7 สถานที่น่าเที่ยวในฮาโกเน่ ออนเซ็น ธรรมชาติ และพิพิธภัณฑ์

7 สถานที่น่าเที่ยวในฮาโกเน่ ออนเซ็น ธรรมชาติ และพิพิธภัณฑ์

คานากาว่า 2018.09.14

ฮาโกเน่ตั้งอยู่ในจังหวัดคานางาวะ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนอันโด่งดังที่สามารถไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว คราวนี้เราจะมาแนะนำ 7 สถานที่ในฮาโกเน่ที่ต้องไปเยือนให้ได้ รวมถึงข้อมูลสภาพอากาศที่ควรรู้ และวิธีการเดินทางให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นครับ

แปลโดย Phi

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

เที่ยวออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับที่ฮาโกเน่อันโด่งดัง

ฮาโกเน่ (Hakone)เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็น และยังเดินทางไปกลับจากโตเกียวได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากชื่อเสียงด้านออนเซ็นแล้ว ฮาโกเน่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ให้ได้เที่ยวชมไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์หรือพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังสามารถสนุกไปกับการเดินทางเช่นการนั่งกระเช้าหรือนั่งรถไฟขึ้นเขาได้อีกด้วย

การเดินทางด้วยรถไฟจากโตเกียวไปยังฮาโกเน่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง - 2 ชั่วโมงครับ วิธีการเดินทางก็สุดแสนจะพิเศษ เพราะมีรถไฟด่วนพิเศษวิ่งตรงจากชินจูกุ คราวนี้เราได้คัดสรร 7 สถานที่ที่หากไปเที่ยวฮาโกเน่ก็ต้องไปเยือนให้ได้ รวมถึงตัวอย่างแผนการท่องเที่ยวและวิธีการเดินทางด้วยครับ

1. ออนเซ็นบนแหล่งน้ำพุร้อนฮาโกเน่

จาก เที่ยวฮาโกเน่-ยูโมโตะ แบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว

อย่างแรกเลยที่ต้องพูดถึงก็คือออนเซ็น! หากเดินทางจากโตเกียวมายังฮาโกเน่ก็ต้องมาลงที่สถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ (Hakone-yumoto Station) ที่นี่มีแม่น้ำไหลเลียบเนินเขา มีเรียวกังตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงาม และยังมีร้านอาหารมากมาย บางร้านก็เสิร์ฟโซบะซึ่งปรุงโดยใช้น้ำจากธรรมชาติของฮาโกเน่ จะไปเติมพลังกันก่อนที่บริเวณรอบสถานีก็ยังได้

จาก เที่ยวฮาโกเน่-ยูโมโตะ แบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว

รอบสถานีมีร้านขายของที่ระลึกด้วย มาช้อปปิ้งกันก่อนก็ได้ สำหรับคนที่อยากแช่ออนเซ็น ก็มีเรียวกังที่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ด้วยครับ

ด้านหน้าสถานีมีศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวอยู่ แวะมาหยิบแผนที่แล้วออกไปเที่ยวฮาโกเน่กันครับ มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเกาหลี หากใครมีสัมภาระชิ้นใหญ่ก็สามารถใช้บริการขนส่งสัมภาระ (มีค่าใช้จ่าย) ให้ส่งสัมภาระของเราไปยังโรงแรมที่พักได้ด้วย

ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวฮาโกเน่ (Hakone Total Tourist Information Center)
ที่ตั้ง : 706-35 Yumoto, Hakone, Ashigarashimo, Kanagawa Google Maps

วิธีการเดินทาง : เดิน 2 นาทีจากสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ (Hakone-Yumoto Station)

2. ทะเลสาบอาชิ

Photo courtesy of Odakyu Electric Railway/JNTO

ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) เป็นทะเลสาบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ถือเป็นสัญลักษณ์ของฮาโกเน่เลยละครับ ที่นี่เป็นจุดถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียง สามารถถ่ายภาพภูเขาฟูจิคู่กับเสาโทริอิของศาลเจ้าฮาโกเน่ (Hakone Shrine) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบได้

ทะเลสาบอาชิเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ความยาวรอบแนวชายฝั่ง 19 กิโลเมตร มีแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่โดยรอบ หนึ่งในนั้นคือด่านฮาโกเน่ (Hakone Sekisho) ในยุคเอโดะเป็นด่านสำคัญที่มีหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองบนถนนสายโทไกโด ที่เชื่อมโตเกียวกับเกียวโตครับ ปัจจุบันตัวอาคารในยุคนั้นได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ หากไปเยือนก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของด่านตรวจคนเข้าเมืองอันน่าเกรงขาม

นอกจากนี้ยังมีแห่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างสวนอนชิฮาโกเน่ (Onshi Hakone Park) หากขึ้นเรือชมทะเลสาบซึ่งจำลองแบบมาจากเรือโจรสลัดก็จะสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ได้โดยไม่ต้องเร่งรีบครับ

เรือชมทะเลสาบอาชิ (ขึ้นที่ท่าเรือ Moto Hakone)
ที่ตั้ง : Motohakone, Hakone, Ashigarashimo, Kanagawa Google Maps

วิธีการเดินทาง : จากสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ ให้นั่งรถบัสฮาโกเน่โทซัน สายฮาโกเน่มาจิ (มุ่งหน้าไปยังป้ายฮาโกเน่มาจิ-โค (Hakonemachi-ko)) มาลงที่ป้ายโมโตะฮาโกเน่-โค (Motohakone-ko) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (960 เยน)

3. ศาลเจ้าฮาโกเน่

ศาลเจ้าฮาโกเน่ (Hakone Shrine) ตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของทะเลสาบอาชิ มีเสาโทริอิต้นใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ เป็นอีกจุดหนึ่งที่หากได้มาเยือนทะเลสาบอาชิก็อยากให้มาเที่ยวชมกันให้ได้

ศาลเจ้าฮาโกเน่แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อ 1,200 ปีก่อน มีนักรบมากมายมาเยือนเพื่อขอพรให้ได้รับชัยชนะในการรบ จึงเป็นที่เล่าขานกันว่าหากมาขอพรเกี่ยวกับการแข่งขันที่นี่ก็จะสมดังหวัง ปัจจุบันศาลเจ้าฮาโกเน่ก็ยังคงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวครับ

ศาลเจ้าฮาโกเน่
ที่ตั้ง : 80-1 Motohakone, Hakone, Ashigarashimo, Kanagawa Google Maps

วิธีการเดินทาง : จากสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ ให้นั่งรถบัสฮาโกเน่โทซัน สายฮาโกเน่มาจิ (มุ่งหน้าไปยังป้ายฮาโกเน่มาจิ-โค (Hakonemachi-ko)) มาลงที่ป้ายโมโตะฮาโกเน่-โค (Motohakone-ko) จากนั้นเดินต่ออีก 10 นาที

4. หุบเขาโอวาคุดานิ

หุบเขาโอวาคุดานิ (Owakudani) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เราจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับของฮาโกเน่ บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยควันสีขาวและกลิ่นของกำมะถัน ในยุคเอโดะ ทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ถูกเรียกขานว่า "จิโกคุดานิ (หุบเขานรก)" ปัจจุบันเราสามารถไปเที่ยวชมหุบเขาแห่งนี้ได้ด้วยกระเช้าลอยฟ้าฮาโกเน่ (Hakone Ropeway)

นี่คือไข่ดำคุโระทามาโกะซึ่งต้มด้วยน้ำในบ่อน้ำพุร้อน หาทานที่ไหนไม่ได้นอกจากที่โอวาคุดานิแห่งนี้เท่านั้น ว่ากันว่าเมื่อทานเข้าไปแล้วจะมีอายุยืนยาวขึ้น เป็นของขึ้นชื่อของโอวาคุดานิครับ

สภาพภายนอกอาจชวนให้ตกใจไปบ้าง แต่เนื้อในก็เป็นไข่ต้มสีขาวธรรมดาทั่วไป ที่เปลือกไข่เกิดการออกซิไดซ์จนกลายเป็นสีดำนั้นก็เพราะแก๊ซจากภูเขาไฟนั่นเอง ว่ากันว่ามีส่วนที่มีรสอูมามิ (รสอร่อย) มากกว่าไข่ที่ต้มด้วยน้ำร้อนธรรมดาถึง 20% เชียวนะครับ เราสามารถแกะเปลือกแล้วทานตรงนั้นได้เลย หากมาเที่ยวที่โอวาคุดานิก็อย่าลืมลองทานไข่ดำแบบร้อนๆ กันดูครับ

หุบเขาโอวาคุดานิ
ที่ตั้ง : Sengokuhara, Hakone, Ashigarashimo, Kanagawa Google Maps

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟฮาโกเน่โทซันจากสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะไปยังสถานีโกระ (Gora Station) (ใช้เวลาโดยสารประมาณ 40 นาที ค่าเดินทาง 400 เยน) ขึ้นเคเบิลคาร์ฮาโกเน่โทซันไปยังสถานีโซอุนซัน (Sounzan Station) (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าโดยสาร 420 เยน) จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าฮาโกเน่จนถึงสถานีโอวาคุดานิ (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าเดินทางไปกลับจากสถานีโซอุนซัน - สถานีโอวาคุดานิ 1,510 เยน)

เว็บไซต์ทางการ : http://www.hakoneropeway.co.jp/foreign/en/index.cgi (ภาษาอังกฤษ)

5. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเน่

Photo courtesy of JTA/JNTO

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเน่ (Hakone Open-Air Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่น เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี 1969 บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 70,000 ตารางเมตรนี้จัดแสดงผลงานเลื่องชื่อของประติมากรร่วมสมัยไม่ว่าจะเป็นโรแดงหรือเฮนรี่ มัวร์

จาก พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเน่ เพลิดเพลินกับงานศิลปะได้อย่างอิสระท่ามกลางธรรมชาติ

งานประติมากรรมซึ่งมีสีสันจัดจ้านความสูง 5 เมตรนี้มีชื่อว่า Miss Black Power (1968) เป็นผลงานของ Niki de Saint Phalle ศิลปินชาวฝรั่งเศส ว่ากันว่างานประติมากรรมนี้สื่อแทนบทสรรเสริญสตรีครับ

Photo courtesy of JTA/JNTO

อยากให้ทุกท่านลองมาเดินเล่นท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ไปพร้อมกับค่อยๆ มองหางานศิลปะที่ถูกใจดูครับ ภายในสถานที่จัดแสดงมี Picasso Hall ซึ่งรวบรวมคอลเลคชั่นของปิกัซโซ่มากกว่า 300 ชิ้น ในคอลเลคชั่นนี้มีเครื่องปั้นดินเผารวมอยู่ด้วย เราสามารถมาชื่นชมผลงานศิลปะได้ที่นี่ตลอดทั้งวันเลยครับ

ในแถบฮาโกเน่ยังมีพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่อื่นๆ อยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะโพลา (POLA Museum of Art) ซึ่งรวบรวมงานศิลป์ทั้งภาพญี่ปุ่นจนถึงศิลปะตะวันตก หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอคาดะ (Okada Museum of Art) ซึ่งมีคอลเลคชั่นภาพญี่ปุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก ขอแนะนำให้เที่ยวชมไปพร้อมกันครับ

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเน่
ที่ตั้ง : 1121 Ninotaira, Hakone, Ashigarashimo, Kanagawa Google Maps

วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟฮาโกเน่โทซันจากสถานีฮาโกเน่-ยุโมเตะมาลงที่สถานีโจโคคุโนะโมริ (Chokoku no Mori Station) (ใช้เวลา 35 นาที ค่าเดินทาง 400 เยน) จากนั้นเดินต่ออีก 2 นาที

เว็บไซต์ทางการ : http://www.hakone-oam.or.jp/ (ภาษาอังกฤษ)

6. พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วเวนิส

Photo courtesy of Hakone Venetian Glass Museum

พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วเวนิส (Hakone Venetian Glass Museum) ตั้งอยู่ในเขตเซนไดฮาระ (Sendaihara) ทางทิศเหนือของทะเลสาบอาชิ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงและขายงานประดิษฐ์จากแก้วครับ

ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องแก้วเวนิสโดยเฉพาะแห่งแรกของญี่ปุ่น จึงมีบรรยากาศหรูหราแบบเมืองเวนิสนั่นเอง

ภายในพิพิธภัณฑ์มี Venetian Glass Museum และ Modern Glass Museum ตั้งอยู่ล้อมรอบทะเลสาบ เราสามารถไปชื่นชมงานศิลป์อันแสนประณีตที่สร้างสรรค์ขึ้นจากแก้วได้ในสถานที่จัดแสดงทั้งสองส่วน นอกจากตัวพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีจุดให้ถ่ายรูปอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นน้ำพุหรือซุ้มโค้งซึ่งทำจากแก้วคริสตัล

หากไปที่ร้านกาแฟบริเวณชานระเบียงก็จะได้ลิ้มรสพาสต้าจากวัตถุดิบตามฤดูกาลไปพร้อมกับฟังเพลงสไตล์คันโซเน่แบบอิตาเลียนครับ

พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วเวนิส
ที่ตั้ง : 940-48 Sengokuhara, Hakone, Ashigarashimo, Kanagawa Google Maps

วิธีการเดินทาง : จากสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ ให้นั่งรถบัสฮาโกเน่โทซัน สายโทเกนได (มุ่งหน้าไปยังป้ายโทเกนได (Togendai)) ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที (750) มาลงที่ป้าย Hyoseki, Hakone Garasu-no-mori-mae (Hakone Venetian Glass Museum)

เว็บไซต์ทางการ : http://www.hakone-garasunomori.jp/entrance/english/ (ภาษาอังกฤษ)

7. รถไฟฮาโกเน่โทซัน

Photo courtesy of Hakone Tozan Railway จาก นั่งรถไฟฮาโกเน่โทซัน สัมผัสฮาโกเน่ 4 ฤดูกาล

รถไฟฮาโกเน่โทซัน (Hakone Tozan Railway)เป็นรถไฟที่เชื่อมระหว่างสถานีโอดาวาระ (Odawara Station) กับสถานีโซอุนซัน (Sounzan Station) มีเส้นทางการให้บริการที่ไม่ค่อยพบเห็นกันโดยทั่วไป โดยจะเป็นการไต่ระดับแบบซิกแซ็กขึ้นไปตามเนินเขาสูงชัน ยิ่งนั่งก็ยิ่งสูง ความสูงจากระดับน้ำทะเลของสถานีแรกกับสถานีสุดท้ายต่างกันถึง 736 เมตรเลยทีเดียว

รถไฟสายนี้มีสถานีตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะ สถานีโจโคคุโนะโมริซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเน่ หรือสถานีโกระซึ่งสามารถเดินทางต่อไปยังโอวาคุดานิได้อย่างสะดวกสบาย

Photo courtesy of Hakone Tozan Railway จาก นั่งรถไฟฮาโกเน่โทซัน สัมผัสฮาโกเน่ 4 ฤดูกาล

ริมทางรถไฟมีทั้งดอกอาจิไซและใบไม้เปลี่ยนสี เราจึงสามารถชมทิวทัศน์ตามธรรมชาติของฮาโกเน่ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดสี่ฤดู รถไฟสายนี้ไม่ได้มีไว้แค่เดินทางเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้โดยสารสนุกไปกับการเดินทางด้วยครับ

ตัวอย่างแผนการท่องเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน

หากมีเวลา 2 วัน 1 คืนก็สามารถเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ ที่ได้แนะนำไปในคราวนี้ได้เกือบทั้งหมดครับ

ถ้าออกเดินทางจากชินจูกุในช่วงเช้า เราก็จะมาถึงสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะในช่วงเที่ยง พอถึงแล้วก็ต้องแวะเติมพลังที่ร้านโซบะแถวสถานีกันก่อน จากนั้นก็ไปชื่นชมงานศิลป์ที่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเน่หรือพิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วเวนิส พอตกเย็นก็ไปแช่น้ำพุร้อนให้สบายอารมณ์

วันที่ 2 จะเป็นการเดินชมบริเวณหุบเขาโอวาคุดานิและทะเลสาบอาชิ ก่อนกลับก็สามารถซื้อของฝากแถวสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะไว้เป็นที่ระลึกได้ด้วยครับ หากท่านใดอยากเดินชมพิพิธภัณฑ์แบบไม่ต้องเร่งรีบ ขอแนะนำให้ค้างสัก 2 คืนจะสบายใจกว่า

สภาพอากาศที่ฮาโกเน่และการแต่งกายที่เหมาะสม

hakone_info_a

ฮาโกเน่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล เมื่อเทียบกับโตเกียวแล้วจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าโดยเฉพาะเวลากลางคืน ต่อให้เป็นฤดูร้อนก็ยังมีอากาศเย็นในบางวัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ควรเตรียมเสื้อผ้าแขนยาวกันหนาวไปด้วยเพื่อความสบายใจครับ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมเป็นฤดูหนาว บางครั้งก็มีหิมะตก ขอให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับลุยหิมะให้พร้อม

hakone_info_b

การเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในฮาโกเน่ต้องอาศัยการเดินเสียเป็นส่วนใหญ่ บางสถานที่ก็เป็นทางเดินบนภูเขาที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง จึงขอให้สวมรองเท้าที่เดินได้สะดวกครับ

นอกจากนี้ฮาโกเน่ยังตั้งอยู่บนภูเขา อากาศจึงเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เตรียมร่มหรืออุปกรณ์กันฝนเพื่อรับมือกับฝนที่อาจตกลงมาอย่างกะทันหันเอาไว้ด้วยก็ดีครับ

เดินทางไปฮาโกเน่แบบสุดคุ้ม

สำหรับท่านที่จะเดินทางไปหลายสถานที่ภายในเขตฮาโกเน่ ใช้ฮาโกเน่ฟรีพาส (Hakone Free Pass) ก็สะดวกดีครับ พาสใบนี้สามารถใช้กับระบบขนส่งมวลชนของฮาโกเน่ได้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟหรือรถบัสฮาโกเน่โทซัน กระเช้าลอยฟ้า ไปจนถึงเรือชมทะเลสาบ

ระยะเวลาสั้นที่สุดของพาสที่มีวางขายคือ 2 วัน (สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 5,140 เยน) สามารถหาซื้อได้ที่ทุกสถานีของรถไฟสายโอดะคิวและทุกสถานีของรถไฟฮาโกเน่โทซัน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ลองตรวจสอบดูที่เว็บไซต์ทางการ (ภาษาไทย) ของฮาโกเน่นาวิดูนะครับ

ส่วนท่านใดที่อยากเดินทางอย่างสะดวกรวดเร็ว ใช้บริการรถเช่าก็ดีนะครับ จะได้สนุกไปกับการเดินทางโดยที่ไม่ต้องพะวงกับช่วงเวลาในการให้บริการของระบบขนส่งมวลชน

การเดินทางไปยังฮาโกเน่

จากโตเกียว ขึ้นรถไฟ Romancecar ของโอดะคิว (Odakyu) จะสะดวกที่สุดครับ ออกเดินทางจากสถานีชินจุกุ ใช้เวลาเร็วที่สุดเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็จะมาถึงสถานีฮาโกเน่-ยูโมโตะแล้ว (ราคา 2,280 เยน) หรือหากต้องการเปลี่ยนขบวนรถ ก็สามารถเปลี่ยนไปนั่งรถไฟฮาโกเน่โทซันได้ที่สถานีโอดาวาระ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง (ราคา 1,190 เยน) ครับ

สำหรับการจองและข้อมูลที่นั่ง สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ทางการของรถไฟฟ้าโอดะคิว (ภาษาอังกฤษ)

เที่ยวฮาโกเน่ให้สนุกกัน!

ฮาโกเน่เป็นพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งจุดชมวิวและพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากมาย การเดินทางด้วยรถไฟไต่ภูเขาและกระเช้าลอยฟ้าก็มีเอกลักษณ์อย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่น สามารถเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายครับ

ผู้เขียนบทความต้นฉบับ : Jumpei Kawashima

* บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2016

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners