Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

นิกโก้ เที่ยวแบบจัดเต็ม 28 แหล่งเที่ยว ของกิน การเดินทาง (Nikko)

นิกโก้ เที่ยวแบบจัดเต็ม 28 แหล่งเที่ยว ของกิน การเดินทาง (Nikko)

โทจิกิ (Tochigi) 2019.02.13 บทความที่ชอบ

นิกโก้ (Nikko) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดโทจิกิที่ไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวก็ได้แค่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง นอกจากสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นเก่าแก่แแล้วยังมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ และธรรมชาติงามๆ ให้ชมกันด้วย

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย Sawada Tomomi

Pin LINE

นิกโก้ เมืองแห่งธรรมชาติและวัฒนธรรม
ไม่ไกลจากโตเกียว เที่ยววันเดียวก็ยังได้

นิกโก้ (Nikko) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดโทจิกิ (Tochigi) ที่สามารถเดินทางมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ มีที่เที่ยวหลากหลายทั้งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เช่น น้ำตกเคะกง ทะเลสาบชูเซ็นจิ รวมถึงสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์อันสวยงาม เช่น ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู มรดกโลกที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยเอโดะ

คราวนี้เราเลยขอรวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับนิกโก้ ทั้งสถานที่เที่ยวน่าไป เทศกาล ของกินอร่อยๆ สภาพอากาศ และการเดินทางมาให้ทุกคนใช้เป็นแนวสำหรับเตรียมตัวไปเที่ยวกัน

สารบัญ

1. โซนต่างๆ ในนิกโก้
2. 28 ที่เที่ยวในนิกโก้
        วัดและศาลเจ้า
        ออนเซ็น
        ธีมพาร์ค
        ธรรมชาติ
3. เทศกาลต่างๆ ในนิกโก้
4. อาหารเด่นเมนูดังในนิกโก้
5. ของฝากขึ้นชื่อจากนิกโก้
6. สภาพอากาศในนิกโก้
7. วิธีการเดินทางไปยังนิกโก้
8. วิธีเดินทางท่องเที่ยวในนิกโก้
9. ข้อมูลที่มีประโยชน์ในการท่องเที่ยว

โซนต่างๆ ในนิกโก้

ถึงจะเรียกรวมๆ ว่านิกโก้ แต่จริงๆ แล้วสถานที่เที่ยวจะแยกตัวกันไปตามโซนต่างๆ ถ้าลองมาดูว่าโซนไหนมีอะไร เวลาวางแผนเที่ยวจะได้แบ่งวันและเส้นทางเที่ยวกันได้ง่ายขึ้นนะ

โซนนิกโก้

เมืองนิกโก้ (Nikko) เป็นเขตตัวเมืองหลักตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดโทจิกิ ที่เที่ยวเด่นๆ คือ ศาลเจ้าโทโชกู (Nikko Toshogu Shrine) น้ำตกเคะกง (Kegon Falls) และทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) บริเวณนี้ถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังในฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือนตุลาคมเลยค่ะ

โซนคินุกาวะ - คาวาจิ

คินุกาวะออนเซ็น (Kinugawa Onsen) และคาวาจิออนเซ็น (Kawaji Onsen) เป็นเมืองออนเซ็นที่ตั้งอยู่เลียบแม่น้ำคินุกาวะ แถมยังไม่ไกลจากโตเกียว เลยทำให้ที่นี่เป็นออนเซ็นยอดนิยมในฐานะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนที่อาศัยอยู่ในคันโตไปโดยปริยาย

แถวนี้ยังมีธีมพาร์คอย่าง โทบุเวิลด์สแควร์ (Tobu World Square) เมืองจำลองขนาดเล็กของสถานที่สำคัญทั่วโลกและทั่วญี่ปุ่น และ เอโดะวันเดอร์แลนด์ นิกโก้ เอโดะมูระ (EDO WONDERLAND Nikko Edomura) เมืองเอโดะจำลองที่เราสามารถเปลี่ยนชุดเป็นกิโมโนไปเดินสัมผัสบรรยากาศบ้านเมืองยุคเอโดะได้

โซนยุนิชิกาวะ - คาวามาตะ - โอคุคินุ

โซนยุนิชิกาวะ (Yunishigawa) - คาวามาตะ (Kawamata) - โอคุคินุ (Okukinu) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของนิกโก้ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติสวยๆ ทุกฤดู หุบเขาที่มีแม่น้ำใสไหลผ่าน และออนเซ็นคุณภาพดี ถ้าได้มาเที่ยวโซนนี้ก็ต้องห้ามพลาดเมนูขึ้นชื่ออย่างโซบะเด็ดขาด

โซนอิมาอิจิ

เมืองอิมาอิจิ (Imaichi) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของนิกโก้ มีถนนอุโมงค์ต้นสน (Cedar Avenue of Nikko) จากต้นสนกว่า 13,000 ต้น และสะพานรปโปซาวะ (Roppozawa Bridge) ยาวร่วม 320 เมตรที่ทอดข้ามหุบเขากว้างใหญ่

นอกจากนี้ก็ยังมีเสน่ห์อยู่ที่อาหารรสเลิศอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นนมสดจากฟาร์มโอซาซะ (Ozasa Farm) และ ยูบะ หรือฟองเต้าหู้ อาหารเด่นประจำนิกโก้โดยโรงงานของนิกโก้ยูบะ

โซนอาชิโอะ

อาชิโอะ (Ashio) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของนิกโก้ โด่งดังมาจากเหมืองแร่ทองแดงอาชิโอะ (Ashio Copper Mine) และหุบเขามัตสึคิ (Matsuki Valley) พื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี ได้รับการเรียกขานเป็น "เมืองแห่งแร่ของญี่ปุ่น" การเยี่ยมชมเหมืองแร่ทองแดงอาชิโอะนับเป็นจุดขายของอาชิโอะ เราสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระจากภายในขบวนรถไฟวาตาราเซะเคโคคุ (Watarase Keikoku Railway) ในช่วงชมซากุระ ฤดูใบไม้ผลิ ราวเดือนเมษายน

↑ กลับไปที่สารบัญ

28 ที่เที่ยวในนิกโก้

วัดและศาลเจ้า

1. ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู (มรดกโลก)

วัดและศาลเจ้าแห่งนิกโก้นับเป็นแหล่งมรดกโลกขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น แต่แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาวัดและศาลเจ้าทั้งหมดเลยก็คือศาลเจ้านิกโก้โทโชกู (Nikko Toshogu Shrine) เป็นศาลเจ้าที่สักการะโทคุกาวะ อิเอยาซุ (Tokugawa Ieyasu) โชกุนคนแรกของญี่ปุ่น ได้รับการสร้างขึ้นอย่างสวยงาม ประดับประดาไปด้วยประติมากรรมไม้แกะสลักมากมาย ที่เด่นๆ ก็เช่น รูปสลักลิง 3 ตัว ซันซารุ ประกอบด้วยมิซารุ ไม่ดูในสิ่งไม่ดี, คิคาซารุ ไม่ฟังในสิ่งไม่ดี และ อิวาซารุ ไม่พูดในสิ่งไม่ดี รูปสลักแมวหลับ เนมุริเนโกะ และ รูปสลักช้างในจินตนาการ โซโซโนะโซ นอกจากนี้ก็ยังมีประตูนิโอมง ประตูคารามง และอีกหลายส่วนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติและมรดกชาติด้านวัฒนธรรมที่สำคัญ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ "ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู (Nikko Toshogu Shrine) มรดกโลกแห่งนิกโก้"

ที่อยู่ : 2310 Sannai, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.toshogu.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

2. ศาลเจ้าฟุตาระซัน (มรดกโลก)

ศาลเจ้าฟุตาระซัน (Nikko Futarasan-jinja) เทพเจ้าองค์หลักของศาลเจ้าคือ โอนามุจิ โนะ มิโคโตะ เทพเจ้าแห่งความสัมพันธ์และโชคลาภ สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) สะพานศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าสีแดงสดอันแสนงดงามก็เป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าฟุตาระซันนี่เอง เปรียบได้กับเป็นประตูสู่เขตนิกโก้ซันไน ที่ตั้งของวัดและศาลเจ้ามรดกโลกในนิกโก้เลย

ที่อยู่ : 2307 Sannai, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.futarasan.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

3. วัดรินโนจิ (มรดกโลก)

วัดรินโนจิ (Rinno-ji Temple) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของวัด โบสถ์ และเจดีย์ต่างๆ รวม 15 แห่ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในนามของ "วัดและศาลเจ้าแห่งนิกโก้" ทั้งวิหารหลัก วิหารสักการะ ระเบียงเชื่อมวิหาร ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ แล้วยังมีประตูนิเท็มมงและประตูโคกะมงอันแสนงดงาม เป็นสถานที่ชมสถาปัตยกรรมที่ตบแต่งด้วยประติมากรรมแสนสวยได้อย่างเต็มที่

ที่อยู่ : 2300 Sannai, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://rinnoji.or.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

4. วัดชูเซ็นจิ กวนอิมทาจิคิ

วัดชูเซ็นจิ (Chuzen-ji Temple) วัดสาขาของวัดรินโนจิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายในโบสถ์ประดิษฐานกวนอิมพันกร 11 พักตร์ ซึ่งแกะสลักจากต้นไม้ทั้งที่ยืนต้นอย่างนั้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกชาติด้านวัฒนธรรมที่สำคัญ

ที่อยู่ : 2578 Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ :http://rinnoji.or.jp/precincts/cyuuzenji (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

5. ศาลเจ้าฟุตาระซัง จูกูชิ และ ศาลเจ้าฟุตาระซัง โอคุมิยะ

ศาลเจ้าฟุตาระซัง จูกูชิ (Nikko Futarasan-jinja Chugushi) ตั้งอยู่ตรงจุดชมวิวบริเวณเชิงเขานันไต ฝั่งเหนือของทะเลสาบชูเซ็นจิ เนื่องจากตั้งอยู่กลางทางระหว่างศาลเจ้าฟุตาระซัง โอคุมิยะ (Nikko Futarasan-jinja Okumiya) บนยอดเขานันไตและศาลเจ้าฟุตาระซังหลักในตัวเมืองนิกโก้ ที่นี่จึงได้รับชื่อเรียกว่า "จูกูชิ" (จู แปลว่า กลาง)

ที่อยู่ : 2484 Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.futarasan.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

ออนเซ็น

6. นิกโก้ ยุโมโตะออนเซ็น

นิกโก้ ยุโมโตะออนเซ็น (Nikko Yumoto Onsen) ตั้งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของนิกโก้ เป็นแหล่งออนเซ็นอันเงียบสงบรายล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจีและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีทั้งเส้นทางเดินป่าและทะเลสาบเลยเป็นที่ถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ ออนเซ็นของที่นี่เต็มไปด้วยแร่กำมะถัน จึงได้รับความนิยมในฐานะที่เป็นออนเซ็นแห่งความงาม

ที่อยู่ : Yumoto, Nikko, Tochigi Google Maps" target="_blank">Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikkoyumoto.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

7. ยุนิชิกาวะออนเซ็น

ยุนิชิกาวะออนเซ็น (Yunishigawa Onsen) ออนเซ็นที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาตินิกโก้ มีไฮไลท์เป็นทัศนียภาพอันงดงามของบ้านหลังคามุงฟางเรียงรายเลียบลำธาร มีอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ อย่างปลาอิวานะ ปลาน้ำจืด นกป่า เนื้อกวาง และเนื้อหมีย่างด้วยเตาอิโรริ ที่รวมเรียกกันว่าอาหารแบบ "โอจิอุโดะเรียวริ" ด้วย

ที่อยู่ : Yunishigawa, Nikko, Tochigi Google Maps

↑ กลับไปที่สารบัญ

8. เฮเคะ โนะ ซาโตะ

เฮเคะ โนะ ซาโตะ (Heike no Sato) เป็นที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ชื่อดังอันดับหนึ่งของยุนิชิกาวะออนเซ็น (Yunishigawa Onsen) มีทั้งธรรมชาติสมบูรณ์ อาหารท้องถิ่น ออนเซ็นต้นน้ำธรรมชาติ มีที่พักแบบเรียวกังมากมายรอต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นด้วยรอยยิ้ม และทัศนียภาพสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม

ที่อยู่ : 1042 Yunishigawa, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/54/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

9. เมโอโตบูจิออนเซ็น

เมโอโตบูจิออนเซ็น (Meotobuchi Onsen) เป็นสถานีสุดท้ายของรถบัสที่มุ่งหน้าไปยังโอคุคินุออนเซ็น (Okukinu Onsen) จุดเด่นอยู่ที่เรียวกังและที่พักตั้งอยู่เลียบแม่น้ำคินุกาวะระหว่างหุบเขา ในแต่ละนาทีมีน้ำร้อนออนเซ็นไหลออกมาจากตาน้ำมากถึง 1,200 ลิตรเลยเทีเดียว บริเวณริมลำธารมีออนเซ็นกลางแจ้งและออนเซ็นสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะกว่า 11 แห่ง แนะนำมากสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงเราจะได้สัมผัสกับความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่ตัดกับหน้าผาสูงชัน

ที่อยู่ : Kawamata, Nikko, Tochigi Google Maps

↑ กลับไปที่สารบัญ

10. โอคุคินุออนเซ็น

โอคุคินุออนเซ็น (Okukinu Onsen) เป็นหมู่บ้านออนเซ็นในเขตคาวามาตะ เมืองนิกโก้ จังหวัดโทกิจิ แฟนๆ ออนเซ็นให้ฉายาว่า "ออนเซ็นลึกลับแห่งสุดท้ายของคันโต" เราจะได้เพลิดเพลินกับออนเซ็นมากมายหลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็นออนเซ็นผิวสวยที่แช่แล้วช่วยให้ผิวลื่นนวลเนียน หรือออนเซ็นจากต้นน้ำธรรมชาติ 100% ในฤดูหนาวมีออนเซ็นที่สามารถชมทัศนียภาพแสนโรแมนติกของแสงเทียนในโดมหิมะคามาคุระกว่า 1,200 บริเวณริมแม่น้ำด้วย

ที่อยู่ : Kawamata, Nikko, Tochigi

↑ กลับไปที่สารบัญ

11. คาวามาตะออนเซ็น

คาวามาตะออนเซ็น (Kawamata Onsen) รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของอุทยานแห่งชาตินิกโก้ เป็นออนเซ็นระหว่างหุบเขาที่มีทัศนียภาพอันแสนงดงาม น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นมาพร้อมกับควันสีขาวทุกๆหลายสิบนาทีนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งเลยล่ะค่ะ

ที่อยู่ : 646-1 Kawamata, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.kawamata-ichiryukaku.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

ธีมพาร์ค

12. เอโดะวันเดอร์แลนด์ นิกโก้ เอโดะมูระ

เอโดะวันเดอร์แลนด์ นิกโก้ เอโดะมูระ (EDO WONDERLAND Nikko Edomura) ธีมพาร์คหมู่บ้านเอโดะที่มีซามูไร นินจา และโออิรันรอให้เราไปพบ ทันทีที่เข้าไปด้านในเราจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยังญี่ปุ่นในสมัยเอโดะเมื่อราว 400 ปีก่อนเลย มีการแสดงแอคชั่นต่อสู้ของเหล่านินจา ละครขำขันแบบชาวบ้านสมัยก่อน การร่ายรำสวยงามของเหล่าโออิรัน และกิจกรรมอีกมากมาย ถ้ามาแล้วขอแนะนำให้ใช้บริการเช่ายืมชุดแต่งกายแบบเอโดะ แปลงโฉมเป็นชาวเอโดะแล้วไปถ่ายรูปในเมืองให้หนำใจเลย มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งหญิงชาย ของเด็กก็มี เช่น ซามูไร นินจา ชาวบ้านทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าขุนมูลนาย นักรบหญิง เจ้าหญิง ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่ราว 2,900 เยนต่อชุด ลองสอบถามและดูราคาได้ที่จุดเช่ายืมชุดเลย

ที่อยู่ : 470-2 Karakura, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://edowonderland.net/th (ภาษาไทย)

↑ กลับไปที่สารบัญ

13. โทบุเวิลด์สแควร์

โทบุเวิลด์สแควร์ (Tobu World Square) คือ ธีมพาร์คเมืองจำลองจิ๋วที่จำลองสถาปัตยกรรมชื่อดังของโลกและมรดกโลกมาอยู่ในสัดส่วน 1:25 มีทั้งโตเกียวสกายทรี วิหารซากราดาฟามิเลีย สฟิงซ์ และอื่นๆ อีกมาก มาที่เดียวเหมือนได้เที่ยวรอบโลกเลย

ที่อยู่ : 209-1 Kinugawaonsen ohara, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.tobuws.co.jp/en (ภาษาอังกฤษ)

↑ กลับไปที่สารบัญ

14. ฟาร์มโคโตคุ

ฟาร์มโคโตคุ (Kotoku Farm) ฟาร์มท่องเที่ยวที่สามารถมาเดินเล่นชมฟาร์มเขียวขจีและเหล่าวัวที่ใช้ชีวิตอย่างสบายอารมณ์ มาทานอาหารที่นี่ก็ได้ ของดังก็ต้องไอศกรีมนมรสเข้มข้นเลย

ที่อยู่ : 2452 Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/126/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

ธรรมชาติ

15. ทะเลสาบยุโนะ

ทะเลสาบยุโนะ (Lake Yuno) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมืองนิกโก้ เกิดจากการทับถนของเถ้าจากภูเขาไฟมิตาเกะทางตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่เป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่อ ลองมานั่งเรือชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ กันดีกว่า

ที่อยู่ : Yumoto, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/13/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

16. ทะเลสาบชูเซ็นจิ

ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) ทะเลสาบภายในอุทยานแห่งชาตินิกโก้ ความยาวโดยรอบ 25 กิโลเมตร ส่วนที่ลึกที่สุด 163 เมตร คาดกันว่าเกิดจากหินลาวาของภูเขาไฟนันไตไหลมากั้นทางน้ำจนกลายเป็นทะเลสาบใหญ่ราว 2 หมื่นปีก่อน ถึงจะเป็นฤดูร้อนก็มีอากาศเย็นสบาย เลยกลายเป็นที่เที่ยวหนีร้อนของชาวต่างชาติในช่วงปี 1860 - 1940

ที่อยู่ : Chuzenji, Nikko,Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/12/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

17. น้ำตกยุดากิ

น้ำตกยุดากิ (Yudaki Falls) ไหลลงมาจากทะเลสาบยุโนะ สูงถึง 50 เมตร กว้าง 25 เมตร ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 ทัศนียภาพอันงดงามของโอคุนิกโก้คู่กับน้ำตกเคะกงและน้ำตกริวซุ

ที่อยู่ : Yumoto, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/115/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

18. น้ำตกอุรามิ

น้ำตกอุรามิ (Urami Falls) จากชื่ออุรามิแปลว่า มองด้านหลัง เพราะนี่เป็นน้ำตกที่มีซอกเขาเว้าเข้าไปเหมือนเป็นห้องอยู่ด้านหลังน้ำตกและมีรูปสลักองค์ฟุโดเมียวโอประดิษฐานอยู่ แต่ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปสักการะได้แล้ว
ที่อยู่ : Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/134/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

19. ริวโอเคียว

ริวโอเคียว (Ryuokyo) สวนสาธารณะท่ามกลางหุบเขาอันแสนงดงามที่มีแม่น้ำคินุกาวะไหลผ่าน ตั้งอยู่ระหว่างคาวาจิออนเซ็นและคินุกาวะออนเซ็น เป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแสนสวยของนิกโก้

ที่อยู่ : 1357 Fujihara, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.ryuokyo.org/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

20. น้ำตกจักโค (Jakko Falls)

น้ำตกจักโค (Jakko Falls) ได้ชื่อมาจากวัดจักโคซึ่งเคยตั้งอยู่ที่บริเวณนี้ในอดีต สามารถเข้าไปถึงตัวน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด ที่นี่คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เหมาะสำหรับใครที่อยากเที่ยวน้ำตกแบบสบายๆ

ที่อยู่ : Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/484/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

21. สวนอนุสรณ์พระตำหนักทาโมซาวะ

สวนอนุสรณ์พระตำหนักทาโมซาวะ (Nikko Tamozawa Imperial Villa Memorial Park) สวนสาธารณะประจำจังหวัด มีสถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่ และสวนสวยแสนงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเงียบสงบที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมือง

ที่อยู่ : 8-27 Honcho, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.park-tochigi.com/tamozawa/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

22. คัมมังกาฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)

คัมมังกาฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss) คือทัศนียภาพสุดแปลกของหุบเขาที่เกิดจากลาวาของภูเขานันไต บนฝั่งด้านใต้มีรูปแกะสลักหินของจิโซซัง 70 องค์ ที่ว่ากันว่านับกี่ครั้งก็มีจำนวนไม่เท่ากันซักครั้ง จนถูกเรียกว่าบาเกะจิโซ (จิโซผี)

ที่อยู่ : 8-28 Takumicho, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/25/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

23. ภูเขานันไต (1 ใน 100 ภูเขาขึ้นชื่อของญี่ปุ่น)

ภูเขานันไต (Mount Nantai) สูง 2,486 เมตรอยู่ฝั่งเหนือของทะเลสาบชูเซ็นจิ ไม่ไกลจากตัวเมืองและสถานีนิกโก้ ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ภูเขาขึ้นชื่อของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ถ้าโชคดีเราจะสามารถมองเห็นทะเลหมอกไกลสุดลูกหูลูกตาจากบนยอดเขาได้ด้วย

ที่อยู่ : Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/14/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

24. น้ำตกเคะกง (1 ใน 100 น้ำตกขึ้นชื่อของญี่ปุ่น)

นิกโก้มีน้ำตกถึง 48 แห่ง แต่น้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือน้ำตกเคะกง (Kegon Falls) สายน้ำจากทะเลสาบชูเซ็นจิไหลลงมาจากหน้าผาหินสูงกว่า 97 เมตรอย่างทรงพลัง มาชมความงามได้ตลอดทั้ง 4 ฤดูเลย

ที่อยู่ : Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/5/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

25. เซ็นโจกาฮาระ

เซ็นโจกาฮาระ (Senjogahara) เป็นที่ราบสูงชุ่มน้ำภายในอุทยานแห่งชาตินิกโก้ ทางเหนือของทะเลสาบชูเซ็นจิ มีการสร้างทางเดินไม้ขึ้นมาอย่างดี ใรคที่อยากชมธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือนักเดินป่ามืออาชีพก็สามารถมาเที่ยวได้ง่ายๆ

ที่อยู่ : Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/10/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

26. น้ำตกริวซุ

น้ำตกริวซุ (Ryuzu Falls) อีกหนึ่งน้ำตกชื่อดังของนิกโก้ สายน้ำที่ไหลลงมาตามชั้นหินลาวาจากภูเขานันไตยาวร่วม 210 เมตร ก่อนที่จะมาเจอกับผาหินขนาดใหญ่ที่แบ่งสายน้ำตกออกเป็น 2 สาย ผาหินนี้ดูแล้วเหมือนกับหัวมังกร เลยเป็นที่มาของชื่อน้ำตกริวซุ (หัวมังกร) แห่งนี้ ช่วงฤดูฝนราวเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนจะมีดอกสึสึจิสีชมพูเข้มบาน ส่วนปลายเดือนกันยายนเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

ที่อยู่ : Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/6/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

27. โอดาชิโระกาฮาระ

โอดาชิโระกาฮาระ (Odashirogahara) เป็นที่ราบชุ่มน้ำภายในอุทยานแห่งชาตินิกโก้ มีพื้นที่ราวหนึ่งในสี่ของเซ็นโจกาฮาระ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่รายล้อมด้วยต้นมิซุนาระ และมีเทือกเขาซ้อนไปมาเป็นฉากหลังแสนอลังการ ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ใบของต้นมิซุนาระจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส่วนต้นหญ้าก็เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงสวยงามมาก

ที่อยู่ : Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : http://www.nikko-kankou.org/spot/11/ (ภาษาญี่ปุ่น)

↑ กลับไปที่สารบัญ

28. ภูเขานิกโก้ชิราเนะ

ภูเขานิกโก้ชิราเนะ (Mount Nikko-Shirane) มีความสูง 2,578 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแถบคันโตตอนเหนือ กินพื้นที่ของเมืองนิกโก้ จังหวัดโทจิกิ และหมู่บ้านคาทาชินะ เขตโทเนะ จังหวัดกุนมะ สามารถมานั่งกระเช้าชมวิวได้จากฝั่งจังหวัดกุนมะ

ที่อยู่ : Nikko, Tochigi Google Maps
เว็บไซต์ : https://www.marunuma.jp/green/en/nature/hiking/ (ภาษาอังกฤษ)

↑ กลับไปที่สารบัญ

เทศกาลต่างๆ ในนิกโก้

เดือนมกราคม : เทศกาลยุนิชิกาวะ คามาคุระ

เทศกาลยุนิชิกาวะ คามาคุระ (Yunishigawa Kamakura Festival) ได้รับการบันทึกเป็น "มรดกทัศนียภาพยามค่ำคืนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม" ของญี่ปุ่น โดยจะมีการจุดเทียนภายในคามาคุระ โดมหิมะขนาดจิ๋วที่เรียงรายกันบนริมฝั่งแม่น้ำกลายเป็นทัศนียภาพแสนโรแมนติกชวนฝัน

เดือนพฤษภาคม : เทศกาลใหญ่แห่งฤดูใบไม้ผลิ ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู

เทศกาลใหญ่แห่งฤดูใบไม้ผลิ (Shunki Reitaisai Spring Grand Festival) เป็นเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ของศาลเจ้านิกโก้โทโชกู มีการแสดงยาบูซาเมะ ยิงธนูจากบนหลังม้า และ เฮียคุโมโนโซโรย เซ็นนินมุชะเกียวเร็ตสึ ขบวนแห่ร้อยสิ่งพันนักรบที่จำลองการเดินขบวนเคลื่อนย้ายดวงวิญญาณของ โทคุกาวะ อิเอยาซุ จากซุรุกะมายังนิกโก้

เดือนกรกฎาคม : เทศกาลนิกโก้ ชินโซบะ ประจำฤดูร้อน

เทศกาลนิกโก้ ชินโซบะฤดูร้อน (Nikko Natsu Shin-soba Festival) เป็นงานที่มีชินโซบะให้ได้ทานเป็นที่แรกของปีในญี่ปุ่น ชินโซบะก็คือโซบะใหม่ พูดง่ายๆ ก็เหมือนข้าวใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยว ปกติโซบะจะเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปริมาณที่มากพอจะเอาไว้ใช้ได้ทั้งปี แต่ที่นิกโก้จะมีการเก็บเกี่ยวโซบะใหม่ในฤดูร้อนด้วย ใครอยากลองทานโซบะใหม่ก็ลองมาที่นิกโก้ได้เลย

เดือนสิงหาคม : นิกโก้วาราคุโอโดริ

นิกโก้ วาราคุโอโดริ (Nikko Waraku Odori) การแสดงดนตรีและรำพื้นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปีของจังหวัดโทจิกิ จนเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งฤดูร้อนของนิกโก้เลยทีเดียว เดิมทีจัดขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนเหล่าผู้ทำงาน แต่ปัจจุบันกลายเป็นงานประจำปีแสนครึกครื้นไปแล้ว

เดือนตุลาคม : เทศกาลใหญ่แห่งฤดูใบไม้ร่วง ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู

เทศกาลใหญ่แห่งฤดูใบไม้ร่วง (Shuki Taisai Autumn Festival) เป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ของศาลเจ้านิกโก้โทโชกูคล้ายกับเทศกาลช่วงฤดูใบไม้ผลิ ใครที่พลาดงานช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มาชมกันตอนนี้ได้

เดือนพฤศจิกายน : เทศกาลนิกโก้ โซบะ

เทศกาลนิกโก้ โซบะ (Nikko Soba Festival) งานสำหรับคนชอบโซบะ เพราะจะมีร้านโซบะจากทั่วประเทศมารวมตัวกันแสดงฝีมือที่งานนี้ มีอุปกรณ์ทำโซบะและของฝากขึ้นชื่อของนิกโก้วางจำหน่าย รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ด้วย

เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม : ใบไม้เปลี่ยนสี

ในญี่ปุ่นเต็มไปด้วยแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วประเทศ แต่เมื่อพูดถึงแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีในคันโตแล้วจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากนิกโก้แห่งนี้เลยค่ะ ใบไม้เปลี่ยนสีที่เนินอิโรฮะนับเป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่พลาดไม่ได้ หรือจะเป็นตามสถานที่ที่แนะนำไปด้านบนส่วนใหญ่ก็เป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ทั้งนั้น

↑ กลับไปที่สารบัญ

อาหารเด่นเมนูดังในนิกโก้

ยุบะ

ยุบะ หรือก็คือฟองเต้าหู้นั่นเอง มีคุณค่าทางอาหารสูง เรียกได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพเลยก็ว่าได้ ตามร้านค้ารอบสถานีโทบุนิกโก้ (Tobu Nikko) ก็มีขายยุบะและเต้าหู้อร่อยๆ อยู่มากมาย หรือจะลองไปทำยุบะด้วยตัวเองก็ได้ที่ร้านนิกโก้ยุบะ สาขาใหญ่ (ใกล้สถานีอุตสึโนะมิยะ)

โซบะ

เค้าว่ากันว่าใครมานิกโก้แล้วไม่ได้ทานโซบะนี่ถือว่ามาไม่ถึงเลยนะ ต้นโซบะของที่นี่ปลูกด้วยน้ำสะอาดบริสุทธิ์ที่ไหลมาตามเทือกเขาในนิกโก้ แต่ละร้านก็นวดแป้งและตัดเส้นกันเองด้วยมือ อยากจะตามไปทานให้ครบทุกร้านเลย

ไอศกรีมทามาริโชยุ

ไอศกรีมทามาริโชยุ ของร้านนิกโก้ โรบาตะซุเกะ สาขาโมริโทโมะ เป็นไอศกรีมน้ำเต้าหู้ผสมโชยุแล้วราดด้วยโชยุหอมๆ ด้านบนอีกที กลมกล่อมเข้ากันได้ดีจนตกใจ

↑ กลับไปที่สารบัญ

ของฝากขึ้นชื่อจากนิกโก้

"อาเกยุบะมันจู" ร้านซากาเอะยะ

อาเกยุบะมันจู ไส้ถั่วแดงบดละเอียดหวานน้อย ห่อด้วยแป้งมันจูผสมน้ำเต้าหู้และฟองเต้าหู้ขึ้นชื่อของนิกโก้ โรยด้วยเกลือนิดๆ กรอบนอกนุ่มในอร่อยสุดๆ เป็นของฝากที่ร้านซากาเอะยะ (Sakaeya) คิดค้นขึ้นมาเองเลย

"นิกโก้ จินโกะโร เซ็มเบ้" ร้านนิกโก้จิงโกะโรเซมเบ้ฮมโปะ

นิกโก้ เซ็นกะโร เซ็มเบ้ ของร้านนิกโก้จิงโกะโรเซ็มเบ้ฮมโปะ (Nikko Jingoro Senbei Honpo) เป็นขนมที่สามารถถ่ายทอดรสชาติของนิกโก้ออกมาได้ในขนาดเล็กกระทัดรัดและราคาถูก เซ็มเบ้รสเกลือกรุบกรอบ ยิ่งเคี้ยวยิ่งได้รสหวานของข้าวและกลิ่นหอมของเนย ทานได้เพิลนๆ รู้ตัวอีกทีก็แทบหมดถุงแล้วค่ะ

"นิกโก้ คาสเทลล่าทองคำเปลว" ร้านนิกโก้ คาสเทลล่า ฮมโปะ (Nikko Castella Honpo)

นิกโก้ คาสเทลล่าทองคำเปลว ของฝากยอดนิยมรสชาตินุ่มลิ้นที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมละมุนของน้ำผึ้ง รสหวานเรียบง่ายและรสสัมผัสแน่นเต็มคำ จะทานคู่กับชาเขียวหรือกาแฟดำร้อนๆ ก็ยิ่งเข้ากัน

"โยคัง" ร้านมิตสึยามะ โยคัง ฮมโปะ (Mitsuyama Youkan Honpo)

มิซุโยคัง ขนมโยคังเนื้อเนียนรสหวานละมุน พูดง่ายๆ ก็เหมือนเป็นเยลลี่ถั่วแดงนี่แหละ ได้กลิ่นหอมและรสสัมผัสของถั่วแดงทุกคำจริงๆ

↑ กลับไปที่สารบัญ

สภาพอากาศในนิกโก้

อุณหภูมิเฉลี่ยของนิกโก้จะต่ำกว่าโตเกียว จนบางทีถูกเรียกว่าตู้เย็นแห่งภูมิภาคคันโตกันเลย ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวมาก แต่ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย เลยเป็นที่เที่ยวหนีร้อนยอดนิยมของชาวคันโต ถ้าจะไปเที่ยวแถวนิกโก้ช่วงหน้าร้อนก็ยังต้องขอแนะนำให้พกเสื้อทับบางๆ ไปด้วยสักตัวก็ดี

ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงซึ่งมีไฮไลท์เป็นใบไม้เปลี่ยนสีนั้นอุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ย่างเข้าเดือนตุลาคมจะลดไปอยู่ราว 13 องศา ส่วนเดือนพฤศจิกายนจะอยู่ประมาณ 8 องศา ยิ่งถ้าจะไปขึ้นเขาไปดูน้ำตก ก็ยิ่งต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวกันมาให้พร้อมนะคะ

อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย
ม.ค. 6.0 -3.5
ก.พ. 7.5 -3.3
มี.ค. 11.4 0.3
เม.ย. 17.6 6.0
พ.ค. 22.2 11.4
มิ.ย. 23.7 14.7
ก.ค. 27.9 20
ส.ค. 27.9 20.1
ก.ย. 24.2 16.5
ต.ค. 18.9 10.5
พ.ย. 13.5 3.4
ธ.ค. 8.7 -1.2

↑ กลับไปที่สารบัญ

วิธีการเดินทางไปยังนิกโก้

วิธีเดินทางไปนิกโก้ที่สะดวกที่สุดคือรถไฟ ถ้าเอาที่คนนิยมกันมากที่สุดก็คือนั่งรถไฟของโทบุ (Tobu) จากสถานีอาซากุสะ (Asakusa) สายโทบุนิกโก้ (Tobu Nikko Line) ไปลงที่สถานีโทบุนิกโก้ (Tobu Nikko) ได้เลย มีทั้งแบบรถด่วน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ราคา 2,700 - 2,800 เยน และรถธรรมดา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที ราคา 1,360 เยน

ถ้าอยากเดินทางจากสถานีโตเกียวหรือสถานีชินจูกุไปนิกโก้เลยก็สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นของ JR ได้เหมือนกัน หรือจะนั่งรถบัสจากสนามบินฮาเนดะก็ได้ ราคาและเวลาจะต่างกันหน่อย ลองดูข้อมูลแบบละเอียดได้ที่บทความ "TOKYO⇔NIKKO เปรียบเทียบการเดินทางจากโตเกียวไปนิกโก้ รถไฟ? รถบัส?"

จองตั๋วชินคันเซ็น : Voyagin>

↑ กลับไปที่สารบัญ

วิธีเดินทางท่องเที่ยวในนิกโก้

การเดินทางไปตามจุดท่องเที่ยวของนิกโก้มีหลายวิธี ทั้งรถไฟ รถบัส หรือจะเลือกใช้บริการรถเช่าและแท๊กซี่ก็ได้ นิกโก้เต็มไปด้วยระบบขนส่งสาธารณะมากมาย เช่น JR Utsunomiya Line, Nikko Line, รถบัส, Watarase Keikoku Line และ Akechidaira Ropeway เป็นต้น เราจึงสามารถนั่งรถไฟหรือรถบัสไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ก็ยังสามารถเลือกใช้บริการรถเช่าหรือรถแท็กซี่ได้ตามสภาพการจราจรและตามจุดมุ่งหมายปลายทางด้วย

รถไฟของ JR และโทบุ

รถไฟจะมีทั้งของ JR สายนิกโก้ (Nikko Line) และของโทบุ (Tobu) สายโทบุนิกโก้ (Tobu Nikko Line) และสายโทบุคินุกาวะ (Tobu Kinugawa Line) ที่เที่ยวหลายๆ ที่ก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เลยสะดวกมากค่ะ

รถบัส Nikko Tobu Bus

ภายในพื้นที่นิกโก้มีรถบัสของโทบุ Nikko Tobu Bus ให้บริการหลายเส้นทาง เช่น World Heritage Sightseeing Bus เป็นรถบัสที่วิ่งรับ-ส่งตามแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ในนิกโก้ ถ้าวางแผนเที่ยวด้วยรถบัสอยู่ละก็แนะนำให้ซื้อตั๋ว World Heritage Tour Ticket ตั๋วฟรีพาสสุดคุ้มราคา 500 เยนที่สามารถนั่งรถบัส World Heritage Sightseeing Bus ในเส้นทางระหว่างสถานี JR นิกโก้ สถานีโทบุนิกโก้ นิชิซันโด เร็นเกชิได้อย่างอิสระใน 1 วัน

ถ้าไม่ได้เดินทางเยอะ แต่มีจุดหมายปลายทางแน่นอนที่รถบัสด้านบนวิ่งไปไม่ถึงก็ยังมีตั๋วฟรีพาสอื่นๆ อีกเช่น เส้นทางยุโมโตะออนเซ็น, ชูเซ็นจิออนเซ็น เป็นต้น สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตั๋วต่างๆ ได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตรงสถานีโทบุนิกโก้ (Tobu Nikko) และเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของสถานี JR นิกโก้

รถไฟสายวาตาราเสะ เคโคคุ

รถไฟสายวาตาราเสะ เคโคคุ (Watarase Keikoku Line) เป็นรถไฟสายนำเที่ยวที่วิ่งให้บริการระหว่างสถานีโอมามะ (Omama) และสถานีอาชิโอะ (Ashio) โดยเราจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติของหุบเขาและอิลลูมิเนชั่นด้านนอกขณะที่รถไฟวิ่งลอดผ่านอุโมงค์ต้นไม้ด้วย

รถไฟสายวาตาราเสะ เคโคคุไม่สามารถใช้บัตรโดยสาร IC การ์ด (เช่น Suica และ PASMO) ได้ ต้องซื้อตั๋วเท่านั้นนะคะ

กระเช้าอาเคจิไดระ โรปเวย์

กระเช้าอาเคจิไดระ โรปเวย์ (Akechidaira Ropeway) เป็นกระเช้าที่จะพาเราขึ้นไปยังจุดชมวิวอาเคจิไดระบนเขา ซึ่งเป็นจุดชมวิวอันดับ 1 ของนิกโก้เลย สามารถเห็นทั้งทะเลสาบชูเซ็นจิ น้ำตกเคะกง และภูเขานันไต พร้อมวิวแบบ 360 องศา ถ้ามาในฤดูใบไม้ร่วงราวเดือนตุลาคมก็จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ระหว่างนั่งกระเช้าด้วย มีรถบัสวิ่งตรงมาจากสถานีโทบุนิกโก้ ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

ค่าขึ้นกระเช้า
เที่ยวเดียว : ผู้ใหญ่ 400 เยน / เด็ก 200 เยน
ไป-กลับ : ผู้ใหญ่ 730 เยน / เด็ก 370 เยน

รถแท็กซี่

รถแท็กซี่โดยทั่วไปจะมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 730 เยน (2 กิโลเมตรแรก) หรือจะเลือกเป็นบริการรถแท็กซี่นำเที่ยว ที่จะพาเราไปยังที่เที่ยวเด่นๆ ในนิกโก้ มีทั้งรถธรรมดา นั่งได้ 4-5 คน และรถจัมโบ้ นั่งได้ 9 คน เช่นคอร์ส 3 ชั่วโมง ราคา 17,940 เยน เดินทางจากสถานีโทบุนิกโก้ ไปกระเช้าอาเคจิไดระ โรปเวย์ ต่อด้วยศาลเจ้านิกโก้โทโชกู ก่อนกลับมาสถานีโทบุนิกโก้ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

รถเช่า

รอบๆ สถานีมีร้านเช่ารถอยู่หลายแห่ง ถ้าอยากเที่ยวแบบตามใจตัวเองไม่ต้องรอรถสาธารณะก็ลองเช่ารถขับได้ แต่อย่าลืมเรื่องรถติดในช่วงเวลาพีคอย่างฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม - พฤศจิกายน) กันด้วยนะ

จองรถเช่า : Tabirai Japan>

↑ กลับไปที่สารบัญ

ข้อมูลที่มีประโยชน์ในการท่องเที่ยว

จองที่พัก : Booking.com>

เที่ยวชมธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่นิกโก้

นิกโก้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้โตเกียวที่มีทั้งธรรมชาติแสนสวยและสถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างวัดและศาลเจ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย จะมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็ยังได้ แต่ถ้าอยากเที่ยวในนิกโก้ให้ครอบคลุมล่ะก็แนะนำให้ค้างสักคืนสองคืน จะได้ค่อยๆ เที่ยวได้อย่างสบาย

ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางตอนเหนือไล่ไปทางตอนใต้ เริ่มที่ฮอกไกโดราวกลางเดือนกันยายน จากนั้นก็ตามด้วยภูมิภาคอื่นๆ ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม ทาง MATCHA ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสถานที่สวยๆ และข้อมูลทั่วไปมาให้แล้ว อย่าลืมมาเช็คข้อมูลแล้วออกไปตามหาใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ กันนะ

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE