Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

“คาวาอี้” (Kawaii) คืออะไร? รู้จักทุกความน่ารักแบบแบบญี่ปุ่น! พร้อมข้อมูลเที่ยว!

“คาวาอี้” (Kawaii) คืออะไร? รู้จักทุกความน่ารักแบบแบบญี่ปุ่น! พร้อมข้อมูลเที่ยว!

2018.07.10 บทความที่ชอบ

ได้ยินมาเยอะแล้ว แต่เอ๊ะ “คาวาอี้” (Kawaii) คืออะไรกันนะ!? มารู้จักกับความหมายและวัฒนธรรมความน่ารักสไตล์ญี่ปุ่นกัน! พร้อมแนะนำสินค้า ที่เที่ยว ที่ช้อปปิ้ง คนดัง ตัวการ์ตูน แบรนด์แฟชั่น และการแต่งหน้าอย่างง่ายๆ ครบครันทุกความคาวาอี้ในบทความเดียว!

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย Sawada Tomomi

Pin LINE

“คาวาอี้” (Kawaii) คืออะไร?

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวละครสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

ในช่วงหลายปีมานี้ ภาษาญี่ปุ่นคำว่า "คาวาอี้ (kawaii)" กลายเป็นที่รู้จักกันในระดับโลก
เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่ามีความหมายว่าอะไร?
คำว่า “คาวาอี้” มีความหมายตรงกับคำว่า pretty, cute, lovely, charming ในภาษาอังกฤษหรือคำว่า “น่ารัก” ในภาษาไทยเรานั่นเอง
คำนี้นิยมใช้กันในหมู่สาว โดยทั่วไปแล้วมักใช้บ่งบอกถึงความน่ารักสไตล์ผู้หญิงหรือสิ่งที่น่าดูแลทะนุถนอม

ถึงแม้ว่าจะอธิบายยังไงก็ยากที่จะเข้าใจว่าแท้จริงแล้วคำว่า “คาวาอี้” มันคืออะไรกันแน่ ...
ในครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำวัฒนธรรม “คาวาอี้” ของญี่ปุ่นในแบบรูปธรรมที่สามารถพบเห็นได้ในญี่ปุ่นทั้งสินค้าสไตล์คาวาอี้และร้านจำหน่ายสินค้าสไตล์คาวาอี้กันค่ะ ^^

เอาล่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันหน่อยดีกว่าว่าดินแดนแห่งวัฒนธรรมคาวาอี้ แหล่งช้อปปิ้งสินค้า ของฝากแนะนำ แบรนด์แฟชั่น ไปจนถึงตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้ มีอะไรบ้าง แถมด้วยวิธีการแต่งหน้าสไตล์คาวาอี้กันเลยจ้า!

สารบัญ : 

1. ฮาราจูกุ (Harajuku) สวรรค์แห่งวัฒนธรรมคาวาอี้
2. แนะนำ 12 แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง วัฒนธรรรมคาวาอี้ในโตเกียว
3. 10 ของฝากแนะนำสไตล์คาวาอี้
4. ตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้
5. ไอดอลและนักพากย์สุดคาวาอี้
6. แบรนด์แฟชั่นสุดคาวาอี้
7. วิธีการแต่งหน้าสไตล์คาวาอี้

ฮาราจูกุ (Harajuku) สวรรค์แห่งวัฒนธรรมคาวาอี้

“ฮาราจูกุ” (Harajuku) คือ ย่านวัยรุ่นต้นกำเนิดแฟชั่นอันทันสมัยมาเป็นเวลายาวนานมากกว่า 35 ปี โดยเฉพาะถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) นั้นเรียงรายไปด้วยร้านค้าขึ้นชื่อมากมาย โดยคึกคักไปด้วยผู้คนที่หลงใหลในแฟชั่นเพียบ! ด้วยอิทธิพลจากนิตยสารแฟชั่นที่ลงเรื่องราวของที่นี่มากมาย ทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่า “แฟชั่นสไตล์ฮาราจูกุ = คาวาอี้”

สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับ “ฮาราจูกุ” แหล่งต้นกำเนิดวัฒนธรรมคาวาอี้แห่งนี้สามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "ไกด์พาเที่ยวฮาราจูกุตั้งแต่วิธีการเดินทางไปจนถึงร้านค้าแฟชั่นแนะนำ" และ "7 แหล่งช้อปปิ้งสำหรับซื้อของฝากย่านฮาราจุกุและโอโมเตะซันโด!"

แนะนำ 12 แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง วัฒนธรรรมคาวาอี้ในโตเกียว

ต่อไปเราจะมาแนะนำ 12 แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งที่สามารถสัมผัสวัฒนธรรมคาวาอี้ของญี่ปุ่นได้ในโตเกียวกันค่ะ ^^

1. Sanrio Puroland (ซานริโอ พูโรแลนด์)

“ซานริโอ” คือ บริษัทผู้ให้กำเนิดตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้ชื่อดังระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็น Hello Kitty, My Melody, Pompompurin, Cinnamoroll และ Little Twin Stars และทางบริษัทก็ยังเปิดให้บริการสวนสนุกที่ให้เราได้เจอกับตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้ในดวงใจที่ "Sanrio Puroland (ซานริโอ พูโรแลนด์)"

ที่นี่เต็มไปด้วยการแสดงที่น่าสนใจมากมาย ทำให้เราสามารถสัมผัสกับตัวการ์ตูนขึ้นชื่อของซานริโอได้อย่างใกล้ชิด
แถมอาหารที่จำหน่ายภายในธีมปาร์คก็ยังมีแต่เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้อีกด้วย จะตักแต่ละคำ ทำเอาเรารู้สึกเสียดายแน่นอน!
พร้อมด้วยสินค้าน่ารักๆ ของซานริโอเพียบ แถมยังมีจำหน่ายสินค้า Limited เฉพาะของซานริโอพูโรแลนด์ที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหนในโลกอีกด้วย

เนื่องจากทุกอย่างในนี้ล้วนเป็นความคาวาอี้ที่สร้างสรรค์โดยซานริโอทั้งนั้น จึงนับเป็นโลกชวนฝันห้ามพลาดของสาวกซานริโอเลยทีเดียวนะ!

ที่อยู่: 1 Chome-31 Ochiai, Tama, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 042-339-1111
เว็บไซต์หลัก : http://en.puroland.jp/

2. Kiddy Land Harajuku (คิดดี้แลนด์ ฮาราจูกุ)

原宿キディランド

"Kiddy Land Harajuku (คิดดี้แลนด์ ฮาราจูกุ)" คือ แหล่งรวมสินค้าสไตล์คาวาอี้มากมายไม่ว่าจะเป็นสินค้าอนิเมะและตัวการ์ตูน มาสคอตต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านของเล่นแต่บอกเลยว่าเต็มไปด้วยสินค้าจิปาถะสไตล์ญี่ปุ่นและสินค้าตัวการ์ตูนทุกรูปแบบอย่างแน่นเอี๊ยดเชียวล่ะค่ะ

เราสามารถช้อปปิ้งของฝากยอดนิยม ถุงเท้าลายตัวการ์ตูน เคสมือถือ และอื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่
นอกจากนี้ คิดดี้แลนด์ฮาราจูกุก็ยังจัดร้านให้มีธีมเฉพาะในแต่ละชั้นด้วย
ชั้น 1 เป็นธีมสินค้าจิปาถะสไตล์ญี่ปุ่นและสินค้ามีเอกลักษณ์น่าสนใจ
ชั้น 2 เป็นธีมสินค้าของสตูดิโดจิบลิ อย่าง โตโตโร่
ชั้น 3 เป็นธีมสินค้าตัวการ์ตูนที่คุ้นเคยกันตามหนังสือการ์ตูนและอนิเมะที่ฉายทางทีวี เช่น "ONE PIECE" หรือ "โดราเอม่อน"
สวนชั้น 4 เป็นธีมสินค้าซานริโอ อย่างเช่น Hello Kitty

แถมคิดดี้แลนด์ยังมีสาขาอื่นๆ นอกจากฮาราจูกุด้วยนะเออ...
ถ้าเกิดใครบังเอิญเจอป้ายสีแดงเขียนว่า "KIDDY LAND" ด้วยตัวอักษรสีขาวเมื่อไหร่ให้รีบบึ่งเข้าไปเลยจ้า รับรองว่าได้เจออะไรน่าสนใจ ไม่เสียเวลาเปล่าแน่

ที่อยู่ : 6 Chome-1-9 Jingumae, Shibuya, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-3409-3431
เว็บไซต์หลัก : https://www.kiddyland.co.jp

3. เมดคาเฟ่ (ย่าน Akihabara)

かわいいメイドさん

"เมดคาเฟ่ ในย่านอากิฮาบาระ (Akihabara)" คือ คาเฟ่ที่มีพนักงานบริการเป็นสาวๆ แต่งชุดเมดสุดคาวาอี้
โดยจะเรียกลูกค้าผู้ชายว่า “โกะชุจินซามะ (เจ้านาย)” และเรียกลูกค้าผู้หญิงว่า “โอโจ้ซามะ(คุณหนู)”
และยิ่งในย่าน “อากิฮาบาระ” สวรรค์แห่งโอตาคุนั้นเต็มไปด้วยเมดคาเฟ่เพียบ! ส่วนมากมักจะใช้ระบบจ่ายค่าเข้า และจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่มแยกต่างหาก

อาหารและเครื่องดื่มมีราคาค่อนข้างสูงก็จริง แต่เขามีเหตุผลนะจ๊ะ
เพราะว่าคุณเมดจะทั้งยกอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะพร้อมพูดคุยเล่นด้วย แถมยังมีการเล่นเกม การแสดงสดต่างๆ ให้ชมอีกต่างหาก

ในปัจจุบัน นอกจากจะมีเมดคาเฟ่แบบน่ารักคาวาอี้ตามปกติแล้ว ก็ยังเกิดเมดคาเฟ่รูปแบบต่างๆ น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่น เมดคาเฟ่ธีมยุคซามูไรสมัยเซนโกคุขึ้นมาอีกด้วย
ยังไงเพื่อนๆ ก็ลองมาตามหาเมดคาเฟ่สไตล์ที่ถูกใจแล้วแวะไปเยือนกันดูนะคะ ^^

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเมดคาเฟ่สามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "เมดคาเฟ่ วัฒนธรรมโอตาคุเลื่องชื่อต้นกำเนิดจากอากิฮาบาระคืออะไรกัน!?"

4. Namco Namja Town (แนมโคนัมจาทาวน์)

"Namco Namja Town (แนมโคนัมจาทาวน์)" ศูนย์รวมความบันเทิงขึ้นชื่อในญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นธีมปาร์คในร่มที่บริหารโดยบริษัทเกมชื่อดังอย่าง Namco
ภายในเต็มไปด้วยเกมและกิจกรรมสนุกๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเกมหนีเอาตัวรอดโดยเราจะได้รับบทเป็นเพื่อนกับตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้จากเกมยอดนิยมในหมู่เด็กๆอย่าง Yo-kai Watch
นอกจากนี้ยังมีตู้เกม และมีงานอีเว้นท์ของตัวการ์ตูนต่างๆ เป็นต้น แถมที่นี่ยังมีตู้เครนเกมจับของรางวัล เช่น ตุ๊กตาตัวการ์ตูนสุดแสนน่ารักอีกด้วย

เนื่องจากบางครั้งก็จะมีของรางวัลสุดพิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในโลกนอกจากในตู้เครนเกมของที่นี่ด้วย จึงขอแนะนำสำหรับใครที่มั่นใจในฝีมือของตัวเองให้ลุยเลยค่ะ!
นอกจากนี้ ตู้ถ่ายรูปสติกเกอร์ก็เป็นไฮไลท์ห้ามพลาดสำหรับสาวๆ เลยจ้า
ตู้ถ่ายสติกเกอร์ของที่นี่มีลายพิเศษเป็นตัวการ์ตูนออริจินอลของนัมจาทาวน์ด้วยนะ เหมาะสำหรับมาถ่ายรูปคาวาอี้กลับไปเป็นที่ระลึกสุดๆ

ที่อยู่ : 3-1-3, Higashi-ikebukuro | 2F Sunshine City World Import Mart, Toshima, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-5950-0765 (เวลาทำการ : 9.30 – 18.00 น.)
เว็บไซต์หลัก : http://www.namco.co.jp/tp/namja/pdf/english_guide.pdf (แผ่นพับภาษาอังกฤษ)

5. Ghibli Museum (พิพิธภัณฑ์จิบลิ)

ジブリ美術館

“สตูดิโอจิบลิ” คือ บริษัทการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลกจากงานภาพอันงดงามและตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้
ที่ "Ghibli Museum (พิพิธภัณฑ์จิบลิ)" แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สามารถดื่มด่ำกับโลกของสตูดิโอจิบลิได้อย่างเต็มที่
โดยมีจัดแสดงทั้งข้อมูลและผลงานสตอรี่บอร์ดฝีมือคุณมิยาซากิ ฮายาโอะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงตัวการ์ตูนจากผลงานแต่ละเรื่องด้วย จึงบอกเลยว่าเป็นสถานที่ห้ามพลาดสำหรับแฟนๆ สตูดิโอจิบลิอย่างแท้จริง

แต่มีข้อควรระวัง คือ จำเป็นต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าที่ตู้ Loppi ของร้านสะดวกซื้อ LAWSON ก่อน และห้ามถ่ายรูปนะจ๊ะ
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 1,000 เยน นักเรียนม.ต้น-ม.ปลาย 700 เยน, นักเรียนประถม 400 เยน, เด็กเล็กอายุมากกว่า 4 ขวบ 100 เยน และเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบเข้าชมฟรี
เนื่องจากตั๋วเข้าชมจะมีฟิล์มการ์ตูน 3 ช่องแถมมาให้ด้วย เราจึงสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันได้เลย

ที่อยู่ : 1 Chome-1-83 Shimorenjaku, Mitaka, Tokyo (ภายในสวนสาธารณะอิโนคาชิระฝั่งตะวันตก)
เบอร์โทรศัพท์ : 0570-055777 (เฉพาะในประเทศญี่ปุ่น)
เว็บไซต์หลัก : http://www.ghibli-museum.jp/en/

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :

ย้อนวัยเข้าไปในโลกจินตนาการ! "พิธภัณฑ์จิบลิ" ที่มิตากะ
รู้แล้วหรือยัง? ข้อมูลการซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์จิบลิและการเดินทาง
ยินดีต้อนรับสู่โลกของจิบลิ พิพิธภัณฑ์จิบลิ เมืองมิตากะ

6. Hello Kitty Japan / Rilakkuma Store สาขา Tokyo SKYTREE TOWN Solamachi

"Tokyo SKYTREE TOWN (โตเกียวสกายทรีทาวน์)" คือชื่อของแหล่งช้อปปิ้งที่มี "Tokyo Skytree (โตเกียวสกายทรี)" หอคอยสัญลักษณ์ใหม่ของโตเกียวตั้งอยู่ตรงกลาง
ตรงมุมหนึ่งในนั้นเป็นที่ตั้งของ "Tokyo Salamachi (โตเกียวโซระมาจิ)" ท่ี่เต็มไปด้วยร้านค้า
และบนชั้น 4 ของโซระมาจินั้นมีร้าน "Hello Kitty Japan" ร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับ Hello Kitty ตัวการ์ตูนชื่อดังระดับโลก
หากไปที่ชั้น 3 จะพบกับร้าน "Rilakkuma Store" ที่เต็มไปด้วยสินค้าเกี่ยวกับริลัคคุมะ เจ้าหมีขี้เกียจแสนน่ารัก

ทั้งสองร้านเต็มไปด้วยสินค้าตัวการ์ตูนมากมายให้เลือกซื้อกันจนกระเป๋าแฟ่บ โดยเฉพาะสินค้าที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมาสคอตกับโตเกียวสกายทรีนับเป็นสินค้าที่หาซื้อได้แค่ที่นี่เท่านั้น! พลาดไปจะเสียดายนะ!
ร้านจำหน่ายสินค้าตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้ทั้งคู่นี้ ด้วยความน่ารักน่าหยิกแค่เดินชมก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจนต้องอมยิ้มไม่หยุดเลยล่ะ

Hello Kitty Japan
ที่อยู่ : TOKYO SKYTREE TOWN Solamachi 4F, 1 Chome-1-2 Oshiage, Sumida, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-5610-2926
เว็บไซต์หลัก : http://www.sanrio.co.jp/english/store/sh6204110/

Rilakkuma Store สาขา Tokyo SKYTREE TOWN Solamachi
ที่อยู่ : TOKYO SKYTREE TOWN Solamachi 4F, 1 Chome-1-2 Oshiage, Sumida, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-5610-7228
เว็บไซต์หลัก : https://www.san-x.co.jp/relaxuma/skytree/

7. Fujiko F. Fujio Museum (พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน)

藤子・F・不二雄ミュージアム

"Fujiko F. Fujio Museum (พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน)" ตั้งอยู่ในเขตทามะ เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานากาวะ ห่างจากตัวเมืองโตเกียวออกไปเล็กน้อย
ที่แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เรารู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของโดราเอม่อน
ด้วยของวิเศษ "โทรศัพท์ช่างพูด!" (โอะฮานาชิเดงวะ) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไกด์เสียงประจำพิพิธภัณฑ์จะช่วยให้เราสนุกกับพิพิธภัณฑ์ได้มากขึ้นจากคำแนะนำที่มีให้เลือกทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเกาหลี

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้อมูลอันล้ำค่ามากมาย เช่น ภาพต้นฉบับที่วาดโดยอาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เป็นต้น
เมื่อเดินออกไปด้านนอกก็จะพบกับตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้ผลงานของอาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ โดยเฉพาะเรื่องโดราเอม่อนตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ มากมาย
ทางพิพิธภัณฑ์ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในอาคารก็จริง แต่ด้านนอกเปิดให้ถ่ายรูปได้อย่างอิสระเลยจ้า
ส่วนสินค้าที่จำหน่ายตามร้านค้าของพิพิธภัณฑ์ก็ล้วนเป็นของหายากที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหนในโลก เช่น ของฝากที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากของวิเศษของโดราเอม่อน เป็นต้น

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "(ตอนที่ 1/2)ไปพิพิธภัณฑ์ "โดราเอมอน" ที่ "Fujiko F. Fujio Museum" คาวาซากิ"

ที่อยู่ : 2 Chome-8-1 Nagao, Tama, Kawasaki, Kanagawa
เบอร์โทรศัพท์ : 0570-055-245
เว็บไซต์หลัก : http://fujiko-museum.com/english/

8. LoFt

"LoFt" คือ ร้านจำหน่ายของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ของตกแต่งภายในและสินค้าจิปาถะ
ไฮไลท์ที่น่าสนใจของทางร้านอยู่ที่เต็มไปด้วยสินค้าอันมีเอกลักษณ์น่าสนใจมากมายเลยนี่แหละ
แน่นอนว่าในนั้นย่อมมีมีสินค้าจิปาถะสุดคาวาอี้และสินค้าสีสันสดใสสไตล์ป๊อปเพียบเลยอีกด้วย

ที่นี่จำหน่ายสินค้ามากมายหลากหลายประเภทโดยเฉพาะเครื่องเขียนที่มีมากกว่าใครเพื่อน
สินค้าโดนใจถึงขนาดซื้อไปก็น่ารักจนไม่กล้าใช้มีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นกระดาษโน๊ตที่ดูราวกับโดนัทของจริงและคลิปหรือโพสอิทรูปสัตว์หรือตัวการ์ตูนสุดฮิต
ถึงจะทำใจใช้ยาก แต่พอใช้แล้วจะต้องติดใจในความน่ารักและใช้ดีไม่แพ้รูปร่างหน้าตาเลยล่ะค่ะ
ที่นี่จึงนับเป็นร้านที่สามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่น และช้อปปิ้งได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

LoFt สาขาชิบุย่า
ที่อยู่ : 21-1 Udagawacho, Shibuya, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-3462-3807
เว็บไซต์หลัก : http://www.loft.co.jp/

9. VILLAGE/VANGUARD

"VILLAGE/VANGUARD" คือ แหล่งรวมแฟนๆ ผู้หลงใหลใน subculture ของญี่ปุ่นอย่างอนิเมะหรือดาราไอดอล
ภายในร้านเรียงรายไปด้วยสินค้ามีเอกลักษณ์มากมายไม่ว่าจะเป็นหนังสือการ์ตูน สินค้าตัวการ์ตูน สินค้าไอดอล สินค้าจิปาถะสุดคาวาอี้ และเสื้อยืด
เนื่องจากเต็มไปด้วยสินค้าหายากที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านอื่นมากมาย จึงขอแนะนำว่าใครอยากหาของแปลกๆ และสาวกวัฒนธรรมย่อยของญี่ปุ่นต้องแวะมาชมกันให้ได้สักครั้ง

VILLAGE/VANGUARD สาขา Lumine Est Shinjuku
ที่อยู่ : Lumine Est Shinjuku 5F, 3 Chome-38-1 Shinjuku, Shinjuku, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-5368-2466
เว็บไซต์หลัก : http://www.village-v.co.jp/

10. SHIBUYA109

ใครมาเดินชิบุย่าก็ต้องสะดุดตากับตึกสูงพร้อมตัวอักษร "SHIBUYA109"
“ชิบุย่า” เมืองผู้นำเทรนด์แฟชั่นแห่งนี้เนืองแน่นไปด้วยวัยรุ่นผู้ชื่นชอบแฟชั่นเพียบ!
และศูนย์การค้า SHIBUYA109 มีร้านค้าให้เดินช็อปกว่า 120 ร้าน บอกเลยว่าพนักงานร้านของที่นี่แต่งตัวโดนใจวัยรุ่นสุดๆ

พนักงานแต่ละคนเลือกสรรเสื้อผ้าแต่งตัวสไตล์คาวาอี้ได้อย่างลงตัว แถมมีเทคนิคการบริการต้อนรับลูกค้าอย่างยอดเยี่ยม
หลายร้านมีพนักงานที่ทั้งเก่งและแต่งตัวเริ่ดจนได้รับการยอมรับเป็น “พนักงานชั้นแนวหน้า” และยังมีพนักงานบางคนที่มีอาชีพเป็นนางแบบด้วยนะ
ถ้าใครเดินเจอร้านค้าที่ตรงสเป็คหรือร้านค้าที่มีพนักงานแต่งตัวโดนใจ ก็สามารถศึกษาการแต่งตัวสุดคาวาอี้ของเหล่าพนักงานไปใช้เอง หรือจะเข้าไปปรึกษาขอความรู้เกี่ยวกับการ mix & match เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายกันได้เลยจ้า!

ที่อยู่ : 2 Chome-29-1 Dogenzaka, Shibuya, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-3477-5111
เว็บไซต์หลัก : http://www.shibuya109.jp/

11. Tokyo Character Street (โตเกียวคาแรคเตอร์สตรีท)

หากได้แวะที่สถานีโตเกียวแล้ว อย่าพลาดถนนสายคาวาอี้ "Tokyo Character Street (โตเกียวคาแรคเตอร์สตรีท)"
ที่นี่คือถนนสายเล็กๆ ในสถานีโตเกียวที่มีร้านค้าเรียงราย เต็มไปด้วยสินค้าตัวการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลกไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอจิบลิ โปเกม่อน ตัวการ์ตูนจากนิตยสารการ์ตูนโชเน็นจัมป์ ไปจนถึงตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้อย่างตัวการ์ตูนจากซานริโอ
บรรดาตัวการ์ตูนชื่อดัง เป้าหมายในการช้อปของทุกคนถูกรวมไว้ที่นี่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องตระเวนหาร้านค้าทางการของการ์ตูนแต่ละค่ายทีละร้านให้ปวดหัวเลย!
เนื่องจากสามารถเดินทางมาจากสถานีโตเกียว ฝั่งทางเข้าออกยาเอสุ (Yaesu Exit) ได้อย่างง่ายดาย จึงเรียกได้ว่าการเดินทางแสนสะดวก
ไม่ว่าจะแวะมาก่อนเดินทางออกไปไหน หรือจะแค่แวะเปลี่ยนรถ ก็มาหาซื้อของได้เลย

สำหรับใครที่กำลังมองหาแหล่งช้อปสินค้าตัวการ์ตูนหลากหลายหรือกำลังหาซื้อของฝากก็บอกเลยว่าควรค่าแก่การแวะมาแน่นอน!

ที่อยู่ : Tokyo Station Ichibangai, 1 Chome-9-1 Marunouchi, Chiyoda, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-3210-0077
เว็บไซต์หลัก : http://www.tokyoeki-1bangai.co.jp/street/character
แผ่นพับภาษาอังกฤษ : http://www.tokyoeki-1bangai.co.jp/pdf/floorMap_foreign.pdf

12. Daiso (ไดโซะ : ร้าน 100 เยน)

Daiso (ไดโซะ) คือ ร้าน 100 เยนที่มีสาขามากมายทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงประเทศไทยด้วย!
เราสามารถหาซื้อสินค้าสุดคาวาอี้ได้ที่นี่ด้วยนะเออ
ขอร้องอย่าดูถูกว่าเป็นแค่สินค้าราคา 100 เยนเชียวนะ เพราะว่าที่นี่มีจำหน่ายทั้งสินค้าจิปาถะ เครื่องเขียน และเคสมือถือ ที่มีลายตัวการ์ตูนชื่อดังอย่าง Hello Kitty หรือลวดลายน่ารักสดใสเพียบ!
สินค้าสุดน่ารักในราคาเพียงแค่ 100 เยน (ยังไม่รวมภาษี) เป็นอะไรที่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า น่ารักขนาดนี้ ร้อยเยนเองเหรอ!?

Daiso สาขา Asakusa ROX
ที่อยู่ : Asakusa ROX 4F, 1 Chome-25-15 Asakusa, Taito, Tokyo
เบอร์โทรศัพท์ : 03-5827-1905

*10 ของฝากแนะนำสไตล์คาวาอี้*

ของน่ารักแค่มองด้วยตามันก็น่ารักนะ แต่ไม่พอหรอก! ต้องซื้อมาใช้หรือตั้งเอาไว้ข้างกายให้นั่งมองอมยิ้มทั้งวันสิถึงจะถูก!
ต่อไปเราเลยจะมาแนะนำ 10 ของฝากยอดนิยมที่เหมาะสำหรับการซื้อกลับไปเพิ่มความคาวาอี้ให้ตัวเอง หรือจะเอาไปฝากเพื่อนๆ ก็ย่อมได้ค่ะ

1. ถุงเท้าลายตัวการ์ตูน

หลายคนอาจอยากใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแฟชั่นลายตัวการ์ตูนน่ารักๆ กับเค้าบ้าง แต่ก็รู้สึกว่ามันดูเด็กๆ ไปหน่อย เลยไม่กล้าใส่กันบ้างใช่ไหมคะ
ถ้ารู้สึกแบบนั้นล่ะก็ เราขอแนะนำถุงเท้าลายตัวการ์ตูนเลย!

เนื่องจากตราบใดที่ไม่ถอดรองเท้า คนอื่นก็ไม่มีทางรู้ว่าถุงเท้าของเราจะเป็นลายน่ารักขนาดไหน ดังนั้นสบายใจหายห่วงจ้า
ความรู้สึกที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับตัวการ์ตูนสุดโปรดเป็นอะไรที่ดีต่อใจสุดๆ
นอกจากนี้ เนื่องจากมีจุดเด่นอยู่ตรงที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด พับเก็บได้ ไม่เกะกะกระเป๋าเดินทาง จึงเหมาะสำหรับซื้อกลับไปเป็นของฝากเพื่อนๆ แถมยังราคาไม่แรงอีกต่างหาก

เอ้า จะรออะไรอยู่ล่ะ แบบนี้ต้องเหมาสิคะ!

2. ตะเกียบลายตัวการ์ตูน

ตะเกียบ คือ อุปกรณ์สำคัญสำหรับทานอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารจีนที่คนญี่ปุ่นใช้กันมาตั้งแต่ในอดีต
เรียกได้ว่าเป็นไอเทมสำคัญที่สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมการกินของคนญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการซื้อกลับไปเป็นของฝากเช่นเดียวกัน

ถึงแม้จะเป็นตะเกียบธรรมดา แต่ก็มีดีไซน์สุดคาวาอี้ให้เลือกซื้อเพียบ! โดยตะเกียบสุดฮิตมีทั้งแบบลายญี่ปุ่นและลายตัวการ์ตูนชื่อดัง
ตะเกียบจึงกลายเป็นของฝากที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ในสมัยก่อนและวัฒนธรรมสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

3. พวงกุญแจลายตัวการ์ตูน

พวงกุญแจนับเป็นสินค้าที่ต้องพบเห็นกันทุกครั้งเมื่อเข้าร้านจำหน่ายสินค้าการ์ตูนหรือร้านจำหน่ายของฝาก
ไม่ว่าใครที่ได้เห็นตัวการ์ตูนสุดโปรดบ่อยๆ ในชีวิตประจำวันก็ต้องรู้สึกมีความสุขขึ้นมากันใช่ไหมล่ะคะ?
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนจะเลือกซื้อกลับไปห้อยกุญแจหรือห้อยกระเป๋ากันมากมาย

ส่วนพวงกุญแจตัวการ์ตูนที่เห็นกันเป็นประจำก็หนีไม่พ้น “โตโตโร่” ตัวการ์ตูนชื่อดังจากเรื่องโทโทโร่เพื่อนรัก (My Neighbor Totoro) จากสตูดิโอจิบลิ และสาวแมว Hello Kitty ของซานริโอเลยค่ะ
เนื่องจากถึงแม้จะเป็นตัวการ์ตูนเดียวกันก็มีให้เลือกซื้อมากมายหลายเวอร์ชั่น หลายคนจึงอาจมึนไม่รู้ว่าจะซื้ออันไหนดีกันบ้างแหละ
สำหรับ Hello Kitty นั้นแต่ละท้องถิ่นจะมีจำหน่ายพวงกุญแจพิเศษเฉพาะของท้องถิ่นที่เรียกว่า “โกะโทจิคิตตี้” (Gotouchi Kitty) ด้วย
มีแฟนพันธุ์แท้ นักสะสมที่เดินทางไปยังท้องถิ่นต่างๆ เพื่อกว้านซื้อให้ครบไม่น้อยเลยด้วยนะคะ
สินค้า "โกะโทจิคิตตี้" นั้นจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น จึงเหมาะสำหรับซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกในการท่องเที่ยวสุดๆ

4. เครื่องเขียนญี่ปุ่น

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

เครื่องเขียน นั้นโดยปกติมักจะเป็นสินค้าเรียบๆ เบสิคซะเยอะ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน หลายคนจึงอาจมีความคิดว่าจะเป็นแบบไหนก็ใช้ไปเถอะ
แต่อุตส่าห์ทำงานทั้งที ถ้าเกิดทำงานด้วยของน่ารักๆ ดีต่อใจ ใครๆ ก็ชอบจริงไหมล่ะ

เครื่องเขียนญี่ปุ่นมีคุณภาพการใช้งานดี แถมส่วนใหญ่ก็ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามอีกด้วย ม่ว่าจะเป็นสีสันสดใสโดนใจวัยรุ่นและลายตัวการ์ตูนต่างๆ
เพียงแค่เห็นคลิปหนีบกระดาษรูปหัวใจ หอไอเฟล หรือสัตว์ต่างๆ ทำให้เราต้องเผลออมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ
โดยร้านค้าจิปาถะชื่อดังอย่าง LoFt นับเป็นแหล่งรวมเครื่องเขียนสุดคาวาอี้เหล่านี้มากมายเลยทีเดียว
เครื่องเขียนที่ใช้งานได้ดี จะมีตุนไว้เท่าไหร่ก็ไม่เป็นปัญหา ดังนั้น จึงเหมาะจะซื้อไปเป็นของฝาก ใครได้รับก็จะต้องดีใจกันอย่างแน่นอนจ้า

5. สติ๊กเกอร์

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

อะไรเอ่ย ... แค่แปะปุ๊บก็เปลี่ยนให้ของธรรมดาๆ กลายเป็นของสุดคาวาอี้ปั๊บ!
ก็สติ๊กเกอร์ไงล่ะ!
เราสามารถแปะสติ๊กเกอร์ดีไซน์รูปตัวการ์ตูนสุดโปรดลงบนของใช้ของตัวเองให้ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาได้
แถมยังสามารถใช้แต่งจนกลายเป็นเหมือนสินค้าออริจินอลของเราเท่านั้นได้อีกต่างหาก
สติ๊กเกอร์นับเป็นสินค้าพื้นฐานที่ร้านจำหน่ายสินค้าตัวการ์ตูนทุกแห่งต้องมีเลยทีเดียว

เนื่องจากมีราคาถูกและมีให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายแบบ เราจึงสามารถช้อปปิ้งเหมาเรียบมาได้โดยไม่ต้องลังเล
นอกจากนี้ก็ยังมีขนาดเล็กและบางไม่เกะกะกระเป๋าเดินทางด้วย
จึงเหมาะสำหรับซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกแล้ว!

6. นิตยสารญี่ปุ่น

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องแฟชั่นคาวาอี้ให้มากขึ้น วิธีที่รวดเร็วที่สุดก็คือการอ่านนิตยสารแฟชั่นนี่แหละ
โดยนิตยสารแฟชั่นขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ได้แก่ "non-no", "ViVi" และ "CanCam"
หากใครที่เป็นแฟนการ์ตูนก็สามารถหา "นิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์" (Shonen Jump) ที่ลงการ์ตูนเรื่อง "ONE PIECE"
หรือ "แมกกาซีนโชเน็นแมกกาซีนรายสัปดาห์" (Magazine) ที่ลงการ์ตูนเรื่อง "Fairy Tail" มาอ่านได้เหมือนกัน

ถ้าเกิดใครอยากรู้ข้อมูลเทรนด์ล่าสุด แน่นอนว่าต้องขอแนะนำให้ซื้อนิตยสารที่เพิ่งตีพิมพ์ล่าสุดอยู่แล้ว
แต่สำหรับใครที่มีงบประมาณจำกัดหรืออยากซื้อเยอะๆ ก็หันไปซื้อแค่นิตยสารที่เล่มก่อนๆ จากร้านจำหน่ายหนังสือมือสองแทนก็ยังได้

7. ร้าน 100 เยน

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

ร้าน 100 เยน ชั้นนำของญี่ปุ่นประกอบด้วย Daiso, Seria, Can Do และ WATTS
เราสามารถช้อปปิ้งสินค้าทุกอย่างได้ในราคา 100 เยน (ไม่รวมภาษี)
ร้านเหล่านี้อยู่ทั่วไปในญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ ไม่ต้องกลัวจะหายาก
สินค้าที่สามารถหาซื้อได้ในร้าน 100 เยนไม่ได้มีแค่ของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันเท่านั้นนะ

เราสามารถช้อปปิ้งสินค้าสุดคาวาอี้อย่างเครื่องเขียนลายตัวการ์ตูนชื่อดัง เช่น Hello Kitty ได้ด้วย
และเนื่องจากเครื่องสำอางก็มีราคาเพียง 100 เยนเท่านั้น เราจึงสามารถเลือกซื้อสีแปลกๆ ที่ไม่เคยใช้มาลองแต่งหน้าได้อย่างสบายๆ
รับรองว่าจะเพิ่มวิธีแต่งหน้าสไตล์คาวาอี้ของเราได้อีกเพียบ!

8. กาชาปอง

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

กาชาปอง หรือ กาชากาชา (Gachagacha) คือ ตู้กดแคปซูลอัตโนมัติหรือที่บางทีเราก็เรียกกันว่า "หมุนไข่"
รวมไปถึงบางครั้งก็ใช้เรียกของเล่นหรือฟิกเกอร์ที่ได้จากตู้กาชาปองด้วย (ชื่อจริง คือ แคปซูลทอย)
นอกจากเราจะสามารถเล่นได้อย่างสบายๆ โดยใช้เงินเพียงไม่กี่เหรียญแล้ว
ก็ยังมีเสน่ห์อยู่ที่ความรู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าของเล่นข้างในกาชาปองที่กดได้จะเป็นอะไร
กาชาปองมีมากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นตู้กาชาปองตุ๊กตาฟิกเกอร์ขนาดจิ๋ว ไปจนถึงของที่สามารถใช้งานได้
โดยส่วนใหญ่สินค้าในตู้กาชาปอง มักจะเป็นสินค้าหลากหลายตัวการ์ตูนหรือลวดลายในธีมเดียวกัน

เราจะได้สนุกและลุ้นกับการหยอดตู้กาชาปองหลายต่อหลายครั้งจนกว่าจะได้ตัวที่ต้องการ!
ถ้าหมุนแล้วไม่ได้ตัวที่ต้องการหรือได้ของซ้ำกันหลายตัวก็สามารถนำกลับไปฝากเพื่อนๆ แทนได้ด้วย

9. ขนมสไตล์คาวาอี้ในร้านสะดวกซื้อ

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

ในร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นเต็มไปด้วยขนมสุดคาวาอี้เยอะแยะเลยล่ะค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นขนมที่บริษัทขนมร่วมมือกับตัวการ์ตูนชื่อดัง ขนมที่บรรจุแพ็คเกจสุดน่ารัก หรือขนมที่ติดภาพหน้ากล่องเป็นตัวการ์ตูนออริจินอลของแบรนด์ขนมต่างๆ
เนื่องจากในญี่ปุ่นมีร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่แทบทุกหัวมุมถนน เราจึงสามารถแวะช้อปปิ้งได้อย่างอย่างแสนสะดวกตามที่ต้องการเลย

10. เคสมือถือ

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่พกติดตัวเอาไว้ตลอดเวลาไม่ต่างจากมนุษย์โซเชียลอย่างคนไทย
เนื่องจากเป็นของใช้ที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันนี่แหละ ใครๆ ก็อยากรักษามันเอาไว้เป็นอย่างดีอย่างแน่นอน
และสิ่งจำเป็นในการรักษาตัวเครื่องไม่ให้เกิดความเสียหายก็คือ “เคสมือถือ” นั่นเอง!
เราสามารถหาซื้อเคสมือถือดีไซน์ต่างๆ ได้ทั่วไปตั้งแต่ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือไปจนถึงร้านขายส่งและร้าน 100 เยนเลยทีเดียว

ทั้งเคสประดับตกแต่งแบบสวยงาม เคสสไตล์ป๊อปสดใสโดนใจวัยรุ่น เคสรูปตัวการ์ตูนสุดโปรด
มีเคสมือถือสุดคาวาอี้มาให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหวเลย!

~ตัวการ์ตูนสุดคาวาอี้~

ในปัจจุบัน ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นจำนวนมากกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักตัวการ์ตูนที่เหมือนเป็นตัวแทนของญี่ปุ่นไปแล้วกันดีกว่า

Hello Kitty (ฮัลโหลคิตตี้)

Hello Kitty (ฮัลโหลคิตตี้) คือ ตัวการ์ตูน "สาวน้อย" ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลูกแมว ออกแบบโดยบริษัทซานริโอ
โดยมีจุดเด่นเป็นโบว์สีแดงติดอยู่ตรงหูขวา
น้องคิตตี้เป็น "สาวน้อย" จริงๆ นะคะ ไม่ใช่แมวน อย่าลืมไปล่ะ! ^^

Pokemon (โปเกม่อน)

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

Pokemon (โปเกม่อน) คือ เหล่าตัวการ์ตูนที่ปรากฏอยู่ในเกม “Pokemon” (ชื่อเต็ม Pocket Monster) ของบริษัทนินเทนโด
โปเกมอนนั้นมีมากมายหลายร้อยสายพันธุ์ทั้งที่อาศัยอยู่บนภูเขา ทะเล ทุ่งหญ้า และถ้ำ
ส่วนโปเกม่อนชื่อดังอันดับ 1 ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ปิกาจู” นั่นเองจ้า

ToToro (โตโตโร่)

日本の「カワイイ」文化を楽しみたい人必携。カワイイおみやげ、ファッション、スポット、キャラクターを紹介

โตโตโร่ คือ ตัวการ์ตูนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับนกฮูกสูงใหญ่กว่า 2 เมตรซึ่งปรากฏอยู่ในอนิเมะเรื่องยาวของสตูดิโอจิบลิเรื่อง "My Neighbor Totoro (โตโตโร่เพื่อนรัก)"
เห็นหน้าตาน่ารัก ตัวฟูๆ แบบนี้เป็นถึงเจ้าป่าที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เลยนะ

Gudetama (กูเดตามะ)

Gudetama (กูเดตามะ) คือ ตัวการ์ตูนสุดขี้เกียจของซานริโอที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไข่
โดยได้รับความนิยมจากท่าทางขี้เกียจ ไม่มีแรง ดูแล้วผ่อนคลายของมันนี่แหละ

KAPIBARASAN (คาปิบาร่าซัง)

KAPIBARASAN (คาปิบาร่าซัง) คือ ตัวการ์ตูนหน้าซื่อๆ สายนอนชิลล์ที่ชื่นชอบออนเซ็นและหญ้าเป็นชีวิตจิตใจ
ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคาปิบาร่าตามชื่อของมันเลยค่ะ

Jibanyan (จิบะเนียน)

Jibanyan (จิบะเนียน) คือ ตัวการ์ตูนแมวผีจากเกมยอดนิยม Yo-Kai Watch ของเครื่องนินเทนโดที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทเกม Level-5

Doraemon (โดราเอม่อน)

วัฒนธรรม “คาวาอี้” ญี่ปุ่นสุดน่ารัก! ของฝาก แฟชั่น สถานที่ และตัวการ์ตูนสไตล์คาวาอี้ขยี้ใจ

จะมีใครไหมที่ไม่รู้จัก!
โดราเอม่อน (Doraemon) คือ ตัวการ์ตูนหุ่นยนต์รูปร่างแมวที่เดินทางมาจากโลกอนาคตเพื่อช่วยเหลือ “โนบิตะ” นักเรียนประถมนิสัยไม่เอาไหนด้วยของวิเศษต่างๆ
มีเอกลักษณ์อยู่ที่ตัวสีฟ้า จมูกสีแดง และมีกระดิ่งตรงคอนี่แหละ

มาสคอตต่างๆ “ยูรุคารา”

“ยูรุคาระ” (ภาษาญี่ปุ่น : Yurukyara) หมายถึง ตัวการ์ตูนมาสคอตที่ดูแล้วสบายใจต่างๆ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นต่างๆ ในญี่ปุ่น
โดยมีหน้าที่โฆษณาแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของแต่ละท้องถิ่น
ความน่าสนใจของมาสคอตแบบนี้ก็คือแม้จะแบกรับภาระหน้าที่สำคัญ แต่กลับมีหน้าตา บรรยากาศที่ดูแล้วสบายใจนี่ล่ะค่ะ
ตัวการ์ตูนเหล่านี้ได้รับความนิยมถึงขนาดมีการจัดการแข่งขันระดับประเทศ "Yurukyara Grandprix” ขึ้นมาเลยทีเดียว

ส่วนมาสคอตชื่อดังที่สุดเลยก็คือ “คุมะมง” ตัวการ์ตูนประจำจังหวัดคุมาโมโตะนั่นเอง
ด้วยท่าทางมึนๆ และจุดเด่นเป็นแก้มสีแดงทำให้มันกลายเป็นมาสคอตสุดคาวาอี้ที่โด่งดังไกลทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมี “ฟุนัชชี” ภูติสาลี่น้อยมาสคอตประจำเมืองฟุนาบาชิ จังหวัดชิบะ
ซึ่งมีเสน่ห์อยู่ที่การเคลื่อนไหวสุดเป็นเอกลักษณ์และแรงกระโดดสุดคึกคักอันน่าตกใจ
และยังทำให้หลายคนได้รู้ว่า “นาชิ (สาลี่)” เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อประจำเมืองฟุนาบาชิจากตัวการ์ตูนนี้นี่แหละ
ด้วยความโด่งดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ทำให้มีสินค้าสุดคาวาอี้ออกมาจำหน่ายเพียบ

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ “ซูชิฮกกี้” มาสคอตประจำเมืองโฮคุโตะของฮอกไกโดก็กำลังเป็นที่สนใจเชียวล่ะค่ะ
โดยเป็นตัวการ์ตูนประจำท้องถิ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซูชิหอยฮกกิซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำเมืองโฮคุโตะ
บอกเลยว่ามาสคอตตัวนี้มาแปลกเพราะว่ามันมากับเทรนด์ใหม่ "คิโมะคาวาอี้" หรือความน่ารักที่มาพร้อมกับความพิลึก
เสน่ห์ของซูชิฮกกี้ก็คือหน้าตาสุดพิลึกกึกกือแต่กลับรู้สึกได้ถึงความน่ารักน่าเอ็นดูนี่แหละค่ะ

~ไอดอลและนักพากย์สุดคาวาอี้~

นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นเต็มไปด้วยนักพากย์และไอดอลสุดคาวาอี้มากมาย
งั้นเรามาแนะนำศิลปินและวงขึ้นชื่อของญี่ปุ่นกันดีกว่า

Kyary Pamyu Pamyu (แครี่ปามิวปามิว)

Kyary Pamyu Pamyu (แครี่ปามิวปามิว) คือ ศิลปินไอดอลชื่อดังระดับโลกและเป็นทั้งผู้นำเทรนด์แฟชั่นและแฟชั่นโมเดล
โดยมีเอกลักษณ์เป็นแฟชั่นการแต่งตัวและแนวเพลงสุดแหวกแนวไม่เหมือนใคร
แครี่ปามิวปามิวเป็นผู้มีอิทธิพลในการเผยแพร่แฟชั่นสไตล์ฮาราจูกุและคำว่า “คาวาอี้” ไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้

AKB48

AKB48 คือ วงไอดอลหญิงที่ประกอบด้วยสมาชิกสาวๆ เป็นจำนวนมาก
จัดการแสดงสดทุกวันใน “อากิฮาบาระ” สวรรค์ของเหล่าโอตาคุ
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไอดอลที่สามารถไปหาได้”
โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสไตล์คาวาอี้เหมือนกับชุดนักเรียนมัธยมญี่ปุ่น

BABYMETAL

BABYMETAL คือ วงเมทัลแดนซ์ที่ประกอบด้วยสมาชิกสาวๆ 3 คนภายใต้คอนเซ็ปต์รวมไอดอลกับเพลงแนวเฮฟวี่เมทัลเข้าด้วยกัน
มีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปถึงต่างประเทศ
จุดเด่นที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากก็คือการแสดงสดสไตล์เฮวี่เมทัลดุดันตรงข้ามกับหน้าตาน่ารักๆของพวกเธอ

Momoiro Clover Z

Momoiro Clover Z คือ วงไอดอลที่ประกอบด้วยสมาชิกสาวๆ 5 คน โดยเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในชื่อ “โมโมคุโระ”
เอกลักษณ์ของวงอยู่ที่การเต้นสุดคึกคักและสมาชิกแต่ละคนมีธีมสีเป็นของตัวเองนี่แหละ

Dempagumi inc.

Dempagumi inc. คือ วงไอดอลที่ประกอบด้วยสมาชิกสาวๆ โอตาคุ 6 คน
ซึ่งโด่งดังจากความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน
โดยมีการจัดการแสดงสดในอากิฮาบาระเหมือนกับวง AKB
ทั้งการเต้นและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายส่วนใหญ่เป็นการนำความเป็นญี่ปุ่นมาปรับใหม่
ถึงขนาดได้รับเลือกให้เป็น BEST JAPAN ACT ของ 2015 MTV EMAs เลยทีเดียว

Kana Hanazawa (คานะ ฮานาซาวะ)

สำหรับผู้ชื่นชอบอนิเมะญี่ปุ่นบอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักนักพากย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นคนนี้อย่างแน่นอน
เธอได้รับความนิยมถึงขนาดคว้าอันดับ 1 ของนักพากย์ขึ้นชื่อปี 2015 เลยนะ
ผลงานเด่นๆ ของเธอได้แก่ DURARARA!! (อันริ โซโนะฮาระ), STEINS;GATE (มายูริ ชีนะ), Nisekoi (โคะซากิ โอโนะเดระ) และอื่นๆ

Miyuki Sawashiro (มิยูกิ ซาวาชิโระ)

Miyuki Sawashiro (มิยูกิ ซาวาชิโระ) คือ นักพากย์แนวหน้าของญี่ปุ่น
เรียกได้ว่าพากย์เสียงให้กับอนิเมะชื่อดังเกือบทุกเรื่องเลยก็ว่าได้
โดยเป็นนักพากษ์ยอดฝีมือที่มีประสบการณ์ได้รับรางวัล Seiyuu Award ถึง 4 ครั้งด้วยกัน
ผลงานเด่นๆ ของเธอได้แก่ DURARARA!! (Celty Sturluson), Uta no Prince sama (ฮารุกะ นานามิ), HUNTER×HUNTER (คุราปิก้า), Sword Art Online II (อาซาดะ ชิโนะ หรือ Sinon) และอื่นๆ 

~แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสุดคาวาอี้~

ใครมาตามหาไอเทมแฟชั่นสุดคาวาอี้ จะสามารถหาซื้อได้จากที่ไหนบ้างน้า?
มาดูร้านค้าขึ้นชื่อกันเลยดีกว่าค่ะ!

earth music and ecology

earth music and ecology คือ แบรนด์แฟชั่นในคอนเซ็ปท์ธรรมชาติที่มีความเป็นเด็กสาว
โดยเป็นแบรนด์ที่เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์คาวาอี้แนวสาวหวานแต่ดูมีระดับ

Shimamura

Shimamura มีสาขามากมายทั่วญี่ปุ่น สินค้าที่นี่เป็นสินค้าคุณภาพดีได้ในราคาถูก รับรองว่าจับจ่ายได้สบายใจสุดๆ
 แถมยังมีไซส์และสไตล์ของเสื้อผ้าให้เลือกมากมายอีกต่างหาก
เราจึงสามารถช้อปปิ้งสินค้าสไตล์คาวาอี้ที่มีความแตกต่างหลากหลายไม่ซ้ำกันได้

WEGO

WEGO คือ ร้านค้าแบรนด์แฟชั่นที่จำหน่ายเสื้อผ้าที่ให้บรรยากาศเก่าๆ แต่ดูไม่เชย
แฟชั่นสีสันสดใสที่ได้รับความนิยมในยุค 1980 ของแบรนด์ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นเป็นอย่างมาก

SPINNS

SPINNS คือ แบรนด์แฟชั่นสไตล์แคชชวลซึ่งตั้งต้นจากฮาราจูกุ จนมีสาขาทั่วญี่ปุ่น
มีเอกลักษณ์อยู่ที่สีสันจัดจ้านให้กลิ่นอายความคาวาอี้ที่แสนร่าเริง

LIZLISA

LIZLISA คือ แบรนด์แฟชั่นสุดคาวาอี้สไตล์เด็กสาวๆ ขึ้นชื่อของ SHIBUYA109
มีเอกลักษณ์อยู่ที่สีโทนอ่อนหวานผสมผสานกับองค์ประกอบลายดอกไม้ ลูกไม้ และโบว์
เราสามารถเพลิดเพลินกับแฟชั่นสไตล์คาวาอี้ราวกับเป็นเจ้าหญิงยุโรปได้จากแบรนด์นี้เลยจ้า

ef-de

ef-de คือ แบรนด์แฟชั่นสไตล์เรียบหรูสง่างามกับเสื้อผ้าที่ทำให้รูปร่างดูอ่อนหวานสไตล์ผู้หญิง
จึงขอแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าแฟชั่นคาวาอี้สไตล์ผู้ใหญ่เลยค่ะ

CECIL McBEE

สำหรับใครที่ต้องการความคาวาอี้ แต่ก็ไม่อยากขาดความเซ็กซี่หรือสง่างามไป CECIL Mc BEE คือ แบรนด์ที่เป็นคำตอบของคุณ
เนื่องจากแบรนด์มุ่งมั่นในคอนเซ็ปต์ “ความเป็นผู้หญิง” เราจึงมั่นใจได้ว่าจะได้พบกับสินค้าโดนใจแน่นอน

~วิธีการแต่งหน้าสไตล์คาวาอี้~

การแต่งหน้าสไตล์ฮาราจูกุนั้น คือ การแต่งหน้าที่น่ารักราวกับเป็นตุ๊กตา
การแต่งหน้าสไตล์คาวาอี้นั้นเทคนิคเป็นเรื่องสำคัญมาก
มาศึกษษแล้วลองแต่งหน้าสไตล์คาวาอี้กันดู!

หัวใจสำคัญของการแต่งหน้า

1.ผิวหน้า : เนื่องจากเป็นสไตล์ที่เน้นความสวยใสเป็นธรรมชาติ จึงควรใช้ BB ครีมมากกว่าครีมรองพื้น
2.เปลือกตา : ส่วนการแต่งตาขอแนะนำเป็นโทนสีน้ำตาลอ่อน ลงอายแชโดว์สีน้ำตาลเบาๆ บนดวงตาแล้วตามด้วยอายแชโดว์สีที่เข้ากับเสื้อผ้า
3.อายไลเนอร์ : อันนี้ก็แนะนำเป็นสีโทนน้ำตาลเช่นเดียวกัน โดยเขียนเส้นยกขึ้นบริเวณหางตา
4.ขนตาปลอม : แล้วก็อย่าลืมติดขมตาปลอมตรงหางตาเพื่อให้ตาดูกลมโตขึ้นด้วยนะ
5.ริมฝีปาก : ทาลิปสติกสีที่เข้ากับเสื้อผ้าแล้วลงทับด้วยลิปกลอสเงาวาว

วัฒนธรรม “คาวาอี้” กำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลกเลยค่ะ!
ถ้าเกิดใครมีโอกาสได้มาเที่ยวญี่ปุ่นรับรองว่าจะได้พบเห็นวัฒนธรรมนี้ทั่วทุกแห่งอย่างแน่นอน

อย่าแค่ดูอยู่ห่างๆ ล่ะ! ขอให้เพื่อนๆ ลงมาสนุกและเพลินกับความน่ารักของวัฒนธรรมสุดคาวาอี้กันนะคะ

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE