Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

บันทึกประสบการณ์การปีนภูเขาไฟฟูจิ ดูพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยเส้นทางโยชิดะรูท (Yoshida route, Mt. Fuji)
  • บันทึกประสบการณ์การปีนภูเขาไฟฟูจิ ดูพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยเส้นทางโยชิดะรูท (Yoshida route, Mt. Fuji)

บันทึกประสบการณ์การปีนภูเขาไฟฟูจิ ดูพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยเส้นทางโยชิดะรูท (Yoshida route, Mt. Fuji)

ชิซุโอกะ (Shizuoka) 2017.07.11 บทความที่ชอบ

บันทึกประสบการณ์การปีนภูเขาไฟฟูจิ ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือเมฆหมอกบนฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดและสวยที่สุดของญี่ปุ่น ผ่านเส้นทางโยชิดะรูท

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย UCHACA

Pin LINE

ภูเขาไฟฟูจิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกในเดือนมิถุนายน ปี 2013 ในฐานะสถานที่อันเป็นศูนย์รวมด้านความเชื่อและแรงบันดาลใจด้านศิลปะ

ในครั้งนี้จะขอมาแบ่งปันประสบการณ์ในการปีนภูเขาไฟฟูจิที่ผู้เขียนเพิ่งไปปีนมาให้ดูกัน

ช่วงเวลาในการปีนเขา

ภูเขาไฟฟูจิ จะเปิดให้ปีนเขาในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนกันยายนเท่านั้น แต่ละเส้นทางจะมีกำหนดเวลาไม่เท่ากัน

ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือช่วงหลังจากฤดูฝน ประมาณวันที่ 20 กรกฎาคมไปจนถึงต้นเดือนกันยายน ช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดเทศกาลโอบ้งคนจะเยอะมาก (บางช่วงเวลาโดยเฉพาะเช้ามืด ทางเดินขึ้นเขาจะมีคนเยอะมากเพราะจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน ถึงจะเผื่อเวลาแล้วก็อาจจะไม่ทันเพราะคนเยอะจนเดินต่อไม่ได้) แนะนำว่าควรไปปีนเขาช่วงวันธรรมดา หลีกเลี่ยงสุดสัปดาห์และเทศกาลโอบ้งจะดีกว่า ใครที่จะไปค้างคืนบนที่พักด้านบนก็แนะนำให้รีบจองทางอินเตอร์เน็ตทันทีที่เริ่มเปิดจอง

เตรียมตัวปีนเขา

ภูเขาไฟฟูจิอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก อากาศบนเขาจะต่างกับด้านล่างมาก หลักๆ ก็คืออุณหภูมิต่ำ และอาจจะมีฝนตกกระทันหัน แนะนำให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวและกันฝนไปด้วย หรือจะลองอ้างอิงจากลิสต์ของผู้เขียนนี่ก็ได้

เครื่องแต่งกายและสิ่งของจำเป็น

  • รองเท้า Trekking (แบบกันน้ำและหุ้มข้อ)
  • เป้สะพานหลัง (ประมาณ 30 ลิตร)
  • ผ้าคุลมเป้ Backpack cover (กันของข้างในหล่น)
  • ไฟฉายคาดหัว (โดยเฉพาะคนที่จะปีนเขาตอนกลางคืน-เช้ามืด แนะนำแบบคาดหัวจะได้มือว่าง)
  • ชุดกันฝน (แบบแยกท่อนบนท่อนล่าง ถ่ายเทอากาศดี)
  • น้ำดื่ม (1 ลิตรขึ้นไป)
  • อาหารที่ให้พลังงานสูง (ผู้เขียนพกเยลลี่ผสมแร่ธาตุและวิตามินไป)
  • อุปกรณ์กันแดดกันยูวี เช่น แว่นกันแดดและครีมกันแดด (ยิ่งขึ้นไปสูงแดดยิ่งแรง)
  • ยา (โดยเฉพาะยาแก้ปวด เพราะการปีนเขาสูงอาจเกิดอาการปวดศีรษะหรือปวดฟัน)
  • ถุงพลาสติก (ใส่ขยะและเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว)
  • ผ้าขนหนู (ใช้เช็ดเหงื่อ หรือบางทีก็ใช้แทนหน้ากากป้องกันฝุ่น)
  • เงินเหรียญ (สำหรับใช้บริการห้องน้ำที่เสียค่าบริการ)
  • เครื่องแต่งกาย

  • เสื้อกันหนาว (พวกผ้าฟลีซ เสื้อดาวน์ขนเป็ด เสื้อสเวตเตอร์)
  • เสื้อ กางเกงขายาว ชุดชั้นใน (ไม่แนะนำผ้าฝ้ายเพราะอมน้ำ แนะนำชุดชั้นในเล่นกีฬาที่ยืดหยุ่นแห้งเร็ว)
  • หมวก (กันแดดและรักษาความอบอุ่นให้กับศีรษะ)
  • ถุงเท้า (แบบหนาปานกลางและกระชับ)
  • ถุงมือ (เวลาปีนบางจุดต้องจับยึดก้อนหิน และใช้กันหนาว)
  • ของที่มีไว้ก็ช่วยให้สะดวกขึ้น

  • ไม้เท้า (Trekking poles ช่วยเบาแรงได้มากเวลาเหนื่อยและเวลาเดินลงเขา)
  • เกเตอร์คลุมรองเท้า (Gaiters ช่วมกันหินกันทรายเข้ารองเท้า)
  • ผ้ารัดข้อ หรือกางเกงรัดกล้ามเนื้อสำหรับออกกำลังกาย (ป้องกันการเคลื่อนไหวที่ไม่ชิน)
  • แผ่นคลุมเก็บอุณหภูมิ (แผ่นผ้าอลูมิเนียมสีเงิน ใช้ห่มช่วยเก็บรักษาความอบอุ่นร่างกาย)
  • อ็อกซิเจนแบบพกพา (เวลาที่ปวดหัวรุนแรง จะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น)
  • ถุงร้อนไคโระ (บนเขาตั้งแต่ชั้น 8 ขึ้นไปจะหนาวและลมแรงมากถึงจะเป็นฤดูร้อน)
  • ตัวช่วยอำนวยความสะดวกตอนเข้าพักบนเขา

  • แผ่นแปรงฟันหรือหมากฝรั่ง (ที่พักด้านบนไม่มีอ่างล้างหน้า)
  • ที่อุดหู (ที่พักค่อนข้างจอแจแออัด ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น)
  • แผ่นเช็ดทำความสะอาดร่างกาย (ข้างบนไม่มีห้องอาบน้ำ)
  • อื่นๆ

  • กระเป๋าสตางค์
  • แว่นตา
  • โทรศัพท์มือถือ
  • นาฬิกา
  • กล้อง และอื่นๆ
  • ทางเข้าโยชิดะรูท ที่ชั้น 5 มีล็อกเกอร์ค่อนข้างเยอะ สามารถฝากสัมภาระขนาดใหญ่เพื่อแวะไปแช่ออนเซ็นหรือที่พักใกล้เคียงหลังจากปีนเขาได้

    ได้เวลาปีนภูเขาไฟฟูจิ

    ในวันจริง ได้วางแผนตามกำหนดการด้านล่าง โดยคำนึงถึงสภาพร่างกายและสภาพอากาศก่อนเริ่มต้น

    กำหนดการ
    10:00 เริ่มปีนจากชั้น 5

    17:00 ถึงที่พักบนเขาชั้น 8 ทานอาหารเย็น และหลับพักผ่อน

    2:00 เริ่มปีนเขา

    4:30 ถึงยอดเขา

    5:00 ชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมรอบปล่องภูเขาไฟ

    9:30 ลงเขา

    13:00 ถึงปลายทางที่ชั้น 5

    การปีนภูเขาไฟฟูจิมีทั้งหมด 4 เส้นทาง (รูท) ใหญ่ๆ คือ โยชิดะ, ฟูจิโนะมิยะ, สุบาชิริ และ โกเท็มบะ ในครั้งนี้ ได้เลือกปีนทางโยชิดะรูท ซึ่งเป็นเส้นทางที่นิยมมากที่สุด

    ยอดภูเขาไฟฟูจิที่มองจากทางเข้าชั้น 5 เห็นแล้วรู้สึกเหมือนห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่เอาเข้าจริงต้องใช้เวลาปีนเขาถึง 7 ชั่วโมงเลย

    ภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 เป็นทางเข้าของเส้นทางโยชิดะรูท ค่อนข้างครึกครื้นเพราะเป็นจุดที่มีรถมาถึง หลายคนที่ไม่ได้มาปีนเขาก็แวะมาชมวิว ซื้อของฝาก ทานอาหาร และถ่ายรูปกัน ส่วนคนที่จะปีนเขาก็มายืดเส้นยืดสายเตรียมตัวกันแถวทางเข้า อันที่จริงเส้นทางจากชั้น 5 ไปชั้น 6 นี่ยังถือว่าสบายๆ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรก็ปีนได้

    แต่พอชั้น 6 ขึ้นไปจะเริ่มเป็นเส้นทางปีนเขาของจริงแล้ว ต้องหายใจเข้าออกลึกๆ และค่อยๆ เดินตามกำลังของตัวเองไม่ต้องรีบร้อน ระวังลื่นล้มและก้อนหินที่กลิ้งลงมา

    พอเริ่มเข้าใกล้ชั้น 8 จะเรียกว่าเป็นทางเดินก็ยากเต็มที เพราะตามทางมีแต่โขดหินให้เดินกึ่งปีน สองฝั่งก็มีแค่เชือกหรือโซ่กั้นไว้เท่านั้น ไม้เท้ากับถุงมือจะช่วยได้มากเลยตอนนี้

    ที่พักบนเขา

    ตามเส้นทางโยชิดะรูทจะมีที่พักทั้งหมด 20 หลัง (ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2014) ต้องวางแผนให้ดีว่า "จะนอนพักที่ชั้นไหน กี่คืน ออกเดินทางกลางดึกกี่โมงเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น" แนะนำให้วางแผนแบบเผื่อเวลาพักผ่อนเอาแรงเยอะหน่อย จะได้ไม่ต้องฝืนเดิน

    ผู้เขียนเดินทางไปถึงที่พักไทชิคัง (Taishikan 太子館) ที่ชั้น 8 เวลา 17:00 ทานอาหารเย็นและนอนหลับเอาแรงที่นั่น จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางไปยอดเขาตอนกลางดึกเวลาตี 2 ในที่พักมีขายบะหมี่สำเร็จรูป ราคาประมาณ 700 เยน น้ำดื่มขวด 500 มิลลิลิตร ราคา 500 เยน (ยิ่งขึ้นไปสูงราคายิ่งแพง)

    ค่าเข้าห้องน้ำส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 100 เยน แต่บางที่ก็คิด 200 เยน บนเขาไม่มีระบบท่อน้ำทิ้งก็ต้องใช้ระบบจุลินทรีย์บำบัดเพื่อกำจัดของเสีย และระบบชำระแบบง่ายๆ ไม่มีวอชเล็ตอะไรให้ใช้

    อย่างในรูปข้างบนก็เป็นสายชำระ น้ำก็มีให้ใช้จำกัด เพราะงั้นอย่าลืมช่วยกันประหยัดน้ำ ใช้เท่าที่จำเป็นกันดีกว่า

    ที่สำหรับนอนพักไม่ว่าจะเป็นที่พักเจ้าไหน ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบเตียง 2 - 3 ชั้นไม่มีที่กั้นระหว่างคน เวลาคนเยอะจะต้องนอนเบียดกัน 3 คนบนพื้นที่เท่าเสื่อทาทามิ 2 ผืน (กว้าง-ยาวประมาณ 176 เซนติเมตร) สัมภาระก็แขวนเอาไว้ด้านบน เรียกได้ว่าทำได้แค่ล้มตัวลงนอนเท่านั้นจริงๆ

    พวกฟูกต่างๆ ก็มักจะเย็นและชื้น ถึงจะเป็นฤดูร้อนก็ยังมีอุณหภูมิราว 2 - 3 องศา ควรจะนำถุงร้อนไคโระและแผ่นคลุมเก็บอุณหภูมิไปด้วย ค่าที่พัก 1 คืนอยู่ที่ประมาณ 5,000 - 6,500 เยน และถ้ารวมอาหาร 2 มื้อ จะอยู่ที่ราคา 7,000 - 8,500 เยน แนะนำให้จองที่พักล่วงหน้าไม่งั้นอาจจะไม่มีที่ให้นอน

    มุ่งหน้าสู่ยอดเขา

    คนที่พักแถวชั้น 8 ถ้าอยากชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขา แนะนำให้ออกเดินทางรุ่งเช้าประมาณตี 2 (ถ้าเป็นช่วงสุดสัปดาห์ อาจจะต้องออกเร็วกว่าปกติ เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอกับคนจำนวนมหาศาลใกล้ยอดเขา)

    ตามทางจะมีป้ายบอกทางและป้ายบอกตำแหน่งปัจจุบันเป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเกาหลี

    หลังจากงีบหลับในที่พักแล้ว ก็มีหลายคนมีอาการของโรคแพ้ความสูง (Altitude sickness) ใครที่เกิดอาการขึ้นมาก็ค่อยๆ หายใจลึกๆ แล้วก็ค่อยๆ เดินตามกำลังไม่ต้องฝืนนะ ใครที่ไม่ไหวจริงๆ จากชั้น 8 ก็เห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้เหมือนกัน แล้วก็เปลี่ยนไปใช้เส้นทางลงเขากลับไปข้างล่างกัน

    พอเข้าใกล้ชั้น 9 ถึงจะเป็นกลางฤดูร้อนก็ยังมีหยาดน้ำแข็งย้อยลงมาให้เห็น อุณหภูมิตอนนี้อยู่ที่ 2 - 5 องศา คนที่สวมเสื้อผ้าบางเกินไปจะหมดสภาพกันแถวนี้ อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม ทางเดินไปยอดเขาก็เริ่มสะดวกขึ้นกว่าที่ผ่านมาเยอะ (เพียงแค่อาจจะหายใจลำบากเท่านั้น)

    ท้ายสุด เมื่อผ่านสิงโตเฝ้าประตูกับเสาโทริอิเข้ามา เราก็จะถึงยอดเขา และเจอกับศาลเจ้า Fujisan chojo Okumiya ซึ่งบริเวณรอบๆ จะมีร้านขายของฝากและร้านอาหาร

    แต่ ... จุดนี้ยังไม่ใช่ยอดเขาที่แท้จริงนะ

    เดินเวียนรอบปล่องภูเขาไฟฟูจิกัน

    ฟูจิซัง โอฮาจิ เมกุริ คือการเดินวนรอบปากปล่องภูเขาไฟฟูจิ ระหว่างทางจะมี "จุดตรวจวัดสภาพอากาศพิเศษประจำภูเขาฟูจิ" ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของภูเขาไฟฟูจิ เพราะงั้นขึ้นมาถึงข้างบนนี้ทั้งทีก็ต้องไม่พลาดมาให้ถึงจุดสูงสุดของฟูจิด้วยนะ

    ทางเดินวนรอบปากปล่องภูเขาไฟฟูจิไม่มีรั้วกั้น เพราะงั้นค่อยๆ เดินกันนะ

    จุดตรวจวัดสภาพอากาศพิเศษประจำภูเขาฟูจิ ตรงนี้มีอนุสรณ์หินระบุว่า "ยอดเขาของภูเขาไฟฟูจิ" มาถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกกัน! ระหว่างทางมีไปรษณีย์ด้วยนะ มาส่งจดหมายจากยอดภูเขาเอาไว้เป็นที่ระลึกก็ดี

    ได้เวลาลงเขา

    เมื่อเต็มอิ่มกับวิวสวยๆ บนยอดเขาแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาต้องลงเขากันซะที

    下山道

    เส้นทางลงเขาไม่มีโขดหินเหมือนขาขึ้น แต่ก็เหมือนกับการลงไปทางเดิมอีกรอบ ทิวทัศน์ไม่สวยงามเท่าไหร่ เอาจริงๆ ก็ค่อนข้างจะน่าเบื่อเลยแหละ ฝุ่นทรายก็เยอะ แนะนำให้สวมหน้ากากและใช้เกเตอร์คลุมรองเท้ากันทรายกันกรวด ขาลงใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงชั้น 5

    สุดท้ายนี้

    นี่คือภาพรวมของการปีนภูเขาไฟฟูจิ เส้นทางโยชิดะรูท ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่มีค่ามาก ทั้งการได้พบเจอผู้คนจากทั่วโลก สัมผัสความศรัทธาด้านศาสนาของญี่ปุ่นในอดีต การได้บรรลุเป้าหมาย และการได้ชมทิวทัศน์แสนสวยที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน พอจะทำให้ใครรู้สึกอยากลองมาสัมผัสประสบการณ์ปีนภูเขาไฟฟูจิกันดูบ้างไหมนะ เชื่อว่าจะต้องเป็นหนึ่งในการเดินทางที่มีค่าและสนุกมากครั้งหนึ่งในชีวิตของทุกคนแน่ๆ

    Information

    ภูเขาไฟฟูจิ

    ที่อยู่ : Fujisan, Fujinomiya City, Shizuoka Prefecture
    เวลาทำการ : 24 ชั่วโมง
    วันหยุด : ไม่มี
    Wi-Fi : ไม่มี
    บัตรเครดิต : ไม่มี
    ภาษาที่รองรับ : ญี่ปุ่น, อังกฤษ, จีน, เกาหลี
    มีเมนูภาษาอื่นๆ : มี
    สถานีที่ใกล้ที่สุด : สถานี Kawaguchiko
    การเดินทาง : สถานี Kawaguchiko หรือไม่ก็สถานี Fujisan จากนั้นใช้บริการรถบัสนั่งไปจนถึงฟูจิชั้นที่ 5 (รถบัสไฮกิ้ง หรืออื่นๆ)
    ช่วงราคา : ค่าเข้า (ค่าให้ความร่วมมืออนุรักษ์ภูเขาไฟฟูจิ) 1,000 เยน (วันที่อังคาร 1 กรกฎาคม - วันอาทิตย์ที่14 กันยายน 2014)
    ข้อมูลด้านศาสนา : ไม่มี
    เบอร์โทรศัพท์ : Fujisan Information (Fujisan Shizuoka Navi) 054-221-3776
    HP ทางการ : Mount Fuji Official Site

    แท๊กเกี่ยวข้อง

    Pin LINE

    MATCHA's partners