ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย "รถรางสายซากุระ" (Tokyo Sakura Tram)

โตเกียว (Tokyo) 2019.02.07

ฤดูใบไม้ผลินี้มานั่งโตเกียวซากุระแทรม (Tokyo Sakura Tram) ชมซากุระสวยๆ ที่โตเกียวกัน! แจกแพลนเที่ยวชมซากุระแสนสวยไม่ซ้ำใครในหนึ่งวัน พร้อมสัมผัสกลิ่นอายย้อนยุคนิดๆ ของโตเกียวตามเส้นทางรถราง ฤดูชมซากุระมีนาคมและเมษายนนี้พร้อมเที่ยวรึยัง!!

เขียนโดย Kogetsu(GREATERTOKYO_Explorer)

Pin LINE

นั่งรถโตเกียวซากุระแทรมไปชมซากุระตามย่านเรโทรของโตเกียว!

หากพูดถึงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น ร้อยทั้งร้อยต้องนึกถึง "ซากุระ" อย่างแน่นอน!
วันนี้เราเตรียมแพลนเที่ยวหนึ่งในสำหรับชมซากุระแบบไม่เหมือนใครมาฝาก เพราะนอกจากจะได้ชมซากุระแล้ว ยังได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆ สไตล์ย้อนยุคนิดๆ พลางชมดอกไม้แสนสวยในแบบคนท้องถิ่น แถมยังเดินทางด้วย "รถราง" ที่แม้แต่ในญี่ปุ่นยังหายากอีกด้วย
ชักสนใจแพลนเที่ยวไม่เหมือนใครแพลนนี้แล้วสิ?

งั้นมาดูกันเลยดีกว่า!

9:30 ขึ้นรถรางสายซากุระ (Tokyo Sakura Tram) ที่สถานีโอซึกะเอคิมาเอะ (Otsuka-ekimae)

ก่อนอื่นมารู้จักกับพระเอกประจำวันนี้กันก่อนดีกว่าค่ะ นั่นก็คือพาหนะที่เราจะใช้กันตลอดวัน "รถรางสายซากุระ" ซึ่งเจ้ารถรางสายซากุระนี้ ชื่อเต็มของมันคือ "รถรางสายซากุระ (รถรางสายอาราคาวะ - Toden Arakawa Line)" ค่ะ เป็นรถรางที่หาได้ยากแล้วในโตเกียว บางครั้งจะเรียกกันว่า "โทเด็น" เนื่องจากตามเส้นทางที่รถรางนี้วิ่งมีดอกซากุระบานเยอะ แถมยังผ่านจุดชมซากุระหลายจุด จึงถูกเรียกกันด้วยรู้สึกผูกพันของชาวบ้านว่า "รถรางสายซากุระ โตเกียวซากุระแทรม" นั่นเอง
เรียกได้ว่าไม่มีพาหนะไหนจะเหมาะกับทริปชมซากุระเท่ารถรางนี้อีกแล้วค่ะ!

นอกจากจะชมซากุระสวยๆ ได้แล้ว หลายจุดตลอดเส้นทางของรถรางนี้ยังเที่ยวชมโตเกียวในแบบเรโทร แถมยังมีดอกกุหลาบให้ชมในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย ลองอ่านแพลนเที่ยวอีกแผนได้ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

วิธีเดินทางมารถรางซากุระง่ายๆ ก็คือมาจากสถานีโอซึกะ (Otsuka) ของสาย JR ยามาโนเตะค่ะ ออกจากทางออกทิศใต้ เลี้ยวไปทางซ้ายใต้สะพาน จะเห็นสถานีโอซึกะเอคิมาเอะ (Otsuka-ekimae)
สำหรับรถรางนั้นสถานีจะมีสองฝั่งแตกต่างกันตามทิศที่รถวิ่งไป เวลาขึ้นต้องสังเกตฝั่งนิด ต้องต่อแถวรอที่สถานีขึ้นจากประตูหน้า ลงที่ประตูกลาง และต้องกดปุ่มก่อนลง คล้ายๆ รถเมล์เลย

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

ก่อนอื่นเราจะนั่งรถจากฝั่งที่ไปวาเซดะ (for Waseda) เพื่อไปชมซากุระที่จุดแรกกัน
เมื่อขึ้นไปบนรถแล้ว เราจะซื้อตั๋ววันกับคนขับกันเป็นตั๋ว Toden One Day Pass วันละ 400 เยนเท่านั้น เพราะคุ้มค่ากว่า ห้องขายตั๋วโดยสารรายเดือนที่อยู่ใกล้ๆ ก็สามารถซื้อตั๋วได้เช่นเดียวกัน
แต่หากใครจะใช้รถใต้ดินของ Toei รถบัสของ Toei และรถไฟสาย Nippori-Toneri ในวันนี้ด้วย ขอแนะนำให้ซื้อตั๋วแบบ Toei Marugoto Kippu ราคา 700 เยน ซึ่งจะนั่งรถที่ว่ามาได้ทั้งหมดไม่จำกัดในหนึ่งวันเลย
สำหรับตั๋วเดินทางสุดคุ้มต่างๆ ของ Toei สามารถเช็คข้อมูลจากที่นี่ได้ด้วย

9:50 เดินเล่นชมซากุระริมแม่น้ำคันดะกาวะ

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

Picture courtesy of Toei Transportation
นั่งรถรางโตเกียวซากุระแทรมมาลงกันที่สถานี "โอโมคาเงะบาชิ" (Omokagebashi) สถานีอยู่ติดๆ กับแม่น้ำคันดะกาวะอยู่แล้ว ทันทีที่ลงมา ... เราก็จะเห็นสีชมพูอ่อนของดอกซากุระ
ข้ามถนนมาริมแม่น้ำจะเห็นสองฝั่งของแม่น้ำมีต้นซากุระเรียงรายกันเต็มไปหมด รวมถึงมีทางเดินเล็กๆ เลียบแม่น้ำด้วย เหมาะกับการเดินเล่นชิลล์ๆ เป็นอย่างมาก

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

Picture courtesy of Toei Transportation
หากเดินย้อนไปตามทางที่รถวิ่งมาจะ บริเวณสะพานตรงสี่แยกจะเป็นจุดที่ถ่ายรูปรถรางกับซากุระได้ หรือหากใครเดินไปตามทางที่รถวิ่งไปต่อ ระยะทางประมาณ 500 เมตรจะเป็นทางเดินชมซากุระริมน้ำจนถึงสถานีถัดไปคือสถานีวาเซดะ (Waseda)
อยากใช้เวลาถ่ายรูปสวยๆ หรืออยากเดินเล่นสบายๆ ก็เลือกชมซากุระในแบบที่ชอบได้เลยค่ะ

เมื่อถ่ายรูปกันเสร็จ กลับมาขึ้นโตเกียวซากุระแทรมที่สถานีโอโมคาเงะบาชิ หรือใครเดินไปจนถึงสถานีวาเซดะ ก็นั่งจากสถานีวาเซดะก็ได้ ขึ้นรถจากฝั่งที่เขียนว่าไปมิโนวะบาชิ (for Minowabashi) ไปลงที่สถานี "คิชิโบจิมมาเอะ" (Kishibojimmae)

10:40 เยี่ยมชมวัดเก่าแก่กับเรื่องเล่าพื้นบ้าน

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

ออกจากสถานีมองตรงไปเยื้องขวามือนิดๆ จะมีถนน เดินตรงเข้าไปจะพบกับซุ้มประตูเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นทางเดินสู่วัดค่ะ เดินไปจนสุดเลี้ยวซ้าย เราจะเห็นวัดแล้ว วัดนี้มีชื่อว่า "คิชิโมจินโด" (Kishimojindou)

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

ตัวอาคารวัดนั้นได้รับการลงทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1664 ก็มีอายุร่วมมากกว่าสามร้อยห้าสิบปีมาแล้วเลยล่ะค่ะ ที่นี่บูชา "คิชิโมจิน" หรือก็คือนางยักษ์ "หาริตี" ในศาสนาพุทธที่เป็นนางยักษ์กินเด็ก แต่ด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้าทำให้นางสำนึกในความสูญเสียของพ่อแม่คนอื่น จึงกลับใจกลายมาเป็นผู้พิทักษ์เด็กและครอบครัวค่ะ วัดนี้จึงขึ้นชื่อในเรื่องการขอบุตร ขอให้คลอดง่ายและปลอดภัย ไปจนถึงเรื่องความสุขในครอบครัว
จริงๆ แล้ววัดคิชิโมจินโดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัดโฮเมียวจิ (Houmyouji) ที่อยู่เลยออกไปอีกประมาณ 5 นาที ซึ่งวัดนี้ก็ดังเรื่องซากุระมาตั้งแต่อดีตด้วย หากมีเวลาก็สามารถแวะไปสักการะกันได้ค่ะ

ของฝากจากตำนานพื้นบ้าน "นกฮูกดอกหญ้า"

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

ตรงโต๊ะขายเครื่องราง เราจะเห็นก้อนฟูๆ สีน้ำตาลมีหน้าตาน่ารักวางและแขวนอยู่ นั่นคือ "นกฮูกดอกหญ้าซุซุกิ (Susuki Mimizuku)" ที่เป็นของฝากขึ้นชื่อของวัดนี้ค่ะ โดยเริ่มต้นมาจากตำนานของเด็กสาวแสนกตัญญูแต่ยากจนที่ต้องหาเงินค่ายารักษาแม่ที่ป่วยหนัก เด็กสาวที่สวดมนตร์ขอพรกับเทพคิชิโมจินทุกวัน เมื่อครบวันที่ร้อยก็เกิดปาฏิหาริย์จากเทพ บอกให้เธอใช้ดอกหญ้าซุซุกิทำนกฮูกขึ้นมาขาย นกฮูกนั้นขายดิบขายดีในฐานะของฝากเวลาคนมาไหว้เทพคิชิโมจิน ทำให้เด็กสาวมีเงินมารักษาแม่ได้ในที่สุด
จนถึงทุกวันนี้ ที่วัดก็ยังมีเจ้า "นกฮูกดอกหญ้า" นี่ขายเป็นของที่ระลึกและเป็นมงคลอยู่ค่ะ

11:30 ล้ำลึกรสกาแฟที่ร้านกาแฟคิอาซุมะ (Kiazuma Coffee)

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

ไหว้พระเสร็จเดินย้อนมาทางเดิม ระหว่างทางก่อนถึงซุ้มประตู ทางซ้ายมือจะมี "ร้านกาแฟคิอาซุมะ" ในร้านบรรยากาศเงียบสงบ หากมาหลายคนก็มีโต๊ะบริการที่ชั้น 2

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

กาแฟในร้านมีให้เลือกหลากหลาย โดยทางร้านทำตั้งแต่คั่วและคัดเมล็ดกาแฟเอง จึงรับประกันได้ว่าถูกใจคอกาแฟแน่นอน
จะแวะจิบกาแฟคลายเหนื่อย หรือจะสั่งแซนด์วิชมาทานรองท้องด้วยอย่างแซนด์วิชพาสตรามี่เนื้อก็อร่อย (แซนด์วิช 500 เยน เพิ่มเป็นเซ็ทกาแฟสูตรของร้านอีก 450 เยน)

หลังจิบกาแฟสบายๆ แล้ว กลับไปขึ้นรถรางโตเกียวซากุระแทรมที่เดิม ฝั่งเดิม ไปชมซากุระที่ต่อไปกันที่สถานีโอจิเอคิมาเอะ (Oji-ekimae)

12:50 จุดชมซากุระขวัญใจคนญี่ปุ่น สวนสาธารณะอาสุกะยามะ (Asukayama Park)

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

สวนสาธารณะนี้อยู่บนเนินติดๆ กับโอจิเอคิมาเอะเลยค่ะ ออกจากสถานีเดินไปทางซ้ายมือ ลอดใต้สะพานแบบในรูปไปก็ถึงแล้ว

ความใส่ใจแบบญี่ปุ่น! รถคันจิ๋วสำหรับขึ้นลงสวน

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

ภาพบน : Picture courtesy of Kita Ward
อย่างที่บอกไปด้านบนว่าสวนสาธารณะอาสุกะยามะอยู่บนเนินสูงขึ้นไป หากมากับผู้สูงอายุหรือใครที่ขาไม่ค่อยดี จะปีนขึ้นไปก็คงลำบาก คนญี่ปุ่นเขาก็ไม่พลาดใส่ใจเรื่องแบบนี้ด้วยการติดตั้งรถโมโนเรลสำหรับขึ้นลงสวนให้บริการฟรีในชื่อ "อาสุกะปาร์คเรล" (Asuka Park Rail) หรือชื่อเล่นคือ "อาสคาโก้" (Ascargot) ซึ่งที่ขึ้นก็อยู่ด้านข้างสวน ตรงที่เดินผ่านใต้สะพานมาเลยค่ะ
ขาขึ้นจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ส่วนขาลงแค่กดปุ่มสีแดงตรงที่กั้น พอรถมาก็ขึ้นไปนั่ง รอมันเคลื่อนที่เองได้เลยค่ะ

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

Picture courtesy of Toei Transportation
สวนสาธารณะอาสุกะยามะเป็นหนึ่งในสวนสาธาณะเก่าแก่ของโตเกียว เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1720 เพื่อเป็นแหล่งชมซากุระของชาวเมืองเอโดะ ปัจจุบันมีซากุระราว 600 ต้นบานสะพรั่งในสวนนี้ค่ะ

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

บริเวณสนามเด็กเล่นบนสวนนั้นยังมีตู้รถรางและรถไฟเครื่องจักรไอน้ำที่ปลงระวางแล้วจัดแสดงอยู่ด้วย ถือเป็นจุดถ่ายรูปไม่ซ้ำใครอีกจุดนึงเลยล่ะค่ะ

14:00 อร่อยมื้อกลางวันพลางชมซากุระจากมุมสูงที่ซังไคเท (Sankaitei)

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

มาถึงตอนนี้คงเริ่มท้องร้องกันแล้ว! เราจะเดินจากสวนประมาณ 5 นาทีไปยังอาคารที่ชื่อโฮคุโทเปีย (Hokutopia) ขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 17 ซึ่งมีทั้งจุดชมวิวและร้านอาหารญี่ปุ่นซังไคเทค่ะ
ความดีงามของร้านนี้ก็คือ เนื่องจากเป็นชั้นที่มีจุดชมวิวพอดี ภายในร้านอาหารเองจึงมีกระจกกว้างสำหรับนั่งทานอาหารไปพร้อมกับมองทิวทัศน์รอบๆ ไปได้ด้วย และแน่นอนว่าจากชั้นนี้เรายังมองชมบรรดาเหล่าซากุระแสนสวยจากมุมสูงได้อีกด้วยนะ!

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

เมนูแนะนำของร้านคือซังไคเทโกะเซ็น (Saikaitei Gozen) เซ็ทอาหารที่ได้อร่อยกับหลากหลายอาหารญี่ปุ่นทั้งซาชิมิ เท็มปุระ ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น และเครืองเคียงเล็กๆ อีกหลายอย่าง พร้อมซุปมิโสะและของหวาน ทั้งหมดนี้ในราคา 1,900 เยนเท่านั้น
นอกจากนี้ในช่วงฤดูกาลของซากุระ ทางร้านยังมีจัดเซ็ทอาหารพิเศษด้วย หากได้มาก็ลองมาเช็คกันดูนะคะ

15:30 ออกเดินทางไปชมความงามของซากุระกันต่อ!

ทานอาหารกันอิ่มแล้ว เราเดินย้อนกลับมาที่สถานีโอจิเอคิมาเอะ (Oji-ekimae) ของรถรางโตเกียวซากุระแทรมอีกครั้ง คราวนี้เราจะนั่งรถไปยังสถานีอาราคาวะ นานะโจเมะ (Arakawa-nanachome) กัน ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ

บริเวณสถานีอาราคาวะ นานะโจเมะ (Arakawa-nanachome)

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

Picture courtesy of Toei Transportation
เมื่อลงรถมาแล้ว ลองเดินตามทิศรถรางที่ออกตัวไป จะมาออกที่ถนนยุยโนะโมริ โดริ (Yuinomori Doori) ที่มีต้นซากุระเรียงรายเต็มสองข้างทางค่ะ เราสามารถเดินชมซากุระอย่างเพลินๆ ได้ หรือถ้าหากเดินเลี้ยวไปใกล้กับรถราง บริเวณนี้คืออีกหนึ่งจุดที่เราจะได้ถ่ายรูปรถรางสายซากุะนี้วิ่งเคียงไปกับดอกซากุระสีชมพูอ่อนค่ะ

บริเวณสถานีอาราคาวะ นิโจเมะ (Arakawa-nichome)

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

Picture courtesy of Toei Transportation
เมื่อเดินไปตามทางอีกนิด เราจะมาถึงสถานีถัดไป สถานีอาราคาวะ นิโจเมะ บริเวณนี้สามารถถ่ายรูปรถรางกับดอกซากุระได้เช่นกัน
หรือจะเดินไปที่สวนสาธารณะธรรมชาติอาราคาวะชิเซ็น (Arakawa Sizen Park) ที่มีทางเข้าเป็นทางลาดขึ้นอยู่ข้างๆ สถานีเลยก็ได้เหมือนกันค่ะ บริเวณทางลาดขึ้นสวนเป็นอีกจุดที่เห็นรถรางโตเกียวซากุระแทรมกับดอกซากุระชัด และภายในสวนเองก็ยังมีโซชมดอกซากุระ กว้างขวาง มีสระน้ำเหมาะสำหรับเดินเล่นหย่อนใจ แถมไม่มีค่าเข้าด้วยนะ

บริเวณสถานีอาราคาวะ คุยาคุโชะมาเอะ (Arakawakuyakushomae)

และสถานีต่อไปคือสถานีอาราคาวะ คุยาคุโชะมาเอะ ซึ่งรอบๆ นี้ก็มีจุดชมซากุระเหมือนกัน เราขอแนะนำให้เดินไปยังสวนสาธารณะอาราคาวะหน้าที่ว่าการเขต (Kuritsu Arakawa Park) ซึ่งเป็นอีกสวนที่มีซากุระสวยๆ ให้ชม สวนนี้เป็นสวนที่ชาวบ้านแถวนี้ใช้เป็นที่พักผ่อนด้วย จึงมีทั้งเครื่องเล่นสำหรับเด็ก สระน้ำ น้ำพุ พร้อมเก้าอี้นั่งพักให้ใช้ได้สบายๆ เลย

ระยะทางระหว่างสามสถานีนั้นอยู่ห่างกันเพียงแค่เดินประมาณ 5 นาทีเท่านั้น จึงสามารถเดินเที่ยวได้ทั้งหมดค่ะ แต่ถ้าใครไม่ถนัดเดิน ก็ขอแนะนำบริเวณสถานีอาราคาวะ นิโจเมะเป็นหลักเลย

16:30 ก่อนกลับแวะชมซากุระอีกจุดที่สวนโอกุโนะฮาระ (Ogunohara Park)

คราวนี้นั่งรถโตเกียวซากุระแทรมย้อนนิดมาที่สถานีคุมาโนะมาเอะ (Kumanomae) ก่อนจะกลับ เรามาแวะชมซากุระกันอีกสวนก็ยังได้นะ

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

พอลงจากรถรางแล้ว เดินย้อนกลับมาที่สี่แยก ข้ามถนนไปทางขวามือ แล้วเดินต่อไปนิด ขวามือจะมีถนนอีกเส้น ก็เดินตรงเข้าไปในนั้นเลยค่ะ เดินตรงอย่างเดียวไปประมาณ 10 นาที จะเจอสวนสาธารณะอยู่ทางซ้ายมือ
อ่านแล้วอาจจะงงสักนิด แนะนำให้ดูภาพและแผนที่ประกอบเลยค่ะ

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

Picture courtesy of Toei Transportation
สวนนี้มีพื้นที่เปิดโล่งกว้างทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาก ต้นซากุระส่วนใหญ่จะอยู่ลึกเข้าไปด้านในเป็นเนินสูงชึ้นไปใกล้แม่น้ำ ซากุระที่นี่ก็เน้นไปที่พันธุ์แบบดอกย้อยหรือ "ชิดาเระซากุระ" ที่ดอกจะเป็นพวงห้อยลงมา ดูงดงามอ่อนช้อย

17:30 ปิดทริปซากุระ กลับสู่แสงสีของโตเกียว

วันนี้เราพามาเที่ยว ชมซากุระแบบชาวบ้านท้องถิ่นของโตเกียวกัน เมื่อเต็มอิ่ม ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วก็ได้เวลากลับเข้าสู่โซนแสงสีของโตเกียวแล้ว!

ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วย

เดินย้อนกลับมาที่สี่แยกเดิมใกล้ๆ กับสถานีรถรางโตเกียวซากุระแทรมที่เรามากันค่ะ ตรงสี่แยกเลย แหงนหน้านิดเรามองเห็นสถานีขนาดใหญ่ลอยอยู่บนถนนที่เขียนว่า 04 Kumanomae Sta. เราจะนั่งรถไฟจากสถานีคุมาโนะมาเอะ สายนิปโปริ โทเนริ ไลเนอร์ (Nippori-Toneri Liner) คันนี้กลับไปยังสถานีนิโปโปริ (Nippori) หรือนิชินิปโปริ (Nishi-nippori) เราสามารถต่อรถ JR หรือรถไฟใต้ดินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่พักต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายค่ะ เนื่องจากรถไฟสายนี้วิ่งบนที่สูง เราจึงนั่งชมวิวทางหน้าต่างได้เพลินๆ เลยค่ะ
และถ้าหากใครซื้อตั๋วแบบ Toei Marugoto Kippu มาล่ะก็ ยังนั่งรถไฟสายนี้ได้ฟรีด้วยนะ

หากเที่ยวมาขนาดนี้แล้วใครยังชมซากุระไม่จุใจ "สวนสนุกอาราคาวะ (Arakawa Yuen)" ที่เคยแนะนำในแผนเที่ยว "เที่ยวย้อนยุคหนึ่งวันในโตเกียวกับรถรางสายอาราคาวะ" ก็มีซากุระให้ชมเช่นกันค่ะ
หรือหากจะนั่งรถรางย้อนกลับไปยังจุดต่างๆ ที่เราแนะนำในครั้งนี้เพื่อชม "โยซากุระ" หรือซากุระยามกลางคืนที่สวยไปอีกแบบก็สุดยอด!
* สวนสนุกอาราคาวะอยู่ในช่วงปิดปรับปรุงใหม่ ไม่สามารถเข้าไปภายในได้ แต่เรายังสามารถเดินชมถนนซากุระเรียงรายไปจนถึงหน้าสวนสนุกได้ สวนสนุกมีกำหนดจะเปิดให้บริการอีกครั้งในฤดูร้อนปี 2021 (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

สรุปการเดินทาง
สถานีโอซึกะเอคิมาเอะ → บริเวณสถานีโอโมคาเงะบาชิ → วัดคิชิโมจินโด → ร้านกาแฟคิอาซุมะ → สวนสาธารณะอาสุกะยามะ → ร้านอาหารซังไคเท → บริเวณสถานีอาราคาวะ นานะโจเมะ → บริเวณสถานีอาราคาวะ นิโจเมะ  → บริเวณสถานีอาราคาวะ คุยาคุโชะมาเอะ → สวนโอกุโนะฮาระ → สถานีคุมาโนะมาเอะ

ค่าเดินทางทั้งหมด : ตั๋ววัน Toden One Day Pass ราคา 400 เยน
ใช้จ่ายอื่นๆ : ค่าอาหาร 1,900 เยน ค่าขนม 950 เยน และค่าช้อปปิ้งต่างๆ แล้วแต่บุคคล

รวมค่าใช้จ่ายใน 1 วัน/1 คนตามแผน : ประมาณ 3,250 เยน (ไม่รวมค่าซื้อของ)

หากใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วและการเดินทางโดยรถไฟใต้ดินและรถบัสของ TOEI สามารถเช็คได้จาก : Website อย่างเป็นทางการของ TOEI Transportation (ภาษาไทย)

Supported by Toei Transportation

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

Topics