อกันครับ

1.ถ้าเอ่ยถึงร้านข้าวหน้าเนื้อแล้วล่ะก็ต้องที่「โยชิโนยะ:Yoshinoya」ร้านข้าวหน้าเนื้อเก่าแก่แน่นอน

Photo by *_* on Flickr

โยชิโนยะ เกิดขึ้นที่นิฮมบาชิในโตเกียวเป็นสาขาแรกเมื่อปี 1899 ภายใต้แนวคิด「รวดเร็ว อร่อย ราคาถูก」ในปัจจุบันร้านข้าวหน้าเนื้อทรงอิทธิพลแสนเก่าแก่นี้มีสาขากว่า 1,191 แห่งทั่วญี่ปุ่น (ณ เดือนธันวาคม ปี 2015) และขยายสาขาไปในต่างประเทศมากกว่า 600 สาขา ที่นี่มีสัญลักษณ์ที่คุ้นเคยเป็นป้ายชื่อร้านสีส้มสดใส

Photo by danirubioperez on Flickr

ข้าวหน้าเนื้อขนาดปกติราคา 380 เยน (บางสาขาราคา 420 เยน) ส่วนขนาดใหญ่เพิ่มแค่เนื้อราคา 480 เยน แต่ถ้าเพิ่มข้าวสวยด้วยราคา 550 เยน (บางสาขาราคา 570 เยน) แล้วที่นี่ก็ยังมี「เบจิด้ง」เฉพาะผัก เมนูสำหรับคนที่ทานมังสวิรัติอีกด้วยนะ

เนื่องจากร้านโยชิโนยะให้ความสำคัญกับการสื่อสารระหว่างทางร้านและลูกค้ามาก จึงไม่มีการตั้งเครื่องจำหน่ายตั๋วสั่งอาหารที่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าเอาไว้เลย ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคทางภาษาซักหน่อย แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่เหมาะกับใครที่อยากลองพูดภาษาญี่ปุ่นเลยล่ะครับ

2.「สุคิยะ:Sukiya」เสน่ห์อยู่ที่มีเมนูและท็อปปิ้งให้เลือกมากมาย

Photo by Party0 on Flickr

สุคิยะ เกิดขึ้นสาขาแรกที่โยโกฮาม่าในปี 1982 นับเป็นร้านข้าวหน้าเนื้อที่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีจำนวนถึง 1,962 สาขาจากสถิติในปี 2013 ข้าวหน้าเนื้อขนาดปกติราคา 350 เยน ส่วนขนาดใหญ่ราคา 470 เยน (บางสาขามีการเปลี่ยนแปลงราคา)

Photo by Urawa Zero on Flickr

เอกลักษณ์ของร้านสุคิยะก็คือ เมนูท็อปปิ้งมากมาย เช่น ต้นหอมและชีส เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเสน่ห์เรื่องเมนูหลากหลายไม่ใช่เพียงแค่ข้าวหน้าเนื้อเท่านั้น เช่น เมนูสำหรับเด็กและไคเซ็นด้ง(ข้าวหน้าปลาดิบ เช่น ซาชิมิทูน่า)

หลายสาขาไม่มีเครื่องจำหน่ายตั๋วอาหารเหมือนกับโยชิโนยะ (บางสาขาก็มีเครื่องจำหน่ายตั๋วอาหาร) ป้ายชื่อร้านเป็นสีแดงเขียนคำว่า「すき家 (สุคิยะ)」ด้วยตัวอักษรสีขาว

3.「มัตสึยะ:Matsuya」ใช้ระบบเครื่องจำหน่ายตั๋วอาหารจึงสามารถสั่งได้อย่างสบายใจแม้ไม่เข้าใจภาษา

Photo by Yuya Tamai on Flickr

มัตสึยะ จะเรียกกิวด้งว่า「กิวเมชิ」 ร้านนี้เกิดขึ้นสาขาแรกที่เขตเนริมะในโตเกียวเมื่อปี 1966 โดยเริ่มจากการเป็นร้านอาหารจีนก่อน และหลังจากนั้น 2 ปี ในปี 1968 ก็เปิดเป็นร้านกิวเมชิและร้านเนื้อย่างแทน ในปัจจุบันเครือมัตสึยะกรุ๊ปได้ขยายสาขาออกไปกว่า 1,000 แห่ง

Photo by sun_summer on Flickr

กิวเมชิขนาดปกติราคา 290 เยน ส่วนขนาดใหญ่ราคา 390 เยน บางสาขาในภูมิภาคคันโตจัดจำหน่ายเมนูชั้นเลิศที่ชื่อว่า「พรีเมี่ยมกิวเมชิ」ขนาดปกติราคา 380 เยนและขนาดใหญ่ราคา 520 เยน เมื่อสั่งกิวเมชิของร้านจะมีซุปมิโซะแถมมาในชุดด้วย นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์อยู่ที่เครื่องปรุงรสที่ใช้จะไม่ใส่สารกันบูดหรือสีผสมอาหารใดๆทั้งสิ้น

เนื่องจากที่มัตสึยะใช้ระบบเครื่องจำหน่ายตั๋วอาหารให้เราสามารถสั่งอาหารล่วงหน้าและชำระเงินเสร็จสรรพ จึงสะดวกสำหรับในช่วงเวลาเร่งรีบ ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วอาหารจะมีรูปเมนูแปะไว้ด้วย จึงหมดกังวลเรื่องความไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นไปเลย

ป้ายชื่อร้านจะแปะวงกลมสีแดงไว้บนพื้นสีเหลือง

4.「นากาอุ:Nakau」เอกลักษณ์อยู่ที่การปรุงรสหวานต้นกำเนิดจากโอซาก้า

Photo by Raelene G on Flickr

นากาอุ เกิดขึ้นในโอซาก้าเมื่อปี 1969 โดยเริ่มต้นจากการเป็นร้านอุด้งโฮมเมดก่อน แต่ด้วยเยื่อใยหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้ในปัจจุบันได้เพิ่มเมนูด้ง(ชื่อเรียกอาหารที่โปะหน้าวัตถุดิบ เช่น เนื้อหรือปลา ลงบนข้าว)นอกจากข้าวหน้าเนื้อและเมนูอุด้งสไตล์เกียวโตเข้ามาด้วย จากสถิติในปี 2015 มีสาขากว่า 475 แห่งและมีบริการคุณภาพคับแก้วสุดๆ

Photo by inazakira on Flickr

ข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นขนาดปกติราคา 350 เยน ส่วนขนาดใหญ่ราคา 500 เยน มีเซ็ตอาหารที่แถมโซบะและอุด้งขนาดเล็กมาในชุดด้วย จึงขอแนะนำสำหรับใครที่ต้องการลิ้มรสทั้งข้าวหน้าเนื้อและอุด้งภายในเวลาเดียวกันเลยครับ

นากาอุก็สามารถสั่งโดยใช้เครื่องจำหน่ายตั๋วอาหารได้ ดูเหมือนว่าเครื่องจำหน่ายตั๋วอาหารแบบทัชสกรีนรุ่นใหม่ล่าสุดก็มีชื่อเมนูเป็นเสียงภาษาอังกฤษให้ด้วยนะเนี่ย

※ ราคาข้าวหน้าเนื้ออ้างอิงมาจากเว็บไซต์หลักของแต่ละแบรนด์โดยเป็นราคาของเดือนมกราคม ปี 2016

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง