Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

ไกด์แนะนำราเม็งญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม! วิธีสั่ง・วิธีทาน・ร้านค้าแนะนำ
  • ไกด์แนะนำราเม็งญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม! วิธีสั่ง・วิธีทาน・ร้านค้าแนะนำ

ไกด์แนะนำราเม็งญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม! วิธีสั่ง・วิธีทาน・ร้านค้าแนะนำ

2017.01.16 บทความที่ชอบ

บทความแนะนำ “ราเม็ง” อาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อที่มีประเภทและร้านค้าเยอะแยะมากมายจนน่าตกใจ ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำประเภท, ความแตกต่างทางรสชาติ, วิธีสั่ง, วิธีทาน, ราเม็งท้องถิ่น และร้านราเม็งแนะนำในโตเกียวกันค่ะ

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย 神谷和紀

Pin LINE

ราเม็ง

เมื่อเอ่ยถึงเมนูเส้นของญี่ปุ่นแล้วก็ต้องนึกถึง “โซบะ” และ “ราเม็ง” กันอย่างแน่นอน

ถึงแม้จะเรียกโดยรวมว่าราเม็งก็จริง แต่ในปัจจุบันมีเมนูราเม็งเพิ่มขึ้นมามากมายหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ราเม็งที่ทานคู่กับน้ำซุปร้อนๆ, ราเม็งแบบเย็น, ราเม็งแบบไม่ใส่น้ำซุป ไปจนถึงราเม็งที่ทานคู่กับน้ำจิ้มร้อนๆเหมือนกับโซบะเลยทีเดียว

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับราเม็งที่มีประโยชน์สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นประเภทของราเม็ง, วิธีการทานราเม็ง และร้านราเม็งขึ้นชื่อกันค่ะ ^^

1.ประเภทของราเม็ง
2.ท็อปปิ้งใส่ราเม็ง
3.วิธีสั่งราเม็ง
4.วิธีรับประทานราเม็ง
5.10 ร้านราเม็งขึ้นชื่อใน “อิเคะบุคุโระ” ย่านแข่งขันราเม็งแห่งโตเกียว
6.19 ราเม็งท้องถิ่นในญี่ปุ่น
7.ร้านราเม็งท้องถิ่น
8.6 ร้านราเม็งระดับมิชลินสตาร์
9.5 ร้านราเม็งฮาลาล & มังสวิรัติ

ประเภทของราเม็ง

ชิโอะราเม็ง

“ชิโอะราเม็ง” คือ ราเม็งรสชาติเบาๆทานง่าย โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปใสซึ่งเป็นน้ำสต็อกที่สกัดมาจากกระดูกไก่และปลา (ปลานกกระจอก,นิโบชิ, ปลาโอแห้ง)

โชยุราเม็ง

“โชยุราเม็ง” คือ ราเม็งสูตรมาตรฐานรสชาติเข้มข้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของโชยุในน้ำซุปดาชิ ส่วนน้ำซุปเป็นน้ำสต็อกที่สกัดมาจากกระดูกไก่และปลาเหมือนกับรสชิโอะ แต่บางร้านก็ใช้กระดูกหมูแทน

มิโซะราเม็ง

“มิโซะราเม็ง” คือ ราเม็งรสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น(มิโซะ)ที่น้ำซุปทำมาจากซอสเต้าเจี้ยวสูตรออริจินอลของแต่ละร้าน เต้าเจี้ยวมีหลากหลายประเภทมากไม่ว่าจะเป็นเต้าเจี้ยวขาว, เต้าเจี้ยวแดง, เต้าเจี้ยวถั่ว, เต้าเจี้ยวบาร์เลย์ และเต้าเจี้ยวข้าว นอกจากนี้ก็ยังมีร้านจำหน่ายมิโซะราเม็งโดยเฉพาะด้วยนะเออ... ส่วนท็อปปิ้งก็มีให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน เช่น ข้าวโพดหวาน, เนย และผัดผัก เป็นต้น

ทงคตสึราเม็ง

“ทงคตสึราเม็ง” คือ ราเม็งที่ใช้น้ำซุปที่สกัดมาจากกระดูกหมู โดยมีกลิ่นคาวเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากราเม็งประเภทอื่นๆ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทุกเพศทุกวัย ส่วนน้ำซุปมีมากมายหลายรูปแบบตั้งแต่รสชาติเบาๆไปจนถึงรสชาติเข้มข้นเนื้อแน่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ บางร้านก็เอารสชาติต่างๆมาผสมผสานกันจนกลายเป็นเมนูแปลกใหม่อย่าง “โชยุทงคตสึ” และ “ชิโอะทงคตสึ” ด้วย

เส้นจะมีลักษณ์เรียวบางมาก ท็อปปิ้งส่วนมากมักจะหนีไม่พ้นต้นหอม, หมูชาชู, หน่อไม้ดอง, ถั่วงอก, เห็ดหูหนูสไลซ์บาง และขิงแดง

ทสึเคเมน

ทสึเคเมน」คือ ราเม็งที่รับประทานโดยการคีบเส้นไปจิ้มกับน้ำซุปปรุงรสรสชาติเข้มข้นเหมือนกับซารุโซบะ หลังจากต้มเส้นเสร็จเชฟจะใช้น้ำเย็นล้างเมือกลื่นๆออกไปและจัดเสิร์ฟบนกระด้งหรือชาม ส่วนลูกค้าอย่างเราๆมีหน้าที่ใช้ตะเกียบคีบเส้นจุ่มลงในน้ำซุปร้อนหรือน้ำซุปเย็นที่เสิร์ฟมาในภาชนะแยกรับประทาน

น้ำซุปของทสึเคเมนมีรสชาติหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นรสเปรี้ยว, รสหวาน และรสปลาป่น ส่วนเส้นจะมีลักษณะอวบใหญ่และส่วนมากมักจะมีปริมาณมากกว่าราเม็ง นอกจากนี้ น้ำซุปทสึเคเมนที่เหลือยังสามารถใช้ผสมกับน้ำซุปดื่มได้ด้วยนะเออ...

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「หรือราเมนจะเป็นแค่ของเลียนแบบ? วิธีการกินสึเคะเมนอย่างอร่อยและถูกวิธี

ท็อปปิ้งใส่ราเม็ง

・เมนมะ

“เมนมะ” คือ หน่อไม้ดองซึ่งมีรสสัมผัสกรึบๆช่วยยกระดับรสชาติของราเม็งให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ร้านราเม็งบางร้านก็ใช้หน่อไม้ดองแบบโฮมเมดด้วย

・ชาชู

“ชาชู” คือ เนื้อหมู (เช่น เนื้อส่วนท้องหมู, เนื้อหมูสันนอก) ตุ๋นซีอิ๊วญี่ปุ่น ส่วนมากมักจะมีรสโชยุ

・นารูโตะ

“นารูโตะมากิ” ที่เรียกว่า “นารูโตะ” คือ ลูกชิ้นปลาชนิดหนึ่งซึ่งพื้นที่หน้าตัดมีลวดลายคล้ายกับน้ำวน ว่ากันว่าตั้งชื่อมาจากน้ำวนนารูโตะ

・เนกิ (ต้นหอม)

ญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่นิยมใช้ท็อปปิ้งเป็น “อาโอเนกิ” ส่วนฝั่งคันโตนิยมใช้ “นางาเนกิ”

・นิตะมาโกะ

“นิตะมาโกะ” คือ ไข่ต้มปรุงรส ร้านราเม็งส่วนใหญ่นิยมปรุงรสไข่กึ่งสุกกึ่งดิบด้วยซอสสุดเอกลักษณ์ประจำของแต่ละร้าน บอกเลยว่าไข่แดงเยิ้มๆเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ

・โมยาชิ

“โมยาชิ” คือ ถั่วงอกซึ่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เช่น วิตามิน C เป็นต้น ญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกจะใช้ถั่วงอกลักษณะเรียวยาว แต่ญี่ปุ่นฝั่งคันโตจะใช้ถั่วงอกลักษณะอวบอ้วนรสสัมผัสกรึบๆ การที่ถั่วงอกของแต่ละพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกันเป็นอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว

・โคน (ข้าวโพด)

“โคน” คือ ท็อปปิ้งเมล็ดข้าวโพดหวาน โดยปกติแล้วนิยมใช้เป็นท็อปปิ้งสำหรับชิโอะราเม็งและมิโซะราเม็ง การใช้เมล็ดข้าวโพดหวานเป็นท็อปปิ้งราเม็งมีต้นกำเนิดมาจากซัปโปโรราเม็งนี่แหละ

・บัตต้า (เนย)

“บัตต้า” หรือเนยนำมาใช้เป็นท็อปปิ้งโดยการสไลซ์เป็นแผ่นใหญ่โปะหน้าราเม็งก่อนรับประทาน โดยขึ้นชื่อในฐานะที่เป็นท็อปปิ้งของซัปโปโรราเม็ง เช่น มิโซะราเม็งและชิโอะราเม็ง หลังจากนั้นก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ

・โนริ

“โนริ” คือ สาหร่ายทะเลอบแห้งแผ่นบางใหญ่ โดยมีกลิ่นหอมน่ารับประทานและรสสัมผัสกรุบกรอบ นอกจากนี้ก็ยังใช้เป็นวัตถุดิบห่อซูชิอีกด้วย เราจะได้เพลิดเพลินกับกลิ่นของโขดหินริมทะเลและแร่ธาตุสูง

・วากาเมะ

“วากาเมะ” คือ สาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่นำไปต้มโปะหน้าราเม็ง โดยเป็นสาหร่ายทะเลซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในหมู่คนญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมและรสสัมผัสกรึบๆเคี้ยวมัน แถมยังมีคุณค่าทางอาหารสูงอีกต่างหาก นอกจากนี้ก็ยังมีราเม็งที่ใช้ส่วนแกนของวากาเมะซึ่งเรียกว่า “คุคิวากาเมะ” ด้วย โดยมีรสสสัมผัสกรึบๆอร่อยไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ

・เบนิโชกะ

“เบนิโชกะ” หรือขิงแดงนับเป็นท็อปปิ้งที่ขาดไม่ได้ของทงคตสึราเม็งเลยก็ว่าได้ โดยเป็นขิงดองเกลือหรือขิงตากแห้งแช่น้ำหมักบ๊วยเค็ม เบนิโชกะนับเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในญี่ปุ่นซึ่งนำมาใช้ทั้งในเมนูทาโกะยากิ, โอโคโนะมิยากิ และยากิโซบะด้วย

・คิคุราเกะ

“คิคุราเกะ” คือ เห็ดหูหนูสีดำซึ่งขึ้นตามท่อนไม้หักโค่นหรือกิ่งไม้แห้งตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง โดยนิยมรับประทานกันตามประเทศแถบเอเชียตะวันออก

วิธีสั่งราเม็ง

วิธีสั่งราเม็งมีทั้งหมด 2 รูปแบบด้วยกันประกอบด้วยการสั่งราเม็งโดยตรงจากพนักงานเหมือนกับร้านอาหารทั่วไปและการสั่งโดยซื้อตั๋วอาหาร ในกรณีที่เป็นตั๋วอาหารจะมีตู้จำหน่ายตั๋วตั้งเอาไว้ให้บริการอยู่ภายในร้าน โดยให้เรากดเลือกเมนูจากตู้แทนหนังสือเมนูและซื้อตั๋วอาหารจากตรงนี้นี่เอง

ส่วนการสั่งอาหารเพิ่มนั้นบางร้านก็สามารถสั่งเพิ่มจากที่นั่งได้เลยโดยจ่ายเพิ่มเป็นเงินสดเอา ส่วนบางร้านก็ต้องเดินไปซื้อตั๋วอาหารเพิ่มที่ตู้เอาเอง เราจึงจำเป็นต้องดูเมนูตอนซื้อตั๋วอาหารและตัดสินใจเลือกให้ดี เนื่องจากบางร้านทงคตสึราเม็งก็มีบริการเพิ่มเฉพาะเส้นที่เรียกว่า “คาเอดามะ” มาเป็นเซ็ตคู่กับตั๋วอาหารตั้งแต่แรกด้วย จึงควรระวังให้ดี

วิธีรับประทานราเม็ง

การทานราเม็งไม่ได้มีแบบแผนตายตัวอะไรก็จริง แต่ก็มัข้อควรระวังและวิธีการรับประทานแนะนำอยู่เหมือนกัน

รีบรับประทานก่อนเส้นอืด

ถ้าเกิดทิ้งเอาไว้นานจนเส้นราเม็งอืดอาจทำให้เสียรสชาติได้ จึงควรรีบทานให้หมดก่อนเส้นอืด

ซู้ดเส้นดังๆก็ได้ไม่มีใครว่า

นอกจากนี้ การซู้ดเส้นเสียงดังในญี่ปุ่นก็ยังเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่เรื่องเสียมารยาทอะไรอีกด้วย ว่ากันว่าการซู้ดเส้นเสียงดังจะทำให้สัมผัสถึงรสชาติของน้ำซุปและรู้สึกว่าอร่อยยิ่งขึ้นนั่นเอง

ทานทั้งเส้นและน้ำซุปไปพร้อมๆกัน

การทานราเม็งขอแนะนำให้ลิ้มลองเส้นและน้ำซุปไปพร้อมๆกันเลยจ้า... เมื่อคีบเส้นราเม็งขึ้นมา น้ำซุปย่อมติดเส้นขึ้นมาด้วย ถ้าเกิดน้ำซุปหมดก่อนอาจทำให้ทานเส้นที่เหลือไม่อร่อยก็ได้

ลองเติมเครื่องเทศที่ชอบดูบ้าง

ร้านราเม็งส่วนใหญ่มักจะตั้งเครื่องปรุงหรือของดองเอาไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นพริกไทย, น้ำมันงารสเผ็ด, กระเทียม, พริก, น้ำส้มสายชู และขิงแดง เป็นต้น ทำให้เราสามารถลองปรุงราเม็งได้ตามใจชอบ คงสนุกไม่น้อยถ้าเกิดระหว่างทานราเม็งลองเติมเครื่องเทศเพื่อเพลิดเพลินกับรสชาติใหม่ๆดูบ้าง

บางร้านก็ไม่สามารถเพิ่มเส้นได้

ฮากาตะราเม็งมีบริการเพิ่มเฉพาะเส้นที่เรียกว่า “คาเอดามะ” ในกรณีที่ต้องการสั่งเส้นเพิ่มขอแนะนำให้สั่งตอนทานเส้นหมดไปแล้วครึ่งหนึ่งเลยค่ะ แล้วก็ควรระวังอย่าลืมเหลือน้ำซุปเอาไว้ด้วยเนอะ

ส่วนร้านทั่วไปนอกจากฮากาตะราเม็งโดยปกติแล้วไม่สามารถสั่งเส้นเพิ่มได้ สำหรับใครที่อยากทานเยอะๆจึงขอแนะนำให้สั่งราเม็งแบบ “โอโมริ (ชามใหญ่)” หรือสั่งเมนูเครื่องเคียงเพิ่มเติมจะดีที่สุด

10 ร้านราเม็งขึ้นชื่อใน “อิเคะบุคุโระ” ย่านแข่งขันราเม็งแห่งโตเกียว

ในโตเกียวเต็มไปด้วยร้านราเม็งมากมายให้เลือกอย่างไม่หวาดไม่ไหว หนึ่งในนั้นก็คือ “อิเคะบุคุโระ” ย่านแข่งขันราเม็งชั้นนำในโตเกียวนั่นเอง โดยเราสามารถเพลิดเพลินได้ตั้งแต่ร้านยอดนิยมที่มีสาขาทั่วประเทศไปจนถึงร้านสุดเอกลักษณ์เลยค่ะ ^^

1. Misoyaseibee (มิโซะยะเซเบ)

Misoyaseibee (มิโซะยะเซเบ) ร้านมิโซะราเม็งแห่งนี้มีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปมิโซะรสชาติเข้มข้นมากที่สามารถดึงความหวานและรสชาติของมิโซะออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยวิธีการรับประทานที่ดีที่สุดก็คือการคนทั้งท็อปปิ้ง, เส้น และน้ำซุปให้เข้ากันก่อนทาน

2. Ichiran (อิจิรัน)

Ichiran (อิจิรัน) คือ ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องทงคตสึราเม็งซึ่งขยายสาขาไปไกลถึงต่างประเทศ โดยแต่ละที่นั่งจะมีแผงกั้นเอาไว้ราวกับเป็นห้องส่วนตัว ทำให้เราสามารถทานราเม็งได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลสายตาของพนักงานหรือลูกค้าคนอื่นๆ ส่วนเมนูของร้านมีเฉพาะทงคตสึราเม็งเท่านั้น เมื่อได้ที่นั่งแล้วก็เลือกระดับความเข้มข้นของรสชาติและความแข็งของเส้นจากกระดาษบนโต๊ะและสั่งได้เลยจ้า... นอกจากนี้ ในโตเกียวก็ยังมีสาขา อาซากุสะ, ชินจุกุ, ชิบุย่า และอื่นๆอีกด้วย สาขาอื่นๆนอกจากอิเคะบุคุโระสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้จาก เว็บไซต์หลัก

ที่อยู่:Sunnyside Building 102, 1 Chome-39-11 Higashiikebukuro, Toshima-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3989-0871
เว็บไซต์หลัก:http://www.ichiran.co.jp/index_hp.html

3. Menya rokkandou (เมนยะ รกคันโด)

Menya rokkandou (เมนยะ รกคันโด) แห่งนี้ขึ่นชื่อเรื่องราเม็งแคลอรี่ต่ำที่ใช้น้ำซุปสกัดมาจากปลาเท่านั้นโดยไม่ใส่เครื่องปรุงอะไรเลย โดยมีเมนูยอดนิยมเป็น “ชิโอะกรีนเมนยาซุมิสึบะ” ราเม็งเส้นสีเขียวที่ทำมาจาก “ยูกลีนา” รวมสารอาหารกว่า 59 ชนิด ลืมบอกว่าที่นี่เป็นร้านสั่งแบบซื้อตั๋วอาหารนะจ๊ะ...

ที่อยู่:Cosmo Higashi-ikebukuro 101, 2 Chome-57-2 Higashiikebukuro, Toshima-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-5952-6006
เว็บไซต์หลัก:https://www.facebook.com/menyarockando/

4. Torinoana (โทริ โนะ อานะ)

เมื่อเอ่ยถึง “โทริไบตัน” ในอิเคะบุคุโระแล้วจะต้องนึกถึง Torinoana (โทริ โนะ อานะ) อย่างแน่นอน ที่นี่จำหน่ายราเม็งซุปน้ำข้นสีขาวที่สกัดมาจากกระดูกไก่ โดยมีท็อปปิ้งเป็นชาชูเนื้อน่องไก่และไก่โซโบโระ

ที่อยู่:Keita Building 1F, 1-39-20 Higashiikebukuro Toshima Tokyo
เบอร์โทรศัพท์:03-3986-2811
เว็บไซต์หลัก:http://torinoana.favy.jp/

5. Mouko tammen nakamoto (โมโคะ ทัมเมน นากาโมโตะ)

Moukotammen nakamoto (โมโคะ ทัมเมน นากาโมโตะ) คือ ร้านสุดเอกลักษณ์ที่จำหน่ายมิโซะราเม็งรสเผ็ด โดยมีเมนูมาตรฐานเป็นมิโซะทัมเมนความเผ็ดระดับ 3 น้ำซุปมีสีแดงอ่อน ถ้าเกิดเพิ่มความเผ็ดขึ้น น้ำซุปก็จะยิ่งแดงมากขึ้นไปอีก เนื่องจากสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตามใจชอบ เราจึงสามารถท้าทายตัวเองด้วยความเผ็ดระดับต่างๆได้อย่างอิสระ สำหรับใครที่ทานเผ็ดไม่ค่อยได้ก็ขอแนะนำให้เลือกเมนูชิโอะทัมเมนความเผ็ดระดับ 0 เลยจ้า... นอกจากในอิเคะบุคุโระแล้วก็ยังมีสาขาอื่นๆภายในเมืองอีกด้วย สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จาก เว็บไซต์หลัก

ที่อยู่:Kindai Group 2nd Building, 1-12-15 Higashi ikebukuro,Toyoshima,Tokyo
เบอร์โทรศัพท์:03-5954-1123
เว็บไซต์หลัก:http://www.moukotanmen-nakamoto.com/

6. Karashibi miso ramen Kikambou (คาราชิบิ มิโซะราเม็ง คิคัมโบ)

Karashibi misoramen Kikambou (คาราชิบิมิโซะราเม็ง คิคัมโบ) คือ ร้านราเม็งที่ขยายสาขาไปไกลถึงไต้หวัน โดยเป็นร้านจำหน่ายมิโซะราเม็งที่มีท็อปปิ้งให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นผักหรือชาชู เช่น “พาคุชีคาราชิบิมิโซะราเม็ง” มิโซะราเม็งโรยหน้าผักชี เป็นต้น นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือกระดับความเผ็ดและวัตถุดิบเผ็ดร้อนจาก “คาระ” และ “ชิบิ” ทั้ง 5 ระดับได้อีกด้วยนะเออ...

ที่อยู่:1 Chome-13-14 Higashiikebukuro, Toshima-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-5396-4202
เว็บไซต์หลัก:http://karashibi.com/index.html

7. Bejipota tsukemen enji (เบจิโปตะ ทสึเคเมน เอ็นจิ)

“เบจิโปตะ” หมายถึง ซุปผักนานาชนิด เช่น มันฝรั่ง, หอมใหญ่ และมะเขือเทศผสมซุปสต็อกปลาและกระดูกหมู เนื่องจากน้ำซุปเป็นซุปผัก จึงมีส่วนผสมของผักนานาชนิดแบบจัดเต็มราวกับเป็นสตูว์เลยทีเดียว โดยเราสามารถเลือกเป็น “เส้นจมูกข้าว” หรือ “เส้นเหนียวนุ่ม” ก็ได้ตามใจต้องการ “เส้นจมูกข้าว” มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ส่วน “เส้นเหนียวนุ่ม” มีรสสัมผัสนุ่มลิ้นฟินเว่อร์

ที่อยู่:2-48-2 Ikebukuro Toshima Tokyo
เบอร์โทรศัพท์:03-3985-6405

8. MUTEKIYA (มุเทคิยะ)

ชาชูของร้านทงคตสึราเม็ง MUTEKIYA (มุเทคิยะ) เป็นเนื้อชิ้นหนารสสัมผัสนุ่มลิ้นถึงขนาดว่าใช้ตะเกียบตัดขาดได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ ถ้าเกิดโรยหน้าด้วยผงปลาโอแห้งก็จะได้รสชาติของปลาด้วย ทำให้ได้รสชาติที่แตกต่างกันออกไป

ที่อยู่:1 Chome-17-1 Minamiikebukuro, Toshima-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3982-7656
เว็บไซต์หลัก:http://www.mutekiya.com/

9. Taishoken (ไทโชเค็ง)

Taishoken (ไทโชเค็ง) คือ ร้านจำหน่าย “โทคุเซโมริโซบะ” ต้นตำรับของทสึเคเมน แน่นอนว่าทั้งน้ำซุป, ชาชู, เส้น และหน่อไม้ดองเป็นวัตถุดิบโฮมเมดของทางร้านทั้งหมด โดยทางร้านใช้ความพยายามอย่างมากในการรักษารสชาติของน้ำซุปเพื่อไม่ให้รสชาติเพี้ยน นอกจากทสึเคเมนแล้วก็ยังจำหน่ายจูกะโซบะหรือที่เรียกกันว่าโตเกียวราเม็งอีกด้วย แถมยังมีสาขาในสนามบินฮาเนดะด้วยนะเออ... สาขาอื่นๆนอกจากในอิเคะบุคุโระสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ เว็บไซต์หลัก

ที่อยู่:2 Chome-42-8 Minamiikebukuro, Toshima-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3981-9360
เว็บไซต์หลัก:http://www.tai-sho-ken.com/top.html

10. Hulu-lu

Hulu-lu คือ ร้านคอนเส็ปต์ “ฮาวาย” สุดโปรดของเจ้าของร้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงก็สามารถเข้ามาดื่มด่ำกับราเม็งสไตล์คาเฟ่ในฮาวายคนเดียวได้อย่างสบายใจ ส่วนเมนูมี 4 อย่างด้วยกันประกอบด้วยโชยุ, ชิโอะ, มิโซะ และมาเซโซบะรสเผ็ดซึ่งใช้น้ำจากฮาวาย ที่นี่เป็นร้านสั่งแบบซื้อตั๋วอาหารนะจ๊ะ...

ที่อยู่:2 Chome-60-7 Ikebukuro, Toshima-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3983-6455
เว็บไซต์หลัก:http://www.hulu-lu.com/

19 ราเม็งท้องถิ่นในญี่ปุ่น

1. “ซัปโปโรราเม็ง” ฮอกไกโด

“ซัปโปโรราเม็ง” คือ ราเม็งที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองซัปโปโรซึ่งติด 1 ใน 3 ราเม็งของญี่ปุ่น โดยมาตรฐานแล้วจะใช้น้ำซุปสกัดจากกระดูกหมูสีใสและปรุงรสด้วยโชยุ, ชิโอะ และมิโซะแตกต่างจากทงคตสึของฮากาตะ เส้นมีลักษณะอวบใหญ่เป็นลอนคลื่น ส่วนท็อปปิ้งมีให้เลือกเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็นผัดผัก, ข้าวโพด, เนื้อมิโซะ, วากาเมะ หรือเนย เป็นต้น แถมยังมีราเม็งใส่ปูด้วยนะเออ...

2. “ฮาโกดาเตะราเม็ง” ฮอกไกโด

“ฮาโกดาเตะราเม็ง” คือ ชิโอะราเม็งเมืองฮาโกดาเตะ แถวฮาโกดาเตะเรียกกันว่า “ราเม็ง” หรือ “ชินะโซบะ” น้ำซุปทำมาจากซุปดาชิสกัดจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ผสมซอสเกลือ น้ำซุปมีสีใส เส้นมีลักษณะตรง-อวบปานกลาง ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งชาชู, หน่อไม้ดอง, ต้นหอม, ผักขม, ข้าวโพด, ฟุ และนารูโตะ

3. “อาซาฮิกาวะราเม็ง” ฮอกไกโด

“อาซาฮิกาวะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ภายในเมืองอาซาฮิกาวะ น้ำซุปโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นน้ำสต็อกที่สกัดมาจากปลา, กระดูกหมู และกระดูกไก่รสโชยุ โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่มีน้ำมันหมูลอยอยู่บนผิวน้ำซุป ทำให้น้ำซุปไม่เย็นชืดจากอากาศหนาวในฤดูหนาวนี่แหละ บอกเลยว่ารสชาติเข้มข้นสุดๆ โดยมีร้านขึ้นชื่อเป็น “ราเม็งซันโตกะ” ในอาซาฮิกาวะซึ่งมีสาขาทั่วญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้ำซุปเป็นซุปทงคตสึสีขาวขุ่น รสชาติเบาๆทานง่าย และมีไฮไลท์เป็นท็อปปิ้งบ๊วยลูกเล็ก

4. “โยเนะซาวะราเม็ง” จ.ยามากาตะ

“โยเนะซาวะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในโยเนะซาวะซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่เส้นบางเป็นลอนคลื่นและน้ำซุปรสโชยุรสชาติเบาๆทานง่าย ร้านราเม็งส่วนใหญ่ใช้น้ำซุปที่สกัดมาจากผัก, กระดูกไก่ และปลานิโบชิ ชาวโยเนะซาวะไม่ได้เรียกว่า “ราเม็ง” แต่เรียกกันว่า “จูกะโซบะ”

5. “ชิราคาวะราเม็ง” ฟุกุชิมะ

“ชิราคาวะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในเมืองชิราคาวะ

โดยเป็นราเม็งที่มีต้นกำเนิดมาจาก “Tora Shokudo (โทระ โฉะคุโด)” ในเมืองชิราคาวะซึ่งเป็นโชยุราเม็งที่สกัดมาจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ เอกลักษณ์ของมันอยู่ที่น้ำซุปใสและเส้นกว้างเป็นลอนคลื่นนี่แหละ ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งต้นหอม, ชาชู, หน่อไม้ดอง, นารูโตะ และผักขม

6. “คิตะกาตะ” จ.ฟุกุชิมะ

“คิตะกาตะ” คือ ราเม็งท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองคิตะกาตะซึ่งเป็น 1 ใน 3 ราเม็งของญี่ปุ่น น้ำซุปดาชิส่วนใหญ่แล้วเป็นรสโชยุซึ่งสกัดมาจากปลานิโบชิหรือกระดูกหมู นอกจากนี้ บางร้านก็ยังจำหน่ายราเม็งรสชิโอะและรสมิโซะด้วย โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่เส้นแบนอวบเป็นลอนคลื่น ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งชาชู, ต้นหอม, หน่อไม้ดอง และนารูโตะ เป็นต้น

7. “ซาโนะราเม็ง” จ.โทจิกิ

“ซาโนะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในเมืองซาโนะ โดยเป็นราเม็งขึ้นชื่อเรื่องการใช้ไม้ไผ่ลำอวบนวดเส้น น้ำซุปดาชิมีทั้งสกัดมาจากกระดูกไก่และกระดูกหมูขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน แต่ไม่ว่าจะสกัดมาจากอะไรก็เป็นรสโชยุเข้มข้นแสนอร่อยเหมือนกันหมด ส่วนเส้นก็มีทั้งแบบเหนียวนุ่ม, อวบปานกลาง, เรียวบาง และแบนขึ้นอยู่กับแต่ละร้านเช่นเดียวกัน ท็อปปิ้งมีทั้งชาชู, ต้นหอม, นารูโตะ และหน่อไม้ดอง

8. “โตเกียวราเม็ง” โตเกียว

“โตเกียวราเม็ง” นี้ขึ้นชื่อเรื่องโชยุราเม็งเลยจ้า... น้ำซุปสกัดมาจากปลานิโบชิหรือผักโดยใช้กระดูกไก่เป็นหลัก น้ำซุปรสโชยุและเส้นบางระดับปานกลางมีลักษณะเป็นลอนคลื่นนับเป็นมาตรฐานของราเม็งญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยมีชื่อเรียกทั้ง “จูกะโซบะ” “ชินะโซบะ” และ “โชยุราเม็ง” เมื่อเอ่ยถึงราเม็งโดยทั่วไปแล้ว ในโตเกียวมักจะหมายถึงโชยุราเม็งมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อนแล้วล่ะค่ะ ^^

9. “โยโกฮาม่าอิเอะเคราเม็ง” จ.คานากาว่า

บางครั้งก็เรียกกันว่า “อิเอะเค” เนื่องจากส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นมักจะตั้งชื่อร้านค้าว่า「~家 (ยะ)」จึงเรียกกันว่า “อิเอะเค”

โดยใช้น้ำซุปที่สกัดมาจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ปรุงรสโชยุซึ่งเรียกว่า “ทงคตสึโชยุเบส” เส้นมีลักษณะอวบใหญ่ ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งผักขม, ชาชู และสาหร่ายทะเล

10. “ทาคายาม่าราเม็ง” จ.กิฟุ

“ทาคายาม่าราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในเมืองทาคายาม่า บางครั้งก็เรียกกันว่า “ฮิดะราเม็ง” น้ำซุปสกัดมาจากปลาโอแห้งและผักโดยใช้กระดูกไก่เป็นหลัก

ราเม็งโดยทั่วไปแล้วจะผสมซอสที่เรียกว่า “คาเอชิ” เข้ากับน้ำซุปก็จริง แต่สำหรับทาคายาม่าราเม็งนั้นมีเอกลักษณ์อยู่ที่ปรุงรสน้ำซุปและนำไปต้มแบบโต้งๆเลยนี่แหละ น้ำซุปใสรสโชยุสไตล์ญี่ปุ่นมีรสชาติเข้มข้น ส่วนเส้นมีลักษณะแบนเรียวบางเป็นลอนคลื่น ท็อปปิ้งประกอบด้วยต้นหอม, ชาชู, หน่อไม้ดอง และนารูโตะ ทาคายาม่าราเม็งมีความใกล้เคียงกับโชยุราเม็งมาตรฐานมากทีเดียว

11. “เกียวโตราเม็ง” เกียวโต

นับเป็นเรื่องน่าตกใจที่ราเม็งก็ได้รับความนิยมแม้กระทั่งในเมืองเก่าอย่างเกียวโต “เกียวโตราเม็ง” มีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปรสชาติเข้มข้นแตกต่างจากภาพลักษณ์ของชาวเมืองโตเกียวที่ชื่นชอบอาหารรสชาติเบาๆ น้ำซุปเข้มข้นรสโชยุสกัดมาจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่และผัก เส้นมีลักษณะตรง-อวบปานกลาง ส่วนท็อปปิ้งมีมากมายหลายแบบขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน

เมื่อเอ่ยถึงร้านจำหน่ายเกียวโตราเม็งขึ้นชื่อแล้วก็ต้องยกให้ “Tenka ippin (เท็งกะอิปปิน)” เลยค่ะ โดยมีเมนูยอดนิยมเป็นโชยุราเม็งรสชาติเข้มข้น

12. “วากายาม่าราเม็ง” จ.วากายาม่า

“วากายาม่าราเม็ง” คือ ราเม็งท้องถิ่นที่สามารถหาทานได้ตามโรงอาหารหรือร้านราเม็งทางตอนเหนือของจ.วากายาม่า โดยสามารถเรียกได้ทั้ง “จูกะโซบะ” และ “จูกะ” น้ำซุปเป็นรสทงคตสึโชยุ เส้นมีลักษณะตรง-เรียวบาง ส่วนท็อปปิ้งประกอบด้วยต้นหอมอาโอเนกิ, หน่อไม้ดอง, ชาชู และลูกชิ้นปลาที่เรียกว่า “จิโยมากิ”

13. “โอโนมิจิราเม็ง” จ.ฮิโรชิม่า

“โอโนมิจิราเม็ง” คือ ราเม็งท้องถิ่นทางฝั่งตะวันออกของจ.ฮิโรชิม่าภายในเมืองโอโนมิจิ ถึงแม้ว่าแต่ละร้านจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้วัตถุดิบเป็นปลาตัวเล็กตากแห้งที่เรียกว่า “อิริโกะ” และน้ำซุปรสโชยุสกัดมาจากกระดูกไก่ เส้นมีลักษณะแบนรสสัมผัสกรึบๆโรยหน้าด้วยต้นหอมอาโอเนกิ, ชาชู หน่อไม้ดอง และเนื้อมันส่วนหลังหมูบดชิ้นโต

14. “ฮิโรชิม่าราเม็ง” จ.ฮิโรชิม่า

“ฮิโรชิม่าราเม็ง” คือ โชยุทงคตสึราเม็งที่สามารถหาทานได้ภายในเมืองฮิโรชิม่าและบริเวณโดยรอบ น้ำซุปสกัดมาจากกระดูกหมู, กระดูกไก่ หรือผักจนมีสีขาวขุ่นและปรุงรสด้วยซอสโชยุจนมีสีราวกับกาแฟนมรสชาติเบาๆทานง่ายโดยไม่มีกลิ่นคาวของกระดูกหมูมากวนใจ ตั้งแต่ทางตอนกลางไปจนถึงฝั่งตะวันออกของจ.ฮิโรชิม่าส่วนใหญ่จะเป็นโอโนมิจิราเม็งและฟุคุยามะราเม็งซึ่งมีรสชาติและเส้นแตกต่างจากฮิโรชิม่าราเม็ง

15. “คุรุเมะราเม็ง” จ.ฟุกุโอกะ

“คุรุเมะราเม็ง” คือ ราเม็งเส้นตรงเรียวบางในน้ำซุปทงคตสึสีขาวขุ่นซึ่งสามารถหาทานได้ภายในเมืองคุรุเมะ โดยเป็นเมนูที่เกิดมาจากความผิดพลาดที่ว่าต้มนานเกินไปจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวขุ่น

เมนูนี้ขึ้นชื่อเรื่องการใส่กระดูกหมูป่นซึ่งช่วยยกระดับรสชาติราเม็งให้อร่อยมากยิ่งขึ้น จึงมีเอกลักษณ์อยู่ที่มีกระดูกป่นจมอยู่ก้นน้ำซุปนี่แหละ แม้ในปัจจุบันก็สามารถลิ้มลองเมนูทงคตสึราเม็งสูตรต้นตำรับได้ที่ Nankinsenryou (นันคินเซ็นเรียว) ร้านแผงลอยด้านหน้าสถานีคุรุเมะ Nishitetus ช่วงนี้มีร้านค้าที่จำหน่ายราเม็งในน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่นแต่ไม่มีกลิ่นคาวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

16. “ฮากาตะราเม็ง” จ.ฟุกุโอกะ

“ฮากาตะราเม็ง” คือ ราเม็งเส้นตรง-เรียวบางมากในน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่นที่สามารถหาทานได้ภายในเมืองฟุกุโอกะ โดยเป็น 1 ใน 3 ราเม็งของญี่ปุ่น เมนูนี้นับเป็นเมนูพื้นฐานของร้านราเม็งแผงลอยก็จริง แต่ก็มีจำหน่ายตามร้านแฟรนไชส์ราเม็งมากมายเช่นเดียวกัน

หลังจากยุครุ่งเรืองของทงคตสึราเม็งเป็นต้นมา เมื่อเอ่ยถึง “ฮากาตะราเม็ง” ส่วนใหญ่แล้วมักหมายถึง “ทงคตสึราเม็ง” นี่แหละ โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่น เส้นเรียวบางมาก และมีบริการ “คาเอดามะ” เพิ่มเฉพาะเส้น บนโต๊ะจะมีการจัดเตรียมทั้ง “ซอสปรุงรสราเม็ง” “ขิงแดง” “พริกไทย” และ “ผักกาดดองรสเผ็ด” สำหรับใส่ในน้ำซุปที่เจือจางลงหลังการสั่งเส้นเพิ่มเอาไว้ด้วย เราจึงสามารถเปลี่ยนรสชาติได้ตามใจชอบเลยจ้า... ร้านราเม็งส่วนใหญ่จำหน่ายทงคตสึราเม็งแบบไม่มีกลิ่นคาวมากกว่าคุรุเมะราเม็ง ฮากาตะราเม็งนี้มีร้านขึ้นชื่อเป็น「Hakata Ippudo (ฮากาตะ อิปปูโด)」และ「Ichiran (อิจิรัน)」ซึ่งขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่น, อเมริกาเหนือ และเอเชีย ทำให้เป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลกเลยทีเดียว

17. “คุมาโมโตะราเม็ง” จ.คุมาโมโตะ

"คุมาโมโตะราเม็ง” ก็เป็นหนึ่งในทงคตสึราเม็งเช่นเดียวกัน โดยเป็นราเม็งที่มีต้นกำเนิดมาจากคุรุเมะผ่านเมืองทามานะ จ.คุมาโมโตะมาแพร่หลายที่เมืองคุมาโมโตะและบริเวณโดยรอบ โดยนิยมใช้เส้นค่อนข้างอวบหนากว่าคุรุเมะราเม็งและน้ำซุปดาชิที่สกัดมาจากกระดูกหมูและกระดูกไก่ นอกจากนี้ก็ยังมีเอกลักษณ์อยู่ที่ใช้ท็อปปิ้งเป็นกระเทียมกรอบและซอสสีดำกลิ่นหอมที่เรียกว่า “มายุ” อีกด้วย

18. “โทคุชิม่าราเม็ง” จ.โทคุชิม่า

“โทคุชิม่าราเม็ง” คือ ราเม็งท้องถิ่นของจ.โทคุชิม่าซึ่งเรียกกันว่า “จูกะโซบะ” และ “โซบะ”

โทคุชิม่าราเม็ง” มีทั้งหมด 3 แบบด้วยกันประกอบด้วย “ชาเค(แบบสีน้ำตาล)” ราเม็งรสโชยุเข้มข้นที่สกัดมาจากกระดูกหมู, “โคเค(แบบสีเหลือง)” ราเม็งสีเหลืองทองใสของโชยุและโชยุขาวรสชาติเบาๆที่สกัดมาจากกระดูกไก่ และ “ฮัคเค(แบบสีขาว)”” ราเม็งสีใกล้เคียงกับทงคตสึราเม็งปรุงรสโชยุหรือโชยุขาวรสชาติเบาๆที่สกัดมาจากกระดูกหมู

19. “คาโกชิม่าราเม็ง” จ.คาโกชิม่า

คาโกชิม่าราเม็ง” คือ ทงคตสึราเม็งที่ว่ากันว่าไม่ได้รับอิทธิพลจากคุรุเมะราเม็งหนึ่งเดียวในคิวชู น้ำซุปทงคตสึสกัดมาจากกระดูกไก่และผัก รวมถึงของแห้งอย่างปลานิโบชิหรือเห็ดหอมแห้งให้รสชาติเข้มข้นถึงใจ เส้นส่วนใหญ่จะมีลักษณะอวบปานกลางสีขาวโพลน โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่ทั้งเส้นและน้ำซุปจะมีลักษณะแตกต่างกันตามแต่ละร้านนี่แหละ ถึงแม้จะเป็นน้ำซุปทงคตสึ แต่กลับมีรสชาติเบาๆและไม่ได้มีสีขาวขุ่น

ร้านราเม็งท้องถิ่น

Shin-Yokohama Rāmen Museum (พิพิธภัณฑ์ราเม็งชินโยโกฮาม่า)

Shin-Yokohama Rāmen Museum (พิพิธภัณฑ์ราเม็งชินโยโกฮาม่า) แหล่งรวมราเม็งท้องถิ่นขึ้นชื่อจากทั่วญี่ปุ่นแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าขึ้นชื่อจากทั่วญี่ปุ่นกว่า 10 ร้านด้วยกัน เนื่องจากมีการแนะนำร้านค้าที่มาออกร้านเอาไว้ในโฮมเพจ Facebook, Twitter และ Instagram ทางการ สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่วงหน้ากันได้เลยจ้า...

ที่อยู่:2 Chome-14-21 Shinyokohama, Kōhoku-ku, Yokohama-shi, Kanagawa-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.raumen.co.jp/

Tokyo Ramen Kokugikan Mai (โตเกียว ราเม็ง โคคุกิคัง ไม)

Tokyo Ramen Kokugikan Mai (โตเกียว ราเม็ง โคคุกิคัง ไม) ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5F ของ AQUA CiTY ODAIBA แห่งนี้เป็นแหล่งที่สามารถหาทานราเม็งท้องถิ่นได้อย่างง่ายดายภายในโตเกียว โดยมีการออกร้านราเม็งขึ้นชื่อจากทั่วญี่ปุ่นภายในระยะเวลาจำกัด เอกลักษณ์ของที่นี่อยู่ที่การจำหน่ายเมนูออริจินอลที่ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหนในโลกนี่แหละ โดยมีแนะนำร้านค้าเอาไว้ในโฮมเพจและ Facebook ทางการเช่นเดียวกัน

ที่อยู่:AQUA CiTY ODAIBA, 1 Chome-7-1 Daiba, Minato-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3599-4700
เว็บไซต์หลัก:http://www.aquacity.jp/tokyo_ramen_kokugikan/

6 ร้านราเม็งระดับมิชลินสตาร์

Japanese Soba Noodles Tsuta (ทสึตะ)

Tsuta (ทสึตะ) ที่มีสาขาในสุกาโมะ เขตโทโยชิมะแห่งนี้เป็นร้านราเม็งขึ้นชื่อที่คว้ารางวัลมิชลินสตาร์มาได้แห่งแรกในโลก เนื่องจากมีผู้คนมายืนรอต่อแถวหน้าร้านกันมากมายจนรบกวนบริเวณข้างเคียง ในปัจจุบันจึงกลายเป็นระบบแจกบัตรคิวไปในที่สุด โดยมีเสน่ห์อยู่ที่ภายในร้านเรียบหรูดูดีราวกับเป็นภัตตาคารสุดหรูเลยนี่แหละ

ส่วนเมนูก็มีให้เลือกอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นโชยุ, ปลานิโบชิ, มิโซะ, ชิโอะ และเรดชิลลี่ (รสเผ็ดจากมะเขือเทศและพริก) โชยุราเม็งมีจุดเด่นทั้งด้านความอร่อยและรูปร่างหน้าตาน่ารับประทาน จึงขอแนะนำเลยว่าห้ามพลาดจ้า...

ที่อยู่:1 Chome-14-1 Sugamo, Toshima-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3943-1007
เว็บไซต์หลัก:http://ameblo.jp/yuki-onishi/

ร้านราเม็งระดับดาวชมเชย

นอกจากนี้ มิชลินไกด์ก็ยังมีระดับ “Bib Gourmand” สำหรับร้านอาหารที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคาและจำหน่ายอาหารคุณภาพดีด้วย เดี๋ยวเรามาแนะนำร้านราเม็งที่ได้รับรางวัลนี้กันหน่อยดีกว่าค่ะ ^^

Chuukasoba Aoba (จูกะโซบะ อาโอบะ) สาขานากาโนะ

Chuukasoba Aoba (จูกะโซบะ อาโอบะ) คือ ร้านราเม็งซึ่งเป็นต้นตำรับของดับเบิลซุปที่ผสมผสานระหว่างกระดูกหมูและปลา โดยมีรสชาติเบาๆไม่หนักท้อง จูกะโซบะมีราคา 650 เยน~ ทสึเคเมนราคา 700 เยน~ โดยเราสามารถเพิ่มเงินอีกเพียง 200 เยนเพื่ออัพเป็นเมนูพิเศษที่ใส่วัตถุดิบทุกอย่างได้ด้วยนะจ๊ะ... ในโตเกียวมีทั้งหมด 11 สาขา เช่น นากาโนะ, ชินจุกุ, อิเคะบุคุโระ, โอคาชิมาจิ และอื่นๆ ส่วนนอกโตเกียวมีทั้งในจ.คานากาว่าและจ.ไซตามะ สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จาก เว็บไซต์หลัก

เว็บไซต์หลัก:http://www.nakano-aoba.jp/

Ishin (อิชิน)

Ishin (อิชิน) คือ ร้านราเม็งที่สามารถเพลิดเพลินกับราเม็งน้ำซุปที่สกัดมาจากกระดูกไก่ “ซันซุยจิโดริ” ของโอกายาม่าและน้ำซุปปลานิโบชิได้

น้ำซุปกระดูกไก่มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกันประกอบด้วยรสโชยุและรสชิโอะ เมนูโชยุราเม็งพื้นฐานราคา 750 เยน โดยมีราคาแตกต่างกันไปตามท็อปปิ้ง เช่น ไข่ต้มปรุงรส, วันตัน และชาชู เป็นต้น ส่วนเมนูโชยุราเม็งพิเศษที่ใส่วัตถุดิบทุกอย่างมีราคาสุดคุ้มเพียง 980 เยนเท่านั้น แถมยังมีรสยูซุชิโอะอีกด้วย เมนูนิโบชิราเม็งราคา 750 เยน ทสึเคเมนราคา 800 เยน~ และอาบูระโซบะราคา 780 เยน เมนูมื้อกลางวันจำหน่ายข้าวหน้าเนื้อและข้าวหน้าไก่ในราคาเพียง 150 เยน

ที่อยู่:Sun Rion Building 1F, 3 Chome-4-1 Kamiōsaki, Shinagawa-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3444-8480
เว็บไซต์หลัก:http://ameblo.jp/ishinkouta/

Ginzakagari (กินซ่าคาการิ) Echika สาขากินซ่า

Ginzakagari (กินซ่าคาการิ) Echika ดูจากลักษณะภายนอกร้านแล้วดูเหมือนร้านซูชิสุดหรูมากกว่าจะเป็นร้านราเม็ง การสั่งอาหารไม่ใช้แบบซื้อตั๋วอาหาร แต่ต้องสั่งจากพนักงานร้านโดยตรง น้ำซุปกระดูกไก่สีขาวขุ่นมีรสหวานของผักทำให้นึกถึงซุปผักรสชาติเข้มข้นเลยทีเดียว โทริไพตัน SOBA ราคา 650 เยน ทสึเคะ SOBA ราคา 980 เยน

ที่อยู่:Echika fit Ginza, 2-1-2 Ginza, Chūō-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3561-0717

Mensakedokoro Burari (เมนซาเคะโดโคโระ บุราริ)

Mensakedokoro Burari (เมนซาเคะโดโคโระ บุราริ) คือ ร้านสุดเอกลักษณ์ที่ชั้น 1F เป็นร้านราเม็ง ส่วนชั้น 2F เป็นร้านกินดื่ม โดยมีเมนูขึ้นชื่อเป็นราเม็งซุปกระดูกไก่รสชาติเบาๆแต่นุ่มลึก เอกลักษณ์ของมันอยู่ที่น้ำซุปสีเหลืองทองใสนี่แหละ โทริโซบะ 700 เยน โทริไพตันราเม็ง 820 เยน และโทริไพตันทสึเคเมน 870 เยน

ที่อยู่:5-52-5 Higashinippori Arakawa Tokyo
เบอร์โทรศัพท์:03-3805-9766

Mugito oribu (มูกิโตะโอรีบุ)

Mugito oribu (มูกิโตะโอรีบุ) คือ ร้านราเม็งที่สามารถเลือกเมนูได้จากน้ำซุป 3 ประเภทด้วยกันประกอบด้วยน้ำซุปกระดูกไก่รสโชยุ, น้ำซุปหอยกาบ 100% และน้ำซุปแบบทริปเปิลผสม 2 อย่างแรกกับปลานิโบชิ โทริ (ไก่) SOBA ราคา 880 เยน, ฮามากุริ (หอยกาบ) SOBA ราคา 980 เยน, โทริ・นิโบชิ・ฮามากุริ SOBA ราคา 980 เยน

ที่อยู่:Ginza Stella Building 1F, 6 Chome-12-12 Ginza, Chūō-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3571-2123
Twitter ทางการ :https://twitter.com/mugiori

5 ร้านราเม็งฮาลาล & มังสวิรัติ

Naritaya (นาริตะยะ)

Naritaya (นาริตะยะ) คือ ร้านจำหน่ายมาเซโซบะและราเม็งฮาลาลที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ “มาเซโซบะ” ใส่เนื้อไก่มาแบบเน้นๆซึ่งรับประทานโดยการคนซอสกับวัตถุดิบทุกอย่างเข้าด้วยกัน ส่วนราเม็งรสโชยุสกัดมาจากกระดูกไก่ใช้เส้นรสสัมผัสเหนียวนุ่ม ภายในร้านมีการจัดเตรียมห้องละหมาดเอาไว้ให้ด้วยนะเออ... มาเซโซบะราคา 700 เยน วันอังคาร・วันพุธราคา 500 เยน ราเม็งจูโมริ(ไซส์ใหญ่)ราคา 700 เยน

ที่อยู่:2 Chome-7-13 Asakusa, Taitō-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-4285-9806
เว็บไซต์หลัก:http://www.fellowscompany.jp/naritaya

T's TanTan (ตันตัน)

 

T's TanTan (ตันตัน) คือ ร้านราเม็งมังสวิรัติที่ตั้งอยู่ภายในสถานีโตเกียว ที่นี่ใช้เฉพาะวัตถุดิบมังสวิรัติเท่านั้นโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์หรือปลาเลย เมนูเกี๊ยวซ่าและไก่คาราอาเกะทั้งหมดทำมาจากถั่วเหลือง T's TanTan Plain ราคา 800 เยน

ที่อยู่:JR Tokyo Station 1F Yaesu Minami Gate, 1 Chome-9-1 Marunouchi, Chiyoda-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3218-8040
เว็บไซต์หลัก:http://ts-restaurant.jp/

วีแกนคาเฟ่ & บาร์ Cafe the 6BT

6BT แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องราเม็งมังสวิรัติซึ่งทำมาจากถั่วเหลือง ตันตันเมนมังสวิรัติซึ่งน้ำซุปสกัดมาจากผักและถั่วเหลืองแน่นอนว่าไม่ใช้ทั้งวัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์และน้ำตาลเลยแม้แต่นิดเดียว ด้วยเหตุนี้จึงมีแคลอรี่ต่อชามต่ำกว่า 500kcal ราคา 800 เยน

ที่อยู่:Fonte Roppongi 1F, 9 Chome-6-26 Akasaka, Minato-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-6455-4626
เว็บไซต์หลัก:http://6bt.jp/

Soranoiro (โซระโนะอิโระ)

Soranoiro (โซระโนะอิโระ) คือ ร้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Tokyo Metro Yūrakuchō Line「Kōjimachi Station」โดยเราสามารถหาทานโซบะมังสวิรัติที่ไม่ใช้วัตถุดิบเป็นเนื้อสัตว์ได้ที่นี่เลย ส่วนเส้นมีทั้งเส้นหมี่ขาวปราศจากกลูเตนและเส้นโซบะมังสวิรัติแบบแบนผสมปาปริก้า น้ำซุปผสมผสานระหว่างน้ำซุปผักหอมใหญ่กับกะหล่ำปลีและพูเรซึ่งทำมาจากแครอท, มะเขือเทศ และหอมใหญ่เคลือบน้ำมันโอลีฟแช่เย็น ส่วนท็อปปิ้งก็คล้ายกับสลัดทั่วไป เมนูโซบะมังสวิรัติใส่ผักตามฤดูกาลราคา 800 เยน

ที่อยู่:Blue Building 1B, 1 Chome-3-10 Hirakawachō, Chiyoda-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3263-5460
เว็บไซต์หลัก:http://soranoiro-vege.com/

Menyakaijin (เมนยะไคจิน) สาขาชินจุกุ

Menyakaijin (เมนยะไคจิน) คือ ร้านชิโอะราเม็งที่ตั้งอยู่ใกล้กับ JR Shinjuku Station โดยขึ้นชื่อเรื่องชิโอะราเม็งปรุงรสน้ำซุปดาชิที่สกัดมาจากอาระ(เนื้อและกระดูกที่เหลือจากการแล่)ของปลาย่างไฟสดใหม่ด้วยซอสเกลือสูตรพิเศษ เราสามารถลิ้มลองราเม็งฮาลาลได้ที่นี่เลยจ้า...

ที่อยู่:SanrakuBuilding 2F, 3 Chome-35-7 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tōkyō-to
เบอร์โทรศัพท์:03-3356-5658
เว็บไซต์หลัก:http://www.localplace.jp/t100117071/

บทส่งท้าย

เนื่องจากในญี่ปุ่นเต็มไปด้วยร้านราเม็งทั่วทุกแห่ง ดังนั้น ถ้าเกิดใครตั้งใจว่าจะเดินทางมาลิ้มลองราเม็งที่ญี่ปุ่นจะต้องเลือกร้านกันจนตาลายอย่างแน่นอน แถมแต่ละร้านก็ยังมีรสชาติ, วิธีทาน และวิธีสั่งแตกต่างกันออกไปอีกด้วย ก่อนอื่นจึงขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลจากบทความนี้ก่อนแล้วค่อยหาร้านราเม็งที่ถูกใจกันดูนะคะ ^^

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE