Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง แนะนำเรื่องวีซ่าและขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่น

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง แนะนำเรื่องวีซ่าและขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่น

โตเกียว (Tokyo) 2018.06.30 บทความที่ชอบ

การเข้าประเทศเป็นก้าวแรกของการเดินทางท่องเที่ยว ทุกคนก็คงอยากออกเดินทางด้วยความสบายใจ จะได้สนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น MATCHA จึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวีซ่าและข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นค่ะ

แปลโดย Phi

เขียนโดย Kobayashi

Pin LINE

เตรียมตัวพร้อมสำหรับการผ่านเข้าประเทศแล้วหรือยัง?
มาเริ่มต้นการท่องเที่ยวด้วยความสบายใจกันเถอะ

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ด่านแรกที่ต้องเจอก็คือการผ่านเข้าประเทศค่ะ

คิดว่าหลายคนคงมีเรื่องกังวลหรือข้อสงสัยมากมาย เช่น นอกจากพาสปอร์ตแล้วต้องใช้เอกสารอื่นหรือไม่ จะถูกถามอะไรบ้าง แล้วมีของที่เอาเข้าประเทศปลายทางไม่ได้ไหม

เพื่อให้ทุกคนได้หายข้องใจ คราวนี้เราจึงขอรวบรวมขั้นตอนในการเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวมาฝากค่ะ

ตรวจสอบก่อนออกเดินทางว่าต้องใช้วีซ่าหรือไม่

パスポート

สำหรับการเข้าประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่จะอยู่ในญี่ปุ่นเกิน 90 วัน และผู้ที่จะมาทำงานที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะสัญชาติใดก็ต้องขอวีซ่าทุกกรณีค่ะ ในทางกลับกัน หากอยู่ในญี่ปุ่นไม่เกิน 90 วัน ก็มีบางกรณีที่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า ขึ้นอยู่กับสัญชาติและจุดประสงค์ในการมาเยือน (ทำธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือเยี่ยมเยียนคนรู้จัก)

ลองตรวจสอบดูนะคะว่าคนสัญชาติใดบ้างที่จำเป็นต้องขอวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน (ถือเป็นการพำนักระยะสั้น)

ไทย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ไม่ต้องขอวีซ่า

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2017 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นได้ยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวให้ 68 ชาติรวมถึงเกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย อเมริกา และสเปน

สำหรับระยะเวลาที่สามารถอยู่ในญี่ปุ่นได้ก็จะเป็นไปตามนี้ค่ะ ไทย อินโดนีเซีย บรูไน ไม่เกิน 15 วัน สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่เกิน 30 วัน ส่วนชาติอื่นๆ เช่นไต้หวัน ฮ่องกง และประเทศในแถบยุโรป ไม่เกิน 90 วัน

ตรวจสอบได้จากหน้าเว็บไซต์ทางการของกระทรวงต่างประเทศเกี่ยวกับรายชื่อประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าระยะสั้น

จีน เวียดนาม รัสเซีย ต้องขอวีซ่า

สัญชาติที่ต้องขอวีซ่าในการเข้าประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตามได้แก่ จีน รัสเซีย รวมถึงประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States) (*1) เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

การขอวีซ่านั้นต้องยื่นเรื่องไปยังสถานทูตหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในประเทศต้นทางค่ะ มีค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าประมาณ 3,000 เยน ขั้นตอนหลักๆ ในการขอวีซ่ามีดังนี้

1. เตรียมเอกสารที่จำเป็น

เช่น หนังสือคำร้องขอทำวีซ่า ภาพถ่ายหน้าตรง พาสปอร์ต เป็นต้น เอกสารที่จำเป็นต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามสัญชาติและวัตถุประสงค์ในการเดินทาง ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดจากหน้าเว็บไซต์ของสถานทูตในประเทศของท่านให้เรียบร้อยนะคะ

2. ดำเนินการยื่นเรื่องขอทำวีซ่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นในพื้นที่ที่ท่านอาศัยอยู่

จะมีการพิจารณารายละเอียดของคำร้อง หากไม่มีปัญหาอะไร กระบวนการก็จะเสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ ตอนที่ยื่นคำร้องจะต้องส่งเอกสารไปพร้อมกับพาสปอร์ตด้วย

3. ไปรับพาสปอร์ตและวีซ่าหลังการพิจารณาเสร็จสิ้น

เมื่อพิจารณาเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็จะออกวีซ่าให้ บางครั้งอาจได้รับการติดต่อให้ไปรับเฉพาะตัวพาสปอร์ตก่อนที่จะมีการออกวีซ่า ลองสอบถามให้แน่ใจนะคะว่าจะสามารถไปรับพร้อมกันได้หรือไม่

4. เมื่อได้รับวีซ่าแล้วต้องเข้าญี่ปุ่นภายใน 3 เดือน

วีซ่ามีอายุ 3 เดือน ต้องเข้าประเทศญี่ปุ่นก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ

*1 ... เครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States) : ได้แก่ รัสเซีย อาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เบลารุส มอลโดวา

คนจีนต้องยื่นคำร้องผ่านบริษัททัวร์

คนจีนที่มาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมีทั้งแบบมากับกรุ๊ปทัวร์และแบบท่องเที่ยวส่วนตัว สำหรับการยื่นขอวีซ่านั้นจะต้องดำเนินการผ่านบริษัททัวร์ที่รับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลญี่ปุ่น และต้องอยู่ในญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน

สำหรับเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ ขอให้ลองสอบถามจากบริษัททัวร์ดูนะคะ

การยื่นคำร้องใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ ส่วนค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามบริษัททัวร์แต่ละแห่ง

ตรวจสอบความเรียบร้อยของวีซ่าและวันหมดอายุของพาสปอร์ตก่อนออกเดินทาง!

เมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้วจะไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้ ดังนั้นทุกท่านจะต้องได้รับวีซ่าก่อนออกเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่น

แน่นอนว่าพาสปอร์ตย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าจะมาจากประเทศใดก็ตาม แต่จำนวนวันที่ต้องเหลือก่อนวันหมดอายุของพาสปอร์ตนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสัญชาติ ขอให้สอบถามจากหน่วยงานในประเทศของท่านก่อนออกเดินทางค่ะ

ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน

税関

แต่ละสนามบินจะมีขั้นตอนแตกต่างกัน แต่โดยภาพรวมแล้วเป็นดังนี้ค่ะ

1. ด่านควบคุมโรค

ถ้าไม่ได้เป็นหวัด ไม่มีไข้ ก็ถือว่าผ่าน

หากได้รับแจกแบบสอบถามเรื่องสุขภาพบนเครื่องบิน ก็ให้กรอกข้อมูลที่จำเป็นแล้วนำไปยื่นที่เคาน์เตอร์ด่านควบคุมโรคค่ะ

2. ด่านตรวจคนเข้าเมือง

เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อมแล้วตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่เขียนว่า "Foreign Passports" เพื่อดำเนินการเข้าเมือง ในขั้นตอนนี้จะมีการถ่ายภาพหน้าตรงและประทับลายนิ้วมือด้วย

ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง อาจมีการถามคำถามดังต่อไปนี้ เตรียมคำตอบไปให้พร้อมนะคะ

- แผนการท่องเที่ยว (สถานที่ที่จะไป)
- ระยะเวลาที่จะอยู่ในญี่ปุ่น
- ชื่อและที่อยู่ของที่พัก
- สำเนาตั๋วเครื่องบินขากลับ

3. รับสัมภาระ

ตรวจสอบชื่อสายการบินและเที่ยวบินจากบอร์ดประชาสัมพันธ์ แล้วไปรับสัมภาระจากสายพานได้เลยค่ะ

4. ด่านกักกันพืชและสัตว์

หากมีการนำสัตว์ (รวมถึงผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เช่นแฮมหรือไส้กรอก) หรือพืช (ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ ผัก) เข้ามาในประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่รับสัมภาระแล้วจะต้องผ่านการตรวจสอบการนำเข้าสิ่งของเหล่านี้ที่เคาน์เตอร์ของด่านกักกันพืชและสัตว์

แต่ขอแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ก็อย่านำของเหล่านี้ติดตัวมาจะดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นค่ะ

5. ด่านศุลกากร

สำหรับขั้นตอนนี้ เราต้องยื่นใบศุลกากร (Customs Declaration Form) เพื่อรับการตรวจสอบสัมภาระค่ะ

ใบศุลกากรมีแปลเป็นหลายภาษาได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ เกาหลี จีน (ทั้งตัวเต็มและตัวย่อ) ฝรั่งเศส และสเปน สามารถรับได้ในเครื่องบินและที่ด่านศุลกากร นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ทางการของกระทรวงการคลัง

เมื่อผ่านด่านศุลกากรแล้ว เราก็จะได้ออกมายังอาคารผู้โดยสารขาเข้าค่ะ

ดูแลสัมภาระให้ดี!

นักท่องเที่ยวอาจถูกตรวจสอบสิ่งที่นำติดตัวมาด้วยที่ด่านกักกันโรคหรือด่านศุลกากร ดังนั้นจึงควรนำเครื่องประดับโลหะไปให้น้อยชิ้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในตอนที่ผ่านด่านศุลกากรก็จะมีการตรวจสอบสัมภาระ ไม่ควรรับฝากสัมภาระจากผู้อื่นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่ดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ราคาเปลี่ยนแปลงไปตามขนาด ทรัพย์สินข้างในและน้ำหนัก! ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางอีกครั้งตอนขึ้นเครื่องบินกัน

แนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินที่สำคัญ
และวิธีการเข้าเมือง

空港

เมื่อเข้าประเทศมาได้แล้ว สิ่งที่นักท่องเที่ยวอาจกังวลคือเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินและวิธีการเดินทางต่อ เราจึงขอแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ใกล้กับอาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินนาริตะ สนามบินฮาเนดะ สนามบินนานาชาติคันไซ และสนามบินฟุกุโอกะ เพื่อเป็นแนวทางค่ะ

1. "สนามบินนานาชาตินาริตะ" ประตูสู่ญี่ปุ่น

成田空港

จากบทความ "รวมบริการของสนามบินนาริตะแบบจัดเต็ม! Wi-Fi ฟรี, สายการบินต้นทุนต่ำ, รถบัสด่วน, ทัวร์ท่องเที่ยวฟรี"

สนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport) ประกอบด้วย 3 เทอร์มินอล (อาคาร) คือ
เทอร์มินอล 1 และ 2 มีโถงผู้โดยสารขาเข้าอยู่ชั้น 1
ส่วนเทอร์มินอล 3 มีโถงผู้โดยสารขาเข้าอยู่ชั้น 2

สิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญได้แก่ร้านแลกเงิน บริการรับฝากสัมภาระชั่วคราว บริการให้เช่าโทรศัพท์มือถือและ Wi-Fi ร้านขายซิมการ์ด ห้องอาบน้ำ บริการรถเช่า บริการ Wi-Fi ฟรี และอื่นๆ

ตรวจสอบแผนที่โดยละเอียดของแต่ละชั้นได้จากเว็บไซต์ทางการของสนามนานาชาตินาริตะ

สำหรับการเดินทางเข้าโตเกียวนั้น สามารถใช้ได้ทั้งรสบัสและรถไฟค่ะ

[ รสบัส ]
หากใช้บริการ "Tokyo Shuttle Bus" จากสนามบินนาริตะถึงสถานีโตเกียวก็จะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง - 1 ชั่วโมงครึ่ง สามารถซื้อบัตรโดยสารได้ในวันนั้นเลยค่ะ ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 1,000 เยนรวมภาษี เทอร์มินัล 1 ขึ้นรถได้ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 31 ชั้น 1 เทอร์มินัล 2 ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 2 หรือ 19 ชั้น 1 ส่วนเทอร์มินัล 3 ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 1 ชั้น 1

หรือถ้าใช้บริการ "THE ACCESS NARITA" ก็จะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง - 1 ชั่วโมงครึ่งเช่นกัน ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 1,000 เยนรวมภาษี เทอร์มินัล 1 ขึ้นรถได้ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 31 ชั้น 1 เทอร์มินัล 2 ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 2 หรือ 19 ชั้น 1 ส่วนเทอร์มินัล 3 ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 2 ชั้น 1

[ รถไฟ ]
ถ้าจะเข้าโตเกียวด้วย JR Narita Express จะใช้เวลา 51 นาที ค่าโดยสาร 3,020 เยน คิดรวมจากค่าตั๋วรถไฟและค่าจองที่นั่งในรถด่วนพิเศษค่ะ

ดูรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติมได้จากที่นี่

อ่านเพิ่มเติม

วิธีการเดินทางจากสนามบินนาริตะเข้าเมือง ชินจุกุ (Shinjuku) อุเอโนะ (Ueno) ชิบุย่า (Shibuya) อาซากุสะ (Asakusa)
เดินทางสะดวกสบาย จากสนามบินนาริตะไปสู่สถานีโตเกียว! วิธีการขึ้น, การใช้บริการ JR Green Car

2. "สนามบินฮาเนดะ (สนามบินนานาชาติโตเกียว)" ที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองโตเกียว

โถงผู้โดยสารขาเข้าต่างประเทศจะอยู่ที่ชั้น 2 ของสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) ค่ะ

* สนามบินฮาเนดะ หรือ สนามบินนานาชาติโตเกียว (Haneda Airport / Tokyo International Airport)

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ชั้น 2 : เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ บริการรับฝากสัมภาระชั่วคราว ห้องอาบน้ำ จุดชาร์จแบต ร้านแลกเงิน และอื่นๆ

ตรวจสอบแผนที่โดยละเอียดของแต่ละชั้นได้จากเว็บไซต์ทางการของสนามบินฮาเนดะ

หากจะเดินทางไปยังสถานีโตเกียวก็สามารถใช้บริการได้ทั้งรถบัสและรถไฟค่ะ

[ รถบัส ]
มีบริการรถบัสจากอาคารผู้โดยสารต่างประเทศของสนามบินฮาเนดะถึงสถานีโตเกียว ใช้เวลาเดินทางราว 55 นาที ค่าโดยสาร 930 เยน

[ รถไฟ ]
เดินทางด้วย Airport Express ของรถไฟสาย Keikyu จาก "สถานี Haneda Airport International Terminal Station (ชั้นใต้ดิน)" จนถึง "สถานี Shinagawa" ใช้เวลาประมาณ 13 นาที จากนั้นเปลี่ยนขบวนไปยังรถไฟ JR สาย Yamanote หรือสาย Yokosuka ที่สถานี Shinagawa เดินทางต่ออีกราว 10 นาที ค่าโดยสาร 580 เยน

หากนั่งรถไฟสาย Tokyo Monorail จาก "สถานี Haneda Airport International Terminal (ชั้น 3)" ถึง "สถานี Hamamatsucho" ใช้เวลาประมาณ 13 นาที จากนั้นเปลี่ยนขบวนไปยังรถไฟ JR สาย Yamanote หรือสาย Keihin Tohoku ที่สถานี Hamamatsucho ใช้เวลาอีกราว 5 นาทีก็จะถึงสถานีโตเกียว ค่าโดยสาร 650 เยน

สามารถค้นหาเส้นทางได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม


การเดินทางจากสนามบินฮาเนดะสู่ใจกลางเมืองหลวงจะรวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อทางด่วนสายใหม่สายชินากาวะได้ถือกำเนิด
เปรียบเทียบวิธีเดินทางจากสนามบินฮาเนดะด้วยรถบัสและรถไฟ อย่างไหนสะดวกกว่ากัน?
ประหยัดค่าเดินทาง! ตั๋วเดินทางสุดคุ้ม 5 แบบที่ใช้เดินทางจากสนามบินฮาเนดะไปแต่ละสถานีในเมืองได้

3. "สนามบินนานาชาติคันไซ" จุดเริ่มต้นในการไปเยือนโอซาก้าและเกียวโต

โถงผู้โดยสารขาเข้าต่างประเทศจะอยู่ที่ชั้น 1 ของสนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport)ค่ะ

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ชั้น 1: ร้านแลกเงิน จุดชาร์จแบต บริการอินเทอร์เน็ต บริการให้เช่า Wi-Fi และอื่นๆ

ตรวจสอบแผนที่โดยละเอียดของแต่ละชั้นได้จากเว็บไซต์ทางการของสนามบินนานาชาติคันไซ

สำหรับการเดินทางไปยังสถานีสำคัญๆ ในโอซาก้า ลองอ่านจาก "แนะนำวิธีเดินทางละเอียดยิบจากสนามบินนานาชาติคันไซถึงสถานีอุเมดะและสถานีโอซาก้า!" ดูนะคะ

ส่วนการเดินทางไปยังเมืองอื่น หาอ่านได้จาก "วิธีการเดินทางจากสนามบินคันไซไป โอซาก้า (Osaka) โกเบ (Kobe) เกียวโต (Kyoto)"

4. "สนามบินฟุกุโอกะ" ท่องเที่ยวฟุกุโอกะและเกาะคิวชู

โถงผู้โดยสารขาเข้าต่างประเทศจะอยู่ที่ชั้น 1 ของสนามบินฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport) ค่ะ

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ชั้น 1 : ร้านแลกเงิน จุดชาร์จแบต จุดให้บริการข้อมูล บริการให้เช่า Wi-Fi เครื่องขายซิมการ์ดอัตโนมัติ และอื่นๆ

ตรวจสอบแผนที่โดยละเอียดของแต่ละชั้นได้จากเว็บไซต์ทางการของสนามบินฟุกุโอกะ

สำหรับการเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะไปยังสถานีฮากาตะ สามารถอ่านได้จาก "3 วิธีการเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะไปยัง ฮากาตะ"

เตรียมวีซ่า ศึกษาขั้นตอนการเข้าเมือง เที่ยวญี่ปุ่นอย่างสบายใจ

駅

เมื่อได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าและสนามบินที่จะใช้บริการก่อนออกเดินทางแล้ว คิดว่าทุกคนจะมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้ด้วยความสบายใจค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนนะคะ

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE