เนื่องจากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 สถานที่หลายแห่งอาจปิดหรือเปลี่ยนเวลาทำการ กรุณาตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการอีกครั้ง และขอให้ระมัดระวังป้องกันตัวอย่างเต็มที่ เช่น ใส่หน้ากากและหมั่นล้างมือ

Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

รู้ยัง มาอากิฮาบาระก็ทานมังสวิรัติได้นะ ที่ร้านโคมากิโชคุโด

รู้ยัง มาอากิฮาบาระก็ทานมังสวิรัติได้นะ ที่ร้านโคมากิโชคุโด

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย Ayako Motokimida

โตเกียว (Tokyo) 2015.06.21 บทความที่ชอบ

เป็นที่รู้กันว่าอาหารมังสะวิรัติในญี่ปุ่นไม่ได้เป็นที่แพร่หลายขนาดนั้น เพราะว่าคนที่ถือศีลกินมังสะวิรัติในญี่ปุ่นมีอยู่ไม่มากนั่นเองครับ แต่ถึงกระนั้นก็ตามญี่ปุ่นเองก็มีอาหารมังสวิรัติอยู่ซึ่งเรียกว่า”อาหารโชจิน”

เป็นที่รู้กันว่าอาหารมังสะวิรัติในญี่ปุ่นไม่ได้เป็นที่แพร่หลายขนาดนั้น เพราะว่าคนที่ถือศีลกินมังสะวิรัติในญี่ปุ่นมีอยู่ไม่มากนั่นเองครับ แต่ถึงกระนั้นก็ตามญี่ปุ่นเองก็มีอาหารมังสวิรัติอยู่ซึ่งเรียกว่า”อาหารโชจิน”

อาหารมังสวิรัติญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าอาหารโชจิน

แรกเริ่มเดิมทีอาหารโชจินนี้ปรุงขึ้นสำหรับพระสงฆ์ผู้ถือศีลห้ามไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต โดยจะประกอบไปด้วยอาหารหนึ่งจาน และซุปหนึ่งถ้วยซึ่งทำมาจากผัก ถั่ว และเมล็ดพืชพันธุ์ทั้งหลาย ที่จริงแล้วถ้าพูดถึงอาหารโชจินก็ต้องวัดเซ็นโคจิในจังหวัดนางาโนะ
แต่ใครที่ไม่อยากดั้นเดินไปขนาดนั้นก็สามารถหาทานอาหารโชจินกันได้ในโตเกียวที่อากิฮาบาระนี่เองครับ

ร้านโคมากิโชคุโด

วิธีการไปร้านมีดังนี้ครับ ให้เลี้ยวขวาที่ทางออก Electric Town ของสถานี JR อากิฮาบาระ จากนั้นเดินไปตามเส้นทางรถไฟฟ้าแล้วข้ามถนนตรงไฟแดง จากนั้นจะเจอย่านช็อปปิ้ง CHABARA

โดยร้านโคมากิโชคุโดแห่งนี้ตั้งอยู่ใน CHABARA นี่เองครับ
โดยในภาพข้างล่างนี่คือป้ายร้านโคมากิโชคุโดตรงทางเข้า CHABARA ครับ

พอเข้าไปในร้านโคมากิโชคุโดคุณผู้อ่านจะพบกับชั้นวางแสดงอาหาร โดยอาหารสีสันสดใสที่เห็นเหล่านี้ล้วนทำจากผัก
และด้วยความที่เป็นอาหารมังสวิรัติจึงไม่มีการใช้ไข่ น้ำตาลทรายฟอกขาว ผลิตภัณฑ์จากนมวัว และผักกลิ่นแรงจำพวกหัวหอม กระเทียม ขึ้นช่าย ดังนั้นผู้ที่ทานมังสวิรัติจึงสามารถทานได้สบาย ๆ เลยครับ

ชุดอาหารที่ทางเราขอแนะนำคือชุดอาหารโคฟุคุ (口福定食) (ในภาพคืออาหารตัวอย่าง) ซึ่งเป็นชุดอาหารประจำวัน และชุดอาหารโชจิน (精進定食) ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถเลือกอาหารได้จากชั้นบนของบริเวณจัดแสดง
และอีกสองอย่างจากชั้นล่าง โดยชั้นบนมีทั้งอาหารทอด และแกงวางจัดแสดงอยู่ ส่วนชั้นล่างมีปลาต้ม โอฮิทาชิ (ผักสีเขียวต้ม จำพวกผักโขม) และสลัดให้เลือก

ที่นี่มีเมนูภาษาอังกฤษไว้ให้ด้วย นอกจากนี้พนักงานร้านบางคนยังพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ดังนั้นคุณผู้อ่านสามารถสอบถามได้ว่าอาหารแต่ละอย่างใช้อะไรเป็นส่วนประกอบได้ครับ

หลังจากที่สั่งและจ่ายเงินที่แคชเชียร์แล้วเราก็จะได้รับตั๋วหมายเลขมา จากนั้นก็ไปหาที่นั่งและรออาหารครับ

ภายในร้านอาหาร

น้ำดื่มที่นี่เป็นแบบบริการตัวเอง

ใครที่ชอบเครื่องปรุงที่ใช้ปรุงอาหารที่ร้านนี้ก็มีมุมวางขายโดยเฉพาะด้วยล่ะ

การตกแต่งภายในเป็นแบบเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ไม้เท่านั้นครับ

อาหารโชจินอันประกอบไปด้วยอาหารสามอย่างและซุปหนึ่งถ้วย

หลังจากรอซักพักพนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะครับ

อาหารที่เห็นในภาพคืออาหารโชจิน (980 เยน) ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถเลือกหนึ่งอย่างจากที่โชว์อาหารชั้นบน และอีกสองอย่างจากที่วางโชว์อาหารชั้นล่างครับ โดยอาหารที่เราเลือกมีดังนี้

  • ด้านบน มะเขือทอดปรุงรสด้วยน้ำซุป (พร้อมมะระขี้นก และซูคินี)
  • ทางขวา: คุรุมะบุทอดราดซอสมิโสะ
  • ทางซ้าย: สลัดกากถั่วเหลืองปรุงรสด้วยทามาฮิเมะสึ

คุณผู้อ่านสามารถเปลี่ยนจากข้าวขาวธรรมดาเป็นข้าวกล่องได้โดยเพิ่มเงินอีก 150 เยน ส่วนประกอบของซุปมิโสะมีเต้าหู หัวไชเท้าญี่ปุ่น เห็ดชิเมจิ และอื่น ๆ ตัวซุบทำจากสาหร่ายคงบุ เห็ดชิทาเกะแห้ง และหัวไชเท้าญี่ปุ่นแห้ง ตัวมิโสะ น้ำซุปและส่วนประกอบอื่น ๆ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลครับ
ที่ร้านนี้บริการเติมซุปมิโสะและข้าวฟรีครับ

มะเขือยาว มะระขี้นก และซูคินีต่างเป็นผักที่มีรสชาติแรง เวลาทานเราจึงรู้สึกฟินมากที่ได้ทานอาหารตามฤดูกาล ส่วนซุปที่มาพร้อมหัวไชเท้าญี่ปุ่นขูดก็ช่างเข้ากับหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี การได้มาทานอาหารอย่างนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าผักญี่ปุ่นอร่อยใช่ย่อยนะเนี่ย

ถัดมาเป็นคุรุมะบุทอด (แผ่นแป้งรูปวงล้อทอด) นั้นทางร้านจะทำเมื่อสั่งเท่านั้น ดังนั้นตอนมาเสิร์ฟนี่ยังร้อน ๆ กรอบ ๆ อยู่เลย ด้วยความที่เคี้ยวหนึบจึงทานได้เพลิน และอิ่มท้องครับ

ถ้าพูดถึงอาหารขึ้นชื่อในนาโกย่าคงไม่พ้นมิโซะคัทสึ (หมูชุบแป้งทอดราดซอสมิโซะเข้มข้น) ซึ่งอาหารที่เราสั่งมานี้ก็ครือ ๆ กับมิโซะคัทสึนี่ล่ะครับ แต่เปลี่ยนจากหมูชุบแป้งทอดเป็นคุรุมะบุทอด จุดสำคัญของกับข้าวนี้คือซอสมิโซะแดงที่ใช้ทำจากฮัจโจมิโซะ ซึ่งอร่อยอย่าบอกใครเชียวครับ ด้วยความที่รสชาติหวาน และเผ็ดมีความบาลานซ์กันอย่างดีทำให้ช่วยขับรสชาติอาหารให้อร่อยขึ้นสุด ๆ ที่ร้านนี้ไม่มีหวงซอสด้วยล่ะครับ
ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณผู้อ่านที่มาทานร้านนี้ใส่ซอสเยอะ ๆ หน่อยบนข้าวเพื่อความฟิน

กากถั่วเหลืองคือเนื้อของถั่วเหลืองที่เหลือหลังจากนำเม็ดถั่วไปกดเพื่อทำนมถั่วเหลือง คนญี่ปุ่นทานกากถั่วเหลืองกันโดยทั่วไปมาช้านาน เพราะเป็นอาหารที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหาร มีกากใยอาหาร และวิตามิน D เต็มเปี่ยม นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนแสดงถึงแนวคิด “มตไตไน” ของญี่ปุ่นที่เน้นเรื่องการพยายามไม่ให้ใช้หรือเหลืออะไรโดยเปล่าประโยชน์

สลัดในวันที่เราไปนี้ทำมาจากกากถั่วเหลือง ตัวเนื้อสัมผัสเหมือนมันฝรั่งบดมาก
และปรุงรสด้วยทามาฮิเมะสึ (น้ำส้มสายชูหายากซึ่งผลิตในเกียวโต จุดเด่นอยู่ที่รสเปรี้ยวกลมกล่อม) เพื่อใช้รสเปรี้ยวนิด ๆ มากลบรสถั่วเหลืองนั่นเองครับ

แม้ว่าอาหารทุกจานล้วนทำจากผัก แต่หลังจากทานเสร็จก็รู้สึกอิ่มหนำไม่ต่างจากอาหารปกติแต่อย่างใดครับ
แถมยังได้ทานอาหารที่มีความสมดุลดีอีกด้วย

อาหารญี่ปุ่นกับผักตามฤดูกาล

อาหารทุกอย่างล้วนปรุงด้วยความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิดที่ว่า ทำอาหารญี่ปุ่นตามฤดูกาลด้วยวิธีการปรุงอาหารในบ้านทั่วไปแบบดั้งเดิม
และให้เป็นเหมือนอาหารธรรมดาทั่วไปที่มีรสมือคุณแม่ ดังนั้นรสชาติของอาหารที่ร้านนี้จึงชวนให้นึกย้อนถึงอดีต และมีรสนุ่มนวล เชื่อว่าพอได้มาทานเป็นต้องติดอกติดใจ จำไปแนะนำต่อกันอย่างแน่นอนครับ

ของหวานที่ร้านนี้ก็ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์จำพวก ไข่ นม หรือน้ำตาลทรายฟอกขาวแต่อย่างใด ด้วยความที่ร้านนี้มีของหวานเสิร์ฟด้วย เราจึงสามารถแวะมาที่ร้านนี้เพื่อทั้งทานอาหาร และใช้เป็นที่จิบชาก็ยังได้ครับ
ร้านนี้มีลูกค้าชาวต่างชาติแวะเวียนมาเรื่อย ๆ เพราะทำเลร้านอยู่ที่อากิฮาบาระอันเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวครับ ใครที่ทานมังสวิรัติก็เชิญมาทานที่ร้านนี้ได้เลยครับ
รับรองว่าทานได้อย่างสบายใจแน่นอน

*เหล้ามิริน (เหล้าทำจากข้าวหมัก) ใช้ในการปรุงรสอาหาร ชาวมุสลิมโปรดสอบถามพนักงานให้ดี
*สามารถสั่งกลับบ้านได้

Information

ร้านอาหารมังสวิรัติ (อาหารโชจิน) โคมากิโชคุโด

ที่ตั้ง: CHABARA, 8-2 Kanda-Neribeicho, Chiyoda-ku, Tokyo
โทรศัพท์: 03-5577-5358
สถานีที่อยู่ใกล้: สถานี JR อากิฮาบาระ
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากทางออก Electric Town ของสถานี JR อากิฮาบาระ
เดินไปตามทางรถไฟฟ้า พอผ่าน AKB48 Café และ Gundam Café ให้ข้ามถนนไป
เวลาทำการ: 11:00 น. – 20:00 น. (ครัวปิด 19:30 น.)
วันหยุด: ไม่มี
บัตรเครดิต: รับชำระผ่านเครดิต VISA, JCB, MASTER, American Express เมื่อยอดเกิน 3,000 เยน
รองรับภาษา: ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ

TOKYO Travel Guide

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง