Enmusubi Fuurin Festival at Kawagoe Hikawa Shrine

[ไซตามะ] ไหว้พระขอพร ทานของอร่อยเมืองเก่า และร่วมเทศกาลกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์ที่คาวาโกเอะ

ไซตามะ (Saitama) 2017.08.15

คาวาโกเอะ เป็นเมืองเก่าที่มีบรรยากาศแบบยุคเอโดะ แถมยังอยู่ใกล้โตเกียว เดินทางง่ายแค่ 30 นาทีอีกต่างหาก วันนี้เรามาลองไปเดินเที่ยว ไหว้พระ ทานของอร่อยๆ และไปชมเทศกาลกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์ที่ศาลเจ้าฮิคาวะอันโด่งดังด้านความรักกันเถอะ!

เขียนโดย Kogetsu(GREATERTOKYO_Explorer)

Pin LINE

โตเกียวย่อมเป็นเป้าหมายแรกๆ ของการเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นของใครหลายๆ คน
แม้จะมีทุกอย่างให้เลือกสรร แต่ความเจริญแบบสมัยใหม่ของโตเกียว อาจจะทำให้รู้สึกเหมือนขาดความเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปบ้าง
ถ้าใครอยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นเก่าๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลจากโตเกียวนัก
เรามี "คาวาโกเอะ" เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะมาแนะนำค่ะ! 

การเดินทางไปยัง "คาวาโกเอะ (Kawagoe)" หรือที่เรียกกันว่าโคะเอโดะ (Little Edo) นั้นเดินทางได้ง่ายๆ ด้วยตั๋ว KAWAGOE DISCOUNT PASS Premium ที่ใช้สำหรับเดินทางไป - กลับ และโดยสารรถไม่อั้นภายในโซนท่องเที่ยวของคาวาโกเอะ โดยใช้กับรถไฟและรถเมล์ที่ให้บริการโดยบริษัท Tobu Railway Co., Ltd. เท่านั้นค่ะ

9 : 00 แวะซื้อตั๋ว KAWAGOE DISCOUNT PASS แสนสะดวก

วันนี้เราเริ่มการเดินทางกันที่สถานีอิเคบุคุโระ (Ikebukuro) โดยเดินหาป้ายไฟสีน้ำเงินโดดเด่นที่เขียนว่า Tobu กันในสถานีเลยค่ะ
เราสามารถซื้อตั๋วได้จากห้องของนายสถานีที่อยู่ตรงที่ตรวจตั๋วของสาย Tobu Tojo Line ได้ทุกทางออกค่ะ หากพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ก็ไม่ต้องกลัว เพราะในสถานีเขามีเอกสารภาษาต่างประเทศ รวมถึงภาษาไทย ให้นักท่องเที่ยวชี้จิ้ม หรืออ่านทำความเข้าใจด้วยล่ะค่ะ

Kawagoe Discount Pass by Tobu

สำหรับตั๋ว Discount Pass ของคาวาโกเอะนั้นมีด้วยกันสองแบบ คือ 
KAWAGOE DISCOUNT PASS
 ราคา 700 เยน ซึ่งจะใช้นั่งรถไฟไปกลับ อิเคะบุคุโระ - คาวาโกเอะ ด้วยรถไฟของ Tobu และมีส่วนลดต่างๆ ตามร้านค้าที่ร่วมรายการ
และ KAWAGOE DISCOUNT PASS Premium
ราคา 950 เยน ที่จะใช้นั่งรถไฟไปกลับ อิเคะบุคุโระ - คาวาโกเอะ ด้วยรถไฟของ Tobu ใช้นั่งรถเมล์ของ Tobu ในบริเวณเมืองท่องเที่ยวของคาวาโกเอะได้ไม่อั้น และมีส่วนลดร้านค้าที่ร่วมรายการ
วันนี้เรามาซื้อตั๋วแบบ Premium กัน เพื่อจะได้เดินทางได้สะดวกสบาย

เมื่อได้ตั๋วหน้าตาน่ารักแล้ว เราก็โชว์ตั๋วนี้ให้กับนายสถานีในห้องนายสถานี เพื่อเดินเข้าไปที่ชานชาลาโดยไม่ต้องผ่านเครื่องตรวจตั๋วค่ะ มองหาชานชาลาหมายเลข 1 และ 2 แล้วเดินขึ้นไปเลย
สำหรับรถไฟที่วิ่งไปคาวาโกเอะนั้น คือ รถไฟทุกสายที่จอดที่ชานชาลาหมายเลข 1-2 ค่ะ ฉะนั้นเราจึงไม่ต้องกลัวขึ้นรถไฟผิดเลย
แต่ตรงนี้ลองมองป้ายไฟนี้อีกนิด เราจะเห็นประเภทของรถไฟได้ แก่ Exp. (Express) หรือ Semi Exp. (Semi Express) เราก็สามารถเช็ครอบ และเลือกนั่งรถไฟที่วิ่งเร็วกว่าได้ค่ะ

9 : 40 เริ่มออกเดินทางจากสถานีคาวาโกเอะ (Kawagoe) กันเลย!

รถไฟจากสถานี Ikebukuro ของสาย Tobu ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็จะมาถึงสถานีคาวาโกเอะค่ะ
ตอนจะออกจากสถานี ก็ไม่ต้องผ่านเครื่องตรวจตั๋ว แต่ให้เดินเข้าห้องนายสถานีด้านข้างแล้วโชว์บัตร KAWAGOE DISCOUNT PASS ของเราได้เลย

พอเดินออกมาแล้วทางด้านซ้ายมือจะมี Tourist Information Office อยู่
หากใครอยากเก็บข้อมูลเที่ยวเพิ่มเติม ที่นี่ก็มีเอกสารและแผนที่ ทั้งภาษาไทยและภาษาอื่นๆ
หรือใครอยากฝากสัมภาระ ก็สามารถฝากที่นี่ได้ในราคาชิ้นละ 500 เยนค่ะ

Kawagoe Station East exit

ส่วนใครพร้อมแล้วก็เริ่มออกเดินทางกันเลย!
มองทางด้านขวา จะเจอทางออกทิศตะวันออกค่ะ เมื่อออกมาทางด้านนี้จะพบบันไดลงไปยังป้ายรถบัสหลายทาง
เราสามารถขึ้นรถบัสสายของ Tobu เพื่อเที่ยวไปตามจุดต่างๆ ได้จากที่นี่ค่ะ
แน่นอนว่าไม่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติม เพียงแค่โชว์บัตร KAWAGOE DISCOUNT PASS Premium ให้คนขับรถดูตอนลงจากรถเท่านั้น!
แต่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากรถบัสที่ให้บริการในบริเวณนี้ไม่ได้มีเพียงแค่รถบัสของ Tobu เท่านั้น จึงควรดูที่รถและป้ายให้แน่ใจว่ามีเขียนคำว่า Tobu นะคะ

เมื่อออกมาจากสถานีแล้วให้เดินไปทางขวามือ ตามหาป้ายรถเมล์หมายเลข 6 เพื่อที่เราจะนั่งรถไปไหว้พระเสริมสิริมงคลกันก่อนเลย!

9 : 50 วัดเรงเคจิ (Renkei-ji Temple)

เรานั่งรถมาลงกันที่ป้าย Renkei-ji Temple จะถึงด้านหน้าของวัดเลยค่ะ

Renkei-ji Temple, Kawagoe

เมื่อเดินผ่านเสาหินขนาดใหญ่สองเสาเข้าไปจะพบอาคารของวัด
วัดนี้เป็นวัดขนาดไม่ใหญ่ แต่เงียบสงบ แถมยังตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณเมืองเก่าคุราซึคุริที่นักท่องเที่ยวนิยมไปอีกด้วย
เราจึงขอแนะนำให้แวะไหว้พระเสริมสิริมงคลกันที่นี่เป็นที่แรกค่ะ

ที่นี่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1549 มีพระประธานคือพระพุทธเจ้าพระอมิตาภพุทธะ ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าแห่งความเมตตากรุณาในความเชื่อของศาสนาพุทธแบบมหายาน
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีรูปปั้นสีแดง เป็นรูปปั้นของพระปิณโฑลภารทวาชเถระ (ภาษาญี่ปุ่น おびんづる様) ที่เชื่อว่าหากใครเจ็บป่วยตรงไหน ให้ลูบตรงนั้น แล้วจะหายจากโรคภัย

Renkeiji Temple

ดูข้อมูล

ศาลเจ้าคาวาโกเอะ คุมะโนะ (Kawagoe Kumano Shrine)

Kawagoe Kumano Shrine

หลังจากไหว้พระเสร็จแล้ว ข้ามถนนมาแล้วเดินย้อนกลับเพียงเล็กน้อยจะพบกับทางเข้าด้านหลังของศาลเจ้าคาวาโกเอะ คุมะโนะ
หรือจะเดินเข้าซอยตรงหน้าแล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปอีกนิดจะพบกับทางเข้าด้านหน้าของศาลเจ้าทางขวามือ โดยสังเกตได้จากซุ้มประตูโทริอิที่ทำจากหิน
ศาลเจ้านี้เป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1590 ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ในด้านการขอโชคลาภ การเงิน และการผูกดวง (ความรัก) ค่ะ
รวมไปถึงมีศาลของเทพเจ้าต่างๆ และการทำนายดวง การขอพรในรูปแบบหลากหลายที่น่าสนใจเลยทีเดียว

Kawagoe Kumano Shrine

นอกจากเครื่องรางที่มีมากหมายหลายแบบที่วางเรียงรายกันแล้ว
ที่นี่ยังมีศาลเจ้าเซนิอาราอิเบนเท็นพร้อมน้ำตกที่ให้เรานำเหรียญใส่ลงกระจาดใบเล็กๆ ลงไปล้างในน้ำเพื่อให้มีโชคลาภด้านการเงิน
และยังมีปาห่วงทดสอบดวง (運試し輪投げ) โดยให้เราไปขอพรและหยอดเหรียญในศาลทางด้านขวามือ ก่อนจะหยิบห่วงมา 3 ห่วง แล้วมาโยนห่วงจากด้านหน้าเชือก เพื่อให้ห่วงคล้องกับเป้าที่ต้องการ หากห่วงเข้าก็ถือว่าดวงด้านนั้นของเราดี โดยเป้านั้นมีทั้งด้านความรัก (恋愛運) ด้านการเรียนและการทำงาน (仕事学業運) ด้านสุขภาพ (健康運) ด้านการเงิน (金運) และเพื่อความปรารถนาสัมฤทธิผล (心願成就運)

Kawagoe Kumano Shrine

ดูข้อมูล

บริเวณอาคารเก่าแก่สไตล์คุราซึคุริ

เดินลอดซุ้มประตูโทริอิหินออกมาจากทางด้านหน้าศาลเจ้า เลี้ยวซ้ายแล้วเดินตรงไป
เราจะเข้าสู่ถนนที่มีอาคารร้านค้าแบบญี่ปุ่นเก่าแก่เรียงราย ที่นี่คือถนนสายไทโชโรมันยูเมะ (Taisho Roman Yume) ค่ะ
ถนนสายนี้เป็นถนนสายสั้นๆ ก่อนจะไปถึงโซนคุราซึคุริที่โด่งดัง
แม้จะเป็นแค่ถนนสายสั้นๆ แต่ก็เต็มไปด้วยอาคาร ร้านค้าเก่าแก่ของยุคไทโช (1912 - 1926) ของญี่ปุ่น

เดินผ่านถนนสายไทโชโรมันยูเมะมาจนสุด แล้วเลี้ยวซ้ายมานิดเดียว เราจะเห็นถนนเส้นยาวที่เต็มไปด้วยอาคารแบบเก่าของญี่ปุ่นเรียงรายกันอยู่

Kurazukuri, Kawagoe

ถนนเส้นนี้มีร้านรวงที่น่าสนใจมากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม ของฝาก สินค้าน่ารัก สวยงามสไตล์ญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์ที่จะให้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของเมืองนี้
โดยทั้งหมดที่ว่ามาล้วนอยู่ในอาคารที่เป็นโกดังเก่าของบ้านพ่อค้าที่เรียกว่า "คุระ" 
อาคารสไตล์โกดัง "คุระ" นี้มีความพิเศษคือทนทานไฟได้มากค่ะ 
และนี่คือสาเหตุที่ทำให้อาคารเก่าเหล่านี้ยังหลงเหลืออยู่ได้จนถึงปัจจุบัน แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในบริเวณนี้มาแล้ว

Kurazukuri no Machinami / Warehouse District

ดูข้อมูล

11 : 30 ทานอาหารกลางวันแบบดั้งเดิมที่ เรียวเท ยามายะ (Ryoutei Yamaya)

ก่อนเดินเล่นในบริเวณคุระซึคุริ ก็ได้เวลาทานอาหารกลางวันพอดี เราจึงแวะทานอาหารกลางวันกันในร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณคุระซึคุริด้วย
ร้านอยู่ในซอยและมีเพียงป้ายภาษาญี่ปุ่น กับกระดาษแปะบอกระหว่างทางตามกำแพงเท่านั้น อาจจะต้องสังเกตบ้านที่มีที่โล่งสำหรับจอดรถด้านหน้า และมีป้ายเขียนว่า 料亭山屋

Ryoutei Yamaya, Kawagoe

เมื่อเข้ามาด้านใน จะต้องพบกับความสวยงาม แต่ดูผ่อนคลายของภายในที่โล่งกว้าง แถมยังมีสวนญี่ปุ่นสีเขียวดูร่มรื่นตา
เราสามารถเลือกที่นั่งภายในอาคาร หรือจะนั่งริมหน้าต่างกระจกเพื่อชมสวนได้
และแม้จะมีบรรยากาศแบบญี่ปุ่น เราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะนั่งคุกเข่าจนเหน็บกิน เพราะที่นั่งนั้นเป็นเก้าอี้และชุดโต๊ะอาหารที่ยังได้บรรยากาศเก่าๆ อยู่ค่ะ

Ryoutei Yamaya, Kawagoe

เซ็ทอาหารมาในตะกร้าสานสวยงาม "คาโกเมะ" (Kagome) ราคาเพียง 1,620 เยน (รวมภาษีแล้ว) เป็นเซ็ทอาหารที่สามารถมาทานได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาล หลากหลาย ทั้งของตุ๋น ของดิบ และอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วเป็นของทานง่าย แถมยังอร่อยสุดๆ เสิร์ฟพร้อมซุปใส
แต่อาหารเซ็ทนี้มีเพียงแค่วันธรรมดาเท่านั้น แถมยังหมดแล้วหมดเลยอีกต่างหาก รีบมาหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ!
และหากใครถือบัตร KAWAGOE DISCOUNT PASS มา ยังจะมีของแถมให้อีกด้วยล่ะค่ะ

Yamaya

ดูข้อมูล
restaurant

เดินชมเมืองเก่าของคาวาโกเอะ : ระฆังโทคิโนะคาเนะ (Toki no Kane)

เมื่อเติมพลังกันแล้ว คราวนี้ก็มาเดินชม เดินช็อปปิ้งกันค่ะ
ระหว่างทางที่เดิน อาจสังเกตเห็นหอสูงหอหนึ่งตระหง่านอยู่
เรามาลองแวะไปดู ระฆังโทคิโนะคาเนะ (Toki no Kane) กันดีกว่า

Toki no Kane, Kawagoe

หอระฆัง "โทคิโนะคาเนะ" นั้นเป็นหอนาฬิกาบอกเวลาที่ใช้งานจริงเพื่อใช้ลั่นระฆังบอกเวลากับชาวบ้านในเมืองค่ะ
เชื่อกันว่าหอระฆังนี้ถูกสร้างตั้งแต่ในช่วงยุคเอโดะโดยผู้ปกครองคาวาโกเอะในสมัยนั้น
ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการลั่นระฆังเพื่อบอกเวลาถึงวันละ 4 ครั้ง คือตอน 6:00, 12:00, 15:00 และ 18:00 นาฬิกา
ลองเล็งเวลาดีๆ มาเดินฟังเสียงบอกเวลาตั้งแต่สมัยเก่าก่อน ก็คงยิ่งซาบซึ้งกับบรรยากาศเมืองเก่าได้ดีไปอีกขั้นเลย

ถนนสายขนม คะชิยะโยโกะโจ (Kashiya Yokocho)

Kashiya Yokocho, Kawagoe

เมื่อเดินจนสุดทางของถนนที่เรียงรายด้วยอาคารเก่าแล้ว เลี้ยวไปทางซ้ายมือ เดินไปอีกนิด เราจะพบซอยสายเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยร้านขายขนม ทั้งขนมโบราณและขนมของฝาก จะซื้อเดินทาน หรือจะหาไปฝากใครก็มั่นใจได้ว่าต้องเรียกรอยยิ้มได้แน่ๆ 

Kashiya yokosho candy street

ดูข้อมูล

แนะนำของหวานแสนอร่อยระหว่างการเดินทาง

Imokoi and Sweet potato soft-serve ice-cream, Kawagoe

อิโมะโค่ย (Imokoi) 180 เยน
อิโมะโค่ย เป็นขนมญี่ปุ่นขึ้นชื่อที่ให้เราได้ลิ้มรสอร่อยของมันหวานได้อย่างเต็มที่ ทั้งแป้งโมจิด้านนอกที่ผสมมัน ผสมผสานรสชาติอย่างลงตัวกับถั่วบด และมันหวานสีเหลืองหั่นหนา
สินค้าขายดีของร้าน อุมง (Umon) นี้นอกจากจะซื้อกลับบ้านแล้ว ยังเป็นที่นิยมในการซื้อเดินทานอีกด้วย
มาเติมพลังอย่างเอร็ดอร่อยไปขณะท่องเที่ยวเมืองแสนสนุกกันเถอะ!
ถ้าใครถือ KAWAGOE DISCOUNT PASS มาด้วย แล้วซื้ออิโมะโค่ยสำหรับถือเดินทาน จะได้รับส่วนลด 5% อีกต่างหาก!

菓匠右門 一番街店

ดูข้อมูล
meal_takeawayrestaurantstore

ซอฟท์ครีมรสมันม่วง (Murasaki Imo Soft-cream) 300 เยน
ผลิตภัณฑ์จากมันเป็นของขึ้นชื่อของคาวาโกเอะค่ะ
ตามถนนหนทางจะมีร้านไอศครีมและขนมที่ทำจากมันม่วงหรือมันหวานมากมาย
เนื่องจากวันนี้อากาศร้อน เราจึงขอแวะซื้อไอศครีมมันม่วงแสนเย็นและอร่อยนี้จากร้าน อุมง (Umon) ที่อยู่บริเวณคะชิยะโยโกะโจ
นอกจากร้านนี้จะมีไอศครีมแล้วยังมีขาย "เคมปิ" เป็นขนมมันแท่งอบรสหวานและเค็มอีกด้วย

คาโชอุมง (Kashou Umon) สาขาคาวาโกเอะเค็มปิโคโบ

ดูข้อมูล
meal_takeawayrestaurantstore

Green tea and sweet at Nakamine-En, Kawagoe

ขนมและชาเขียว Enmusubi 600 เยน
แต่หากใครเดินเล่นแล้วรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา อยากจะหาที่แวะพักพร้อมทานขนม
ร้านขายชา นากามิเนะเอน (Nagamine-En) ที่ตั้งอยู่ปลายถนนอาคารคุราซึคุริพอดีนั้น มีชั้นสองเป็นร้านคาเฟ่ "วะโฮอัน (Wahouan)" ที่มีชาญี่ปุ่นและขนมรสชาเขียวให้เราได้ลิ้มลองในบรรยากาศสบายๆ ค่ะ
เซ็ทที่เราแนะนำวันนี้คือขนมรสชาเขียวเนื้อนุ่มรูปหัวใจและชาเขียวเย็น เสิร์ฟมาในแก้วและจานเป็นรูปหัวใจ ที่มีชื่อว่า เอ็นมุสุบิ (Enmusubi)
คำว่าเอ็นมุสุบินั้น ก็มีความหมายว่า "การผูกดวง" ที่เชื่อกันว่าจะเสริมดวงด้านความรักค่ะ
สำหรับผู้ที่ถือ KAWAGOE DISCOUNT PASS จะได้รับใบชาในซองเล็กๆ เอาไปชงอร่อยที่บ้านต่อฟรีด้วย

Nagamine-en Fuda-no-tsuji Branch

ดูข้อมูล
cafestore

15 : 00 เดินทางไปชมเทศกาลกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์ณ ศาลเจ้าฮิคาวะ (Hikawa Shrine)

ศาลเจ้าฮิคาวะนั้นจะเดินไปก็พอไหว แต่เรามีตั๋วรถบัสแล้ว ก็ทุ่นเวลาและแรงไปได้เยอะเลย
เดินทะลุซอยที่มีหอระฆัง โทคิโนะคาเนะ ไปจนเจอถนน แล้วเลี้ยวขวามือ เดินไปนิดจะเจอป้ายรถเมล์อยู่
ยืนรอรถเมล์ที่เป็น Koedo Loop Bus ของสาย Tobu แล้วลงที่ป้าย Hikawa Jinja-Mae

Hikawa shrine, Kawagoe

เมื่อลงมารถมาแล้วจะเห็นทางเข้าศาลเจ้าแบบนี้เลย! 
หากเดินไปทางด้านขวาจะมีโทริอิสีแดงใหญ่อยู่ แต่เราเข้าจากประตูนี้ก็ได้เลยค่ะ

 ฮิคาวะจินจะ หรือ ศาลเจ้าฮิคาวะ (Hikawa Shrine) นั้นเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าก่อตั้งมานานกว่า 1,500 ปีแล้วโดยสมเด็จพระจักรพรรดิ์คินเม และได้รับความศรัทธาจากชาวบ้านแถวนี้มาเป็นเวลายาวนาน
จุดเด่นที่สำคัญคือเทพเจ้าที่สักการะในศาลเจ้านี้ทั้ง 5 องค์ ล้วนแล้วแต่เป็นเทพที่เป็นพ่อแม่ลูกกัน และยังเป็นเทพด้านการผูกสัมพันธ์
ทำให้ศาลเจ้าฮิคาวะแห่งนี้ได้รับการเคารพนับถืออย่างมากในด้าน ความรัก การผูกดวง ความสัมพันธ์ในครอบครัวและต่อผู้อื่น
กล่าวได้ว่า เป็นศาลเจ้าแห่งความรักในทุกรูปแบบเลยล่ะค่ะ

Enmusubi Fuurin Festival, Kawagoe

ส่วนวันนี้ที่เรามาเที่ยวกัน เพราะเราจะมาร่วมงานเทศกาลกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์ (Enmusubi Fuurin Festival) กันค่ะ
ในอดีตนั้นคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า เมื่อเรามาขอพรให้ หรือคำนึงถึงใคร
ก็จะมีสายลมนี่ล่ะค่ะ เป็นผู้นำพาความรู้สึกของเราไปส่งยังคนๆ นั้น หรือส่งคำขอไปยังเทพเจ้า
ในปัจจุบันนี้ที่เรามีอุปกรณ์สื่อสารมากมายที่นำพาคำพูดและความรู้สึกของเราไปยังคนที่เราคิดถึง
ศาลเจ้าแห่งนี้จึงได้คิดเทศกาลนี้ขึ้นมา เพื่อระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ โดยให้ผู้เข้าร่วมได้เขียนคำขอลงบนแผ่นไม้ ผูกไว้กับกระดิ่งลม
เมื่อสายลมพัดให้กระดิ่งลมส่งเสียงใส นั่นก็หมายความว่า ความปรารถนา ความคิดถึง และความรักของเรา 
ได้สายลมช่วยพัดพาไปยังผู้รับแล้วค่ะ

Enmusubi Fuurin Festival, Kawagoe

หากอยากจะเข้าร่วมส่งความรู้สึกกับกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์นี้ ก็ง่ายๆ ค่ะ
เพียงแค่เดินไปยังศาลาที่มีขายเครื่องราง เราจะเจอแผ่นไม้บางๆ ตามในรูป ราคาเพียง 500 เยน
เมื่อชำระเงินแล้ว ก็นำมาเขียนยังโต๊ะที่ตั้งเตรียมเอาไว้พร้อมกับปากกาสีต่างๆ
เขียนเสร็จพร้อมกับตั้งความปรารถนาหรือคิดถึงใครในใจแล้ว เราก็นำไปแขวนไว้กับกระดิ่งลมที่ใดก็ได้ที่เราชอบเลยค่ะ

สำหรับเทศกาลกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์ (Enmusubi Fuurin Festival) นี้จะจัดขึ้นทุกปี ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
ในปี 2017 นี้ จัดงานในช่วง 1 กรกฎาคม - 10 กันยายน ค่ะ

Kawagoe Hikawa Shrine

ดูข้อมูล

แวะพักทานขนมจากคาเฟ่ของศาลเจ้า มุสุบิคาเฟ่ (Musubi Cafe)

ชั้นหนึ่งของอาคารด้านหน้าของโทริอิสีแดงขนาดใหญ่นั้น ยังมีคาเฟ่ที่พักผ่อนหย่อนทั้งทางกายและจิตใจได้อย่าง "มุสุบิคาเฟ่ (Musubi Cafe)"

Musubi cafe, Kawagoe

หลังจากเดินทางมาไหว้ศาลเจ้า ขอพรเรื่องความรัก ความสัมพันธ์แล้ว เรายังสามารถแวะทานขนมและน้ำชาในคาเฟ่ของศาลเจ้าเองได้ค่ะ
ในช่วงเทศกาลกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์นี้ จะมีของหวานพิเศษ ชื่อ Irodori Fuurin 
เป็นมูสและเยลลี่รสผลไม้ต่างๆ ให้เลือกทานกันได้ถึง 7 รสทีเดียว ราคาเพียงถ้วยละ 486 เยนเท่านั้น

17:00 เดินทางกลับสถานีคาวาโกเอะ

เมื่อไหว้พระจนอิ่มใจ และทานขนมจนอิ่มท้องกันแล้ว
คราวนี้เราเดินกลับมายังป้ายรถบัสที่เดิมเพื่อนั่งรถบัสกลับไปยังสถานีคาวาโกเอะค่ะ
แต่ถ้าใครพลาดซื้อของฝาก หรือยังอยากช็อปต่ออีกหน่อย สามารถเดินเลยไปยังด้านหลังของห้างสรรพสินค้า atre
จะพบกับถนนสายช็อปปิ้ง "Crea Mall" ที่มีร้านค้าสำหรับคนท้องถิ่นมากมาย และยังมีร้านขายขนมของฝากอีกด้วย
ถือเป็นจุดสุดท้ายเหมาะสำหรับเก็บตกการท่องเที่ยวทริปนี้จริงๆ ค่ะ!

ในการนั่งรถกลับโตเกียว เราก็ถือบัตร KAWAGOE DISCOUNT PASS ผ่านทางห้องนายสถานีเหมือนกับขามา และนั่งรถจากชานชาลาหมายเลข 1 
ใช้เวลากลับประมาณ 30 นาที ก็จะถึงสถานีอิเคะบุคุโระในตอนเย็นๆ พอดีค่ะ

[ไซตามะ] ไหว้พระขอพร ทานของอร่อยเมืองเก่า และร่วมเทศกาลกระดิ่งลมผูกสัมพันธ์ที่คาวาโกเอะ

เมื่อเดินออกจากจุดตรวจตั๋วของสถานีรถไฟ Tobu แล้ว ติดๆ กันเลยจะมีห้างสรรพสินค้า Tobu อยู่ด้วยค่ะ
เราสามารถแวะช็อปปิ้งสินค้าต่างๆ ขนม ของฝาก หรือจะแวะทานอาหารเย็นก่อนกลับที่พัก ก็แสนสะดวกสบายทีเดียวเลยล่ะ!
ที่สำคัญคือห้างสรรพสินค้าของ Tobu นี้ไม่มีค่าบริการในการทำ Tax refund ด้วย
ทำให้ช้อปปิ้งได้คุ้มค่ากว่าซื้อของในที่อื่นๆ ค่ะ

นอกจากนี้เรายังจะแอบบอกข้อมูลเด็ดๆ ที่ไม่ค่อยมีใครทราบเอาไว้อีกอย่างนึง
วันนี้เราไปศาลเจ้าคาวาโกเอะ ฮิคาวะกันตอนบ่าย
แต่ถ้าใครไปตั้งแต่เช้าตรู่อาจจะมีสิทธิ์ได้รับเครื่องรางแห่งความรักและความสัมพันธ์หายากอย่าง "เอนมุสุบิทามะ" (Enmusubi Tama) ด้วยล่ะค่ะ

Enmusubi Tama from Kawagoe Hikawa Shrine

สนับสนุนภาพโดย : Tobu Railway

ซึ่งเครื่องรางชนิดนี้จะแจกเพียงวันละ 20 ชิ้นเท่านั้น!!
สำหรับใครที่อยากจะได้เครื่องรางนี้มาครอบครอง เราก็ขอแนะนำ ...

Tobu Hotel at Kawagoe

สนับสนุนภาพโดย : Tobu Railway

โรงแรมในเครือ Tobu Hotel "Kawagoe Tobu Hotel" ที่เดินทางจากสถานีคาวาโกเอะแสนสะดวก เพียงเดิน 5 นาทีเท่านั้น
หากใครเดินทางเหนื่อย อยากจะเที่ยวคาวาโกเอะให้หนำใจกว่านี้
หรืออยากจะได้เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่แสนหายาก "เอนมุซุบิทามะ" นี้ ก็ขอแนะนำให้พักที่โรงแรมนี้กันเลยค่ะ
เพราะเครื่องรางนี้ หากใครอยากได้ ก็ควรจะไปถึงศาลเจ้าก่อน 7 โมงเช้าเลยล่ะ!

สรุปการเดินทาง
สถานีอิเคะบุคุโระ → สถานีคาวาโกเอะ → วัดเรงเคจิ และ ศาลเจ้าคาวาโกเอะคุมะโนะ → ถนนสายไทโชโรมันยูเมะ → เมืองเก่าคุระซึคุริ → ศาลเจ้าฮิคาวะ → สถานีคาวาโกเอะ → สถานีอิเคะบุคุโระ
ระยะเวลาเดินทางโดยรถไฟจากสถานีอิเคะบุคุโระถึงคาวาโกเอะ ประมาณ 30 นาที
ค่าเดินทางทั้งหมด : ใช้ KAWAGOE DISCOUNT PASS Premium ราคา 950 เยน
ใช้จ่ายอื่นๆ : ค่าอาหาร 1,620 เยน ค่าขนมต่างๆ 1,566 เยน ค่าแผ่นไม้ขอพรบนกระดิ่งลม 500 เยน
รวมค่าใช้จ่ายใน 1 วัน/1 คนตามแผน : ประมาณ 4,636 เยน

Supported by TOBU Railway Co., LTD.

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมลุ้นรับรางวัลฟรีกับ Greater Tokyo ได้ที่นี่

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE