เที่ยวไปชิมไปในย่านเก๋ของโตเกียวด้วยพาสสุดคุ้ม Toei One-day Pass ที่รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

โตเกียว (Tokyo) 2020.02.21

แผนเที่ยวโตเกียว 1 วันสำหรับคนชอบถ่ายรูป งานดีไซน์ และของอร่อย! และยังคุ้มด้วย Toei One-day Pass พาสที่สามารถใช้นั่งรถไฟ รสบัส และรถรางสายซากุระของโทเอได้ไม่จำกัดในหนึ่งวัน ครั้งนี้ขอพาไปรปปงหงิและอาซาบุจูบัง ย่านเก๋ของชาวโตเกียว

เขียนโดย TeiChayangkul(GREATERTOKYO_Explorer)

เที่ยวย่านเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวด้วยรถไฟและรถบัส

ครั้งนี้จะขอพาทุกคนไปเที่ยวชมงานดีไซน์ ทานของอร่อย เดินเล่นในย่านเก๋ไก๋ที่อยู่ไม่ไกลจากชินจูกุและชิบูย่าแบบหนึ่งวัน หนึ่งคือ รปปงหงิ (Roppongi) ย่านธุรกิจที่โดดเด่นเรื่องศิลปะและการออกแบบ สองคือ อาซาบุจูบัง (Asabu-juban) ย่านชุมชนและร้านค้าที่มีร้านน่าสนใจเพียบ

การเดินทางในครั้งนี้ขอใช้พาสนั่งรถไฟใต้ดินโทเอ รถบัสโทเอ และรถรางสายซากุระได้แบบไม่จำกัดในหนึ่งวันชื่อ Toei One-day Pass ราคาแค่ 700 เยนเท่านั้น! วันนี้เราเริ่มเดินทางจากสถานีชินจูกุ งั้นไปซื้อพาสจากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติตรงหน้าสถานีชินจูกุ ของรถไฟโทเอสายโอเอโดะ (Oedo Line) กันเลย

วิธีซื้อพาส Toei One-day Pass จากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

1. ก่อนอื่นกดปุ่ม [ English ] เพื่อเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษกันก่อน
2. จากนั้นกดปุ่ม [ Value Ticket ] ตั๋วราคาพิเศษ
3. จากนั้นเลือก [ Toei One-Day Economy Pass ]
4. หน้าถัดไปจะให้เลือกว่าซื้อพาสสำหรับผู้ใหญ่ [ Adult ] 700 เยน หรือ เด็ก [ Child ] 350 เยน
5. ใส่ธนบัตรหรือเหรียญในช่องที่กำหนด
6. กดปุ่ม [ Purchase ] บนหน้าจอเพื่อยืนยันการซื้อก็เป็นอันเสร็จ

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

หน้าตาของ Toei One-day Pass ระบุวันที่ที่สามารถใช้งานได้บนหน้าบัตร เวลาใช้รถไฟก็เสียบเข้าเครื่องตรวจบัตรตามปกติ แต่ถ้าใช้งานรถบัสโทเอหรือรถรางสายซากุระ ให้แสดงหน้าบัตรที่มีวันที่ให้พนักงานขับรถดูตอนขึ้น

เพียงประมาณ 10 นาทีก็มาถึงสถานีรปปงหงิ (Roppongi) ก่อนอื่นไปหาอะไรเบาๆ ทานเป็นมื้อเช้ากันดีกว่า

10:00 มื้อเช้ากับกาแฟสักแก้วที่ BLUE BOTTLE COFFEE

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

BLUE BOTTLE COFFEE ร้านกาแฟสัญชาติอเมริกันที่โด่งดังมากในญี่ปุ่น ปัจจุบันมีมากกว่า 16 สาขาทั้งในโตเกียว เกียวโต และโกเบ สำหรับสาขารปปงหงินี้ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 ของอาคาร Tri-Seven Roppongi ใช้เวลาเดินจากสถานีรปปงหงิ ทางออกหมายเลข 7 แค่ประมาณ 3 นาทีก็ถึง

ยังไม่ทันถึงตัวร้านก็เห็นโลโก้ขวดสีฟ้าโดดเด่นตรงทางเข้าแต่ไกล ภายในร้านก็ดูโอ่โถงไม่อึดอัด

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

สำหรับเมนูกาแฟแบบเอสเพรซโซหากเพิ่มเงินอีก 100 เยนก็สามารถสั่งเป็นกาแฟแบบซิงเกิลออริจินได้ด้วย (เมล็ดกาแฟชนิดเดียวจากแหล่งผลิตเดียวกัน ไม่มีการเบลนด์หรือผสมกับเมล็ดกาแฟชนิดอื่น)

ถ้าสั่งเป็นเมนูกาแฟดริป พนักงานก็จะดริปกาแฟให้ตรงกาหน้าเคาน์เตอร์เลย

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

เมนูมีภาษาอังกฤษให้พร้อม นอกจากเครื่องดื่มแล้วก็ยังมีของว่างอย่างคุกกี้และแซนด์วิชให้เลือก

เมนูที่สั่งคือกาแฟลาเต้ร้อน ราคา 572 เยน และแซนด์วิชเชียบัตต้าไส้มะเขือเทศและสมุนไพร ราคา 715 เยน ขนมปังเชียบัตต้าแบบอิตาเลียนกรอบๆ กับมะเขือเทศฉ่ำๆ ทานคู่กับกาแฟหอมๆ ไม่มีอะไรจะเหมาะสำหรับการเริ่มวันใหม่ได้ดีไปกว่ากาแฟสักแก้วอีกแล้ว

หลังจัดการกับมื้อเช้าเสร็จก็เดินออกมายังถนนใหญ่ ฝั่งตรงข้ามจะเห็นทางเดินกว้างเรียงรายด้วยต้นไม้พุ่งตรงเข้าไปด้านในทางฝั่งซ้ายของกลุ่มอาคารโตเกียวมิดทาวน์ (Tokyo Midtown) ด้านในนั้นคือจุดหมายถัดไปของเรา

Blue Bottle Coffee Roppongi Cafe

ดูแผนที่และข้อมูล
cafestore

10:40 มองโลกดีไซน์ในมุมใหม่ที่ 21_21 DESIGN SIGHT

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

เมื่อเดินตามทางเดินยาวที่มีทั้งต้นไม้และทางน้ำไหลเอื่อยอยู่ด้านข้างไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับอาคารทรงแปลกที่มีหลังคาเป็นแผ่นเหล็กเรียบผืนใหญ่หักพับลงมาครึ่งหนึ่งเหมือนกระดาษโอริกามิ นี่คือ 21_21 DESIGN SIGHT (ทูวัน ทูวัน ดีไซน์ไซต์)

หากจะให้เรียกที่แห่งนี้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะก็อาจจะไม่ถูกทั้งหมด เพราะที่นี่ไม่มีนิทรรศการถาวรติดตั้งให้ชมเหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไป แต่เป็น "สถานที่" ที่จะพาทุกคนมาสัมผัส รับชม และซึมซาบไปกับเรื่องราวของการดีไซน์ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ตัวเลข 21_21 ในชื่อเป็นการอ้างถึงค่าการมองเห็นของสายตา ซึ่ง 20/20 เป็นค่าการมองเห็นที่ดี แต่ที่ 21_21 DESIGN SIGHT แห่งนี้จะทำให้ทุกคนได้เห็นถึงมุมมองอื่นที่เหนือกว่าปกติขึ้นไปอีก

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

เมื่อมองจากด้านนอกจะเห็นเป็นอาคารเตี้ยๆ ที่สูงเพียงหนึ่งชั้น แต่พอเดินเข้ามาด้านในจะพบกับโถงขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ลงไปยังชั้นใต้ดิน

สถาปัตยกรรมของที่นี่ได้รับการออกแบบโดยอันโด ทาดาโอะ (Ando Tadao) สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โดยหลังคาของอาคารที่เห็นเมื่อครู่ก็มาจาก A Piece of Cloth แนวคิดการออกแบบของ อิชเซ มิยาเกะ (Issey Miyake) ดีไซน์เนอร์ชื่อดังผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการของ 21_21 DESIGN SIGHT

เที่ยวไปชิมไปในย่านเก๋ของโตเกียวด้วยพาสสุดคุ้ม ที่รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

ภาพล่างซ้าย แบบจำลองต้นแบบของขวดยาคูลท์ที่หลายคนคุ้นตา

ด้านล่างสวนที่เราเดินเมื่อครู่คือพื้นที่ของห้องจัดแสดง Gallery 1 และ Gallery 2

ในวันที่ผู้เขียนไปมานี้กำลังมีงานนิทรรศการ Secret Source of Inspriration: Designers' Hidden Sketches and Mockkups จัดแสดงภาพสเก็ตช์และต้นแบบผลงานของ 26 สมาชิกจาก JAPAN DESIGN COMMITTEE มีทั้งงานออกแบบโลโก้ บรรจุภัณฑ์ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม งานศิลปะเครื่องแก้ว ไปจนถึงอาคารสถาปัตยกรรม

จุดน่าสนใจคือรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันไปตามประเภทของงานออกแบบ และอายุของนักออกแบบที่มีตั้งแต่ช่วงอายุ 40 จนถึง 90 ปี บ้างก็ใช้เทคโนโลยีอย่างเครื่องพิมพ์ 3D บ้างก็ขีดเขียนด้วยดินสอและปากกา การจะได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังแนวคิดการทำงานของนักออกแบบอย่างนี้ไม่ได้มีง่ายๆ เลย

* นิทรรศการ Secret Source of Inspriration: Designers' Hidden Sketches and Mockkups จัดแสดงระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2019 - 8 มีนาคม 2020

21 21 Design Sight

ดูแผนที่และข้อมูล
art_gallerymuseum

11:40 สายกล้องต้องห้ามพลาดกับ FUJIFILM SQUARE

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

สถานที่ถัดไปยังคงอยู่ตรงโตเกียวมิดทาวน์กับ FUJIFILM SQUARE พูดถึงฟูจิฟิล์ม คนรุ่นใหม่ต้องนึกถึงกล้องดิจิตอลคุณภาพดีดีไซน์สวย แต่ถ้าถามผู้เขียนอย่างแรกที่นึกถึงคือกล้องฟิล์มคอมแพครุ่นพี่เบิร์ด สมัยนั้นใครมีใช้นี่ถือว่าเท่มาก

ภายใน FUJIFILM SQUARE มีส่วนแกลเลอรี FUJIFILM PHOTO SALON จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสวยๆ ผลัดเปลี่ยนให้ชมตลอดปี FUJIFILM HEALTH CARE SHOP โซนเครื่องสำอางที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การวิจัยมาเป็นเวลานานของฟูจิฟิล์ม

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

แต่ที่อยากแนะนำสำหรับคนชอบกล้องทั้งหลายคือโซน PHOTO HISTORY MUSEUM ที่รวบรวมกล้องเก่าแก่หลายร้อยชิ้นมาจัดแสดง แล้วไม่ใช่แค่กล้องของฟูจิเท่านั้นนะ แต่รวมไปถึงกล้องโบราณ กล้องมีเดียมฟอร์แมตรุ่นเก่าๆ มากมายจนเรียกได้ว่าแค่มาที่นี่ก็เหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปดูวิวัฒนาการของการถ่ายภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในที่เดียวเลย

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

ตู้ด้านหน้าเน้นกล้องและฟิล์มที่ฟูจิพัฒนาขึ้นมา อย่างรูปซ้ายบนคือกล้อง FUJICA SIX IA กล้องรุ่นแรกของฟูจิที่วางขายในปี ค.ศ. 1948 ส่วนที่อยู่ติดกันทางขวาคือเลนส์ L-mount Fujinon

ทางฟูจิยังเป็นผู้ริเริ่มค้นคว้าระบบเม็มโมรีการ์ดสำหรับกล้องดิจิตอลตั้งแต่ปี 1988 จนผลิตออกขายจริงเป็นกล้องดิจิตอลรุ่นแรกของโลก Fujix DS-1P แบบที่เห็นในรูปซ้ายล่าง

PHOTO HISTORY MUSEUM สามารถเข้ามาชมได้ฟรีแบบอิสระ ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี (ยกเว้นช่วงสิ้นปี - ปีใหม่) แต่อยากแนะนำให้มาเวลา 15:30 ของทุกวัน ซึ่งจะมีเจ้าหน้ามาอธิบายเกี่ยวกับประวัติของการถ่ายภาพและกล้องรุ่นต่างๆ ของฟูจิแบบรู้ลึกรู้จริง เพราะเจ้าหน้าที่ที่มาอธิบายนี้ก็คือผู้ที่เคยทำงานในฟูจินี่เอง ส่วนใครที่อยากลองจับกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ ของฟูจิ เค้าก็มีโซน TOUCH FUJIFILM อยู่ติดกันเลย สามารถไปลองจับลองถ่ายกันได้เต็มที่

FUJIFILM SQUARE

ดูแผนที่และข้อมูล
art_gallery

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

ถ้ามารปปงหงิในช่วงเช้าหรือกลางวันจะเห็นผู้คนในชุดทำงานเดินไปมากันขวักไขว่ เพราะแถวนี้เป็นหนึ่งในย่านธุรกิจหลักของโตเกียว แต่พอตกกลางคืนจะสว่างไสวไปด้วยแสงสีจากป้ายไฟของไนท์คลับ เผยให้เห็นไนท์ไลฟ์ในแบบฉบับเมืองใหญ่

จากนี้เราจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่สอง อาซาบุจูบัง ขึ้นรถไฟสายโอเอโดะของรถไฟโทเอเหมือนเดิมจากสถานีรปปงหงิ เพียง 1 สถานีไปลงที่สถานีอาซาบุจูบัง (Azabu-juban)

13:10 ราเม็งมื้อเที่ยง Tori soba Ichikoro 156

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

นี่ก็บ่ายแล้ว ไปทานมื้อเที่ยงกันก่อนดีกว่าที่ร้าน Tori soba Ichikoro 156 เห็นหน้าร้านอย่างนี้ถ้าไม่บอกว่าเป็นร้านราเม็งก็คงเดาไม่ถูก ด้านในตบแต่งสไตล์บาร์ได้เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน เข้ามาก็เจอตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ เมนูหลักของที่นี่คือราเม็งไก่โทริโซบะ

นอกจากราเม็งไก่โทริโซบะแล้วเค้ายังมีเมนูอื่นอีกเยอะ อย่างโทริชิโอะมาเซโซบะ เป็นราเม็งแบบแห้งคลุกกับซอสแล้วทานได้เลย ตันตันเม็งแห้ง ทาโกยากิ แล้วก็เกี๊ยวซ่า

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

จะเลือกสั่งเมนูโทริโซบะธรรมดา (Chicken Collagen Soup : 純鶏そば) ราคา 830 เยนก็ได้ (จากรูปเครื่องขายตั๋ว ปุ่มบนสุดด้านซ้าย) แต่ขอแนะนำเป็น โทริโซบะกับสาหร่าย (Chicken Collagen Soup with Seaweed : 純鶏あおさそば) ราคา 950 เยน (จากรูปเครื่องขายตั๋ว ปุ่มสีเหลืองบนสุดที่สองจากซ้าย)

เครื่องในชามเป็นเนื้อไก่และไข่ต้มยางมะตูม ส่วนเกี๊ยวซ่านี่ของชอบอยู่แล้วเลยอดสั่งเพิ่มไม่ได้ ขอแบบ 6 ชิ้น ราคา 550 เยนก็พอเพราะราเม็งก็ปริมาณไม่ใช่น้อย

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

เส้นราเม็งเป็นแบบเส้นขนาดกลาง น้ำซุปสีขาวต้มจากโครงไก่และผักต่างๆ ถึง 6 ชั่วโมง เข้มข้นไปด้วยรสอร่อยอูมามิและคอลลาเจน สาหร่ายอาโอซะโนริที่ใส่มานี่เค้าบอกว่ามีแคลเซียมมากกว่านมวัวถึง 8 เท่า อร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ส่วนเกี๊ยวซ่าทอดเสร็จร้อนๆ ก็มาบนจานที่มีลายแบบหนังสือการ์ตูน เพิ่มความน่าทานขึ้นอีกเท่าตัว

Tori soba Ichikoro 156

ดูแผนที่และข้อมูล
meal_takeawayrestaurant

เที่ยวไปชิมไปในย่านเก๋ของโตเกียวด้วยพาสสุดคุ้ม ที่รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

ทานเสร็จก็มาเดินเล่นกันนิดนึง อาซาบุจูบังเป็นย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างรปปงหงิกับโตเกียวทาวเวอร์ มีสถานทูตและโรงเรียนอินเตอร์อยู่หลายแห่ง แถวนี้จึงมีทั้งคาเฟ่เก๋ๆ และร้านอาหารแบบสมัยใหม่ไปจนถึงร้านค้าแบบดั้งเดิมเต็มไปหมด

ร้านขนมญี่ปุ่นที่ดังๆ ของอาซาบุจูบังก็เช่น ไทยากิร้านนานิวะยะ และขนมเซ็มเบ้ร้านทานูกิเซ็มเบ้ ไทยากิอาจจะต้องทานเลย แต่เซ็มเบ้นี่เก็บได้นาน จะซื้อไปเป็นของฝากก็ได้ เดินเล่นซื้อของฝากเสร็จก็ไปตบท้ายด้วยของหวานกันหน่อย

15:00 DUMBO Doughnuts and Coffee

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

ร้านที่เราจะไปกันคือ DUMBO Doughnuts and Coffee หน้าร้านมีป้ายสีชมพูด้านบนเป็นจุดสังเกต ด้านนอกอาจดูเรียบๆ แต่พอเดินเข้ามาในร้านเท่านั้นแหละจะเจอกับไฟนีออนและแก้วกาแฟสีชมพูน่ารัก พร้อมกลิ่นหอมอบอวลของโดนัทและกาแฟ

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

โดนัทเคลือบด้วยเกลซรสต่างๆ สไตล์นิวยอร์ก เลือกทานคู่กับกาแฟที่สั่งเมล็ดกาแฟจาก % Arabica Kyoto ร้านดังของเกียวโตหรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีให้เลือกเยอะไม่แพ้กัน เมนูมีภาษาอังกฤษเขียนให้ด้วย

ครั้งนี้เลือก Framboise กับกาแฟลาเต้เย็น รวมราคา 858 เยน ความเก๋คือทางร้านจะเอาโดนัทวางบนแก้วกาแฟให้อย่างในรูปเลย เกลซสีชมพูเข้มเข้ากับแก้วสีชมพูสุดๆ เห็นอย่างนี้ใครจะอดใจไม่ถ่ายรูปไหว

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

โดนัทเนื้อนุ่มเสริมด้วยรสเปรี้ยวนิดๆ จากเกลซรสราสเบอร์รี ถึงโดนัทจะชิ้นใหญ่มากแต่ก็ไม่เลี่ยนเพราะจุดเด่นอย่างหนึ่งของโดนัทที่นี่คือรสหวานกำลังดี ถ้าอยากลองรสอื่นด้วยก็สั่งใส่ห่อกลับไปทานได้

DUMBO Doughnuts and Coffee

ดูแผนที่และข้อมูล
cafebakerystore

16:19 ใช้พาสนั่งรถบัสไปเที่ยวต่อได้อีก

เที่ยวที่อาซาบุจูบังเสร็จเรายังสามารถใช้พาส Toei One-day Pass เพื่อนั่งรถไฟหรือรสบัสไปเที่ยวที่อื่นต่อได้อีก แต่วันนี้เราจะนั่งรถบัสเพื่อตรงไปลงที่สถานีชิบูย่า ออกจากร้าน DUMBO ก็ให้เดินไปทางขวาจนเจอถนนใหญ่ ข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะมีป้ายรถบัสหมายเลข 3 ชื่อป้าย Azabujuban Sta. รอขึ้นรถบัสสาย 都06 ไปลงที่ป้าย Shibuya Sta. หน้าสถานีชิบูย่าได้เลย

แต่ระหว่างทางไปชิบูย่านี้ยังมีที่เที่ยวอีกแห่งที่อยากแนะนำ โดยให้ลงที่ป้าย Shibuyabashi จากนั้นเดินย้อนกลับมาเข้าซอยขวามือที่อยู่ก่อนถึงป้ายนิดเดียว เดินตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาทีก็จะถึง Yebisu Garden Place (เอบิซุ การ์เดนเพลส)

เที่ยวเก๋ไก๋ใจกลางโตเกียวในหนึ่งวันด้วยพาสสุดประหยัด รปปงหงิและอาซาบุจูบัง (Roppongi - Azabu-juban)

ถ้าเป็นคอเบียร์ต้องรู้จักชื่อเอบิซุแน่นอน เพราะนี่คือเบียร์เกรดพรีเมียมผลิตโดยบริษัทเบียร์ซัปโปโร พื้นที่ตรงนี้เดิมคือโรงงานผลิตเบียร์เอบิซุแห่งแรก ชื่อย่านเอบิซุนี้ก็มาจากโรงงานเบียร์เอบิซุนี่แหละ หลังจากนั้นได้เปลี่ยนจากโรงงานมาเป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์เอบิซุและอาคารมิกซ์ยูสที่มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย แน่นอนว่าต้องมีเบียร์สเตชั่น (Beer Station) ร้านอาหารสไตล์โรงเบียร์ที่เสิร์ฟอาหารอร่อยๆ เข้ากับเบียร์เอบิซุรสเยี่ยมด้วย

ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ยังเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางแสงไฟอิลลูมิเนชั่นยอดนิยม ก่อนจะไปชิบูย่าก็มาแวะถ่ายรูป ทานของอร่อยกันที่ Yebisu Garden Place กันได้นะ

สรุปการเดินทาง
ชินจูกุ → รปปงหงิ → BLUE BOTTLE COFFEE → 21_21 DESIGN SIGHT → FUJIFILM SQUARE → อาซาบุจูบัง → Tori soba Ichikoro 156 → DUMBO Doughnuts and Coffee → Yebisu Garden Place → ชิบูย่า

ค่าใช้จ่าย
ค่าเดินทาง : พาส Toei One-day Pass 700 เยน
ค่าอาหารและขนม : 3,645

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4,345 เยน

ดูข้อมูลเรื่องตั๋ว พาส และการเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน รถบัส และรถรางสายซากุระได้จากเว็บไซต์ทางการของ TOEI Transportation (ภาษาไทย)

Supported by Toei Transportation

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมลุ้นรับรางวัลฟรีกับ Greater Tokyo ได้ที่นี่

แท๊กเกี่ยวข้อง

Topics