รถรางโตเกียวซากุระแทรม

นั่งรถรางสายซากุระ ชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวด้วย Toei One-day Pass สุดประหยัดจากโทเอ (Tokyo Sakura Tram)

โตเกียว (Tokyo) 2020.01.16

นั่งรถรางไปสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนแบบดั้งเดิมของชาวโตเกียวพร้อมชมดอกกุหลาบและใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ด้วย Toei One-day Pass พาสสุดคุ้มที่นั่งได้ทั้งรถบัส รถรางสายซากุระ และรถไฟของโทเอ

เขียนโดย TeiChayangkul(GREATERTOKYO_Explorer)

นั่งรถรางชมกุหลาบและใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียว

ฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นอีกหนึ่งฤดูที่น่ามาเที่ยวญี่ปุ่นมาก นอกจากอากาศจะเย็นสบายแล้วยังมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ให้ดูด้วย ครั้งนี้ขอพาไปนั่งรถรางสายซากุระ (Tokyo Sakura Tram) ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ แบบเต็มอิ่มในหนึ่งวันด้วย Toei One-day Pass พาสสุดคุ้มที่นั่งได้ทั้งรถบัส รถรางสายซากุระ และรถไฟของโทเอในราคาเพียง 700 เยน

รถรางสายซากุระ (Tokyo Sakura Tram) เป็นชื่อเล่นของรถรางสายอาราคาวะ (Arakawa line) หรือที่คนญี่ปุ่นจะเรียกกันว่าโทเด็น (Toden) เป็นรถรางสายสุดท้ายที่บริหารโดยเมืองโตเกียวที่ยังหลงเหลืออยู่

นอกจากจะผ่านจุดท่องเที่ยวหลายแห่งแล้วเส้นทางของรถรางจะวิ่งผ่านไปตามย่านชุมชน บางครั้งก็วิ่งไปบนถนนคู่กับรถราทั่วไป มีคุณลุงคุณป้าขึ้นลงตลอด แค่ได้นั่งรถรางสายนี้ก็เหมือนได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวโตเกียวจริงๆ ที่ต่างจากแบบที่พวกเราเคยเห็นตามย่านท่องเที่ยว

ถ้าพร้อมแล้วก็มาออกเดินทางไปด้วยกันเลย

8:50 นั่งรถบัสจากอาซากุสะด้วย Toei One-day Pass

ป้ายรถบัส

ป้ายรถบัสหมายเลข 4 ฝั่งตรงข้ามโคมแดงของประตูคามินาริมง วัดเซ็นโซจิ
สำหรับคนที่พักแถวอาซากุสะหรือใกล้เคียง เรามาเริ่มต้นออกเดินทางด้วยรถบัสโทเอกันดีกว่า ไปขึ้นรถบัสสาย 草63 ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 4 Asakusa-Kaminarimon อยู่ฝั่งตรงข้ามประตูคามินาริมงของวัดเซ็นโซจิ อาซากุสะ จากในรูปประตูคามินาริมงจะอยู่ทางซ้ายมือตรงที่รถบัสกำลังวิ่งอยู่พอดี ป้ายนี้มีเฉพาะสายนี้จอดเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวขึ้นผิด

รถบัสโทเอ

ครั้งนี้ขึ้นรถบัสรอบ 8:50 เมื่อขึ้นรถจากประตูด้านหน้าแล้วให้บอกกับคนขับว่าต้องการซื้อพาส Toei One-day Pass หรือพูดว่า มารุโกโตะคิปปุ (Marugoto Kippu : まるごときっぷ) ก็ได้ จากนั้นใส่เงินไปในเครื่องและรับพาสจากเครื่องเป็นอันเสร็จ

ใช้เวลาเพียงประมาณ 15 นาทีก็ถึงป้ายที่เราจะลงคือ โอเซกิโยโกะโจ (Ozeki-Yokocho) ในรถจะมีเสียงประกาศและด้านหน้าจะมีจอบอกชื่อป้ายเป็นภาษาอังกฤษด้วย เมื่อได้ยินชื่อป้ายแล้วก็กดปุ่มลงรถ รอให้รถหยุดที่ป้ายก่อนแล้วค่อยเดินกันนะเพื่อความปลอดภัย

เมื่อลงรถแล้วให้ข้ามถนนตรงทางม้าลายที่อยู่ใกล้ๆ ไปฝั่งตรงข้ามแล้วเดินตรงเข้าซอยไปเลย ไม่ถึง 5 นาทีก็จะเจอกับทางรถรางและจุดหมายแรกกันแล้ว

9:15 มื้อเช้ากับแพนเค้กน่ารักๆ ที่ร้านโคฮีคัง

โคฮีคัง

โคฮีคัง สาขามิโนวะ (KOHIKAN, Minowa Branch) ตั้งอยู่ติดกับจุดลงรถรางสายซากุระเลย เป็นร้านคาเฟ่ที่มีหลายสาขาทั่วญี่ปุ่น แต่สาขามิโนวะแห่งนี้มีเมนูพิเศษที่หาทานที่อื่นไม่ได้

โทเด็นแพนเค้ก

มาแล้ว โทเด็นแพนเค้ก (Toden Pancake) แพนเค้กหอมๆ พร้อมลายรถรางสายซากุระและดอกกุหลาบ เข้ากับช่วงกุหลาบบานตอนนี้พอดี มาพร้อมน้ำราดเมเปิลไซรัป เนย และครีมให้ทานคู่กัน

แพนเค้กเนื้อนุ่ม ยิ่งตรงช่วงที่มีลายรถรางจะหอมกลิ่นไหม้นิดๆ เพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก ส่วนเครื่องดื่มขอสั่งเป็นกาแฟร้อนโคฮีคังเบลนด์ ราคาไม่รวมภาษี 400 เยนเท่ากันทั้งคู่

KO:HI:KAN Minowa Shop

ดูข้อมูล
cafebakeryrestaurantstore

ของที่ระลึกและรถรางจำลองในมิโนวะบาชิ โอโมอิเดะคัง

หลังจากอิ่มกับมื้อเช้าก็เดินตามทางด้านข้างร้านไปยังสถานีต้นทางของรถรางสายซากุระ สถานีมิโนวะบาชิ (Minowabashi)

นั่งรถรางชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวด้วยพาสสุดประหยัดจากโทเอ (Tokyo Sakura Tram)

แต่ก่อนจะขึ้นรถอยากให้แวะมาที่ มิโนวะบาชิ โอโมอิเดะคัง (Minowabashi Omoide Kan) ที่นี่เป็นทั้งจุดแนะนำการท่องเที่ยวและจำหน่ายของที่ระลึกของโทเอ ไม่ว่าจะสอบถามจุดท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟหรือซื้อพาสก็มาที่นี่ได้

คำว่าโอโมอิเดะในชื่อนี้แปลว่า ความทรงจำ ด้านหน้าเคาน์เตอร์เลยดึงเอาเอกลักษณ์ของชุมชนแถวนี้มาทำแบบจำลองพร้อมกับรถรางจิ๋วที่วิ่งไปรอบๆ ด้านข้างมีจัดแสดงอุปกรณ์ที่เคยใช้กับรถรางของจริงต่างๆ เป็นเหมือนสถานที่รวมความทรงจำของรถรางที่อยู่คู่กับเมืองโตเกียวมาตั้งแต่อดีต

ของที่ระลึกก็เช่นรถไฟจำลอง ปฏิทิน พวงกุญแจ ตุ๊กตาโทอารัน มาสคอตของรถรางสายซากุระ แต่ที่ถูกใจที่สุดขอยกให้ที่ใส่บัตรกับกระเป๋าใส่เหรียญที่มีรูปรถรางแบบในรูปล่างขวา ราคาไม่รวมภาษี 700 เยนกับ 500 เยนตามลำดับ

三ノ輪橋おもいで館

ดูข้อมูล
store

รถรางสายซากุระ กุหลาบ

ระหว่างรอรถมาก็ไปชมกุหลาบรอบๆ สถานีกันก่อน ตามเส้นทางรถรางจะมีกุหลาบหลากสายพันธุ์บานสวยเพิ่มสีสันสดใสให้กับฤดูใบไม้ร่วง

10:56 ได้เวลาออกเดินทางไปกับรถรางสายซากุระ

รถรางสายซากุระ สถานีมิโนวะบาชิ

คราวนี้ก็ถึงเวลาออกเดินทางไปชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วยรถรางสายซากุระกันจริงๆ แล้ว

ถ้าไม่นับช่วงเช้ามืดกับดึกที่ขบวนรถจะน้อยหน่อย ช่วงเวลาปกติอย่างนี้จะมีรถออกทุกๆ ประมาณ 5-7 นาที ถึงจะขึ้นไม่ทันก็ไม่ต้องรอนาน

วิธีขึ้นคล้ายกับรถบัสคือขึ้นจากประตูหน้า แสดงพาส Toei One-day Pass หันด้านหลังที่มีตัวเลขวันที่ใช้งานให้กับพนักงานขับรถดูแล้วก็เดินเข้าไปด้านในได้เลย เวลาจะลงก็ให้กดปุ่มเหมือนเดิม

11:05 ขนมญี่ปุ่นรูปรถรางสายซากุระของร้านโอคาโนะ

ร้านโอคาโนะ ยูยูโทเด็น

นั่งเพียง 8 นาทีก็มาถึงสถานีมาจิยะนิโจเมะ (Machiya-nichome) เยื้องจากสถานีมานิดเดียวคือร้านขนมญี่ปุ่นโอคาโนะ สาขามาจิยะ (Chikuryuan Okano, Machiya Branch)

ร้านโอคาโนะมีถึง 10 สาขาทั่วโตเกียว นอกจากขนมญี่ปุ่นอร่อยๆ อย่างโทระกายากิ ขนมโดรายากิไส้ถั่วแดงที่แป้งด้านนอกเป็นลายเสือ คุริราคุ ขนมมันจูที่มีไส้เกาลัดเต็มลูก ยังมีขนมพิเศษที่ขายแบบลิมิเต็ดประจำแต่ละสาขาอีก ของสาขามาจิยะนี้ก็คือ ยูยูโทเด็น (Yu Yu Toden) โทเด็นโคะมาจิ (Toden Komachi) และ โตเกียวซัมโปะมิจิ (Tokyo Sampomichi)

ร้านโอคาโนะ ยูยูโทเด็น

เป้าหมายของเราในวันนี้คือยูยูโทเด็น ราคาไม่รวมภาษีชิ้นละ 190 เยน เป็นขนมอบไส้ถั่วชิโระอัง แป้งด้านนอกหอม ไส้ถั่วก็หวานน้อยกำลังดี ที่สำคัญคือหน้าตาน่ารักทั้งตัวขนมและกล่องบรรจุที่ทำเป็นรูปตู้รถรางสายซากุระ ขอซื้อเก็บเอาไว้เป็นของว่างและของที่ระลึกไปในตัว

ตั้งแต่สถานีมิโนวะบาชิจนถึงสถานีมาจิยะนิโจเมะนี้เป็นช่วงที่มีดอกกุหลาบเยอะมาก ถ้าใครอยากเดินเล่นดูกุหลาบไปด้วยก็อาจจะเลือกเดินระหว่างสถานีเอาได้

ชิคุริวอัน โอคาโนะ สาขามาจิยะ

ดูข้อมูล
store

11:50 แวะซื้อมื้อเที่ยงกับซูชิเทคเอาท์ที่ร้านยาซุเกะ

ซูชิยะ โนะ ยาซุเกะ

นั่งรถรางอีกครั้งประมาณ 16 นาทีมาลงที่สถานีโอจิเอกิมาเอะ (Oji-ekimae) แถวนี้ค่อนข้างคึกคักเพราะมีสถานีรถไฟสายอื่นอยู่ใกล้ๆ กันด้วย เราเลยจะมาซื้อมื้อเที่ยงกันที่นี่ เดินออกจากสถานีมาก็เลี้ยวขวาข้ามทางรถรางไปประมาณ 2 นาทีเท่านั้นก็จะเจอกับร้านซูชิยะ โนะ ยาซุเกะ (Sushiya no Yasuke)

ซูชิยะ โนะ ยาซุเกะ

ร้านยาซุเกะเป็นร้านซูชิแบบเทคเอาท์ มีซูชิให้เลือกหลายแบบเช่น มากิซูชิที่ม้วนเป็นแท่ง เทมากิที่ม้วนเป็นกรวย ไปจนถึงแบบด้งที่เป็นข้าวหน้าซูชิ

ไส้ก็หลากหลาย เช่น อิคุระ (ไข่ปลาแซลมอน) หอยเม่น ไข่หวาน เนกิโทโระ (เนื้อปลามากุโระสับ) จะเลือกซื้อเฉพาะไส้ที่ชอบทีละแท่งหรือซื้อแบบรวมไส้ที่มีเป็นเซ็ตไว้แล้วก็ได้ ราคาแต่ละไส้จะแตกต่างกันไป ถึงจะไม่มีเขียนชื่อภาษาอังกฤษแต่ดูจากของจริงในตู้ก็สั่งได้ไม่ยาก

ครั้งนี้ที่เลือกซื้อคือ ทามาโกะเทมากิ (ซูชิรูปกรวยไส้ไข่หวาน) สลัดมากิ (ซูชิม้วนไส้สลัดผักและปูอัด) และ คัมเปียวมากิ ราคาไม่รวมภาษี 160, 220, 150 เยนตามลำดับ ส่วนจะเอาไปทานที่ไหนขอให้ตามไปที่ต่อไปกันเลย

*คัมเปียว ... เนื้อผลน้ำเต้าตัดเป็นเส้นตากแห้งแล้วนำมาต้มซ้ำ มักจะใส่มาในซูชิม้วนฟุโตมากิ หรือใช้ผูกอาหารที่ต้องม้วนอย่างกะหล่ำปลีม้วนยัดไส้

ซูชิยะ โนะ ยาซุเกะ

ดูข้อมูล
restaurant

12:20 สวนนานุชิโนะทาคิ สวนน้ำตกกลางเมือง

สวนนานุชิโนะทาคิ

จากร้านยาซุเกะเดินขึ้นไปทางสถานีโอจิประมาณ 10 นาที จะพบกับสวนนานุชิโนะทาคิ (Nanushi no Taki Park) เดิมที่นี่เป็นคฤหาสน์ของฮาตาโนะ มาโกะฮาจิ อดีตหัวหน้าของหมู่บ้านโอจิ ซึ่งก็คือพื้นที่บริเวณนี้ในสมัยเอโดะ

ปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนสมัยใหม่ มีสระน้ำ ธารน้ำ เนินเขาสูงและเส้นทางให้เดินชมได้รอบตามสไตล์สวนญี่ปุ่น ในสวนร่มรื่นด้วยต้นไม้สูงใหญ่จนรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเขายังไงยังงั้น

ซูชิยะ โนะ ยาซุเกะ

ด้านหน้าซ้าย ทามาโกะเทมากิ, ขวา สลัดมากิ และด้านใน คัมเปียวมากิ
เดินเข้าไปเรื่อยๆ เจอศาลาไม้ให้นั่งพัก เลยขอแวะมานั่งทานซูชิจากร้านยาซุเกะกันตรงนี้ก่อน ตอนสั่งเสร็จพนักงานของร้านจะหั่นเป็นชิ้นพอดีคำให้ทานง่าย ไส้มาเต็มทั้งชิ้น ทานหมดนี่ถึงกับอิ่มเลย หลังทานเสร็จก็เก็บกล่องใส่กระเป๋าไว้ก่อนค่อยเอาไปทิ้งทีหลัง

สวนนานุชิโนะทาคิ

เดิมบริเวณย่านโอจินี้มีน้ำตกอยู่หลายแห่งแต่ปัจจุบันเหลืออยู่แค่ในสวนนานุชิโนะทาคิแห่งนี้เท่านั้น หนึ่งในนั้นคือน้ำตกโอดาคิ (Odaki) น้ำตกจำลองที่สูงถึง 8 เมตร อยู่ด้านในสุดของสวน ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีสีแดงเหลืองของใบไม้เปลี่ยนสีมาเพิ่มความงามให้กับสายน้ำตก

สวนนานุชิโนะทาคิ

ในสวนมีต้นไม้ที่จะเปลี่ยนสีเพื่อผลัดใบอยู่หลายพันธุ์ เช่น ต้นแปะก๊วย ต้นเคยากิและต้นโมมิจิกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ แต่จุดที่ดูแล้วตระการตามากที่สุดขอยกให้ริเวณหน้าน้ำตกโอดาคินี่เลย ทั้งใบที่ยังอยู่บนต้น ใบที่ร่วงลงพื้น ไปจนถึงใบที่ลอยอยู่บนผิวน้ำในสระ ดูแล้วพูดได้แค่ว่าสวยจริงๆ

หลังจากชมความงามของน้ำตกกันแล้วขอแนะนำอีกหนึ่งสวนที่มีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ไม่แพ้กัน อยู่ข้างสถานีโอจิที่เราลงรถรางกันก่อนหน้านี้เลย เพราะงั้นตอนนี้มาเดินกลับไปทางเดิมกัน

สวนนานุชิโนะทาคิ

ดูข้อมูล
park

13:30 สวนอาซุกะยามะ จุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดัง

สวนอาซุกะยามะ Asukayama Park

จากสถานีจะเห็นสวนขนาดใหญ่เป็นเนินขึ้นไป นี่คือสวนอาซุกะยามะ (Asukayama Park) ซึ่งเป็นทั้งจุดชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิและชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงยอดนิยมของแถวนี้

ถ้าเดินลอดใต้สะพานรางรถไฟจากสถานีโอจิมาเอะมาทางสวนจะเจอจุดขึ้นรถโมโนเรลอาสคาโกขึ้นไปด้านบนสวนได้เลย ที่ได้ชื่ออาสคาโกเพราะตัวตู้รถมีรูปร่างกลมๆ เหมือนเปลือกหอยทากนั่นเอง

สวนอาซุกะยามะ Asukayama Park

ในสวนมีส่วนสนามเด็กเล่น ซึ่งมีรถรางและรถจักรไอน้ำปลดระวางตั้งโชว์ สามารถเข้าไปข้างในตัวรถได้ด้วย รอบๆ สนามเด็กเล่นก็เป็นสวนกว้างที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเหลืองและแดงของใบไม้เปลี่ยนสี มีต้นจูกัตสึซากุระ ซากุระสีชมพูอ่อนดอกเล็กๆ ที่จะบานช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้พอดีด้วย! เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนชอบถ่ายรูปห้ามพลาด

Asukayama Park

ดูข้อมูล
park

15:00 วัดคิชิโมจิน

ศาลเจ้าคิชิโมจินโด Kishimojindo

กลับมานั่งรถรางประมาณ 20 นาทีลงที่สถานีคิชิโบจิมมาเอะ (Kishibojim-mae) ลงจากสถานีแล้วให้ข้ามไปทางซ้าย จะเห็นถนนซันโดที่มีต้นเคยากิสูงใหญ่เรียงรายตลอดสองข้างทาง นี่เป็นถนนที่จะพาไปสู่วัดคิชิโมจิน (Kishimojin)

เมื่อเดินขึ้นบันไดหินจากหน้าวัดขึ้นไป ทางซ้ายมือจะมีต้นแปะก๊วยยักษ์สูง 33 เมตร ความยาวรอบลำต้น 11 เมตร และมีอายุถึง 700 ปี!

ศาลเจ้าคิชิโมจินโด Kishimojindo

อุโบสถหลักของวัดที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ เมื่อถึงเวลาใบไม้เปลี่ยนสีก็จะดูสวยงามอลังการอย่างในรูป

ลองอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับยักษ์คิชิโมจินได้ที่บทความ "ชมซากุระโตเกียวเต็มที่ในหนึ่งวันด้วยรถรางสายซากุระ"

วัดคิชิโมจิน

ดูข้อมูล

จบการเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ด้วยรถรางสายซากุระ

รถรางซากุระแทรม ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว

เป็นอันจบการเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ด้วยรถรางสายซากุระในโตเกียว หลังจากนี้สามารถนั่งรถรางสายซากุระต่อไปยังสถานีปลายทาง สถานีวาเซดะ (Waseda) เพื่อนั่งรถบัสไปเที่ยวต่อที่ชินจูกุด้วยพาส Toei One-day Pass ได้เหมือนเดิมอีกด้วย ใช้ได้คุ้มทั้งวันจริงๆ

ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีแถวนี้จะอยู่ราวๆ กลาง - ปลายเดือนพฤศจิกายน ถ้าได้มาเที่ยวโตเกียวช่วงนี้พอดีอย่าลืมแวะมาชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ด้วยรถรางสายซากุระกันนะ

สรุปการเดินทาง
อาซากุสะ → ร้านโคฮีคัง สาขามิโนวะ → มิโนวะบาชิ โอโมอิเดะคัง → ร้านขนมญี่ปุ่นโอคาโนะ → ร้านซูชิยาซุเกะ → สวนนานุชิโนะทาคิ → สวนอาซุกะยามะ → วัดคิชิโมจิน → สถานีวาเซดะ → ชินจูกุ

ค่าใช้จ่าย
ค่าเดินทาง : พาส Toei One-day Pass 700 เยน
ค่าอาหารและขนม : 1,862

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2,562 เยน

ดูข้อมูลเรื่องตั๋ว พาส และการเดินทางโดยรถรางสายซากุระ รถไฟใต้ดินและรถบัสของโทเอได้จากเว็บไซต์ทางการของ TOEI Transportation (ภาษาไทย)

Supported by Toei Transportation

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมลุ้นรับรางวัลฟรีกับ Greater Tokyo ได้ที่นี่

แท๊กเกี่ยวข้อง