ไกด์นำเที่ยวคาโกชิม่า (Kogoshima) แบบจัดเต็ม! วิธีเดินทาง ที่เที่ยว แหล่งช้อป

ไกด์นำเที่ยวคาโกชิม่า (Kogoshima) แบบจัดเต็ม! วิธีเดินทาง ที่เที่ยว แหล่งช้อป

จังหวัด คาโกชิม่า 2017.01.19

บทความแนะนำ จังหวัดคาโกชิม่า (Kagoshima) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของภูมิภาคคิวชู โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีสภาพอากาศอบอุ่นและอุดมสมบูรณ์ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องมรดกโลกอย่างเกาะยากุชิมะและเกาะอะมะมิโอชิมะ

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย Jumpei Kawashima

Pin LINE

จังหวัดคาโกชิม่า (Kagoshima)

คาโกชิม่า คือ จังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของ ภูมิภาคคิวชู ในญี่ปุ่น โดยตั้งอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 1,000 กิโลเมตร ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเป็นแหล่งเจริญรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรมและมีสภาพอากาศแตกต่างจากในโตเกียว

เสน่ห์ของคาโกชิม่าเลยก็คือสภาพอากาศอบอุ่นและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ หมู่เกาะต่างๆมากกว่า 600 เกาะ เช่น Yakushima (เกาะยากุชิมะ) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติก็เป็นที่หลงใหลในหมู่นักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

และแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของคาโกชิม่าเลยก็คือ Sakurajima (ซากุระจิมะ) นั่นเอง โดยเป็นภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่แม้ในปัจจุบัน จ.คาโกชิม่าเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟมากมายถึงขนาดเป็นจังหวัดที่มีภูเขาไฟเยอะที่สุดเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เนื่องจากมีภูเขาไฟเยอะแยะมากมาย ทำให้มีแหล่งออนเซ็นมากตามไปด้วย โดยเป็นที่ตั้งของแหล่งออนเซ็นขึ้นชื่ออย่างอิบุสึกิ・มาคุระซากิออนเซ็นและคิริชิมะออนเซ็น

คาโกชิม่าซึ่งมีสภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์และมีประวัติความเป็นมายาวนานแห่งนี้ยังคงหลงเหลือวัฒนธรรมเฉพาะตัวให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน เช่น ภาษาถิ่นสัทสึมะ เป็นต้น แถมยังเจริญรุ่งเรืองด้านวัฒนธรรมอาหารการกินต้นตำรับอย่างสัทซึมะอาเกะและอิโมะโชจูอีกด้วย ในครั้งนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวจ.คาโกชิม่ามาไว้ที่นี่เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ เอ้า มาดูกันเลยดีกว่าจ้า ^^

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :

จังหวัดคาโกชิม่า ที่อยู่ใต้สุดของคิวชู เป็นสถานที่แบบไหนกัน? ฉบับเที่ยวธรรมชาติ
จังหวัดคาโกชิม่า ที่อยู่ใต้สุดของคิวชู เป็นสถานที่แบบไหนกัน? ฉบับเที่ยววัฒนธรรม

สารบัญ:

1. วิธีการเดินทางไปยังคาโกชิม่า (Kagoshima-Chūō Station)
2. วิธีการเดินทางไปยังเกาะอามามิโอชิมะ
3. ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวภายในจ.คาโกชิม่า
4. ข้อมูลโซนต่างๆในคาโกชิม่า
5. 〜32 แหล่งท่องเที่ยวในคาโกชิม่า〜
6. แหล่งช้อปปิ้งในคาโกชิม่า
7. แผนเที่ยวคาโกชิม่า
8. งานอีเว้นท์ในคาโกชิม่า
9. โรงแรมที่พักในคาโกชิม่า
10. อาหารท้องถิ่นของคาโกชิม่า
11. ของฝากจากคาโกชิม่า
12. สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวคาโกชิม่า (วิธีการรับมือกับถ่านภูเขาไฟ)
13. ภาษาถิ่นสัทซึมะง่ายๆ
14. บทส่งท้าย:เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวคาโกชิม่า

วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังคาโกชิม่า (Kagoshima-Chūō Station)

วิธีการนั่งเครื่องบินจากโตเกียวไปยังคาโกชิม่า

นั่งเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะไปยังสนามบินคาโกชิม่า

เราสามารถนั่งเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะมาถึงสนามบินคาโกชิม่าได้อย่างสะดวกสบายด้วยสายการบิน JAL, ANA รวมถึงสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง Skymark Airlines ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ค่าโดยสารสายการบิน JAL และ ANA ประมาณ 20,000 เยน ส่วนสายการบิน Skymark Airlines ประมาณ 8,000 เยน

นั่งเครื่องบินจากสนามบินนาริตะไปยังสนามบินคาโกชิม่า

นอกจากนี้ เรายังสามารถนั่งเครื่องบินจากสนามบินนาริตะมาถึงสนามบินคาโกชิม่าได้อีกด้วย โดยมีสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง Jetstar Airways บินให้บริการ ในกรณีที่นั่ง Jetstar Airways จากสนามบินนาริตะมาถึงสนามบินคาโกชิม่าใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสารประมาณ 7,000 เยน

วิธีการนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปยังคาโกชิม่า

ในกรณีที่ต้องการเดินทางจาก Tokyo Station มาถึงคาโกชิม่าก็สามารถใช้บริการชินคันเซ็นได้เช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากไม่มีชินคันเซ็นสายตรงจาก Tokyo Station ไปยัง Kagoshima-Chūō Station วิ่งให้บริการ จึงจำเป็นต้องไปเปลี่ยนขบวนที่ Shin-Osaka Station ในโอซาก้าหรือ Hakata Station ในฟุกุโอกะก่อน

①【Tokyo Station】(Tokaido Shinkansen) →【Shin-Osaka】(Sanyo · Kyushu Shinkansen Mizuho / Sakura)→【Kagoshima Chūō Station】

การเดินทางจากโตเกียวไปยังชินโอซาก้าขอแนะนำให้ใช้บริการ Tokaido Shinkansen เลยจ้า... เส้นทาง Shin-Osaka Station - Kagoshima-Chūō Station มี Sanyo・Kyushu Shinkansen “Mizuho” และ “Sakura” วิ่งให้บริการ ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง

②【Tokyo Station】(Tokaido・Sanyo Shinkansen) →【Hakata】(Kyushu Shinkansen Sakura / Tsubame) →【Kagoshima-Chūō Station】

หรือว่าใครจะนั่ง Tokaido・Sanyo Shinkansen จากโตเกียวไปยัง Hakata Station ในฟุกุโอกะโดยตรงเลยก็ได้ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนขบวนเป็น Kyushu Shinkansen “Sakura” หรือ “Tsubame” เพื่อเดินทางต่อมาถึง Kagoshima-Chūō Station ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง

วิธีการเดินทางจากฟุกุโอกะไปยังคาโกชิม่า

【Hakata】(Shinkansen) →【Kagoshima-Chūō Station】

นอกจากนี้ การนั่งชินคันเซ็นจากฟุกุโอกะมาถึงคาโกชิม่าซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคคิวชูเหมือนกันนั้นใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสารรวมค่าตั๋วแบบระบุที่นั่งประมาณ 1 หมื่นเยน

ในกรณีที่เป็นนักท่องเที่ยวและต้องการใช้บริการชินคันเซ็นขอแนะนำให้ใช้ Japan rail pass ตั๋วบุฟเฟ่ต์ขึ้น-ลงรถไฟและรถบัสของบริษัท JR แบบไม่อั้นภายในระยะเวลาที่กำหนดจะคุ้มสุดๆ ส่วนวิธีการซื้อตั๋วและรายละเอียดเรื่องราคาสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「แค่ตั๋ว Japan Rail Pass ใบเดียวก็เที่ยวญี่ปุ่นได้ตามอำเภอใจในแบบคุณ

วิธีการเดินทางไปยังเกาะอะมะมิโอชิมะ

วิธีการเดินทางจากสนามบินนาริตะไปยังเกาะอะมะมิโอชิมะ

การเดินทางจากสนามบินนาริตะไปยัง Amami Ōshima (เกาะอะมะมิโอชิมะ) ซึ่งเป็นเกาะย่อยของจ.คาโกชิม่านั้นมีสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง Vanilla Air บินให้บริการ ระยะเวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ 7,000 เยน

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「มาลองไปกัน ! จากสนามบินนาริตะ ใช้เวลา2ชม.ครึ่ง สู่สรวงสวรรค์「เกาะอะมะมิ」

วิธีการเดินทางจากเมืองคาโกชิม่าไปยังเกาะอะมะมิโอชิมะ

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางจากเมืองคาโกชิม่าไปยัง Amami Ōshima (เกาะอะมะมิโอชิมะ) ขอแนะนำให้ใช้บริการเครื่องบินจากสนามบินคาโกชิม่าหรือเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือคาโกชิม่าเลยจ้า...

ในกรณีที่นั่งเครื่องบินจากสนามบินคาโกชิม่ามีสายการบิน Japan Air Commuter(JAC) บินให้บริการไป-กลับ 7 เที่ยว / วัน ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 16,000 เยน

ส่วนในกรณีที่นั่งเรือเฟอร์รี่จากคาโกชิม่าสามารถใช้บริการเรือที่วิ่งให้บริการระหว่างเกาะอะมะมิโอชิมะ – ท่าเรือนาเสะของเกาะอะมะมิโอชิมะได้ ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง ค่าโดยสารที่นั่งชั้นสอง – ที่นั่งพิเศษ 9,050 - 22,630 เยน นอกจากนี้ก็ยังมีค่าโหลดสัมภาระอย่างกระเป๋าเดินทาง 850 เยนและค่าขนส่งรถยนต์อีก 1,700 เยน

ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวภายในจ.คาโกชิม่า

JR

ภายในเมืองคาโกชิม่ามีสายรถไฟท้องถิ่นของ JR วิ่งให้บริการประกอบด้วย Kagoshima Main Line · Ibusuki Makurazaki Line · Hisatsu Line · Kitto Line · Nippo Main Line · Miyazaki Kūkō Line และ Nichinan Line เราจึงสามารถนั่งรถไฟไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลักๆภายในจังหวัดได้อย่างสะดวกสบาย

รถบัส

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองคาโกชิม่าก็ขอแนะนำให้ใช้บริการรถบัสเมืองจะสะดวกที่สุด โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่มีรถบัสวิ่งให้บริการหลายคันและสามารถใช้เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้อย่างสะดวกสบายนี่แหละ นอกจากนี้ กรมขนส่งเมืองคาโกชิม่าก็ยังพัฒนาสายรถบัสที่วิ่งให้บริการตามเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมด้วยไม่ว่าจะเป็นเส้นทางภูเขาชิโรยามะ・อิโสะ, เส้นทางวอเตอร์ฟร้อนท์,เส้นทางชมทัศนียภาพยามค่ำคืน และเส้นทางซากุระจิมะไอซ์แลนด์วิว เป็นต้น

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จาก เว็บไซต์หลัก (ภาษาอังกฤษภาษาจีนตัวเต็มภาษาจีนตัวย่อภาษาเกาหลี) ของกรมขนส่งเมืองคาโกชิม่า

Hisatsu Orange Railway

Hisatsu Orange Railway คือ รถไฟท้องถิ่นที่เชื่อมระหว่างยาชิโระ จ.คุมาโมโตะ - เซนได จ.คาโกชิม่า โดยเป็นรถไฟที่สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามทางธรรมชาติจากนอกหน้าต่างขบวนได้ จึงทำให้มันกลายเป็นสายรถไฟยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย เนื่องจากภายในขบวนรถไฟมี ORANGE RESTAURANT EXPRESS ที่สามารถดื่มด่ำกับอาหารบนที่นั่งริมหน้าต่างรถไฟได้ด้วย จึงบอกเลยว่าห้ามพลาดจ้า...

เรือเฟอร์รี่

จากท่าเรือคาโกชิม่ามีเรือเฟอร์รี่รับ-ส่งตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นเกาะอะมะมิโอชิมะและโอกินาว่าแล่นให้บริการ ดังนั้น ถึงแม้ว่าเราจะสามารถนั่งเครื่องบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ก็ตาม แต่การได้นั่งเรือชมวิวทะเลชิลล์ๆเป็นอะไรที่ฟินกว่าอยู่แล้ว สำหรับใครที่มีเวลาท่องเที่ยวเหลือเฟือจึงขอแนะนำให้ใช้บริการเรือเฟอร์รี่เลยค่ะ >รถแท็กซี่
สำหรับใครที่เพิ่งเคยมาเที่ยวคาโกชิม่าเป็นครั้งแรกจึงกังวลเรื่องการเปลี่ยนรถระหว่างท่องเที่ยวขอแนะนำให้ใช้บริการรถแท็กซี่จะสะดวกที่สุด ถ้าเกิดใช้บริการรถแท็กซี่ เราจะสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้โดยตรงเลยล่ะค่ะ สะดวกสบายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

ค่าโดยสารตั้งต้น (1.5 กิโลเมตร) ของรถแท็กซี่ภายในเมืองคาโกชิม่า 620 เยน หลังจากนั้นจึงเพิ่มขึ้นทีละ 50 เยนทุกๆ 200 เมตร การเดินทางด้วยรถแท็กซี่มีจุดเด่นอยู่ที่ถ้าเกิดมากันหลายคนสามารถหารค่ารถกันได้เหลือเพียงคนละไม่แพงเท่านั้นเอง

รถเช่า

หรือว่าใครจะเช่ารถขับเที่ยวคาโกชิม่าซึ่งมีเสน่ห์อยู่ที่ธรรมชาติอันแสนกว้างใหญ่แห่งนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน... เนื่องจากใกล้ๆ Kagoshima-Chūō Station เป็นที่ตั้งอยู่บริษัทเช่ารถจำนวนหนึ่ง จึงขอแนะนำให้เก็บเอาไว้พิจารณาเป็นตัวเลือกดูนะจ๊ะ...

ข้อมูลโซนต่างๆในคาโกชิม่า

เมืองคาโกชิม่า

เมืองคาโกชิม่า คือ เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจ.คาโกชิม่าซึ่งมีเสน่ห์อยู่ที่ทัศนียภาพอันงดงามที่ผสมผสานระหว่างอาคารบ้านเมืองและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ จากสวนสาธารณะภายในเมืองหรือบนจุดชมวิวสามารถชมวิวซากุระจิมะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคาโกชิม่าได้ด้วย

ภายในเมืองเป็นที่ตั้งของสนามบินคาโกชิม่าซึ่งมีบริการเที่ยวบินภายในประเทศจากสนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะ รวมถึง Kagoshima-Chūō Station ซึ่งเป็นสถานีจอดของชินคันเซ็นด้วย โซนนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นโซนหลักของการเดินทางเลยก็ว่าได้ ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวคาโกชิม่าจึงขอแนะนำให้วางแผนโดยตั้งต้นกันที่นี่จะดีที่สุด

Ibusuki (อิบุสึกิ)

เมืองอิบุสึกิ คือ เมืองที่ตั้งอยู่บริเวณแหลมสัทซึมะทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของจ.คาโกชิม่า โดยเป็นแหล่งชมทัศนียภาพทางธรรมชาติอันงดงามไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบและไร่น่า นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งผลิตผลทางการเกษตรขึ้นชื่ออีกด้วย เช่น กระเจี๊ยบเขียว เป็นต้น

แถมอิบุสึกิก็ยังเป็นแหล่งออนเซ็นชั้นแนวหน้าของคาโกชิม่าอีกต่างหาก โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของออนเซ็นสุดแปลกอย่างออนเซ็นทรายร้อน แล้วขาออนเซ็นอย่างเราๆจะพลาดได้ยังไง?!

Izumi (อิซุมิ)・Sendai (เซนได)

เมืองอิซุมิ・เมืองเซนไดตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจ.คาโกชิม่า โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่บรรยากาศสไตล์ท้องถิ่นเลียบทางรถไฟ Hisatsu Orange Railway นี่แหละ โซนนี้เรียงรายไปด้วยโรงแรมที่พักอย่างออนเซ็นและเรียวกังมากมาย

นอกจากนี้ก็ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสุดมันส์อีกเพียบ เช่น พายเรือคายัค เป็นต้น ไหนใครอยากมาพายเรือคายัคชมทะเลอันกว้างใหญ่ในคาโกชิม่ากันบ้างเอ่ย?

Sakurajima (ซากุระจิมะ)

Sakurajima (ซากุระจิมะ) คือ ภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นเกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตรงข้ามกับเมืองคาโกชิม่า

บริเวณโดยรอบซากุระจิมะเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายไม่ว่าจะเป็นทัวร์ภูเขาไฟ, เดินป่า และปีนเขา เป็นต้น ยังไงเพื่อนๆก็ลองแวะมาเข้าร่วมทัวร์ดื่มด่ำกับธรรมชาติของคาโกชิม่ากันให้ได้นะคะ ^^

เราสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือคาโกชิม่ามาถึงท่าเรือซากุระจิมะได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

Tanegashima (เกาะทาเนกาชิมะ)・Yakushima (เกาะยากุชิมะ)

Tanegashima (เกาะทาเนกาชิมะ)・Yakushima (เกาะยากุชิมะ) คือ โซนเกาะย่อยที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาโกชิม่า จากคาโกชิม่ามีเรือด่วน, เรือเฟอร์รี่ และเครื่องบินให้บริการอย่างครบครัน ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถเดินทางมาถึงได้อย่างสะดวกสบายไปโดยปริยาย

บนเกาะทาเนกาชิมะเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออย่าง Tanegashima Space Center (ศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ) ฐานปล่อยจรวดพิเศษ ส่วนเกาะยากุชิมะเป็นที่ตั้งของป่าดงดิบรวมถึง Jōmon Sugi (ต้นโจมงสึกิ) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เนื่องจากทั้งสองแห่งสามารถเดินทางจากคาโกชิม่ามาถึงได้อย่างสะดวกสบาย จึงบอกเลยว่าห้ามพลาด!

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเกาะยากุชิมะสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「สถานที่ต้นแบบหนังค่ายจิบูลิ『 เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร』ยาคุชิมะ ชิราทานิอนซุยเคียว」และ「วิธีการเดินทางไป「เกาะยากุชิมะ」แหล่งมรดกโลกแห่งแรกในญี่ปุ่น

Amami Ōshima (เกาะอะมะมิโอชิมะ)

Amami Ōshima (เกาะอะมะมิโอชิมะ) คือ เกาะย่อยที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองคาโกชิม่าไปทางตอนใต้ประมาณ 350 กิโลเมตร โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่สภาพอากาศอบอุ่นและตั้งอยู่ใกล้กับจ.โอกินาว่า ทัศนียภาพอันงดงามของหาดทรายขาวและทะเลใสสะอาดเป็นอะไรที่ฟินเว่อร์

ภายในเกาะเต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและเมนูอาหารที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อประจำเกาะซึ่งไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหนในโลก สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวคาโกชิม่าก็อย่าลืมแวะมาสัมผัสวัฒนธรรมสุดเอกลักษณ์ของเกาะอะมะมิโอชิมะกันด้วยนะจ๊ะ...

สำหรับใครที่อยากรู้เสน่ห์ของเกาะอะมะมิโอชิมะให้มากยิ่งขึ้นสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「5 สิ่งที่ต้องชมและสัมผัสเมื่อไปเที่ยวเกาะอะมะมิโอชิมะ」และ「มาลองไปกัน ! จากสนามบินนาริตะ ใช้เวลา2ชม.ครึ่ง สู่สรวงสวรรค์「เกาะอะมะมิ」

〜32 แหล่งท่องเที่ยวในคาโกชิม่า〜

1. Kagoshima Castle (ปราสาทคาโกชิม่า : ร่องรอยปราสาทสึรุมารุ)

Kagoshima Castle (ปราสาทคาโกชิม่า : ร่องรอยปราสาทสึรุมารุ)」คือ ร่องรอยปราสาทที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของเมืองคาโกชิม่า จากคูน้ำและกำแพงหินอันสง่างามของปราสาทสามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายความเจริญรุ่งเรืองในสมัยก่อนได้อย่างชัดเจน

เนื่องจากตัวปราสาทคาโกชิม่ามีลักษณะคล้ายกับนกกระเรียนกางปีก จึงเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทสึรุมารุ” มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน เนื่องจากภายในปราสาทมีการจัดแสดงและเก็บรักษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์เอาไว้ด้วย จึงขอแนะนำว่าอย่าพลาดจ้า...

ที่อยู่:7-2 Shiroyamacho, Kagoshima , Kagoshima Prefecture

2. Ishibashi Park (สวนอิชิบาชิ)

Ishibashi Park (สวนอิชิบาชิ)」คือ สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ภายในเมืองคาโกชิม่า แต่เดิมแล้วสะพานหินสร้างขึ้นใน สมัยเอโดะ และถูกย้ายมายังสวนแห่งนี้ ภายในสวนเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อิชิบาชิซึ่งถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของสะพานหิน

สะพานหินมากมาย เช่น สะพานหินที่ใหญ่ที่สุดอย่างสะพานนิชิดะบาชิ เป็นสะพานที่มีประวัติศาสตร์อันแสนลึกซึ้งซึ่งผู้คนท้องถิ่นใช้กันมาเป็นเวลายาวนานกว่า 150 ปี ในปัจจุบัน แอ่งน้ำใต้สะพานกลายเป็นลานเด็กเล่นสำหรับพักผ่อนหย่อนใจประจำท้องถิ่นไปแล้ว

ที่อยู่:1-3 Hamamachi, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken (Ishibashi Park)

3. Terukuni jinja (ศาลเจ้าเทรุคุนิ)

Terukuni jinja (ศาลเจ้าเทรุคุนิ)」คือ ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองคาโกชิม่าซึ่งสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 บนพื้นที่สุดขลังอันแสนเงียบสงบ

ภายในศาลเจ้าเป็นสถานที่จัดงานพิธีดั้งเดิมของญี่ปุ่นมากมาย เช่น พิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวสวมชุดญี่ปุ่น เป็นต้น เนื่องจากในเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีการจัดงานอีเว้นท์ชื่อว่า “โรคุกัตสึโต” ที่เรียงรายไปด้วย โคมไฟ มากมายด้วย สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวคาโกชิม่าในช่วงนี้ห้ามพลาดนะจ๊ะ...

ที่อยู่:19-35 Terukunichō, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

4. Sengan-en (สวนเซ็นกันเอ็น)

Sengan-en (สวนเซ็นกันเอ็น)」คือ สวนสาธารณะอันแสนกว้างใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองคาโกชิม่า แต่เดิมแล้วเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลชิมัตสึผู้ปกครองโซนนี้ในสมัยก่อน โดยเป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงามที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ

จากสวนเซ็นกันเอ็นขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงามมาตั้งแต่ในสมัยก่อนแห่งนี้สามารถชมวิว “ซากุระจิมะ” สัญลักษณ์ของคาโกชิม่าได้ด้วยนะเออ... บอกเลยว่าต้องแวะมาสัมผัสวิวสุดงามที่นี่กันให้ได้ค่ะ ^^

ที่อยู่:9700-1 Yoshinochō, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

5. Saigo Takamori Statue (รูปปั้นไซโก ทาคาโมริ)

Saigo Takamori Statue (รูปปั้นไซโก ทาคาโมริ)」แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากศาลเจ้าเทรุคุนิประมาณเดินเท้าไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น “ไซโก ทาคาโมริ” เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ผู้มีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาญี่ปุ่นยุคใหม่ รูปปั้นนี้สร้างขึ้นในคาโกชิม่าเมื่อปี 1937 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีในการจากไปของเขา

โดยเป็นรูปปั้นอันล้ำค่าที่สร้างขึ้นโดยศิลปินคนเดียวกับ “รูปปั้นฮาจิโกะ” ที่ตั้งอยู่ในชิบุย่า จ.โตเกียว รูปปั้นไซโก ทาคาโมริในชุดทหารซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่านเป็นผลงานที่ดูสวยงามทรงพลังสุดๆ

ที่อยู่:4-36 Central Park, Kagoshima, Kagoshima Prefecture

6. Xavier Park (สวนซาเวียร์)

Xavier Park (สวนซาเวียร์)」คือ สวนสาธารณะภายในเมืองคาโกชิม่าที่สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 400 ปีในการนำเรือมาเทียบท่าของผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์ Francis Xavier ว่ากันว่าซาเวียร์ผู้แผยแผ่ศาสนาคริสต์ตั้งแต่ปี 1549 อาศัยอยู่ในคาโกชิม่าเป็นเวลากว่า 1 ปีเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าโบสถ์ซาเวียร์ที่สร้างขึ้นเพื่อยกย่องแก่ผลงานของซาเวียร์ใน สมัยเมจิ จะถูกเผาทำลายลงจากสงคราม แต่ในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือโบสถ์เก่าส่วนหนี่งและโบสถ์ที่ได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่ให้ได้ชมกันอยู่ ที่นี่จึงนับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสัญลักษณ์ของคาโกชิม่าซึ่งเป็นประตูทางเข้าของศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ

ที่อยู่:4-9 Higashisengokuchō, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

7. Chiran Peace Museum for Kamikaze Pilots (พิพิธภัณฑ์สันติภาพนักบินพลีชีพ)

Chiran Peace Museum for Kamikaze Pilots (พิพิธภัณฑ์สันติภาพนักบินพลีชีพ)」คือ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยนักบินพลีชีพที่พุ่งชนเรือรบของศัตรูในสงครามโอกินาว่าช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากเคยเป็นที่ตั้งของฐานทัพจู่โจมในสมัยก่อน จึงที่นี่จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดภาพของหน่วยนักบินพลีชีพในตอนนั้น

ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงทั้งเครื่องบินขับไล่ในช่วงสงคราม, เอกสาร และจดหมายที่เขียนความรู้สึกนึกคิดของเหล่านักบินเอาไว้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่สอนให้คิดถึงคุณค่าของชีวิตและสันติภาพเพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบเดิมขึ้นอีกนั่นเอง

ที่อยู่:17881 Chirancho, Minamikyūshū-shi, Kagoshima-ken

8. Chiran Bukeyashiki Teien (สวนจิรัมบูเกะยาชิกิเทเอ็น)

Chiran Bukeyashiki Teien (สวนจิรัมบูเกะยาชิกิเทเอ็น)」คือ สวนสาธารณะที่เรียงรายไปด้วยคฤหาสน์นักรบใน สมัยเอโดะ ที่ตั้งอยู่ในเมืองมินามิคิวชู โดยขึ้นชื่อในฐานะที่เป็น “เกียวโตน้อยแห่งสัทซึมะ” ซึ่งทัศนียภาพอันงดงามของอาคารบ้านเมืองคล้ายกับสวนขนาดเล็ก

ภายในพื้นที่ประกอบด้วยสวนถึง 7 แห่งซึ่งได้รับเลือกให้เป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงาม ไหนใครอยากลองแวะมาเดินเล่นสำรวจโลกแห่งนักรบในสมัยเอโดะกันดูบ้าง?

ที่อยู่:6198 Chiranchō, Minamikyūshū-shi, Kagoshima-ken

9. Takachiho Farm (ฟาร์มทากาจิโฮะ)

Takachiho Farm (ฟาร์มทากาจิโฮะ)」คือ ฟาร์มที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนของจ.คาโกชิม่าและจ.มิยาซากิ โดยเป็นฟาร์มท่องเที่ยวที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม แถมยังมีโซนที่สามารถเล่นกับเหล่าสัตว์น่ารักๆได้ด้วยนะเออ...

ภายในฟาร์มเป็นที่ตั้งของจุดชมวิวที่สามารถชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของภูเขาคิริชิมะได้ นอกจากนี้ เนื่องจากร้านอาหารและร้านจำหน่ายของฝากมีจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมจากฟาร์มด้วย แบบนี้ต้องลองแล้วล่ะค่ะ

ที่อยู่:5265-103 Yoshinomotochō, Miyakonojō-shi, Miyazaki-ken

10. Sogi Waterfall Park (สวนน้ำตกโซกิ)

Sogi Waterfall Park (สวนน้ำตกโซกิ)」คือ สวนสาธารณะที่มีศูนย์กลางเป็น “น้ำตกโซกิ” ที่ไหลลงสู่แม่น้ำเซนไดและเขื่อนภายในเมืองอิสะ น้ำตกขนาดใหญ่กว้างกว่า 210 เมตร สูงกว่า 12 เมตรแห่งนี้ดูยิ่งใหญ่น่าประทับใจสุดๆ

บริเวณโดยรอบน้ำตกแต่งแต้มไปด้วยธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้ง 4 ในฤดูใบไม้ผลิเป็นซากุระ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงเป็นใบไม้เปลี่ยนสี เนื่องจากช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจะมีการจัดงานไลท์อัพขึ้นด้วย จึงเหมาะกับการแวะมาถ่ายรูปจริงๆจ้า...

ที่อยู่:635-11 Ōkuchimiyahito, Isa-shi, Kagoshima-ken

11. Kanoya Bara Park (สวนคาโนยะบาระ)

Kanoya Bara Park (สวนคาโนยะบาระ)」คือ สวนกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวคาโกชิม่า ภายในพื้นที่กว้างกว่า 8 เฮกเตอร์มีการปลูกกุหลาบเอาไว้กว่า 35,000 ดอกเลยทีเดียว

เราสามารถเพลิดเพลินกับความแตกต่างของกุหลาบหลากสีได้ไม่ว่าจะเป็นสีแดงหรือสีขาว นอกจากนี้ก็ยังมีโซนของฝากสุดโรแมนติกอย่างเรือนกระจกสำหรับตัดต้นกุหลาบบ้านด้วยนะเออ...

ที่อยู่:1250 Hamadachō, Kanoya-shi, Kagoshima-ken

12. JAXA Uchinoura Space Center (หอดูดาวและอวกาศอุจิโนะอุระ)

JAXA UCHINOURA SPACE CENTER (หอดูดาวและอวกาศอุจิโนะอุระ)」คือ ฐานจรวดที่ตั้งอยู่เลียบมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ของจ.คาโกชิม่า โดยมีทั้งจรวดและดาวเทียมมากมายถูกยิงขึ้นจากที่นี่ไม่ว่าจะเป็น “โอสึมิ” ดาวเทียมญี่ปุ่นในปี 1970 และ “ฮายาบูสะ” ยานสำรวจดาวเคราะห์น้อยยุคใหม่ เป็นต้น

เราสามารถเดินเยี่ยมชมภายในฐานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายหรือว่าจะขับรถชมฐานปล่อยจรวดและจานสะท้อนแบบพาราโบลาขนาดใหญ่ก็ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ เนื่องจากมีการแนะนำประวัติศาสตร์ของการวิจัยอวกาศและโครงสร้างของจรวดภายในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อวกาศด้วย จึงเหมาะกับการศึกษาหาข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง

ที่อยู่:1791-13 Minamikata, Kimotsuki-chō, Kimotsuki-gun, Kagoshima-ken

13. Tanegashima Space Center (ศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ)

Tanegashima Space Center (ศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ)」คือ ฐานปล่อยจรวดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์อวกาศมีการจัดแสดงโมเดลจรวดขนาดใหญ่เท่าของจริงสูงกว่า 50 เมตรเพื่อกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับอวกาศของผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมเอาไว้ด้วย

ภายในศูนย์เป็นที่ตั้งของจุดชมวิวซึ่งสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามที่ผสมผสานระหว่างฐานปล่อยจรวดและธรรมชาติได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ เนื่องจากมีการเปิดทัวร์เยี่ยมชมฟรีแบบจองล่วงหน้าด้วย สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนจาก เว็บไซต์หลัก ได้เลยจ้า...

ที่อยู่:Asatsuaza, kikunaga,, Kumage-gun Minamitane-cho 891-3793 , Kagoshima Prefecture

14. Kanoya Air Base Museum (พิพิธภัณฑ์ฐานทัพอากาศคาโนยะ)

Kanoya Air Base Museum (พิพิธภัณฑ์ฐานทัพอากาศคาโนยะ)」คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ภายในฐานทัพอากาศคาโนยะ บนชั้น 1F มีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับผลงานและความเจริญก้าวหน้าของทหารเรือในปัจจุบัน โดยเราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลหลังสงครามได้ที่นี่เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับทหารเรือญี่ปุ่นเก่าซึ่งเปิดเผยข้อมูลสำคัญในช่วงสงครามด้วย พิพิธภัณฑ์ที่เผยแพร่ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ทหารเรือเก่าไปจนถึงกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลในปัจจุบันของญี่ปุ่นแห่งนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ทำให้ตระหนักถึงการป้องกันประเทศเลยก็ว่าได้

ที่อยู่:3 Chome-11 Nishihara, Kanoya-shi, Kagoshima-ken

15. Kagoshima Aquarium (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโกชิม่า)

Kagoshima Aquarium (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโกชิม่า)」คือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชู โดยเราสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศแสนประทับใจที่บรรดาสัตว์ทะเลมากมายหลายชนิดแหวกว่ายอยู่ภายในแท็งก์น้ำได้อย่างจุใจ

ร้านค้าบนชั้น 1F มีจำหน่ายของฝากทั้งขนมและตุ๊กตาสุดน่ารัก เนื่องจากสินค้าบางชิ้นก็เป็นสินค้าออริจินอลที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหนในโลกด้วย จึงบอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

ที่อยู่:3-1 Honkōshinmachi, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

16. Kagoshimashi Hirakawadobutsu Park (สวนฮิราคาวะโดบุตสึเมืองคาโกชิม่า)

Kagoshimashi Hirakawadobutsu Park (สวนฮิราคาวะโดบุตสึเมืองคาโกชิม่า)」คือ สวนสัตว์ที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองคาโกชิม่า ภายในสวนสัตว์เป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาสัตว์น้อย-ใหญ่กว่า 140 สายพันธุ์ซึ่งมีไฮไลท์เป็นหมีโคอาล่าสุดแปลกที่พบเห็นได้ยากในญี่ปุ่น

นอกจากนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของแหล่งแช่ออนเซ็นเท้าพลางชมธรรมชาติของคาโกชิม่าและสวนสนุกด้วย จึงเหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาเที่ยวตลอดทั้งวันจริงๆค่ะ

ที่อยู่:5669-1 Hirakawachō, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

17. Museum of the Meiji Restoration (พิพิธภัณฑ์การปฏิรูปเมจิ)

Museum of the Meiji Restoration (พิพิธภัณฑ์การปฏิรูปเมจิ)」คือ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานของบรรพบุรุษในคาโกชิม่า ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงข้อมูลผ่านเทคโนโลยีสุดไฮเทคไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, โมเดลหุ่นจำลองขนาดเล็กเหมือนจริง และหุ่นยนต์ ทำให้เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของคาโกชิม่าได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน

ภายในห้องโถงชั้น B1F มีการฉายภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับเหล่าบุคคลสำคัญในคาโกชิม่าผู้สร้างรากฐานของ สมัยเมจิ เช่น “ไซโก ทาคาโมริ” และ “โอคุโบะ โทชิมิจิ” เป็นต้น จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่สำหรับศึกษารากฐานของคาโกชิม่าผู้ขับเคลื่อนญี่ปุ่นสมัยใหม่เลยก็ว่าได้

ที่อยู่:23-1 Kajiyachō, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

18. Yakushima Fruit Garden (สวนผลไม้ยากุชิมะ)

Yakushima Fruit Garden (สวนผลไม้ยากุชิมะ)」คือ สวนผลไม้ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะยากุชิมะ ภายในสวนเต็มไปด้วยผลไม้ของประเทศทางใต้และผลไม้เขตร้อนกว่า 2,000 ชนิด ทำให้ที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของผลไม้น่ารับประทาน

โซนพักผ่อนหย่อนใจ “คาจิตสึอัน” มีการจัดให้ชิมผลไม้สดใหม่และแยมผลไม้เขตร้อนด้วย เนื่องจากเราสามารถซื้อกลับบ้านได้ จึงเหมาะกับการซื้อกลับไปเป็นของฝากสุดๆ

ที่อยู่:629-16 Nakama, Yakushima-chō, Kumage-gun, Kagoshima-ken

19. Kagomma Furusato Yataimura (คากอมมะ ฟุรุซาโตะ ยาไตมูระ)

Kagomma Furusato Yataimura (คากอมมะ ฟุรุซาโตะ ยาไตมูระ)」คือ แหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อปี 2012 ที่ผ่านมา ภายในพื้นที่เรียงรายไปด้วยร้านแผงลอยกว่า 25 หลังที่จำหน่ายเมนูท้องถิ่นประจำคาโกชิม่ามากมาย

ร้านแผงลอยมีจำหน่ายทั้งเหล้าและอาหารที่ทำมาจากวัตถุดิบขึ้นชื่อประจำคาโกชิม่าไม่ว่าจะเป็น “อิโมะโชจู” และ “คุโรบูตะ” โดยมีเสน่ห์อยู่ที่เราสามารถพูดคุยกับผู้คนท้องถิ่นได้โดยตรงนี่แหละ เช่น พนักงานร้านที่พูดคุยเป็นภาษาถิ่นคาโกชิม่า เป็นต้น

ที่อยู่:6-4 Chūōchō, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

20. ออนเซ็นภายในเมืองคาโกชิม่า

ว่ากันว่าภายในเมืองคาโกชิม่าเต็มไปด้วยแหล่งต้นน้ำมากกว่า 270 แห่งเลยทีเดียว โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำร้อนคุณภาพดีและความหลากหลายนี่แหละ แถมยังมีเสน่ห์อยู่ที่เราสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและแผนเที่ยวอีกด้วย เช่น ที่พักติดออนเซ็นอย่างเรียวกังหรือออนเซ็นที่สามารถใช้บริการได้ในราคาเพียง 300 เยนเท่านั้น เป็นต้น

แถมแหล่งออนเซ็นบางแห่งก็ยังมีบริการออนเซ็นเท้าราคาสบายกระเป๋าด้วย สำหรับใครที่เหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวเมืองคาโกชิม่าก็ขอแนะนำให้แวะมาแช่ออนเซ็นเท้าผ่อนคลายกันเลยจ้า...

21. Ibusuki Onsen (อิบุสึกิออนเซ็น)

เมืองอิบุสึกิติดทะเลแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งแช่ออนเซ็นพลางชมวิวทะเล ความงดงามที่ตัดกันระหว่างท้องฟ้าและทะเลที่สามารถชมได้จากออนเซ็นกลางแจ้งเป็นอะไรที่งดงามสุดๆ

นอกจากนี้ เรายังสามารถดื่มด่ำกับออนเซ็นทรายร้อนที่「Saraku (ซาราคุ)」ได้อีกด้วย เอาล่ะ เรามาเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติพลางสัมผัสกับเสียงทะเลบนหาดทรายในอิบุสึกิกันดีกว่า~

ที่อยู่:5 Chome-25-18 Yunohama, Ibusuki-shi, Kagoshima-ken

22. Kirishima Onsenkyo (หมู่บ้านออนเซ็นคิริชิมะ)

Kirishima Onsenkyo (หมู่บ้านออนเซ็นคิริชิมะ)」คือ แหล่งออนเซ็นที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาคิริชิมะทางตอนเหนือของจ.คาโกชิม่า โดยมีออนเซ็นน้อย-ใหญ่กว่า 9 แห่งผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นคุณภาพแตกต่างกันได้ในแห่งเดียว

แถมบริเวณโดยรอบก็ยังเต็มไปด้วยโรงแรมที่พักมากมายและออนเซ็นหินอีกด้วย หมู่บ้านออนเซ็นคิริชิมะแห่งนี้จึงนับเป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งการท่องเที่ยวโซนคิริชิมะเลยก็ว่าได้

ที่อยู่:Makizonocho Takachiho, Kirishima, Kagoshima Prefecture

23. Kagoshima Bay (อ่าวคาโกชิม่า)

Kagoshima Bay (อ่าวคาโกชิม่า)」คือ อ่าวที่คั่นระหว่างแหลมสัทซึมะและแหลมโอสึมิของจ.คาโกชิม่า โดยตั้งอยู่ทางตอนใต้ของซากุระจิมะ ที่นี่เป็นที่รู้จักคุ้นเคยของผู้คนท้องถิ่นในชื่อ “คิงโควัง”

ระหว่างแหลมทั้งสองแห่งมีเรือเฟอร์รี่ซากุระจิมะแล่นให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เราจึงสามารถใช้บริการได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา เนื่องจากเราสามารถชมวิวซากุระจิมะจากบนเรือเฟอร์รี่ได้อย่างชัดเจน จึงขอแนะนำให้แวะมาล่องเรือข้ามอ่าวคาโกชิม่ากันให้ได้สักครั้ง

24. Kaimondake volcano (ภูเขาไฟไคมอนดาเกะ)

Kaimondake volcano (ภูเขาไฟไคมอนดาเกะ)」คือ ภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในโซนอิบุสึกิ ด้วยความสูงกว่า 924 เมตร ยอดเขาเรียบ และสันเขาลาด ทำให้เป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “สัทซึมะฟูจิ”

เนื่องจากที่นี่มีการตัดเส้นทางปีนเขาเอาไว้ด้วย ทำให้เราสามารถขึ้นไปบนยอดเขาได้ในระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง บอกเลยว่ามือใหม่ก็สบายใจหายห่วง โดยเราสามารถชมแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อมากมายในคาโกชิม่าได้จากบนยอดเขาเลย

ที่อยู่:Kaimondake volcano, Kaimon, Ibusuki, Kagoshima Prefecture

25. Lake Ikeda (ทะเลสาบอิเคดะ)

Lake Ikeda (ทะเลสาบอิเคดะ)」คือ ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในคิวชูที่ตั้งอยู่ภายในโซนอิบุสึกิ โดยเป็นทะเลสาบใหญ่กว่า 15 กิโลเมตรที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟครั้งใหญ่ในสมัยก่อน

บริเวณริมทะเลสาบมีการปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลทั้ง 4 เอาไว้มากมาย ว่ากันว่ามีผู้คนท้องถิ่นนิยมใช้เป็นเส้นทางวิ่งจ๊อกกิ้งและปั่นจักรยานกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเดือนมกราคม บริเวณโดยรอบจะบานสะพรั่งไปด้วยดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสดใสให้บรรยากาศสวยงามมาก

ที่อยู่:Ikeda, Ibusuki, Kagoshima Prefecture

26.Amami Ōshima (เกาะอะมะมิโอชิมะ)

Amami Ōshima (เกาะอะมะมิโอชิมะ)」คือ เกาะย่อยที่ตั้งอยู่ห่างจากจ.คาโกชิม่าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 350 กิโลเมตร โดยมีเอกลักษณ์อยู่สภาพอากาศอบอุ่นและพืชพรรณธรรมชาติเขตร้อน ที่นี่นับเป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสีน้ำเงินและหาดทรายขาวชั้นเยี่ยม

ภายในเกาะอะมะมิโอชิมะมีการพัฒนาวัฒนธรรมสุดเอกลักษณ์ขึ้นมามากมายไม่ว่าจะเป็น การย้อมสีแบบโดโระโซเมะ, ผ้าไหมโอชิมะสึมุกิ และ “เคฮัง” เมนูท้องถิ่นประจำเกาะอะมะมิโอชิมะ บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในโลกอย่างแน่นอน ถ้าเกิดใครวางแผนเดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็ขอแนะนำให้ลองสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับผู้คนท้องถิ่นกันดูจ้า... สำหรับใครที่ต้องการเดินทางจากโตเกียวมาถึงเกาะอะมะมิโอชิมะสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「มาลองไปกัน ! จากสนามบินนาริตะ ใช้เวลา2ชม.ครึ่ง สู่สรวงสวรรค์「เกาะอะมะมิ」

27. Tanegashima (เกาะทาเนกาชิมะ)

Tanegashima (เกาะทาเนกาชิมะ)」คือ เกาะย่อยที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจ.คาโกชิม่า ภายในโซนที่ยังคงหลงเหลือธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในยุคหินเก่าของญี่ปุ่น

ศูนย์อวกาศที่ตั้งอยู่บนเกาะนี้เป็นฐานยิงจรวดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว แหล่งวิจัยทางอวกาศที่ทันสมัยที่สุดในญี่ปุ่นแห่งนี้จึงควรค่าแก่การแวะมาเยี่ยมชมสุดๆ เราสามารถนั่งเครื่องบินจากสนามบินคาโกชิม่ามาถึงเกาะทาเนกาชิมะได้โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ในกรณีที่นั่งเรือด่วนจากท่าเรือใต้คาโกชิม่ามาถึงท่าเรือนิชิโนะโอโมเตะของเกาะทาเนกาชิมะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

28. Sakurajima (ซากุระจิมะ)

Sakurajima (ซากุระจิมะ)」คือ ภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางจ.คาโกชิม่า โดยเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันของชาวเมืองในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของคาโกชิม่า ภูเขาไฟแห่งนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกันคือภูเขาตอนเหนือ・ภูเขาตอนกลาง・ภูเขาตอนใต้ ภูเขาสูงกว่า 1,117 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พื้นที่หน้าตัด 80 ตารางกิโลเมตร และกว้าง 52 กิโลเมตร มีผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันประมาณ 4,600 คนตามข้อมูลปัจจุบัน ณ เดือนมกราคม ปี 2015

แม้ในปัจจุบัน ซากุระจิมะก็ยังคงปะทุอยู่บ่อยครั้งและมีควันพวยพุ่งออกมาจากปล่องภูเขาอยู่ บริเวณโดยรอบมีถ่านภูเขาไฟตกลงมาซึ่งนับเป็นทัศนียภาพเฉพาะของคาโกชิม่าเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ก็ยังมีเสน่ห์อยู่ที่เป็นแหล่งผลิตผลทางการเกษตรแสนอร่อยและออนเซ็นอีกด้วย

เราสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือคาโกชิม่ามาถึงท่าเรือซากุระจิมะได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

29. Mount Kirishima (ภูเขาคิริชิมะ)

Mount Kirishima (ภูเขาคิริชิมะ)」คือ กลุ่มภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนของจ.คาโกชิม่าและมิยาซากิ Mount Karakuni (ภูเขาคาราคุนิ) ซึ่งเป็นยอดแหลมสูงสุด (สูง 1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) และ Takachiho no Mine (ทากาจิโฮะ โนะ มิเนะ : สูง 1,574 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงามน่าประทับใจ

ภูเขาคิริชิมะนับเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่แม้ในปัจจุบัน แถมบริเวณโดยรอบก็ยังเป็นที่ตั้งของแหล่งออนเซ็นอีกด้วย บอกเลยว่าเหมาะกับการปีนเขาและเดินป่าเอามากๆ

30. Kuchinoerabu-jima (เกาะคุจิโนเอราบุจิมะ)

Kuchinoerabu-jima (เกาะคุจิโนเอราบุจิมะ)」คือ เกาะขนาดเล็กทางฝั่งตะวันตกของเกาะยากุชิมะ โดยเป็นโซนอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาไฟ

ทั่วทุกแห่งภายในเกาะเต็มไปด้วยแหล่งออนเซ็นและเป็นที่ตั้งของโรงแช่ออนเซ็นจำนวนหนึ่ง เนื่องจากเราสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือมิยะโนะอุระบนเกาะยากุชิมะมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที จึงนับเป็นเกาะน่าเที่ยวแห่งหนึ่งเลยล่ะค่ะ

ที่อยู่:Kuchinoerabu Island, Kuchierabujima, Yakushima, Kumage District, Kagoshima Prefecture

31. Mount Shiroyama (ภูเขาชิโรยามะ)

Mount Shiroyama (ภูเขาชิโรยามะ)」คือ ภูเขาสูง 107 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองคาโกชิม่า โดยเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในฐานะที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองซึ่งมีการตัดถนนสำหรับเดินเล่นกินลมชมวิวขึ้นมาเป็นอย่างดี

จากบนจุดชมวิวบริเวณยอดเขาสามารถชมวิวอาคารบ้านเมืองคาโกชิม่าและซากุระจิมะได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เนื่องจากที่นี่เป็นแหล่งชมทัศนียภาพยามค่ำคืนขึ้นชื่อ จึงขอแนะนำให้แวะมาในช่วงเย็นๆจะฟินมาก

ที่อยู่:Shiroyamacho, Kagoshima, Kagoshima Prefecture

32. Jōmon Sugi (ต้นโจมงสึกิ)

Jōmon Sugi (ต้นโจมงสึกิ)」คือ ต้นสนยากุที่เติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติบนเกาะยากุชิมะ โดยเป็นต้นสนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาต้นสนยากุถึงขนาดว่ากันว่ามีอายุเกือบ 7,000 ปีเลยทีเดียว

จากบนผิวต้นไม้ขรุขระสามารถสัมผัสถึงพลังอำนาจของต้นโจมงสึกิที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติบนเกาะยากุชิมะได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็นป่าสนกว้างใหญ่ ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งเดินป่าขึ้นชื่อไปโดยปริยาย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

【ตอนที่1/2】ของน่าดูในการปีนเขา「ต้นสนโจมง」7,200 ปี มรดกโลกที่คาโกะชิมะ
【ตอนที่2/2】ไปปีนเขาดู「ต้นสนโจมง」7,200 ปี มรดกโลกที่คาโกะชิมะ

แหล่งช้อปปิ้งในคาโกชิม่า

Tenmonkan (เท็มมงคัง)

Tenmonkan (เท็มมงคัง)」คือ ย่านร้านค้าที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองคาโกชิม่า ที่นี่เรียงรายไปด้วยร้านอาหาร, ร้านบูติกสุดเอกลักษณ์ และศูนย์รวมความบันเทิง โดยเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมที่คึกคักไปด้วยผู้คนมากมายตลอดทั้งวันทั้งคืน

ที่อยู่:Higashisengokucho, Kagoshima, Kagoshima Prefecture

Amu Plaza Kagoshima (อามิว พลาซ่า คาโกชิม่า)

Amu Plaza Kagoshima (อามิว พลาซ่า คาโกชิม่า)」คือ อาคารสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ติดกับ Kagoshima-Chūō Station โดยเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นลำลอง, คาเฟ่ และร้านอาหาร

บนชั้น 6F ของอาคารหลักเป็นชิงช้าสวรรค์ “Amuran” สำหรับชมวิวเมืองคาโกชิม่า ถ้าเกิดลองนั่งชิงช้าสวรรค์หาจุดหมายปลายทางต่อไปก็คงจะสนุกดีไม่น้อย...

ที่อยู่: 1-1 Chūōchō, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

Dolphin Port (ดอลฟินพอร์ต)

Dolphin Port (ดอลฟินพอร์ต)」คือ ศูนย์การค้าริมอ่าวเมืองคาโกชิม่า โดยเรียงรายไปด้วยร้านค้าจิปาถะและร้านอาหาร แถมยังมีเสน่ห์อยู่ที่ตั้งบนอยู่บนทำเลทองเห็นวิวซากุระจิมะตรงหน้าอย่างชัดเจนอีกด้วย

เนื่องจากภายในอาคารเป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายสินค้าศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อประจำจ.คาโกชิม่า สำหรับใครที่กำลังมองหาของฝากจึงบอกเลยว่าพลาดไม่ได้!

ที่อยู่:5-4 Honkōshinmachi, Kagoshima-shi, Kagoshima-ken

แผนเที่ยวคาโกชิม่า

เส้นทางท่องเที่ยวคาโกชิม่าโดยเริ่มต้นออกเดินทางจากเมืองคาโกชิม่าต่อไปยังอิบุสึกิหรือคิริชิมะเป็นเวลา 2 วัน 1 คืนนั้นได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ เนื่องจากอิบุสึกิและคิริชิมะเป็นแหล่งออนเซ็นขึ้นชื่อ เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นภายในที่พักติดออนเซ็นได้อย่างชิลล์ๆ

นอกจากนี้ เส้นทางท่องเที่ยวจากเมืองคาโกชิม่าต่อไปยังเกาะย่อยต่างๆ เช่น เกาะทาเนกาชิมะ, เกาะยากุชิมะ และเกาะอะมะมิโอชิมะก็กำลังได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากเราสามารถนั่งเครื่องบินหรือเรือเฟอร์รี่จากเมืองคาโกชิม่ามาถึงได้อย่างสะดวกสบาย ยังไงเพื่อนๆก็ลองแวะมาสัมผัสวัฒนธรรมสุดเอกลักษณ์และธรรมชาติตามเกาะย่อยต่างๆกันดูเนอะ

งานอีเว้นท์ในคาโกชิม่า

เดือนมีนาคม : ชมซากุระ

คาโกชิม่าที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นแห่งนี้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิค่อนข้างเร็ว จึงมีเอกลักษณ์อยู่ที่สามารถชมซากุระได้ไวกว่าในโตเกียวนี่แหละ เนื่องจากเราสามารถดื่มด่ำกับซากุระได้เร็วที่สุดในญี่ปุ่น จึงมีการจัดงานเทศกาลชมซากุระกันตั้งแต่เดือนมีนาคมเลยทีเดียว

ภายในคาโกชิม่าเต็มไปด้วยแหล่งชมซากุระมากมาย เช่น Sakura-no-Yakata (ซากุระ โนะ ยากาตะ) ที่ Kiyomizu Magaibutsu Shrine (ศาลเจ้าคิโยมิสึมาไกบุตสึ) ตามรูปบนเป็นต้น สำหรับใครที่วางแผนเดินทางมาเที่ยวคาโกชิม่าในฤดูใบไม้ผลิก็ขอแนะนำว่าต้องมาชมซากุระกันให้ได้จ้า...

เดือนเมษายน : Shibushi Buddha Festival (งานเทศกาลชิบูชิบุดดา)

Shibushi Buddha Festival (งานเทศกาลชิบูชิบุดดา)」คือ งานเทศกาลประจำฤดูใบไม้ผลิซึ่งจัดขึ้นภายในเมืองชิบูชิทางฝั่งตะวันออกของจ.คาโกชิม่า โดยเป็นงานเทศกาลดั้งเดิมที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ใน สมัยเอโดะ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระพุทธเจ้าศาสดาแห่งศาสนาพุทธ

ภายในงานเทศกาลจะมีการเดินขบวนพาเหรดและเต้นรำพร้อมกับจูงม้าที่เรียกว่า “ชานชานอุมะ” โดยมีเจ้าสาวนั่งอยู่บนหลังม้า เรียกได้ว่าเป็นงานอีเว้นท์ชั้นแนวหน้าของจังหวัดที่มีผู้คนเข้าร่วมมากมายเลยล่ะค่ะ เนื่องจากนักท่องเที่ยวอย่างเราๆก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นเดียวกัน ยังไงเพื่อนๆก็ลองเต้นรำกลมกลืนไปกับผู้คนท้องถิ่นกันดูนะคะ ^^

เดือนตุลาคม : Yamankan No Kyouen (งานเทศกาลยามะคัน โนะ เคียวเอ็น)

Yamankan No Kyouen (งานเทศกาลยามะคัน โนะ เคียวเอ็น)」คือ งานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปีที่เมืองฮิโอกิทางฝั่งตะวันตกของจ.คาโกชิม่า โดยจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหล่าบรรพบุรุษผู้เข้าร่วมสงครามเซกิกาฮาระในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในฐานะที่เป็นงานเทศกาลประจำฤดูใบไม้ผลิที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ในตอนกลางวันจะเป็นโซนไร่นาอันเงียบสงบกว้างไกลไปสุดลูกหูลูกตา แต่เมื่อตกกลางคืนจะมีการจุดคบเพลิงมากกว่า 1 หมื่นแท่งให้บรรยากาศชวนฝันสุดๆ นอกจากนี้ บนเวทีพิเศษก็ยังมีการจัดการแสดงสด เช่น การแสดงกลองไทโกะซึ่งเป็นเครื่องดนตรีดั้งเดิมของญี่ปุ่น อีกด้วย

เดือนพฤศจิกายน : Ohara Festival (งานเทศกาลโอฮาระ), Yakushima Yume Festival (งานเทศกาลยากุชิมะยูเมะ) และ Sueyoshi Hozai (งานเทศกาลสุเอโยชิโฮไซ)

เดือนพฤศจิกายนเป็นฤดูกาลที่มีการจัดงานเทศกาลขึ้นมากมายในคาโกชิม่า เดี๋ยวเราจะมาแนะนำ 3 งานเทศกาลที่จัดขึ้นภายในเดือนนี้กันค่ะ ^^

「Ohara Festival (งานเทศกาลโอฮาระ)」คือ งานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมินามิคิวชูซึ่งจัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1959 โดยจะมีการเดินขบวนพาเหรดเต้นรำประกอบ “โอฮาระเซ็ตสึ” เพลงพื้นบ้านขึ้นชื่อของคาโกชิม่าโดยผู้คนกว่า 2 หมื่นคน

「Yakushima Yume Festival (งานเทศกาลยากุชิมะยูเมะ)」คือ งานอีเว้นท์ประจำฤดูใบไม้ร่วงที่จัดขึ้นภายใน “เกาะยากุชิมะ” เกาะย่อยทางตอนใต้ของคาโกชิม่า ในช่วงนี้จะมีการจุดโคมไฟกว่า 14,000 ชิ้นให้บรรยากาศลึกลับน่าพิศวงเติมเต็มค่ำคืนของเกาะยากุชิมะ

「Sueyoshi Hozai (งานเทศกาลสุเอโยชิโฮไซ)」คือ งานเทศกาลที่จัดขึ้นที่เมืองโซภายในจ.คาโกชิม่า โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้ชมความสามารถพิเศษยิงธนูบนหลังม้าหรือ “ยาบุซาเมะ” บนถนนของศาลเจ้าซุมิโยชิ

โรงแรมที่พักในคาโกชิม่า

ภายในเมืองคาโกชิม่าเต็มไปด้วยโรงแรมที่พักมากมายไม่ว่าจะเป็นโรงแรมธุรกิจและโรงแรมแคปซูล สำหรับใครที่อยากประหยัดค่าที่พักก็ขอแนะนำเป็นโรงแรมที่พักเหล่านี้เลยค่ะ

นอกจากนี้ แหล่งขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นอย่างคาโกชิม่าก็ยังคงหลงเหลือเรียวกังสำหรับสัมผัสบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นเพียบเลยอีกด้วย เนื่องจากเรียวกังบางแห่งก็มาพร้อมกับออนเซ็นแสนสบาย สำหรับใครที่อยากลงแช่ออนเซ็นก็ต้องลองแล้วล่ะสิ!

อาหารท้องถิ่นของคาโกชิม่า

สัทซึมะอาเกะ

สัทซึมะอาเกะ」คือ เมนูลูกชิ้นปลาทอดซึ่งมีต้นกำเนิดในคาโกชิม่า เนื่องจากแต่เดิมแล้วเป็นเมนูที่แผยแพร่จากประเทศจีนมายังโอกินาว่า ผ่านมาถึงสัทซึมะ (คาโกชิม่า) จนแพร่หลายไปทั่วประเทศ จึงตั้งชื่อกันว่าแบบนี้นั่นเอง

เมนูลูกชิ้นปลาทอดสัทซึมะอาเกะนี้มีรูปร่างหน้าตาหลากหลายมาก แถมบางร้านก็ยังมีแบบสอดไส้ผัก เช่น ขิง อีกด้วย เนื่องจากไม่ว่าจะทานเปล่าๆหรือนำไปลนไฟนิดๆก็อร่อยเหมือนกัน จึงบอกเลยว่าต้องลอง...

คุโรบูตะ (ชาบูชาบู, ทงคัตสึ)

คุโรบูตะ」คือ หมูพันธุ์เบอร์กเชียร์แท้สีดำที่เลี้ยงกันในคาโกชิม่า คุโรบูตะของคาโกชิม่าเป็นเนื้อหมูขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพดีเป็นพิเศษ โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่ไม่มีกลิ่นคาวเฉพาะของเนื้อหมูและทานง่ายนี่แหละ

คุโรบูตะสามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นชาบูชาบูหรือทงคัตสึ ของคุณภาพดีแบบนี้ต้องลองทานเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเนื้อหมูทั่วไปกับเนื้อหมูคุณภาพคับแก้วดูสักครั้ง

โทริซาชิ

โทริซาชิ」คือ ซาชิมิเนื้อไก่สดใหม่หรือเนื้อไก่ดิบนั่นเอง การรับประทานเนื้อไก่ดิบนั้นเป็นวัฒนธรรมเฉพาะของจ.คาโกชิม่าและจ.มิยาซากิ จึงเรียกได้ว่าเป็นเมนูสุดพิศดารสำหรับคนญี่ปุ่นทั่วไปเลยก็ว่าได้

โทริซาชิจากเนื้อไก่ติดหนังสไลซ์บางลนไฟอ่อนๆจะมีสีชมพูสดสวยงามน่ารับประทานดังภาพ เนื่องจากเป็นเนื้อไก่สดใหม่ จึงบอกเลยว่าทานได้ไม่ท้องเสียแน่นอน...

สัทซึมะจิรุ

สัทซึมะจิรุ」คือ เมนูท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในคาโกชิม่ามาตั้งแต่ในอดีต ว่ากันว่ามีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ใน สมัยเอโดะ โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่ซุปมิโซะผักหรือไก่ต้มนี่แหละ

แต่เดิมแล้วเป็นเมนูที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกฮึกเหิมในการสู้รบก่อนสงครามของเหล่าซามูไร เพียงแค่ได้ลองชิมสักคำ รสชาติเข้มข้นของมิโซะก็จะกระจายไปทั่วทั้งปากซึ่งมีรสชาติเข้ากับข้าวสวยได้อย่างยอดเยี่ยม

คาโกชิม่าราเม็ง

ราเม็งที่รับประทานกันในโซนจ.คาโกชิม่ามีเอกลักษณ์อยู่ที่เส้นอวบปานกลางในน้ำซุปทงคตสึเข้มข้น นอกจากนี้ ร้านราเม็งบางร้านก็ใช้ท็อปปิ้งเป็น “คุโรบูตะ” ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของคาโกชิม่าด้วยนะเออ... เราจึงสามารถดื่มด่ำกับรสชาติประจำท้องถิ่นได้อย่างจุใจ

มิโซะราเม็งก็เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมประจำร้านคาโกชิม่าราเม็งเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวคาโกชิม่าต้องลองอ่ะบอกเลย!

ชิโรคุมะ

ชิโรคุมะ」คือ น้ำแข็งใสที่มีต้นกำเนิดในเมืองคาโกชิม่า โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำแข็งใสสีสันสดใสราดหน้าด้วยนมข้นหวาน ผลไม้กระป๋อง และถั่วแดง เราสามารถหาทานได้ตามคาเฟ่ภายในเมืองคาโกชิม่า

มีทฤษฎีกล่าวเอาไว้ว่าเนื่องจากน้ำแข็งสีขาวโพลนและท็อปปิ้งดูรวมๆแล้วเหมือนกับหมีขั้วโลก จึงเรียกกันว่าแบบนี้นั่นเอง เนื่องจากมีจำหน่ายชิโรคุมะในถ้วยแบบถือเดินทานด้วย จึงนับเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับเดินไปกินไปสุดๆ

คารูคัง

คารูคัง」คือ ขนมญี่ปุ่นขึ้นชื่อประจำคิวชู เช่น ในคาโกชิม่า เป็นต้น โดยเป็นขนมที่ทำมาจากแป้งมันภูเขาผสมน้ำและน้ำตาลซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่สีขาวและรสสัมผัสฟูนุ่มเหนียวเคี้ยวเพลิน

คารูคังมีทั้งแบบสีเหลี่ยมดั้งเดิมและแบบมันจูสอดไส้ถั่วแดงกวน เนื่องจากร้านจำหน่ายของฝากบางร้านก็มีให้ทดลองชิมด้วย เราจึงสามารถลองชิมดูก่อนได้ว่าชอบมั้ยแล้วค่อยซื้อก็ได้ค่ะ

อิโมะโชจู

อิโมะโชจู」คือ เหล้าขาวกลั่นจากมันเทศยอดนิยมของคาโกชิม่าซึ่งเป็นแหล่งปลูกมันเทศขึ้นชื่อ ด้วยเอกลักษณ์เรื่องรสชาติหวานอ่อนๆและกลิ่นหอมเอกลักษณ์ ทำให้มีรสอร่อยแบบหยุดไม่ได้เลยทีเดียว

ถึงแม้จะเป็นเหล้าอิโมะโชจูเหมือนกันแต่ก็มีรสชาติแตกต่างกันออกไปเล็กน้อยตามแต่ละแบรนด์ด้วยนะเออ... ถ้าเกิดได้ลองชิมอิโมะโชจูหลายๆแบรนด์ตามร้านเหล้าหรือร้านกินดื่มเพื่อหาแบรนด์ที่ถูกใจดูก็น่าสนุกไม่น้อย

ของฝากจากคาโกชิม่า

คาโกชิม่าเป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรมอาหารการกินอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเราสามารถซื้ออาหารท้องถิ่นประจำคาโกชิม่ากลับไปเป็นของฝากได้ด้วย ขนมที่ทำมาจากมันหวานอย่าง “แรร์เค้กเลิฟลี่มันคาราอิโมะ”และ“คารูคัง” ขนมขึ้นชื่อเกาะคิวชู กำลังได้รับความนิยมเชียวล่ะค่ะ

นอกจากนี้ ของฝากขึ้นชื่อประจำคาโกชิม่าอย่าง “สัทซึมะอาเกะ” และ “อิโมะโชจู” ก็มีจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปด้วย ไหนใครอยากซื้อของอร่อยกลับไปฝากเพื่อนๆหรือครอบครัวกันบ้างเอ่ย?

สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวคาโกชิม่า (วิธีการรับมือกับถ่านภูเขาไฟ)

คาโกชิม่าซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นแห่งนี้เรียกได้ว่ามีเอกลักษณ์อยู่ที่สภาพอากาศอบอุ่น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีสูงกว่าโตเกียวประมาณ 2℃ ในฤดูร้อนจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับอากาศร้อนเพื่อป้องกันโรคลมแดด แต่ในฤดูหนาวกลับมีอากาศหนาวเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ โดยบางวันก็มีอุณหภูมิสูงสุดต่ำกว่า 15℃ สำหรับใครที่วางแผนเดินทางมาเที่ยวในฤดูหนาวจึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวอย่างเสื้อโค้ทมาให้พร้อมจะอุ่นใจกว่า

นอกจากนี้ คาโกชิม่าก็ยังเป็นแหล่งที่ได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นอยู่บ่อยครั้งอีกด้วย ตั้งแต่ฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วงจะมีพายุไต้ฝุ่นเข้าค่อนข้างบ่อย เนื่องจากในช่วงนี้มีโอกาสที่ระบบขนส่งสาธารณะจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย จึงจำเป็นต้องเช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเอาไว้เสมอ

แถมที่นี่ยังเต็มไปด้วยภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่มากมายอีกต่างหาก เช่น ซากุระจิมะ เป็นต้น จึงมักจะมีละอองถ่านภูเขาไฟโปรยปรายเป็นเรื่องปกติเลยก็ว่าได้ นอกจากถ่านภูเขาไฟจะทำให้เสื้อผ้าเหม็นและสกปรกแล้ว ถ้าเกิดสูดดมเข้าไปในปริมาณมากก็ยังส่งผลให้หายใจลำบากอีกด้วย ในวันที่มีถ่านภูเขาไฟตกจึงขอแนะนำให้กางร่ม ใส่มาส์ก หรือใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกเอาไว้เพื่อให้ถ่านภูเขาไฟเข้าไปในร่างกายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ เนื่องจากผู้ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งอาจเคืองตาได้ง่าย จึงควรเปลี่ยนเป็นใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ชนิดบางแทนจะดีที่สุด

ภาษาถิ่นสัทซึมะง่ายๆ

เมื่อเอ่ยถึงคาโกชิม่าแล้วที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “ภาษาถิ่น” นั่นเอง ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ฮอกไกโดไล่ลงมาจนถึงโอกินาว่าประกอบด้วยภาษาถิ่นหลักๆทั้งหมด 16 ภาษาด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นก็คือภาษาถิ่นคาโกชิม่าที่เรียกกันว่า “ภาษาถิ่นสัทซึมะ”

ถ้าเกิดไม่ใช่คนท้องถิ่นหรือแม้กระทั่งคนญี่ปุ่นด้วยกันเองก็อาจฟังไม่เข้าใจได้เหมือนกัน ดังนั้น ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำภาษาถิ่นสัทซึมะที่ใช้บ่อยกันค่ะ สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวคาโกชิม่าก็ลองทักทายคนท้องถิ่นด้วยภาษาถิ่นสัทซึมะกันดูน้า...

・ฉัน : 私 (วาตาชิ), 自分 (จิบุน) → おい (โออิ) , คุณ : あなた (อานาตะ) → おまんさあ (โอมันซา)
・ยินดีต้อนรับ : ようこそ (โยโคโสะ) → おじゃったもんせ (โอจัตตะมอนเสะ)
・ขอบคุณ : ありがとうございます (อาริงาโตโกไซมัส) → ありがとございもす (อาริงาโตโกไซโมส)
・ขอโทษ : ごめんなさい (โกะเม็นนาไซ) → すみもはん (สุมิโมฮัง)
・ทำไม? : どうして? (โดชิเตะ?) → ないごてな? (ไนโกเตน๊ะ?)
・ดี : よい (โย่ย) → よか (โยกะ)

※ จำนวนภาษาถิ่นอาจมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับคำจำกัดความและการแยกชนิด

ภาษาถิ่นสัทซึมะมีเอกลักษณ์อยู่ที่สำเนียงและการใช้คำฟังดูสบายๆสไตล์ทางใต้ สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวคาโกชิม่าก็ลองใช้ภาษาถิ่นพูดคุยกับผู้คนท้องถิ่นกันดูนะจ๊ะ...

บทส่งท้าย:เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวคาโกชิม่า

คาโกชิม่าซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่สภาพอากาศอบอุ่นแห่งนี้เป็นโซนที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ เช่น ซากุระจิมะ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเกาะย่อยมากมายอีกต่างหากอย่างเกาะยากุชิมะ เราจึงสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้อย่างจุใจ แถมยังมีทั้งอาหารและของหวานเฉพาะของคาโกชิม่า รวมถึงวัฒนธรรมสุดเอกลักษณ์อย่างภาษาถิ่นสัทซึมะและงานเทศกาลอีกด้วย

ถ้าเกิดใครวางแผนมาเที่ยวคาโกชิม่าก็ขอให้ท่องเที่ยวให้สนุกแล้วก็อย่าลืมระวังเรื่องอากาศร้อนและถ่านภูเขาไฟกันด้วยนะคะ! ^^

ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่แลกเงินเยนหรือเงินสกุลต่างประเทศก็สามารถใช้บริการแลกเงินตราต่างประเทศของธนาคารหรือตู้ ATM ตามเซเว่นอีเลฟเว่นได้เลยจ้า...

เวลาที่เงินสดไม่พอ! สถานที่4แห่งสำหรับแลกเงินในญี่ปุ่น

ในกรณีที่เงินสดหมดให้รีบหาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ PLUS เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถกดเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะค่ะ ^^


รู้ไว้ใช่ว่า ช็อปเพลินเงินหมดจะหาตู้กด ATM ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับใครที่อยากรู้วลีแสนสะดวกสำหรับใช้ตอนเข้าพักตามโรงแรมในญี่ปุ่นสามารถเข้าไปอ่านได้จากบทความดังต่อไปนี้

รวม 10 ภาษาญี่ปุ่น ที่สามารถใช้ได้ในโรงแรม!

นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นก็ยังมีบริการ「Japan Connected-free Wi-Fi」แสนสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยนะเออ... ยังไงก็ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเอาไว้ล่วงหน้ากันได้เลย

รวมจุดให้บริการ Japan Connected-free Wi-Fi ในญี่ปุ่น

เอ่อ...แล้วค่าอาหารที่ใช้ระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นตกประมาณเท่าไหร่ต่อวันกันน้า? งั้นคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด

ค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น (ร้านสะดวกซื้อ,ร้านอาหาร,ร้านซูชิ)

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners