Start planning your trip
แผนเที่ยวนาราแบบรวบรัดภายใน 2 วัน
บทความแนะนำแผนเที่ยว “นารา” เมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานแบบจัดเต็มภายใน 2 วัน ไม่ว่าจะเป็นวัดโทไดจิ ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ วัดโคฟุกุจิ วัดยาคุชิจิ และหมู่บ้านอาสึกะ
แผนเที่ยวนาราแบบจัดเต็มภายใน 2 วัน
นารา เป็น เมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าเกียวโต ซึ่งแต่เดิมแล้วเคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมาก่อน แม้ในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์อย่างวัดและศาลเจ้าให้เห็นอยู่มากมาย เนื่องจากนาราตั้งอยู่ใกล้กับเกียวโตและโอซาก้า จึงเหมาะสำหรับการตระเวนเที่ยวเป็นแพ็ครวมสุดๆ
ภายในเมืองเป็นที่ตั้งของวัดกว่า 8 แห่งซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยเรียกว่า “มรดกทางวัฒนธรรมแห่งเมืองเก่านารา” ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแผนเที่ยววัดและศาลเจ้าในนารา 2 วัน 1 คืนกันค่ะ ^^
การท่องเที่ยวภายในนาราขอแนะนำให้ใช้ตั๋วฟรีพาสที่ชื่อว่า World Heritage Free Pass จะคุ้มที่สุด โดยมีจำหน่ายตามสถานีรถไฟ Kintetsu เพียงแค่ซื้อเอาไว้ใบเดียวก็สามารถขึ้น-ลงรถไฟ Kintetsu และรถบัสท่องเที่ยวในนาราได้อย่างอิสระภายใน 1 วัน
ส่วนตั๋วฟรีพาสสำหรับ 2 วันราคา 2,000 เยน สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับโซนที่สามารถใช้งานได้สามารถเข้าไปดูได้จาก เว็บไซต์หลัก (ภาษาอังกฤษ・ภาษาจีนตัวเต็ม・ภาษาจีนตัวย่อ・ภาษาเกาหลี・ภาษาไทย) ของ Kintetsu Railway
อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
คู่มือเที่ยวนารา・เมืองมรดกโลก〜แนะนำพื้นที่แถบนารา・อะซึกะ・อิคะรุกะ・โยชิโนะ〜
เช้าวันที่ 1 ตระเวนเที่ยวสวนนารา วัดโทไดจิ วัดคาสุกะไทฉะ และวัดโคฟุกุจิ
วันแรกเรามาเริ่มจาก「Nara Park (สวนนารา)」กันก่อนดีกว่า “สวนนารา” คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองนารา ภายในสวนเต็มไปด้วยบรรดากวางน้อย-ใหญ่กว่า 1,200 ตัว แถมยังเป็นที่ตั้งของวัด 3 แห่งซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ยังไงก็ลองตระเวนชมกันดูได้เนอะ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
「Tōdai-ji (วัดโทไดจิ)」ที่ตั้งอยู่ภายในสวนนาราเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของนาราที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุทสึ
เสาของโบสถ์วัดมีรูขนาดใหญ่เท่ากับรูจมูกของพระพุทธรูปไดบุทสึ โดยเชื่อกันว่าถ้าเกิดลอดผ่านออกไปได้จะมีความสุขในชีวิต บอกเลยว่าไฮไลท์นี้ห้ามพลาดเด็ดขาด!
อ่านเพิ่มเติมได้ที่:
นอกจากนี้ ภายในสวนก็ยังเป็นที่ตั้งของ「Kasuga-taisha (ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ)」อีกด้วย ว่ากันว่าถ้าเกิดเดินทางมาสักการะที่ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะจะส่งผลให้ความปรารถนาด้านความรักกลายเป็นจริง
Photo by Pixta
ส่วน「Kōfuku-ji (วัดโคฟุกุจิ)」ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสวนนารา แต่เดิมแล้วเป็นวัดที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฟูจิวาระผู้มีอำนาจในสมัยก่อน ภายในวัดเป็นที่ตั้งของเจดีย์สามชั้นและเจดีย์ห้าชั้นซึ่งเป็นสมบัติของชาติด้วยนะเออ...
เมื่อตระเวนชมมรดกโลกทั้ง 3 แห่งกันจนจุใจแล้วก็เดินทางกันต่อดีกว่าค่ะ ^^
เที่ยงวันที่ 1 สัมผัสเสน่ห์แห่งมรดกโลกที่วัดกังโกจิ
Photo by Pixta
「Gangō-ji (วัดกังโกจิ)」เป็นวัดที่สามารถเดินมาจากสวนนาราได้ โดยเป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกัน
เนื่องจากกระเบื้องหลังคาใช้กันมาตั้งแต่สมัยอาสุกะ (ครึ่งหลังศตวรรษที่ 6 - ต้นศตวรรษที่ 8) จึงว่ากันว่าเป็นกระเบื้องหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เรามาชมสถาปัตยกรรมที่สามารถสัมผัสถึงประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งแบบใกล้ชิดกันดีกว่า~
ตอนเย็น – ตอนกลางคืนวันที่ 1 เดินชมบรรยากาศในสมัยเอโดะที่นารามาจิ
「Naramachi (นารามาจิ)」เป็นย่านที่ยังคงรักษาอาคารบ้านเรือนดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้เป็นอย่างดี โดยตั้งอยู่ภายในเมืองนารานี่เอง มาจิยะ ตั้งแต่ สมัยเอโดะ ที่ตั้งเรียงรายกันบนถนนนั้น ในปัจจุบันใช้เป็นทั้งร้านอาหาร ร้านค้าจิปาถะ และที่พักไปแล้ว
เมื่อเดินเที่ยวนารามาจิกันจนครบก็หมดแผนเที่ยวสำหรับวันที่ 1 แล้วล่ะค่ะ ถ้าเกิดใครอยากนอนพักที่มาจิยะในนารามาจิก็ลองดูได้นะคะ
เช้าวันที่ 2 สัมผัสความรุ่งเรืองของนาราที่วัดยาคุชิจิและพระราชวังเฮโจ
Photo by Pixta
เช้าวันที่ 2 นี้มาเริ่มจาก「Yakushi-ji (วัดยาคุชิจิ)」กันเลยจ้า... วัดยาคุชิจิ คือ วัดพุทธที่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมกว่า 8 หลังด้วยกัน ที่นี่ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกัน โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่เป็นสถาปัตยกรรมสุดเอกลักษณ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากราชวงศ์ถังนี่แหละ
แถมยังมีไฮไลท์อื่นๆอย่างพระพุทธรูปยาคุชิเนียวไรซันซอนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติด้วย เนื่องจากภายในวัดมีพื้นที่กว้างขวางมาก เราจึงสามารถเดินตระเวนชมได้อย่างชิลล์ๆ
ต่อไปก็นั่งรถไฟจากวัดยาคุชิจิไปยัง「Heijō Palace (พระราชวังเฮโจ)」กันต่อเลย พระราชวังเฮโจ คือ ร่องรอยของพระราชวังตั้งแต่สมัยที่นารายังเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น ในปัจจุบัน ตัวสถาปัตยกรรมที่สูญหายไปก็ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่แล้ว ทำให้เราสามารถชมบรรยากาศราวกับสมัยที่เพิ่งสร้างได้อย่างเต็มอิ่ม
สถาปัตยกรรมถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ฉางอาน” เมืองหลวงสมัยราชวงศ์ถัง ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสัมผัสถึงความรุ่งเรืองของนาราซึ่งเป็น 1 ในมรดกโลกได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว
จากพระราชวังเฮโจก็นั่งรถไฟมุ่งหน้าไปยังวัดโฮริวจิกันค่ะ
เที่ยงวันที่ 2 เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่วัดโฮริวจิ
Photo by Pixta
「Hōryū-ji (วัดโฮริวจิ)」คือ วัดที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 โดยเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก วัดแห่งนี้เกี่ยวข้องกับ “เจ้าชายโชโตคุ” แกนกลางสำคัญของรัฐบาลญี่ปุ่นในสมัยนั้น
วัดโฮริวจิโด่งดังเรื่องเจดีย์ห้าชั้นที่มีหลังคาเรียงต่อกันถึง 5 ชั้นด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็จริง แต่ก็เปิดให้เข้าชมฟรีนะจ๊ะ... ยังไงก็แวะมาชมกันให้ได้เนอะ
ตอนเย็น - ตอนกลางคืน ชมแหล่งโบราณคดีสุสานหิน Ishibutai Kofun ที่หมู่บ้านอาสึกะ
คราวนี้ก็เดินทางจากวัดโฮริวจิออกมานอกเมืองนารากันบ้างเพื่อมุ่งหน้าไปยัง「หมู่บ้านอาสึกะ」หมู่บ้านอาสึกะแห่งนี้ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของญี่ปุ่นยุคเก่าเอาไว้อย่างดี เพียงแค่นั่งรถไฟจากเมืองนาราประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้วล่ะค่ะ การตระเวนเที่ยวโดยรอบขอแนะนำให้เช่าจักรยานจะดีที่สุด
ภายในสวน Asuka Historical National Government Park ของหมู่บ้านอาสึกะเป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีสุสานโบราณของผู้มีอำนาจในสมัยก่อนที่เรียกว่า「Ishibutai Kofun (อิชิบุไตโคะฟุน)」ในปัจจุบันหลงเหลือเอาไว้เฉพาะโลงหินเท่านั้น หรือจะเรียกให้ถูกก็คือ “อิชิบุไต” นั่นเอง สำหรับใครที่มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวหมู่บ้านอาสึกะก็อย่าลืมแวะมาชมกันด้วยนะคะ ^^
ทริปเที่ยวนาราภายใน 2 วันก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ในครั้งนี้เราได้ตระเวนเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะมรดกโลกภายในเมืองนาราเพียบ!
“นารา” เป็นเมืองที่ยังคงหลงเหลืออาคารบ้านเรือนของญี่ปุ่นยุคเก่าเอาไว้อย่างน่าประทับใจ สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวนาราก็ลองเอาแผนเที่ยวของ MATCHA ไปปรับใช้กันดูนะคะ
横浜に育ち、古都鎌倉の高校に通い、大学は超都会の渋谷、イギリスのロンドン留学時はなぜか日本食のイベントを立ち上げて料理人、現在はライターをしている未熟者です。 ブログ:一期一会
นอกจากนี้ บทความอาจมีลิงก์โฆษณา โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหรือจอง