ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

แวะพักจิบน้ำชาที่「Jardin de LUSEINE」ฮาราจุกุ ดินแดนมหัศจรรย์ของเหล่าสาวกโลลิต้า

แวะพักจิบน้ำชาที่「Jardin de LUSEINE」ฮาราจุกุ  ดินแดนมหัศจรรย์ของเหล่าสาวกโลลิต้า

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย HashimotoAkane

โตเกียว (Tokyo) 2015.10.03 บทความที่ชอบ

หากพูดถึงฮาราจูกุ หลายๆคนนึกถึงย่านที่เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งมากมาย ทั้ง「ซอยทาเคะชิตะ」หรือ「Laforet Harajuku」ฮาราจูกุเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งแห่งแฟชั่น

หากพูดถึงฮาราจูกุ หลายๆคนนึกถึงย่านที่เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งมากมาย ทั้ง「ซอยทาเคะชิตะ」หรือ「Laforet Harajuku」ฮาราจูกุเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งแห่งแฟชั่น
ที่นี่จะได้พบกับผู้คนที่แต่งตัวสวยงามทันสมัยและแฟชั่นที่ดูมีเอกลักษณ์แปลกหูแปลกตามากมายเต็มไปหมด

ที่ฮาราจูกุ ใกล้ๆกับซอยทาเคะชิตะ มีร้านอาหารคาเฟ่สุดไฮโซอยู่ด้วยนะ รู้กันหรือเปล่าเอ่ย?

บ้านสไตล์ยุโรปหลังเล็กท่ามกลางความหนาแน่นอันวุ่นวาย

เมื่อเดินหลุดจากซอยทาเคะชิตะอันแสนแออัดออกมาและเดินต่อเข้าไปในซอยก็จะพบกับต้นไม้สีเขียวและผนังอิฐสีแดงอ่อน
ที่「Jardin de LUSEINE」สามารถนั่งพักผ่อนได้แบบชิวๆท่ามกลางบรรยากาศแบบย้อนยุคแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นฮาราจูกุอยู่บริเวณนี้ถูกเรียกกันว่า「ซอยของบราห์ม」เนื่องจากว่ามีบรรยากาศที่เงียบสงบร่มรื่นเหมือนไม่ใช่ญี่ปุ่น
และด้วยบรรยากาศรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างไปจากที่ซอยทาเคะชิตะค่อนข้างมาก
จึงทำให้ถูกพูดกันว่าเป็นบริเวณที่「ราวกับถูกเวทมนต์สาป」ประมาณนั้นเลยทีเดียว

อาคารก่อสร้างที่งดงามราวกับว่าย้ายบ้านสไตล์ยุโรปโบราณมาไว้ที่ญี่ปุ่น ทำให้ลืมความหนาแน่นที่ซอยทาเคะชิตะได้ทันทีเลย
และภายใต้การตกแต่งภายในร้านที่โอ่อ่าหรูหราและทิวทัศน์ที่งดงาม
ยังมีการจัดปาร์ตี้น้ำชาของเหล่าโลลิต้าอีกด้วย

ถ้าเหนื่อยจากการช้อปปิ้ง ลองแวะพักจิบชาแบบหรูหรากันหน่อยดีไหม?

การได้ทานอาหารภายในร้านที่กว้างขวางและห้อมล้อมไปด้วยเก้าอี้และโต๊ะที่สวยงามแบบนี้มันช่างวิเศษสุดๆไปเลย บรรยากาศที่หรูหราและแสงแดดอ่อนๆที่สาดส่องมาจากนอกหน้าต่าง
รับรองว่าช่วยทำให้ทั้งกายและใจรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างแน่นอน

ในครั้งนี้ได้มีโอกาสแวะจิบชาและลองทาน「OLD Fashion ชาร์ล็อตครีมสดและสตรอเบอร์รี่」(ราคา 1,200 เยน/เพิ่มกาแฟ 1,500 เยน)ที่มีสีขาวตัดกับสีแดง น่ารักน่าทานสุดๆเลย

ครีมสดๆนุ่มฟูแต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สีแดง นอกจากจะน่าทานแล้วรสชาติยังไม่หวานจนเกินไปอีกด้วย
ขนาดของสตรอเบอร์รี่ก็พอดีไม่ใหญ่จนเกินไปทำให้ทานง่าย
พอหยิบซ่อมตักเข้าปากปุ๊บก็แทบจะหยุดมือไม่ได้เลยหละ

ที่「Jardin de LUSEINE」นอกจากของหวานแล้ว ยังมีทั้งอาหารกลางวันและดินเนอร์ด้วย
แถมยังเพรียบพร้อมไปด้วยอาหารสไตล์ฝรั่งเศสมากมายหลายชนิด
ทั้งอาหารจานเดียวหรือจะเป็นคอร์สก็ได้เช่นกัน

ระหว่างทานอาหารอร่อยๆอยู่ ก็เริ่มรู้สึกตัวว่าได้ยินเสียงเปียโนที่ฟังสบายหูกำลังเล่นอยู่ด้วย

ภายในร้านมีเปียโนถูกจัดวางไว้อยู่ด้วย
จึงทำให้สามารถทานอาหารไปพลางพร้อมกับฟังเปียโนสดๆได้ตลอดเวลานั่นเอง
นอกจากนี้พอลองมองรอบๆภายในร้านยังมีผลงานศิลปะมากมายถูกประดับตกแต่งอยู่ด้วย

อาหาร ดนตรี และศิลปะ ได้เสพ 3 อย่างนี้พร้อมๆกันแบบนี้นี่มันสวรรค์ชัดๆเลยหละ

มาฮาราจูกุเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะมาเยือน「Jardin de LUSEINE」ร้านอาหารสไตล์ยุโรปที่งดงามกันด้วยนะ

ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส「Jardin de LUSEINE」เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 22 ปี
พนักงานทุกคนก็ยังเฟรนลี่และเป็นกันเองมากๆอีกด้วยนะ

ในวันพุธของทุกอาทิตย์ยังมีกิจกรรมมากมายถูกจัดด้วย ทั้งกิจกรรมของเหล่าสาวกโลลิต้าหรือคอนเสิร์ตโอเปร่า เป็นต้น ที่นี่จะทำให้เพื่อนๆได้พบกับความเพลิดเพลินในอีกรูปแบบที่แตกต่างออกไป

แค่มาเยือนเพียงครั้งเดียว ก็คงเป็นบรรยากาศที่ตรึงใจจนยากจะลืมเลยหละ
จะแวะพักหลังเหนื่อยจากการช้อปปิ้งก็ดี หรือจะมาชมการแสดงที่หรูหราก็ดี
ถ้ามีโอกาสผ่านมาแถวนี้เมื่อไหร่อย่าพลาดที่นี่เชียวนะ

Information

Jardin de LUSEINE

ที่อยู่:Tokyo Shibuya Jingumae 1-15-14
เวลาทำการ:กลางวัน 11:30~14:30 L.O./ทีไทม์14:30~17:00/ดินเนอร์ 18:00~22:00(21:30L.O.)
วันหยุดประจำ:วันจันทร์(วันอังคารหากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์)
รับบัตรเครดิตการ์ด:รับ
เมนูภาษาอื่น:มีเมนูภาษาญี่ปุ่น・ฝรั่งเศส
สถานีที่ใกล้:JRสถานีฮาราจูกุ / โตเกียวเมโทร สถานีเมจิจินกูมาเอะ
การเดินทาง:เดิน 3 นาที จากทาเคะชิตะงุจิ JR สถานีฮาราจูกุ/ โตเกียวเมโทร สถานีเมจิจินกูมาเอะ
โทรศัพท์:03-3470-3333
HP:Jardin de LUSEINE

TOKYO Travel Guide

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง