บทความ

「นาริตะยะ」ร้านราเม็งฮาลาลสุดฮิตของชาวมุสลิมในอาซากุสะ

สถานที่
โตเกียว (Tokyo)
date

เพื่อนๆชอบทานราเม็งรสอะไรมากที่สุดกันบ้างเอ่ย?

ราเม็งในญี่ปุ่นมีหลากหลายรสชาติทั้งโชยุ, มิโซะ (เต้าเจี้ยว), ชิโอะ (เกลือ) และทงคตสึ (กระดูกหมู) โดยแต่ละร้านก็จำหน่ายราเม็งรสชาติแตกต่างกันไป

ราเม็งของญี่ปุ่นได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็จริง แต่เนื่องจากบางเมนูก็มีวัตถุดิบเป็นเนื้อหมูและเนื้อวัวด้วย บางคนจึงไม่สามารถรับประทานได้

แต่เมื่อไม่นานมานี้เราเพิ่งได้ยินข่าวมาว่าในย่านอาซากุสะมีร้านราเม็งฮาลาลที่ชาวมุสลิมก็สามารถทานได้ด้วยล่ะค่ะ! แล้วจะเป็นร้านแบบไหนกันนะ? เดี๋ยวเรามาแนะนำร้าน「นาริตะยะ」ในอาซากุสะกันเลยดีกว่า!

「นาริตะยะ」ร้านราเม็งฮาลาล

และสิ่งแรกที่ติดอยู่บนประตูทางเข้าร้านเลยก็คือ “ใบรับรองการรองรับฮาลาล” นั่นเอง

ส่วนผู้ออกใบรับรองให้ก็คือ「ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามในประเทศญี่ปุ่น」นั่นเอง องค์กรนี้มีบทบาทเพื่อเพิ่มความตระหนักถึงเรื่องอาหารการกินและเผยแพร่อาหารฮาลาลไปทั่วญี่ปุ่นรวมถึงทั่วโลกในฐานะที่เป็นเป้าหมายหนึ่งในการสงเคราะห์ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

เนื่องจากข้างๆมีกระดาษแปะเอาไว้ด้วยว่า「ยินดีต้อนรับเด็กเล็กเป็นอย่างยิ่ง!」จึงเป็นร้านที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่เป็นพ่อ-แม่พาลูกๆมาด้วยสุดๆ

ด้านหน้าร้านจำหน่ายสินค้าพวกเสื้อยืดและอื่นๆอีกมากมาย ใครถูกใจก็สามารถซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกได้ค่ะ

เมื่อเข้าร้านมาแล้วก็ซื้อตั๋วอาหารกันก่อนเลย

เมื่อเปิดประตูเข้าร้านมาแล้วก็จะเห็นตู้จำหน่ายตั๋วอาหารตั้งอยู่ทางซ้ายมือ หลังจากซื้อตั๋วอาหารตรงนี้เรียบร้อยแล้วก็ไปหาที่นั่งกันเลย (ในกรณีที่คนแน่นร้าน พนักงานร้านจะบอกให้รอซื้อตั๋วอาหารสักครู่)

ส่วนเมนูยอดฮิตอันดับ 1 ประจำร้านก็คือ「นาริตะยะมาเซโซบะพิเศษ」(1,200 เยน)นั่นเอง สำหรับมาเซโซบะแบบธรรมดาราคา 700 เยน

※ มาเซโซบะจะไม่มีน้ำซุปแตกต่างจากราเม็งทั่วไป

สำหรับใครที่อยากทานราเม็งทั่วไปก็ขอแนะนำเป็น「อาซากุสะราเม็งพิเศษ」(1,200 เยน)เลยค่ะ ในกรณีที่เป็นราเม็งธรรมดาราคา 700 เยน

และนี่ก็คือเมนูของร้านนาริตะยะ เนื่องจากทางร้านมีการเขียนภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย ถึงแม้จะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นก็สบายใจหายห่วงค่ะ

เมนูสำหรับเด็กก็มีนะ... 「ราเม็งสำหรับคุณหนู」(580 เยน)

ถ้าเกิดเราจ่ายเงินเพิ่ม (100 – 300 เยน) ก็จะสามารถเพิ่มท็อปปิ้ง เช่น ต้นหอมหรือไข่ ได้ด้วยล่ะค่ะ

แถมทางร้านยังมี「เครซี่ท็อปปิ้ง」(1,000 เยน)สำหรับใครที่อยากเพิ่มท็อปปิ้งเยอะเป็นพิเศษด้วยนะเนี่ย! แต่ถ้าถามว่ามัน “เครซี่” ขนาดไหนแล้วล่ะก็...ต้องมาพิสูจน์กันเองที่ร้านเลย

แจ้งทางร้านล่วงหน้าในกรณีที่ต้องการละหมาด

ชั้น 2 ของร้านนาริตะยะจัดเตรียมไว้เป็นห้องละหมาดด้วยล่ะค่ะ ในกรณีที่ต้องการละหมาดให้แจ้งทางร้านล่วงหน้าว่าจะละหมาดก่อนทานราเม็งหรือทานราเม็งก่อนแล้วค่อยละหมาด

และนี่ก็คือ “ห้องละหมาด” ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของร้านนั่นเอง แถมภายในห้องยังมีลูกศรชี้ทิศของเมืองเมกกะเอาไว้บนเพดานด้วยนะเนี่ย...สะดวกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

มาเซโซบะและราเม็งฮาลาล

หลังจากยื่นตั๋วอาหารให้พนักงานและรอประมาณ 5 นาที「มาเซโซบะพิเศษ」เมนูแนะนำประจำร้านก็มาเสิร์ฟแล้วล่ะค่ะ

“มาเซโซบะ” เป็นเมนูที่รับประทานโดยการใช้ตะเกียบคนวัตถุดิบ เส้น และซอสตรงก้นชามให้ผสมเข้ากันดีก่อนแล้วค่อยทาน ยังไงก็อย่าลืมคนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีก่อนนะคะ

และนี่ก็คือ「ราเม็งพิเศษ」นั่นเอง เอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปที่สกัดมาจากซุปดาชิไก่และเส้นเหนียวนุ่มน่ารับประทาน

สำหรับใครที่รู้สึกว่ายังเผ็ดไม่พอก็สามารถใส่เครื่องเทศในไหสีแดงเพื่อเพิ่มความเผ็ดได้

และใครที่ชอบกระเทียมก็สามารถใส่กระเทียมในไหสีน้ำเงินเพิ่มได้เช่นกัน

ส่วนไหสีน้ำเงินพาดขาวจะเป็นหอมใหญ่สด เราสามารถตักใส่ลงในมาเซโซบะเพื่อเพิ่มความเผ็ดให้พอดีกับที่ตัวเองชอบได้

บทส่งท้าย

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย? ร้านที่รองรับเมนูฮาลาลในโตเกียวนั้นยังมีอยู่น้อยมากเลยทีเดียว ถ้าเกิดใครอยากทานราเม็งในอาซากุสะล่ะก็ลองแวะมาที่「นาริตะยะ」ร้านราเม็งฮาลาลแห่งนี้กันดูนะคะ ^^

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ