เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

เมืองโทโยตะในจังหวัดไอจิเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งรถยนต์ แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมอาหารหมักและการผลิตเหล้าสาเกเฟื่องฟู อีกทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อย่างย่านอาซุเกะและหุบเขาโครังเค บทความนี้ขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวเมืองโทโยตะพื้นฐานแบบสบายๆ

บทความโดย

การหมักของญี่ปุ่นคือต้นกำเนิดของรสอูมามิ ไปค้นหา "ความลับ" และ "เสน่ห์" ที่ซ่อนอยู่กัน! นานมาแล้ว จังหวัดไอจิเคยเป็นพื้นที่ที่เหล่าซามูไรเคยปกครอง นอกจากจะมีปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) และจิบลิพาร์ค (Ghibli Park)ที่โด่งดังแล้ว ที่นี่ยังเป็นขุมทรัพย์ของวัฒนธรรม อาหารที่เป็นต้นกำเนิดของรส "อูมามิ" รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่นด้วย ■ ฮักโก (การหมักแบบญี่ปุ่น) เทคนิคการหมักแบบญี่ปุ่นเป็นกุญแจสำคัญในการทำเครื่องปรุงรสที่กำหนดรสชาติของอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และการผลิตสาเกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ■นาโกย่า (์Nagoya) นาโกย่าตั้งอยู่ในภูมิภาคชูบุของญี่ปุ่น ถือเป็นศูนย์กลางการเดินทางทั้งทางอากาศและทางบก ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและภูมิอากาศที่อำนวย วัฒนธรรมอาหารหมักที่มีเอกลักษณ์จึงได้ถือกำเนิดขึ้น คาบสมุทรจิตะ (Chita Peninsula) ที่ล้อมรอบด้วยอ่าวอิเสะ (Ise Bay) และอ่าวมิคาวะ (Mikawa Bay) เป็นพื้นที่ที่มีทัศนียภาพงดงาม และเป็นแหล่งผลิตสาเก (เหล้าญี่ปุ่น) น้ำส้มสายชู มิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น) และทามาริโชยุที่รุ่งเรืองมาช้านาน ในพื้นที่นิชิมิคาวะ (หรือพื้นที่มิคาวะตะวันตก เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งครอบคลุม 9 เมืองของจังหวัดไอจิในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของโทคุกาวะ อิเอยาซุ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเครื่องปรุงรสประเภทหมักที่มีเอกลักษณ์ อย่างฮัตโจมิโซะและชิโระโชยุ (ซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น)

more
บริการนี้รวมโฆษณาที่ได้รับการสนับสนุน

เที่ยวโทโยตะ เมืองแห่งการผลิต

เมื่อพูดถึงเมืองโทโยตะ (Toyota) ในจังหวัดไอจิ (Aichi) ทุกคนต่างรู้จักกันในฐานะ "เมืองแห่งการผลิต" ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (Toyota Motor Corporation)หากอยากรู้จักเรื่องราวการพัฒนาล่าสุดจนถึงปัจจุบันและในอนาคตของโตโยต้า ขอแนะนำให้แวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โตโยต้าไคคัง (Toyota Kaikan Museum)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับรถยนต์ของโตโยต้าจากหลากหลายมุมมอง อย่างเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยล่าสุดของโตโยต้า โตโยต้าโมบิลิตี้ และกิจกรรมเพื่อสังคม ผ่านทางวิดีโอ นิทรรศการ และประสบการณ์ตรงแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ
นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากมายจัดแสดงอยู่เป็นประจำ สามารถสัมผัสและทดลองขับได้

พิพิธภัณฑ์โตโยต้าไคคัง (Toyota Kaikan Museum)

พิพิธภัณฑ์โตโยต้าไคคัง (Toyota Kaikan Museum)

1 โทโยตะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 471-8571
ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับรถยนต์ของโตโยต้าจากหลากหลายมุมมอง ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับสังคมการเดินทางแห่งอนาคต เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ เทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งรถยนต์โตโยต้าและรถยนต์เลกซัสรุ่นล่าสุด กีฬามอเตอร์สปอร์ต และอื่นๆ อีกมากมาย

เมืองโทโยตะยังเป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมอาหารหมักเฟื่องฟูมากเช่นกัน
อาหารหมักที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น อย่างการผลิตนิฮงชุ (สาเกญี่ปุ่น) ทามาริโชยุ (ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่นซึ่งผ่านการบ่ม) และมิโซะซึเกะ (การหมักผัก เนื้อสัตว์ ปลา และอื่นๆ ด้วยมิโซะ) ได้หยั่งรากลึก และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนชาวญี่ปุ่นไปแล้ว

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

เมืองโทโยตะยังเป็นแหล่งผลิตข้าวอันดับหนึ่งในจังหวัดไอจิด้วย นอกจากแหล่งผลิตข้าวอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีน้ำใสสะอาดคุณภาพสูงที่ไหลจากภูเขา ที่ช่วยหล่อเลี้ยงสนับสนุนวัฒนธรรมการผลิตเหล้าสาเกชั้นเลิศของเมืองโทโยตะด้วย

บทความนี้ขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่เน้นวัฒนธรรมอาหารหมัก "หนึ่งในรูปแบบการผลิต" ที่เป็นความภาคภูมิใจของเมืองโทโยตะ นอกจากสาเกท้องถิ่นและอาหารหมักรสเลิศ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์และเทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิม ที่เผยให้เห็นเสน่ห์อันลึกซึ้งของเมืองโทโยตะ ที่แตกต่างจากภาพลักษณ์ของเมืองแห่งรถยนต์

อาหารเช้าที่ haccosido: เริ่มต้นวันใหม่ด้วยพลังแห่งการหมัก

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หากต้องการได้รับสารอาหารและพลังงานจากอาหารหมักอย่างเต็มที่ ขอแนะนำให้เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ฮักโกซิโด (haccosido) ในเมืองโทโยตะ

คาเฟ่ซึ่งดัดแปลงมาจากโกดังเก็บมิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น) แห่งนี้ มีบรรยากาศสบายๆ บริหารงานโดย Maruka Jozo Brewery ผู้ผลิตมิโซะ ทามาริโชยุ และมิโซะซึเกะ สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ติดกัน ดังนั้นจึงสามารถเพลิดเพลินกับอาหารหมักที่ทำสดใหม่ได้ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างของคาเฟ่แห่งนี้

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

เมนูอาหารเช้าเป็น "วาโชคุ (อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม)" ที่ให้ความรู้สึกหวนคิดถึงวันวาน
ข้าวสวยหุงในหม้อดินหอมๆ นุ่มๆ ซุปทงจิรุ (ซุปมิโซะใส่หมูและผัก) ที่ใส่เครื่องแบบจัดเต็ม ดาชิมากิทามาโกะ (ไข่ม้วนนุ่มๆ ที่ทำจากไข่กับน้ำซุปดาชิ) และมิโซะซึเกะหลากชนิด... ช่างเป็นเมนูที่เรียบง่าย แต่รสชาติอร่อยล้ำลึก

หนึ่งจานเด็ดในเมนูอาหารเช้าคือซุปทงจิรุ
ผักตามฤดูกาลที่ใส่มาจนล้นชาม ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร อากะมิโซะ (มิโซะแดง) ที่ใช้มาจาก Maruka Jozo Brewery เพื่อดึงรสชาติที่เข้มข้นออกมา จะหมักเครื่องต่างๆ กับมิโซะไว้ล่วงหน้าหนึ่งวัน ทำให้ซุปชามนี้ไม่มีรสชาติมิโซะที่เข้มโดด แต่ให้รสชาติที่กลมกล่อม

ความประณีตพิถีพิถันนี้ช่วยดึงกลิ่นหอมและรสชาติของผักออกมา สร้างสรรค์รสชาติลุ่มลึกที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นจากภายใน

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ซุปทงจิรุแสนอร่อย จัดเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียง อย่างยามะโกโบมิโซะซึเกะ (โกโบหมักมิโซะ) ช่วยทำให้เป็นหนึ่งวันที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การนำอาหารหมักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเหล่านี้มาใส่ในเมนูอาหารเช้า จะทำให้ได้สัมผัสกับพลังของวัฒนธรรมการหมักเป็นสิ่งสำคัญยิ่งใน "อาหารเช้าแบบญี่ปุ่น" ได้

นอกจากอาหารเช้าแล้ว haccosido ยังมีอาหารกลางวันและเมนูเครื่องดื่มให้บริการด้วยมีเมนูต่างๆ ที่เน้นการใช้เครื่องปรุงรสประเภทหมักพื้นฐาน อย่างมิโซะ โชยุ (ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น) และมิริน (เหล้าหวานสำหรับปรุงอาหาร) เพื่อดึงรสชาติของเนื้อสัตว์และผักออกมาอย่างเต็มที่

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หลังมื้ออาหาร อย่าลืมแวะชมมุมจำหน่ายสินค้าในร้าน สามารถซื้ออาหารหมักจาก Maruka Jozo Brewery ได้ อย่างยามะโกโบมิโซะซึเกะที่ลิ้มลองในเมนูอาหารเช้า และมิโซะสูตรพิเศษที่เหมาะสำหรับทำข้าวปั้นเป็นอย่างยิ่ง

ร้าน haccosido มีบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ สามารถเพลิดเพลินกับอาหารที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ของเมืองโทโยตะแห่งนี้

haccosido

haccosido

91 หมู่บ้านคามิโนะตะ ตำบลโคชิโดะ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ
จะทานเป็นอาหารเช้าหรือของว่างก็ได้ทั้งนั้น ในโกดังมิโสะที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ คุณจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศน่ารักแบบผู้ใหญ่ เราปรุงอาหารแบบโฮมเมดด้วยความพิถีพิถัน ผสมผสานกับพลังของการหมักดอง ให้ทั้งอร่อยและดีต่อร่างกายและจิตใจ นี่คือพื้นที่ที่เราต้องการสร้างขึ้น อีกไม่นานเราจะครบรอบ 100 ปีแล้ว เก่าแต่ใหม่ สนุกและอร่อย — เราพร้อมส่งมอบให้คุณ!

Houraisen Ginjo Kobo: สัมผัสโลกแห่งการผลิตสาเกในเมืองโทโยตะ

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

โฮไรเซ็นกินโจโคโบ (Houraisen Ginjo Kobo) (Inabu Factory, Sekiya Brewery Co., Ltd.) เปิดกิจการเมื่อปี 2004 แห่งนี้ เป็นสถานที่เรียนรู้การผลิตนิฮงชุ (สาเกญี่ปุ่น) อย่างใกล้ชิด ผ่านทัวร์ชมการผลิตสาเกและการชิมเครื่องดื่มได้

สตูดิโอแห่งนี้บริหารงานโดยโรงผลิตสาเกเซกิยะ (Sekiya Brewery Co., Ltd.) ซึ่งเป็นโรงผลิตสาเกชั้นนำในเมืองโทโยตะ และเป็นผู้สร้างแบรนด์โฮไรเซ็น (Houraisen) ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างสูงว่าเป็นแบรนด์ที่มีหลากหลาย อย่าง "คู (空 KU)" สาเกจุนไมไดกินโจด้วย

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ที่นี่จะได้เรียนรู้เทคนิคการผลิตสาเกจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาเกญี่ปุ่น และได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าในการชมกระบวนการผลิตด้วยตนเอง

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

โครงสร้างของสตูดิโอขนาดเล็กนี้ ช่วยให้สามารถชมขั้นตอนสำคัญในการผลิตสาเกได้อย่างใกล้ชิด เช่น ขั้นตอนการล้างข้าว ขั้นตอนการเตรียมการก่อนใส่เชื้อราโคจิลงในข้าวสวยหรือข้าวนึ่ง และขั้นตอนการคนส่วนผสมโมโรมิ (สาเกโมโรมิทำจากข้าวสวย โคเมะโคจิ ยีสต์ และน้ำผสมกัน หมักราว 2 สัปดาห์) ในระหว่างการหมัก

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หากจังหวะดี ไปตรงกับช่วงเวลาในขั้นตอนเตรียมการหมัก อาจมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์การทำสาเกบางส่วนด้วย
ในขณะที่โรงผลิตสาเกทั่วไปมักมีข้อจำกัดในการเข้าชม เพื่อรักษาคุณภาพการผลิต แต่ Ginjo Kobo ได้รับการออกแบบมาเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมสาเกญี่ปุ่น จึงสามารถชมกระบวนการผลิตได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ Houraisen Ginjo Kobo ยังดำเนินการแยกต่างหากจากโรงงานหลักของ Sekiya Brewery Co., Ltd. มีบริการผลิตสาเกญี่ปุ่นตามสั่งได้ด้วย

บริการที่เป็นเอกลักษณ์และได้รับความนิยมนี้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย มีทั้งเกษตรกรนำข้าวที่เก็บเกี่ยวเองมาให้ผลิต "สาเกข้าวแบบโฮมเมด" และลูกค้าสั่งผลิตสาเกขวดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในชีวิต เช่น งานแต่งงานหรือวันครบรอบต่างๆ

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ส่วนที่สนุกที่สุดหลังทัวร์ชมโรงงานก็คือการได้ลองชิมสาเกต่างๆ ที่ร้านค้าด้านหน้านั่นเองสามารถสอบถามได้ พนักงานจะอธิบายแบรนด์ที่แนะนำและเคล็ดลับในการเปรียบเทียบให้อย่างละเอียด

ตอนที่ผู้เขียนไปเยี่ยมชมนั้น มีสาเกตัวใหม่เพิ่งวางจำหน่าย จึงได้ลองชิมนามะสาเก (สาเกบริสุทธิ์) ที่คั้นใหม่ๆ กลิ่นหอมสดชื่น แต่เข้มข้น น่าประทับใจมาก

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ในร้านค้ายังมีสินค้าหลากหลายประเภท เช่น เหล้าผลไม้ อามาซาเกะ (เหล้าหวาน) ไร้แอลกอฮอล์ รวมทั้งเค้กคาสเตลลาและขนมที่ทำจากสาเกคาซุ (กากสาเก) ไปจนถึงโคเมะโคจิ (โคจิข้าว ทำจากหัวเชื้อโคจิกับข้าว)

โดยเฉพาะโคเมะโคจิที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ทำเนื้อไก่หมักโคจิที่บ้าน ไปจนถึงการทำอามาซาเกะโฮมเมด ทำให้สัมผัสถึงรสชาติอันลึกซึ้งของอาหารหมักอีกครั้ง

ลองใช้เวลาค่อยๆ เดินชมร้านและเลือกซื้อสินค้าอาหารหมักเพื่อสุขภาพต่างๆ ไปเป็นของฝากกัน

* การเยี่ยมชมโรงเก็บตามเส้นทางที่จัดไว้ สามารถชมได้อย่างอิสระในเวลาทำการ สำหรับการทัวร์ชมการผลิตอย่างละเอียดพร้อมไกด์และการชิมสาเก ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ อนึ่ง ในทัวร์เข้าชมต้องสวมเสื้อคลุมสีขาว (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ด้วย กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์ทางการ

สตูดิโอโฮไรเซ็นกินโจ (Houraisen Ginjo Kobo)

สตูดิโอโฮไรเซ็นกินโจ (Houraisen Ginjo Kobo)

713 มินามิมิซูวากาเระ คุโรดะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 441-2524
Houraisen Ginjo Kobo เปิดให้บริการในเมืองโทโยตะ (เดิมชื่ออินาบุโจ) เมื่อเดือนเมษายน 2004 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเสน่ห์ของสาเกญี่ปุ่นในหลากหลายแง่มุม สำหรับพนักงาน ที่นี่คือสถานที่ฝึกฝนและสืบทอดเทคนิคการผลิตสาเก และสำหรับผู้คนทั่วไป ที่นี่คือสถานที่ที่ได้สัมผัสกับความสุขในการผลิตสาเกในแบบฉบับของตนเอง ผ่านประสบการณ์การผลิตสาเก และบริการผลิตสาเกพิเศษตามสั่งได้

รับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน Izukame: ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ตั้งแต่อาหารป่าไปจนถึงอาหารตามฤดูกาล

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ภูมิทัศน์บ้านเมืองของอาซุเกะ อาคารขนาดใหญ่ที่มีกำแพงสีขาวโดดเด่นคือร้าน Izukame

ในช่วงบ่าย ขอแนะนำให้แวะไปเที่ยวที่ย่านอาซุเกะ (Asuke) บนพื้นที่หุบเขาในเมืองโทโยตะ ในอดีตย่านอาซุเกะเคยเป็นเมืองพักแรมที่เจริญรุ่งเรือง ปัจจุบัน ที่นี่ยังคงรักษาภูมิทัศน์บ้านเมืองที่งดงามและเทคนิคการผลิตของช่างฝีมือไว้อย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของภูมิทัศน์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม การเริ่มเดินเล่นด้วยท้องว่าง คงเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่ง ดังนั้นก่อนอื่นให้มุ่งหน้าไปยังอิซึคาเมะ (Izukame) ร้านเก่าแก่กันก่อน
ร้านแห่งนี้เปิดกิจการเมื่อปี 1887 ให้บริการอาหารพื้นเมืองของอาซุเกะ ตั้งแต่อาหารป่า ปลาอายุ อุนากิ (ปลาไหล) และผักตามฤดูกาล

ความอบอุ่นของอาคารเก่า และบรรยากาศอันเงียบสงบที่กลมกลืนกับภูมิทัศน์อันงดงามของอาซุเกะ คือเสน่ห์ของที่นี่

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หากมาเยือนอาซุเกะระหว่างฤดูใบไม้ร่วงถึงเดือนกุมภาพันธ์ ห้ามพลาดชิมอาหารป่าขึ้นชื่อในท้องถิ่นของร้าน Izukame อย่างเด็ดขาด
ทางร้านจะร่วมกับนายพรานที่เชื่อถือได้ คัดสรรเนื้อคุณภาพเยื่ยมไว้บริการเสมอ เพื่อให้ลูกค้าที่มาเยือนได้ลิ้มรสชาติแสนอร่อยและเนื้อสัตว์ป่าที่ปราศจากกลิ่นสาบ

หนึ่งในเมนูยอดนิยมคือชุดอาหารหม้อไฟหมูป่า
เมนูหม้อไฟสุดหรูนี้ ใช้เนื้อหมูป่าติดมันนุ่มละมุนลิ้น และผักตามฤดูกาล นำมาลวกในน้ำซุปที่ทำจากโชยุเข้มข้นทีละชิ้น รสชาติอร่อยเข้มข้น น่าประทับใจยิ่ง รสชาติจัดจ้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเติมพลังและทำให้ร่างกายอบอุ่นจากภายใน

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเบาๆ ขอแนะนำชุดอาหารหมูป่าย่างและโคร็อกเกะหรือคร็อกเก็ตญี่ปุ่น (มันฝรั่งบดผสมเนื้อสัตว์บดชุบแป้งทอด)
โดยเฉพาะโคร็อกเกะได้รับความนิยมอย่างมากจนกลายเป็นรสชาติของอาซุเกะไปแล้ว โคร็อกเกะกรอบๆ หอมๆ อร่อยจริงๆ แถมยังสามารถซื้อกลับได้ที่พื้นที่จำหน่ายด้านข้างด้วย

โคร็อกเกะใช้เนื้อที่เหลือจากการปรุงอาหารป่าต้นตำรับของร้าน Izukame ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของร้านที่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบ โดยไม่ทิ้งให้สูญเปล่า

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารหมัก ชุดอาหารกิวโฮบะยากิ (เนื้อวัวย่างมิโซะ) กิคือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม
เนื้อวัวและผักตามฤดูกาลบนใบโฮบะที่ย่างกับมิโซะจนหอมฟุ้ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบโฮบะผสานกับมิโซะ ทำให้รสชาติอร่อยล้ำลึกและหอมกรุ่น นี่คืออีกหนึ่งเมนูสุดประทับใจ ที่ได้สัมผัสรสชาติแสนอร่อยที่เข้ากันอย่างลงตัวของมิโซะกับเนื้อวัว

ที่นี่ยังมีอาหารตามฤดูกาลให้เลือกมากมาย เช่น ผักป่าในฤดูใบไม้ผลิ และเมนูปลาอายุในฤดูร้อนทางร้านมีเมนูอาหารที่หลากหลาย รับรองว่าทุกคนจะได้พบ "รสชาติแห่งอาซุเกะ" ที่น่าจดจำอย่างแน่นอน

อิซึคาเมะ (Idukame)

อิซึคาเมะ (Idukame)

17 ทามาจิ อาซุเกะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 444-2424
ร้านอาหารแห่งนี้เปิดกิจการเมื่อปี 1887 (ปีเมจิที่ 20) ตั้งอยู่ริมเส้นทางจูมะไคโด (Chuma Kaido) ซึ่งมีภูมิทัศน์ของเมืองเก่า ร้านอาหารเป็นอาคาร 3 ชั้น สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ตกแต่งสิ่งของที่ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม มีห้องแบบส่วนตัวที่ออกแบบอย่างประณีตหลายหลายรูปแบบ อย่างห้องในธีมห้องชงชาหรือห้องอ่านหนังสือ

หุบเขาโครังเค: หุบเขาอันงดงาม ที่มีทิวทัศน์ต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หุบเขาโครังเค (Korankei Valley) ซึ่งทอดยาวไปตามแม่น้ำโทโมเอะ (Tomoe River) ที่ไหลผ่านใกล้ย่านอาซุเกะ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวสวยชื่อดังของเมืองโทโยตะ
ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ มีต้นเมเปิลปลูกอยู่ราว 3,000 ต้น ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน จะกลายเป็นอุโมงค์สีเขียวที่เปล่งประกายราวกับหยก ให้บรรยากาศเย็นสบาย

และเมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ต้นไม้ทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีส้มพร้อมเพรียงกัน ทำให้หุบเขาโครังเคแห่งนี้กลายเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สำคัญที่สุดของจังหวัดไอจิ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายให้แวะมาชม

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

เทศกาลเมเปิลหุบเขาโครังเค (Korankei Momiji Matsuri) จัดขึ้นทุกปี ในช่วงวันที่ 1 ถึง 30 พฤศจิกายน โดยตามถนนจะมีแผงจำหน่ายอาหารกว่า 80 ร้านตั้งเรียงราย ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูคึกคัก

ในช่วงเทศกาล บริเวณนี้จะมีการเปิดประดับไฟไลต์อัพ หลังพระอาทิตย์ตกดินจนถึง 21:00 น. ใบเมเปิลที่โอบล้อมด้วยแสงไฟอันงดงามสะท้อนบนผิวน้ำ สร้างภาพทิวทัศน์งามราวอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หุบเขาโครังเคเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดัง แต่ที่นี่ไม่ได้มีเสน่ห์แค่ฤดูใบไม้ร่วง เส้นทางบนภูเขาอันเงียบสงบ ทางเดินเล่นที่แสงแดดรำไรลอดผ่านต้นไม้ เสียงน้ำไหลเอื่อยๆ เสียงลม พัดเบาๆ และเสียงนกร้อง – เป็นบรรยากาศแสนสบายที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้ตลอดทุกฤดูกาล

หุบเขาโครังเค (Korankei Valley)

หุบเขาโครังเค (Korankei Valley)

444-2424 อิโมริ อาซุเกะโจ เมืองโตโยตะ จังหวัดไอจิ
หุบเขาโครังเคเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น มีต้นเมเปิลราว 3,000 ต้นที่อวดสีสันสวยงาม เมื่อมาเที่ยวหุบเขาโครังเค ขอแนะนำให้เดินทางต่อไปอีกนิด แวะไปที่อาซุเกะ (Asuke) เมืองพักแรมที่มีเสน่ห์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคาร สถาปัตยกรรม และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมทรงคุณค่า (Important Preservation Districts for Groups of Traditional Buildings) ของญี่ปุ่น

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หากมาเยือนหุบเขาโครังเค ขอแนะนำให้แวะไปเยี่ยมชมซันชูอาซุเกะยาชิกิ (Sansyu Asuke Yashiki) ด้วยเช่นกัน
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกลางแจ้งที่สร้างขึ้นโดยการย้ายคฤหาสน์โบราณมาตั้งไว้ เพื่อแนะนำ
วัฒนธรรมหัตถกรรมพื้นบ้านของอาซุเกะ ผ่านการสัมผัสประสบการณ์โดยตรง เช่น งานไม้ การย้อมคราม การทอผ้า และงานหัตถกรรมจากไม้ไผ่

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

นี่คือ "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชีวิต"
ช่างฝีมือจะสร้างสรรค์ผลงานทุกวัน สามารถชมทักษะฝีมือของช่างอย่างใกล้ชิด

มีงานหัตถกรรมสวยงามที่หาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น เช่น เสื้อผ้าและผ้าคลุมไหล่ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ถาดและชามที่ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน (อุปการณ์ที่ช่วยในการทำเครื่องปั้นดินเผา) และงานหัตถกรรมจักสานจากไม้ไผ่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากสุดพิเศษสำหรับทริปท่องเที่ยว
เมื่อผสานความงดงามของฤดูกาลทั้งสี่ที่หุบเขาโครังเค และโลกแห่งงานหัตถกรรมที่ Sansyu Asuke Yashiki เข้าด้วยกัน ทำให้สัมผัสได้ชัดเจนว่า เมืองโทโยตะแห่งนี้คือขุมทรัพย์แห่งธรรมชาติและงานหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างแท้จริง

ซันชูอาซุเกะยาชิกิ (Sansyu Asuke Yashiki)

ซันชูอาซุเกะยาชิกิ (Sansyu Asuke Yashiki)

36 อิโมริ อาเซุกะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 444-2424
Sansyu Asuke Yashiki หรือที่รู้จักกันในชื่อพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชีวิต เปิดทำการเมื่อปี 1980 โดยจำลองรูปลักษณ์คฤหาสน์ของชาวนาผู้มั่งคั่งของญี่ปุ่นในสมัยก่อน ที่นี่สามารถชมงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่เคยทำกันในท้องถิ่นนี้ เช่น การทำร่ม งานไม้ และการทอผ้า และยังสามารถลองทำงานหัตถกรรมเหล่านี้เองได้ด้วย

ภูมิทัศน์เมืองเก่าของอาซุเกะ: สัมผัสสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่งดงาม

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ภูมิทัศน์บ้านเมืองของอาซุเกะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคาร สถาปัตยกรรม และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมทรงคุณค่า (Important Preservation Districts for Groups of Traditional Buildings) ของญี่ปุ่นนั้น เคยมีชีวิตชีวามากในช่วงสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 - 1868)
ในสมัยนั้น ที่นี่เป็นเมืองพักแรมบน "เส้นทางเกลือ" ซึ่งใช้ขนส่งเกลือจากชายฝั่งอ่าวมิคาวะ (Mikawa Bay) ในไอจิไปยังพื้นที่ตอนใน และถือเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญที่เชื่อมเมืองโอคาซากิ (Okasaki) ของไอจิกับเมืองชิโอจิริ (Shirojiri) ในจังหวัดนากาโนะ (Nagano)

ปัจจุบัน ร่องรอยทางประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์บ้านเมืองอันล้ำค่าในสมัยนั้นยังคงปรากฏชัด ทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยาศที่คึกคักในอดีต
อาคารติดถนนเป็นมาจิยะ (บ้านแบบเก่าที่มีหน้าร้านไว้ขายของ) แบบดั้งเดิม แม้มองแวบแรกดูเหมือนลึกไม่มากนัก แต่จริงๆ แล้วเป็นอาคารที่ไม่กว้างแต่ยาวลึก มีพื้นที่ใช้สอยมาก กว้างขวาง และใช้งานได้จริง

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

เมื่อเดินเล่นไปตามทาง จะเห็นร้านค้าเก่าแก่ตั้งเรียงรายอย่างสวยงาม และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
จากนี้ จะพาไปรู้จักจุดเที่ยวน่าสนใจเป็นพิเศษบางส่วน ซึ่งจะได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของอาซุเกะโจอย่างใกล้ชิด

ภูมิทัศน์บ้านเมืองของอาซุเกะ (Asuke Townscape)

ภูมิทัศน์บ้านเมืองของอาซุเกะ (Asuke Townscape)

นิชิมาจิ ชินมาจิ ฮอนมาจิ และทามาจิ อาซุเกะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ,...
ภูมิทัศน์เมืองอาซุเกะเป็นย่านแรกในจังหวัดไอจิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคาร สถาปัตยกรรม และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมทรงคุณค่า (Important Preservation Districts for Groups of Traditional Buildings) ของญี่ปุ่น (ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกสั้นๆ ว่า จูเด็นเค็น) ที่นี่เป็นจุดพักสำคัญบนเส้นทางอินะไคโดะ (ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อเส้นทางจูมะไคโด) ซึ่งเชื่อมระหว่างโอวาริ (Owari) มิคาวะ (Mikawa) และชินชู (Shinshu) และเป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและการเดินทางของผู้คนทั่วไป ในสมัยนั้น เกลือถือเป็นสินค้าสำคัญยิ่ง และมีการนำมาบรรจุใหม่ที่นี่ จึงเป็นที่มาของชื่อ "เกลืออาซุเกะ" หรือ "เกลืออาซุเกะนาโอชิ" อย่างไรก็ตาม ภูมิทัศน์เมืองส่วนใหญ่ถูกทำลายในเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1775 สิ่งที่เหลืออยู่ในปัจจุบันคือบ้านเรือนที่สร้างในสไตล์นูริโกเมะ-ซึคุริ ซึ่งมีการฉาบปูนไปจนถึงชายคา เพื่อป้องกันไฟไหม้ ปัจจุบัน บ้านเรือนเหล่านี้ยังคงบรรยากาศในช่วงปลายสมัยเอโดะถึงปลายสมัยเมจิได้เป็นอย่างดี

1. KIKI Magewappa: ร้านจำหน่ายกล่องเบนโตะและเครื่องเขินสุดประณีต

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

KIKI เป็นร้านจำหน่ายกล่องเบนโตะมาเกวัปปะ (ทำจากแผ่นไม้สนญี่ปุ่นที่ใสให้บาง อังด้วยไอน้ำให้อ่อนตัวแล้วนำมาดัด) แบบดั้งเดิม

เจ้าของร้านเกิดที่เมืองชิโอจิริในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของ "เส้นทางเกลือ" อันเก่าแก่ด้วยความหลงใหลในงานหัตถกรรมและภูมิทัศน์บ้านเมืองของอาซุเกะ ซึ่งมีบรรยากาศคล้ายคลึงกับบ้านเกิด เจ้าของร้านจึงเปิดร้านนี้ขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2024 โดยปรารถนาที่จะแบ่งปันเทคนิคฝีมือช่างของนากาโนะ ให้กับชาวอาซุเกะและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้รู้จักกัน

กล่องเบนโตะมาเกวัปปะทำจากไม้สนฮิโนกิ (ไม้สนญี่ปุ่น) ซึ่งช่วยรักษาความนุ่มของข้าวสวยที่หุงสุกใหม่ๆ และเพิ่มรสชาติให้โดดเด่นขึ้น สมัยก่อนถือเป็นงานหัตถกรรมชั้นเลิศที่หายากและมีค่ามาก

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

KIKI มีกล่องมาเกวัปปะสวยงามหลากหลายแบบ ทั้งแบบเรียบง่าย แบบเครื่องเขิน (เคลือบด้วยยางรัก) และแบบที่มีลวดลายภาพวาดชื่อดัง รับรองว่าต้องมีแบบที่ถูกใจแน่นอน

นอกจากกล่องมาเกวัปปะแล้ว ทางร้านยังจำหน่ายเครื่องเขินคุณภาพเยี่ยมซึ่งเป็นของขึ้นชื่อในท้องถิ่นของเมืองชิโอจิริ อย่างชาม ตะเกียบ และช้อนส้อม รวมถึงเครื่องประดับไม้และงานศิลป์ต่างๆ ด้วย

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

แต่ละชิ้นงานล้วนถ่ายทอดความอบอุ่นและความประณีตบรรจงที่สัมผัสได้ในงานหัตถกรรมเท่านั้น

ขอแนะนำให้ซื้อเป็นของฝากสุดประทับใจ ซึ่งช่วยให้รำลึกถึงประวัติศาสตร์ของอาซุเกะ และเรื่องราวของ "เส้นทางเกลือ" กัน

คิคิ (KIKI)

คิคิ (KIKI)

45-1 นิชิมาจิ อาซุเกะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 444-2424
กล่องเบนโตะมาเกวัปปะ เป็นทั้งของใช้จริงในชีวิตประจำวัน และงานศิลปะที่ชื่นชมในชีวิตประจำวันได้ปเช่นกัน กล่องเบนโตะมาเกวัปปะ ช่วยป้องกันไม่ให้ข้าวติดกันเป็นก้อนหรือแห้งแข็ง ทำให้ข้าวมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น มาเกวัปปะ (งานที่นำแผ่นไม้สนญี่ปุ่นที่ใสให้บาง อังด้วยไอน้ำให้อ่อนตัวแล้วนำมาดัด) เป็นของใช้พิเศษที่สะท้อนจิตวิญญาณดั้งเดิมและความมุ่งมั่นของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น เมื่อถือในมือ จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของเนื้อไม้ และความเงางามของยางรักที่เคลือบก็สวยงามน่าประทับใจยิ่ง KIKI จำหน่ายผลิตภัณฑ์มาเกวัปปะ ซึ่งเป็นงานศิลปะหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเป็นหลัก รวมถึงเครื่องประดับและผลิตภัณฑ์เครื่องเขินลากหลายชนิด ที่นี่คือร้านค้าที่สามารถสัมผัสถึงความอบอุ่นของไม้จริงๆ ต้องลองแวะมาสัมผัสชิ้นงานต่างๆ ด้วยมือตัวเองกัน

2. Kura-no-Naka Gallery Manrin Bookshop & Café: สถานที่ผ่อนคลายที่เหมาะกับการพักผ่อน

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

คุราโนะนากะแกลเลอรี ร้านหนังสือและคาเฟ่ มันริน (Kura-no-Naka Gallery Manrin Bookshop & Café) เต็มไปด้วยหนังสือที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันในหัวข้อศิลปะและธรรมชาติ ทำให้รู้สึกราวกับหลงเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย
อาคารหลังนี้เดิมเป็นโกดังเปี่ยมเสน่ห์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยรวมแกลเลอรี่มีสไตล์ คาเฟ่บรรยากาศผ่อนคลาย และร้านหนังสือไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ทันทีที่ก้าวเข้าไป ก็รู้สึกราวกับเวลาหยุดนิ่ง
ร้านนี้มีหนังสือที่สวยงามและน่าสนใจมากมาย หลายเล่มเป็นภาษาต่างประเทศ และยังมีเครื่องเขียนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นจำหน่าย ทำให้ที่นี่เป็นขุมทรัพย์สำหรับผู้ที่รักศิลปะ ธรรมชาติ และเรื่องราวต่างๆ

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

แกลเลอรี่ด้านในดึงดูดให้ผู้คนมาเยือน ด้วยการออกแบบพื้นที่อย่างประณีต และนิทรรศการที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนอยู่เสมอ
ยังมีหนังสือศิลปะอันงดงามของญี่ปุ่นให้เลือกมากมาย ทำให้อยากนั่งลงและพลิกชมหนังสือต่างๆ กัน

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

คาเฟ่ที่อยู่ตรงกลาง สามารถพักผ่อนและเพลิดเพลินกับกาแฟดริปหอมกรุ่นกับชีสเค้กโฮมเมดได้
Kura-no-Naka Gallery Manrin Bookshop & Café มีบรรยากาศหรูหรา เพลิดเพลินกับการตามหาหนังสือโดนใจได้ เป็นอีกหนึ่งร้านดังที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองโทโยตะ ซึ่งคุ้มค่าแก่การเดินทางมาเยือนอาซุเกะเป็นอย่างยิ่ง

คุราโนะนากะแกลเลอรี ร้านหนังสือและคาเฟ่ มันริน (Kura-no-Naka Gall...

คุราโนะนากะแกลเลอรี ร้านหนังสือและคาเฟ่ มันริน (Kura-no-Naka Gall...

2 ชินมาจิ อาซุเกะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 444-2424
ร้านหนังสือแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทางหลวงสายเก่าของอาซุเกะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งเกลือที่คึกคัก ปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยกลิ่นอายในอดีตอยู่ ร้านหนังสือ แกลเลอรี่ และคาเฟ่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของตรอกมันริน โดดเด่นด้วยผนังปูนขาวกับผนังแผ่นไม้สีดำที่ตัดกันอย่างสวยงาม ชื่อ "มันริน (萬林)" มาจากชื่อเดิมของร้าน "มันรินโชเท็น" เนื่องจากเจ้าของร้านทุกรุ่นล้วนมีนามสกุลว่า รินเอมอน (林右衛門 Rin-e-mon) ดังนั้น จึงตั้งชื่อว่า "มัน (萬 ตัวอักษรเก่าของคำว่า หมื่น)" และ "ริน (林 แปลว่า ป่า)" ร้านหนังสือแห่งนี้จำหน่ายหนังสือและสินค้าอื่นๆ โดยมีหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติและการพัฒนาเมืองให้เลือกมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังจำหน่าย "นิทานพื้นบ้านของอาซุเกะ" ซึ่งเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์เองเพื่อ "ให้ผู้คนได้รู้จักอาซุเกะมากยิ่งขึ้น" แกลเลอรี่ด้านในสุดจัดแสดงนิทรรศการในธีมต่างๆ ตลอดทั้งปี มีคาเฟ่ให้บริการกาแฟแสนอร่อยและเค้กโฮมเมดด้วย

3. Suzuma Honpo: ตามหามิโซะซึเกะที่เหมาะเป็นของฝากโดนใจกัน

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หากมองหามิโซะซึเกะซึ่งเป็นของขึ้นชื่อในท้องถิ่นของเมืองโทโยตะ ต้องไปที่ซูซูมัน ฮอนโป (Suzuma Honpo) ร้านค้าเก่าแก่แห่งนี้เลย
ร้านนี้เปิดกิจการเมื่อปี 1902 และยังคงทำมิโซะซึเกะอย่างพิถีพิถัน โดยใช้กรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ตอนที่ผู้เขียนไปเยี่ยม เจ้าของร้านได้พาไปชมคิคุอิโมะ (แก่นตะวัน หัวใต้ดินมีลักษณะคล้ายขิงหรือข่า มีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบและรสชาติหวานอ่อนๆ) ก่อนนำไปหมักกับมิโซะ
จากวิธีการเตรียมวัตถุดิบสดใจใหม่ด้วยมืออย่างพิถีพิถันที่ได้เห็นนี้ ทำให้สัมผัสถึงความใส่ใจในรสชาติเป็นอย่างยิ่ง

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำเป็นพิเศษคือ ยามะโกโบมิโซะซึเกะ (ยามะโกโบหมักมิโซะ) และคิคุอิโมะมิโซะซึเกะ (คิคุอิโมะหมักมิโซะ)
มีรสชาติแสนอร่อยซึ่งเข้ากันได้ดีกับข้าวสวย และยังเหมาะเป็นเครื่องเคียงสำหรับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ รสชาติสดชื่นอร่อยจนต้องติดใจอย่างแน่นอน

เดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมาเยือน เพราะเป็นช่วงที่มีเทศกาลเมเปิลหุบเขาโครังเค และทางร้านมีผลิตภัณฑ์มิโซะซึเกะใหม่ๆ วางจำหน่ายทุกปี
มาลิ้มลองอาหารหมักรสเลิศที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติแห่งฤดูกาล รับรองว่าต้องเป็นของฝากจากเมืองโทโยตะที่ถูกใจอย่างแน่นอน

ซูซูมัน ฮอนโป (Suzuma Honpo)

ซูซูมัน ฮอนโป (Suzuma Honpo)

15-1 อิชิบาชิ อาซุเกะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 444-2424
ร้านจำหน่ายสึเกโมโนะ (ผลิตภัณฑ์ประเภทหมักต่างๆ ของญี่ปุ่น) ที่สืบทอดของตระกูล ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบในประเทศอย่างพิถีพิถัน และเน้นการดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่เปิดกิจการเมื่อปี 1902 ร้าน Suzuman Honpo ได้ทำมิโซะซึเกะ (การหมักผัก เนื้อสัตว์ ปลา และอื่นๆ ด้วยมิโซะ) ด้วยมือทั้งหมด โดยใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิม และวัตถุดิบในประเทศ เพื่อรักษารสชาติและเนื้อสัมผัสตามธรรมชาติของวัตถุดิบ จึงไม่มีการเติมเกลือ แต่จะนำวัตถุดิบที่เก็บเกี่ยวสดใหม่ทุกปี มาหมักด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมของครอบครัว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบของอร่อย สึเกโมโนะแสนอร่อยเหล่านี้คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม สำหรับการสั่งซื้อมาลิ้มลองที่บ้าน หรือเป็นของขวัญของฝากก็ได้

4. Kobatoya Hotel: ที่พักบรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งด้วยงานหัตถกรรมของอาซุเกะ

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

หากต้องการสัมผัสเสน่ห์ของอาซุเกะอย่างเต็มที่ ขอแนะนำให้เข้าพักที่โรงแรมโคบาโตยะ (Kobatoya Hotel)
ที่พักสไตล์โมเดิร์นแห่งนี้เป็นอาคารโบราณที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สวยงาม ทำให้เป็นที่พักแสนสะดวกสบายสำหรับการเดินทาง

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

เจ้าของคือคุณโทริอิ โทโมโกะ เกิดในเมืองเฮกินัน (Hekinan)
หลังจากอาศัยอยู่ในโตเกียวและแคนาดา ก็ได้มาเปิดที่พักแห่งนี้ในปี 2007 อาคารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ทั่วทั้งที่พักตกแต่งด้วยงานศิลป์ที่ซื้อตรงจากช่างฝีมือที่ Sansyu Asuke Yashiki

ห้องพักตกแต่งแบบเรียบหรูและอบอุ่นด้วยวัสดุไม้ แสงไฟและเฟอร์นิเจอร์ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ภายนอกอาคารยังคงเก็บรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ ดูกลมกลืนกับภูมิทัศน์บ้านเมืองเก่าของอาซุเกะอย่างเป็นธรรมชาติ

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

อาหารเช้าปรุงโดยเจ้าของเอง สามารถเลือกระหว่างอาหารญี่ปุ่นกับอาหารตะวันตกได้ อาหารเช้าแบบญี่ปุ่นประกอบด้วยซุปมิโซะ ข้าวสวย เมนูไข่ และกับข้าวจานเล็กๆ ส่วนอาหารตะวันตกมีกาแฟที่คัดสรรอย่างดี ขนมปัง เมนูไข่ และชีส ไม่ว่าแบบไหน รับรองได้ว่าช่วยให้เริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

ที่นี่เปิดให้บริการเป็นคาเฟ่ในช่วงกลางวัน มีหน้าต่างบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน ทำให้มองเห็นทัศนียภาพภายนอกอันเงียบสงบแบบเต็มตา ที่พักแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของอาซุเกะ สามารถใช้เวลาพักผ่อนสบายๆ ในบรรยากาศผ่อนคลายที่รายล้อมไปด้วยงานหัตถกรรมท้องถิ่นได้

โรงแรมโคบาโตยะ (Kobatoya Hotel)

โรงแรมโคบาโตยะ (Kobatoya Hotel)

34 ชินมาจิ อาซุเกะโจ เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ, 444-2424
อาซุเกะโจ (Asukecho) เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองพักแรมบนเส้นทางเกลือ ซึ่งเชื่อมต่อมิคาวะ (Mikawa) กับชินชู (Shinshu) มาตั้งแต่สมัยเอโดะ Kobatoya Hotel ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์บ้านเมืองอันงดงามของจังหวัดไอจิ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคาร สถาปัตยกรรม และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมทรงคุณค่า (Important Preservation Districts for Groups of Traditional Buildings) ของญี่ปุ่นแห่งแรกในจังหวัดไอจิ Kobatoya Hotel เดิมเป็นร้านอาหารยอดนิยมของผู้คนท้องถิ่น ได้รับการปรับปรุงใหม่ ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยผสมผสานกับวัสดุและเทคนิคดั้งเดิมของอาซุเกะ สามารถสัมผัสประวัติศาสตร์และเสน่ห์ร่วมสมัยของอาซุเกะได้

บทส่งท้าย

เที่ยวเมืองโทโยตะ มากกว่าแค่รถยนต์ แต่ที่นี่ยังมีการหมัก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมดำรงอยู่

แผนการท่องเที่ยวนี้ช่วยให้สัมผัสถึงเสน่ห์ของเมืองโทโยตะ ซึ่งมีวัฒนธรรมอันหลากหลายที่ไม่บรรยายได้ไม่ครบถ้วนด้วยภาพลักษณ์ของ "เมืองแห่งรถยนต์" ได้

การเดินทางไปยังใจกลางเมืองสะดวกสบายมาก จากสถานีรถไฟหลักต่างๆ เช่น สถานีมิคาวะโทโยตะ (Mikawa-toyota) รถไฟสายไอจิลูป (Aichi Loop Line) และสถานีโทโยตะชิ (Toyotashi) รถไฟสายเมเท็ตสึ (Meitetsu Line) สามารถเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้ง่ายๆ 

การเดินทางจากนาโกย่า (Nagoya) มายังย่านอาซุเกะ มีหลากหลายเส้นทาง
สามารถนั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีโจซุย (Josui) แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถบัสโทโยตะโอเด็น (Toyota Oiden Bus) ที่มุ่งหน้าไปยังอาชิคางะ (Ashikaga) หรือนั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีโทโยตะชิ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถบัสเมเท็ตสึ (Meitetsu Bus) ที่มุ่งหน้าไปยังอาซุเกะได้
นอกจากนี้ สามารถนั่งรถไฟเมเท็ตสึ (Meitetsu) จากสถานีนาโกย่าไปยังสถานีฮิกาชิโอคาซากิ (Higashi Okazaki) แล้วต่อรถบัสเมเท็ตสึไปยังอาซุเกะได้

การหมักของญี่ปุ่นคือต้นกำเนิดของรสอูมามิ ไปค้นหา "ความลับ" และ "เสน่ห์" ที่ซ่อนอยู่กัน! นานมาแล้ว จังหวัดไอจิเคยเป็นพื้นที่ที่เหล่าซามูไรเคยปกครอง นอกจากจะมีปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) และจิบลิพาร์ค (Ghibli Park)ที่โด่งดังแล้ว ที่นี่ยังเป็นขุมทรัพย์ของวัฒนธรรม อาหารที่เป็นต้นกำเนิดของรส "อูมามิ" รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่นด้วย ■ ฮักโก (การหมักแบบญี่ปุ่น) เทคนิคการหมักแบบญี่ปุ่นเป็นกุญแจสำคัญในการทำเครื่องปรุงรสที่กำหนดรสชาติของอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และการผลิตสาเกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ■นาโกย่า (์Nagoya) นาโกย่าตั้งอยู่ในภูมิภาคชูบุของญี่ปุ่น ถือเป็นศูนย์กลางการเดินทางทั้งทางอากาศและทางบก ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและภูมิอากาศที่อำนวย วัฒนธรรมอาหารหมักที่มีเอกลักษณ์จึงได้ถือกำเนิดขึ้น คาบสมุทรจิตะ (Chita Peninsula) ที่ล้อมรอบด้วยอ่าวอิเสะ (Ise Bay) และอ่าวมิคาวะ (Mikawa Bay) เป็นพื้นที่ที่มีทัศนียภาพงดงาม และเป็นแหล่งผลิตสาเก (เหล้าญี่ปุ่น) น้ำส้มสายชู มิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น) และทามาริโชยุที่รุ่งเรืองมาช้านาน ในพื้นที่นิชิมิคาวะ (หรือพื้นที่มิคาวะตะวันตก เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งครอบคลุม 9 เมืองของจังหวัดไอจิในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของโทคุกาวะ อิเอยาซุ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเครื่องปรุงรสประเภทหมักที่มีเอกลักษณ์ อย่างฮัตโจมิโซะและชิโระโชยุ (ซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น)

more
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ
นอกจากนี้ บทความอาจมีลิงก์โฆษณา โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหรือจอง

หน้าเว็บไซต์นี้ใช้เครื่องมือแปลภาษาอัตโนมัติบางส่วน