ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

อัพเดทข้อมูลการเข้าประเทศญี่ปุ่นและการกลับไทยในสถานการณ์โควิด-19

อัพเดทข้อมูลการเข้าประเทศญี่ปุ่นและการกลับไทยในสถานการณ์โควิด-19

เขียนโดย Kogetsu

2020.07.30 บทความที่ชอบ

อัพเดทข้อมูลการเข้าประเทศญี่ปุ่นและการกลับไทยในสถานการณ์โควิด-19 ทั้งสถานการณ์และวิธีการเข้าออกทั้งสองประเทศ

ด้วยผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้แต่ละประเทศประกาศห้ามหรือจำกัดการบินและการเข้าออกประเทศ รวมถึงประเทศไทยและญี่ปุ่นด้วย
MATCHA ขอรวบรวมข้อมูลและข่าวอัพเดทเกี่ยวกับการเดินทางระหว่างไทยและญี่ปุ่น ทั้งการเข้าประเทศญี่ปุ่นและกลับไทย เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางระหว่างสองประเทศค่ะ

การเดินทางจากไทยไปญี่ปุ่น

*อัพเดท 29 กรกฎาคม 2020

ไปญี่ปุ่นได้ไหม

อัพเดทข้อมูลการเข้าประเทศญี่ปุ่นและการกลับไทยในสถานการณ์โควิด-19

ภาพจากบทความ : สถานีโตเกียว→สนามบินนาริตะไม่ถึง 1,000 เยน! คู่มือใช้บริการ "Airport Bus TYO-NRT"
สำหรับตอนนี้นักท่องเที่ยวยังไม่สามารถไปญี่ปุ่นได้ เนื่องจากญี่ปุ่นยังระงับการเข้าประเทศ 14 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าของไทยอยู่ (รวมถึงงดการให้เข้าประเทศจากประเทศอื่นๆ กว่า 129 ประเทศ) เบื้องต้นคือระงับจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

สามารถอ่านรายละเอียดและเช็ครายชื่อ 129 ประเทศที่มีการประกาศห้ามเข้าได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศประจำญี่ปุ่นที่นี่

หลังจากการเจรจาการเข้าประเทศแบบ bubble กับไทยสำเร็จแล้ว ตอนนี้มีคนไทย 2 กลุ่มที่สามารถขอเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ แต่ต้องติดต่อผ่านสถานทูตเท่านั้นค่ะ

กลุ่มแรกคือผู้ถือวีซ่าถาวร (เอจู) วีซ่าพำนึกระยะยาว (เทจู) วีซ่าคู่สมรสของคนญี่ปุ่นหรือผู้ถือวีซ่าถาวร ซึ่งมีสิทธิในการเข้าประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง (re-entry) และออกจากประเทศญี่ปุ่นไปก่อนวันที่ 2 เมษายน 2020 

กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและธุรกิจ คือ
1. ผู้ถือวีซ่าระยะยาวหรือกำลังจะขอวีซ่าระยะยาว (มี COE แล้ว) ได้แก่วีซ่าทำงานแบบต่างๆ เช่น วีซ่าทำงานด้านวิศวกรรม มนุษยศาสตร์ และงานระหว่างประเทศ (技術・人文知識・国際業務ビザ) วีซ่าแรงงานมีทักษะ (技能ビザ) และอื่นๆ (รู้จักกับวีซ่าต่างๆ ได้ที่บทความด้านล่าง)
2. ผู้จะไปญี่ปุ่นเพื่อทำธุรกิจระยะสั้น
กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติมจากการเจรจา bubble ค่ะ

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มพิเศษ คือ ผู้มีเหตุผลพิเศษทางมนุษยธรรม (เช่น ต้องเข้ารับการรักษา หรือมีครอบครัวป่วยหนัก เสียชีวิต ฯลฯ) กลุ่มนี้จะอนุญาตเป็นกรณี ต้องติดต่อกับสถานทูตเป็นกรณีไป
คู่สมรสกับชาวญี่ปุ่นสามารถขอเข้าญี่ปุ่นด้วยเหตุผลนี้ได้ แนะนำให้ลองติดต่อสถานทูตเพื่อปรึกษาค่ะ

ส่วนวีซ่านักเรียนนั้นยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่แนะนำให้ลองติดต่อสถานทูตเพื่อขอคำปรึกษาได้เช่นกันค่ะ

เว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่นในไทย : https://www.th.emb-japan.go.jp/itprtop_th/index.html

เงื่อนไขและวิธีขอเข้าประเทศญี่ปุ่น

fujiyama

จากบทความ : 10 แหล่งเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับจากโตเกียวได้ใกล้นิดเดียว

ในขณะนี้คนไทยทั่วไปยังไม่สามารถบินเข้าประเทศญี่ปุ่นหรือขอวีซ่าได้ แต่ยกเว้นกลุ่มคนที่ระบุไว้ด้านบน 2 กลุ่ม + กรณีพิเศษ ซึ่งจะมีสิทธิทำเรื่องขอเข้าญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2020 เป็นต้นไป โดยต้องติดต่อสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทยเพื่อทำเรื่องเสียก่อน

เงื่อนไขและวิธีการแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ผู้มีสิทธิ re-entry อยู่แล้ว ผู้ที่ต้องขอวีซ่าใหม่ และผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเหตุผลทางมนุษยธรรม

  1. - ผู้ที่เข้าเกณฑ์และมีวีซ่า มี re-entry permit ที่ยังใช้งานได้
    ให้ติดต่สถานทูต แผนกกงศุลเพื่อขอเอกสารในการเดินทางมาญี่ปุ่นได้เลย (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
    แต่จะได้สิทธิดำเนินการอย่างสะดวกนี้จนถึง 31 สิงหาคมเท่านั้น คาดว่าตั้งแต่ 1 กันยายน จะต้องดำเนินการเหมือนผู้ถือวีซ่าแบบอื่น
  2. - ผู้ที่เข้าเกณฑ์แต่ยังไม่มีวีซ่า หรือมีแค่ COE (Certificate of Eligibility - เอกสารยืนยันสิทธิการพำนึกในญี่ปุ่น) 
    ต้องติดต่อศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) เพื่อทำวีซ่าเสียก่อน และมีค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่า
    ผู้ที่ COE หมดอายุแล้ว จำเป็นต้องมีเอกสารยืนยันจากทางญี่ปุ่น (หน่วยงานที่ทำ COE ให้) ว่ายังต้องการให้เดินทางไปญี่ปุ่น
  3. - ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเหตุผลพิเศษทางมนุษยธรรม ให้ติดต่อโดยตรงกับสถานทูตญี่ปุ่นในไทย เนื่องจากต้องทำเอกสารอธิบายเหตุผล การอนุญาตจะอนุญาตเป็นกรณีไป

รายละเอียดและเอกสารที่ต้องใช้สำหรับกลุ่มที่ 1-2 ดูได้จากเว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่นในไทยหน้านี้

และในการเข้าประเทศจะมีเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้อีก

  • - ต้องทำการตรวจ PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น และทำการตรวจอีกครั้งเมื่อมาถึงญี่ปุ่น
  • - ต้องติดต่อสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศต้นทาง (เช่น ถ้ามาจากไทยก็ติดต่อสถานทูตญี่ปุ่นในไทย) เพื่อดำเนินการขอเข้าประเทศ
  • - ต้องทำการกักตัว 14 วันในสถานที่ที่กำหนด คาดว่าจะมีการใช้แอพพลิเคชั่นในการติดตาม
  • - ห้ามใช้ขนส่งมวลชนฉะนั้นจึงต้องเตรียมคนมารับถึงสนามบินด้วย
  • - หากไม่มีคนมารับอาจใช้บริการรถรับส่งหรือแทกซี่ที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นรับรอง ดูรายการได้ที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)
  • - หากไม่สามารถหาพาหนะในการเดินทางได้ อาจถูกร้องขอให้กักตัวในสถานบิน สถานที่ที่จัดไว้ หรือที่พักในบริเวณใกล้เคียงสนามบิน ตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี โดยจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
  • - ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเรื่องธุรกิจจะต้องแจ้งสถานที่ทำงาน ที่พัก และเดินทางไปมาได้เพียงแค่สถานที่นั้นๆ เท่านั้น เป็นเวลา 14 วัน

หากผู้ใดไม่ทำตาม อาจถูกพิจารณายกเลิกวีซ่าและส่งออนอกประเทศญี่ปุ่นได้

การเดินทางกลับไทยจากญี่ปุ่น

*อัพเดท 29 กรกฎาคม 2020

กลับเมืองไทยได้ไหม

airplain_20151124

ภาพจากบทความ : เตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่น งบเท่าไหร่ ไปเมื่อไหร่ เที่ยวที่ไหนดี เรามาแนะแนวทางกัน!

ผู้ที่มีสัญชาติไทยหรือชาวต่างชาติที่เป็นบิดา มารดา บุตรของผู้มีสัญชาติไทย และผู้มีที่พำนักในไทย สามารถกลับประเทศไทยได้แล้ว แต่ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ยังไม่สามารถซื้อตั๋วแล้วบินกลับเองได้เลย
นอกจากนี้ประเทศไทยยังเปิดรับผู้มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโรคต่างๆ ในไทย (ยกเว้นผู้ที่ต้องการรักษาโรคโควิด-19 ไม่สามารถเข้าไทยได้) ให้เข้าประเทศไทยได้ด้วย

ผู้ที่เข้าประเทศทั้งหมดจะต้องทำการกักตัว 14 วันตามวิธีและสถานที่ที่ทางไทยกำหนดไว้

เงื่อนไขในการเข้าประเทศไทย

อัพเดทข้อมูลการเข้าประเทศญี่ปุ่นและการกลับไทยในสถานการณ์โควิด-19

ส่วนคนไทยในญี่ปุ่น ตอนนี้เนื่องจากมีพิธีการในการเข้าประเทศ และจำกัดจำนวนคนเข้าประเทศ จึงต้องติดต่อผ่านสถานฑูตไทยในญี่ปุ่นเพื่อดำเนินการในการบินเข้าประเทศไทยค่ะ
สามารถติดตามข่าวจาก Facebook ของสถานทูตไทยประจำโตเกียวได้ที่นี่ 

การเข้าประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินการและลงทะเบียนตามนี้

  1. 1. ลงทะเบียนผู้ที่ประสงค์จะกลับไทย (ลิงค์อยู่ในเว็บไซต์ของสถานทูตหน้านี้)
  2. 2. เตรียมตั๋วเครื่องบิน
    - ผู้มีตั๋วเครื่องบินของ JAL หรือ ANA อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ หากได้สิทธิในการเดินทาง ทางสถานทูตจะประสานงานเรื่องเลื่อนตั๋วให้เอง (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
    - ผู้ที่ยังไม่มีตั๋วเครื่องบิน จะต้องซื้อตั๋วด้วยตนเองตามวันและเที่ยวบินที่ต้องการ กรุณาดูตารางรอบบินด้านล่างหรือในเว็บไซต์ของสถานทูต
  3. 3. ส่งเอกสารตามรายการไปยังอีเมล์ของสถานทูต (rtetokyo2020.3@gmail.com) โดยระบุชื่ออีเมล์ดังนี้ "วันที่ต้องการเดินทาง AUGUST flight-ชื่อ-นามสกุล (เป็นภาษาอังกฤษ)" เช่น “5 AUGUST flight-KONTHAI JAIDEE”
    เอกสารที่ต้องแนบภาพไปกับอีเมล์มีดังนี้
    - หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
    - ตั๋วเครื่องบิน
    - ใบมอบตัว (ถ้ามี)
    - ใบยินยอมรับการกักตัว (ดาวน์โหลดจากลิงค์ในเว็บสถานทูตหน้านี้ แล้วกรอกชื่อพร้อมเซ็นลายเซ็น)
  4. 4. รอการตอบกลับยืนยันจากสถานทูตและปฏิวัติตามคำแนะนำของสถานทูต
    * เนื่องจากมีผู้ต้องการกลับจำนวนมาก  ทางสถานทูตอาจคัดเลือกให้ผู้มีความจำเป็นได้กลับก่อน รวมถึงขอให้ส่วนผู้ที่ยังไม่มีความจำเป็นจริงๆ ต้องกลับไทย เลื่อนการเดินทางไปก่อนด้วยค่ะ
  5. 5. เตรียมใบรับรองแพทย์ fit-to-fly (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งต้องทำภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) ก่อนเดินทาง ซึ่งต้องพกเอกสารนี้จนถึงไทย
  6. 6. เตรียมและกรอกแบบฟอร์ม ต.8 ที่จะใช้ในการเข้าประเทศไทย เอกสารสามารถโหลดได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตด้านล่างของหน้านี้
  7. 7. ถึงประเทศไทยและรับการกักตัว 14 วัน (คนไทยไม่มีค่าใช้จ่าย คนต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าที่พักตามจริง)

สำหรับคู่สมรสหรือครอบครัวที่เป็นชาวต่างชาติซึ่งอยากจะเดินทางพร้อมคนไทยให้ดำเนินการดังนี้

  1. 1. การลงทะเบียน เตรียมตั๋วเครื่องบินทำเหมือนคนไทยตามด้านบน แต่ในแบบฟอร์มลงทะเบียนให้ระบุชื่อกับจำนวนคนไทยที่จะไปไทยด้วยกันด้วย
  2. 2. ส่งเอกสารตามรายการไปยังอีเมล์ของสถานทูต (rtetokyo2020.3@gmail.com) โดยระบุชื่ออีเมล์ดังนี้ "วันที่ต้องการเดินทาง AUGUST flight-ชื่อ-นามสกุล (เป็นภาษาอังกฤษ)–ชื่อของคนไทยที่เป็นครอบครัวที่เดินทางด้วยกัน" เช่น “26 AUGUST flight-SAKURA JAIDEE-Family of Mr. KONTHAI JAIDEE”
    เอกสารที่ต้องแนบภาพไปกับอีเมล์มีดังนี้
    - หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
    - ตั๋วเครื่องบิน
    - เอกสารยืนยันการจองพื้นที่กักตัว (Alternative State Quarantine – ASQ*) เป็นเวลา 14 วัน (รายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉินโควิด-19)
    - กรมธรรม์ประกันสุขภาพมีวงเงินเอาประกันที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลในไทย ซึ่งรวมถึงค่ารักษา COVID-19 ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
    - Declaration Form (ดาวน์โหลดได้ที่นี่)
    - สำเนาการตรวจลงตรา (Visa) หรือ Re-entry permit ที่ยังใช้งานได้ (โปรดดูรายละเอียดการจองคิว และเอกสารที่ต้องใช้ที่ vabo.thaiembassy.jp)
  3. 3. รอการรับ COE (ใบอนุญาตพำนึกในไทย) ตอบกลับจากสถานทูตและปฏิวัติตามคำแนะนำของสถานทูต
  4. 4. เตรียมใบรับรองแพทย์ fit-to-fly (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งต้องทำภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) ก่อนเดินทาง 
  5. 5. เตรียมใบรับรองแพทย์ที่ตรวจ RT-PCR ว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 ซึ่งต้องออกภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) ก่อนเดินทาง
  6. 6. เตรียมและกรอกแบบฟอร์ม ต.8 ที่จะใช้ในการเข้าประเทศไทย เอกสารสามารถโหลดได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตด้านล่างของหน้านี้ หรือสามารถกรอกข้อมูลแบบออนไลน์ได้ที่ AOT Airports Application
  7. 7. วันที่ขึ้นเครื่องบินอย่าลืมพกเอกสารในข้อ 3-6 รวมถึง Declaration Form (ในข้อ 2) ที่กรอกแล้วไปด้วย
  8. 7. ถึงประเทศไทยและรับการกักตัว 14 วัน (คนไทยไม่มีค่าใช้จ่าย คนต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าที่พักตามจริง)

เอกสารทั้งหมดรวมถึงรายละเอียดสามารถหาได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตไทยในญี่ปุ่นซึ่งจะอัพเดทเรื่อยๆ ในหน้าประกาศและประชาสัมพันธ์

ตารางสายการบินสำหรับกลับไทยจากญี่ปุ่น

สำหรับเดือนสิงหาคม 2020 นี้ ทางสถานทูตได้จัดเที่ยวบินให้คนไทยได้กลับประเทศ 4 รอบดังนี้

รอบ จำนวน เที่ยวบิน กำหนดส่งเอกสาร
(ก่อน 15:00)
แจ้งผล
5 สิงหาคม 200 ที่ JAL - JL031 ปิดรับแล้ว
13 สิงหาคม 200 ที่ ANA - NH847 ไม่ประกาศ ไม่ประกาศ
19 สิงหาคม 200 ที่ JAL - JL031 ไม่ประกาศ ไม่ประกาศ
26 สิงหาคม 200 ที่ ANA - NH847 ไม่ประกาศ ไม่ประกาศ

รอบเดินทางในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

รอบ จำนวน เที่ยวบิน กำหนดส่งเอกสาร
(ก่อน 15:00)
แจ้งผล
7 กรกฎาคม 150 ที่ JAL - JL031 1 กรกฎาคม -
15 กรกฎาคม 150 ที่ JAL - JL031 2 กรกฎาคม 8 กรกฎาคม
22 กรกฎาคม 150 ที่ ANA - NH847 9 กรกฎาคม 15 กรกฎาคม
29 กรกฎาคม 150 ที่ ANA - NH847 16 กรกฎาคม 22 กรกฎาคม

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยอื่นๆ ลองอ่านคำถามที่พบบ่อยในเว็บไซต์ของสถานทูตได้ตรงนี้ (ภาษาไทย)

ติดตามข่าวอัพเดทอย่างต่อเนื่อง

ภาพจากบทความ : นำเที่ยวโอซาก้า (OSAKA) แบบจัดเต็ม! 40 แหล่งเที่ยว อาหารขึ้นชื่อ และวิธีการเดินทาง
ทางญี่ปุ่นเองมีความพยายามจะอนุญาตให้ชาติที่มีการติดต่อธุรกิจกับญี่ปุ่นเยอะเข้าประเทศญี่ปุ่นโดยเร็ว และได้เริ่มจากตกลงกับเวียดนาม มีการให้นักลงทุนและพนักงานชาวญี่ปุ่นเดินทางไปเวียดนามแล้วตั้งแต่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ภายใต้การควบคุมเรื่องการตรวจโรคอย่างเข้มงวด

ญี่ปุ่นกับไทยทำข้อตกลงอนุญาตให้เข้าออกญี่ปุ่นแบบ bubble (การอนุญาตเข้าออกระหว่างไม่กี่ประเทศโดยเฉพาะ) เรียบร้อยแล้ว
โดยจะเริ่มจากผู้ที่มีความจำเป็น ผู้ที่ทำธุรกิจหรือทำงาน ไปจนถึงผู้ถือวีซ่าระยะยาว
วีซ่านักเรียนนั้นยังไม่มีประกาศชัดเจน แต่เชื่อกันว่าน่าจะได้รับสิทธิเป็นกลุ่มถัดไป
และน่าจะอนุญาตให้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าเป็นลำดับสุดท้าย

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง