ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

ติดตั้งอินเตอร์เน็ตในญี่ปุ่น เปรียบเทียบเน็ตแต่ละเจ้า วิธีเลือก และราคารายเดือน

ติดตั้งอินเตอร์เน็ตในญี่ปุ่น เปรียบเทียบเน็ตแต่ละเจ้า วิธีเลือก และราคารายเดือน

แปลโดย TeiChayangkul

เขียนโดย kazuma takahashi

2020.07.12 บทความที่ชอบ

คนที่ต้องการใช้เน็ตในญี่ปุ่น ถ้ามาเที่ยวหรืออยู่แป๊บเดียวระยะสั้นๆ ขอแนะนำเป็นพ็อกเก็ตไวไฟ ส่วนคนที่อยู่นานและอยากติดเน็ตบ้าน เรารวบรวมรายชื่อ วิธีสมัคร และข้อดีข้อเสียมาให้แล้ว ลองดูเป็นแนวทางกันได้

อยากติดเน็ตบ้านที่ญี่ปุ่นจะทำยังไง

ตอนนี้ไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ต้องใช้อินเตอร์เน็ตทั้งนั้น นอกจากเน็ตมือถือแล้ว พออยู่บ้านก็ต้องใช้เน็ตบ้านเพื่อทำงานหรือดูหนังฟังเพลง แต่ระบบการสมัครอินเตอร์เน็ตของญี่ปุ่นจะยุ่งยากกว่าของไทยอยู่หน่อย บอกตามตรงว่าตอนที่หาข้อมูลเองก็ทำเอางงไปนานเลยเหมือนกัน

ครั้งนี้เลยขอมาอธิบายเกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน็ตของญี่ปุ่นโดยรวม วิธีสมัคร และข้อดีข้อเสียของผู้ให้บริการแต่ละเจ้าไว้เป็นตัวเลือก

สำหรับคนที่กลัวว่าเจอภาษาญี่ปุ่นเข้าไปจะอ่านไม่เข้าใจหรือคุยกับพนักงานไม่รู้เรื่อง ขอแนะนำเน็ตของ GTN Mobile เพราะเค้ามีเจ้าหน้าที่คนไทย เดี๋ยวจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเน็ตของ GTN ที่ใช้ชื่อว่า GTN Hikari อยู่ในบทความนี้ด้วย

สารบัญ

ประเภทของอินเตอร์เน็ตในญี่ปุ่น

ประเภทของอินเตอร์เน็ตในญี่ปุ่นแบ่งง่ายๆ ได้ 2 แบบคือ แบบมีสาย (有線タイプ / 固定回線) หรือเน็ตบ้าน และ แบบไร้สาย (無線タイプ) หรือพวกพ็อกเก็ตไวไฟ จุดเด่นของแต่ละแบบมีดังนี้

ประเภท ข้อดี ข้อเสีย
แบบมีสาย - เร็ว ส่ง-รับข้อมูลจำนวนมากได้
- ต่อกับเครื่องกระจายสัญญาณ Wi-Fi เพื่อทำเป็นแบบไร้สายได้
เวลาออกไปนอกบ้านจะใช้ไม่ได้
แบบไร้สาย - แบบ Pocket WiFi พกติดตัวไปใช้นอกบ้านได้ - สัญญาณอาจเร็วบ้างช้าบ้าง และมีจำกัดปริมาณข้อมูล
- ด้านความปลอดภัยสู้แบบมีสายไม่ได้

แบบมีสาย

แบบมีสาย หรือพวกเน็ตบ้าน ที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า 有線タイプ ติดตั้งสายสัญญาณจากช่องเสียบเข้ากับเครื่องเราเตอร์เพื่อใช้เน็ต เวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับเน็ตบ้านจะเจอชื่อ ฮิคาริ (Hikari 光回線) นี่เป็นชื่อเรียกการส่งสัญญาณแบบใหม่ผ่านสายไฟเบอร์ออปติกที่รับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแบบ ADSL

ส่วนแบบ ADSL ถึงราคาค่าบริการจะถูกกว่าแต่ก็ส่งสัญญาณได้ช้ากว่า ตอนนี้ในญี่ปุ่นยกเลิกการทำสัญญาใหม่ของ ADSL แล้ว และจะยกเลิกการให้บริการทั่วประเทศในเดือนมกราคม ปี 2023

แบบไร้สาย

แบบไร้สาย หรือเน็ตแบบพ็อกเก็ตไวไฟ ที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า 無線タイプ เป็นการใช้สัญญาณเน็ตผ่านเครื่องรับแบบพกพา สะดวกตรงจะออกไปนอกบ้านก็ยังใช้เน็ตได้

เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่นในระยะเวลาสั้นๆ ส่วนคนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นขอแนะนำเป็นแบบมีสายน่าจะคุ้มกว่า เพราะเร็วและสัญญาณมั่นคงกว่าด้วย แต่ก็อาจจะขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วย ถ้าออกนอกบ้านมากกว่าก็อาจเลือกใช้แบบพ็อกเก็ตไวไฟได้

ดูเปรียบเทียบเน็ตแบบพ็อกเก็ตไวไฟแต่ละเจ้าอย่างละเอียดได้ที่บทความเปรียบเทียบเน็ตแบบพ็อกเก็ตไวไฟ

เดี๋ยวขอมาอธิบายขั้นตอนเกี่ยวกับการสมัครใช้อินเตอร์เน็ตมีสายแบบฮิคาริให้ดู

ก่อนทำสัญญาต้องดูอะไรบ้าง? ผู้ให้บริการและสัญญาแบบแพ็กคู่

การทำสัญญาใช้อินเตอร์เน็ตในญี่ปุ่น เราต้องทำสัญญากับ 2 บริษัทคือ ผู้ให้บริการเส้นสัญญาณ และ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต

ผู้ให้บริการเส้นสัญญาณ เป็นบริษัทที่ควบคุมดูแลสายสัญญาณเคเบิลต่างๆ บริษัทในญี่ปุ่น เช่น NTT, KDDI และบริษัทเคเบิลทีวีตามท้องถิ่น

ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP : Internet service provider) เป็นบริษัทที่จัดการเรื่องการส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต

ถ้าเป็นที่ไทยเราจะไม่มีอย่างนี้ อยากสมัครเน็ตของเจ้าไหนก็ติดต่อทำสัญญาแค่เจ้านั้นก็เสร็จ ง่ายกว่าเยอะเลย หลังๆ มาญี่ปุ่นก็เริ่มมีบริการแบบเซ็ต ทำสัญญาพร้อมจ่ายเงินที่เดียวเสร็จ แต่ก็ยังไม่ได้มีทุกเจ้า ถ้าอยากเอาที่สะดวกก็อย่าลืมดูตรงนี้เวลาเลือกบริษัทกันนะ

↑ กลับไปที่สารบัญ

วิธีสมัครใช้อินเตอร์เน็ต

ในการสมัครอินเตอร์เน็ตไฟเบอร์ออปติกแบบฮิคาริ ให้เข้าไปยังเว็บไซต์ทางการของแต่ละผู้ให้บริการเส้นสัญญาณ เลือกประเภทที่พัก (เป็นห้องเช่าหรือบ้านเดี่ยว) กรอกข้อมูลชื่อที่อยู่ต่างๆ ที่จำเป็นในการทำสัญญาด้วยภาษาญี่ปุ่น

ถ้าภาษาญี่ปุ่นยังไม่แข็งแรง ลองเลือกบริษัทที่มีเว็บไซต์ภาษาอังกฤษส่วนหนึ่งจากรายชื่อด้านล่างนี้ได้

บริการแบบเซ็ตที่ทำสัญญาภาษาอังกฤษได้
GTN Hikari (มีเจ้าหน้าที่คนไทย!) https://gtn-mobile.com/hikari/
Sakura Fiber Internet https://www.sakuramobile.jp/
NTT EAST https://flets.com/english/
NTT WEST https://www.ntt-west.co.jp/english/
au HIKARI https://www.au.com/english/internet/
SoftBank Hikari https://www.softbank.jp/en/internet/
docomo Hikari https://www.nttdocomo.co.jp/english/hikari/

บางครั้งอาจมีค่าดึงสายสัญญาณด้วย

อินเตอร์เน็ตแบบฮิคาริจะใช้สายไฟเบอร์ออปติกแบบเฉพาะ เพราะฉะนั้นถ้าบ้านหรือห้องที่เราเช่ายังไม่มีสายสัญญาณของฮิคาริ ทางบริษัทจะต้องทำการดึงสายสัญญาณเข้ามาในห้องและติดตั้งช่องเสียบด้วยถึงจะต่อสายกับเครื่องเราเตอร์ได้

การดึงสายสัญญาณนี้ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า 開通工事

สำหรับบ้านเดี่ยวสร้างใหม่ก็ยังไม่มีสายสัญญาณแน่นอน ราคาค่าดึงสายและติดตั้งช่องเสียบจะแล้วแต่บริษัท สำหรับค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ถ้าเป็นห้องในอพาร์ตเมนต์หรือแมนชั่น ราคาประมาณ 15,000 - 30,000 เยน บ้านเดี่ยว ราคาประมาณ 20,000 - 40,000 เยน บางครั้งจะมีโปรโมชั่นฟรีค่าดึงสายสัญญาณ ถ้าสมัครช่วงนั้นพอดีก็ประหยัดได้เยอะ

หลังจากสมัครแล้วทางบริษัทจะนัดวันเพื่อมาทำการติดตั้งให้ ซึ่งอาจจะต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ - 1 เดือน ในระหว่างนั้นจะยังใช้เน็ตไม่ได้ ก็อาจหาเช่า Pocket Wifi มาเป็นตัวเลือกแก้ขัดไปก่อนได้

↑ กลับไปที่สารบัญ

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียและราคาของแต่ละบริษัท

ลองมาดูข้อดี ข้อเสีย และราคาคร่าวๆ ของแต่ละบริษัทกัน ราคาในตารางนี้เป็นราคาคร่าวๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามแพ็กเกจและระยะเวลาที่เลือกทำสัญญา อีกเรื่องที่ต้องระวังคือค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าบริการรายเดือน เช่น ค่ายกเลิกสัญญา

ถ้ากังวลเรื่องภาษาญี่ปุ่น แนะนำให้ลองสมัครของ GTN Hikari ที่เค้ามีเจ้าหน้าที่คนไทยด้วยก็ดี

GTN Hikari Home Internet (มีเจ้าหน้าที่คนไทย!)

gtn internet
GTN Hikari
ข้อดี มีเจ้าหน้าที่คนไทย รองรับบริการหลายภาษา
ข้อเสีย สัญญาณช้าบางช่วงเวลา
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) 3,800 เยน / 5,200 เยน

GTN Hikari Home Internet ให้บริการเน็ตไฟเบอร์ออปติกที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ SoftBank Hikari

ในแบบฟอร์มสำหรับสอบถามราคาจะมีให้เลือกภาษา ก็เลือกภาษาไทยได้เลย เจ้าหน้าที่ของแต่ละภาษาจะเป็นคนช่วยดูแลรับเรื่องให้ตั้งแต่การทำสัญญา นัดวันดึงสายและติดตั้งช่องสัญญาณ ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา ถ้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยก็สามารถสอบถามผ่านเจ้าหน้าที่ของ GTN ได้ตลอด

ตอนนี้มีโปรโมชั่นเครื่องเราเตอร์แบบไวไฟให้คนที่สมัครใหม่ด้วย

ดูข้อมูลและสมัครอินเตอร์เน็ต GTN Hikari ที่นี่

Sakura Fiber Internet

Sakura Fiber Internet
ข้อดี ไม่มีกำหนดระยะเวลาสัญญาขั้นต่ำ
ข้อเสีย ค่าบริการค่อนข้างแพง
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) เริ่มต้นที่ 6,480 เยน

Sakura Fiber Internet ให้บริการเน็ตไฟเบอร์ออปติกที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Flet's Hikari มีบริการล่ามภาษาอังกฤษช่วยแปลระหว่างดึงสายสัญญาณ

ระยะเวลาใช้งานต่ำสุดเริ่มต้นที่ 3 เดือน ไม่จำเป็นต้องทำสัญญาขั้นต่ำ 2 หรือ 3 ปี สามารถจ่ายด้วยเงินสดหรือใช้บัตรเครดิตของต่างประเทศก็ได้

ตอนนี้มีโปรโมชั่นลดค่าทำสัญญา 5,000 เยนด้วย สมัครได้จากลิงก์ด้านล่าง

ดูข้อมูลและสมัครอินเตอร์เน็ต Sakura Fiber Internet ที่นี่

NURO Hikari

NURO Hikari
ข้อดี สัญญาณเร็วที่สุดในญี่ปุ่น
ข้อเสีย พื้นที่ให้บริการยังจำกัด ค่าบริการและค่าดึงสายแพง
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) เริ่มต้นที่ 5,743 เยน

NURO Hikari เค้าดังเรื่องความแรงของสัญญาณเน็ต เรียกว่าเร็วที่สุดในญี่ปุ่นแล้วด้วยเทคโนโลยี GPON (Gigabyte Passive Optical Network) ความเร็วสูงสุดในการรับข้อมูลที่ 2 Gbps

ความเร็วปกติของเน็ตไฟเบอร์ออปติกฮิคาริจะอยู่ที่ 1 Gbps เท่านั้น ของ NURO Hikari นี่แรงเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว แต่ข้อเสียคือพื้นที่ให้บริการยังน้อยอยู่ และค่าดึงสายติดตั้งค่อนข้างแพง

พื้นที่ให้บริการ ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2020

ภูมิภาคคันโต : โตเกียว คานากาวะ ไซตามะ ชิบะ อิบารากิ โทจิกิ กุนมะ
ภูมิภาคคันไซ : โอซาก้า เฮียวโกะ เกียวโต ชิกะ นารา
ภูมิภาคโทไค : ไอจิ ชิซุโอกะ กิฟุ มิเอะ
ภูมิภาคคิวชู : ฟุกุโอกะ ซากะ
ฮอกไกโด : เมืองอิชิคาริ เอนิวะ เอเบ็ตสึ โอตารุ ซัปโปโร ชิโตเซะ

ถึงจะอยู่ในจังหวัดหรือเมืองที่บอกไว้ ก็อาจมีพื้นที่ที่ยังไม่สามารถใช้บริการได้อยู่ ลองตรวจสอบเพื่อความแน่ใจได้จาก พื้นที่ให้บริการ NURO Hikari (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูข้อมูลและสมัครอินเตอร์เน็ต NURO Hikari ที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)

SoftBank Hikari และ SoftBank Air

SoftBank Hikari
ข้อดี ราคาถูกถ้าทำสัญญาโทรศัพท์มือถือพร้อมกัน
ข้อเสีย สัญญาณช้าบางช่วงเวลา
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) เริ่มต้นที่ 3,800 เยน / 5,200 เยน (ราคายังไม่หักส่วนลด)

SoftBank Hikari เป็นบริการอินเตอร์เน็ตจาก SoftBank บริษัทผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ยักษ์ของญี่ปุ่น ให้บริการแบบเป็นเซ็ต ใช้สายสัญญาณของ NTT และบริการจาก Yahoo!BB ทำสัญญาผ่าน SoftBank ที่เดียวได้เลย

SoftBank Hikari มีโปรโมชั่น Ouchi-Wari Hikari มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 1,100 เยนต่อเดือน สำหรับลูกค้าที่เลือกใช้บริการทั้งอินเตอร์เน็ตและมือถือของ SoftBank ด้วย

ข้อเสียคือตอนสมัครจะมีพวกออปชั่นเสริมติดมาด้วยโดยอัตโนมัติ ทำให้ค่าบริการแพงขึ้น (สามารถยกเลิกทีหลังได้) และความเร็วของเน็ตอาจมีช้าลงบ้างในบางช่วงที่คนใช้เยอะ

SoftBank มีบริการโมเด็มไวไฟไร้สาย SoftBank Air ไม่ต้องดึงสายสัญญาณและติดตั้งช่องเสียบสายให้ยุ่งยาก เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้เน็ตทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายสัญญาณ

เว็บไซต์ทางการ : https://www.softbank.jp/en/internet/ (ภาษาอังกฤษ)

ดูข้อมูลและสมัครอินเตอร์เน็ต SoftBank Air ที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)

au HIKARI

au HIKARI
ข้อดี ราคาถูกถ้าทำสัญญาโทรศัพท์มือถือพร้อมกัน
ข้อเสีย อาจมีค่ายกเลิกสัญญา
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) เริ่มต้นที่ 3,400 เยน / 4,900 เยน (ราคายังไม่หักส่วนลด และมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 500 เยน)

เป็นบริการอินเตอร์เน็ตจาก KDDI อีกหนึ่งบริษัทสื่อสารใหญ่ของญี่ปุ่น ใช้สายสัญญาณทั้งของ NTT และของ KDDI เอง ให้ความเร็วสูงสุดที่ 1 Gbps

มีแพ็กเกจความเร็วสูงสุด 5 Gbps oหรือ 10 Gbps สำหรับบ้านเดี่ยวด้วย แต่อาจจะติดตรงที่พื้นที่ให้บริการยังไม่ค่อยครอบคลุม

ถ้ากำลังตัดสินใจเลือกค่ายมือถืออยู่แล้วด้วย ขอแนะนำให้เลือกใช้ของ au คู่กันไปเลยทั้งมือถือและอินเตอร์เน็ตบ้าน เพราะจะได้สิทธิส่วนลดตั้งแต่ 500 ถึง 2,000 เยนต่อเดือนจากโปรโมชั่น au Smart Value แถมรวมเบอร์จากคนในครอบครัวได้อีก ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งได้ลดเยอะ

เว็บไซต์ทางการ : https://www.au.com/english/internet/ (ภาษาอังกฤษ)

ดูข้อมูลและสมัครอินเตอร์เน็ต au HIKARI ที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)

docomo Hikari

docomo Hikari
ข้อดี ราคาถูกถ้าทำสัญญาโทรศัพท์มือถือพร้อมกัน
ข้อเสีย ความเร็วของสัญญาณขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละเจ้า
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) เริ่มต้นที่ 3,800 เยน / 5,000 เยน

docomo Hikari ก็คล้ายกับสองเจ้าข้างบนเพราะเป็นผู้ให้บริการมือถือเหมือนกัน แต่เด่นตรงที่ค่าบริการรายเดือนจะถูกกว่า เลยค่อนข้างเป็นที่นิยม

โปรโมชั่นสำหรับคนที่ใช้เน็ตบ้านพร้อมแพ็กเกจมือถือหรือแท็บเล็ตของ docomo คือส่วนลดค่าบริการมือถือเดือนละ 1,000 เยนตลอดชีพ ให้สิทธิ์กับคนในครอบครัวที่ใช้เครือข่ายมือถือของ docomo เหมือนกันด้วย ตอนจะทำสัญญาเน็ตบ้านก็ให้คนในครอบครัวเปลี่ยนมาใช้มือถือของ docomo ไปด้วยเลยจะได้คุ้ม

มีหลายคนบ่นว่าเน็ตของ docomo Hikari ช้า แต่ตรงนี้เหมือนจะเป็นปัญหาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่ปัญหาจากสายสัญญาณของ docomo Hikari

ตอนนี้มีผู้ให้บริการที่ใช้สายสัญญาณของ docomo Hikari อยู่ 24 บริษัท ตอนจะเลือกผู้ให้บริการก็ลองหาอ่านรีวิวดูก่อนว่าเจ้าไหนที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้

เว็บไซต์ทางการ : https://www.nttdocomo.co.jp/english/hikari/ (ภาษาอังกฤษ)

BIGLOBE Hikari

BIGLOBE Hikari
ข้อดี พื้นที่ให้บริการครอบคลุม สัญญาณแรงไม่ตก
ข้อเสีย อาจมีค่ายกเลิกสัญญา
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) เริ่มต้นที่ 3,980 เยน / 4,980 เยน

มีค่าบริการรายเดือนและคุณภาพความเร็วของสัญญาณระดับกลางๆ แต่เด่นตรงบริการที่เจ้าอื่นไม่ค่อยมี

ตัวอย่างเช่นใช้ระบบ IPv6 ที่มีความเร็วกว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางคืนที่มคนใช้เยอะก็ไม่ทำให้เน็ตช้า แต่บริการนี้ต้องติดตั้งโทรศัพท์ไฟเบอร์ออปติกเพิ่มด้วย (เพิ่มค่าบริการรายเดือน 500 เยน)

BIGLOBE ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ au ด้วย ถ้าใช้มือถือของ au ก็สามารถรับสิทธิ์ส่วนลดระหว่าง au Smart Value หรือ au Set Discount ส่วนลดรายเดือนสำหรับ BIGLOBE Hikari อันใดอันหนึ่งได้

ข้อดีอีกอย่างคือพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วญี่ปุ่น ถ้าพื้นที่ไหนใช้ au Hikari ไม่ได้ก็มาใช้ของ BIGLOBE Hikari แทนได้

ดูข้อมูลและสมัครอินเตอร์เน็ต BIGLOBE Hikari ที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)

FLET's Hikari

Flet's Hikari
ข้อดี พื้นที่ให้บริการครอบคลุม
ข้อเสีย ค่าบริการค่อนข้างแพง
ค่าบริการรายเดือน (ห้องเช่า / บ้านเดี่ยว) เริ่มต้นที่ 3,355 เยน / 5,940 เยน (มีค่าบริการเริ่มต้นที่ 500 เยน)

FLET's Hikari เป็นบริการสายสัญญาณจาก NTT โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ บริษัท NTT East รับผิดชอบพื้นที่ฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น เช่น โตเกียว และ บริษัท NTT West รับผิดชอบพื้นที่ฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เช่น โอซาก้า

จริงๆ แล้วบริษัท NTT เองเป็นผู้ให้บริการสายสัญญาณ ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เพราะงั้นเราต้องไปทำสัญญากับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเพิ่มอีก แต่ตอนนี้ NTT ก็มีแพ็กเกจที่เรียกว่า プロバイダパック (Provider Pack) ช่วยลดขั้นตอนการทำสัญญาแยก ถ้าสมัครทางเว็บจะมีโปรโมชั่นเพิ่มให้ด้วย ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ทางการของ NTT

เว็บไซต์ทางการ FLET'S Hikari (NTT East) : https://flets.com/english/ (ภาษาอังกฤษ)
เว็บไซต์ทางการ FLET'S Hikari (NTT West) : https://flets-w.com/english/ (ภาษาอังกฤษ)

อธิบายเพิ่มเติม

ตอนที่ค้นหาผู้ให้บริการเน็ตอาจจะได้เห็นคำว่า 光コラボレーション (Hikari collaboration) ผ่านตาบ่อยๆ อันนี้หมายถึงบริการสายสัญญาณที่ทาง NTT ทำร่วมกับบริษัทมือถือและผู้ให้บริการอื่นๆ

อย่างของ Softbank Hikari, au Hikari หรือ Docomo Hikari ก็ใช้สายสัญญาณของ NTT เหมือนกัน แล้วเพิ่มโปรโมชั่นต่างๆ ให้เข้ากับลูกค้าของตัวเอง

↑ กลับไปที่สารบัญ

ศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วเลือกเน็ตเจ้าที่ถูกใจ

日本でインターネットに契約する方法・業者の選び方

Photo by Pixta

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้อินเตอร์เน็ตเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว ยิ่งคนที่จะมาอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นนานๆ ไม่ว่าจะเรียนหรือทำงานก็คงอยากใช้เน็ตบ้านกันทั้งนั้น วิธีการสมัครเน็ตบ้านของญี่ปุ่นอาจจะมีต่างจากที่ไทยบ้าง ยังไงค่อยๆ อ่านรายละเอียดของแต่ละเจ้า แล้วค่อยเลือกสมัครเจ้าที่ตรงใจกันนะ

Main image by Pixta

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง