Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

รายงานประสบการณ์การพักใน Homestay ในเมืองโกะโจ จังหวัดนารา มาพักในห้องแบบญี่ปุ่นกันเถอะ!

รายงานประสบการณ์การพักใน Homestay ในเมืองโกะโจ จังหวัดนารา มาพักในห้องแบบญี่ปุ่นกันเถอะ!

นารา (Nara) 2015.10.24 บทความที่ชอบ

ไหน ๆ ก็มีโอกาสได้มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วท้้งที ถ้าได้ลองสัมผัสบรรยากาศเก่าแก่แบบญี่ปุ่นดูได้สักครั้งก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่วิเศษไม่น้อยเลยนะ

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย Haruka

Pin LINE
yanaseya

ไหน ๆ ก็มีโอกาสได้มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วท้้งที ถ้าได้ลองสัมผัสบรรยากาศเก่าแก่แบบญี่ปุ่นดูได้สักครั้งก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่วิเศษไม่น้อยเลยนะ

เนื่องจากมีชาวต่างชาติที่มาเที่ยวที่ญี่ปุ่นมากมายร้องขอว่า “อยากไปเห็นบ้าน (โฮมสเตย์) แนวญี่ปุ่นยุคดั้งเดิมดูบ้างจัง!” เข้ามากันมากมาย ผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้ลองไปสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่่ยวแบบโฮมสเตย์ด้วยตัวเองเสียเลย!

และสำหรับโฮมสเตย์ที่ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมชมมาในครั้งนี้ เป็นที่พักในเมืองโกะโจ จังหวัดนารา มีชื่อที่พักว่า “ยานาเสะยะ”

4

ซึ่งความจริงแล้ว ที่พักนี้ไม่เพียงแต่จะมีชื่อเสียงในเรื่องของ “เรียวกัง (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น)” แล้ว ยังเป็นที่พักที่เราสามารถ เช่าบ้านรายวัน (เช่าโฮมสเตย์ทั้งหลัง) ได้อีกด้วย

และด้วยบริการทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับผู้อยู่อาศัยทั่วไปโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ทำให้ผู้เขียนเลือกที่จะพักที่นี่

ถนนชินมาจิ เมืองโกะโจ จังหวัดนารา ที่รวบรวมวัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่นทั่วประเทศเอาไว้

ถ้าพูดถึงนาราล่ะก็ สิ่งที่ขี้นชื่อคงจะเป็นพระพุทธรูปยักษ์ที่อยู่ในวัดโทไดจินี่ล่ะ

แต่นอกจากนั้น นารายังมีเสน่ห์อีกมากมายรอเราอยู่ และหนึ่งในนัันก็คือ เมืองที่ยังคงอนุรักษ์สภาพของเมืองโบราณเอาไว้ และยังถูกเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์โบราณสถานของญี่ปุ่นเมื่อปี 2010 หรือก็คือ เขตชินมาจิ เมืองโกะโจ นั่นเอง

แม้แต่ที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของญี่ปุ่น (ประมาณปี 1607, นับเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของประเทศ) เองก็มีอยู่ที่้ถนนชินมาจินี้เช่นกัน และหนึ่งในนั้นก็รวมไปถึงโฮมสเตย์ยานาเสะยะที่เราจะไปพักกันด้วย

road

ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแบบธรรมชาติญี่ปุ่นและบ้านจากไม้แท้

ในที่สุดเราก็เดินฝ่าอากาศร้อน ๆ มาจนถึงที่พักได้แล้ว เมื่อเดินจากทางเข้าที่พักลงไปที่ด้านหลังแล้ว สิ่งแรกที่เรารู้สึกก็คือความเย็นสบายที่พัดเข้ามา

จากนั้นก็เปิดประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่น แล้วมาพักบนพื้นบ้านเย็น ๆ กันก่อน

สำหรับการสร้างอาคารบ้านเรือนในประเทศที่อากาศร้อนอย่างประเทศญี่ปุ่นแล้ว ส่วนใหญ่มักจะสร้างขึ้นด้วยไม้เพื่อให้ลมพัดผ่านได้ดี แม้ว่าที่พักยานาเสะยะจะมีเครื่องปรับอากาศติดเอาไว้ให้ แต่ปกติบ้านของญี่ปุ่นนั้นก็จะถูกออกแบบมาให้สามารถอยู่ได้อย่างสบายในทุกสภาพอากาศมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 5

เพียงแค่มองสวนญี่ปุ่นจากระเบียงและลิ้มรสบรรยากาศของช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ก็ทำให้พึงพอใจได้อย่างสุดยอดแล้ว

แน่นอนว่าภายในห้องถูกปูด้วยเสื่อตาตามิ

DSC01759

ส่วนสูงกว่าพื้นธรรมดาขึ้นมาหนึ่งชั้นตรงนี้เรียกว่า “โทโคโนมะ” ซึ่งในยานาเสะยะนี้เองก็มีโทโคโนมะที่ประดับด้วยภาพวาดญี่ปุ่นรูปดอกไม้อยู่ด้วยเช่นกัน

จากที่ได้สัมภาษณ์เจ้าของโรงแรมยานาเสะยะแล้ว ทำให้รู้ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมายที่มาที่นี่เพื่อศึกษาวัฒนธรรมญี่ปุ่น และดูเหมือนว่าด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้ที่นี่มีการเรียกครูสอนชงชาและการจัดดอกไม้ (อิเคบานะ) มาสอนด้วย

ในส่วนของห้องพักของยานาเสะยะ จะมีสองแบบคือ “ฮานาเระ” และ “คุระ” และในครั้งนี้เราก็ได้ขอแบบ “ฮานาเระ” ไป

2f

ทิวทัศน์จากชั้นสองงามขนาดนี้เชียวนะ! ส่วนด้านหลังของห้องนั้นเป็นแม่น้ำโยชิโนกาวะที่โด่งดัง วิวที่สวยงามเช่นนี้ ทำให้เรารู้สึกตัวได้อย่างชัดเจนว่าเรามาถึงเมืองนาราแล้วนะ และเผลอใช้เวลาเคลิบเคลิ้มไปกับความอยู่เสียนานทีเดียว

ห้องแบบ “ฮานาเระ” ของยานาเสะยะนั้นจะค่อนข้างกว้าง และสามารถอยู่ร่วมกันได้หลายคน ดูท่าจะเหมาะกับลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัวดีเหมือนกันนะ

มาถึงญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องมาเพลิดเพลินกับอ่างอาบน้ำสินะ

คนญี่ปุ่นเป็นคนที่ชอบการอาบน้ำในอ่าง (โอฟุโระ) กันมาก ๆ เลยล่ะ ว่าแล้วเราก็ไปสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมการอาบน้ำในอ่างแบบคนญี่ปุ่นดูเลยดีกว่า

ออนเซ็นในญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้น จะห้ามไม่ให้คนที่สักลายใช้บริการ แต่หากเป็นอ่างโอฟุโระในบ้านแล้วล่ะก็ ต่อให้สักลายแค่ไหนก็ลงแช่ได้ตามสบาย ดีสุด ๆ ไปเลยนะ

bath

ในยานาเสะยะนั้น จะมีโอฟุโระฮิโนกิ (อ่างอาบน้ำใส่ไม้หอมชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น) ที่ส่งกลิ่นหอมหวนให้บริการอยู่ ทำให้เราสามารถใช้เวลาผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กับกลิ่นหอมอบอวลที่ห่อหุ้มกายเราได้

yukata

เมื่อขึ้นจากอ่างแล้วก็อย่าลืมใส่ชุดยูกาตะด้วยล่ะ

รับประทานอาหารเย็นในร้านอาหารที่พิถีพิถัน

b

หลังจากที่พักผ่อนร่างกายในบ้านโฮมสเตย์เรียบร้อยแล้ว ลองออกมาเดินเล่นในถนนชินมาจิดูบ้างก็น่าสนุกไม่น้อยเลยนะ

สำหรับร้านที่เราแวะมาทานอาหารเย็นกันในวันนี้ คือร้านอาหารและบาร์ที่สร้างขึ้นใหม่จากบ้านดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น ตั้งอยู่ฝั่งด้านหลังถนนที่ชื่อว่า GIROCCO

แม้ว่ารูปร่างภายนอกจะเป็นแบบญี่ปุ่น แต่ภายในร้านกลับถูกตกแต่งด้วยการผสมผสานทั้งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ทำให้ร้านมีสเน่ห์พิเศษอย่างน่าประหลาด ทำให้ภายในร้านมีคนนั่งอยู่เต็มแม้ว่าถนนภายนอกจะดูไม่ค่อยมีคนก็ตาม

ดูเหมือนว่าจะเป็นร้านยอดฮิตที่บอกเล่ากันมาปากต่อปากเลยนะ

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่นอีกมากมายทั้งร้านเล็กใหญ่ตั้งเรียงรายกันอยู่ในบริเวณนี้ รับประกันว่าอย่างน้อย ๆ ต้องมีร้านที่ตรงใจและตรงความต้องการของผู้อ่านสักร้านล่ะ

และสุดท้าย พวกเราก็กลับจากการนั่งในร้านอาหารจนเกือบเช้า และกลับที่พักกันพร้อมกับความสุข และนอนหลับกันไปบนฟูกที่ปูรออยู่บนเสื่อตาตามิ

รับประทานอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

1

เช้าวันต่อมา เราก็พบกับอาหารเช้าตามที่เห็นในภาพนี้

การทานข้าวพร้อมกับกับข้าวหลากหลายชนิดในมื้อเช้า เป็นวิถีแห่งญี่ปุ่นอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้นะ

อีกทั้งในโรงแรมยานาเสะยะ เรายังสามารถลองทานๆ “ข้าวต้มชา” อาหารเช้าแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ได้อีกด้วย

เพลิดเพลินไปกับรสชาติแห่งสายฝน

kasa

วันต่อมาหลังจากที่เราได้เข้ามาอยู่ที่ที่พักแห่งนี้ ฝนก็กลับตกลงมาเสียอย่างนั้น เราจึงมีเวลากินข้าวเช้ากันแบบไม่ต้องรีบ และใช้เวลาพักผ่อนในที่พักแทน

เมื่อมองไปที่สวนในบ้านพักแล้ว ก็ต้องตะลึงกับความสวยงามของสีเขียวชอุ่ม และหินประดับสวนที่สะท้อนแสงระยิบระยับ

หากคุณผู้อ่านทุกคนได้มีโอกาสมาญี่ปุ่นแล้ว สนใจลองมาเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และธรรมชาติของญี่ปุ่นนอกเหนือจากสิ่งที่จะได้รับจากการเดินทัวร์ธรรมดาดูบ้างไหมล่ะ?

รับรองว่าบ้านพักคุณภาพเยี่ยมของญี่ปุ่นนี้ จะช่วยเติมความหลากหลายให้กับการเดินทางของคุณได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายก็อยากจะขอจบบทความในวันนี้ไปพร้อมกับวิดิโอประมวลภาพความสวยงามและมีเสน่ห์ของโรงแรมยานาเสะยะกันไปแต่เพียงเท่านี้

Information

บ้านพัก ยานาเสะยะ

ที่อยู่: 2 Chome 7-3 Honmachi Gojo Nara
บัตรเครดิตและชนิดที่รองรับ: ไม่มี
ภาษาต่างประเทศที่รองรับ: ได้รับการสนับสนุนจาก “บริการ Call Center หลากภาษาประจำจังหวัดนารา” (สามารถใช้บริการ Call Center เพื่อเป็นล่ามแปลสิ่งที่เราอยากบอกกับทางที่พักได้)
เมนูและป้ายภาษาต่างประเทศ: สามารถจัดเตรียมคนมาจัดการให้ได้
สถานีที่ใกล้ที่สุด: JR สาย Wakayama “สถานีGojo” เดินประมาณ 15 นาที (มีรถไปรับ)
ค่าที่พัก: ตั้งแต่ 20,000 เยนขึ้นไป
โทรศัพท์: 0747-25-5800
E-Mail: info@neo-foods.jp  
Fax     :0747-22-8078
HP    :Official Homepage

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE