Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

งานอีเวนท์「ใช้ชีวิตอย่าง “รินปะ”」เรียนรู้วิถีแห่งความงดงามของภาพวาดญี่ปุ่น
  • MATCHA
  • เกียวโต (Kyoto)Interest
  • งานอีเวนท์「ใช้ชีวิตอย่าง “รินปะ”」เรียนรู้วิถีแห่งความงดงามของภาพวาดญี่ปุ่น

งานอีเวนท์「ใช้ชีวิตอย่าง “รินปะ”」เรียนรู้วิถีแห่งความงดงามของภาพวาดญี่ปุ่น

เกียวโต (Kyoto) 2015.06.11 บทความที่ชอบ

“รินปะ” คือแนวคิดเกี่ยวกับศิลปะ งานฝีมือ และสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความประทับใจ และรสนิยมด้านศิลปะของคนญี่ปุ่น

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย Misaki Tachibana

ในปี 2015 นั้น เป็นการครบรอบ 400 ปี ของ “รินปะ” (琳派), “รินปะ” คือแนวคิดเกี่ยวกับศิลปะ งานฝีมือ และสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความประทับใจ และรสนิยมด้านศิลปะของคนญี่ปุ่น

ก่อนที่จะมารำลึก 400 ปีแห่งรินปะนั้น ในวันที่ 16 พฤษภาคม เราจึงได้จัดอีเว้นท์พูดคุยกับเหล่าช่างฝีมือด้านการวาดลายผ้า (ยูเซ็น) ขึ้นที่กินซ่า กรุงโตเกียว

DM.ura

ความเกี่ยวพันระหว่าง “รินปะ” และลวดลายสีสันบนลายผ้าญี่ปุ่น

ก่อนที่จะเริ่มอีเว้นท์พูดคุย เรามาศึกษาอะไรกันก่อนดีกว่า

แรกเริ่ม คำว่า “รินปะ” นั้น แม้แต่กับคนญี่ปุ่นเอง ถ้าหากว่าเป็นคนที่ไม่ได้สนใจในเรื่องศิลปะแล้วล่ะก็ ก็คงจะมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามันคืออะไรใช่ไหม? แล้วถ้าอย่างนั้นในงาน “รำลึก 400 ปี รินปะ” ถึงได้เกี่ยวข้องกับช่างวาดลายผ้าในโตเกียวได้ล่ะ? เชื่อว่าหลายคนคงจะมีคำถามประมาณนี้ลอยขึ้นมาในใจแน่ๆ

ก่อนอื่น เราจะอธิบายเกี่ยวกับ “รินปะ” กับ “เคียวยูเซ็นแบบวาดมือ” คืออะไรให้ฟังแบบคร่าวๆกันก่อน

  • “รินปะ”「琳派」คืออะไรกันล่ะ
Yatsuhashi-zu_Byōbu_by_Kōrin_Ogata_(171-14)

รูปภาพจาก:Wikimedia Commons

“รินปะ” หมายถึง สไตล์ศิลปะที่เศรษฐีแห่งเมืองเกียวโต “ฮงอามิ โควเอ็ทสึ” เป็นผู้ฟื้นฟูขึ้นมา เป็นการพัฒนาศิลปะโดยยึดถือกันในหมู่จิตรกรและช่างฝีมือว่า จะไม่มีความเกี่ยวพันในฐานะศิษย์และอาจารย์ต่อกัน และด้วยความสัมพันธ์เช่นนั้นแล้ว กระแสของศิลปะญี่ปุ่นก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยต่างๆ ของพื้นที่ในแถบญี่ปุ่น เป็นสำนักที่ค่อนข้างจะมีความแปลกแตกต่างไปสักหน่อย

ในด้านลักษณะของผลงานนั้น จะเลือกใช้สีที่ดูสง่างามและดูเข้มแข็ง นอกจากนั้นนักเขียนแต่ละคนก็จะพบเจอผลงานแบบรินปะที่แตกต่างกันไปตามแต่ละคน และสร้างผลงานที่มีความเกี่ยวเนื่องหรืออยู่ในธีมเดียวกันกับผลงานนั้นๆขึ้นมา

ศิลปินตัวอย่างด้านงานแบบรินปะก็คือ โองาตะ โคริน ผู้เขียนภาพ "「Yatsuhashi-zu」Roku-Kyoku Byoubu Ni-seki (「八橋図」六曲屏風二隻 )" ที่เห็นด้านบนนี้และทาวารายะ โซทัตสึ ผู้เขียนภาพ “Fujinraijin-zubyoubu (風神雷神図屏風)” โดยผลงานของพวกเขาล้วนเป็นแรงกระตุ้นที่ยิ่งใหญ่ให้กับเหล่าศิลปินต่างชาติอีกมากมายเช่น กุสตาฟ คลิมต์ ศิลปินชาวออสเตรียและแอนดี วอร์ฮอล ศิลปินชาวอเมริกา เป็นต้น

  • แล้วลาย “เคียวยูเซ็นแบบวาดมือ” ล่ะ คืออะไร
th_DSC_4198

“ยูเซ็น” 「友禅」ก็มีความหมายตรงตัวคือ การเทคนิคการพิมพ์ลายผ้าไหม แต่การวาดภาพลงไปโดยตรงกับผ้าไหมสีขาวนั้นเรียกว่า “ยูเซ็นแบบวาดมือ”
โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีวิธีทำประมาณ 12-13 ขั้นตอน ขึ้นอยู่กับความละเอียดของเทคนิคและใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนในการทำขึ้นมาสักชิ้นหนึ่งกันเลยทีเดียว

ขั้นตอนคร่าวๆ ก็คือ เริ่มจากการเขียนภาพร่าง และเพื่อไม่ให้สีที่จะย้อมเลอะออกมานอกพื้นที่ที่ต้องการ ก็ต้องทากาวเอาไว้ก่อน ร่างเค้าโครงขึ้นมาและใช้แปรงลงสีทับลงไป ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยแต่ละขั้นตอนนั้น จะเสร็จสิ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถพิเศษของเหล่าผู้เชี่ยวชาญนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น การจะทำสายโอบิขึ้นมาสักหนึ่งเส้น ต้องใช้ช่างฝีมือถึง 10 คนก็มีให้เห็นเหมือนกัน

ยูเซ็นแบบวาดมือนั้น ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงที่วัฒนธรรมเก็นโรคุกำลังรุ่งเรืองในยุคเอโดะ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1688 จนถึง ค.ศ. 1708 โดยการวาดลวดลายกิโมโนนั้น จะเริ่มมาจากการวาดลวดลายดอกไม้ที่คุ้นเคยกัน ไปจนถึงตัวละครในวรรณคดีสมัยเฮอันเองก็มี นอกจากนั้นดูเหมือนว่าจะมีลายหัวกะโหลก หรือลวดลายสไตล์ร็อคอีกด้วยล่ะ

เคียวยูเซ็นนั้นอาจเรียกได้ว่าถือกำเนิดขึ้นในเกียวโต แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข้อแตกต่างเล็กๆน้อยๆ เทียบกับยูเซ็นแบบโตเกียวอยู่ด้วย โดยยูเซ็นแบบโตเกียวจะเป็นลวดลายดอกไม้เล็กๆเสียส่วนใหญ่ และค่อนข้างที่จะดูทันสมัยกว่า ในทางกลับกัน ลวดลายเป็นโฮคิน (ลายศิลปะสมัยเอโดะ) การประยุกต์ลายปักต่างๆที่งดงามนั้นจะเป็นคุณสมบัติของเคียวยูเซ็น

ความสามารถของงานฝีมือที่เปล่งประกายในโลกของเคียวยูเซ็น

สิ่งที่ได้จากการใช้ของความรู้ความสามารถที่มีมากลั่นกรอง นั่นคือการสร้าง「ART FOR THOUGHT」ขึ้นมาที่ย่านกินซ่านั่นเอง โดยเราได้สัมภาษณ์ช่างฝีมือทั้งสองท่านอย่างหัวหน้าสหกรณ์ของสมาคมเคียวยูเซ็นเพื่อเยาวชน คุณโฮโซอิ ซาโตชิและช่างฝีมือด้านการย้อมสี คุณโอคุโนะ มัตสึมิ มาให้ได้อ่านกัน (ผู้สัมภาษณ์: Art-Teller Tony)

เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการผลิต

th_DSC_4195

รูป: คุณโฮโซอิ ซาโตชิ

th_DSC_4191

รูป: คุณโอคุโนะ มัตสึมิ

―― ทำไมทั้งสองท่านถึงเข้ามาในโลกของยูเซ็นวาดมือได้ล่ะครับ?

โอคุโนะ: อาจจะเรียกว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้นะคะ แต่เดิมทีฉันก็มีสาขาเอกด้านภาพวาดญี่ปุ่นอยู่แล้ว และก็ชอบชุดกิโมโนด้วย จึงทำให้มาสนใจเรื่องนี้ค่ะ ด้านการผลิตนั้น รับผิดชอบเรื่องของการออกแบบอยู่ค่ะ ช่างฝีมือที่เข้ามามีส่วนร่วมเรื่องเครื่องแต่งกายแบบนี้ก็มีอยู่มากมายเลยล่ะค่ะ

โฮโซอิ: ของผมเองจะเรียกว่าบังเอิญเหมือนกันก็ได้อยู่นะครับ เริ่มจากจู่ๆก็เข้ามาเป็นช่างฝีมือในฐานะลูกศิษย์ก่อนเลย ขั้นตอนการผลิตเคียวยูเซ็นนั้นเราเลือกขั้นตอนที่เราถนัดได้นะ โดยส่วนตัวผมรับหน้าที่เป็นคนลงสีครับ

โอคุโนะ: คุณโฮโซอิน่ะหลงใหลลวดลายดอกไม้มากเลยนะคะ จริงๆแล้วในแต่ละขั้นตอนก็จะมีช่างเฉพาะทางของขั้นตอนนั้นๆอยู่ แต่คุณสึอันยะจะเข้ามาบอกขั้นตอน และจ่ายงานให้ช่างลงสีเสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เพราะว่าความงามของสีเป็นส่วนหนึ่งของยูเซ็น หน้าที่ลงสีจึงสำคัญมากๆค่ะ

th_DSC_4169

โฮโซอิ:ก็เพราะว่าสีสันเป็นสิ่งที่สะดุดตาที่สุด และสื่อได้ง่ายที่สุดนั่นล่ะนะครับ แต่ในกลุ่มนักลงสีเองก็มีพวกที่ลงสีออกมาแล้วถึงกับต้องพูดว่า “นี่มันบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย” อยู่เหมือนกันนะครับ ฮ่าๆโดยเฉพาะพวกงานที่รับอิทธิพลมาจากรินปะแล้ว จะดูออกได้ง่ายเลยล่ะครับว่าใครเก่งหรือไม่ค่อยเก่ง

โอคุโนะ:ส่วนใหญ่เวลาคนทั่วไปใส่กิโมโนเนี่ย จะเน้นไปที่ลวดลายตรงช่วงไหล่กับสายโอบิใช่ไหมคะ แต่ช่างฝีมือจะดูที่ลายตรงชายกิโมโนเสมอเลยค่ะ ดังนั้นถึงพูดกันไปบางทีก็ไม่เข้าใจตรงกันสักทีน่ะค่ะ ฮะๆจริงๆลวดลายก็ทำออกมาประณีตเหมือนกัน แต่ว่ามันดันไปอยู่ตรงส่วนชายกระโปรง เพราะอย่างนั้นพอมองไปก็จะรู้เลยค่ะว่าออกมาดูดีหรือไม่

โฮโซอิ:ช่างฝีมือแต่ละคนก็จะมีเรื่องที่ตัวเองยึดถือแตกต่างกันไปนะครับ การมีเทคนิคที่เชี่ยวชาญสักอย่างหนึ่งนี่ก็เป็นเรื่องยากมากเช่นกัน จริงๆตอนที่จะเข้ามาเป็นศิษย์นั้น เราก็จะให้เลือกหน้าที่ที่ตนเองชอบด้วยนะครับ แต่ถ้าเลือกแล้วจะเปลี่ยนอีกไม่ได้ เมืองเกียวโตเนี่ยก็เหมือนกับเมืองโรงงานที่รวมช่างฝีมือเข้ามาอยู่ด้วยกันนี่ล่ะครับ

th_DSC_4183

―― เวลาที่ต้องแบ่งงานกันไปทำ เคยได้กิโมโนที่ออกมาไม่เหมือนกับที่ตัวเองคิดเอาไว้ไหมครับ?
โอคุโนะ:ยิ่งขั้นตอนในการทำมาก ก็ต้องใช้กำลังคนมากตามไปด้วยล่ะนะคะ แต่ถึงทำอย่างนั้นแล้ว มันก็ยังมีเรื่องที่ใช้คนแทนกันไม่ได้อยู่ค่ะ ก็เลยมีบ้างที่ผลงานออกมาไม่เหมือนกับที่จินตนาการเอาไว้ อะไรดีเราก็ว่าดีค่ะ

โฮโซอิ: ส่วนของการจัดองค์ประกอบรวมให้ลงตัวนี่ เราจะมีคุณชัคไคยะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้คอยดูแลให้อยู่นะครับ การที่ช่างฝีมือมาทำงานร่วมกัน ก็เปรียบเหมือนบริษัทๆหนึ่งล่ะครับ ทุกคนต่างมีหน้าที่ที่สำคัญพอๆกันหมด พอชิ้นงานเสร็จแล้ว มันก็เลยยากที่จะตัดสินว่างานนี้เป็นผลงานของใครน่ะครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขายผลงานกันที่ชื่อศิลปินนะครับ แล้วราคาของชิ้นงานก็ไม่เกี่ยวกับตัวศิลปินนั้นๆด้วย บางงานถูกนำไปตั้งราคาแบบคนทำเองยังตกใจเลยก็มีนะครับ

โอคุโนะ: ชุดกิโมโนเองก็มีหลายราคา โดยที่ราคาที่สูงก็เป็นเพราะการแบ่งงานกันหลายคนนี่ล่ะค่ะ ก็มีบ้างที่มูลค่าของชุดนั้นๆขึ้นอยู่กับจำนวนคนทำมากกว่าคุณภาพของสินค้าค่ะ

เรื่องที่เหล่าช่างฝีมือยูเซ็นต่างกังวล

th_DSC_4200

―― มี “เรื่องที่มักเกิดกับช่างฝีมือยูเซ็น” บ้างไหมครับ?

โฮโซอิ:ส่วนใหญ่พวกช่างฝีมือที่ใส่ชุดงานแฮนด์เมดเป็นปกติจะไม่ค่อยมีนะครับ จะใส่แค่เวลาที่ต้องแต่งตัวให้ดูรู้ว่าเป็นช่างฝีมือสักหน่อย นอกนั้นก็จะใส่ชุดแบบตะวันตกธรรมดาๆกันนี่ล่ะครับ แล้วก็ช่างฝีมือทุกคนจะต้องนอนกลางวันกันครับ

โอคุโนะ:ฉันมีอาชีพประจำเป็นพนักงานบริษัทก็เลยนอนกลางวันไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นคนที่ทำธุรกิจส่วนตัวแล้ว ไม่ว่าช่างฝีมือท่านไหนก็จะนอนกลางวันเพื่อเก็บแรงแล้วก็เพิ่มสมาธิกันทั้งนั้นนะคะ นอกจากนั้นก็เป็นปัญหาเรื่องส่งของช้ากว่ากำหนดแล้วก็จุดที่ผิดพลาดในผลงานของตนเองล่ะนะคะ

โฮโซอิ:จริงๆแล้วก็จะมีผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูเรื่องแก้งานให้อยู่นะครับ แต่เวลาจะนำผลงานไปแก้ไขแต่ละครั้งก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นมา มีช่างฝีมือที่ใช้ทองที่เรียกว่า “คินไซ” ในการประดับผลงานอยู่เหมือนกัน เวลาจะทำก็ใช้คัตเตอร์ตัดนี่ล่ะครับ แล้วถ้าเกิดตัดผ้าผิดขึ้นมาก็ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเลย ไม่ดูสิ้นเปลืองไปหน่อยเหรอครับ

―― กำหนดส่งของนี่ให้เวลามาประมาณเท่าไหร่หรือครับ?

โฮโซอิ:ยกตัวอย่างเช่น ถ้างานถูกสั่งวันนี้ (วันที่ 16 พฤษภาคม) กำหนดส่งก็จะประมาณช่วงเทศกาลโอบ้งล่ะนะครับ แต่ว่าส่วนใหญ่คนสั่งก็จะให้ความรู้สึกแบบคนสมัยมุโรมาจินะ

โอคุโนะ:คนสมัยมุโรมาจิก็คือ คนที่มีบุคลิกเหมือนๆคนที่อยู่ในยุคมุโรมาจิน่ะค่ะ ก็คือเป็นคนที่ค่อนข้างจะยืดหยุ่นเลยทีเดียว ฮะๆแต่ในกลุ่มคนสั่งงานเองน่าก็มีประเภทสั่งงานวันนี้ จะเอางานพรุ่งนี้อยู่เหมือนกันล่ะนะ? แล้วก็ในกลุ่มของช่างยูเซ็นเอง ก็อยากจะบอกตำแหน่งที่ตนเองถนัดให้รู้ก่อนค่ะ แต่เวลาจะกรอกข้อมูล จะมาระบุตำแหน่งละเอียดก็ดูจะเข้าใจยากไปหน่อย ก็เลยจะเขียนกันแค่ว่า ยูเซ็น ค่ะ แต่ว่าพอเขียนอย่างนั้นแล้วก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับพนักงานเงินเดือนเลย

โฮโซอิ:พอพูดถึงสมัยมุโรมาจิแล้ว แม้แต่ในกลุ่มช่างฝีมือด้วยกันเองก็ยังมีพวกที่อัธยาศัยไม่ค่อยดีอยู่มากนะครับ พวกที่ไม่สนใจลายที่อื่นนอกจากชายกระโปรงกิโมโนที่กล่าวไปก่อนหน้านี้นั่นก็ใช่ เหตุผลที่คนไม่อยากแต่งงานมีครอบครัวกับพวกช่างฝีมือ ก็คงจะเพราะเหตุผลนั้นล่ะมั้งครับ ฮ่าๆ

400 ปีแห่งรินปะ การพัฒนามันเริ่มจากตรงนี้ต่างหากล่ะ

ก่อนที่จะเริ่มงานอีเว้นท์นี้ เราได้ทำแบบสอบถามไปยังช่างฝีมือที่เกียวโต 20 คน และทำการจัดอีเว้นท์พูดคุยที่จบลงได้ด้วยดีและสามัคคีกัน การที่ได้มาฟังการพูดคุยของช่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่ต่างก็มีผลงานที่สวยงามมาให้เชยชมกันแบบนี้ ก็เหมือนเป็นขั้นหนึ่งสู่การพัฒนางานฝีมือเลยทีเดียวล่ะ

และ「ART FOR THOUGHT」ที่เราได้ไปเยี่ยมชมมาในวันนี้ จะทำการฉลอง 400 ปีของรินปะโดยการจัดเตรียมงานอีเว้นท์แบบต่างๆ มากมายในภายภาคหน้าด้วย โดยในวันที่ 18 เดือนพฤษภาคมนั้น จะมีการสาธิตการทำขนมญี่ปุ่นที่โตเกียวโดย คุณนิกกะ จากเกียวโต ที่มีชื่อเสียงมากด้านการทำขนมญี่ปุ่น

nikka

ภาพจาก:Kenshu Shintsuboโฮมเพจของนิกกะ

การที่จะได้ชมผลงานและพบกับศิลปินที่โด่งดังจนมีงานอีเว้นท์ที่เกียวโตที่คุณนิกกะไปออกที่ไหนย่อมมีลูกค้าแน่นร้านทุกครั้งไปในโตเกียวอย่างนี้ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆเลยล่ะ และยังเป็นโอกาสที่จะได้เห็นศิลปะแบบ “รินปะ” ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ต่างไปจากเคียวยูเซ็นอีกด้วย ทำท้องให้ว่างแล้วเข้ามาเยี่ยมชมกันให้ได้นะ

ต่อจากนี้ ผลงานของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นผู้สืบทอดศิลปะแบบรินปะมากว่า 400 ปีจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ละสายตาไปไม่ได้เลยล่ะ!

Information

ใช้ชีวิตแบบ “รินปะ”

สถานที่จัดงาน: ART FOR THOUGHT
ระยะเวลางานอีเว้นท์: ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม (วันจันทร์) - 24 พฤษภาคม (วันเสาร์) 2557 เวลา 11:00 -18:00 น.
※วันสุดท้ายจะจัดงานถึง 15:00 น. และตั้งแต่ 18:00 - 24:00 น.จะเปิดเป็นบาร์
• การสาธิตการทำเคียวยูเซ็นวาดมือ / วันที่ 17 พฤษภาคม (วันเสาร์) ตั้งแต่ 13:00 น. เป็นต้นไป สามารถมาดูขั้นตอนการผลิตชิ้นงานของช่างฝีมือได้
•การชงชาของนิกกะ/การทำขนมญี่ปุ่น สามารถทานขนมญี่ปุ่นภายในนิทรรศการขนมญี่ปุ่นโดย “คุณนิกกะ” ได้
※ขนมแห้ง: วันที่ 12 พฤษภาคม (วันจันทร์) – วันที่ 24 พฤษภาคม (วันเสาร์) ตั้งแต่ 11:00 น. เป็นต้นไป
※ขนมชื้น (แบบเก็บไว้นานไม่ได้): สามารถดูขั้นตอนการผลิตได้ในวันที่ 18 พฤษภาคม
(วันอาทิตย์) ตั้งแต่ 11:00 -18:00 น. (หรือจนกว่าของจะหมด)
ที่อยู่: 8-10-4 ตึกคาสึทากะกินซ่า บล็อกที่ 8 กินซ่า เขตจูโอ, โตเกียว
โทรศัพท์: 03-6228-5922
การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ “สถานีกินซ่า” ทางออก A3 6นาที
จากสถานีรถไฟสายโทเอ อาซากุสะ “สถานีฮิกาชิกินซ่า” (กินซ่าตะวันออก) ทางออก A1 7นาที
จากสถานีรถไฟ JR สายมะโนะเตะ “สถานีชินบาชิ” ทางออกกินซ่า 7 นาที
บริการ Wi-Fi: ไม่มี
โฮมเพจ: http://artforthought.jp/

บทความน่าสนใจของ เกียวโต (Kyoto)

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง