ร่วมค้นหา “เบื้องหลังการพลิกโฉมธุรกิจ” ที่เกิดจากความสามารถด้านการพัฒนาสินค้าและระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ผ่านทัวร์เยี่ยมชมโรงงานในญี่ปุ่น
บทความนี้นำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตของญี่ปุ่นจากสถานที่จริง โดยพาเยี่ยมชมโรงงานผู้ผลิตป้ายสแตนด์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี
-
สารบัญ
- รูปแบบใหม่ของการสร้างสรรค์งานผลิตและกลไกความท้าทายที่เกิดขึ้นจากหน้างานจริง
- มาดูกันว่าทัวร์นี้เป็นอย่างไรบ้าง
- การบรรยายโดยประธานบริษัท
- การเยี่ยมชมโรงงาน
- กิจกรรมทดลองทำมินิเฟรม
- รายละเอียดของทัวร์
- วิธีการติดต่อเรา
รูปแบบใหม่ของการสร้างสรรค์งานผลิตและกลไกความท้าทายที่เกิดขึ้นจากหน้างานจริง
บริษัทผู้ผลิตป้ายสแตนด์ที่ก่อตั้งในเมืองซาไกมากว่า 60 ปี เติบโตจากผู้รับช่วงผลิตชิ้นส่วนแบริ่งสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม ไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปที่ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตจนถึงการจำหน่าย การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ทำให้บริษัทสามารถยกระดับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ และก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดในญี่ปุ่นด้วยส่วนแบ่ง 10–15% ของตลาดป้ายสแตนด์ภายในประเทศ
ควบคู่ไปกับการยกระดับการผลิต บริษัทได้พัฒนาสินค้าที่มีมุมมองใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมาตรฐานหรือป้าย “Support Sign” ที่สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งช่วยเปิดตลาดใหม่และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตยังช่วยให้ขั้นตอนการทำงานมีความแม่นยำและสม่ำเสมอ ส่งผลให้พนักงานรุ่นใหม่ที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 31 ปีสามารถผลิตสินค้าคุณภาพสูงได้ และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการผลิตรูปแบบใหม่
ทัวร์เยี่ยมชมโรงงานแห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เส้นทางการเติบโตของบริษัทที่เริ่มต้นจากผู้รับช่วงผลิตจนพัฒนาเป็นผู้ครองตลาดระดับประเทศ พร้อมทั้งทำความเข้าใจจุดแข็งของระบบการผลิตแบบญี่ปุ่นและวิธีคิดด้านโมโนซึกุริที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการศึกษาธุรกิจญี่ปุ่น นักศึกษามหาวิทยาลัยหรือ MBA ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาบุคลากรขององค์กร รวมถึงกรุ๊ปทัวร์ที่สนใจเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น

มาดูกันว่าทัวร์นี้เป็นอย่างไรบ้าง
เราจะพาแนะนำบรรยากาศของทัวร์เยี่ยมชมโรงงาน ซึ่งมีลำดับกิจกรรมดังนี้
การบรรยายโดยประธานบริษัท → การเยี่ยมชมโรงงาน → การทดลองทำมินิเฟรม
การบรรยายโดยประธานบริษัท
ในการบรรยายโดยประธานบริษัท ผู้เข้าร่วมจะได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบริษัทและรายละเอียดของธุรกิจ รวมถึงความพยายามในการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้รับช่วงผลิตไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปอย่างเต็มตัว ประธานบริษัทจะอธิบายถึงเหตุผลและความท้าทายที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รวมทั้งตัวอย่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการสร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่นและแนวทางที่ทำให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดกับงานผลิตมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือแพลตฟอร์มการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เริ่มขึ้นในเดือนมกราคมปี 2024 ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถนำเสนอความคิดและจินตนาการของตนเอง พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรภายนอกเพื่อผลักดันให้ไอเดียเหล่านั้นพัฒนาไปสู่สินค้าใหม่จริงๆ จากแนวทางนี้ ได้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์หลายชนิด เช่น ป้าย “Support Sign” ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินได้ หรือโต๊ะอเนกประสงค์สำหรับใช้งานกลางแจ้ง เป็นต้น

ป้าย “ซัพพอร์ตไซน์” ซึ่งเป็นป้ายสแตนด์ที่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินได้ในสถานการณ์ภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุ โดยสามารถปรับใช้เป็นรถเข็นหรือเปลพยุงตัวผู้บาดเจ็บได้ ถือเป็นแนวคิดใหม่ของอุปกรณ์ช่วยเหลือด้านการกู้ภัย ปัจจุบันมีการนำไปใช้งานแล้วมากกว่า 500 ชุดในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศและองค์กรเอกชนหลากหลายแห่ง จึงได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมความพร้อมด้านการป้องกันภัยและการช่วยเหลือในสถานที่ต่างๆ
นการบรรยายของประธานบริษัท ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ถึงกระบวนการที่ทำให้ไอเดียจากสถานที่ทำงานจริงถูกพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมเข้าใจเบื้องหลังระบบและแนวคิดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ถือกำเนิดขึ้น

การเยี่ยมชมโรงงาน
การเยี่ยมชมโรงงานจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สังเกตเทคโนโลยีและความสามารถด้านการผลิตของบริษัทอย่างใกล้ชิด ภายในโรงงานมีชิ้นส่วนจำนวนมากที่ผ่านการเชื่อม ตัด และเตรียมรูปทรงเรียบร้อยแล้ว เก็บไว้ในสภาพที่พร้อมประกอบเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกออกแบบและวางแผนล่วงหน้าให้สามารถประกอบได้ง่าย จึงสามารถนำมาประกอบเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพจนกลายเป็นสินค้าสำเร็จรูปหนึ่งชิ้น
ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงรูปแบบสำเร็จตั้งแต่ต้น กระบวนการผลิตจึงไม่มีส่วนที่สูญเปล่า และสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้โรงงานสามารถผลิตสินค้าได้ด้วยคุณภาพที่คงที่และประสิทธิภาพสูง

โรงงานแห่งนี้ยังมีการนำระบบบริหารจัดการการผลิตมาใช้ โดยสามารถตรวจสอบจำนวนชิ้นส่วนสินค้ามากกว่า 2,500 ประเภทได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ทราบได้ตลอดเวลาว่ามีชิ้นส่วนใดอยู่ในสต็อกและมีจำนวนเท่าใด การมองเห็นข้อมูลอย่างชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้โรงงานสามารถรองรับการผลิตที่ต้องการความรวดเร็ว รวมถึงการจัดส่งภายในวันเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้น ผู้เข้าชมจะได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามขั้นตอนการผลิตอย่างใกล้ชิด ภายในสายการผลิตมีเครื่องจักรสำหรับตัดวัสดุอะลูมิเนียมและอุปกรณ์สำหรับเจาะหรือขึ้นรูปชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นด้านที่บริษัทให้ความสำคัญและลงทุนอย่างต่อเนื่องในเครื่องจักรและอุปกรณ์เหล่านี้
ในอดีต การทำงานจำนวนมากยังต้องพึ่งพาความชำนาญของช่างผู้มีประสบการณ์ โดยใช้เพียงตลับเมตรและดินสอในการวัดและกำหนดตำแหน่ง ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนหรือความไม่สม่ำเสมอในงานผลิตได้ง่าย และส่งผลให้คุณภาพของสินค้าแตกต่างกันไปตามผู้ปฏิบัติงาน เพื่อแก้ปัญหานี้ บริษัทจึงนำเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงเข้ามาใช้เพื่อควบคุมความเที่ยงตรงของกระบวนการผลิต ทำให้สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าได้อย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ

ด้วยผลลัพธ์จากการพัฒนาเหล่านี้ ทำให้พนักงานที่มีประสบการณ์ไม่มากก็สามารถทำงานในกระบวนการผลิตได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีพนักงานรุ่นใหม่เป็นส่วนใหญ่ โดยมีอายุเฉลี่ยเพียง 31 ปี ระบบการผลิตที่ได้รับการสนับสนุนจากเครื่องจักรและโครงสร้างการทำงานที่มีประสิทธิภาพช่วยให้โรงงานสามารถรักษาทั้งคุณภาพและความรวดเร็วในการผลิตได้พร้อมกัน และกลายเป็นแกนกลางสำคัญที่ขับเคลื่อนการสร้างสรรค์งานผลิตของบริษัท

หน้าตัดของอะลูมิเนียมเฟรมมีมากถึงประมาณ 50 รูปแบบ และชิ้นส่วนทุกชิ้นได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถเลือก組ผสานที่เหมาะสมที่สุดตามลักษณะการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น การออกแบบที่ไม่ยึดติดกับมาตรฐานแบบตายตัวช่วยให้โรงงานสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในโรงงานมีการจัดเก็บชิ้นงานอะลูมิเนียมในสภาพที่ประกอบเป็นกรอบเฟรมไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นกระบวนการที่ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงรูปแบบสำเร็จของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้น แนวทางนี้ช่วยให้โรงงานสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งดำเนินการผลิตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมทดลองทำมินิเฟรม
หลังจากการเยี่ยมชมโรงงาน ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองทำ “มินิเฟรม” ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ในการตัดแผ่นวัสดุที่มีความแข็ง รวมถึงการประกอบเฟรมอะลูมิเนียมด้วยขั้นตอนที่ปกติไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัส ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยสร้างความตื่นเต้นและทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกสนุกไปกับกระบวนการผลิตอย่างเป็นธรรมชาติ

มินิเฟรมที่ทำเสร็จแล้วสามารถนำกลับบ้านได้ ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสเสน่ห์ของเฟรมอะลูมิเนียมอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสนุกไปกับกระบวนการสร้างสรรค์และรู้สึกถึงความภาคภูมิใจจากผลงานที่ทำด้วยตนเอง

รายละเอียดของทัวร์
รายละเอียดของทัวร์ประกอบด้วยการเยี่ยมชมโรงงาน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นกระบวนการผลิตจริงที่ปกติยากจะพบเห็นอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีกิจกรรมทำกรอบรูปที่ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองตัดแผ่นวัสดุแข็งด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่และประกอบเฟรมอะลูมิเนียมด้วยตนเอง ทำให้ได้สัมผัสขั้นตอนการผลิตจริงและรู้สึกถึงความภาคภูมิใจจากการสร้างผลงานด้วยมือของตนเอง พร้อมทั้งได้พบกับความลึกซึ้งและเสน่ห์ของอะลูมิเนียมเฟรมอย่างแท้จริง
≪สารบัญ / ราคา≫
・เยี่ยมชมโรงงาน + กิจกรรมทำมินิเฟรม
ผู้ใหญ่ 3,800 เยน (รวมภาษี) / คน
เด็ก 1,900 เยน (รวมภาษี) / คน
・การบรรยายด้านการบริหารด้วยการออกแบบ + เยี่ยมชมโรงงาน + กิจกรรมทำมินิเฟรม
ราคา 28,800 เยน (รวมภาษี) / ต่อหนึ่งคณะ
≪จำนวนคน≫
1 ถึง 15 คน
≪เวลา≫
ประมาณ 90 ถึง 120 นาที
≪การรับสมัคร≫
ต้องทำการสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์

ด้วยการลงทุนในเครื่องจักรและการบริหารจัดการการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ระบบที่ช่วยให้โรงงานรักษาคุณภาพสูงควบคู่ไปกับความรวดเร็วในการผลิตได้ พร้อมทั้งมีโอกาสสัมผัสกระบวนการที่ทำให้ไอเดียค่อยๆ กลายเป็นผลิตภัณฑ์จริงผ่านแพลตฟอร์มพัฒนาสินค้า การเรียนรู้จากพลังของสถานที่ทำงานจริงและทัศนคติในการท้าทายสิ่งใหม่ๆ จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสถึงความลึกซึ้งของงานผลิตอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังยินดีต้อนรับคณะเยี่ยมชมจากต่างประเทศอีกด้วย โดยจำเป็นต้องมีล่ามร่วมเดินทางมาด้วย
วิธีการติดต่อเรา
1. กรุณากรอกข้อมูลที่จำเป็นในแบบฟอร์มด้านล่างและติดต่อเรา
2. เราจะติดต่อกลับคุณทางอีเมล "industrial.tourism@nankai.co.jp" ภายใน 3 วันทำการ
กรุณาติดต่อเราหากต้องการสอบถามเกี่ยวกับวันที่ว่างหรือข้อมูลทัวร์โดยละเอียด!
ย่านนัมบะ เมืองโอซาก้า เป็นศูนย์รวมโรงละคร ถนนการค้า และอาหารชื่อดังที่สามารถเดินถึงได้ทั้งหมด ทำให้เป็นพื้นที่ MICE ที่ผู้เข้าร่วมสามารถสนุกกับการเดินชมเมืองได้อย่างเต็มที่ คู่มือ Namba ⇔ Kansai International Airport MICE ให้การสนับสนุนด้าน MICE แบบครบวงจร โดยอาศัยสถานที่จัดงาน โรงแรม และการเดินทางของกลุ่มนันไก พร้อมทั้งแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมในมินามิโอซาก้าและวากายามะ ทั้งการเยี่ยมชมบริษัทและโรงงาน เว็บไซต์: https://www.japanrootsguide.com/th "บัญชีนี้ดำเนินการโดยบริษัท นันไค จำกัด" [คำอธิบายภาพ] 1. รถไฟด่วนพิเศษเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างสนามบินนานาชาติคันไซและนัมบะ 2. ภาพบรรยากาศริมถนนในโดตันโบะริ
นอกจากนี้ บทความอาจมีลิงก์โฆษณา โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหรือจอง
หน้าเว็บไซต์นี้ใช้เครื่องมือแปลภาษาอัตโนมัติบางส่วน