ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

ทุกข้อมูลของ "Go To Travel" เที่ยวญี่ปุ่นสุดประหยัด ให้รัฐบาลช่วยจ่าย! (อัพเดทเรื่อยๆ)

ทุกข้อมูลของ

เขียนโดย Kogetsu

2020.07.25 บทความที่ชอบ

"Go to Travel" โครงการฟื้นการท่องเที่ยวโดยที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะช่วยออกเงินให้คนไปเที่ยว จะมีรายละเอียดอย่างไร คนไทยมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือในการเที่ยวหรือไม่ และต้องทำอย่างไร เรารวมข้อมูลและข่าวอัพเดทไว้ในบทความนี้ พร้อมข้อมูล Go to Campaign อื่นๆ ไว้ครบ!

ช่วงนี้หลายคนอาจจะได้ยินเรื่องของโครงการช่วยเหลือการท่องเที่ยวของรัฐบาลญี่ปุ่นอันมีชื่อว่า "Go to Travel"
แต่โครงการนี้มีรายละเอียดอย่างไร คนไทยมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือในการเที่ยวหรือไม่ และต้องทำอย่างไร
เรารวมข้อมูลและข่าวอัพเดทไว้ในบทความนี้แล้ว!

เที่ยวประหยัดสูงสุดครึ่งหนึ่ง ด้วย Go to travel ในโครงการ "Go to Campaign"

河口湖を訪れたらやるべき5つのこと

Picture courtesy of Yamanashi Tourism Organization
ภาพจากบทความ : ไปชมฟูจิที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะ และที่เที่ยวน่าสนใจรอบๆ ทั้งเจดีย์ 5 ชั้นและ Fuji Q Highland

ก่อนอื่นขอแนะนำก่อนว่า ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า Go to Travel นั้น จริงๆ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "Go to Campaign" ซึ่งเป็นโครงการที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะออกเงินช่วยเหลือคนที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่นให้ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่หยุดชะงักไปตั้งแต่ตอนประกาศปิดเมือง โดยแบ่งออกเป็น 4 โครงการย่อยด้วยกัน คือ

Go to Campaign 4 โครงการ
  1. 1. Go to Travel สนับสนุนให้คนออกไปเที่ยว
  2. 2. Go to Eat สนับสนุนให้ออกไปทานอาหารตามร้าน
  3. 3. Go to Event สนับสนุนให้คนไปงานอีเวนท์
  4. 4. Go to Shotenkai (Shopping street) สนับสนุนให้คนไปแหล่งช้อปปิ้ง

ในบทความนี้จะขอแนะนำส่วนของ Go to Travel อย่างละเอียด และแนะนำสั้นๆ สำหรับ Go to อืนๆ ด้วย
โครงการ Go to Campaign นั้นยังอยู่ในระหว่างวางแผนดำเนินการ รายละเอียดบางอย่างจึงยังไม่ได้เปิดเผย หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ทาง MATCHA จะขอติดตามข่าวและอัพเดทข้อมูลในบทความนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ!
*ข้อมูลอัพเดท ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2020
ข้อมูลในระยะนี้มีการเปลี่ยนแปลงและมีจุดไม่ชัดเจน แนะนำให้ติดตามข้อมูลอยู่เสมอค่ะ

รายละเอียดของ Go to Travel

大阪 道頓堀

ภาพจากบทความ : 10 อย่างที่น่าไปทำในย่านโดทงโบริ (Dotonbori) & ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ที่โอซาก้า (Osaka)
โครงการ Go to Travel นั้นเป็นโครงการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นออกไปเที่ยวในประเทศกัน ผู้รับสิทธิจะเป็นชาวต่างชาติก็ได้ ขอเพียงเป็นคนที่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกต้องก็พอ!

ปัจจุบันเนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในโตเกียวมีสูงขึ้น จึงตัดโตเกียวออกไปจากโครงการนี้ก่อนหมายความว่าในช่วงนี้ผู้ที่อาศัยในโตเกียวจะไม่สามารถรับสิทธิ Go to Travel ได้ รวมถึงการเที่ยวที่จะมาเที่ยวและค้างในโตเกียวด้วยค่ะ (แต่การเดินทางจากจังหวัดอื่นที่ผ่านโตเกียวยังได้รับสิทธิอยู่)

รายละเอียดโครงการ
  • - ผู้ไปเที่ยวมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสูงสุด 50% 
  • - กลุ่มที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุจำนวนมากอาจไม่ได้รับสิทธินี้ (ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องอายุหรือจำนวน)
  • - ไม่จำกัดจำนวนวันและแม้ไม่ค้างคืนก็สามารถใช้สิทธิได้ แต่ยอดสูงสุดที่รับการช่วยเหลือได้จะต่างกัน
  • - ได้รับสิทธิผ่านการซื้อทัวร์ จองที่พัก กิจกรรมจากตัวแทนจำหน่าย หรือจองที่พักกับทางโรงแรมโดยตรงเท่านั้น
  • - ยอดเงินช่วยเหลือสูงสุดต่อวันคือ 20,000 เยน/คืน/คน สำหรับการเที่ยวที่ไม่ได้ค้างคืนจะได้รับแค่สูงสุด 10,000 เยน
  • - เงินช่วยเหลือที่ได้รับจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ 70% จะเป็นการช่วยเหลือค่าท่องเที่ยวต่างๆ โดยลดจากค่าที่พัก ค่าทัวร์ ฯลฯ จากตัวแทนจำหน่ายหรือที่พัก ส่วนอีก 30% จะได้รับเป็นคูปองเงินสดสำหรับใช้ที่จุดหมายปลายทาง
  • - คูปองเงินสดคาดว่าจะมีทั้งคูปองกระดาษ และ e-coupon ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ใบละ 1,000 เยน ไม่มีการทอนเงิน
  • - คูปองคาดว่าจะแจกจ่ายผ่านบริษัทท่องเที่ยวหรือที่พักที่จอง
  • - เมื่อคำนวณ 30% แล้ว หากเศษไม่ถึง 500 จะปัดทิ้ง แต่ถ้าถึง 500 จะปัดขึ้นเป็นคูปอง 1,000 เยนอีก 1 ใบ
  • - ร้านค้าที่รับคูปองจะมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านของฝาก พาหนะเดินทางต่างๆ สถานที่ท่องเที่ยว และอื่นๆ ซึ่งกำลังเปิดรับร้านที่เข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2020
  • - คูปองจะสามารถใช้ได้ในจังหวัดที่ไปเที่ยวและจังหวัดข้างเคียง โดยจะใช้ได้แค่ในระะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
  • - คาดว่าจะมีการรวมรายชื่อร้านค้าที่ใช้คูปองได้ไว้ออนไลน์ และจะมีสติกเกอร์ติดหน้าร้านเพื่อเป็นสัญลักษณ์
  • - คูปองออกสำหรับใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเท่านั้น จะใช้กับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ เช่น ชำระภาษี ชำระค่าสาธารณูปโภค ซื้อล็อตเตอรี่ ซื้อบัตรพรีเพดต่างๆ ฯลฯ รวมถึงห้ามขาย ส่งต่อ และจ่ายค่าโรงแรมด้วย

เว็บไซต์ทางการของโครงการ Go to Travel : https://goto.jata-net.or.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

ระยะเวลาของโครงการ Go to Travel

Zenkoku Koyo photo03

ภาพจากบทความ : (ฤดูใบไม้ร่วงญี่ปุ่น) เช็คให้พร้อม! สภาพอากาศ การแต่งตัว และที่เที่ยวใบไม้แดง เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

โครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2020 เพื่อให้คนเริ่มไปเที่ยวตั้งแต่วันหยุดยาว 4 วันในเดือนกรกฎาคม แต่ในช่วงแรกนั้นจะได้รับส่วนลดแค่ส่วนของลดราคา (70% จากส่วนที่จะได้รับสิทธิทั้งหมด" ส่วนคูปอง 30% นั้นจะยังไม่ได้รับสิทธิเนื่องจากยังเตรียมการไม่เรียบร้อย

ผู้ที่ซื้อทัวร์หรือจองที่พักเอาไว้แล้ว หากวันที่ไปเที่ยวจริงคือตั้งแต่วันที่ 22 กรกฏาคม 2020 เป็นต้นไป จะสามารถรับสิทธิส่วนลดย้อนหลังได้ โดยการยื่นคำร้อง ซึ่งรายละเอียดจะประกาศอีกครั้ง

ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฏาคม 2020 บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถเปิดขายทัวร์และบริการในราคาลดได้เลยหากบริษัทนั้นๆ พร้อมแล้ว

ส่วนคูปอง 30% คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ราววันที่ 1 กันยายน 2020

ระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าโครงการจะจัดเป็นเวลาประมาณครึ่งปีจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2021 ค่ะ
แต่รายละเอียดของโครงการในปัจจุบันนั้นจะใช้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2020 (เช็คเอาท์ 1 กันยายน) หลังจากนั้นให้รอประกาศเพิ่มเติมอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ของบางจังหวัดที่แย่ลง อาจมีการประกาศมาตรการพิเศษเฉพาะท้องที่ได้ จึงควรตามข้อมูลเพิ่มเติมเสมอค่ะ

วิธีการรับส่วนลด

TATEYAMA20160427I

ภาพจากบทความ : ที่เที่ยวดูหิมะหน้าหนาวในญี่ปุ่น ไปช่วงไหน เมื่อไหร่ดี

ในการรับส่วนลดนั้นทำได้เฉพาะเมื่อจองซื้อทัวร์ ที่พัก บริการต่างๆ ผ่านบริษัทตัวแทนที่ร่วมรายการ หรือติดต่อโดยตรงกับทางที่พัก โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันดังนี้
เมื่อจองทริปพร้อมพาหนะเดินทาง เช่น รถไฟ รถทัวร์ ผ่านบริษัทตัวแทน เราจะสามารถใช้สิทธิรับส่วนลดได้จากมูลค่าทั้งหมด เช่น ทริป 1 วัน 1 คืน นั่งรถทัวร์ไปเที่ยวราคา 40,000 เยน เราสามารถรับส่วนลดและคูปองได้ถึง 20,000 เยน (50% ของ 40,000 เยน)

แต่หากจองหรือซื้อตั๋วพาหนะเดินทางเองแล้วจองที่พักกับโรงแรม เราจะสามารถรับสิทธิได้เพียงแค่ส่วนของที่พัก เช่น ค่ารถไฟชินคันเซ็น 10,000 เยน ค่าที่พัก 20,000 เยน รวม 30,000 เยน เราจะได้รับส่วนลดและคูปองเพียง 10,000 เยน (50% ของค่าที่พัก 20,000 เยนเท่านั้น)

ฉะนั้นการจองทุกอย่างผ่านบริษัทท่องเที่ยวต่างๆ อาจจะคุ้มค่ากว่าก็ได้ ตอนนี้บริษัทต่างๆ ก็เริ่มเตรียมโปรแกรมเที่ยวต่างๆ กันแล้วล่ะค่ะ

ส่วนวิธีการนั้นจะเป็นอย่างไรยังไม่มีการประกาศแน่ชัด มารอข้อมูลอัพเดทกันนะคะ

วิธีการยื่นขอส่วนลดย้อนหลัง

ในกรณีที่เราได้ซื้อทัวร์หรือจองที่พักสำหรับการเที่ยวตั้งแต่วันที่ 22 กรกฏาคม - 31 สิงหาคม 2020 ไปแล้ว เราสามารถยื่นขอส่วนลดย้อนหลังได้ โดยวิธีการอย่างละเอียดนั้นจะต้องรอการประกาศอีกครั้ง แต่เท่าที่ประกาศมาคร่าวๆ ในตอนนี้คือ

วิธียื่นขอส่วนลดย้อนหลัง
  1. 1. หากซื้อ/จองบริการจากบริษัททัวร์ให้สอบถามกับทางบริษัทว่าบริษัทเข้าร่วมรายการ Go to Travel หรือไม่ หากบริษัทไม่เข้าร่วมรายการ จะไม่สามารถยื่นขอได้
  2. 2. บริษัททัวร์จะเป็นผู้ดำเนินการการขอส่วนลดย้อนหลังให้ แต่หากเราจองที่พักด้วยตนเอง เราจะต้องดำเนินการยื่นขอด้วยตนเอง
  3. 3. สามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัททัวร์และที่พักที่เข้าร่วมโครงการได้จากเว็บไซต์ทางการของ Go to Travel
  4. 3. ให้เตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
    • - เอกสารคำร้อง (โหลตจากเว็บไซต์หรือรับจากโรงแรม)
    • - ใบเสร็จค่าที่พัก
    • - ใบรับรองการเข้าพัก (ขอจากโรงแรม)
    • - ใบรับรองยอมรับให้ใช้ข้อมูลส่วนตัว (โหลตจากเว็บไซต์หรือรับจากโรงแรม)
    • - สำเนาสมุดบัญชีธนาคารหรือบัตร ATM  
    • เอกสารที่จำเป็นจะต้องเป็นชื่อของบุคคลเดียวกัน
    • ดาวน์โหลดเอกสารได้จากเว็บไซต์ทางการของ Go to Travel
  5. 4. ส่งเอกสารทางไปรษณีย์หรือออนไลน์ ภายในวันที่ 14 กันยายน 2020
  6. 5. เมื่อเอกสารได้รับการตรวจผ่านเรียบร้อย จะคืนเงินด้วยการโอนเข้าบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต

สรุปเงื่อนไขในการรับส่วนลด

ภาพจากบทความ : 13 ที่เที่ยวเกียวโตไม่ควรพลาด พร้อมการแต่งกาย และวิธีการเดินทาง (Kyoto)

โดยหลักๆ แล้วแค่เลือกซื้อทัวร์หรือจองที่พัก กิจกรรม ผ่านบริษัทท่องเที่ยวที่เป็นตัวแทนก็จะได้รับส่วนลดและคูปองอยางคุ้มค่าแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ควรรู้เอาไว้ด้วยก็ดีค่ะ

เงื่อนไขปลีกย่อยที่ควรรู้
  • - รับสิทธิได้เฉพาะชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่อาศัยในญี่ปุ่น
  • - ส่วนลดสำหรับการท่องเที่ยวภายในญี่ปุ่นเท่านั้น
  • - เนื่องจากชาวโตเกียวรับสิทธิไม่ได้จึงจะมีการตรวจบัตรประจำตัว อย่าลืมเตรียมไปด้วย
  • - ไม่จำกัดจำนวนคนและจำนวนคืน สามารถใช้กับทัวร์หมู่คณะ เช่น ทริปบริษัท ทัศนศึกษา ได้
  • - ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่จะใช้สิทธิ หากในช่วงเวลาจะไปเที่ยวหลายครั้งก็สามารถขอสิทธิได้ทุกครั้ง
  • - โครงการมีงบประมาณถึง 1,679,400,000,000 เยน แต่เพราะมีจำกัด สิทธิจึงอาจหมดก่อนเวลาสิ้นสุดได้
  • - สามารถรับสิทธิได้จากการจองที่พัก จองกิจกรรม ซื้อโปรแกรมทัวร์ผ่านบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งตามร้านและออนไลน์ โดยจะนำมูลค่าทั้งหมดมาคำนวณสิทธิที่จะได้รับ
  • - หากเตรียมการเดินทางเองแล้วจองที่พักกับโรงแรมโดยตรง จะสามารถรับสิทธิได้แค่ส่วนของค่าที่พักเท่านั้น
  • - พาหนะที่มีการค้างคืนบนนั้น เช่น รถไฟตู้นอน ล่องเรือ ก็เข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน
  • - สิทธิที่ได้รับคือส่วนลด 50% จากค่าใช้จ่ายในการเที่ยว สำหรับการเที่ยวที่มีการค้างคืนจะได้รับส่วนลดและคูปองแทนเงินสดสูงสุด 20,000 เยน/คืน/คน และสำหรับการเที่ยวที่ไม่ค้างคืนสูงสุดวันละ 10,000 เยน/คืน/คน
  • - สิทธิที่ได้รับจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 70% เป็นส่วนลด และ 30% จะได้รับเป็นคูปองเงินสำหรับใช้ท่องเที่ยวที่จุดหมาย
  • - สามารถรรับสิทธิร่วมกับโครงการ Go to อื่นๆ ได้ด้วย

ตัวอย่างการคำนวณส่วนลดที่จะได้รับ

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของโครงการอาจจะทำให้เข้าใจยากสักเล็กน้อย เราจึงจะลองคำนวณสิทธิส่วนลดที่จะได้รับให้ดูกันค่ะ

* ส่วนของคูปอง 30% ยังไม่ได้รับและคาดว่าจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2020

ตัวอย่าง 1 : ซื้อทริป 2 วัน 1 คืนกับบริษัททัวร์

สมมุติว่าซื้อทริป 2 วัน 1 คืน ราคา 40,000 เยน

ส่วนที่ได้รับสิทธิ์ (50% ของทั้งหมด) 40,000 × 50% = 20,000 บาท
1. ส่วนลดค่าเที่ยว (70%) 20,000 x 70% = 14,000 เยน
2. รับเป็นคูปอง (30%) 20,000 x 30% = 6,000 เยน

เพราะฉะนั้นเราจะต้องจ่ายเองคือ 26,000 เยน และได้คูปองเงินสด 6,000 เยนไว้ใช้ จากราคาจริง 40,000 เยน (เพราะส่วนที่ได้รับเป็นคูปอง จะไม่ได้นำไปลดจากค่าเที่ยว)

ตัวอย่าง 2 : ซื้อตั๋วรถไฟเดินทางเอง และจองโรงแรมโดยตรงกับที่พัก

หากว่าเราซื้อตั๋วรถไฟเดินทางไปเอง 20,000 เยน และจองโรงแรมเองคืนละ 20,000 เยน

ส่วนที่ได้รับสิทธิ์ (50% ของทั้งหมด) 20,000 × 50% = 10,000 เยน (ได้รับสิทธิ์แค่ค่าโรงแรม)
1. ส่วนลดค่าเที่ยว (70%) 10,000 x 70% = 7,000 เยน
2. รับเป็นคูปอง (30%) 10,000 x 30% = 3,000 เยน

เพราะฉะนั้นเราต้องจ่ายเองคือ ค่ารถไฟ 20,000 เยน และค่าที่พัก 13,000 เยน (เพราะส่วนที่ได้รับเป็นคูปอง จะไม่ได้นำไปลดจากค่าเที่ยว)
รวมจ่ายจริง 33,000 เยน และได้คูปองเงินสด 3,000 เยนไว้ใช้ จากราคาจริงทั้งหมด 40,000 เยน

ตัวอย่าง 3 : ซื้อทริปรถบัสแบบไปเช้าเย็นกลับ

และในกรณีที่ซื้อทัวร์แบบไม่ค้างคืน จะรับส่วนลดได้สูงสุดแค่ 10,000 เยน
สมมติว่าซื้อทัวร์ราคา 40,000 เยน
แม้ 50% ของ 40,000 จะ = 20,000 เยน แต่เราจะได้รับสิทธิเพียงแค่ 10,000 เยน

ส่วนที่ได้รับสิทธิ์ (50% ของทั้งหมด) 40,000 × 50% = 20,000 บาท
แต่ได้รับจริงแค่ 10,000 บาท (สูงสุดสำหรับทริปไม่ค้างคืน)
1. ส่วนลดค่าเที่ยว (70%) 10,000 x 70% = 7,000 เยน
2. รับเป็นคูปอง (30%) 10,000 x 30% = 3,000 เยน

เพราะฉะนั้นเราจะต้องจ่ายเองคือ 33,000 เยน และได้คูปองเงินสด 3,000 เยนไว้ใช้ จากราคาจริง 40,000 เยน (เพราะส่วนที่ได้รับเป็นคูปอง จะไม่ได้นำไปลดจากค่าเที่ยว)

ทุกข้อมูลของ

หากลองเทียบดูจะพบว่าในมูลค่า 40,000 เยนเท่ากัน การจองกับบริษัทตัวแทนต่างๆ จะคุ้มกว่าอย่างชัดเจนเลยค่ะ แถมยังสะดวกตรงที่ไม่ต้องจองแยกกันทีละอย่างด้วย

รายชื่อบริษัททัวร์และเว็บไซต์ที่เข้าร่วมและคาดว่าจะเข้าร่วม

ในปัจจุบันยังมีแต่บริษัทในญี่ปุ่นซึ่งมีเว็บไซต์เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น จึงอาจต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นในระดับหนึ่งในการจอง นอกจากออนไลน์แล้วยังสามารถซื้อจองจากร้านได้อีกด้วย คาดว่าบริษัทชั้นนำส่วนใหญ่จะเข้าร่วมโครงการทั้งหมด ส่วนบริษัทที่ประกาศแล้วว่าเข้าร่วมด้วย เช่น HISJTBNIPPON TRAVEL AGENCYYahoo! Travel และอื่นๆ

สามารถดูรายชื่อเว็บไซต์ที่จองได้พร้อมลิงค์ไปจองได้จากบทความนี้เลยค่ะ

- ค้นหาและจองที่พักกับ Booking.com
- ค้นหาและจองที่พักกับ Rakuten Travel
- ค้นหาและซื้อตั๋วรถไฟกับกิจกรรมต่างๆ ที่ KLOOK
ค้นหาและซื้อตั๋วรถไฟกับกิจกรรมต่างๆ ที่ Voyagin
-
ซื้อทัวร์แสนสะดวกพร้อมไกด์กับ HIS 
- หาและจองเที่ยวรถบัสได้ที่ Kosokubus.com หรือที่ Willer Express
(บริษัทในกรอบนี้เป็นบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ MATCHA ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียด แต่อาจจะเข้าร่วมโครงการ)

การยกเลิกการจอง (สำหรับคนโตเกียวหรือทริปที่ไปโตเกียว)

เนื่องจากประกาศล่าสุดมีการยกเว้นไม่ให้ชาวโตเกียวและทริปเที่ยวหรือค้างคืนในโตเกียวเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโตเกียวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดจากยกเลิกการจองเป็นจำนวนมาก
ในเบื้องต้นนั้นทางรัฐบาลญี่ปุ่นบอกว่าจะไม่ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการยกเลิก แต่ในวันที่ 21 กรกฏาคม 2020 ก็มีประกาศใหม่ว่าทางรัฐบาลจะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายในการยกเลิกขึ้นมาค่ะ

โดยวิธีการและเงื่อนไขในการยกเลิกและรับการชดเชยทำได้ดังนี้

  • - การเดินทางที่ไม่สามารถใช้สิทธิ Go to Travel ได้คือ
    • - เริ่มต้นการเดินทางจากโตเกียว
    • - เป้าหมายการเดินทางคือโตเกียว
    • - ผู้เดินทางเป็นชาวโตเกียว
  • - ปัจจุบันรัฐบาลแจ้งว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่ายกเลิกที่เกิดขึ้น จึงให้บริษัทห้างร้านงดการเก็บค่ายกเลิก และผู้จองก็ไม่ต้องจ่ายด้วย และทางรัฐบาลจะดำเนินการให้เอง หากใครจ่ายค่ายกเลิกไปแล้ว กรุณาติดต่อกับบริษัทห้างร้านนั้นๆ เพื่อขอคืน

ไปรู้จักกับ Go to อื่นๆ อีก 3 อย่าง

ภาพจากบทความ : 21 ที่เที่ยวทั่วเซนได พร้อมการเดินทาง อาหาร งานเทศกาล (Sendai)
นอกจาก Go to Travel แล้ว ยังมี Go to อีก 3 โครงการซึ่งสามารถใช้สิทธิร่วมกันได้ (รายละเอียดยังไม่ประกาศ) เช่น ใช้ส่วนด Go to Travel ในการซื้อแพคเกจการเดินทางพร้อมที่พัก จากนั้นใช้สิทธิ Go to Eat จองร้านอาหารในที่ที่ไปเที่ยว พร้อมกับใช้สิทธิ Go to Event ซื้อตั๋วงานอีเวนท์ที่จะไปเข้าร่วมระหว่างการเที่ยว

โครงการอื่นๆ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ เผื่อว่าเราจะได้ใช้สิทธิให้ทั้งการเที่ยวหรือการใช้ชีวิตประจำวันในญี่ปุ่นประหยัดคุ้มค่ายิ่งขึ้น!

Go To Eat (ลดสูงสุด 20%)

โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้คนออกไปทานอาหารนอกบ้าน โดยเมื่อจองร้านอาหารผ่านบริการจองร้านอาหารออนไลน์ต่างๆ จะได้รับแต้มที่ใช้แทนเงินในร้านอาหารได้ (สูงสุดมื้อกลางวัน 500 แต้ม มื้อเย็นตั้งแต่ 15:00 เป็นต้นไป 1,000 แต้มต่อที่นั่ง/ครั้ง ไม่เกินครั้งละ 10,000 แต้ม) นอกจากนี้จะได้มีคูปองพรีเมียมต่างๆ เช่น ตั๋วลด 25 % และอื่นๆ สำหรับใช้ในร้านอาหารที่ลงทะเบียนร่วมโครงการด้วย

คาดว่าจะเริ่มได้ช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยเริ่มจากการขายคูปองพรีเมียมในราคาพิเศษก่อน เช่น คูปอง 10,000 เยนที่ใช้แทนเงินสดได้ 12,500 เยน คูปองจะใช้จนถึงเดือนมีนาคม 2021

Go To Event (ลดสูงสุด 20%)

ส่วน Go to Event ส่งเสริมให้คนออกไปงานอีเวนท์และกิจกรรมบันเทิงต่างๆ ทั้งโรงภาพยนตร์ การชมการแสดงออนไลน์ พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ โดยเมื่อซื้อตั๋วผ่านบริษัทจำหน่ายตั๋วต่างๆ จะได้รับส่วนลดสูงสุด 20% และได้คูปองอื่นๆ เช่น คูปองซื้อของในงานหรือแต้มสำหรับใช้ซื้อตั๋วงานต่อไป อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมและระยะเวลาที่เริ่มยังไม่ประกาศ

Go To Shotenkai (Shopping Street) (ยังไม่ทราบส่วนลด)

และ Go to Shotenkai หมายถึงโครงการสำหรับ "โชเทงไก" หรือก็คือย่านร้านค้าตามชุมชนต่างๆ โดยจะมีทั้งการจัดกิจกรรมหรือคิดสินค้าบริการใหม่ๆ โดยคำนึงถึงการป้องกันโควิด-19 เช่น อีเวนท์สนับสนุนการซื้ออาหารกลับบ้าน ดีลิเวอรี่อาหาร ฯลฯ แตกต่างกันไปตามที่แต่ละย่านการค้าจะเสนอ

คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณกลางเดือนสิงหาคม แต่รายละเอียดยังไม่มีการประกาศมากค่ะ

เที่ยวให้คุ้มและประหยัดด้วย Go to Travel!

「高山」徹底ガイド。高山でしたいこと15選とアクセス、気候など

ภาพจากบทความ : เที่ยวทาคายาม่า (Takayama) แบบจัดเต็ม! แนะนำ 15 กิจกรรมน่าทำและวิธีเดินทาง

โครงการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะอย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คุมาโมโตะในปี 2016 หรือในฮอกไกโดเมื่อปี 2018 ก็เคยมีโครงการส่วนลดการท่องเที่ยวเพื่อให้คนไปเที่ยว ส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูพื้นที่แถบนั้นๆ เช่นกัน
เพียงแต่งบประมาณของโครงการ Go to Campaign นี้สูงกว่าที่เคยจัดมาหลายเท่าเลยทีเดียว

ท่ามกลางความกังวลของหลายๆ คนในสังคม คาดว่ากิจกรรม Go to Travel นี้จะดำเนินไปตามแผนพร้อมกับสนับสนุนการเดินทางในแบบต่างๆ เช่น workation การสนบสนุนให้คนใช้วันลา สนับสนุนให้คนลาแบบกระจายวันกัน วิธีการท่องเที่ยวแบบ New normal ให้ความรู้แต่ละอุตสาหกรรมเรื่องการป้องกันโรค เพื่อให้การท่องเที่ยวนี้ปลอดภัยมากที่สุดค่ะ

อย่างไรก็ตามคนญี่ปุ่นเองก็มีความสนใจจะรับสิทธิจากโครงการนี้ไม่น้อย เรามาติดตามข้อมูล พร้อมกับคิดไว้ก่อนเลยดีกว่าว่าจะไปเที่ยวไหน เมื่อพร้อม เราจะได้รีบจองกันเลย!

 

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง