บทความ

ไกด์แนะนำราเม็งญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม! วิธีสั่ง วิธีทาน ร้านค้าแนะนำ

date

ราเม็ง

เมื่อเอ่ยถึงเมนูเส้นของญี่ปุ่นแล้วก็ต้องนึกถึง “โซบะ” และ “ราเม็ง” กันอย่างแน่นอน

ถึงแม้จะเรียกโดยรวมว่าราเม็งก็จริง แต่ในปัจจุบันมีเมนูราเม็งเพิ่มขึ้นมามากมายหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ราเม็งที่ทานคู่กับน้ำซุปร้อนๆ, ราเม็งแบบเย็น, ราเม็งแบบไม่ใส่น้ำซุป ไปจนถึงราเม็งที่ทานคู่กับน้ำจิ้มร้อนๆเหมือนกับโซบะเลยทีเดียว

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับราเม็งที่มีประโยชน์สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นประเภทของราเม็ง, วิธีการทานราเม็ง และร้านราเม็งขึ้นชื่อกันค่ะ ^^

1.ประเภทของราเม็ง
2.ท็อปปิ้งใส่ราเม็ง
3.วิธีสั่งราเม็ง
4.วิธีรับประทานราเม็ง
5.19 ราเม็งท้องถิ่นในญี่ปุ่น
6.ร้านราเม็งท้องถิ่น
7.6 ร้านราเม็งระดับมิชลินสตาร์
8.5 ร้านราเม็งฮาลาล & มังสวิรัติ

ประเภทของราเม็ง

ชิโอะราเม็ง

“ชิโอะราเม็ง” คือ ราเม็งรสชาติเบาๆทานง่าย โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปใสซึ่งเป็นน้ำสต็อกที่สกัดมาจากกระดูกไก่และปลา (ปลานกกระจอก,นิโบชิ, ปลาโอแห้ง)

โชยุราเม็ง

“โชยุราเม็ง” คือ ราเม็งสูตรมาตรฐานรสชาติเข้มข้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของโชยุในน้ำซุปดาชิ ส่วนน้ำซุปเป็นน้ำสต็อกที่สกัดมาจากกระดูกไก่และปลาเหมือนกับรสชิโอะ แต่บางร้านก็ใช้กระดูกหมูแทน

มิโซะราเม็ง

“มิโซะราเม็ง” คือ ราเม็งรสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น(มิโซะ)ที่น้ำซุปทำมาจากซอสเต้าเจี้ยวสูตรออริจินอลของแต่ละร้าน เต้าเจี้ยวมีหลากหลายประเภทมากไม่ว่าจะเป็นเต้าเจี้ยวขาว, เต้าเจี้ยวแดง, เต้าเจี้ยวถั่ว, เต้าเจี้ยวบาร์เลย์ และเต้าเจี้ยวข้าว นอกจากนี้ก็ยังมีร้านจำหน่ายมิโซะราเม็งโดยเฉพาะด้วยนะเออ... ส่วนท็อปปิ้งก็มีให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน เช่น ข้าวโพดหวาน, เนย และผัดผัก เป็นต้น

ทงคตสึราเม็ง

“ทงคตสึราเม็ง” คือ ราเม็งที่ใช้น้ำซุปที่สกัดมาจากกระดูกหมู โดยมีกลิ่นคาวเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากราเม็งประเภทอื่นๆ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทุกเพศทุกวัย ส่วนน้ำซุปมีมากมายหลายรูปแบบตั้งแต่รสชาติเบาๆไปจนถึงรสชาติเข้มข้นเนื้อแน่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ บางร้านก็เอารสชาติต่างๆมาผสมผสานกันจนกลายเป็นเมนูแปลกใหม่อย่าง “โชยุทงคตสึ” และ “ชิโอะทงคตสึ” ด้วย

เส้นจะมีลักษณ์เรียวบางมาก ท็อปปิ้งส่วนมากมักจะหนีไม่พ้นต้นหอม, หมูชาชู, หน่อไม้ดอง, ถั่วงอก, เห็ดหูหนูสไลซ์บาง และขิงแดง

ทสึเคเมน

ทสึเคเมน」คือ ราเม็งที่รับประทานโดยการคีบเส้นไปจิ้มกับน้ำซุปปรุงรสรสชาติเข้มข้นเหมือนกับซารุโซบะ หลังจากต้มเส้นเสร็จเชฟจะใช้น้ำเย็นล้างเมือกลื่นๆออกไปและจัดเสิร์ฟบนกระด้งหรือชาม ส่วนลูกค้าอย่างเราๆมีหน้าที่ใช้ตะเกียบคีบเส้นจุ่มลงในน้ำซุปร้อนหรือน้ำซุปเย็นที่เสิร์ฟมาในภาชนะแยกรับประทาน

น้ำซุปของทสึเคเมนมีรสชาติหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นรสเปรี้ยว, รสหวาน และรสปลาป่น ส่วนเส้นจะมีลักษณะอวบใหญ่และส่วนมากมักจะมีปริมาณมากกว่าราเม็ง นอกจากนี้ น้ำซุปทสึเคเมนที่เหลือยังสามารถใช้ผสมกับน้ำซุปดื่มได้ด้วยนะเออ...

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「หรือราเมนจะเป็นแค่ของเลียนแบบ? วิธีการกินสึเคะเมนอย่างอร่อยและถูกวิธี

ท็อปปิ้งใส่ราเม็ง

・เมนมะ

“เมนมะ” คือ หน่อไม้ดองซึ่งมีรสสัมผัสกรึบๆช่วยยกระดับรสชาติของราเม็งให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ร้านราเม็งบางร้านก็ใช้หน่อไม้ดองแบบโฮมเมดด้วย

・ชาชู

“ชาชู” คือ เนื้อหมู (เช่น เนื้อส่วนท้องหมู, เนื้อหมูสันนอก) ตุ๋นซีอิ๊วญี่ปุ่น ส่วนมากมักจะมีรสโชยุ

・นารูโตะ

“นารูโตะมากิ” ที่เรียกว่า “นารูโตะ” คือ ลูกชิ้นปลาชนิดหนึ่งซึ่งพื้นที่หน้าตัดมีลวดลายคล้ายกับน้ำวน ว่ากันว่าตั้งชื่อมาจากน้ำวนนารูโตะ

・เนกิ (ต้นหอม)

ญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่นิยมใช้ท็อปปิ้งเป็น “อาโอเนกิ” ส่วนฝั่งคันโตนิยมใช้ “นางาเนกิ”

・นิตะมาโกะ

“นิตะมาโกะ” คือ ไข่ต้มปรุงรส ร้านราเม็งส่วนใหญ่นิยมปรุงรสไข่กึ่งสุกกึ่งดิบด้วยซอสสุดเอกลักษณ์ประจำของแต่ละร้าน บอกเลยว่าไข่แดงเยิ้มๆเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ

・โมยาชิ

“โมยาชิ” คือ ถั่วงอกซึ่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เช่น วิตามิน C เป็นต้น ญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกจะใช้ถั่วงอกลักษณะเรียวยาว แต่ญี่ปุ่นฝั่งคันโตจะใช้ถั่วงอกลักษณะอวบอ้วนรสสัมผัสกรึบๆ การที่ถั่วงอกของแต่ละพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกันเป็นอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว

・โคน (ข้าวโพด)

“โคน” คือ ท็อปปิ้งเมล็ดข้าวโพดหวาน โดยปกติแล้วนิยมใช้เป็นท็อปปิ้งสำหรับชิโอะราเม็งและมิโซะราเม็ง การใช้เมล็ดข้าวโพดหวานเป็นท็อปปิ้งราเม็งมีต้นกำเนิดมาจากซัปโปโรราเม็งนี่แหละ

・บัตต้า (เนย)

“บัตต้า” หรือเนยนำมาใช้เป็นท็อปปิ้งโดยการสไลซ์เป็นแผ่นใหญ่โปะหน้าราเม็งก่อนรับประทาน โดยขึ้นชื่อในฐานะที่เป็นท็อปปิ้งของซัปโปโรราเม็ง เช่น มิโซะราเม็งและชิโอะราเม็ง หลังจากนั้นก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ

・โนริ

“โนริ” คือ สาหร่ายทะเลอบแห้งแผ่นบางใหญ่ โดยมีกลิ่นหอมน่ารับประทานและรสสัมผัสกรุบกรอบ นอกจากนี้ก็ยังใช้เป็นวัตถุดิบห่อซูชิอีกด้วย เราจะได้เพลิดเพลินกับกลิ่นของโขดหินริมทะเลและแร่ธาตุสูง

・วากาเมะ

“วากาเมะ” คือ สาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่นำไปต้มโปะหน้าราเม็ง โดยเป็นสาหร่ายทะเลซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในหมู่คนญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมและรสสัมผัสกรึบๆเคี้ยวมัน แถมยังมีคุณค่าทางอาหารสูงอีกต่างหาก นอกจากนี้ก็ยังมีราเม็งที่ใช้ส่วนแกนของวากาเมะซึ่งเรียกว่า “คุคิวากาเมะ” ด้วย โดยมีรสสสัมผัสกรึบๆอร่อยไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ

・เบนิโชกะ

“เบนิโชกะ” หรือขิงแดงนับเป็นท็อปปิ้งที่ขาดไม่ได้ของทงคตสึราเม็งเลยก็ว่าได้ โดยเป็นขิงดองเกลือหรือขิงตากแห้งแช่น้ำหมักบ๊วยเค็ม เบนิโชกะนับเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในญี่ปุ่นซึ่งนำมาใช้ทั้งในเมนูทาโกะยากิ, โอโคโนะมิยากิ และยากิโซบะด้วย

・คิคุราเกะ

“คิคุราเกะ” คือ เห็ดหูหนูสีดำซึ่งขึ้นตามท่อนไม้หักโค่นหรือกิ่งไม้แห้งตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วง โดยนิยมรับประทานกันตามประเทศแถบเอเชียตะวันออก

วิธีสั่งราเม็ง

วิธีสั่งราเม็งมีทั้งหมด 2 รูปแบบด้วยกันประกอบด้วยการสั่งราเม็งโดยตรงจากพนักงานเหมือนกับร้านอาหารทั่วไปและการสั่งโดยซื้อตั๋วอาหาร ในกรณีที่เป็นตั๋วอาหารจะมีตู้จำหน่ายตั๋วตั้งเอาไว้ให้บริการอยู่ภายในร้าน โดยให้เรากดเลือกเมนูจากตู้แทนหนังสือเมนูและซื้อตั๋วอาหารจากตรงนี้นี่เอง

ส่วนการสั่งอาหารเพิ่มนั้นบางร้านก็สามารถสั่งเพิ่มจากที่นั่งได้เลยโดยจ่ายเพิ่มเป็นเงินสดเอา ส่วนบางร้านก็ต้องเดินไปซื้อตั๋วอาหารเพิ่มที่ตู้เอาเอง เราจึงจำเป็นต้องดูเมนูตอนซื้อตั๋วอาหารและตัดสินใจเลือกให้ดี เนื่องจากบางร้านทงคตสึราเม็งก็มีบริการเพิ่มเฉพาะเส้นที่เรียกว่า “คาเอดามะ” มาเป็นเซ็ตคู่กับตั๋วอาหารตั้งแต่แรกด้วย จึงควรระวังให้ดี

วิธีรับประทานราเม็ง

การทานราเม็งไม่ได้มีแบบแผนตายตัวอะไรก็จริง แต่ก็มัข้อควรระวังและวิธีการรับประทานแนะนำอยู่เหมือนกัน

รีบรับประทานก่อนเส้นอืด

ถ้าเกิดทิ้งเอาไว้นานจนเส้นราเม็งอืดอาจทำให้เสียรสชาติได้ จึงควรรีบทานให้หมดก่อนเส้นอืด

ซู้ดเส้นดังๆก็ได้ไม่มีใครว่า

นอกจากนี้ การซู้ดเส้นเสียงดังในญี่ปุ่นก็ยังเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่เรื่องเสียมารยาทอะไรอีกด้วย ว่ากันว่าการซู้ดเส้นเสียงดังจะทำให้สัมผัสถึงรสชาติของน้ำซุปและรู้สึกว่าอร่อยยิ่งขึ้นนั่นเอง

ทานทั้งเส้นและน้ำซุปไปพร้อมๆกัน

การทานราเม็งขอแนะนำให้ลิ้มลองเส้นและน้ำซุปไปพร้อมๆกันเลยจ้า... เมื่อคีบเส้นราเม็งขึ้นมา น้ำซุปย่อมติดเส้นขึ้นมาด้วย ถ้าเกิดน้ำซุปหมดก่อนอาจทำให้ทานเส้นที่เหลือไม่อร่อยก็ได้

ลองเติมเครื่องเทศที่ชอบดูบ้าง

ร้านราเม็งส่วนใหญ่มักจะตั้งเครื่องปรุงหรือของดองเอาไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นพริกไทย, น้ำมันงารสเผ็ด, กระเทียม, พริก, น้ำส้มสายชู และขิงแดง เป็นต้น ทำให้เราสามารถลองปรุงราเม็งได้ตามใจชอบ คงสนุกไม่น้อยถ้าเกิดระหว่างทานราเม็งลองเติมเครื่องเทศเพื่อเพลิดเพลินกับรสชาติใหม่ๆดูบ้าง

บางร้านก็ไม่สามารถเพิ่มเส้นได้

ฮากาตะราเม็งมีบริการเพิ่มเฉพาะเส้นที่เรียกว่า “คาเอดามะ” ในกรณีที่ต้องการสั่งเส้นเพิ่มขอแนะนำให้สั่งตอนทานเส้นหมดไปแล้วครึ่งหนึ่งเลยค่ะ แล้วก็ควรระวังอย่าลืมเหลือน้ำซุปเอาไว้ด้วยเนอะ

ส่วนร้านทั่วไปนอกจากฮากาตะราเม็งโดยปกติแล้วไม่สามารถสั่งเส้นเพิ่มได้ สำหรับใครที่อยากทานเยอะๆจึงขอแนะนำให้สั่งราเม็งแบบ “โอโมริ (ชามใหญ่)” หรือสั่งเมนูเครื่องเคียงเพิ่มเติมจะดีที่สุด

19 ราเม็งท้องถิ่นในญี่ปุ่น

1. “ซัปโปโรราเม็ง” ฮอกไกโด

“ซัปโปโรราเม็ง” คือ ราเม็งที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองซัปโปโรซึ่งติด 1 ใน 3 ราเม็งของญี่ปุ่น โดยมาตรฐานแล้วจะใช้น้ำซุปสกัดจากกระดูกหมูสีใสและปรุงรสด้วยโชยุ, ชิโอะ และมิโซะแตกต่างจากทงคตสึของฮากาตะ เส้นมีลักษณะอวบใหญ่เป็นลอนคลื่น ส่วนท็อปปิ้งมีให้เลือกเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็นผัดผัก, ข้าวโพด, เนื้อมิโซะ, วากาเมะ หรือเนย เป็นต้น แถมยังมีราเม็งใส่ปูด้วยนะเออ...

2. “ฮาโกดาเตะราเม็ง” ฮอกไกโด

“ฮาโกดาเตะราเม็ง” คือ ชิโอะราเม็งเมืองฮาโกดาเตะ แถวฮาโกดาเตะเรียกกันว่า “ราเม็ง” หรือ “ชินะโซบะ” น้ำซุปทำมาจากซุปดาชิสกัดจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ผสมซอสเกลือ น้ำซุปมีสีใส เส้นมีลักษณะตรง-อวบปานกลาง ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งชาชู, หน่อไม้ดอง, ต้นหอม, ผักขม, ข้าวโพด, ฟุ และนารูโตะ

3. “อาซาฮิกาวะราเม็ง” ฮอกไกโด

“อาซาฮิกาวะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ภายในเมืองอาซาฮิกาวะ น้ำซุปโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นน้ำสต็อกที่สกัดมาจากปลา, กระดูกหมู และกระดูกไก่รสโชยุ โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่มีน้ำมันหมูลอยอยู่บนผิวน้ำซุป ทำให้น้ำซุปไม่เย็นชืดจากอากาศหนาวในฤดูหนาวนี่แหละ บอกเลยว่ารสชาติเข้มข้นสุดๆ โดยมีร้านขึ้นชื่อเป็น “ราเม็งซันโตกะ” ในอาซาฮิกาวะซึ่งมีสาขาทั่วญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้ำซุปเป็นซุปทงคตสึสีขาวขุ่น รสชาติเบาๆทานง่าย และมีไฮไลท์เป็นท็อปปิ้งบ๊วยลูกเล็ก

4. “โยเนะซาวะราเม็ง” จ.ยามากาตะ

“โยเนะซาวะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในโยเนะซาวะซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่เส้นบางเป็นลอนคลื่นและน้ำซุปรสโชยุรสชาติเบาๆทานง่าย ร้านราเม็งส่วนใหญ่ใช้น้ำซุปที่สกัดมาจากผัก, กระดูกไก่ และปลานิโบชิ ชาวโยเนะซาวะไม่ได้เรียกว่า “ราเม็ง” แต่เรียกกันว่า “จูกะโซบะ”

5. “ชิราคาวะราเม็ง” ฟุกุชิมะ

“ชิราคาวะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในเมืองชิราคาวะ

โดยเป็นราเม็งที่มีต้นกำเนิดมาจาก “Tora Shokudo (โทระ โฉะคุโด)” ในเมืองชิราคาวะซึ่งเป็นโชยุราเม็งที่สกัดมาจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ เอกลักษณ์ของมันอยู่ที่น้ำซุปใสและเส้นกว้างเป็นลอนคลื่นนี่แหละ ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งต้นหอม, ชาชู, หน่อไม้ดอง, นารูโตะ และผักขม

6. “คิตะกาตะ” จ.ฟุกุชิมะ

“คิตะกาตะ” คือ ราเม็งท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองคิตะกาตะซึ่งเป็น 1 ใน 3 ราเม็งของญี่ปุ่น น้ำซุปดาชิส่วนใหญ่แล้วเป็นรสโชยุซึ่งสกัดมาจากปลานิโบชิหรือกระดูกหมู นอกจากนี้ บางร้านก็ยังจำหน่ายราเม็งรสชิโอะและรสมิโซะด้วย โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่เส้นแบนอวบเป็นลอนคลื่น ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งชาชู, ต้นหอม, หน่อไม้ดอง และนารูโตะ เป็นต้น

7. “ซาโนะราเม็ง” จ.โทจิกิ

“ซาโนะราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในเมืองซาโนะ โดยเป็นราเม็งขึ้นชื่อเรื่องการใช้ไม้ไผ่ลำอวบนวดเส้น น้ำซุปดาชิมีทั้งสกัดมาจากกระดูกไก่และกระดูกหมูขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน แต่ไม่ว่าจะสกัดมาจากอะไรก็เป็นรสโชยุเข้มข้นแสนอร่อยเหมือนกันหมด ส่วนเส้นก็มีทั้งแบบเหนียวนุ่ม, อวบปานกลาง, เรียวบาง และแบนขึ้นอยู่กับแต่ละร้านเช่นเดียวกัน ท็อปปิ้งมีทั้งชาชู, ต้นหอม, นารูโตะ และหน่อไม้ดอง

8. “โตเกียวราเม็ง” โตเกียว

“โตเกียวราเม็ง” นี้ขึ้นชื่อเรื่องโชยุราเม็งเลยจ้า... น้ำซุปสกัดมาจากปลานิโบชิหรือผักโดยใช้กระดูกไก่เป็นหลัก น้ำซุปรสโชยุและเส้นบางระดับปานกลางมีลักษณะเป็นลอนคลื่นนับเป็นมาตรฐานของราเม็งญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยมีชื่อเรียกทั้ง “จูกะโซบะ” “ชินะโซบะ” และ “โชยุราเม็ง” เมื่อเอ่ยถึงราเม็งโดยทั่วไปแล้ว ในโตเกียวมักจะหมายถึงโชยุราเม็งมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อนแล้วล่ะค่ะ ^^

9. “โยโกฮาม่าอิเอะเคราเม็ง” จ.คานากาว่า

บางครั้งก็เรียกกันว่า “อิเอะเค” เนื่องจากส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นมักจะตั้งชื่อร้านค้าว่า「~家 (ยะ)」จึงเรียกกันว่า “อิเอะเค”

โดยใช้น้ำซุปที่สกัดมาจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ปรุงรสโชยุซึ่งเรียกว่า “ทงคตสึโชยุเบส” เส้นมีลักษณะอวบใหญ่ ส่วนท็อปปิ้งมีทั้งผักขม, ชาชู และสาหร่ายทะเล

10. “ทาคายาม่าราเม็ง” จ.กิฟุ

“ทาคายาม่าราเม็ง” คือ ราเม็งที่สามารถหาทานได้ในเมืองทาคายาม่า บางครั้งก็เรียกกันว่า “ฮิดะราเม็ง” น้ำซุปสกัดมาจากปลาโอแห้งและผักโดยใช้กระดูกไก่เป็นหลัก

ราเม็งโดยทั่วไปแล้วจะผสมซอสที่เรียกว่า “คาเอชิ” เข้ากับน้ำซุปก็จริง แต่สำหรับทาคายาม่าราเม็งนั้นมีเอกลักษณ์อยู่ที่ปรุงรสน้ำซุปและนำไปต้มแบบโต้งๆเลยนี่แหละ น้ำซุปใสรสโชยุสไตล์ญี่ปุ่นมีรสชาติเข้มข้น ส่วนเส้นมีลักษณะแบนเรียวบางเป็นลอนคลื่น ท็อปปิ้งประกอบด้วยต้นหอม, ชาชู, หน่อไม้ดอง และนารูโตะ ทาคายาม่าราเม็งมีความใกล้เคียงกับโชยุราเม็งมาตรฐานมากทีเดียว

11. “เกียวโตราเม็ง” เกียวโต

นับเป็นเรื่องน่าตกใจที่ราเม็งก็ได้รับความนิยมแม้กระทั่งในเมืองเก่าอย่างเกียวโต “เกียวโตราเม็ง” มีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปรสชาติเข้มข้นแตกต่างจากภาพลักษณ์ของชาวเมืองโตเกียวที่ชื่นชอบอาหารรสชาติเบาๆ น้ำซุปเข้มข้นรสโชยุสกัดมาจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่และผัก เส้นมีลักษณะตรง-อวบปานกลาง ส่วนท็อปปิ้งมีมากมายหลายแบบขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน

เมื่อเอ่ยถึงร้านจำหน่ายเกียวโตราเม็งขึ้นชื่อแล้วก็ต้องยกให้ “Tenka ippin (เท็งกะอิปปิน)” เลยค่ะ โดยมีเมนูยอดนิยมเป็นโชยุราเม็งรสชาติเข้มข้น

12. “วากายาม่าราเม็ง” จ.วากายาม่า

“วากายาม่าราเม็ง” คือ ราเม็งท้องถิ่นที่สามารถหาทานได้ตามโรงอาหารหรือร้านราเม็งทางตอนเหนือของจ.วากายาม่า โดยสามารถเรียกได้ทั้ง “จูกะโซบะ” และ “จูกะ” น้ำซุปเป็นรสทงคตสึโชยุ เส้นมีลักษณะตรง-เรียวบาง ส่วนท็อปปิ้งประกอบด้วยต้นหอมอาโอเนกิ, หน่อไม้ดอง, ชาชู และลูกชิ้นปลาที่เรียกว่า “จิโยมากิ”

13. “โอโนมิจิราเม็ง” จ.ฮิโรชิม่า

“โอโนมิจิราเม็ง” คือ ราเม็งท้องถิ่นทางฝั่งตะวันออกของจ.ฮิโรชิม่าภายในเมืองโอโนมิจิ ถึงแม้ว่าแต่ละร้านจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้วัตถุดิบเป็นปลาตัวเล็กตากแห้งที่เรียกว่า “อิริโกะ” และน้ำซุปรสโชยุสกัดมาจากกระดูกไก่ เส้นมีลักษณะแบนรสสัมผัสกรึบๆโรยหน้าด้วยต้นหอมอาโอเนกิ, ชาชู หน่อไม้ดอง และเนื้อมันส่วนหลังหมูบดชิ้นโต

14. “ฮิโรชิม่าราเม็ง” จ.ฮิโรชิม่า

“ฮิโรชิม่าราเม็ง” คือ โชยุทงคตสึราเม็งที่สามารถหาทานได้ภายในเมืองฮิโรชิม่าและบริเวณโดยรอบ น้ำซุปสกัดมาจากกระดูกหมู, กระดูกไก่ หรือผักจนมีสีขาวขุ่นและปรุงรสด้วยซอสโชยุจนมีสีราวกับกาแฟนมรสชาติเบาๆทานง่ายโดยไม่มีกลิ่นคาวของกระดูกหมูมากวนใจ ตั้งแต่ทางตอนกลางไปจนถึงฝั่งตะวันออกของจ.ฮิโรชิม่าส่วนใหญ่จะเป็นโอโนมิจิราเม็งและฟุคุยามะราเม็งซึ่งมีรสชาติและเส้นแตกต่างจากฮิโรชิม่าราเม็ง

15. “คุรุเมะราเม็ง” จ.ฟุกุโอกะ

“คุรุเมะราเม็ง” คือ ราเม็งเส้นตรงเรียวบางในน้ำซุปทงคตสึสีขาวขุ่นซึ่งสามารถหาทานได้ภายในเมืองคุรุเมะ โดยเป็นเมนูที่เกิดมาจากความผิดพลาดที่ว่าต้มนานเกินไปจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวขุ่น

เมนูนี้ขึ้นชื่อเรื่องการใส่กระดูกหมูป่นซึ่งช่วยยกระดับรสชาติราเม็งให้อร่อยมากยิ่งขึ้น จึงมีเอกลักษณ์อยู่ที่มีกระดูกป่นจมอยู่ก้นน้ำซุปนี่แหละ แม้ในปัจจุบันก็สามารถลิ้มลองเมนูทงคตสึราเม็งสูตรต้นตำรับได้ที่ Nankinsenryou (นันคินเซ็นเรียว) ร้านแผงลอยด้านหน้าสถานีคุรุเมะ Nishitetus ช่วงนี้มีร้านค้าที่จำหน่ายราเม็งในน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่นแต่ไม่มีกลิ่นคาวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

16. “ฮากาตะราเม็ง” จ.ฟุกุโอกะ

“ฮากาตะราเม็ง” คือ ราเม็งเส้นตรง-เรียวบางมากในน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่นที่สามารถหาทานได้ภายในเมืองฟุกุโอกะ โดยเป็น 1 ใน 3 ราเม็งของญี่ปุ่น เมนูนี้นับเป็นเมนูพื้นฐานของร้านราเม็งแผงลอยก็จริง แต่ก็มีจำหน่ายตามร้านแฟรนไชส์ราเม็งมากมายเช่นเดียวกัน

หลังจากยุครุ่งเรืองของทงคตสึราเม็งเป็นต้นมา เมื่อเอ่ยถึง “ฮากาตะราเม็ง” ส่วนใหญ่แล้วมักหมายถึง “ทงคตสึราเม็ง” นี่แหละ โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่น เส้นเรียวบางมาก และมีบริการ “คาเอดามะ” เพิ่มเฉพาะเส้น บนโต๊ะจะมีการจัดเตรียมทั้ง “ซอสปรุงรสราเม็ง” “ขิงแดง” “พริกไทย” และ “ผักกาดดองรสเผ็ด” สำหรับใส่ในน้ำซุปที่เจือจางลงหลังการสั่งเส้นเพิ่มเอาไว้ด้วย เราจึงสามารถเปลี่ยนรสชาติได้ตามใจชอบเลยจ้า... ร้านราเม็งส่วนใหญ่จำหน่ายทงคตสึราเม็งแบบไม่มีกลิ่นคาวมากกว่าคุรุเมะราเม็ง ฮากาตะราเม็งนี้มีร้านขึ้นชื่อเป็น「Hakata Ippudo (ฮากาตะ อิปปูโด)」และ「Ichiran (อิจิรัน)」ซึ่งขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่น, อเมริกาเหนือ และเอเชีย ทำให้เป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลกเลยทีเดียว

17. “คุมาโมโตะราเม็ง” จ.คุมาโมโตะ

"คุมาโมโตะราเม็ง” ก็เป็นหนึ่งในทงคตสึราเม็งเช่นเดียวกัน โดยเป็นราเม็งที่มีต้นกำเนิดมาจากคุรุเมะผ่านเมืองทามานะ จ.คุมาโมโตะมาแพร่หลายที่เมืองคุมาโมโตะและบริเวณโดยรอบ โดยนิยมใช้เส้นค่อนข้างอวบหนากว่าคุรุเมะราเม็งและน้ำซุปดาชิที่สกัดมาจากกระดูกหมูและกระดูกไก่ นอกจากนี้ก็ยังมีเอกลักษณ์อยู่ที่ใช้ท็อปปิ้งเป็นกระเทียมกรอบและซอสสีดำกลิ่นหอมที่เรียกว่า “มายุ” อีกด้วย

18. “โทคุชิม่าราเม็ง” จ.โทคุชิม่า

“โทคุชิม่าราเม็ง” คือ ราเม็งท้องถิ่นของจ.โทคุชิม่าซึ่งเรียกกันว่า “จูกะโซบะ” และ “โซบะ”

“โทคุชิม่าราเม็ง” มีทั้งหมด 3 แบบด้วยกันประกอบด้วย “ชาเค(แบบสีน้ำตาล)” ราเม็งรสโชยุเข้มข้นที่สกัดมาจากกระดูกหมู, “โคเค(แบบสีเหลือง)” ราเม็งสีเหลืองทองใสของโชยุและโชยุขาวรสชาติเบาๆที่สกัดมาจากกระดูกไก่ และ “ฮัคเค(แบบสีขาว)”” ราเม็งสีใกล้เคียงกับทงคตสึราเม็งปรุงรสโชยุหรือโชยุขาวรสชาติเบาๆที่สกัดมาจากกระดูกหมู

19. “คาโกชิม่าราเม็ง” จ.คาโกชิม่า

“คาโกชิม่าราเม็ง” คือ ทงคตสึราเม็งที่ว่ากันว่าไม่ได้รับอิทธิพลจากคุรุเมะราเม็งหนึ่งเดียวในคิวชู น้ำซุปทงคตสึสกัดมาจากกระดูกไก่และผัก รวมถึงของแห้งอย่างปลานิโบชิหรือเห็ดหอมแห้งให้รสชาติเข้มข้นถึงใจ เส้นส่วนใหญ่จะมีลักษณะอวบปานกลางสีขาวโพลน โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่ทั้งเส้นและน้ำซุปจะมีลักษณะแตกต่างกันตามแต่ละร้านนี่แหละ ถึงแม้จะเป็นน้ำซุปทงคตสึ แต่กลับมีรสชาติเบาๆและไม่ได้มีสีขาวขุ่น

แหล่งรวมร้านราเม็งท้องถิ่น

Shin-Yokohama Ramen Museum (พิพิธภัณฑ์ราเม็งชินโยโกฮาม่า)

Shin-Yokohama Ramen Museum (พิพิธภัณฑ์ราเม็งชินโยโกฮาม่า) แหล่งรวมราเม็งท้องถิ่นขึ้นชื่อจากทั่วญี่ปุ่นแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าขึ้นชื่อจากทั่วญี่ปุ่นกว่า 10 ร้านด้วยกัน เนื่องจากมีการแนะนำร้านค้าที่มาออกร้านเอาไว้ในโฮมเพจ Facebook, Twitter และ Instagram ทางการ สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่วงหน้ากันได้เลยจ้า...

เว็บไซต์หลัก : http://www.raumen.co.jp/

Shin-Yokohama Ramen Museum

ดูแผนที่และข้อมูล
museum

Tokyo Ramen Kokugikan Mai (โตเกียว ราเม็ง โคคุกิคัง ไม)

Tokyo Ramen Kokugikan Mai (โตเกียว ราเม็ง โคคุกิคัง ไม) ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5F ของ AQUA CiTY ODAIBA แห่งนี้เป็นแหล่งที่สามารถหาทานราเม็งท้องถิ่นได้อย่างง่ายดายภายในโตเกียว โดยมีการออกร้านราเม็งขึ้นชื่อจากทั่วญี่ปุ่นภายในระยะเวลาจำกัด เอกลักษณ์ของที่นี่อยู่ที่การจำหน่ายเมนูออริจินอลที่ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหนในโลกนี่แหละ โดยมีแนะนำร้านค้าเอาไว้ในโฮมเพจและ Facebook ทางการเช่นเดียวกัน

เว็บไซต์หลัก:http://www.aquacity.jp/tokyo_ramen_kokugikan/

Tokyo Ramen Kokugikan Mai

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

6 ร้านราเม็งระดับมิชลินสตาร์

Japanese Soba Noodles Tsuta (ทสึตะ)

Tsuta (ทสึตะ) ที่มีสาขาในสุกาโมะ เขตโทโยชิมะแห่งนี้เป็นร้านราเม็งขึ้นชื่อที่คว้ารางวัลมิชลินสตาร์มาได้แห่งแรกในโลก เนื่องจากมีผู้คนมายืนรอต่อแถวหน้าร้านกันมากมายจนรบกวนบริเวณข้างเคียง ในปัจจุบันจึงกลายเป็นระบบแจกบัตรคิวไปในที่สุด โดยมีเสน่ห์อยู่ที่ภายในร้านเรียบหรูดูดีราวกับเป็นภัตตาคารสุดหรูเลยนี่แหละ

ส่วนเมนูก็มีให้เลือกอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นโชยุ, ปลานิโบชิ, มิโซะ, ชิโอะ และเรดชิลลี่ (รสเผ็ดจากมะเขือเทศและพริก) โชยุราเม็งมีจุดเด่นทั้งด้านความอร่อยและรูปร่างหน้าตาน่ารับประทาน จึงขอแนะนำเลยว่าห้ามพลาดจ้า...

เว็บไซต์หลัก : http://ameblo.jp/yuki-onishi/

Tsuta

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

ร้านราเม็งระดับดาวชมเชย

นอกจากนี้ มิชลินไกด์ก็ยังมีระดับ “Bib Gourmand” สำหรับร้านอาหารที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคาและจำหน่ายอาหารคุณภาพดีด้วย เดี๋ยวเรามาแนะนำร้านราเม็งที่ได้รับรางวัลนี้กันหน่อยดีกว่าค่ะ ^^

Chuukasoba Aoba (จูกะโซบะ อาโอบะ) สาขานากาโนะ

Chuukasoba Aoba (จูกะโซบะ อาโอบะ) คือ ร้านราเม็งซึ่งเป็นต้นตำรับของดับเบิลซุปที่ผสมผสานระหว่างกระดูกหมูและปลา โดยมีรสชาติเบาๆไม่หนักท้อง จูกะโซบะมีราคา 650 เยน~ ทสึเคเมนราคา 700 เยน~ โดยเราสามารถเพิ่มเงินอีกเพียง 200 เยนเพื่ออัพเป็นเมนูพิเศษที่ใส่วัตถุดิบทุกอย่างได้ด้วยนะจ๊ะ... ในโตเกียวมีทั้งหมด 11 สาขา เช่น นากาโนะ, ชินจุกุ, อิเคะบุคุโระ, โอคาชิมาจิ และอื่นๆ ส่วนนอกโตเกียวมีทั้งในจ.คานากาว่าและจ.ไซตามะ สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จาก เว็บไซต์หลัก

เว็บไซต์หลัก : http://www.nakano-aoba.jp/

Aoba

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

Ishin (อิชิน)

Ishin (อิชิน) คือ ร้านราเม็งที่สามารถเพลิดเพลินกับราเม็งน้ำซุปที่สกัดมาจากกระดูกไก่ “ซันซุยจิโดริ” ของโอกายาม่าและน้ำซุปปลานิโบชิได้

น้ำซุปกระดูกไก่มีทั้งหมด 2 แบบด้วยกันประกอบด้วยรสโชยุและรสชิโอะ เมนูโชยุราเม็งพื้นฐานราคา 750 เยน โดยมีราคาแตกต่างกันไปตามท็อปปิ้ง เช่น ไข่ต้มปรุงรส, วันตัน และชาชู เป็นต้น ส่วนเมนูโชยุราเม็งพิเศษที่ใส่วัตถุดิบทุกอย่างมีราคาสุดคุ้มเพียง 980 เยนเท่านั้น แถมยังมีรสยูซุชิโอะอีกด้วย เมนูนิโบชิราเม็งราคา 750 เยน ทสึเคเมนราคา 800 เยน~ และอาบูระโซบะราคา 780 เยน เมนูมื้อกลางวันจำหน่ายข้าวหน้าเนื้อและข้าวหน้าไก่ในราคาเพียง 150 เยน

เว็บไซต์หลัก : http://ameblo.jp/ishinkouta/

Menya Ishin

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

Ginza Kagari (กินซ่าคาการิ) สาขากินซ่า

Ginza Kagari (กินซ่าคาการิ) ดูจากลักษณะภายนอกร้านแล้วดูเหมือนร้านซูชิสุดหรูมากกว่าจะเป็นร้านราเม็ง การสั่งอาหารไม่ใช้แบบซื้อตั๋วอาหาร แต่ต้องสั่งจากพนักงานร้านโดยตรง น้ำซุปกระดูกไก่สีขาวขุ่นมีรสหวานของผักทำให้นึกถึงซุปผักรสชาติเข้มข้นเลยทีเดียว โทริไพตัน SOBA ราคา 650 เยน ทสึเคะ SOBA ราคา 980 เยน

Ginza Kagari Honten

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

Mensakedokoro Burari (เมนซาเคะโดโคโระ บุราริ)

Mensakedokoro Burari (เมนซาเคะโดโคโระ บุราริ) คือ ร้านสุดเอกลักษณ์ที่ชั้น 1F เป็นร้านราเม็ง ส่วนชั้น 2F เป็นร้านกินดื่ม โดยมีเมนูขึ้นชื่อเป็นราเม็งซุปกระดูกไก่รสชาติเบาๆแต่นุ่มลึก เอกลักษณ์ของมันอยู่ที่น้ำซุปสีเหลืองทองใสนี่แหละ โทริโซบะ 700 เยน โทริไพตันราเม็ง 820 เยน และโทริไพตันทสึเคเมน 870 เยน

Mensho Burari

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

Mugito oribu (มูกิโตะโอรีบุ)

Mugito oribu (มูกิโตะโอรีบุ) คือ ร้านราเม็งที่สามารถเลือกเมนูได้จากน้ำซุป 3 ประเภทด้วยกันประกอบด้วยน้ำซุปกระดูกไก่รสโชยุ, น้ำซุปหอยกาบ 100% และน้ำซุปแบบทริปเปิลผสม 2 อย่างแรกกับปลานิโบชิ โทริ (ไก่) SOBA ราคา 880 เยน, ฮามากุริ (หอยกาบ) SOBA ราคา 980 เยน, โทริ・นิโบชิ・ฮามากุริ SOBA ราคา 980 เยน

Twitter ทางการ : https://twitter.com/mugiori

Mugi to Olive

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

4 ร้านราเม็งฮาลาล & มังสวิรัติ

Naritaya (นาริตะยะ)

Naritaya (นาริตะยะ) คือ ร้านจำหน่ายมาเซโซบะและราเม็งฮาลาลที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ “มาเซโซบะ” ใส่เนื้อไก่มาแบบเน้นๆซึ่งรับประทานโดยการคนซอสกับวัตถุดิบทุกอย่างเข้าด้วยกัน ส่วนราเม็งรสโชยุสกัดมาจากกระดูกไก่ใช้เส้นรสสัมผัสเหนียวนุ่ม ภายในร้านมีการจัดเตรียมห้องละหมาดเอาไว้ให้ด้วยนะเออ... มาเซโซบะราคา 700 เยน วันอังคาร・วันพุธราคา 500 เยน ราเม็งจูโมริ(ไซส์ใหญ่)ราคา 700 เยน

ที่อยู่ : 2 Chome-7-13 Asakusa, Taito-ku, Tokyo-to
เบอร์โทรศัพท์ : 03-4285-9806
เว็บไซต์หลัก : http://www.fellowscompany.jp/naritaya

Naritaya Halal Ramen Shop

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

T's TanTan (ตันตัน)

T's TanTan (ตันตัน) คือ ร้านราเม็งมังสวิรัติที่ตั้งอยู่ภายในสถานีโตเกียว ที่นี่ใช้เฉพาะวัตถุดิบมังสวิรัติเท่านั้นโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์หรือปลาเลย เมนูเกี๊ยวซ่าและไก่คาราอาเกะทั้งหมดทำมาจากถั่วเหลือง T's TanTan Plain ราคา 800 เยน

ที่อยู่ : JR Tokyo Station 1F Yaesu Minami Gate, 1 Chome-9-1 Marunouchi, Chiyoda-ku, Tokyo-to
เบอร์โทรศัพท์ : 03-3218-8040
เว็บไซต์หลัก : http://ts-restaurant.jp/

T's TanTan (Tokyo Station Keiyo Street)

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

Soranoiro (โซระโนะอิโระ)

Soranoiro (โซระโนะอิโระ) คือ ร้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Tokyo Metro Yurakucho Line「Kojimachi Station」โดยเราสามารถหาทานโซบะมังสวิรัติที่ไม่ใช้วัตถุดิบเป็นเนื้อสัตว์ได้ที่นี่เลย ส่วนเส้นมีทั้งเส้นหมี่ขาวปราศจากกลูเตนและเส้นโซบะมังสวิรัติแบบแบนผสมปาปริก้า น้ำซุปผสมผสานระหว่างน้ำซุปผักหอมใหญ่กับกะหล่ำปลีและพูเรซึ่งทำมาจากแครอท, มะเขือเทศ และหอมใหญ่เคลือบน้ำมันโอลีฟแช่เย็น ส่วนท็อปปิ้งก็คล้ายกับสลัดทั่วไป เมนูโซบะมังสวิรัติใส่ผักตามฤดูกาลราคา 800 เยน

ที่อยู่ : Blue Building 1B, 1 Chome-3-10 Hirakawacho, Chiyoda-ku, Tokyo-to
เบอร์โทรศัพท์ : 03-3263-5460
เว็บไซต์หลัก : http://soranoiro-vege.com/

Soranoiro

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

Menyakaijin (เมนยะไคจิน) สาขาชินจุกุ

Menyakaijin (เมนยะไคจิน) คือ ร้านชิโอะราเม็งที่ตั้งอยู่ใกล้กับ JR Shinjuku Station โดยขึ้นชื่อเรื่องชิโอะราเม็งปรุงรสน้ำซุปดาชิที่สกัดมาจากอาระ(เนื้อและกระดูกที่เหลือจากการแล่)ของปลาย่างไฟสดใหม่ด้วยซอสเกลือสูตรพิเศษ เราสามารถลิ้มลองราเม็งฮาลาลได้ที่นี่เลยจ้า...

ที่อยู่ : SanrakuBuilding 2F, 3 Chome-35-7 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo-to
เบอร์โทรศัพท์ : 03-3356-5658
เว็บไซต์หลัก : http://www.localplace.jp/t100117071/

Menya Kaijin

ดูแผนที่และข้อมูล
restaurant

บทส่งท้าย

เนื่องจากในญี่ปุ่นเต็มไปด้วยร้านราเม็งทั่วทุกแห่ง ดังนั้น ถ้าเกิดใครตั้งใจว่าจะเดินทางมาลิ้มลองราเม็งที่ญี่ปุ่นจะต้องเลือกร้านกันจนตาลายอย่างแน่นอน แถมแต่ละร้านก็ยังมีรสชาติ, วิธีทาน และวิธีสั่งแตกต่างกันออกไปอีกด้วย ก่อนอื่นจึงขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลจากบทความนี้ก่อนแล้วค่อยหาร้านราเม็งที่ถูกใจกันดูนะคะ ^^

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ