ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

เปรียบเทียบกันแดดยอดนิยมจากญี่ปุ่น! รู้ไว้ก่อนไปช้อป 5 แบบต่างกันอย่างไร

แปลโดย Kogetsu

เขียนโดย Chiara Mischke

2018.07.09 บทความที่ชอบ

ครีมกันแดดของญี่ปุ่นเรียกได้ว่ายอดนิยมไปทั่วโลกเลย ด้วยเนื้อบางเบาแต่ประสิทธิภาพดีจริง ในราคาคุ้มค่าน่าลอง แต่ประเภทของมันก็เยอะเสียเหลือเกิน งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ายากันแดดแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร! มาช้อปคราวหน้าจะได้เลือกแบบที่ถูกใจกัน!

พวกเราคงเห็นหนุ่มๆ สาวๆ ญี่ปุ่นผิดขาวสวยดูสุขภาพดีกันบ่อยๆ
ในหน้าร้อนแบบนี้ ชาวญี่ปุ่นก็มีอาวุธลับประจำวันเป็น "ครีมกันแดด" นั่นเองค่ะ!
ครีมกันแดดเหล่านี้ของญี่ปุ่นได้รับความนิยมไม่ใช่แค่ในประเทศเท่านั้นนะ
แต่ยังดังไปทั่วโลกด้วยประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UV และสูตรต่างๆ หลายแบบ เนื้อบางเบา
ใครได้ไปเที่ยว ต้องหอบหิ้วกลับมามากมาย แน่นอนว่ารวมถึงคนไทยด้วย!

แต่ครีมกันแดดที่ญี่ปุ่นมีให้เลือกเยอะแยะมากมายจริงๆ ค่ะ!
ใครที่กำลังงงๆ ว่าครีมกันแดดแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร
วันนี้เรารวม 5 ประเภทครีมกันแดดมาเจาะลึกให้เห็นกันจะๆ เลย
มาญี่ปุ่นคราวหน้า อาจจะได้ครีมกันแดดสูตรที่เหมาะกับตัวเองสุดๆ มากกว่าสินค้ายอดนิยมก็ได้นะ! ^^

เคล็ดลับความดีงามของครีมกันแดดญี่ปุ่น

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรักครีมกันแดดญี่ปุ่นก็คงจะหนีไม่พ้นเนื้อครีมที่แสนจะเบาบาง ไม่เหนียวเหนอะหนะ

เคล็ดลับที่มาของเนื้อครีมนั้นก็เพราะว่า ฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้นนอกจากร้อนแล้วอากาศยังชื้นมากด้วย
หากครีมมีความเข้มข้น ตอนทาก็เหนอะหนะแล้ว หากเหงื่อออกอีกก็จะทำให้ผิวยิ่งเหนียว ทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเข้าไปใหญ่

ยาและครีมกันแดดของญี่ปุ่นจึงถูกพัฒนามาให้มีเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เมื่อทาจะซึมเข้าผิวหนังอย่างรวดเร็ว
ครีมกันแดดของญี่ปุ่นหลายตัวจะเหลือสัมผัสแห้งสบายบนผิวหนังหลังจากทาแล้วด้วย

แต่ข้อควรระวังคือ ครีมกันแดดญี่ปุ่นบางตัวมีผสมแอลกอฮอล์ด้วย
หากท่านใดผิวบอบบาง ขอแนะนำให้ทาโลชั่นหรือเซรั่มบำรุงผิวหน้าก่อนแล้วค่อยทาครีมกันแดดค่ะ

นอกจาก "SPF" แล้ว มารู้จักกับค่า "PA" กัน

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

ครีมกันแดดของญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีค่า SPF (Sun Protection Factor) สูง อยู่ที่ประมาณ 35 - 50
และยังมีอีกค่าที่ระบุเอาไว้คือค่า PA (Protection Factor A).

หลายท่านคงคุ้นเคยกับค่า "SPF" แล้ว เนื่องจากเป็นค่ามาตรฐานทั่วโลกในการแสดงถึงความสามารถในการกันแดด
ขนาดที่เสื้อผ้าก็ยังแสดงค่า SPF กันได้เลยค่ะ
ค่า SPF นี้หมายถึงจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวจะระคายเคืองต่อแสงแดด
เช่น หากปกติเราอยู่ใต้แสงแดดได้โดยผิวไม่ไหม้ 20 นาที
หากทากันแดดที่มี SPF 30 จะสามารถปกป้องผิวได้ 20 x 30 = ประมาณ 600 นาที
แต่เพราะครีมกันแดดนั้นอาจหลุดได้เพราะเหงื่อหรือการสัมผัส จึงอาจจะไม่ได้ผลตามสูตรคำนวนก็ได้
หากอยู่ในที่แดดจัดนานๆ จึงควรทาครีมซ้ำ

แต่ค่า SPF นั้นเป็นค่าที่แสดงการป้องกันรังสี UVB (Ultra Violet B) เท่านั้น
รังสี UVB เป็นรังสีที่ทำลายผิวหนังชั้นบน
หากใครกังวลเรื่องผิว โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยและผิวร่วงโรยตามวัย เราจะขอให้แนะนำให้เช็คค่า PA ด้วยค่ะ

ค่า PA คือค่าที่แสดงการป้องกันผิวจากรังสี UVA (Ultra Violet A) ซึ่งจะเข้าไปทำลายชั้นผิวที่ลึกเข้าไป เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวร่วงโรยเกินวัย
ค่าของ PA จะแสดงด้วยเครื่องหมายบวก โดยค่า PA ที่ต่ำที่สุด คือ PA+ และค่า PA ที่สูงที่สุดในขณะนี้ (กรกฎาคม 2018) คือ PA++++

ครีมกันแดดเนื้อเจล โลชั่น สเปรย์ และ Essence เลือกแบบไหนดี?

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

จากซ้ายไปขวา : Biore Watery Gel, NIVEA water gel, Sunkiller PERFECT WATER ESSENCE, Biore Whitening Essence, Nivea milky gel และ Biore UV Spray

เมื่อตัดสินใจอยากช้อปครีมกันแดดแล้ว ก็ต้องตกตะลึงกับชั้นวางสินค้าที่มีครีมและยากันแดดมากมายนับไม่ถ้วน
นอกจากจะซื้อตามรายการสินค้าที่ใครๆ เขาก็ซื้อกันแล้ว
เรามาลองดูเนื้อแบบต่างๆ ของครีมยอดนิยมดูกันดีกว่า
จะได้เป็นข้อมูลในการเลือกซื้อครีมที่เหมาะกับสภาพผิวเราจริงๆ

1. เนื้อเจลน้ำ (Watery Gel) เนื้อเบาเหมือนไม่ได้ทาอะไรเลย

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

เนื้อครีมแบบเจลน้ำที่เรียกว่า "Watery Gel" หรือ water gel (แล้วแต่แบรนด์) มีเนื้อครีมสีนม แต่ลื่นใสแบบเจล
ตอนทาจะรู้สึกเย็นสบายและสดชื่น ก่อนจะซึมซาบเข้าผิวในเวลาเพียง 1-2 นาที

เนื้อครีมแบบนี้ถือว่าเหมาะกับชาวผิวมัน หรือไม่ชอบความรู้สึกมันๆ บนผิวเป็นที่สุด
และยังเหมาะจะใช้ทาก่อนการแต่งหน้าอีกด้วย

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

ครีมแบบเนื้อเจลเป็นครีมที่มีความบางเบาที่สุด เนื้อครีมสามารถแยกชั้นภายในขวดได้ จึงควรเขย่าขวดก่อนใช้
สองยี่ห้อที่เราทดสอบคือ NIVEA จะให้ความชุ่มชื้นผิว มีแบบ SPF 35 และ 50+ ให้เลือกใช้
ส่วนของ Biore นั้นซึมเร็วโดยไม่ทิ้งคราบเอาไว้ มีเพียงแค่แบบ SPF 50+ เท่านั้น

2. เอสเซนส์ (Essence) เนื้อยอดนิยมที่มีสินค้าเพียบ

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

ครีมเนื้อแบบนี้มีด้วยกันหลายชื่อ ทั้ง Watery essence, bb (beauty balm) essence หรือในชื่อ whitening essence
เนื้อแบบเอสเซนส์ (Essence) ทั้งหลายจะไม่ค่อยต่างกันมากนัก และมีความหนืดกว่าแบบเจลเล็กน้อย

สำหรับชื่อ "Whitening essence" ถ้าไม่ใช่คนซื้อเครื่องสำอางญี่ปุ่นบ่อยๆ อาจจะไม่คุ้นสักเท่าไหร่
แต่มันก็มีความหมายถึง whitening หรือการช่วยเรื่องเซลล์สีผิวให้ขาวในแบบของตัวผู้ใช้นั่นเองค่ะ

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

หากท่านใดมีปัญหาเรื่องผิวบอบบาง แพ้ง่าย และอยากหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
เราประเภทนี้เราขอเสนอ SUNKILLER PERFECT WATER ESSENCE Alcohol Free ซึ่งเป็นสูตรปราศจากแอลกอฮอล์จำนวนน้อยในตลาดญี่ปุ่น
หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปในญี่ปุ่นเลยค่ะ

3. มิลค์ครีม (Milk Cream) เนื้อธรรมดาที่แสนคุ้นเคย

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

ถ้าหากใครผิวแห้งแล้วไม่อยากเปลี่ยนแนวครีมที่เคยใช้มา ก็สามารถหาครีมเนื้อข้นแบบธรรมดาที่พบเจอได้เยอะในตลาด โดยมองหาคำว่า milk หรือ cream บนขวดค่ะ

แต่ถึงจะเกริ่นไว้แบบนั้น ครีมแบบมิลค์ครีมของญี่ปุ่นก็ยังค่อนข้างเหลวกว่าที่เราเคยสัมผัสกันค่ะ
เนื้อครีมข้นนิดๆ ทำให้ผิวของเราชุ่มชื้นพลางปกป้องผิว แม้อาจจะต้องใช้เวลาในการซึมซาบลงสู่ผิวอยู่บ้าง
ระหว่างรอเนื้อครีมซึมลงไป อาจทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยสบายตัวในที่ๆ มีอาการร้อน ความชื้นสูง หรือเหงื่อออกได้ค่ะ

4. แบบ UV Sprays กันแดดแบบใหม่มาแรง

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

กันแดดแบบสเปรย์ (UV sprays) เป็นยากันแดดแบบใหม่ที่พึ่งผลิตออกจำหน่ายเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนแต่ละแบรนด์ดังพากันออกสินค้ามาบ้าง
ข้อดีมากๆ อีกอย่างของกันแดดแบบสเปรย์คือ เมื่อฉีดจะทำให้รู้สึกเย็นสดชื่น
หลายยี่ห้อโฆษณาว่าสามารถใช้ฉีดผมได้ด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดคราบบนผมได้บ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ตัวสเปรย์เมื่อฉีดแล้วจะเป็นของเหลว ก่อนจะค่อยซึมเป็นเนื้อแป้ง
อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ใช้กันแดดแบบสเปรย์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากการฉีดอาจทำให้ตัวเนื้อยากันแดดไม่ทั่วถึงทุกจุดได้
แต่ยากันแดดแบบสเปรย์นี้เหมาะมากหากจะใช้ฉีดเพื่อเพิ่มความสดชื่น หรือฉีดซ้ำหลังจากทาครีมกันแดดแบบอื่นแล้วออกแดดเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว
ข้อดีสุดๆ สำหรับสาวๆ คือ สามารถฉีดได้แม้แต่บนใบหน้าที่แต่งหน้าแล้ว

ข้อความระวังสำหรับ NIVEA Extra Cool Spray คือยากันแดดตัวนี้มีส่วนผสมของเมนทอลด้วย
แม้จะเย็นสดชื่น แต่ถ้าหากใครผิวแพ้ง่าย อาจจะต้องหลีกเลี่ยงนะคะ

5. แผ่นเช็ดทำความสะอาดผิวกายแบบ UV-Cut

5 Versions of Japanese Sunscreens Compared and Explained

แผ่นเช็ดทำความสะอาดผิวกายผสมแป้งชนิดมีสารป้องกันแดด ถือเป็นของหายากที่พอจะพบเจอได้ตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อในฤดูร้อน
ของเหลวที่แผ่นกระดาษเปียกจะทำให้รู้สึกสดชื่น หลังเช็ดจะกลายเป็นเนื้อแป้ง ช่วยป้องกันความเหนียวเหนอะหนะในฤดูร้อน
แถมยังช่วยลดความยุ่งยากในการทาครีมกันแดดได้อีกด้วย
ถ้าใครมีโอกาสเจอเข้าก็อย่าลืมซื้อมาลองกันนะ

เลือก "ครีมกันแดด" อาวุธลับผิวสวยแบบสาวญี่ปุ่นให้เหมาะกับตัวเอง

ชาวญี่ปุ่นรู้ดีกว่าการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความงามและความอ่อนเยาว์ของผิว
นักพัฒนาแบบคนญี่ปุ่นจึงค้นคว้าหาครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆ ในฤดูร้อน ... ซึ่งก็เหมาะกับสภาพอากาศของไทยทั้งปีด้วย!

หลายครั้ง การซื้อตามโพยยอดนิยม อาจจะได้ของที่ไม่ถูกกับสภาพผิวและรสนิยมของเราเท่าไหร่
แต่การไปยืนอยู่หน้าชั้นสินค้าที่มีของเยอะแยะ ตัวหนังสือญี่ปุ่นเต็มไปหมด โดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย ก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน
ลองใช้ข้อมูลเนื้อครีมแต่ละแบบในบทความนี้ เฟ้นหาครีมที่มีลักษณะตรงใจและเหมาะกับตัวเองดูนะคะ
ครั้งหน้าที่มาเที่ยวญี่ปุ่น คุณอาจจะได้ครีมในดวงใจของตัวเองที่ไม่เหมือนใครกลับไปก็ได้นะ
แล้วมาญี่ปุ่นหน้าร้อน อย่าลืมทาครีมกันแดดเพื่อผิวสวยของคุณด้วยล่ะ!

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง