ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

เขียนโดย Kogetsu

2020.08.21 บทความที่ชอบ

เมื่อต้องมาอยู่ต่างแดนนานๆ โดยเฉพาะคนที่อาจจะได้อยู่ทั้งชีวิต การทำประกันแบบต่างๆ ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ฯลฯ ถือเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายไร้กังวลได้ แถมยังนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกต่างหาก

การทำประกันและขอลดหย่อนภาษีเงินได้ในญี่ปุ่น

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ เราก็ควรทำประกันการท่องเที่ยวเผื่อในกรณีฉุกเฉินทั้งเครื่องบินมีปัญหาหรือเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง
แต่หากใครต้องไปอยู่เมืองนอกนานๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานระยะยาว หรือใครที่คาดว่าจะอยู่ญี่ปุ่นตลอดชีวิตเลย จะทำอย่างไรดี?
เราขอแนะนำให้รู้จักกับ "ประกัน" แบบต่างๆ ในญี่ปุ่นที่สามารถซื้อเพื่อเป็นหลักประกันในการใช้ชีวิตในต่างแดนของเราได้ค่ะ รวมถึงสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้กับภาษีท้องถิ่นได้ (住民税 - Juuminzei) อีกด้วยค่ะ แต่ในบทความนี้จะขอพูดถึงแค่ระบบภาษีเงินได้เท่านั้น
(หากยื่นภาษีของภาษีเงินได้แล้ว ภาษีท้องถิ่นจะนำข้อมูลเดียวกันไปคำนวณเองโดยอัตโนมัติ)

ระบบภาษีเงินได้ของญี่ปุ่นและการลดหย่อนด้วยประกัน

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

สำหรับผู้ที่อยู่ญี่ปุ่นระยะยาวและมีรายได้ไม่ว่าจะด้วยการทำงาน รับจ้างต่างๆ การซื้อขาย และอื่นๆ หากมีรายได้เกิน 1,030,000 เยนต่อปี (หรือ 88,000 เยนต่อเดือน) จะต้องเริ่มจ่ายภาษีเงิน (所得税 - Shotokuzei) ได้แล้ว ยิ่งใครมีรายได้มาก ก็ยิ่งต้องเสียภาษีสูงขึ้น หนึ่งในวิธีการลดภาษีที่ต้องจ่ายอย่างถูกต้องตามกฏหมายก็คือการทำลดหย่อนภาษีซึ่งมีหลายวิธีการด้วยกัน เช่น การทำบุญ การลดหย่อนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การลดหย่อนสำหรับพ่อม่าย/แม่ม่ายที่มีรายได้ต่ำหรือมีบุตร ฯลฯ

ระบบภาษีเงินได้ของญี่ปุ่นนั้นคล้ายกับของไทย คือ นำรายได้รวมตลอดทั้งปีมาหักกับค่าใช้จ่าย (ที่กฏหมายระบุ) และค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วจึงนำมาคูณกับอัตราภาษี จากนั้นเฉพาะในญี่ปุ่นจะมีค่าลดหย่อนประเภทพิเศษที่หักจากเงินภาษีได้เลยด้วย
ในบทความนี้จะขอแนะนำเรื่องของประกันที่เป็นประโยชน์ในชีวิตและยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วยค่ะ

ประกันสังคม (ประกันค่ารักษาพยาบาล)

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

ประกันสังคม (社会保険 - ชะไกโฮเคง) คือประกันที่บุคคลที่ทำงานตามบริษัทจะต้องทำ โดยทางบริษัทจะออกเงินสนับสนุนด้วย ครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาล ไปจนถึงเงินบำนาญ (年金 - เน็นคิง) และประกันการจ้างงาน เงินส่วนที่เราชำระค่าประกันตรงนี้ไปสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยปกติคนทำงานบริษัท ทางบริษัทจะเป็นผู้หักค่าประกันตรงนี้ไปจากเงินเดือน และเป็นผู้สรุป รวมถึงทำภาษีให้ตอนสิ้นปีด้วย หากใครทำงานบริษัทและไม่มีรายได้อื่น ก็ไม่ต้องกังวลตรงนี้เลยค่ะ

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานบริษัทและไม่ได้ทำประกันสังคมนั้นจะต้องทำประกันสุขภาพแห่งชาติ (国民健康保険 - โคคุมินเคงโคโฮเคง) ซึ่งเป็นการประกันเพียงแค่เรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่หากใครทำประกันรูปแบบนี้ เช่น เป็นพ่อบ้านแม่บ้าน ทำงานฟรีแลนซ์ ก็สามารถนำยอดประกันสุขภาพแห่งชาติไปใช้ลดหย่อนของตนเอง (ในกรณีมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี) หรือลดหย่อนของคู่สมรส (ในกรณีไม่มีรายได้) ได้ค่ะ

ประกันชีวิตและที่เกี่ยวข้อง

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

ประกันสังคมนั้นครอบคลุมแค่ค่ารักษาพยาบาล แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ประกันชีวิตจะช่วยเหลือผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ นอกจากนี้คำว่าประกันชีวิต (生命保険 - Seimei Hoken) ของญี่ปุ่นยังรวมถึงประกันที่จะช่วยเหลือผู้ทำประกันในวัยชราหรือเมื่อไม่สามารถดูแลตัวเองได้ด้วย
หากใครทำประกันชีวิตแบบต่างๆ เอาไว้ ค่าประกันที่จ่ายแต่ละปีสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน โดยจะนำค่าประกันของวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคมของปีนั้นๆ มาคำนวณ

ประกันที่นำมาลดหย่อนได้มีด้วยกัน 3 แบบ ซึ่งแบบที่นำมาลดหย่อนได้จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามปีที่ทำเนื่องจากญี่ปุ่นมีการปรับระบบภาษีใหม่ไปเมื่อปี 2012 ค่ะ

ประเภทประกัน ก่อน 2012 หลัง 2012
ประกันชีวิตทั่วไป ลดหย่อนได้ ลดหย่อนได้
ประกันการพยาบาล ลดไม่ได้ ลดหย่อนได้
ประกันบำนาญส่วนบุคคล ลดหย่อนได้ ลดหย่อนได้

ประกันชีวิตทั่วไป (一般生命保険料) คือ ประกันชีวิตทั่วไปที่หากผู้ทำประกันเสียชีวิตลง ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินประกัน
ประกันการพยาบาล (介護医療保険料) คือ ประกันที่หากผู้ทำประกันประสบเหตุหรือเจ็บป่วยจนต้องรับการดูแลทางการพยาบาล เช่น กลายเป็นผู้พิการ
ประกันบำนาญส่วนบุคคล (個人年金保険料) คือ ประกันที่บริษัทจะจ่ายเงินคืนให้ผู้ประกันเมื่อถึงกำหนดในวัยสูงอายุ หากคิดว่าบำนาญที่ได้จากประกันบำนาญของรัฐอาจไม่เพียงพอ ก็สามารถทำประกันชนิดนี้เสริมได้

จำนวนเงินที่ลดหย่อนได้ก็แตกต่างไปตามประกันระบบเก่าหรือใหม่ (ก่อนหรือหลังปี 2012) และจำนวนเงินที่จ่ายค่าประกันไปในปีนั้นเช่นเดียวกัน ดังนี้

ประกันระบบใหม่ (ประกันที่ทำหลังปี 2012)

เงินประกันที่จ่าย ลดหย่อนได้
น้อยกว่า 20,000 เยน เต็มจำนวน 
20,000 - 40,000 เยน (ค่าประกันหาร 2) + 10,000 เยน
40,001 - 80,000 เยน (ค่าประกันหาร 4) + 20,000 เยน
มากกว่า 80,000 เยน 40,000 เยน

ประกันระบบเก่า (ประกันที่ทำก่อนปี 2012)

เงินประกันที่จ่าย ลดหย่อนได้
น้อยกว่า 25,000 เยน เต็มจำนวน 
25,000 - 50,000 เยน (ค่าประกันหาร 2) + 12,500 เยน
50,001 - 100,000 เยน (ค่าประกันหาร 4) + 25,000 เยน
มากกว่า 100,000 เยน 50,000 เยน

รวมยอดเงินที่ลดหย่อนภาษีได้จากประกันชีวิต

สำหรับการขอลดหย่อนภาษีเงินได้ด้วยประกันแบบต่างๆ สามารถทำได้สูงสุดดังนี้

ประเภทประกัน ก่อน 2012 หลัง 2012
ประกันชีวิตทั่วไป 50,000 เยน 40,000 เยน
ประกันการพยาบาล ลดไม่ได้ 40,000 เยน
ประกันบำนาญส่วนบุคคล 50,000 เยน 40,000 เยน
รวมลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 เยน 120,000 เยน

หมายความว่าถึงแม้จะทำภาษีเกินจากยอดเงินที่ลดหย่อนได้ ก็จะไม่ได้รับลดหย่อนเพิ่ม
ฉะนั้นหากมีเป้าหมายในการซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี อาจหาวิธีลดหย่อนอื่นแทนค่ะ

ในการขอลดหย่อนจะต้องนำเอกสารยืนยันการลดหย่อนภาษีด้วยประกัน (保険料控除証明書 - Hokenryou Koujo Shoumeisho) ซึ่งจะได้จากบริษัทประกันหลังชำระค่าประกันเรียบร้อย นำเอกสารนี้ยื่นตอนทำภาษีไม่ว่าจะทำเองหรือทำผ่านบริษัทที่ทำงานอยู่ค่ะ

การขอลดหย่อนภาษีด้วยค่ารักษาพยาบาล

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

แม้ประกันที่ช่วยค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเรื่องของสุขภาพจะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่หากมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเกินกว่าที่กำหนด ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกค่ะ โดยมีด้วยกัน 2 วิธี สามารถเลือกได้เพียงแค่วิธีเดียว จึงควรเลือกวิธีที่ตนเองจะได้รับลดหย่อนเยอะค่ะ

วิธีขอลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล (Iryouhi Koujo - 医療費控除)

หากใน 1 ปีตนเองหรือคนในครอบครัวที่ต้องดูแลต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเงินจำนวนมากกว่า 100,000 เยน ส่วนที่เกินมาสามารถนำมาลดหย่อนได้ค่ะ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ต้องเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกินหลังได้รับเงินช่วยเหลืออื่นๆ แล้ว เช่น ได้รับเงินช่วยเหลือในการคลอดบุตรแล้ว จะต้องนำค่าใช้จ่ายหักลบกับเงินช่วยเหลือก่อน หากยังเหลือค่าใช้จ่ายอีกถึงนำมาคำนวณใช้ในการลดหย่อนได้
- สำหรับผู้มีรายได้น้อยกว่า 2 ล้านเยนต่อปี สามารถขอลดหย่อนได้แม้ใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 100,000 เยน โดยนำรายได้ตัวเอง x 5% ได้เท่าไหร่ หากใช้จ่ายเกินจากนั้นสามารถนำไปลดหย่อนได้ เช่น หากมีรายได้ต่อปีอยู่ที่ 1,500,000 เยน ก็นำไปคูณ 5% ออกมาได้ 75,000 เยน หมายความว่าหากในปีนั้นมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเกิน 75,000 เยน สามารถนำส่วนต่างนั้นมาขอลดหย่อนภาษีได้เลย
- ลดหย่อนได้สูงสุด 2,000,000 เยน

ค่ารักษาพยาบาลที่นำมาลดหย่อนได้นั้นจำกัดว่าต้องเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยเท่านั้น หากเป็นการตรวจสุขภาพ การเสริมความงาม จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้

วิธีขอลดหย่อนการดูแลรักษาตัวเอง (Self Medication - セルフメディケーション)

ในกรณีที่มีการซื้อยาจากร้านขายยาเอง (หมายถึงยาที่ไม่ได้ซื้อตามใบสั่งยาจากการไปพบแพทย์) มูลค่ามากกว่า 12,000 เยนต่อปี เพื่อใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ สามารถนำส่วนเกินมาลดหย่อนได้เช่นกัน แต่จะต้องผ่านเงื่อนไขดังนี้ก่อน

การทำประกันและลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

- ต้องเป็นการซื้อยาในรายการยาที่ลดหย่อนได้เท่านั้น  สามารถดูได้จากที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น) หรือดูสัญลักษณ์ セルフメディケーション(税)控除対象 ที่บรรจุภัณฑ์แบบรูปด้านบน
- ผู้ซื้อยาต้องตรวจสุขภาพแบบต่างๆ หรือการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ การตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจหามะเร็ง ฯลฯ สามารถดูได้จากที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)
- ลดหย่อนได้สูงสุด 88,000 เยน
- จำเป็นต้องเก็บใบเสร็จของการตรวจสุขภาพและซื้อยาต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

ส่วนวิธีการขอลดหย่อนของทั้งสองวิธีนั้นก็เพียงกรอกเอกสารแจ้งในตอนที่ทำการยื่นภาษีด้วยตนเอง (確定申告) (*) เท่านั้น โดยสามารถทำเอกสารออนไลน์ผ่านเว็บไซต์สรรพากรหน้านี้เพื่อยื่นออนไลน์หรือปรินท์ไปยื่นได้เลยค่ะ
เนื่องจากเราขอรับสิทธิลดหย่อนได้แค่วิธีเดียว จึงต้องดูว่าเรามีค่าใช้จ่ายแบบไหนเกินขั้นต่ำที่สามารถยื่นลดหย่อนได้มากกว่า เช่น แม้จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปถึง 120,000 เยน แต่จ่ายค่ายาที่ซื้อเองเพียง 50,000 เยน แต่หากเราใช้สิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลจะได้ลดหย่อนเพียง 120,000 - 100,000 = 20,000 เยนเท่านั้น ในขณะที่หากใช้สิทธิลดหย่อนค่ายาจากการดูแลรักษาตัวเอง จะลดหย่อนได้ 50,000 - 12,000 = 38,000 เยน
ฉะนั้นจะดูแค่ยอดเงินที่ใช้ไปอย่างเดียวไม่ได้นะคะ
*ระบบภาษีเงินได้ของญี่ปุ่น แบ่งเป็นการสรุปยื่นภาษีแทนโดยบริษัท (年末調整) และการยื่นภาษีด้วยตนเอง (確定申告)

ตัวอย่างการคำนวณ ใช้จ่ายจริง ขั้นต่ำที่ขอลดหย่อนได้ ลดหย่อนได้จริง
ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล 120,000 เยน 100,000 เยน 120,000 - 100,000 = 20,000 เยน
ลดหย่อนการดูแลรักษาตัวเอง 50,000 เยน 12,000 เยน  50,000 - 12,000 = 38,000 เยน

ประกันแผ่นดินไหว

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

ประกันแผ่นดินไหว (地震保険 - Jishin Hoken) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่โดยปกติแล้วประกันแผ่นดินไหวจะซื้อเดี่ยวๆ ไม่ได้ แต่ต้องซื้อเป็นแพ็คมาพร้อมกับประกันภัยที่อยู่อาศัย (火災保険 - Kasai Hoken) ซึ่งจะรวมถึงความเสียหายจากเพลิงไหม้ พายุ ขโมย หรือความผิดปกติในบ้านอย่างน้ำรั่ว และอื่นๆ แล้วแต่ประกัน

โดยประกันแผ่นดินไหวนั้นมีราคาเท่ากันเนื่องจากถูกกำหนดด้วยกฏหมาย ไม่ว่าจะสมัครกับบริษัทใดก็ได้ราคาเท่ากัน ราคาจะต่างกันโดยรายละเอียดของแพ็คประกันภัยที่อยู่อาศัย
แต่ราคาประกันแผ่นดินไหวนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานที่ตั้งและโครงสร้างอาคาร เช่น อาคารคอนกรีตในโตเกียวปีละ 2,500 เยน อาคารไม้ในโตเกียวปีละ 3,890 เยน อาคารคอนกรีตในเกียวโตปีละ 780 เยน และอาคารไม้ในเกียวโตปีละ 1,350 เยน เป็นต้น

การลดหย่อนจะลดหย่อนได้เพียงแค่ค่าประกันของประกันแผ่นดินไหวเท่านั้น (ส่วนหนึ่งของประกันภัยที่อยู่อาศัยเท่านั้น) ซึ่งนำไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 เยน
และในการขอลดหย่อนจะต้องนำเอกสารยืนยันการลดหย่อนภาษีด้วยประกัน (保険料控除証明書 - Hokenryou Koujo Shoumeisho) ซึ่งจะได้จากบริษัทประกันหลังชำระค่าประกันเรียบร้อย นำเอกสารนี้ยื่นตอนทำภาษีไม่ว่าจะทำเองหรือทำผ่านบริษัทที่ทำงานอยู่ค่ะ

ทำประกันในญี่ปุ่นและขอลดหย่อนภาษีเพื่อความคุ้มสูงสุด

การทำประกันแบบต่างๆ เพื่อลดหย่อนภาษีในญี่ปุ่น

หากต้องใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลานาน การทำประกันเอาไว้ย่อมเป็นเรื่องดี และถ้าหากทำประกันเรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีเพื่อความคุ้มค่าถึงที่สุดด้วยนะคะ

 

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง