Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

ใส่หมวกกันน็อคสำรวจ「ถ้ำค้างคาวทะเลสาบไซโกะ」สุดแคบ!

ใส่หมวกกันน็อคสำรวจ「ถ้ำค้างคาวทะเลสาบไซโกะ」สุดแคบ!

ยามานาชิ (Yamanashi) 2016.11.25 บทความที่ชอบ

บทความแนะนำ「ถ้ำค้างคาวทะเลสาบไซโกะ」ที่ตั้งอยู่บนตีน “ภูเขาไฟฟูจิ” แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของญี่ปุ่นซึ่งมีถ้ำจำนวนหนึ่งที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟในอดีต

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย Maki

Pin LINE

「ภูเขาไฟฟูจิ」เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมขึ้นชื่อของญี่ปุ่น โดยในปัจจุบันภูเขาไฟแห่งนี้ก็ยังคงคุกรุ่นอยู่ แถมบริเวณโดยรอบก็ยังเป็นที่ตั้งของถ้ำจำนวนหนึ่งซึ่งเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟด้วย เช่น「ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ」ที่มีเสาน้ำแข็งตลอดทั้งปี และ「ถ้ำลมฟุกาคุ」ที่มีลมเย็นสบายพัดผ่านโดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 3 องศาเท่านั้น เป็นต้น

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำ「Lake Sai Bat Cave (ถ้ำค้างคาวทะเลสาบไซโกะ)」รังค้างคาวที่ตั้งอยู่ตรงตีนภูเขาไฟฟูจิกันค่ะ ^^

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

สำรวจ「ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเฮียวเคทสึ」ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี

สำรวจ「ถ้ำฟุกาคุ」ตู้เย็นธรรมชาติอากาศเย็นสบาย

สวมหมวกกันน็อคตะลุยป่าอาโอกิกาฮาระ

「Lake Sai Bat Cave (ถ้ำค้างคาวทะเลสาบไซโกะ)」ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของป่าอาโอกิกาฮาระตรงตีนภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากภายในถ้ำมีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี จึงกลายเป็นแหล่งจำศีลในฤดูหนาวของเหล่าค้างคาวไปโดยปริยาย

แถมยังอยู่ในเส้นทางของ Saiko Sightseeing Bus อีกด้วย เราจึงสามารถแวะมาเที่ยวพร้อมกับ “ถ้ำลมฟุกาคุ” และ “ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ” ได้สบายๆ

เมื่อซื้อตั๋วกันเรียบร้อยแล้วก็จะได้รับหมวกกันน็อคแบบนี้มาใส่ สำหรับคนที่มาเที่ยว “ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ” หรือ “ถ้ำลมฟุกาคุ” สามารถเลือกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่หมวกกันน็อค แต่ที่นี่ต้องใส่เท่านั้นนะจ๊ะ...

แค่นี้ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วล่ะค่ะว่าจะเป็นถ้ำแบบไหนกันนะ!

เอ้า ได้เวลาเดินตามเส้นทางภายในป่าอาโอกิกาฮาระไปจนถึงถ้ำค้างคาวแล้ว... เนื่องจากเป็นถนนที่มีทางต่างระดับขึ้น-ลงพอสมควร จึงให้อารมณ์เหมือนได้ออกผจญภัยสุดๆ

แถมริมฝั่งทางเดินก็ยังมีหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากลาวาจากการปะทุของภูเขาไฟฟูจิด้วยนะเนี่ย...

เข้าไปสำรวจถ้ำรังค้างคาวกันดีกว่า

ใช้เวลาเดินเท้าเพียง 5 นาทีก็มาถึงประตูทางเข้าที่ล้อมรอบไปด้วยกรงเหล็กแล้วล่ะค่ะ บรรยากาศดูเข้มงวดเล็กน้อย แต่เมื่อลอดประตูเหล็กเข้ามาก็ถึงถ้ำกันแล้ว

“ถ้ำค้างคาวทะเลสาบไซโกะ” แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของชาติเมื่อปี 1929

เนื่องจากที่นี่มีอุณหภูมิคงที่เมื่อเปรียบเทียบกับถ้ำแห่งอื่นๆ จึงมีสภาพแวดล้อมที่เหล่าค้างคาวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างสบายๆ เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงเกินไปจนค้างคาวเกือบสูญพันธุ์เลยก็มี แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดเขตอนุรักษ์ที่ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปขึ้นมา ค้างคาวในถ้ำจึงค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้อีกครั้ง

ถ้ำแห่งนี้มีความยาวถึง 350 เมตรซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาถ้ำที่เกิดจากลาวาบนตีนภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว

เนื่องจากตรงประตูทางเข้าทั้งกว้างขวาง แถมเพดานยังสูงอีกต่างหาก เราจึงสามารถเดินเข้ามาได้อย่างสบายๆ

เส้นทางภายในถ้ำค่อยๆแคบลงเรื่อยๆ

เมื่อเดินตรงเข้ามาในถ้ำก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าทางเดินค่อยๆแคบลงเรื่อยๆ ผนังทั้ง 4 ด้านเป็นถ้ำลาวากว้างใหญ่ ถึงตรงนี้จะเป็นการเดินทางโดยอาศัยแสงไฟเล็กๆนำทางล้วนๆเลยค่ะ

เนื่องจากแถวนี้มีหยดน้ำที่ซึมลงมาจากเพดานขังอยู่ตามร่องหินลาวาด้วย จึงทำให้ลื่นง่ายมาก ยังไงก็เดินระวังศีรษะและระวังลื่นกันด้วยเนอะ

โอ้โห~ เส้นทางเริ่มโหดขึ้นมาเรื่อยๆแล้วล่ะค่ะ ตรงนี้จะเป็นเพดานขรุขระและเตี้ยมากจนต้องย่องผ่านกันเลยทีเดียว ขณะที่ค่อยๆย่องผ่าน หมวกกันน็อคก็ชนเข้ากับหินด้านบนจนเกิดเป็นเสียง「ก๊อง!」ไปตลอดทาง ถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่าโชคดีจริงๆที่ใส่หมวกกันน็อคเข้ามา 555+

เนื่องจากมีหินลาวาที่ยื่นออกมาแบบแปลกๆด้วย บางทีเอวจึงไปชนเข้าไปหินโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนคนข้างหน้าก็เลี้ยวหลบหินไปทางซ้ายทีขวาที จึงไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ซะที บอกเลยว่าได้ประสบการณ์ตื่นเต้นเหมือนได้ผจญภัยในถ้ำจริงๆเลยล่ะค่ะ

เมื่อผ่านเส้นทางสุดแคบมาได้แล้วก็จะพบกับพื้นลายเชือกขรุขระแบบนี้ ตรงนี้เป็นร่องรอยการไหลของลาวาจากภูเขาไฟฟูจินั่นเอง ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าเราจะได้เห็นการไหลของลาวาอย่างชัดเจนขนาดนี้ นับเป็นความอัศจรรย์ทางธรรมชาติจริงๆค่ะ

บริเวณลึกสุดของถ้ำแห่งนี้มีประตูไม้ตั้งอยู่ซึ่งห้ามไม่ให้คนเข้า เพราะว่าลึกเข้าไปจะเป็นเขตอนุรักษ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าค้างคาวจริงๆแล้ว

เนื่องจากค้างคาวเป็นสัตว์หากินตอนกลางคืน จึงเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็นค้างคาวในช่วงเวลาทำการของถ้ำ แต่เฉพาะช่วงกลางเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ถ้าเกิดดวงดีก็จะมีโอกาสได้เห็นเหล่าค้างคาวภายในถ้ำด้วยนะเออ... สำหรับผู้ชื่นชอบค้างคาวก็ขอแนะนำให้มาเที่ยวช่วงนี้เลยค่ะ

บทส่งท้าย

เส้นทางภายในถ้ำใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 30 นาที / รอบ โดยมีความแคบและเดินยากทำให้รู้สึกถึงอารมณ์สำรวจแบบเน้นๆ เนื่องจากฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่มีโอกาสได้เห็นเหล่าค้างคาวมากกว่าช่วงอื่นๆ จึงควรค่าแก่การมาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับใครที่วางแผนมาเที่ยวภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิก็ลองแวะมาเที่ยว “ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ” “ถ้ำลมฟุกาคุ” และ “ถ้ำค้างคาวทะเลสาบไซโกะ” แห่งนี้กันดูมั้ยเอ่ย? ^^

[information post_id="17504" id="0" count="0" ]

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

สำรวจ「ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเฮียวเคทสึ」ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี

สำรวจ「ถ้ำฟุกาคุ」ตู้เย็นธรรมชาติอากาศเย็นสบาย

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE