Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

ไกด์นำเที่ยวนางาซากิแบบจัดเต็ม! แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นที่ อาหาร และวิธีการเดินทาง

ไกด์นำเที่ยวนางาซากิแบบจัดเต็ม! แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นที่ อาหาร และวิธีการเดินทาง

นางาซากิ (Nagasaki) 2016.12.03 บทความที่ชอบ

บทความแนะนำ “นางาซากิ” เมืองที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสไตล์ต่างประเทศ ตั้งแต่เสน่ห์, วิธีการเดินทางไปยังนางาซากิ, วิธีการเดินทางภายในนางาซากิ, ข้อมูลพื้นที่, แหล่งท่องเที่ยว, ไปจนถึงแผนเที่ยวตัวอย่าง

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย ニコ

Pin LINE

นางาซากิ

ไกด์นำเที่ยวนางาซากิแบบจัดเต็ม! แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นที่ อาหาร และวิธีการเดินทาง

เมืองนางาซากิ จ.นางาซากิที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ ภูมิภาคคิวชู เป็นเมืองอันทรงเสน่ห์เรื่องอาคารบ้านเรือนและวัฒนธรรมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายสไตล์ต่างประเทศ

ปืนและศาสนาคริสต์ได้เผยแพร่เข้ามายังเกาะทาเนกาชิมะซึ่งเป็นเกาะย่อยของคาโกชิม่าใน สมัยเอโดะ หลังจากนั้นเป็นต้นมา นางาซากิก็ได้รับการพัฒนากลายเป็นเมืองท่าสำหรับติดต่อค้าขายกับต่างประเทศเช่นเดียวกัน แม้ในระหว่างที่ญี่ปุ่นปิดประเทศก็ยังมี “เกาะเดจิมะ” เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นเพียงหนึ่งเดียวที่ทำหน้าที่ติดต้อค้าขายกับประเทศอื่น เช่น ฮอลันดาและจีน เป็นต้น ดังนั้น ที่นี่จึงยังคงหลงเหลือร่อยรอยอิทธิพลของศาสนาคริสต์และวัฒนธรรมตะวันตกที่เผยแพร่เข้ามาในสมัยก่อนอยู่เหมือนเดิม นอกจากนี้ นางาซากิก็ยังมีผู้คนมากมายเดินทางมาเที่ยวสวนสันติภาพเพื่อขอพรให้โลกมีแต่ความสงบสุขในฐานะที่เป็นจุดทิ้งระเบิดปรมาณูอีกด้วย

“นางาซากิ” เป็นเมืองที่มีผู้คนเดินทางมากันเยือนมากมายเพื่อเพลิดเพลินกับแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์, งานอีเว้นท์ประจำฤดูกาล, บรรยากาศสไตล์ต่างประเทศ และอาหารรสเลิศ ในครั้งนี้เราจะพาทุกคนมาสัมผัสประวัติศาสตร์ของนางาซากิแบบจัดเต็มกันค่ะ ^^

สารบัญ

1.วิธีการเดินทางไปยังเมืองนางาซากิ
2.วิธีการเดินทางภายในเมืองนางาซากิ
3.วิธีการเดินทางจากเมืองนางาซากิไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
4.ข้อมูลโซนต่างๆในเมืองนางาซากิ
5.ข้อมูลโซนชิมาบาระ, ฮิราโดะ และซาเซโบะ
6.เกาะกุนคันจิมะและเกาะโกโต
7.แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในนางาซากิ
8.แผนเที่ยวนางาซากิ
9.งานเทศกาลในนางาซากิ
10.วัฒนธรรมของนางาซากิ
11.ของฝากจากนางาซากิ
12.แหล่งช้อปปิ้งในนางาซากิ
13.โรงแรมในนางาซากิ
14.“อาหาร” ของนางาซากิ
15.สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวนางาซากิ
16.ข้อมูลแนะนำอื่นๆ

วิธีการเดินทางไปยังนางาซากิ

วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังนางาซากิ

เครื่องบิน

ในกรณีที่นั่งเครื่องบินจะมีเที่ยวบิน เราสามารถนั่งเครื่องบินของบริษัท JAL, ANA, Solaside Air หรือ Skymark (ผ่านสนามบินโกเบ) มาจากสนามบินฮาเนดะได้ ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและแต่ละบริษัท ค่าโดยสารโดยทั่วไปตกอยู่ที่ประมาณ 10,000〜30,000 เยน / เที่ยว ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

รถไฟ

【Tokyo Station】 (JR Tokaido Sanyo Shinkansen Nozomi) →【Hakata Station】 (JR Limited Express Kamome) →【Nagasaki Station】
②【Tokyo Station】 (JR Tokaido Sanyo Shinkansen Hikari) →【Shin Osaka Station】 (JR Sanyo Shinkansen Sakura) →【Nagasaki Station】

ในกรณีที่นั่งรถไฟ เราสามารถนั่งรถไฟ JR Tokaido Sanyo Shinkansen “Nozomi” จากโตเกียวมาถึงฮากาตะได้โดยใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง จากนั้นก็ไปเปลี่ยนขบวนเป็น JR Limited Express “Kamome” เพื่อเดินทางต่อไปยังนางาซากิประมาณ 2 ชั่วโมง

ค่าโดยสารรถไฟธรรมดาแบบระบุที่นั่ง 26,ooo เยน / เที่ยว (ข้อมูล ณ ปัจจุบัน ตุลาคม 2016) แต่มีข้อควรระวังอยู่อย่างหนึ่งคือเนื่องจากไม่สามารถนั่ง “Nozomi” ด้วย JAPAN RAIL PASS ได้ จึงจำเป็นต้องนั่ง Tokaido Shinkansen “Hikari” ไปเปลี่ยนขบวนเป็น Sanyo Shinkansen “Sakura” ที่ Shin Osaka Station แทน

วิธีการเดินทางจากโอซาก้าไปยังนางาซากิ

เครื่องบิน

ในกรณีที่นั่งเครื่องบิน เราสามารถนั่งเครื่องบินของบริษัท JAL และ ANA มาจากสนามบินอิตามิ, Peach จากสนามบินคันไซ และ Skymark จากสนามบินโกเบมาถึงได้ ค่าโดยสารตกอยู่ที่ประมาณ 5,000〜7,000 เยน / เที่ยว (สายการบินต้นทุนต่ำ) ส่วนสายการบินอื่นๆตกอยู่ที่ประมาณ 15,000〜18,000 เยน ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

รถไฟ

【Shin Osaka Station】 (JR Tokaido Sanyo Shinkansen Nozomi หรือ Sakura) →【Hakata Station】 (JR Limited Express Kamome) →【Nagasaki Station】

ในกรณีที่นั่งรถไฟ เราสามารถนั่ง JR Tokaido Sanyo Shinkansen “Nozomi” หรือ “Sakura” จาก Shin Osaka Station ไปยังฮากาตะได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ต่อจากนั้นก็นั่ง JR Limited Express “Kamome” จาก Hakata Station มาถึงนางาซากิโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าโดยสารของ “Nozomi” ขบวนธรรมดาแบบระบุที่นั่ง 18,610 เยน / เที่ยว ส่วน “Sakura” ราคา 18,300 เยน / เที่ยว

วิธีการเดินทางจากฟุกุโอกะและฮากาตะไปยังนางาซากิ

【Hakata Station】 (JR Limited Express Kamome) → 【Nagasaki Station】

ในกรณีที่นั่งรถไฟ เราสามารถนั่ง JR Limited Express “Kamome” จากฮากาตะมาถึงนางาซากิได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 4,700 เยน / เที่ยว

นอกจากนี้ก็ยังมี Kyushu Kyuko Bus วิ่งให้บริการด้วย ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 2,570 เยน / เที่ยว ส่วนไป-กลับลดราคาเหลือ 4,630 เยน

วิธีการเดินทางภายในเมืองนางาซากิ

วิธีการเดินทางจากสนามบินนางาซากิเข้าเมืองนางาซากิ

วิธีการเดินทางจากสนามบินนางาซากิเข้าเมืองนางาซากิสามารถนั่งรถบัสไปยังสถานีนางาซากิได้โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าโดยสาร 900 เยน / เที่ยว ตั๋วไป-กลับ 1,600 เยน

รถราง

วิธีการเดินท่องเที่ยวภายในเมืองนางาซากินับว่าสะดวกมากเพราะว่ามีรถไฟวิ่งให้บริการนี่แหละ เราสามารถนั่งรถไฟ JR และรถราง Nagasaki Electric Tramway กว่า 5 สายตระเวนท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในนางาซากิได้อย่างสะดวกสบาย ค่าโดยสารรถราง 100 เยนตลอดสายก็จริง แต่ถ้าเกิดใครซื้อตั๋ว 1-day Pass Ticket สุดคุ้มก็จะสามารถขึ้น-ลงรถรางได้ตลอดทั้งวันในราคาเพียง 500 เยนเท่านั้น นอกจากนี้ รถบัสนางาซากิที่วิ่งให้บริการรอบเมืองก็มีตั๋ว “1-day Pass Ticket สำหรับท่องเที่ยวเมืองนางาซากิ” ด้วยนะเออ... ราคาเพียง 500 เยนเท่านั้น

ตั๋ว 1-day Pass Ticket ไม่มีจำหน่ายภายในขบวนรถไฟนะจ๊ะ... เนื่องจากเราสามารถหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของสถานีนางาซากิและเคาน์เตอร์รับรองตามโรงแรมขนาดใหญ่ สำหรับใครที่สนใจก็ขอแนะนำให้ซื้อเตรียมไว้ล่วงหน้าได้เลยจ้า...

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับรถรางของนางาซากิสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「นั่งรถรางแสนสะดวกเที่ยวนางาซากิ เมืองแห่งเนิน

จักรยานเช่า

เนื่องจากนางาซากิเป็นเมืองที่มีเนินเยอะมาก จึงไม่ค่อยมีคนขี่จักรยานโผล่มาให้เห็นกันสักเท่าไหร่ แต่สำหรับใครที่สนใจ ภายในสถานีนางาซากิมีจุดเช่าจักรยานที่มีจักรยานไฟฟ้าให้เช่าด้วยนะเออ... ค่าเช่า 500 เยน / ไม่เกิน 1 ชั่วโมง 1,000 เยน / ไม่เกิน 4 ชั่วโมง และ 1,500 เยน / มากกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป โดยจำเป็นต้องนำมาคืนภายในเวลา 5 โมงเย็น

วิธีการเดินทางจากเมืองนางาซากิไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

โซนชิมาบาระ

เราสามารถนั่ง JR Limited Express "Kamome" จากนางาซากิไปยัง Isahaya ได้โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือนั่ง JR Nagasaki Main Line ประมาณ 40 นาทีและนั่ง Shimabara Railway ต่อมาถึงชิมาบาระโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร "Kamome" ระหว่างนางาซากิ – อิซาฮายะ 1,270 เยน รถไฟธรรมดา 460 เยน และระหว่างอิซาฮายะ - ชิมาบาระ 1,430 เยน นอกจากนี้ จากอิซาฮายะก็มี Shimatetsu Bus วิ่งให้บริการไปถึงชิมาบาระด้วยนะเออ... ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 1,900 เยน / เที่ยว เราสามารถนั่งรถบัสจังหวัดนางาซากิจากนางาซากิไปยังอุนเซ็นได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ค่าโดยสาร 1,800 เยน / เที่ยว ไป-กลับลดราคาเหลือ 3,240 เยน ส่วนจากอุนเซ็นเราสามารถนั่ง Shimatetsu Bus มาถึงชิมาบาระได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 830 เยน

โซนฮิราโดะและซาเซโบะ

จากนางาซากิมาถึงซาเซโบะขอแนะนำให้นั่ง JR Rapid Seaside Liner ที่วิ่งให้บริการเลียบทะเลจะดีที่สุด ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ค่าโดยสาร 1,650 เยน นอกจากนี้ก็ยังมีรถบัสด่วนของ Nagasaki Kenei Bus และ Saihi Bus ด้วยนะเออ... ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสาร 1,500 เยน / เที่ยว ส่วนวิธีการเดินทางไปยังฮิราโดะสามารถนั่ง Matsuura Railway จากซาเซโบะมาถึง Tabira-Hiradoguchi Station ได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสาร 1,340 เยน ส่วน Saihi Bus ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสาร 1,500 เยน / เที่ยว

โซนเกาะโกโต

เรือ KYUSYU SHOSEN ที่วิ่งให้บริการจากท่าเรือนางาซากิไปยังท่าเรือฟุกุเอะหรือท่าเรือนาราโอะมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน Jetfoil เป็นเรือด่วนที่วิ่งให้บริการไปถึงท่าเรือฟุกุเอะโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที, ไปถึงท่าเรือนาราโอะโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสารทั้งคู่ 5,370 เยน ส่วน Ferry วิ่งให้บริการไปถึงท่าเรือฟุกุเอะโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที, ไปถึงท่าเรือนาราโอะโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที ค่าโดยสารทั้งคู่ประมาณ 3,000 เยน / เที่ยว สำหรับระดับชั้น 2 (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา)

โซนเกาะกุนคันจิมะ

วิธีการเดินทางไปยังเกาะกุนคันจิมะนั้นมีเรือนำเที่ยววิ่งให้บริการมากมายทั้ง Yamasa Kaiun, Gunkanjima Cruise, Seaman Shokai และ Gunkanjima Concierge ส่วนค่าโดยสารจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบริษัท Yamasa Kaiun 4,200 เยน (มีส่วนลดในกรณีที่จองล่วงหน้าเร็ว), Gunkanjima Cruise 3,600 เยน, Seaman Shokai 3,900 เยน (มีส่วนลด 300 เยน) และ Gunkanjima Concierge 4,000 เยน เรือทุกลำมีกำหนดการเดินทางออกจากท่าเรือนางาซากิจนกลับมาเทียบท่าใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนค่าเยี่ยมชมเกาะฮาชิมะจำเป็นต้องจ่ายแยกอีก 300 เยน

ข้อมูลโซนต่างๆในนางาซากิ

เมืองนางาซากิ

โลเคชั่นที่รายล้อมไปด้วยทะเลและภูเขาถึง 3 ลูกของเมืองนางาซากินับว่าพบเห็นได้ยากแม้แต่ในญี่ปุ่นเอง ที่นี่มีทัศนียภาพอันงดงามสุดเอกลักษณ์ในฐานะที่เป็นเมืองที่มีบันไดและเนินเยอะมากนี่แหละ เนื่องจากเราสามารถเพลิดเพลินกับวิวอันงดงามได้จากบนจุดชมวิว ที่นี่จึงโด่งดังเรื่องทัศนียภาพยามค่ำคืนอันแสนงดงามด้วย

ในสมัยที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ นางาซากิเป็นเมืองเดียวที่ยังคงติดต่อค้าขายกับประเทศฝั่งตะวันตกและประเทศจีนอยู่ ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ดังกล่าว เช่น เกาะเดจิมะ, สวนโกลฟเวอร์ และสวนสันติภาพที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณู เป็นต้น

โซนชิมาบาระ, ฮิราโดะ และซาเซโบะ

ชิมาบาระ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของนางาซากิแห่งนี้เป็นเมืองที่สามารถสัมผัสถึงประวัติศาสตร์ที่ยังคงหลงเหลือคฤหาสน์นักรบและปราสาทชิมาบาระได้แม้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ภายในเมืองก็ยังมีทางน้ำซึ่งเป็นน้ำผุดจากใต้ดินอันใสสะอาดไหลผ่านด้วย ผู้คนจึงเรียกกันว่า “เมืองแห่งน้ำ” มาตั้งแต่ในสมัยก่อน ส่วนทางทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังคงปะทุอยู่อย่าง Fugen-dake และภูเขาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟอย่าง Heisei-shinzan และ Shimabara Onsen (ชิมาบาระออนเซ็น)

ฮิราโดะ เกิดจากการประกอบกันระหว่างเกาะน้อย-ใหญ่ เกาะฮิราโดะ และแผ่นดินฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชูรวมกว่า 40 เกาะด้วยกัน โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่ทัศนียภาพที่สามารถชม Hirado Castle (ปราสาทฮิราโดะ),Hirado Dutch Trading Post (หอการค้าฮิราโดะ-ฮอลันดา), วัด-โบสถ์, ซีกโลกตะวันตก-ซีกโลกตะวันออกได้พร้อมกันนี่แหละ

ซาเซโบะ โด่งดังมาจากสวนสนุก Huis Ten Bosch ก็จริง แต่ก็ยังเต็มไปด้วยแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงาม เช่น เกาะคุจูกุ, สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์, ออนเซ็น, อาหารทะเลสดใหม่ และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย

เกาะอื่นๆ (เกาะโกโต, เกาะกุนคันจิมะ)

นางาซากิเป็นจังหวัดที่มีเกาะเยอะที่สุดในบรรดาทุกจังหวัดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยมีจำนวนรวมกว่า 971 เกาะด้วยกัน เกาะโกโต ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของเกาะคิวชูเป็นหมู่เกาะที่เรียงรายไปด้วยเกาะน้อย-ใหญ่กว่า 140 เกาะ โดยเป็นที่ตั้งของโบสถ์กว่า 50 แห่ง กลุ่มโบสถ์เหล่านี้กำลังมุ่งสู่การเป็นมรดกโลกในฐานะที่เป็น “มรดกเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และกลุ่มโบสถ์ในนางาซากิ

ส่วนเกาะกุนคันจิมะเป็นมรดกอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่น โดยในปัจจุบันเป็นเกาะร้างไร้ผู้คน

〜แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในนางาซากิ〜

<ฉบับเมืองนางาซากิ>

1. Dejima (เกาะเดจิมะ)

長崎

Dejima (เกาะเดจิมะ)」ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศในช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศแห่งนี้เป็นเกาะที่สร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ในปี 1636 ถึงแม้ว่าในปัจจุบันบริเวณโดยรอบจะได้รับการพัฒนาจนไม่ได้เป็นเกาะอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังมีการบูรณะฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนในสมัยก่อนกลับมาให้เห็นกันอยู่ เราสามารถชมบรรยากาศที่คนฮอลันดานำวิถีชีวิตแบบตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ตามบ้านเรือนญี่ปุ่นในสมัยนั้นและร่วมกิจกรรมแต่งชุดกิโมโนเดินเล่นรอบเกาะเดจิมะได้ด้วยนะเออ...

2. Nagasaki Peace Park (สวนสันติภาพนางาซากิ) / อนุสาวรีย์แห่งสันติภาพ

ไกด์นำเที่ยวนางาซากิแบบจัดเต็ม! 22 แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นที่ อาหาร และวิธีการเดินทาง

สวนสาธารณะที่สร้างขึ้นบนจุดทิ้งระเบิดปรมาณูแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ「อนุสาวรีย์แห่งสันติภาพ」ที่รวมทั้งความรักของเทพเจ้าและความเมตตาของพระพุทธเจ้าเอาไว้ในองค์เดียว มือขวาที่ชี้ขึ้นฟ้าหมายถึง “ความน่ากลัวของระเบิดปรมาณู” มือซ้ายที่กางออกไปในแนวนอนหมายถึง “สันติภาพ” ส่วนเปลือกตาที่ปิดลงเบาๆหมายถึง “คำอธิษฐานให้ผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูไปสู่สุขติ” นั่นเอง

นอกจากนี้ก็ยังมีการสร้าง “น้ำพุแห่งสันติภาพ” เพื่อถวายน้ำให้กับดวงวิญญาณของบรรดาผู้ที่เสียชีวิตจากการขาดน้ำอีกด้วย โดยน้ำพุซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปีกนกพิราบและนกกระเรียนนั้นเป็นตัวแทนคำอธิษฐานให้โลกมีแต่สันติภาพตลอดกาล

ที่อยู่:Matsuyamamachi, Nagasaki, Nagasaki Prefecture

3. Glover Garden (สวนโกลฟเวอร์)

Former Glover House (คฤหาสน์โกลฟเวอร์) ที่ตั้งอยู่ภายใน Glover Garden (สวนโกลฟเวอร์) บนเนินฝั่งใต้นั้นสร้างขึ้นเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อค้าชาวสก็อตแลนด์ในนางาซากิ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยนะเออ...

นอกจากนี้ก็ยังมี Former Ringer House (ริงเกอร์เฮ้าส์), Former Alt House (อัลท์เฮ้าส์) และสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์กว่า 6 แห่งที่ได้รับการย้ายมาบูรณะสร้างใหม่จากเมืองนางาซากิด้วย ที่นี่จึงนับว่าเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกอันงดงามในสมัยก่อนเอาไว้ในแห่งเดียวเลยก็ว่าได้ แถมเรายังสามารถเพลิดเพลินกับต้นไม้และดอกหญ้าได้ตลอดทั้งปี รวมถึงสามารถชมวิวเมืองนางาซากิและท่าเรือนางาซากิจากภายในสวนได้ด้วย

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「 ชมคฤหาสน์มรดกโลกอันงดงามที่「สวนโกลฟเวอร์」จ.นางาซากิ

4. Ippon Bashira Torii (เสาโทริอิต้นเดียว) (Sannō Shrine : ศาลเจ้าซันโน)

บนทางเดินของ Sannō Shrine (ศาลเจ้าซันโน) ที่ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางจุดทิ้งระเบิดปรมาณูประมาณ 900 เมตรเคยเป็นที่ตั้งของเสาโทรอิทั้งหมด 4 ต้นด้วยกัน แต่ในปัจจุบันหลงเหลือเสาโทริอิเพียง 1 ข้างเท่านั้น ผู้คนจึงเรียกกันว่า “เสาโทริอิต้นเดียว” นอกจากนี้ ภายในบริเวณศาลเจ้าที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี 1950 ต้นการบูรที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดกลับงอกขึ้นมาใหม่อย่างปาฏิหาริย์และตั้งสูงเด่นเป็นสง่าอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

ที่อยู่:2 Chome-6-56 Sakamoto, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken

5. Megane Bridge (สะพานเมกาเนะ)

เนื่องจากสะพานพานหินโค้งแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ทอดข้ามแม่น้ำนากาชิมะนี้มีรูปร่างเหมือนกับแว่นตา ผู้คนจึงเรียกกันว่า “สะพานเมกาเนะ (สะพานแว่นตา)” ทำนบกั้นน้ำบริเวณสะพานมีหินรูปหัวใจซุกซ่อนอยู่ถึง 20 ก้อนด้วยกัน ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งขอพรเรื่องความรักยอดนิยมไปโดยปริยาย

ที่อยู่:Uonomachi, Nagasaki, Nagasaki Prefecture

6. Nagasaki Chinatown (ย่านไชน่าทาวน์นางาซากิ)

ที่นี่เป็น 1 ใน 3 ย่านไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นคู่กับย่านไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าและย่านไชน่าทาวน์โกเบ โดยมีประตูประเทศจีนตั้งอยู่ตรงทางเข้าทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศใต้ และทิศเหนือ นอกจากนี้ก็ยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลโคมไฟในฤดูหนาวอีกด้วย ส่วนเมนูแนะนำจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “จัมป้ง” และ “ซาระอุด้ง” เลยค่ะ ยังไงเพื่อนๆก็ลองแวะมาลิ้มลองเมนูเส้นสไตล์นางาซากิที่ทำมาจากผักและอาหารทะเลสดใหม่สุดเอกลักษณ์กันดูนะคะ ^^

ที่อยู่:10-13 Shinchimachi, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.nagasaki-chinatown.com

7. Ōura Church (โบสถ์โอระ)

ที่นี่เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นกันในญี่ปุ่น โดยเป็นโบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิกสไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นโดยมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสเพื่อชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในนางาซากิเมื่อปี 1865 เนื่องจากเป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับนักบุญทั้ง 26 คนที่ถูกลงโทษโดยคำสั่งของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ จึงมีชื่อทางการว่า “โบสถ์ 26 นักบุญของญี่ปุ่น” นอกจากนี้ หลังจากที่เหล่าคริสเตียนที่หลบซ่อนต่างออกมาประกาศตนถึงศาสนาที่นับถือ จึงเป็นเหตุให้ค้นพบชาวคริสต์ในญี่ปุ่น พระสันตะปาปาเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ปาฏิหาริย์แห่งซีกโลกตะวันออก ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 600 เยน”

ที่อยู่:5-3 Minamiyamatemachi, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www1.bbiq.jp/oourahp/

8. Dutch Slope (เนินฮอลันดา)

เนื่องจากในสมัยก่อนคนนางาซากิเรียกชาวต่างชาตินอกเหนือจากเอเชียว่า “ชาวฮอลันดา” เนินหินทั้งหมดที่ตั้งอยู่ในบริเวณย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติจึงถูกเรียกว่า “เนินทางผ่านของชาวฮอลันดา” ไปโดยปริยาย และนี่ก็คือที่มาของชื่อเนินฮอลันดานั่นเอง ในปัจจุบัน ผู้คนเรียกเนินด้านล่างของ Kwassui Women's University, Kassui Slope และเนินด้านหน้าของ Joukoin ว่า “เนินฮอลันดา” เช่นเดียวกัน โดยเรียงรายไปด้วยบ้านพักอาศัยสไตล์ตะวันตกเพียบ!

ที่อยู่: Higashiyamatemachi, Nagasaki, Nagasaki Prefecture

9. Confucius Shrine, Nagasaki (ศาลเจ้าขงจิ๊อนางาซากิ)

รัฐบาลจีนได้ร่วมมือกับชาวจีนในญี่ปุ่นสร้าง Confucius Shrine, Nagasaki (ศาลเจ้าขงจิ๊อนางาซากิ) แห่งนี้ขึ้นมาในปี 1893 เพื่อเป็นสุสานบูชา “ขงจื๊อ” ผู้ก่อตั้งลัทธิขงจื๊อชาวจีนนั่นเอง โดยได้รับการประดับตกแต่งสไตล์วัดจีนดั้งเดิม ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถาปัตยกรรมสีสันสดใสสวยงามมาก แถมยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จีนด้วยนะเออ...

ที่อยู่:10-36 Ōuramachi, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://nagasaki-koushibyou.com/nagasaki-confucius-temple.html

10. Nagasaki Atomic Bomb Museum (พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงความน่ากลัวและน่าเศร้าของระเบิดปรมาณู, ที่มาที่ไปของการปล่อยระเบิดปรมาณู, ประวัติศาสตร์การพัฒนาระเบิดปรมาณู, สภาพการบูรณะฟื้นฟูนางาซากิตั้งแต่หลังการระเบิดจนถึงปัจจุบัน และความปรารถนาให้โลกไร้ระเบิดปรมาณู

ที่อยู่:7-8 Hiranomachi, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://nagasakipeace.jp/japanese/abm.html

11. Nabekanmuriyama Park (สวนนาเบคัมมูริยามะ)

Nabekanmuriyama Park (สวนนาเบคัมมูริยามะ) ที่สูงกว่า 169 เมตรแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากประตูที่ 2 ของสวนโกลฟเวอร์ประมาณเดินเท้า 10 นาที วิวเมืองนางาซากิและท่าเรือนางาซากิที่สามารถชมได้จากบนจุดชมวิวภายในสวนเป็นอะไรที่งดงามมาก โดยเฉพาะวิวตอนกลางคืนนั้นควรค่าแก่การชมให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยเป็นไฮไลท์ยอดนิยมที่ผู้คนนิยมถ่ายรูปตอนเรือนำเที่ยวเข้าเทียบท่าเรือนางาซากิด้วย

ที่อยู่:2 Chome Izumo, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken

12. Mount Inasa (ภูเขาอินาสะ)

จากบน Mount Inasa (ภูเขาอินาสะ) สูง 333 เมตรแห่งนี้ แน่นอนว่าเราสามารถชมทัศนียภาพยามค่ำคืนได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถมองเห็นอุนเซ็น, อามาคุสะ และเกาะโกโตในวันที่อากาศแจ่มใสได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะมีทางเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขาก็จริง แต่เราสามารถนั่งกระเช้า (ไป-กลับ 1,230 เยน) หรือรถยนต์ (ลานจอดรถ 20 นาทีแรกจอดฟรี หลังจากนั้น 100 เยน / 30 นาที) ขึ้นไปถึงยอดเขาได้ด้วยนะเออ...

13. Suwa Shrine (ศาลเจ้าสุวะ)

ไกด์นำเที่ยวนางาซากิแบบจัดเต็ม! 22 แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นที่ อาหาร และวิธีการเดินทาง

ที่นี่สร้างขึ้นมาในปี 1625 ระหว่างช่วงที่วัดและศาลเจ้ามากมายภายในเมืองถูกทำลายจากการต่อต้านศาสนาอื่นๆหลังการแพร่หลายของศาสนาคริสต์ ชาวเมืองนางาซากิเรียกกันว่า “โอสุวะซัง” โดยโด่งดังมาจากรูปปั้นสิงห์สุดแปลกนี่แหละ นอกจากนี้ “Nagasaki Kunchi (นางาซากิคุนจิ)” งานเทศกาลใหญ่ประจำฤดูใบไม้ร่วงที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 1634 ก็ได้รับความนิยมสุดๆ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับศาลเจ้าสุวะสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「 ใครที่ชื่นชอบโคะมะอินุต้องไป 「ศาลเจ้าจิงเซทัยชะซุวะ」จ.นางาซากิ

14. Ryoma Road (ถนนเรียวมะ)

เราเรียกถนนที่เหล่าพวกพ้องซึ่งนำทีมโดย “ซากาโมโตะ เรียวมะ” หนึ่งในชิชิ (※1) กลุ่มปฏิวัติช่วงปลายสมัยเอโดะใช้เดินทางไปไหนมาไหนว่า “ถนนเรียวมะ” โดยเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในหมู่ผู้คนท้องถิ่น

ที่อยู่:Kazagashiramachi~Teramachi, Nagasaki, Nagasaki Prefecture

※1:ชิชิ……คำเรียกผู้อุทิศตัวเพื่อชาติและสังคมในสมัยก่อน

15. Siebold Memorial Museum (พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ซีโบลด์)

ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อยกย่องซีโบลด์ผู้สอน “รังกาคุ (วิชาภาษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมฮอลันดา)” ในนางาซากิ โดยเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกที่สร้างขึ้นด้วยอิฐแดงโดยจำลองมาจากที่อยู่ของซีโบลด์ที่ตั้งอยู่ในเมืองไลเดน ประเทศฮอลันดา ที่นี่จัดแสดงสารคดีชีวิตของซีโบลด์และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับซีโบลด์ด้วย

ที่อยู่:2 Chome-7-40 Narutaki, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.city.nagasaki.lg.jp/kanko/820000/828000/p027288.html

<อื่นๆ>

16. Huis Ten Bosch (เฮาส์ เทน บอช)

ที่นี่เป็นสวนสนุกที่จำลองมาจากอาคารบ้านเมืองของฮอลันดาที่ตั้งอยู่ในซาเซโบะ เราสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ทั้ง 4ฤดูกาล เกม และการแสดงในช่วงกลางวันได้ ส่วนในตอนกลางคืน บรรยากาศก็จะเปลี่ยนกลายเป็นดินแดงแห่งแสงไฟอิลลูมิเนชั่นงดงามมาก

ที่อยู่:1-1 Huis Ten Bosch Machi, Sasebo-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.huistenbosch.co.jp/

17. Tenkaiho (เท็งไคโฮ)

จากบนจุดชมวิวภายในเมืองซาเซโบะ เราสามารถชมเกาะคุจูคุได้ด้วยนะเออ... ในฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะบานสะพรั่งไปด้วยดอกนาโนะฮานะ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงก็จะบานสะพรั่งไปด้วยดอกคอสมอส

ที่อยู่:399, Shimofunakoshicho, Sasebo-shi, Nagasaki

18. Hirado Dutch Trading Post (หอการค้าฮิราโดะ-ฮอลันดา)

ที่นี่เป็นหอการค้าที่สร้างขึ้นในฮิราโดะโดยบริษัทอินเดียตะวันออกเมื่อปี 1609 แต่ถูกทำลายลงในปี 1640 เนื่องด้วยการแบนศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่น เนื่องจากสถาปัตยกรรมในปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เรียบร้อยแล้ว จึงมีการจัดแสดงข้อมูลที่ถ่ายทอดบรรยากาศในสมัยก่อนภายในอาคาร แถมยังมีการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆมากมายอีกด้วย

ที่อยู่:2477 Ōkubochō, Hirado-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://hirado-shoukan.jp/

19. Misojien (สวนมิโซจิเอ็น)

ที่นี่เป็นสวนใบโมมิจิที่ครอบคลุมอาณาบริเวณกว่า 25,000 ตารางเมตรภายในเมืองอุนเซ็น โดยเป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่รู้จักกันเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น เนื่องจากตั้งอยู่ในระดับความสูงที่แตกต่างกัน จึงมีเอกลักษณ์อยู่ที่สามารถเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีได้ยาวๆเลยนี่แหละ

ที่อยู่:Obamacho Minamikisashi, Unzen, Nagasaki Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.unzen-amakusa.jp/spots/detail/1804

20. Unzen Hot Spring (อุนเซ็นออนเซ็น)

ที่นี่เป็นออนเซ็นที่มีคุณสมบัติเป็นกรดสูงซึ่งมีส่วนผสมเป็นกำมะถัน โดยมีสรรพคุณเรื่องการรักษาโรคผิวหนังทุกประเภทและสรรพคุณด้านความงาม บริเวณบ่อไอร้อนกว่า 30 แห่งที่เรียกกันว่า “อุนเซ็นจิโกกุ” แห่งนี้อบอวลไปด้วยไอร้อนและกลิ่นกำมะถันค่อนข้างแรง นอกจากออนเซ็นเท้าและโรงอาบน้ำสาธารณะแล้ว เนื่องจากที่นี่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับอาบป่าได้อย่างเต็มที่ด้วย

ที่อยู่:Obamacho Unzen, Unzen, Nagasaki Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.unzen.org/

21. Gotō Islands (เกาะโกโต) / กลุ่มโบสถ์

ที่นี่เป็นหมู่เกาะที่เกิดจากเกาะน้อย-ใหญ่กว่า 140 เกาะด้วยกัน โดยตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือนางาซากิไปทางตะวันตกประมาณ 100 กิโลเมตร เนื่องจากถึงแม้จะมีการแบนศาสนาคริสต์ แต่ไม่ได้มีการควบคุมดูแลที่เข้มงวดอะไร จึงมีเหล่าคริสเตียนที่หลบซ่อนย้ายมาอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ศาสนาคริสต์ได้รับการยอมรับแล้ว พวกเขาก็เริ่มทยอยสร้างโบสถ์ขึ้นมามากมายตามลำดับจนในปัจจุบันก็กำลังมุ่งสู่การเป็นมรดกโลกกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ ที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยไฮไลท์อีกเพียบ เช่น หมู่เกาะน้ำทะเลสีน้ำเงินงดงามสุดเอกลักษณ์แห่งเกาะทางใต้ เป็นต้น

22. Gunkanjima (เกาะกุนคันจิมะ)

ไกด์นำเที่ยวนางาซากิแบบจัดเต็ม! 22 แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นที่ อาหาร และวิธีการเดินทาง

เกาะที่มีชื่อทางการว่า “ฮาชิมะ” แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองมาจากการขุดเหมืองถ่านหินใต้ดินในสมัยก่อน หลังจากปิดภูเขาไปเมื่อปี 1974 ที่นี่ก็กลายเป็นเกาะร้างไร้ผู้คนไปโดยปริยาย เนื่องจากที่นี่ล้อมรอบไปด้วยรั้วและเรียงรายไปด้วยอพาร์ตเม้นต์สูงมากมายเหมือนกับเรือรบ “โทสะ” จึงตั้งชื่อเกาะว่าแบบนี้นั่นเอง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับที่นี่สามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「 ยกพลขึ้น「เกาะกุนคัง」สถานที่ถ่ายทำภาพยนต์『ผ่าพิภพไททัน』ในจังหวัดนางาซากิ

แผนเที่ยวนางาซากิ

เดี๋ยวเรามาแนะนำแผนเที่ยวเมืองนางาซากิแบบจัดเต็มภายใน 1 วันกันหน่อยดีกว่าค่ะ ^^

หลังจากเดินเล่นที่ Nagasaki Peace Park (สวนสันติภาพ), Megane Bridge (สะพานเมกาเนะ) และ Nagasaki Chinatown (ย่านไชน่าทาวน์นางาซากิ) ในช่วงเช้ากันจนเต็มอิ่มแล้วก็ถึงเวลาพักทานมื้อเที่ยงแล้วล่ะค่ะ มื้อเที่ยงขอแนะนำให้ฝากท้องไว้กับเมนู “นางาซากาจัมป้ง” เลยจ้า... เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน เอ้ย...ไม่ใช่ อย่าเพิ่งหลับน้า เพราะว่าเราจะออกเดินทางไปยัง Dutch Slope (เนินฮอลันดา), Ōura Church (โบสถ์โอระ) และ Glover Garden (สวนโกลฟเวอร์) เพื่อย่อยมื้อเที่ยงเมื่อสักครู่นี้กันต่อ แล้วก็ปิดท้ายวันด้วยการชมทัศนียภาพยามค่ำคืนจาก Nabekanmuriyama Park (สวนนาเบคัมมูริยามะ) และ Mount Inasa (ภูเขาอินาสะ)

สำหรับใครที่มีเวลาเที่ยวเหลืออีก 1 วันก็ขอแนะนำให้เดินทางไปเที่ยว Gunkanjima (เกาะกุนคันจิมะ), Gotō Islands (เกาะโกโต) และอุนเซ็นชิมาบาระกันด้วยเนอะ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「 5ข้อที่ควรทำเมื่อได้มา「นางาซากิ」เมืองที่มีการค้าขายและผสมผสานกันระหว่างเอเซียและชาติตะวันตก

งานเทศกาลในนางาซากิ

Nagasaki Tall Ships Festival (งานเทศกาลเรือใบนางาซากิ)

Nagasaki Tall Ships Festival (งานเทศกาลเรือใบนางาซากิ) เป็นงานเทศกาลประจำฤดูใบไม้ผลิในนางาซากิที่จัดขึ้นทุกต้นเดือนเมษายน โดยเป็นงานเทศกาลที่เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2000 เนื่องในโอกาสครบรอบ 400 ปีความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น – ฮอลันดาซึ่งเป็นการรวมเรือใบจากทั่วโลกมาไว้ที่อ่าวนางาซากิ นอกจากการชมด้วยตาแล้วก็ยังมีกิจกรรมล่องเรือ, กิจกรรมเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมภายในเรือ, กิจกรรมเวิร์คช็อปเรียนรู้การผูกเชือก และเปเปอร์คราฟท์เรือใบอีกด้วย

นอกจากนี้ เรายังสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ไฟและไลท์อัพเรือใบในตอนกลางคืนได้ด้วยนะจ๊ะ...

ท่าเรือนางาซากิ

ที่อยู่:Kokubumachi, Nagasaki, Nagasaki Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.doboku.pref.nagasaki.jp/~rinkai/nagasaki_port/

Nagasaki Peron Festival (งานเทศกาลแข่งเรือมังกรนางาซากิ)

Nagasaki Peron Festival (งานเทศกาลแข่งเรือมังกรนางาซากิ) คือ งานเทศกาลดั้งเดิมประจำฤดูร้อนของนางาซากิที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 350 ปีเลยทีเดียว “เปรอน” หมายถึง เรือมังกรยาวกว่า 14 เมตร โดยเป็นการจัดแข่งขันพายเรือด้วยฝีมือของสมาชิกบนเรือทั้ง 26 คนประกอบเสียงกลองไทโกะและฆ้องรวมระยะทางไป-กลับ 1,150 เมตร งานเทศกาลนี้จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมเป็นเวลา 2 วัน แถมยังมีกิจกรรมพายเรือมังกรด้วยนะเออ...

ภายในท่าเรือนางาซากิ (ด้านหน้าท่าเทียบเรือนำเที่ยวนานาชาติมัตสึกาเอะ)
ที่อยู่:7-16 Matsugaemachi, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken
เว็บไซต์หลัก:http://nitca.at-nagasaki.jp/event/peron/

Nagasaki Kunchi (งานเทศกาลนางาซากิกุนจิ)

Nagasaki Kunchi (งานเทศกาลนางาซากิกุนจิ) ที่จัดขึ้นใน Suwa Shrine (ศาลเจ้าสุวะ) แห่งนี้เป็นงานเทศกาลใหญ่ประจำฤดูใบไม้ร่วงของนางาซากิ ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจากการร่ายรำถวายเทพเจ้าด้านหน้าศาลเจ้าสุวะของนางโลม 2 คนในปี 1634 หลังจากนั้นก็เริ่มมีการรับศิลปะการร่ายรำสไตล์ต่างประเทศเข้ามาปรับใช้จนโด่งดังกลายเป็นงานเทศกาลสไตล์ต่างประเทศที่น่าสนใจไปโดยปริยาย โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 7 – 9 ตุลาคมของทุกปีเป็นเวลา 3 วัน โดยเราสามารถชมการร่ายรำได้ทั้งในศาลเจ้าสุวะ, ลานกว้างด้านหน้าหอประชุมเมืองนางาซากิ, แหล่งท่องเที่ยว และศาลเจ้ายาซากะ

Nagasaki Lantern Festival (งานเทศกาลโคมไฟนางาซากิ)

งานเทศกาลประจำฤดูใบไม้ผลิซึ่งผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านไชน่าทาวน์นางาซากิร่วมกันเฉลิมฉลองวันตรุษจีนได้เริ่มพัฒนาขยับขยายขึ้นในปี 1994 จนกลายเป็น Nagasaki Lantern Festival (งานเทศกาลโคมไฟนางาซากิ) สัญลักษณ์ประจำฤดูหนาวของนางาซากิไปในที่สุด โดยจะมีการประดับโคมไฟ (โคมไฟสไตล์จีน) สีสันสดใสกว่า 15,000 ชิ้นทั่วทั้งเมืองนางาซากิจนกลายเป็นทัศนียภาพชวนฝันงดงามมาก งานนี้จึงนับเป็นงานเทศกาลแสนอบอุ่นหัวใจในฤดูหนาวที่สามารถเพลิดเพลินกับสีสันสไตล์จีนได้เลยทีเดียว

เว็บไซต์หลัก:http://www.at-nagasaki.jp/festival/lantern/

วัฒนธรรมของนางาซากิ

ไกด์นำเที่ยวนางาซากิแบบจัดเต็ม! 22 แหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลพื้นที่ อาหาร และวิธีการเดินทาง

“นางาซากิ” เป็นเมืองที่มีเสน่ห์อยู่ที่การผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและศาสนาคริสต์นี่แหละ เช่น Nagasaki Chinatown (ย่านไชน่าทาวน์นางาซากิ), สถาปัตยกรรมสไตล์จีน, สถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก, โบสถ์ และสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ เป็นต้น โดยเรียกรวมว่า「和華蘭 (วะคะรัน)」ซึ่ง「和 (วะ)」มาจากญี่ปุ่น「華 (คะ)」มาจากจีน และ「蘭 (รัน)」มาจากตะวันตกนั่นเอง เรียกได้ว่า Nagasaki Kunchi (งานเทศกาลนางาซากิกุนจิ) นับเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานดังกล่าวเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ จ.นางาซากิที่ตั้งอยู่ติดทะเลแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมทางน้ำที่นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินได้เพียบเลยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นกีฬาทางน้ำอย่างพายเรือคายัค, ดำน้ำตื้น, ดำน้ำลึก และตกปลา

ของฝากจากนางาซากิ

คาสเทลล่านางาซากิ

“คาสเทลล่า” คือ เค้กฟองน้ำที่ถ่ายทอดสูตรมาจากชาวโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16 โดยได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่น

เมื่อย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 17 ก็ได้เกิด “นางาซากิคาสเทลล่า” ที่มีการใส่ “มิสึอาเมะ (※2)” เพิ่มเข้าไปเพื่อให้มีรสหวานขึ้น

ร้านจำหน่ายขนมคาสเทลล่าดั้งเดิมมีมากมาย เช่น “Fukusaya (ฟุกุซายะ)” ร้านรุ่นบุกเบิกที่เริ่มเปิดกิจการครั้งแรกในปี 1624, “Shooken (โชโอเค็ง)” ที่เริ่มเปิดกิจการครั้งแรกในปี 1681, “Bunmeido (บุมเมโดะ)” ที่เริ่มเปิดกิจการครั้งแรกในปี 1900, “Seifudo (เซฟูโด)” ที่สามารถลิ้มลองคาสเทลล่ารสชาติแปลกใหม่ได้โดยตั้งอยู่บนเนินที่ทอดยาวไปยังสวนโกลฟเวอร์, “Kinkaido (คิงไคโด)” ที่ขึ้นชื่อเรื่องคาสเทลล่ารสชาตินุ่มลิ้นโดยทำมาจากน้ำตาลชั้นเลิศอย่างวาซัมบง และ “Shokando (โชคันโด)” ที่ได้รับตรารับรองสินค้าจากราชสำนักภายใต้พระบรมราชานุญาตโดยตั้งอยู่ใกล้กับสะพานเมกาเนะ เป็นต้น เนื่องจากคาสเทลล่ามีอายุสั้นเพียง 7 – 10 วันเท่านั้น ยังไงก็ระวังกันด้วยนะจ๊ะ...

※2:มิสึอาเมะ……น้ำตาลเทียมที่ผลิตมาจากแป้งสตาร์ช

นางาซากิเซเบิลและคุจูคุชิมะเซมเบ้

สำหรับใครที่กำลังมองหาขนมที่สามารถเก็บรักษาได้นานก็ขอแนะนำเป็น “นางาซากิเซเบิล” เลยจ้า...

เซเบิล(ภาษาญี่ปุ่น:ซาบุเละ)ที่ปิ้งด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมของยุโรปได้รับความนิยมจากรสสัมผัสกรอบอร่อยละลายในปาก แถมยังมีแพ็คเกจน่ารักสไตล์นางาซากินี่แหละ

ส่วน “คุจูคุชิมะเซมเป้” ที่มีรสสัมผัสกรอบหอมอร่อยนี้มีส่วนผสมของถั่วลิลงสไตล์เกาะคุจูคุ โดยดีไซน์เป็นรูป 6 เหลี่ยมเหมือนกับสิ่งของมงคลอย่างกระดองเต่า นอกจากนี้ เนื่องจากคนญี่ปุ่นเรียกขนมที่ทำมาจากข้าวว่า “เซมเบ้” ส่วนขนมที่ทำมาจากแป้งสาลีเรียกว่า “เซมเป้” จึงตั้งชื่อว่าแบบนี้นั่นเอง

สินค้าของเกาะกุนคันจิมะ, สินค้าของย่นไชน่าทาวน์ และสินค้าของเฮาส์ เทน บอช

เกาะกุนคันจิมะมีจำหน่ายสินค้าออริจินอลอย่างพวงกุญแจและแฟ้มใส่เอกสารที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกาะกุนคันจิมะ ส่วนย่านไชน่าทาวน์ก็มีสินค้าออริจินอลอย่างสินค้าฮวงจุ้ยและแพนด้า สุดท้าย เฮาส์ เทน บอชก็จำหน่ายสินค้าออริจินอลกับเขาเช่นเดียวกัน ประกอบด้วยมิฟฟี่, ตุ๊กตาหมีเทดดี้แบร์ และอื่นๆอีกมากมาย

แหล่งช้อปปิ้งในนางาซากิ

แหล่งซื้อของฝากแสนสะดวกในสนามบิน

แน่นอนว่ามีของฝากขึ้นชื่ออย่างนางาซากิคาสเทลล่าและจัมป้ง รวมถึงของฝากพิเศษเฉพาะของสนามบินอย่าง “จากาเมรุ” ที่ผสมผสานระหว่างมันฝรั่งและคาราเมล, “เหล้าโชจูจิคาระ” และ “คาคุนิมันจู”ของ Oorin มันจูสอดไส้หมูต้มพะโล้และผักขมด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากเราสามารถซื้อของฝากจากเกาะกุนคันจิมะได้ที่นี่ด้วย สำหรับใครที่แวะไปเที่ยวแล้วลืมซื้อของติดไม้ติดมือกลับมาก็สามารถช้อปปิ้งที่นี่ได้เลยจ้า

Amu Plaza Nagasaki (อามูพลาซ่านางาซากิ)

Amu Plaza Nagasaki (อามูพลาซ่านางาซากิ)」ที่เชื่อมต่อกับ JR Nagasaki Station โดยตรงแห่งนี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมทั้ง “Sumiya (ซุมิยะ)” ร้านค้าปลอดภาษีที่จำหน่ายสินค้าประจำจ.นางาซากิ และร้านจำหน่ายนางาซากิคาสเทลล่าดั้งเดิมอย่าง “Fukusaya (ฟุกุซายะ)”, “Shooken (โชโอเค็ง)” และ “Bunmeido (บุมเมโดะ)” เอาไว้ในแห่งเดียว จึงบอกเลยว่าสะดวกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! นอกจากนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของร้านค้ากว่า 130 ร้าน, โรงภาพยนตร์ และ “JR Kyushu Hotel” ด้วย

ที่อยู่:1-1 Onouemachi, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken

MIRAI NAGASAKI COCOWALK (มิไรนางาซากิโคโค่วอล์ค)

MIRAI NAGASAKI COCOWALK (มิไรนางาซากิโคโค่วอล์ค)」ที่ตั้งอยู่ที่เดียวกับบัสเทอมินอลแห่งนี้เป็นศูนย์รวมความบันเทิง ประกอบด้วยชิงช้าสวรรค์บนชั้น 5F, ศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์บนชั้น 6F และร้านค้าแฟชั่น-ร้านอาหารอีกมากมายกว่า 100 ร้าน

ที่อยู่:1-55 Morimachi, Nagasaki-shi, Nagasaki-ken

Olanda Bussankan (ฮอลันดาบุซซังคัง)

Olanda Bussankan (ฮอลันดาบุซซังคัง)」สถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกที่ตั้งอยู่ด้านล่างสวนโกลฟเวอร์ใกล้กับโบสถ์โออุระเท็นชุโดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของนางาซากิอย่างครบครัน นอกจากนี้ เรายังสามารถอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารพลางชมวิวท่าเรือนางาซากิได้จากร้านอาหารบนชั้น 2F ด้วย แถมยังมีร้านค้าให้เลือกช้อปปิ้งกันอีกจำนวนหนึ่งอีกต่างหาก โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้จาก เว็บไซต์หลัก

โรงแรมในนางาซากิ

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักสุดหรูสไตล์โรงแรมระดับ 4 ดาวก็มีโรงแรมให้เลือกสรรกันมากมาย เช่น “BEST WESTERN PREMIER Hotel Nagasaki” ที่ตั้งอยู่บนทำเลทอง, “Setre Glover's House Nagasaki” โรงแรมสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์โออุระเท็นชุโด และสวนโกลฟเวอร์, “Nisshokan Shinkan Hotel” โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่สามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นกลางแจ้งพลางชมทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองนางาซากิได้ และ “Hotel New Nagasaki” โรงแรมแสนสะดวกในฐานะที่เป็นจุดตั้งต้นของการท่องเที่ยวโดยสามารถเดินจากสถานีนางาซากิมาถึงได้โดยใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น เป็นต้น

ส่วนโรงแรมระดับ 3 ดาวส่วนใหญ่แล้วจะมีราคาสมเหตุสมผลไม่เกิน 10,000 เยน / คน / คืนเท่านั้น โดยขอแนะนำเป็น “JR Kyushu Hotel Nagasaki” ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีนางาซากิ, “Richmond Hotel Nagasaki Shianbashi” ที่ตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูและมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญให้บริการครบครัน, “Hotel Forza Nagasaki” ยอดนิยมที่ตั้งอยู่ใกล้กับย่านไชน่าทาวน์นางาซากิ และ “S Peria Hotel Nagasaki” สุดคุ้มเลยค่ะ

ส่วนโรงแรมระดับ 2 ดาวที่ได้รับความนิยมประกอบด้วย “Fujiwara Ryokan” ที่มีทั้งห้องสไตล์ญี่ปุ่นและเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ, “Hotel Saint Paul Nagasaki” ที่ตั้งอยู่ใกล้สวนสันติภาพ และ “Business Kanko Hotel Ikeda, Nagasaki” ที่สามารถเลือกพักห้องสไตล์ญี่ปุ่นหรือห้องสไตล์ตะวันตกได้ นอกจากนี้ ในนางาซากิก็ยังมีเกสต์เฮ้าส์ด้วยนะเออ... เช่น “Kagamiya guest house” เกสต์เฮ้าส์สไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถราง, “Traveler’s House on the ROAD” และ “Casa Blanca Guest House” ที่มีห้องครัวส่วนรวม เป็นต้น

“อาหาร” ของนางาซากิ

อาหารทะเลสดใหม่ใครก็ชอบจริงมั้ยเอ่ย? แต่เมื่อเอ่ยถึงนางาซากิแล้วจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก 2 เมนูหลักประจำนางาซากิอย่าง “นางาซากิจัมป้ง” และ “ซาระอุด้ง” แน่นอน

จัมป้ง

“จัมป้ง” คือ เมนูไอเดียของเจ้าของร้านรุ่นแรกของร้านอาหารจีนอย่าง “Shikairou (ชิไคโร)” โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวจีนได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเป็นเมนูเส้นที่ทำโดยใส่คันซุย (※3) ซึ่งเรียกว่า “โทอาคุ” ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากเมืองเซี่ยงไฮ้เพิ่มลงไปในแป้งสาลี ราดด้วยน้ำซุปกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ ส่วนวัตถุดิบจะใช้วัตถุดิบอะไรก็ได้ตามฤดูกาล เช่น เนื้อหมู, หอยลาย, กุ้ง, กะหล่ำปลี และแครอท เป็นต้น คำว่า “จัมป้ง” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง สิ่งที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างหลายสิ่ง บอกได้เลยว่าเป็นเมนูที่ทั้งรสชาติและปริมาณคุ้มค่าตามชื่อของมันเลยล่ะค่ะ

※3:คันซุย……น้ำเกลือด่างที่ใส่เสริมลงไปตอนทำเส้นราเม็ง

ซาระอุด้ง

“ซาระอุด้ง” มีต้นกำเนิดมาจากเจ้าของร้านรุ่นแรกของร้าน “Shikairou (ชิไคโร)” ที่คิดค้นเมนูจัมป้งเวอร์ชั่นยากิโซบะขึ้นมานั่นเอง โดยความแตกต่างระหว่าง “คาตะยากิโซบะ” ที่ใช้เส้นขนาดบางก็คือ “เส้นหนา” ของมันนี่แหละ แต่ปัจจุบันในนางาซากิมีให้เลือกทานทั้งเส้นขนาดหนาและเส้นขนาดบางแล้ว เนื่องจากมีวิธีการปรุง 2 แบบด้วยกันคือ 1. ผัดแต่เส้นแล้วใส่วัตถุดิบลงไปทีหลัง 2. ผัดทั้งเส้นและวัตถุดิบรวมกัน ใครสนใจแบบไหนก็สามารถสั่งเชฟกันได้เลยจ้า... ผู้คนท้องถิ่นส่วนใหญ่จะสั่งเป็นจำนวนคนแล้วตักแบ่งแยกทานกันจากจานใหญ่อีกทีหนึ่ง

โทรุโกะไรซ์

“โทรุโกะไรซ์” คือ เมนูที่คอมโบกันระหว่างพิราฟหรือแกงกะหรี่ผัดแห้ง, สปาเก็ตตี้, ทงคัตสึ และสลัดผสมผสานรวมกันในจานเดียว โดยเป็นเมนูเซ็ตอาหารกลางวันเด็กยอดนิยมสำหรับผู้ใหญ่ เมนูนี้มีหลากหลายแบบให้เลือกทาน เช่น “ซีฟู้ดโทรุโกะ” ที่ใส่กุ้งทอด และ “เทคิโทรุโกะ” ที่ใส่สเต็กเนื้อ เป็นต้น

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับโทรุโกะไรซ์สามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「 ลิ้มรสเมนูขึ้นชื่อของนากาซากิ 「ข้าวหน้าตุรกี」ที่ซึรุจัง คาเฟ่เก่าแก่ของคิวชู

สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวนางาซากิ

สภาพอากาศของนางาซากิมีเอกลักษณ์อยู่ที่ไม่ค่อยมีความแตกต่างทางอุณหภูมิสักเท่าไหร่นี่แหละ โดยมีอากาศอบอุ่นเป็นปกติ เนื่องจากในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นจัดจากลมฤดูกาล จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม นอกจากนี้ ที่นี่จะมีอากาศหนาวเย็นยาวไปจนถึงเดือนมีนาคม จึงขอแนะนำให้พกเสื้อโค้ทและเสื้อแจ็กเก็ตกันมาด้วยเนอะ

ในฤดูฝนจะมีฝนตกบ่อยทำให้อากาศเปียกชื้น ส่วนในฤดูร้อนมีอุณหภูมิสูงในช่วงเช้า ดังนั้น ภายในอาคารจึงมักเปิดแอร์ค่อนข้างเย็นพอสมควร ถ้าเกิดเป็นไปได้จึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อคลุมอย่างเสื้อเชิ้ตแขนยาวหรือคาร์ดิแกนมาด้วยจะดีที่สุด

ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งฤดูกาลก็จริง แต่ในช่วงเช้าและตอนกลางคืนอาจมีอากาศเย็นลง ยังไงก็พกเสื้อโค้ทหรือเสื้อแจ็คเก็ตบางๆมาด้วยจะสะดวกมาก

ข้อมูลอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

ค่าอาหารที่ใช้ระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นตกประมาณเท่าไหร่ต่อวันกันน้า? งั้นคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด

ค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น (ร้านสะดวกซื้อ,ร้านอาหาร,ร้านซูชิ)

เราสามารถแลกเงินได้ที่ไหน?

เวลาที่เงินสดไม่พอ! สถานที่4แห่งสำหรับแลกเงินในญี่ปุ่น

ในกรณีที่เงินสดหมดให้รีบหาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ PLUS เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถกดเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะค่ะ ^^

รู้ไว้ใช่ว่า ช็อปเพลินเงินหมดจะหาตู้กด ATM ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับใครที่อยากรู้วลีแสนสะดวกสำหรับใช้ตอนเข้าพักตามโรงแรมในญี่ปุ่นสามารถเข้าไปอ่านได้จากบทความดังต่อไปนี้

รวม 10 ภาษาญี่ปุ่น ที่สามารถใช้ได้ในโรงแรม!

นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นก็ยังมีบริการ「Japan Connected-free Wi-Fi」แสนสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยนะเออ... ยังไงก็ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเอาไว้ล่วงหน้ากันได้เลย

รวมจุดให้บริการ Japan Connected-free Wi-Fi ในญี่ปุ่น
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE