Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

【ฉบับพิเศษ】ไกด์นำเที่ยวภูเขาไฟฟูจิ! วิธีการเดินทาง วิธีการปีนเขา และข้อมูลโซนต่างๆ

【ฉบับพิเศษ】ไกด์นำเที่ยวภูเขาไฟฟูจิ! วิธีการเดินทาง วิธีการปีนเขา และข้อมูลโซนต่างๆ

ชิซุโอกะ (Shizuoka) 2016.12.06 บทความที่ชอบ

บทความแนะนำ “ภูเขาไฟฟูจิ” สัญลักษณ์แห่งญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2013 จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน ตั้งแต่วิธีการเดินทางไปยังทางเข้าเส้นทางปีนเขา เอกลักษณ์ของแต่ละเส้นทาง สภาพอากาศบนภูเขา อุปกรณ์ที่จำเป็น และจุดชมภูเขาไฟฟ

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

สารบัญ:

1.ภูเขาฟูจิ
2.วิธีการเดินทางไปยังภูเขาไฟฟูจิ
3.เอกลักษณ์ของ 4 เส้นทางปีนภูเขาไฟฟูจิ
4.ฤดูกาลที่สามารถปีนภูเขาไฟฟูจิได้
5.สภาพอากาศบนภูเขาไฟฟูจิ
6.อุปกรณ์ที่จำเป็นในการปีนภูเขาไฟฟูจิ
7.มารยาทในการปีนภูเขาไฟฟูจิ
8.ข้อมูลห้องน้ำบนภูเขาไฟฟูจิ
9.“ภูเขาไฟฟูจิ” แหล่งมรดกโลก
10.Gotemba Premium Outlets (โกเท็มบะ พรีเมียม เอ้าท์เลท) แหล่งช้อปปิ้งใกล้ภูเขาไฟฟูจิ
11.จุดชมภูเขาไฟฟูจิในโตเกียว

ภูเขาไฟฟูจิ

“ภูเขาไฟฟูจิ” เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น (3,776 เมตร) ด้วยความสมดุลเท่ากันทั้งซ้าย-ขวาอย่างสวยงามทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในทัศนียภาพสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย ที่ราบเชิงเขากินอาณาบริเวณของจ.ยามานาชิและจ.ชิสึโอกะ ในวันที่อากาศแจ่มใส เราสามารถชมยอดภูเขาไฟฟูจิจากบนจุดชมวิวในโตเกียวหรือหน้าต่างรถไฟชินคันเซ็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในปี 2013 ก็ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาเยือนกันมากมายทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายนจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาปีนเขามากเป็นพิเศษ

วิธีการเดินทางไปยังภูเขาไฟฟูจิ

เราสามารถนั่งรถไฟ รถบัส หรือรถยนต์ไปถึงภูเขาไฟฟูจิได้ สำหรับใครที่ต้องการปีนภูเขาไฟฟูจิ เส้นทางปีนภูเขาไฟฟูจิมีทั้งหมด 4 เส้นทางด้วยกัน ประกอบด้วย “Yoshida-guchi”, “Fujinomiya-guchi”, “Subashiri-guchi” และ “Gotemba-guchi” โดยเราสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมจากการศึกษาระยะทางและเอกลักษณ์ของแต่ละเส้นทางเลยค่ะ เดี๋ยวเรามาแนะนำวิธีการเดินทางไปยังทางเข้าเส้นทางปีนเขาของแต่ละจุดกันเลยดีกว่า ^^

วิธีการเดินทางด้วยรถไฟ

・Yoshida-guchi

เราสามารถเดินทางมาถึงได้โดยใช้บริการ Kawaguchiko Station หรือ Fujisan Station ของ Fujikyuko Line จากนั้นก็เปลี่ยนรถเป็น Tozan Bus เพื่อมุ่งหน้าไปยัง Fuji Subaru Line 5th

・Fujinomiya-guchi

เราสามารถเดินทางมาถึงได้โดยใช้บริการ Mishima Station ของ JR Tokaido Main Line หรือ Shin Fuji Station ของ JR Tokaido Shinkansen・Fuji Station ของ Tokaido Line・Fujinomiya Station ของ Minobu Line และเปลี่ยนรถเป็น Tozan Bus สำหรับนักท่องเที่ยวที่มี Japan Rail Pass (เจแปนเรลพาส) นั้นสามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นมาจากโตเกียวหรือโอซาก้าได้ในราคาประหยัด โดยเราจำเป็นต้องนั่ง Tozan Bus ไปลงที่ Fujinomiya 5th Station

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ Japan Rail Pass สามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「แค่ตั๋ว Japan Rail Pass ใบเดียวก็เที่ยวญี่ปุ่นได้ตามอำเภอใจในแบบคุณ

จอง Japan Rail Pass พร้อมบริการส่งตั๋วถึงบ้านทางไปรษณีย์ KLOOK>


・Subashiri-guchi

เพียงแค่นั่งรถไฟมาลงที่ Gotemba Station ของ JR Gotemba Line หรือ Shin Matsuda Station ของ Odakyu Line แล้วเปลี่ยนรถเป็น Tozan Bus เพื่อนั่งไปลงป้าย Subashiri-guchi 5th Station ก็เรียบร้อย

・Gotemba-guchi

นั่งรถไฟมาลงที่ Gotemba Station ของ JR Gotemba Line แล้วเปลี่ยนรถเป็น Tozan Bus เพื่อนั่งไปลงป้าย Gotemba-guchi 5th Station

วิธีการเดินทางด้วยรถบัส

เนื่องจากมีรถบัสด่วนวิ่งให้บริการจากชินจุกุในโตเกียว เราจึงสามารถเดินทางมาถึง Yoshida-guchi ได้โดยใช้บริการ Shinjuku Highway Bus Terminal เฉพาะในฤดูร้อนจะมีรถบัสด่วนวิ่งให้บริการจากสนามบินฮาเนดะเป็นกรณีพิเศษ โดยล้วนเป็น FUJIKYUKO BUS

วิธีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

เนื่องจากแต่ละเส้นทางล้วนมีข้อจำกัดเรื่องช่วงเวลาการจอดรถยนต์ จึงควรเช็คให้ดีก่อนออกเดินทางเสมอ โดยเราสามารถจอดรถตามลานจอดรถต่างๆเพื่อเปลี่ยนรถเป็น Shuttle Bus ได้

・Yoshida-guchiไม่สามารถวิ่งผ่านได้ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม โดยสามารถจอดรถเพื่อเปลี่ยนรถได้ที่ Fuji Hokuroku Parking

・Fujinomiya-guchiไม่สามารถวิ่งผ่านได้ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายน โดยสามารถจอดรถเพื่อเปลี่ยนรถได้ที่ Mizugazuka Park

・Subashiri-guchi ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายน โดยสามารถจอดรถเพื่อเปลี่ยนรถได้ที่ Subashiri Multipurpose Parking Lot

・Gotemba-guchi ไม่มีข้อจำกัดเรื่องรถยนต์

    เอกลักษณ์ของ 4 เส้นทางปีนภูเขาไฟฟูจิ

    ภูเขาไฟฟูจิมีเส้นทางปีนเขาทั้งหมด 4 เส้นทางด้วยกัน เนื่องจากแต่ละเส้นทางก็มีเอกลักษณ์และข้อควรระวังแตกต่างกันออกไป จึงควรศึกษาข้อมูลให้พร้อมก่อนเสมอ

    ・เส้นทาง Yoshida-guchi

    เส้นทาง Yoshida-guchi ระยะเวลาในการปีนเขา 6 ชั่วโมง ลงเขาอีก 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยเป็นเส้นทางปีนเขาที่ได้รับความนิยมในหมู่นักปีนเขามากที่สุด แถมยังเหมาะสำหรับนักปีนเขามือใหม่ที่สุดอีกด้วย แต่เนื่องจากในช่วงพีคจะมีคนเยอะแน่นขนัดเอามากๆ จึงอาจส่งผลให้ระยะเวลาในการเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดการพอสมควรเลยทีเดียว

    ・เส้นทาง Fujinomiya-guchi

    เส้นทาง Fujinomiya-guchi ระยะเวลาในการปีนเขา 5 ชั่วโมง 30 นาที ลงเขาอีก 4 ชั่วโมง โดยเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมรองลงมาจาก เส้นทาง Yoshida-guchi นอกจากนี้ ระยะเวลาในการปีนเขาก็สั้นที่สุดในบรรดาเส้นทางปีนเขาทั้งหมดอีกด้วย

    ・เส้นทาง Subashiri-guchi

    เส้นทาง Subashiri-guchi ระยะเวลาในการปีนเขา 7 ชั่วโมง ลงเขาอีก 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยเป็นเส้นทางแนะนำสำหรับขาลงเลยค่ะ เนื่องจากพื้นดินเป็นทรายเกือบทั้งหมด เราจึงสามารถลงเขาโดยใช้วิธีที่เรียกว่า “ซุนะบาชิ” ได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากเป็นวิธีการลงเขาแบบไถลทรายลงมา จึงควรระวังอย่าให้ล้มกันด้วยนะจ๊ะ...

    ・เส้นทาง Gotemba-guchi

    เส้นทาง Gotemba-guchi ระยะเวลาในการปีนเขา 8 ชั่วโมง ลงเขาอีก 4 ชั่วโมง 30 นาที โดยเป็นเส้นทางการปีนเขาที่ใช้ระยะเวลานานที่สุด แต่เนื่องจากเป็นเส้นทางปีนเขาแบบค่อยเป็นค่อยไปสบายๆ ความเสี่ยงต่ออาการป่วยจากออกซิเจนไม่พอจึงมีน้อยมากเมื่อเทียบกับเส้นทางอื่นๆ เสน่ห์อย่างหนึ่งของเส้นทางนี้อยู่ที่การลงเขาแบบ “โอซุนะบาชิ” หรือการวิ่งไถลเนินทรายลงเขานี่แหละ

    สำหรับรายละเอียดของแต่ละเส้นทางสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「ไกด์แนะนำในการปีนภูเขาไฟฟูจิ

    ฤดูกาลที่สามารถปีนภูเขาไฟฟูจิได้

    ฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิอยู่ที่ประมาณต้นเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนกันยายน เนื่องจากเส้นทางปีนภูเขาไฟฟูจิจะเปิดให้บริการตามช่วงเวลา แถมช่วงเวลาการเปิดให้บริการของแต่ละเส้นทางก็ยังแตกต่างกันไปอีกด้วย จึงควรเช็คล่วงหน้าให้ดีก่อนเสมอ เพราะว่าช่วงเวลาอื่นๆนอกเหนือจากนั้น โดยเฉพาะช่วงหิมะตกหนักนั้นอันตรายมาก สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ เพจทางการเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิ (ลิงค์นอกเว็บไซต์)

    สภาพอากาศบนภูเขาไฟฟูจิ

    ระหว่าง 5 โกเมะ (※1) และยอดเขานั้นมีอุณหภูมิแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยอยู่ที่ประมาณ 20 องศาเลยทีเดียว บนยอดเขาแม้กระทั่งในฤดูร้อนก็มีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาอยู่ดี แถมในช่วงเช้าตรู่ก็ยิ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากอุณหภูมิอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแรงลมบนยอดเขา จึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อกันหนาวกันไปให้เต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น ภูเขาไฟฟูจิในฤดูร้อนมักจะมีสภาพอากาศแปรปรวนและเกิดฟ้าผ่าได้ง่าย จึงควรเช็คสภาพอากาศล่วงหน้าให้ดีก่อนเสมอ

    ※1:โกเมะ……การปีนเขาจะแบ่งเส้นทางปีนเขาตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงยอดเขาเป็นทั้งหมด 10 ชั้นด้วยกัน โดยเราเรียกเป็นหน่วยว่า “โกเมะ” โดยปกติแล้วชั้น 10 จะหมายถึงยอดเขา ภูเขาไฟฟูจิจะเริ่มเส้นทางปีนเขาตั้งแต่ชั้น 5 (5 โกเมะ) เป็นต้นไป

    อุปกรณ์ที่จำเป็นในการปีนภูเขาไฟฟูจิ

    สิ่งแรกที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “รองเท้า” นั่นเอง ทั้งรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบนั้นไม่แนะนำให้ใส่นะจ๊ะ... เราควรใส่รองเท้าปีนเขาโดยเฉพาะจะดีที่สุด ส่วนเรื่องเสื้อผ้าควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิระหว่างชั้น 5 และยอดเขาด้วย จึงควรใส่เสื้อผ้าที่สวม-ถอดง่าย บอกเลยว่าเสื้อแจ็คเก็ตสำหรับปีนเขาเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ก็อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันฝนสำหรับปีนเขามาด้วย เพราะว่าสภาพอากาศบนยอดเขาแปรปรวนง่ายมาก

    นอกจากนี้ การรักษาร่างกายไม่ให้ขาดน้ำก็เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อป้องกันอาการขาดออกซิเจนเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรพกน้ำเปล่ามาด้วยอย่างน้อย 1 ลิตร หรือถ้าเกิดใครแบกไหวก็สามารถพกมาได้ถึง 2 ลิตรเลย นอกจากนี้ก็อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์อย่างยา, หมวก, แว่นกันแดด, ผ้าขนหนู, แผนที่, ของกินติดตัว และไฟฉายมาด้วยนะจ๊ะ แถมถ้าเกิดพก “ไม้ค้ำปีนเขา” เพื่อลดภาระการเดินมาด้วยได้ก็จะสะดวกมาก

    มารยาทในการปีนภูเขาไฟฟูจิ

    ภูเขาไฟฟูจิตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไปได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์พิเศษของอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวอย่างเราๆจึงควรรักษามารยาทให้ดีเพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่กับเราไปอีกนานๆ บนภูเขาไฟฟูจิมีกฎหมายห้ามจับสัตว์, เด็ดดอกไม้ใบหญ้า, เก็บหินหรือหินลาวากลับบ้าน, ขีดเขียนเล่น, จุดไฟ และปล่อยสัตว์เลี้ยงวิ่งออกนอกเส้นทาง นอกจากนี้ก็ควรรักษามารยาทสามัญในการปีนเขาและการใช้ห้องน้ำด้วยนะจ๊ะ

    ข้อมูลห้องน้ำบนภูเขาไฟฟูจิ

    ประเภทของห้องน้ำมีมากมายหลายแบบแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ แต่เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษเลยก็คือสามารถทิ้งกระดาษชำระลงในโถส้วมได้รึเปล่านั่นเอง ดังนั้นจึงควรเช็คให้ดีก่อนว่าควรทิ้งกระดาษชำระที่ไหน ในกรณีที่ไม่สามารถทิ้งกระดาษชำระลงโถส้วมได้ก็จะมีถังขยะตั้งเอาไว้ให้เสมอ

    นอกจากนี้ เนื่องจากการใช้ห้องน้ำจำเป็นต้องเสียค่าบริการด้วย (ตั้งแต่ 100 – 300 เยนขึ้นอยู่กับสถานที่) จึงขอแนะนำให้เตรียมเศษเหรียญติดตัวเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะยิ่งในช่วงพีคจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก การเปลี่ยนไปใช้ห้องน้ำพกพาจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด

    “ภูเขาไฟฟูจิ” แหล่งมรดกโลก

    ตามที่ได้กล่าวถึงเอาไว้ข้างต้นว่าภูเขาไฟฟูจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในกลุ่มสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแรงบันดาลใจทางศิลปะในปี 2013 นอกจากคนญี่ปุ่นจะเชื่อว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาอย่างช้านานแล้วก็ยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะมากมายอีกด้วย โดยหนึ่งในผลงานขึ้นชื่อก็คือ “36 Views of Mount Fuji (36 ทัศนียภาพของภูเขาไฟฟูจิ)” ของ Hokusai นั่นเอง

    Gotemba Premium Outlets (โกเท็มบะ พรีเมียม เอ้าท์เลท) แหล่งช้อปปิ้งใกล้ภูเขาไฟฟูจิ

    การปีนภูเขาไฟฟูจิเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก ดังนั้นจึงมีผู้คนไม่น้อยเลยที่เลือกเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ Gotemba Premium Outlets ตอนขากลับจากการชมภูเขาไฟฟูจิบนชั้น 5 แทน การได้ช้อปปิ้งพลางชมวิวมรดกโลกเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ! ที่นี่เรียงรายไปด้วยร้านอาหารและร้านค้ากว่า 210 ร้าน ทำให้เราสามารถสนุกกับการช้อปปิ้งได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

    <Gotemba Premium Outlets (โกเท็มบะ พรีเมียม เอ้าท์เลท)>

    ที่อยู่:1312 Fukasawa, Gotenba-shi, Shizuoka-ken 412-0023
    เบอร์โทรศัพท์:+81 550-81-3122
    เวลาทำการ:วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

    จุดชมภูเขาไฟฟูจิในโตเกียว

    เคล็ดลับแนะนำสำหรับใครที่ไม่มีเวลาปีนภูเขาไฟฟูจิก็คือ “การชมภูเขาไฟฟูจิจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ” นี่แหละ โดยทำให้เราสามารถประหยัดเวลาในการท่องเที่ยวที่มีจำกัดไปได้เยอะมากๆ

    ・ยอดเขาทาคาโอะ “ภูเขาทาคาโอะ” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถปีนได้ง่ายกว่าภูเขาไฟฟูจิ โดยเราสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิอันแสนงดงามได้จากที่นี่เลย

    ・จุดชมวิวบนโตเกียวทาวเวอร์ ในวันที่อากาศแจ่มใสมีโอกาสที่จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิสูงมาก

    สนามบินฮาเนดะ เทอมินอลเที่ยวบินระหว่างประเทศ เราสามารถชมภูเขาไฟฟูจิได้จากระเบียงชมวิวบนชั้น 5F ได้อย่างชัดเจน

    ・จุดชมวิวบนโตเกียวสกายทรี ในวันที่อากาศแจ่มใสช่วงเช้าตรู่มีโอกาสที่จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิสูงมาก

    รปปงหงิฮิลส์ เราสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิอันแสนงดงามได้จากสกายเด็คบนดาดฟ้าเลยจ้า

    อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

    3 สถานที่รับลมเย็นๆในหน้าร้อน ถ้ำลาวาที่ถูกสร้างขึ้นโดยภูเขาไฟฟูจิ
    สนามหญ้าสีชมพู !? ชม「ชิบะซากุระ」กว่า8แสนต้นกับฉากหลังที่เป็นภูเขาไฟฟูจิ
    สนามหญ้าสีชมพู !? ชม「ชิบะซากุระ」กว่า8แสนต้นกับฉากหลังที่เป็นภูเขาไฟฟูจิ
    สำรวจ「ถ้ำฟุกาคุ」ตู้เย็นธรรมชาติอากาศเย็นสบาย
    สำรวจ「ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเฮียวเคทสึ」ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี

    เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

    แท๊กเกี่ยวข้อง

    Pin LINE