ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

【เที่ยวญี่ปุ่นผ่านวิดีโอ】แหล่งท่องเที่ยววิวงามถ่ายรูปสวยในญี่ปุ่น

【เที่ยวญี่ปุ่นผ่านวิดีโอ】แหล่งท่องเที่ยววิวงามถ่ายรูปสวยในญี่ปุ่น

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย MATCHA-PR

2017.03.14 บทความที่ชอบ

เมื่อเอ่ยถึงญี่ปุ่นแล้วหลายคนก็จะน่าจะนึกถึงเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือเมืองเก่าอย่างเกียวโตกันใช่มั้ยเอ่ย แต่เสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่นั้น ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยววิวงามในญี่ปุ่นที่ควรค่าแก่การมาชมให้ได้สักครั้งกันค่ะ

เมื่อเอ่ยถึงญี่ปุ่นแล้วหลายคนน่าจะนึกถึงบรรยากาศของเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้าและเมืองเก่าที่ยังคงหลงเหลืออาคารบ้านเรือนโบราณและวัดวาอารามงดงามอย่างเกียวโตกันอย่างแน่นอน แต่ความจริงแล้วเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงเท่านั้น

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยววิวงามถ่ายรูปสวยในแต่ละท้องถิ่นของญี่ปุ่นที่ควรค่าแก่การเดินทางมาชมให้ได้สักครั้งกันค่ะ

1. Sado Island (เกาะซาโดะ) จ.นีงาตะ : สัมผัสเสน่ห์ตราตรึงใจ!

©BSN

Sado Island (เกาะซาโดะ) คือ เกาะที่ใหญ่ที่สุดทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ภายในจ.นีงาตะ เกาะซาโดะแห่งนี้เป็นเกาะสภาพอากาศและผืนดินอุดมสมบูรณ์ที่เจริญรุ่งเรืองด้านการเกษตรและการทำประมง ในสมัยก่อนที่นี่เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าขายกับต่างประเทศอันมั่งคั่งมาก่อน โดยเป็นเกาะขึ้นชื่อเรื่องประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และศิลปะการแสดงมาตั้งแต่ในอดีต

เสน่ห์ของการท่องเที่ยวเกาะซาโดะแห่งนี้เลยก็คือทัศนียภาพอันงดงามตามฤดูกาลทั้ง 4 นี่แหละ นอกจากเราจะสามารถชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้ทั่วทั้งเกาะแล้ว ภายในเกาะก็ยังคงหลงเหลือต้นสนญี่ปุ่นธรรมชาติอายุกว่า 300 ปีให้ได้ชมกันจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย แม้ในปัจจุบัน ชาวบ้านก็ยังคงทำอุตสาหกรรมประมงเลียบชายฝั่งทะเลด้วยเรือถังอยู่เหมือนเดิม

ถ้าเกิดใครโชคดีก็อาจได้พบกับนกช้อนหอยหงอนญี่ปุ่นที่หวนกลับคืนสู่ธรรมชาติก็ได้นะเออ... เราสามารถเพลิดเพลินกับการชมวิวซึ่งเรียกได้ว่าเป็นทัศนียภาพดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้ที่นี่เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีไฮไลท์อยู่ที่งาน “ออนเดโกะ” ศิลปะการแสดงดั้งเดิมประจำเมืองซาโดะหรือการใส่หน้ากากยักษ์ออกมาตีกลองร่ายรำในท่าทางสุดเอกลักษณ์, “ทาคิกิโน” การแสดงท่ามกลางกองเพลิงในตอนกลางคืน และ “ไอคาวะ โยอิโนะไม” อีกด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะว่าบนเกาะซาโดะยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์อย่าง “Kitazawa Fuyusenkojo Remains (ซากปรักหักพังคิตาซาวะฟุยุเซ็งโคโจ)” และ “Sado Mine (เหมืองซาโดะ)” เหมืองขุดทองคำชั้นนำของญี่ปุ่น รวมถึงแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามอย่าง “นาแบบขั้นบันได” ที่ตั้งเรียงกันเป็นรูปขั้นบันไดอยู่บนเนินเขาลาดติดทะเลอีกต่างหาก

Sado Island (เกาะซาโดะ)
ที่อยู่:Sado City, Niigata Prefecture
เบอร์โทรศัพท์:0259-27-5000
เว็บไซต์หลัก:เว็บไซต์หลักของเมืองซาโดะ

2. Tateyama Kurobe Alpine Route (เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ) จ.โทยามะ : ชมกำแพงหิมะสุดยิ่งใหญ่

©TUT

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจ.โทยามะที่ตั้งอยู่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นก็คือ “ภูเขาทาเตยามะ” 1 ใน 3 ภูเขาขึ้นชื่อของญี่ปุ่นนั่นเอง บรรยากาศของภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังอ่าวโทยามะขนาดใหญ่เป็นอะไรที่งดงามมาก

“Tateyama Kurobe Alpine Route (เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ)” ซึ่งเชื่อมระหว่างจ.โทยามะและจ.นากาโน่เป็นเส้นทางท่องเที่ยวตัดภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ส่วนไฮไลท์ที่เราสามารถเพลิดเพลินได้ในช่วงเปิดเส้นทางในฤดูใบไม้ผลิก็คือ “Yukino-ōtani (กำแพงหิมะยูกิโนะโอทานิ)” ขึ้นชื่อระดับโลกนั่นเอง โดยเป็นกำแพงหิมะขนาดยักษ์สูงเกือบ 20 เมตรที่เกิดจากการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ขุดเจาะถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะปริมาณมหาศาลระหว่างช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน

ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายนของทุกปี เราสามารถเดินเล่นกินลมชมวิวบนถนนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินชมอย่างอิสระได้อย่างเต็มอิ่ม ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนกันเป็นจำนวนมหาศาลไปโดยปริยาย บอกเลยว่าที่นี่ได้รับการเนรมิตให้เป็นโลกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนไปทั้งแถบเลยทีเดียว รับรองว่าทุกคนจะต้องประทับใจในความงดงามและยิ่งใหญ่ของธรรมชาติกันอย่างแน่นอน

Tateyama Kurobe Alpine Route (เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ)
เว็บไซต์หลัก:Tateyama Kurobe Alpine Route (เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ)

3. Matsumoto Castle (ปราสาทมัตสึโมโตะ) จ.นากาโน่ : ปราสาทขึ้นชื่อชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น

©SBC

Matsumoto Castle (ปราสาทมัตสึโมโตะ) คือ ปราสาทที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำสงครามซึ่งยังคงหลงเหลือสภาพตั้งแต่ใน สมัยเซ็งโกกุ ให้ได้ชมกันจนถึงปัจจุบัน โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติคู่กับปราสาทฮิเมจิ, ปราสาทฮิโกเนะ และปราสาทอินุยามะ

กำแพงปราการปราสาทส่วนบนสร้างด้วยปูนขาวและส่วนล่างปิดแผ่นไม้ลงแลคเกอร์สีดำ ทำให้ที่นี่กลายเป็นปราสาทขึ้นชื่อเรื่องความงดงามที่ตัดกันระหว่างสีขาวและสีดำไปโดยปริยาย ทัศนียภาพด้านหลังของปราการปราสาทเป็นทิวเขาแอลป์เหนือขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ทัศนียภาพดังกล่าวที่สะท้อนลงบนผิวน้ำรอบปราสาทเป็นอะไรที่งดงามสุดๆ

นอกจากนี้ ทัศนียภาพที่ผันแปรไปตามฤดูกาลทั้ง 4 ก็มีเสน่ห์เกินบรรยาย โดยเราสามารถเพลิดเพลินกับการชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ, ภาพปราสาทอันสง่างามท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และบรรยากาศของปราสาทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะด้านบนในฤดูหนาวได้อย่างจุใจ แถมเรายังสามารถชมปลาคาร์ฟ, หงส์ และเป็ดจากคูน้ำรอบปราสาทได้ด้วยนะเออ...

สำหรับใครที่วางแผนเดินทางมาเที่ยวมัตสึโมโตะก็ขอแนะนำให้แวะมาเยี่ยมชมปราสาทและเดินเล่นบริเวณโดยรอบกันให้หนำใจเลยค่ะ

Matsumoto Castle (ปราสาทมัตสึโมโตะ)
ที่อยู่:4-1 Marunouchi, Matsumoto-shi, Nagano-ken
เบอร์โทรศัพท์:0263-32-2902
เว็บไซต์หลัก:Matsumoto Castle (ปราสาทมัตสึโมโตะ)

4. Fuji Five Lakes (ทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิ) จ.ยามานาชิ : กิจกรรมให้เพลิดเพลินเพียบ!

©UTY

บริเวณโดยรอบ Fuji Five Lakes (ทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิ) ในจ.ยามานาชิตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนเป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟฟูจิและสัมผัสกิจกรรมแสนสนุกมากมาย

แหล่งชมวิวภูเขาไฟฟูจิยอดนิยมของที่นี่เลยก็คือ “Chureito Pagoda (เจดีย์ชูเรโตะ)” อาราคุระยามะในเมืองฟูจิโยชิดะนั่นเอง โดยเราสามารถเพลิดเพลินกับการประชันความงดงามระหว่างซากุระที่บานสะพรั่งงดงาม, เจดีย์ห้าชั้น และภูเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมไปด้วยหิมะบนยอดในฤดูใบไม้ผลิได้อย่างเต็มอิ่ม

นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะก็ยังมีการจัด งานเทศกาลชิบะซากุระแห่งภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งสามารถชมชิบะซากุระที่บานสะพรั่งเต็มต้นโดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ได้ในช่วงเดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคมอีกด้วย บอกเลยว่าพรมดอกชิบะซากุระกว่า 8 แสนต้นช่วยแต่งแต้มสีสันตีนภูเขาไฟฟูจิให้ดูสดใสขึ้นมาในทันตา

สำหรับใครที่อยากชมวิวภูเขาไฟฟูจิจากทะเลสาบยามานากะก็ขอแนะนำให้ใช้บริการ “KABA” รถบัสสะเทินน้ำสะเทินบกเลยจ้า... เนื่องจากรถบัสจะวิ่งทะลุป่าลงทะเลสาบทั้งอย่างนั้นเลย จึงนับเป็นกิจกรรมสุดเจ๋งน่าตื่นตาตื่นใจอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ แถมบรรยากาศของภูเขาไฟฟูจิที่ชมจากบนผิวทะเลสาบก็เป็นอะไรที่สุดยอด!

ช่วงปลายเดือนสิงหาคมจะมีการจัด งานเทศกาลโยชิดะโนะฮิมัตสึริ หรืองานเทศกาลปิดภูเขาไฟฟูจิขึ้นชื่อ ภาพของเปลวไฟที่ลุกโชนบนคบเพลิงขนาดใหญ่กว่า 70 กระบอกนั้นน่าประทับใจสุดๆ บอกเลยว่าต้องกลายเป็นความทรงจำดีๆระหว่างท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

Fuji Five Lakes (ทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิ)
เว็บไซต์หลัก:เว็บไซต์หลักของจังหวัดยามานาชิ

5. Aso Shrine (ศาลเจ้าอาโซะ) จ.คุมาโมโตะ : สัญลักษณ์แห่งการบูรณะฟื้นฟูอาโซะ

©RKK

เมื่อเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ จ.คุมาโมโตะ แล้วก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ปราสาทคุมาโมโตะ” อย่างแน่นอน แต่อุตส่าห์เดินทางมาเที่ยวถึงคุมาโมโตะกันแล้วก็ต้องลองแวะมาเที่ยว Aso Shrine (ศาลเจ้าอาโซะ) ในมิยามาจิ เมืองอาโซะกันหน่อย~

“ศาลเจ้าอาโซะ” แห่งนี้เป็นศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 2300 ปีซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาท้องถิ่น โดยสักการะบูชา “ทาเคอิวะทัตสึโนะมิโคโตะ” ซึ่งว่ากันว่าเป็นผู้บุกเบิกอาโซะ

พิธีทางการเกษตรประจำฤดูกาลทั้ง 4 เช่น “โอตะอุเอะชิงโคชิกิ” ในเดือนกรกฎาคมและ “ฮิฟุริชินจิ” ในเดือนมีนาคม นั้นมีการจัดสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ในอดีต แม้ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวเมืองอาโซะอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ด้วยเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจ.คุมาโมโตะที่เกิดขึ้นในช่วงรุ่งสางของวันที่ 16 เมษายน 2016 ทำให้ศาลเจ้าอาโซะได้รับความเสียหายรุนแรงตามไปด้วย ทั้งวิหารและประตูสองชั้นซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าพังทลายลง โดยคาดว่าการบูรณะฟื้นฟูต้องใช้เวลานานเลยทีเดียว วันแรกของปี 2017 ที่ผ่านมานั้นมีผู้คนมารวมตัวกันมากมายเพื่ออธิษฐานขอให้บูรณะฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

แม้ในปัจจุบัน จ.คุมาโมโตะแห่งนี้ก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้วนั้นอยู่ การเดินทางมาเที่ยวที่นี่อาจมีส่วนช่วยให้คุมาโมโตะฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้โดยเร็วก็ได้นะ...

Aso Shrine (ศาลเจ้าอาโซะ)
ที่อยู่:3083-1 Ichinomiyamachi Miyaji, Aso-shi, Kumamoto-ken
เบอร์โทรศัพท์:0967-22-0064
เว็บไซต์หลัก:Aso Shrine (ศาลเจ้าอาโซะ)

6. Gunkanjima Island (เกาะกุนคันจิมะ) จ.นางาซากิ : เกาะซากปรักพักพังราวกับหยุดเวลาเอาไว้

©NBC

Hashima Island (เกาะฮาชิมะ) ที่ตั้งอยู่เหนือน่านน้ำเมืองนางาซากิ จ.นางาซากิ แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความสนใจในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้ โดยเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Gunkanjima Island (เกาะกุนคันจิมะ) เนื่องจากที่นี่รายล้อมไปด้วยกำแพงหินริมชายฝั่งและอาคารที่อยู่อาศัยหลายชั้นภายในเกาะตั้งเรียงรายกันอย่างเบียดเสียดดูเหมือนกับเรือรบ(ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าGunkan) จึงตั้งชื่อกันว่าแบบนี้นั่นเอง

แต่เดิมแล้วที่นี่เป็นเกาะเหมืองถ่านหินอันเจริญรุ่งเรืองถึงขนาดว่าในยุคเฟื่องฟูมีจำนวนประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่นแซงหน้าโตเกียวเลยทีเดียว แต่หลังจากปิดเหมืองถ่านหินไปเมื่อปี 1974 ก็กลายเป็นเกาะร้างไร้ผู้คนไปโดยปริยาย ซากปรักหักพังที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้ทั้งอย่างนั้นเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าที่บอกเล่าเรื่องราวของเส้นทางสู่ญี่ปุ่นสมัยใหม่

ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา เกาะกุนคันจิมะอนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมบางโซนภายในเกาะได้ (※1) ส่งผลให้เริ่มมีเรือสำราญแล่นให้บริการ (※2) ในเดือนกรกฎาคม 2015 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้าน “มรดกทางการปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในสมัยเมจิ” จนทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนกันเป็นจำนวนมาก

※1:จำกัดโซนการเยี่ยมชม
※2:เรือสำราญหยุดแล่นให้บริการในวันที่มีฝนฟ้าคะนอง เราจึงไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมบนเกาะได้

Gunkanjima Island (เกาะกุนคันจิมะ)
ที่อยู่:Hashima Island, Takashimamachi, Nagasaki, Nagasaki Prefecture
เบอร์โทรศัพท์:095-825-5175 (ต่อสายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ)
เว็บไซต์หลัก:เว็บไซต์ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของเมืองนางาซากิ

บทส่งท้าย

ในญี่ปุ่นเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวอันทรงเสน่ห์ที่เพื่อนๆอาจยังไม่เคยรู้จักมากมาย อุตส่าห์เดินทางมาเที่ยวถึงญี่ปุ่นแล้วก็บอกเลยว่าต้องแวะมายังแหล่งท่องเที่ยวตามท้องถิ่นต่างๆเหล่านี้เพื่อดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามที่ไม่สามารถหาชมได้จากที่ไหนในโลกกันซักหน่อยแล้วล่ะค่ะ

Sponsored by Tokyo Broadcasting System Holdings

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง