นำเที่ยวฟุกุโอกะ (Fukuoka) แบบจัดเต็ม! รวมวิธีการเดินทาง แหล่งเที่ยว และแผนเที่ยวตัวอย่าง

นำเที่ยวฟุกุโอกะ (Fukuoka) แบบจัดเต็ม! รวมวิธีการเดินทาง แหล่งเที่ยว และแผนเที่ยวตัวอย่าง

ฟุกุโอกะ 2016.12.13

ฟุกุโอกะ แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดสำหรับผู้ชอบของอร่อย อบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสมัยใหม่ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลจำเป็นตั้งแต่วิธีการเดินทาง ข้อมูลโซนต่างๆ แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ ไปจนถึงตัวอย่างแผนเที่ยวให้ทุกคนใช้เป็นคู่มือไว้เรียบร้อย

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย ニコ

Pin LINE

ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

เมืองฟุกุโอกะคือเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชูที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น โดยเรียกกันว่าเป็น "ประตูสู่คิวชู" ที่นี่มีประวัติศาสตร์อันแสนยาวนาน แม้ในปัจจุบันก็ยังคงมีการค้นพบโบราณวัตถุและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาลอยู่ ในศตวรรษที่ 7 ที่นี่กลายเป็นประตูสู่การติดต่อค้าขายกับชาติเอเชีย เช่น จีนและเกาหลี หลังจากนั้น ช่วงปลายศตวรรษที่ 11 มีการสร้างย่านสำหรับโทจิน (คนจีนหรือคนเกาหลี) ขึ้นมาเรียกว่า "ไดโทไก" และกลายมาเป็น "ฮากาตะ (Hakata)" เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกและพ่อค้าชาวต่างชาติมากมาย

ในศตวรรษที่ 17 มีการสร้างปราสาทฟุกุโอกะขึ้นมา จากนั้น "ฮากาตะ" เมืองท่าอันแสนเจริญรุ่งเรืองได้กลายมาเป็นเมืองรอบปราสาทจึงถูกเรียกว่า "ฟุกุโอกะ" ตามชื่อปราสาทตั้งแต่นั้นมา ในปัจจุบันคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เรียกโซนค้าขายซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำนาคากาวะและแม่น้ำฮากาตะว่า "ฮากาตะ" และเรียกโซนฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองรอบปราสาทในสมัยก่อนว่า "ฟุกุโอกะ"

นอกจาก "ฟุกุโอกะ" จะสามารถเดินทางไปมาสู่ประเทศในทวีปเอเชียอย่างประเทศเกาหลี จีน กับไต้หวันได้อย่างสะดวกสบายแล้ว ก็ยังมีจุดเด่นอยู่ที่สามารถนั่งเครื่องบินและชินคันเซ็นมาจากโตเกียวและโอซาก้าได้เลยนี่แหละ แถมที่นี่ยังเป็นเมืองแห่งอาหารชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่นอีกด้วย โดยขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่และฮากาตะราเม็ง เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายอีกต่างหากไม่ว่าจะเป็นวัด - ศาลเจ้าเก่าแก่ งานเทศกาลสุดคึกคักและแหล่งช้อปปิ้งมากมายเป็นต้น ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำเสน่ห์ของฟุกุโอกะกันค่ะ ^^

สารบัญ :
1. วิธีการเดินทางเข้าเมืองฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)
2. วิธีการเดินทางท่องเที่ยวฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)
3. ข้อมูลโซนต่างๆในเมืองฟุกุโอกะ
4. ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวฟุกุโอกะ
5. แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในฟุกุโอกะ
6. แผนเที่ยวฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)
7. งานอีเว้นท์และงานเทศกาลในฟุกุโอกะ
8. ของฝากจากฟุกุโอกะ
9. แหล่งช้อปปิ้งในฟุกุโอกะ
10. โรงแรมในฟุกุโอกะ
11. อาหารในฟุกุโอกะ
12. สภาพอากาศและเสื้อผ้าที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวฟุกุโอกะ
13. ข้อมูลอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

วิธีการเดินทางเข้าเมืองฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)

วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังฟุกุโอกะ

เครื่องบิน

ในกรณีที่ต้องการเดินทางโดยเครื่องบิน เราสามารถใช้บริการสายการบิน ANA, JAL, Skymark หรือ Starflyer จากสนามบินฮาเนดะมาถึงได้โดยมีเที่ยวบินให้บริการมากกว่า 50 เที่ยว / วัน ส่วนจากสนามบินนาริตะสามารถนั่งเครื่องบิน ANA, JAL, Jetstar หรือ Peach มาถึงได้โดยมีเที่ยวบินให้บริการ 12 เที่ยว / วัน ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

ค่าโดยสารต่อเที่ยวโดยทั่วไปของ ANA และ JAL ตกอยู่ที่ประมาณ 41,000 เยน ส่วนค่าโดยสารแบบลดพิเศษที่สามารถซื้อได้ภายใน 3 วันก่อนวันออกเดินทางราคาประมาณ 26,000 เยน แต่ถ้าเกิดซื้อล่วงหน้านานก็จะยิ่งได้ราคาสุดคุ้มขึ้นไปอีก เริ่มต้นที่ 9,000 เยน สำหรับ Skymark ค่าโดยสารแบบได้ส่วนลดพิเศษหรือได้ส่วนลดจากการซื้อล่วงหน้านานจะเริ่มต้นที่ 8,000 เยน Starflyer หากใช้บริการ FLY JAPAN สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะตกประมาณ 9,000 เยน สุดท้าย Peach และ Jetstar มีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 เยน ขึ้นอยู่กับวันเวลาในการเดินทาง

รถไฟ

สำหรับใครที่ต้องการนั่งรถไฟ สามารถนั่งชินคันเซ็นขบวน Nozomi มาถึงได้โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง ค่าโดยสารแบบระบุที่นั่งทั่วไปประมาณ 23,000 เยน เนื่องจากพาสสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถใช้ขึ้น-ลงรถไฟทั่วญี่ปุ่นได้ฟรีอย่าง Japan Rail Pass นั้นไม่สามารถใช้นั่งขบวน Nozomi ได้ จึงจำเป็นต้องนั่งขบวน Hikari ไปยังชินโอซาก้าเพื่อเปลี่ยนขบวนมาถึงฮากาตะ ส่วนวิธีการเดินทางจากชินโอซาก้ามาถึงฮากาตะสามารถอ้างอิงจาก "วิธีการนั่งเครื่องบินและรถไฟมาจากโอซาก้า" ที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปได้เลยจ้า...


สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ รวมไว้ที่นี่!!เจาะลึกหลากวิธีเดินทางจาก โตเกียว ไป ฟุกุโอกะ อันไหนถูกมาดูกัน!!

วิธีการเดินทางจากโอซาก้าไปยังฟุกุโอกะ

เครื่องบิน

ในกรณีที่ต้องการนั่งเครื่องบินจากโอซาก้ามาถึงฟุกุโอกะสามารถใช้บริการสายการบิน ANA, JAL, Jetstar และ Peach มาจากสนามบินนานาชาติคันไซซึ่งบินให้บริการ 6 เที่ยว / วัน หรือนั่ง ANA, JAL และ IBEX มาจากสนามบินนานาชาติโอซาก้า (สนามบินอิตามิ) ซึ่งบินให้บริการ 10 เที่ยว / วันก็ได้ ระยะเวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสารต่อเที่ยวของ ANA และ JAL โดยทั่วไปตกอยู่ที่ประมาณ 24,600 เยน ส่วนค่าโดยสารแบบมีส่วนลดพิเศษที่สามารถซื้อได้ภายใน 3 วันก่อนวันออกเดินทางราคาประมาณ 13,300 เยน และส่วนลดสำหรับผู้ซื้อล่วงหน้านานเริ่มต้น 9,100 เยน ส่วนเครื่องบินต้นทุนต่ำอย่าง Jetstar และ Peach นั้นตกอยู่ที่ประมาณ 4,000 เยน IBEX ถ้าเกิดซื้อล่วงหน้านานจะมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 9,400 เยน

รถไฟ

ในกรณีที่ต้องการนั่งรถไฟสามารถนั่งชินคันเซ็นขบวน Misuho และ Nozomi มาจากชินโอซาก้าได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หรือนั่งขบวน Sakura และ Hikari ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที หรือนั่งขบวน Kodama ประมาณ 5 ชั่วโมง ค่าโดยสารต่อเที่ยวแบบระบุที่นั่งธรรมดาของขบวน Misuho และ Nozomi 15,310 เยน ส่วนขบวน Sakura, Hikari และ Kodama 15,000 เยน เนื่องจากขบวน Misuho และ Nozomi ไม่สามารถใช้เจแปนฟรีพาสได้ ยังไงระวังกันด้วยเนอะ

เที่ยวบินจากทั่วเอเชียไปยังสนามบินฟุกุโอกะ

สนามบินฟุกุโอกะเป็นสนามบินที่มีเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารมากเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่นรองจากสนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะเลยทีเดียว มีเที่ยวบินให้บริการประจำจากทั่วเอเชียประกอบด้วย 9 เมืองจากจีน, 3 เมืองจากเกาหลี, 2 เมืองจากไต้หวัน, 2 เมืองจากเวียดนาม, กรุงเทพฯ จากไทย, มะนิลาจากฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

วิธีการเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะเข้าเมืองฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)

สามารถเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะมาถึงสถานีฮากาตะได้โดยรถไฟใต้ดิน Airport Line ใช้เวลาประมาณ 5 นาที หรือมาถึงย่านแหล่งช้อปปิ้งที่เท็นจินได้โดยใช้เวลาประมาณ 11 นาทีอย่างสะดวกสบาย ค่าโดยสาร 260 เยน ในกรณีที่นั่งรถไฟต่อไปถึงสวนโอโฮริแถวใกล้ปราสาทฟุกุโอกะจะราคา 300 เยน นอกจากนี้จากสนามบินฟุกุโอกะก็ยังมีรถบัสของบริษัท Nishitetsu Bus วิ่งให้บริการประมาณ 2 คัน / ชั่วโมงอีกด้วย ระยะทางมาถึงสถานีฮากาตะประมาณ 15 นาที ค่าโดยสาร 260 เยน หรือมาถึงเท็นจินประมาณ 30 นาที ค่าโดยสาร 310 เยน

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "3 วิธีการเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะไปยัง ฮากาตะ (Hakata)"

วิธีการเดินทางท่องเที่ยวฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)

เนื่องจากฟุกุโอกะมีระบบขนส่งสาธารณะอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน รถไฟ JR และรถบัส เราจึงสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกสบาย

รถไฟใต้ดิน

กรมขนส่งเมืองฟุกุโอกะมีรถไฟวิ่งให้บริการทั้งหมด 3 สายด้วยกันประกอบด้วย Airport Line, Hakozaki Line และ Nanakuma Line โดยมีตั๋ว “1-day Pass Ticket สำหรับรถไฟใต้ดินเมืองฟุกุโอกะ” แสนสะดวกสำหรับการท่องเที่ยวด้วย ราคาผู้ใหญ่ 620 เยน เราสามารถหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วตามสถานีรถไฟทุกแห่ง

รถไฟ

นอกจากรถไฟ JR จะวิ่งผ่านสถานีฮากาตะซึ่งเป็นจุดต้นต้นของคิวชูแล้วก็ยังมี Nishitetsu Tenjin Omuta Line แสนสะดวกสำหรับการท่องเที่ยวดาไซฟุวิ่งให้บริการจาก Nishitetsu Fukuoka (Tenjin) Station ในเท็นจินด้วย การเดินทางไปยังดาไซฟุขอแนะนำให้ซื้อ "Dazaifu Stroll Ticket Pack" ซึ่งมาพร้อมกับตั๋วไป - กลับดาไซฟุด้วยรถไฟนิชิเท็ตสึและคูปองชิมอุเมกาเอโมจิสุดคุ้มเลยค่ะ ราคาผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็กเล็ก 680 เยน โดยสามารถหาซื้อได้จาก Fukuoka Station และ Yakuin Station

รถบัส

Nishitetsu Bus มีจุดขึ้น-ลงอยู่ในโซนสถานีฮากาตะและโซนเท็นจิน 100 Yen Fukuoka loop Bus ที่วิ่งให้บริการระหว่างฮากาตะ - เท็นจินเป็นอะไรที่สะดวกต่อการท่องเที่ยวสุดๆ

นอกจากนี้ก็ยังมี "Fukuoka City 1-day Pass Ticket" ราคาผู้ใหญ่ 900 เยน "1-day Pass Ticket" ที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้ขึ้น-ลง Fukuoka loop Bus และ Dazaifu Liner Bus ได้อย่างอิสระตลอด 1 วัน ราคาผู้ใหญ่ 1,500 เยน และ "FUKUOKA 1DAY PASS" ที่สามารถใช้ขึ้น-ลงรถไฟนิชิเท็ตสึและรถบัสสาธารณะได้ตลอด 1 วันในราคาสุดคุ้มพร้อมส่วนลดพิเศษด้วย ราคาผู้ใหญ่ 2,060 เยน โดยสามารถหาซื้อตั๋วฟรีพาสเหล่านี้ได้ตามเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟและภายในรถบัส

รถจักรยาน

นักท่องเที่ยวนิยมใช้รถจักรยานเช่าในการท่องเที่ยวฟุกุโอกะเช่นเดียวกัน เนื่องจากภายในเมืองมีเนินขึ้น-ลงน้อยสะดวกต่อการขับขี่ "Poichari" นั้นมีบริการส่งจักรยานเช่าให้ถึงที่พักหรือสถานที่ที่ต้องการ แถมยังสามารถคืนจักรยานตามสถานที่ที่ต้องการได้อีกต่างหาก บอกเลยว่าสะดวกสุดๆ ค่าเช่าจักรยาน 1,500 เยน / วัน, 2,500 เยน / 2 วัน, 3,500 เยน / 3 วัน นอกเหนือจากนี้จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ 1,000 เยน / วัน โดยจำเป็นต้องเสียค่าประกันอีก 300 เยนด้วยนะจ๊ะ...

ส่วน "MIGRANT CYCLING" ที่มีบริการเช่าจักรยานในระบบเดียวกันนั้น ค่าเช่าจักรยานธรรมดา 1,500 เยน / 6 ชั่วโมง, 2,000 เยน / วัน โดยต้องเสียค่าจัดส่งเริ่มต้นที่ 300 เยน MIGRANT CYCLING มีเว็บไซต์ภาษาอังกฤษด้วย นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ จึงสบายใจหายห่วง

นอกจากนี้ก็ยังมี "SEASIDE BIKE" ที่สามารถเช่าจักรยานได้ในราคาสบายกระเป๋ายิ่งขึ้นอีกด้วย โดยมีระบบที่สามารถเช่ายืมและคืนจักรยานได้อย่างอิสระตามที่จอดจักรยานทั้ง 9 จุดภายในเมือง ค่าเช่าจักรยาน 200 เยน / ชั่วโมง หลังจากนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีก 100 เยน / ชั่วโมง ราคาสูงสุด 1,000 เยน / วัน

ข้อมูลโซนต่างๆในเมืองฟุกุโอกะ

1. โซนสถานีฮากาตะ (Hakata Station)

เมื่อเดินทางมาถึงสถานีฮากาตะแล้ว นักท่องเที่ยวหลายคนจะต้องตกใจในความกว้างใหญ่ของสถานีรถไฟกันอย่างแน่นอน "JR HAKATA CITY" ที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟโดยตรงแห่งนี้มีทั้งห้างสรรพสินค้า Hakata Hankyu (ฮากาตะฮันคิว), Tokyu Hands (โตคิวแฮนด์) สาขาฮากาตะ โดยประกอบด้วยร้านค้ามากมายกว่า 200 ร้านไม่ว่าจะเป็นร้านค้าแฟชั่นและร้านอาหาร "Miyagemon Ichiba (มิยาเกะมอนอิจิบะ)" บนชั้น 1F เต็มไปด้วยของฝากจากฮากาตะเพียบ!

"Tsubame-No-Mori Hiroba (ทสึบาเมะโนะโมริฮิโรบะ)" บนชั้นดาดฟ้านั้นเป็นสวนลอยฟ้าสไตล์เปิดโล่งโปร่งสบายภายใต้ธีม 4 ฤดูกาล เราสามารถชมวิวอาคารบ้านเมืองฟุกุโอกะและอ่าวฮากาตะได้จากระเบียงชมวิว ตรงโซนชมวิวรถไฟ เรายังสามารถชมบรรยากาศของรถไฟที่วิ่งเข้า-ออกสถานีฮากาตะได้ด้วยนะเออ...

นอกจากนี้ก็ยังมี "ศาลเจ้ารถไฟ" สำหรับขอพรให้เดินทางด้วยรถไฟอย่างปลอดภัยด้วย "รถไฟทสึบาเมะ" และ "รถไฟคุโระ" นั้นได้รับความนิยมในหมู่เด็กๆเป็นอย่างมาก บริเวณโดยรอบสถานีรถไฟเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นตรอกเก่าแก่ สวนญี่ปุ่น "Rakusui-en (สวนราคุซุยเอ็น)" และ Sumiyoshi Shrine (ศาลเจ้าซุมิโยชิ) เป็นต้น

2. โซนเท็นจิน (Tenjin)

“โซนเท็นจิน” เป็นย่านแหล่งช้อปปิ้งชั้นแนวหน้าของฟุกุโอกะ โดยเรียงรายไปด้วยห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า เช่น "Iwataya (อิวาตายะ)" ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ของฟุกุโอกะ เป็นต้น แถมยังเป็นแหล่งรวมย่านร้านแผงลอยและร้านอาหารมากมายอีกต่างหาก ส่วน Tenjin chikagai (เท็นจิกะ) ที่สร้างขึ้นในสไตล์ยุโรปดูสวยงามเก๋ไก๋มากถึงขนาดไม่น่าเชื่อเลยว่าจะตั้งอยู่ใต้ดิน โดยประกอบด้วยร้านค้ากว่า 150 ร้าน เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งได้แม้ในวันฝนตก

3. โซนนากาสุ (Nakasu)

ภายใน "โซนนากาสุ" ซึ่งเป็นที่ตั้งของย่านร้านแผงลอยจำหน่ายของขึ้นชื่อประจำฟุกุโอกะ เช่น โอเด้ง, ราเม็ง และยากิโทริ นั้นยังคงหลงเหลืออาคารบ้านเมืองเก่าแก่และศาลเจ้าที่มีประวัติความเป็นมายาวนานให้ชมกันแม้ในปัจจุบัน ส่วนถนนช้อปปิ้งคาวาบาตะที่ตั้งอยู่ติดกับย่านร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้งอย่าง "Canal City Hakata (คาแนลซิตี้ฮากาตะ)" นั้นเป็นถนนช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดในฮากาตะ โดยเป็นต้นกำเนิดของทั้งฮากาตะดอนตาคุ ฮากาตะกิองยามากาสะ และเซมงบาไร (การลดราคาที่มีต้นกำเนิดในฮากาตะในสมัยที่ยังไม่มีการลดราคา)

4. โซนโอโฮริ (Ohori)

"โซนโอโฮริ" เป็นที่ตั้งของOhori Park (สวนโอโฮริ) ที่มีสวนญี่ปุ่นอยู่ภายในสวน พิพิธภัณฑ์ศิลปะภายในสวนมีการจัดแสดงทั้งศิลปะพื้นบ้านเก่าแก่,ศิลปะร่วมสมัยและศิลปะศตวรรษที่ 20 บริเวณใกล้กับสวนเป็นที่ตั้งของFukuoka Castle (ปราสาทฟุกุโอกะ)ที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะและMaizuru Park (สวนไมซุรุ)ที่มีลานกีฬาตั้งอยู่ภายในบริเวญอดีตเคยมีฮอมมารุและนิโนะมารุของประสาท

5. โซนซีไซด์โมโมจิ (Seaside MomochiSeaside Momochi)

"โซนซีไซด์โมโมจิ" เป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นMomochi Seaside Park (สวนริมทะเลโมโมจิ),Fukuoka Tower (ฟุกุโอกะทาวเวอร์)และFukuoka City Museum (พิพิธภัณฑ์เมืองฟุกุโอกะ)
นอกจากบริเวณชายหาดจะเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาทางน้ำแล้วก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับกีฬาชายหาดอย่างวอลเล่ย์บอลชายหาดและฟุตบอลชายหาดได้ด้วย

6. โซนดาไซฟุ (Dazaifu)

"โซนดาไซฟุ" เป็นที่ตั้งของDazaifu Tenman-gu (ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังงู)ที่สักการะบูชา "สุกาวาระโนะมิจิซาเนะ" เทพเจ้าแห่งการศึกษา Komyozen-ji (วัดโคเมียวเซ็น)หรือที่เรียกกันว่า “วัดมอส” และKyushu National Museum (พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู) นอกจากนี้ โซนด้านหน้าประตูทางเข้าศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังงูก็ยังเป็นแหล่งอาหารที่สามารถลิ้มลองของขึ้นชื่อประจำดาไซฟุอย่าง "อุเมกาเอโมจิ" และ "โอนิกาวาระโมนากะ" ได้อีกต่างหาก

ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวฟุกุโอกะ

ในฟุกุโอกะมีศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวมากมาย ในยามฉุกเฉินหรือต้องการเช็คข้อมูลการท่องเที่ยวจึงสามารถแวะมาขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา

ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองฟุกุโอกะ (เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์สถานีฮากาตะ)
เวลาทำการ : 08:00 – 21:00 น.
ที่อยู่ : 1-1 Hakataekichuogai, Hakata, Fukuoka, Fukuoka
ภาษาที่รองรับ : ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน และภาษาเกาหลี

ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองฟุกุโอกะ (เท็นจิน)
เวลาทำการ : 09:30 – 19:00 น.
ที่อยู่ : Lion Hiroba, 2-1-1 Tenjin, Chuo, Fukuoka, Fukuoka
ภาษาที่รองรับ : ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน และภาษาเกาหลี

ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวระหว่างประเทศสนามบินฟุกุโอกะ
เวลาทำการ : 08:00 – 21:00 น.
ที่อยู่ : Fukuoka Airport International Terminal 1F, 739 Aoki, Hakata, Fukuoka, Fukuoka
ภาษาที่รองรับ : ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน และภาษาเกาหลี

ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ACROS Fukuoka
เวลาทำการ : 10:00 – 18:00 น.
ที่อยู่ : ACROS Fukuoka 2F, 1-1-1 Tenjin, Chuo, Fukuoka, Fukuoka

ศูนย์ประชาสัมพันธ์รวมเทอมินอลระหว่างประเทศท่าเรือฮากาตะ
เวลาทำการ : 7:30 – 18:00 น.
ที่อยู่ : 14-1 Okihamamachi, Hakata, Fukuoka, Fukuoka
ภาษาที่รองรับ : ภาษาอังกฤษและภาษาจีน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองดาไซฟุ (สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวดาไซฟุ)
เวลาทำการ : 09:00 – 17:00 น.
ที่อยู่ : 2 Chome-5-1 Saifu, Dazaifu, Fukuoka
ภาษาที่รองรับ : ไม่มีข้อมูล

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในฟุกุโอกะ

1. Dazaifu Tenman-gu (ศาลเจ้าดาไซฟุฮาจิมังงู)

Dazaifu Tenman-gū (ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังงู) เป็นศาลเจ้าที่มีผู้คนแวะเวียนมาเยือนกันเป็นจำนวนมากเพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จด้านการเรียนและสอบผ่านเป็นประจำทุกปี ที่นี่สักการะบูชา "สุกาวาระโนะมิจิซาเนะ" เทพเจ้าแห่งการศึกษาขึ้นชื่อในญี่ปุ่น โดยสร้างขึ้นในปีค.ศ. 919 "โทบิอุเมะ" ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าวิหารหลักมีที่มาจากตำนานตอนที่สุกาวาระโนะมิจิซาเนะได้ถูกเนรเทศออกจากเกียวโตมาอยู่ในดาไซฟุ กลอนที่เขาแต่งได้เคลื่อนย้ายต้นบ๊วยที่ตั้งอยู่ในตำหนักสุกาวาระมาถึงดาไซฟุเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังโด่งดังในฐานะที่เป็นแหล่งชมดอกบ๊วยและขึ้นชื่อเรื่อง "เหล้าบ๊วย" อีกด้วย ในเดือนมีนาคม ที่นี่จะบานสะพรั่งไปด้วยดอกบ๊วยงดงามมาก

นอกจากนี้ บนทางเดินของวัดก็ยังมีจำหน่ายโมจิย่างสอดไส้ถั่วแดงกวนอย่าง "อุเมกาเอโมจิ" อีกด้วย โดยเราสามารถชมบรรยากาศการย่างโมจิสดๆ ได้เลย

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "วิธีเดินทางไป "โอคิ" จังหวัดชิมาเนะ สถานที่ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกว่าเป็นอุทยานธรณีระดับโลก"

ที่อยู่ : 4-7-1 Saifu, Dazaifu, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : http://www.dazaifutenmangu.or.jp/

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :

รวมโอมิคุจิ 3 แบบ น่าลองเสี่ยงทายที่ "ดาไซฟุเท็มมังงู"

2. Yatai (ร้านแผงลอย)

เมื่อเอ่ยถึงของขึ้นชื่อแห่งเมืองฟุกุโอกะแล้วก็ต้องนึกถึง "ร้านแผงลอยในฮากาตะ" เลยค่ะ ในเท็นจิน นากาสุ และนากาฮามะเต็มไปด้วยร้านแผงลอยกว่า 200 ร้าน เมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็จะมีการเปิดโคมไฟท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักและกลิ่นหอมน่ารับประทาน เราสามารถลิ้มลองเมนูพื้นฐานของร้านแผงลอย เช่น เมนูขึ้นชื่อประจำฮากาตะอย่างฮากาตะราเม็ง เกี๊ยวซ่าฮากาตะขนาดพอดีคำ มตสึนาเบะ ยากิโทริ และโอเด้งได้ที่นี่เลย บอกเลยว่าเพื่อนๆจะได้สัมผัสความรู้สึกราวกับกลายเป็นหนึ่งในชาวเมืองฮากาตะเลยทีเดียว

3. Tenjin (เท็นจิน)

Tenjin (เท็นจิน) คือ โซนช้อปปิ้งอันดับ 1 ในคิวชู ที่นี่เรียงรายไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น "Suikyō Shrine (ศาลเจ้าซุยเคียว)" ที่มาของชื่อย่านเท็นจิน "Fukuoka Akarenga Cultural Center (ศูนย์วัฒนธรรมฟุกุโอกะอาคาเร็งกะ)" สไตล์อังกฤษที่มีเอกลักษณ์เป็นกำแพงหินแกรนิตสีขาวและอิฐสีแดง และ "Shofuen (โชฟุเอ็น)" ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนญี่ปุ่นและห้องชงน้ำชาที่สร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้น ถ้าเกิดใครช้อปปิ้งกันจนเหนื่อยแล้วก็ลองแวะมาชมกันได้นะจ๊ะ...

4. Canal City Hakata (คาแนลซิตี้ฮากาตะ)

Canal City Hakata (คาแนลฮากาตะซิตี้)

อาคารสีสันสดใสสไตล์โค้งที่สร้างขึ้นภายใต้คอนเส็ปต์ "โรงละครประจำเมือง" แห่งนี้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่สามารถเพลิดเพลินกับทั้งช้อปปิ้งมอลล์ โรงภาพยนตร์ โรงละคร กิจกรรมบันเทิง โรงแรม 2 แห่ง โชว์รูม และสำนักงานได้ในแห่งเดียว

คลองที่ไหลผ่านตรงกลางห้างมีการจัดโชว์น้ำพุต้นระบำ ส่วนบนเวทีซันพลาซ่าที่ตั้งอยู่ใกล้กันก็ยังมีการจัดงานอีเว้นท์ขึ้นทุกวันอีกด้วย เนื่องจากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2016 เป็นต้นไป เราจะได้ชมการแสดงที่ผสมผสานกันระหว่างน้ำพุ แสง เสียง และภาพยนตร์ 3D จึงบอกเลยว่าห้ามพลาด!

ที่อยู่ : 1-2 Sumiyoshi, Hakata, Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : https://canalcity.co.jp/

5. Ohori Park (สวนโอโฮริ)

ที่มาของชื่อ Ohori Park (สวนโอโฮริ) มาจากคูคลองรอบนอกปราสาทฟุกุโอกะที่เกิดจากการถมส่วนหนึ่งของอ่าวฮากาตะ
ตอนสร้างปราสาทฟุกุโอกะนี่แหละ โดยเป็นสวนสาธารณะสำหรับชมวิวทะเลชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ภายในสวนเป็นที่ตั้งของทั้งป่านก โรงละครโนห์ และสวนญี่ปุ่น ทัศนียภาพของศาลาลอยน้ำอุคิมิโดและเกาะกลางที่เชื่อมกันด้วยสะพานทั้ง 4 นั้นช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการท่องเที่ยวภายในเมืองได้เป็นอย่างดี

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จาก "วิธีเดินทางไป "โอคิ" จังหวัดชิมาเนะ สถานที่ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกว่าเป็นอุทยานธรณีระดับโลก"

ที่อยู่ : Ohori Park, Chuo, Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : http://www.ohorikouen.jp/

6. Shika Island (เกาะชิกะ)

Shika Island (เกาะชิกะ) ที่ลอยอยู่บนอ่าวฮากาตะแห่งนี้ เราสามารถนั่งรถยนต์หรือรถบัสจากเมืองฟุกุโอกะมาถึงได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากเป็นเกาะที่ครอบคลุมอาณาบริเวณที่สำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เราจึงสามารถชมศิลาจารึกและศาลเจ้าที่มีประวัติความเป็นมายาวนานได้ที่นี่เลย

ภายในเกาะชิกะซึ่งเป็นฐานที่มั่นในการติดต่อค้าขายกับชาติเอเชียในสมัยก่อนมีทั้งศาลเจ้าและศิลาจารึกเก่าแก่ นอกจากนี้ก็ยังเป็นโซนรีสอร์ทที่สามารถเพลิดเพลินกับการเล่นทะเล, เรือยอร์ช และวินเซิร์ฟได้ด้วย บริเวณริมฝั่งทะเลตะวันออกเป็นจุดดำน้ำชมประการัง จากบนจุดชมวิวชิโอมิ เราสามารถชมวิวอาคารบ้านเมืองฟุกุโอกะและหมู่เกาะที่ลอยอยู่บนทะเลเก็งไคได้ด้วยนะเออ...

ที่อยู่ : Shika Island, Higashi, Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : http://www.qkamura.or.jp/shikano/

7. Nokonoshima Islandpark (โนโคโนะชิมะไอซ์แลนด์ปาร์ค)

เราสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Meinohama มาถึงเกาะโนโคโนะชิมะได้โดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น "Nokonoshima Islandpark (โนโคโนะชิมะไอซ์แลนด์ปาร์ค)" ที่ตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือเกาะโนโคโนะชิมะเพียงนั่งรถบัส 13 นาทีแห่งนี้ เราสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ทั้ง 4 ฤดูกาลได้ไม่ว่าจะเป็นดอกนาโนะฮานะในฤดูใบไม้ผลิ, ดอกทานตะวันในฤดูร้อน, ดอกคอสมอสในฤดูใบไม้ร่วง และดอกจุ๊ยเซียนในฤดูหนาว ภายในสวนนอกจากจะเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ขนาดเล็กและโซนกิจกรรมปีนป่ายแล้วก็ยังสามารถสัมผัสกิจกรรมปั้นเครื่องเซรามิกส์และลงสีภาชนะราคุได้ด้วย แถมยังมีกระท่อมกว่า 10 หลังให้เข้าพักอีกต่างหาก

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ ""โนโคโนะชิม่ะไอซ์แลนด์พาร์ค" บรรดาหมู่ดอกไม้ที่แข่งกันเบ่งบานทั้ง4ฤดู!ฟุคุโอกะ เกาะโนโคโนะชิมะ"

ที่อยู่ : Nokonoshima Island, Noko, Nishi, Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : http://nokonoshima.com/

8. Fukuoka Tower (ฟุกุโอกะทาวเวอร์)

Fukuoka Tower (ฟุกุโอกะทาวเวอร์) สูงกว่า 234 เมตร

แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คทาวเวอร์ของฟุกุโอกะซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันในชื่อ "มิลเลอร์เซลล์" จากการติดตั้งกระจก Half Mirror เอาไว้กว่า 8000 บาน วิวอาคารบ้านเมืองฟุกุโอกะที่สามารถชมได้จากบนจุดชมวิวชั้น5ระดับความสูง 123 เมตรนั้นเป็นอะไรที่งดงามสุดๆ นอกจากนี้ ในตอนกลางคืนก็ยังมีการจัดอิลลูมิเนชั่นบนหอคอยตามฤดูกาลอีกด้วย เช่น วันคริสต์มาส เป็นต้น เนื่องจากบนชั้น 1F เป็นที่ตั้งของโซนจำหน่ายของฝากที่มีทั้งขนมขึ้นชื่อของฮากาตะและไข่ปลาเมนไทโกะ จึงบอกเลยว่าต้องลองกันให้ได้ค่ะ ^^

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ ""ฟุกุโอกะทาวเวอร์" หอคอยชมวิวเมืองฟุกุโอกะ"

ที่อยู่ : 2-3-26 Momochihama, Sawara, Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : https://www.fukuokatower.co.jp/

9. Momochi Seaside Park (สวนริมทะเลโมโมจิ)

Momochi Seaside Park (สวนริมทะเลโมโมจิ) คือ

สวนสาธารณะริมชายหาดเทียมที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฟุกุโอกะทาวเวอร์

ตรงกลางเป็นที่ตั้งของ "Marizon (มาริซอน)" ที่มีทั้งร้านอาหารและร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ โดยแบ่งออกเป็นเขตที่สามารถเพลิดเพลินกับกีฬาชายหาดได้ (เขตโมโมจิฮามะ) และเขตสำหรับจัดงานอีเว้นท์ เช่น การแสดงดนตรีสด (เขตจิเกียวฮามะ)

ที่อยู่ : 2-3-26 Momochihama, Sawara, Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : https://www.fukuokatower.co.jp/

10. HAKATA RIVERAIN MALL (ฮากาตะริเวอร์เรนมอลล์)

HAKATA RIVERAIN MALL (ฮากาตะริเวอร์เรนมอลล์) คือ

ศูนย์รวมความบันเทิงที่รวมทั้งโรงแรม แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร โรงละคร และพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอาไว้ในแห่งเดียว

โดยนับเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้ใหญ่เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะที่ Hakata-za (ฮากาตะสะ) นั้น เราสามารถชมการแสดงมากมายได้ไม่ว่าจะเป็นคาบูกิหรือมิวสิคัล แถมยังเต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของฝากจากฮากาตะและสินค้าออริจินอลของฮากาตะสะอีกต่างหาก เนื่องจากเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดิน Nakasu-Kawabata Station โดยตรง เราจึงสามารถเดินทางมาเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย

ที่อยู่ : 3-1 Shimokawabatamachi, Hakata, Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : http://riverain.co.jp/

แผนเที่ยวฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)

วันที่ 1
ตอนเช้า : ช้อปปิ้งที่ย่าน Tenjin (เท็นจิน)
ตอนเที่ยง : สักการะ Kushida Shrine (ศาลเจ้าคุชิดะ) ในดวงใจของผู้คนท้องถิ่น
ตอนบ่าย : เดินทางต่อไปยัง Tocho-ji (วัดโทโชจิ)
ตอนกลางคืน : อิ่มอร่อยไปกับฮากาตะราเม็งสูตรดั้งเดิมบนถนนร้านแผงลอยใน Nakasu (นากาสุ)

วันที่ 2

ตอนเช้า : เดินเล่นภายใน Ohori Park (สวนโอโฮริ)
ตอนบ่าย : สักการะ Dazaifu Tenman-gu (ศาลเจ้าดาไซฟุฮาจิมังงู)
ตอนกลางคืน : ฟินไปกับ Tonkotsu Ramen (ทงคตสึราเม็ง) ขึ้นชื่อที่ “อิจิรัน”

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "แผนเที่ยวฟุกุโอกะแบบรวบรัดภายใน 2 วัน"

งานอีเว้นท์และงานเทศกาลในฟุกุโอกะ

Hakata Gion Yamakasa (ฮากาตะกิองยามากาสะ)

Hakata Gion Yamakasa (ฮากาตะกิองยามากาสะ) คือ งานเทศกาลกิองที่จัดการแสดงถวาย "ศาลเจ้าคุชิดะ" โดยจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 - 15 กรกฎาคมของทุกปี เกี้ยวที่เรียกว่า "ยามากาสะ" นั้นประกอบด้วย "คาซาริยามะ" เกี้ยวสูงปักธงและประดับตุ๊กตา และ "คาคิยามะ" เกี้ยวขนาดเล็กกว่า โดยมีทั้งเกี้ยวแบบดั้งเดิมและเกี้ยวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทรนด์ยอดนิยมในแต่ละปี

เราเรียกคนแบกเกี้ยวเหล่านี้ว่า "คาคิเตะ" งานนี้มีผู้คนเข้าร่วมตั้งแต่ผู้ใหญ่ไปจนถึงเด็กเล็กๆเลยทีเดียว ส่วน "โออิยามะ" ซึ่งเป็นไคลแมกซ์ของงานนี้ก็คือการแบกเกี้ยววิ่งแข่งกันนั่นเอง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับศาลเจ้าคุชิดะสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "5เรื่องควรรู้ของเทพเจ้าที่คุ้มครองฮากาตะ "ศาลเจ้าคุชิดะ""

Dazaifu Tenman-gu Hana-Shobu (ดาไซฟุเท็มมังงูฮานะโชบุ)

ในเดือนมิถุนายนDazaifu Tenman-gū (ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังงู)แห่งนี้จะบานสะพรั่งไปด้วยดอกฮานะโชบุกว่า 55 สายพันธุ์รวม 30,000 ต้นบริเวณบ่อน้ำอายาเมะของสวนตะวันออก ภาพบรรยากาศของไม้หลากสีสันทั้งสีม่วง ขาว และม่วงอ่อนที่สะท้อนลงบนผิวน้ำเป็นทัศนียภาพชวนฝันสุดๆ นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้งและไลท์อัพในตอนกลางคืนอีกด้วย

Dontaku Port Festival (งานเทศกาลฮากาตะดอนตาคุ)

Dontaku Port Festival (งานเทศกาลฮากาตะดอนตาคุ) คือ งานเทศกาลเดินขบวนพาเหรดร่ายรำบนลานกว้างหรือเวทีภายในเมือง โดยผู้คนทุกเพศทุกวัยจะเดินขบวนร่วมกัน แต่งตัว,ตีทัพพี และเดินตามถนนเป็นเวลา 2 วันประกอบด้วยวันที่ 3 – 4 พฤษภาคมของทุกปีใกล้สถานีฮากาตะ

โดยว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจาก "ฮากาตะมัตสึบายาชิ" งานเทศกาลประจำปีที่เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1179 ในปัจจุบัน “ฮากาตะมัตสึบายาชิ” งานเฉลิมฉลองที่เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 3 องค์และเด็กๆแต่งตัวสวยงามเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆในฟุกุโอกะนั้นกลายเป็นงานอีเว้นท์เปิดฉากขบวนพาเหรดของฮากาตะดอนตาคุไปแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีการแห่รถประดับไฟภายในเมืองอีกด้วย งานเทศกาลนี้มีเสน่ห์อยู่ที่เราสามารถเพลิดเพลินกับทั้งขบวนพาเหรดและการแสดงบนเวทีได้อย่างจุใจนี่แหละ

ที่อยู่ : Fukuoka, Fukuoka
เว็บไซต์หลัก : :http://www.dontaku.fukunet.or.jp/

Fukuoka Castle Sakura Festival (งานเทศกาลซากุระปราสาทฟุกุโอกะ)

Maizuru Park (สวนไมซุรุ) ในปราสาทฟุกุโอกะนับเป็นแหล่งชมซากุระชั้นยอดที่เต็มไปด้วยซากุระกว่า 1,000 ต้นด้วยกัน Fukuoka Castle Sakura Festival (งานเทศกาลซากุระปราสาทฟุกุโอกะ) จะจัดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

ความงดงามที่ตัดกันระหว่างซากุระและปราสาทฟุกุโอกะว่าน่าประทับใจแล้ว แต่ซากุระที่ถูกไลท์อัพยามค่ำคืนและสะท้อนลงบนผิวน้ำเป็นอะไรที่น่าประทับใจยิ่งกว่า ในช่วงระหว่างจัดงานนอกจากจะมีทัวร์ไกด์สัมผัสประวัติศาสตร์และซากุระแล้ว ที่นี่ก็ยังคึกคักไปด้วยงานมิโนะอิจิซากุระมัตสึริและร้านแผงลอยซากุระอีกเพียบ!

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "5 สถานที่ชมซากุระในคิวชู ดื่มด่ำธรรมชาติและวิวซากุระงามเวอร์"

ของฝากจากฟุกุโอกะ

"ฟุกุโอกะ" เป็นเมืองแห่งอาหารที่เต็มไปด้วยของฝากรสเลิศให้เลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว แต่ถ้าเกิดดันหมดอายุก่อนหิ้วกลับประเทศล่ะก็น่าเสียดายแย่! เดี๋ยวเรามาแนะนำ 10 ของฝากที่สามารถเก็บรักษาได้ค่อนข้างนานกันดีกว่าค่ะ ^^

1. เมมเบ้

"เมมเบ้" คือ เมนูที่ผสมผสานกันระหว่าง "ไข่ปลาเมนไทโกะ" ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของฮากาตะและ "เซมเป้" (เซมเบ้ที่ทำจากแป้งสาลีแทนข้าว) เซมเป้อาหารทะเลกรอบอร่อยรสเผ็ดโดนใจเป็นอะไรที่เหมาะกับการซื้อกลับไปทานเป็นของว่างหรือกับแกล้มสุดๆ

2. ฮากาตะโทริมง

"ฮากาตะโทริมง" คือ ขนมแป้งบางสอดไส้ถั่วแดงกวนรสชาติหวานมันสไตล์ตะวันตก เนื่องจากคนญี่ปุ่นเรียกการเดินขบวนดีดชามิเซ็ง เป่าขลุ่ย และตีกลองไทโกะในชุดดอนตาคุในงานเทศกาลฮากาตะดอนตาคุว่า "โทริมง" จึงตั้งชื่อกันว่าแบบนี้นั่นเอง

3. ฮากาตะนากานากะ

"ฮากาตะนากานากะ" ของร้าน Nakajima Shouten (นากาจิมะโชเท็น) นับเป็นของฝากแนะนำสำหรับใครที่ไม่อยากหิ้วไข่ปลาเมนไทโกะสดกลับประเทศเลยค่ะ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยการนำไข่ปลาเมนไทโกะมาอบแห้งด้วยกรรมวิธีสุดเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราจึงสามารถนำมารับประทานเปล่าๆเป็นกับแกล้มเหล้าได้เลย หรือว่าจะใช้เป็นวัตถุดิบใส่โอฉะทสึเกะหรือท็อปปิ้งบนพาสต้าและสลัดก็ได้เหมือนกัน

4. ขนมรสไข่ปลาเมนไทโกะ

เมื่อเอ่ยถึงขนมท้องถิ่นของฟุกุโอกะแล้วจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากขนมรสไข่ปลาเมนไทโกะอย่างแน่นอน เพื่อนๆลองมาเพลิดเพลินกับการชิมขนมรสไข่ปลาเมนไทโกะหลากหลายยี่ห้อเพื่อเปรียบเทียบรสชาติกันดีกว่า เช่น Jagarico, Pretz และ Kaki no tane แบรนด์ขนมเซมเบ้ซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในญี่ปุ่น เป็นต้น

5. นาจิมะเทราเม็ง

"นาจิมะเทราเม็ง" นั้นเป็นการผสมผสานระหว่าง "นากาฮามะราเม็ง" ซึ่งเป็นต้นตำรับของฮากาตะทงคตสึราเม็งและ "คุรุเมะราเม็ง" จากคุรุเมะซึ่งเป็นสวรรค์แห่งราเม็งเข้าด้วยกัน เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติของร้านดังที่มีผู้คนมารอต่อแถวมากมายได้กันทั้งครอบครัว

6. นิวากะเซมเป้

"ฮากาตะนิวากะ" คือ ศิลปะการแสดงพื้นบ้านดั้งเดิมของฮากาตะซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดี ส่วน "นิวากะเซมเป้" นั้นดีไซน์เป็นรูปครึ่งหน้า โดยเป็นขนมยอดนิยมรสสัมผัสกรอบอร่อยได้รสไข่เน้นๆ

7. เมกะ ฮิโยโกะ

เมื่อเอ่ยถึง "เมก ฮิโยโกะ" แล้วหลายคนอาจนึกภาพว่าเป็นของฝากจากโตเกียว แต่ความจริงแล้วเป็นขนมมันจูที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Yoshinodou (โยชิโนะโด) ในฟุกุโอกะเมื่อปี 1912 เนื่องจากเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 ได้ขยับขยายสาขาไปเปิดในโตเกียว เมกะ ฮิโยโกะจึงกลายเป็นของฝากยอดนิยมในโตเกียวไปโดยปริยาย ขนมแป้งบางสอดไส้ถั่วขาวผสมไข่แดงนี้สามารถเก็บรักษาได้เพียง 15 วันเท่านั้น จึงขอแนะนำให้รีบทานโดยเร็วที่สุด

8. เมนไทมายองเนส

"เมนไทมายองเนส" คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากไข่ปลาเมนไทโกะซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำฮากาตะ โดยสามารถนำไปใช้ทาขนมปังปิ้ง ใส่ในสลัด หรืออะไรก็เข้ากันได้ทั้งหมด

9. อุมะคัตจัง

"อุมะคัตจัง" คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสทงคตสึของโปรดของชาวฟุกุโอกะ โดยเราสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติของฟุกุโอกะที่เข้ากันระหว่าง “ผักกาดดองฮากาตะรสเผ็ด” ของขึ้นชื่อประจำฮากาตะและ “ทงคตสึสไตล์คุรุเมะ” รสชาติเข้มข้นแสนอร่อยได้ในราคาสบายกระเป๋า

10. ทสึคุชิโมจิ

"ทสึคุชิโมจิ" คือ โมจิคลุกแป้งคินาโกะซึ่งทำมาจากถั่วเหลืองคุณภาพดี โดยสามารถราดน้ำตาลทรายแดงเชื่อมรับประทานได้ตามใจชอบ เนื่องจากใช้ไอน้ำในการนวดให้เป็นโมจิ ดังนั้น ถึงแม้จะนำไปแช่เย็นก็ไม่แข็งอย่างแน่นอน แพ็คเกจขนมแบบแยกชิ้นและห่อด้วยฮากาตะชิโบริ (เทคนิคการย้อมกิโมโนแบบหนึ่งหรือผ้าย้อมที่ใช้เทคนิคแบบฮากาตะชิโบริ) เป็นอะไรที่น่ารักสุดๆ

แหล่งช้อปปิ้งในฟุกุโอกะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาแหล่งช้อปปิ้งในฟุกุโอกะก็ขอแนะนำเป็นย่านเท็นจินเลยค่ะ ^^

ภายในห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่มีสาขาทั่วประเทศอย่าง "Daimaru (ไดมารู)" มีทั้งเคาน์เตอร์ปลอดภาษีและตู้แลกเงินสกุลต่างประเทศอัตโนมัติที่รองรับเงินดอลล่าร์สหรัฐ เงินปอนด์อังกฤษ เงินวอนเกาหลี เงินดอลล่าร์ไต้หวัน เงินดอลล่าร์สิงคโปร์ และเงินบาทไทย

ส่วนเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์บนชั้น 1F ก็ยังมีพนักงานที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ, ภาษาเกาหลี และภาษาจีนได้ประจำอยู่ด้วย จึงบอกเลยว่านักท่องเที่ยวอย่างเราๆอุ่นใจหายห่วง "Canal City Hakata (คาแนลซิตี้ฮากาตะ)" ที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายหลากหลายแบบแห่งนี้ก็มีทั้งเคาน์เตอร์ปลอดภาษี ตู้แลกเงินตราต่างประเทศ บริการฟรี Wi-Fi รวมถึงบริการแสดงพาสปอร์ตสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน เพียงแค่โชว์พาสปอร์ตให้พนักงานดูก็จะได้รับบริการและส่วนลดพิเศษมากมาย เช่น ส่วนลด 10% เป็นต้น

เนื่องจาก "Fukuoka PARCO (ฟุกุโอกะพาร์โก้)" เชื่อมต่อกับ Airport Line Tenjin Station โดยตรง เราจึงสามารถเดินทางมาถึงได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ก็ยังมีร้านค้าปลอดภาษีและบริการฟรี Wi-Fi อีกด้วย หรือแม้กระทั่ง "TENJIN CORE (เท็นจินคอร์)" ที่เต็มไปด้วยร้านค้าสำหรับวัยรุ่นแห่งนี้ก็มีบริการร้านค้าปลอดภาษีเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ เนื่องจาก "Hakata Hankyu (ฮากาตะฮันคิว)" ที่ตั้งอยู่ภายใน JR Hakata Station แห่งนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าทุกประเภท จึงขอแนะนำสำหรับใครที่ไม่มีเวลาหรือไม่อยากเดินทางไกลเลยค่ะ โดยมีทั้งบริการปลอดภาษี เคาน์เตอร์รับรองชาวต่างชาติ บริการแลกเงินสกุลต่างประเทศ และบริการฟรี Wi-Fi สุดท้ายก็คือ "Tenchika (เท็นจิกะ)" นั่นเอง ที่นี่เชื่อมกับ Subway Tenjin Station โดยตรง นอกจากบางร้านจะมีบริการปลอดภาษีแล้วก็ยังมีบริการฟรี Wi-Fi อีกด้วย เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งช้อปปิ้งในฮากาตะสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ฟุกุโอกะ! รวมแหล่งช้อปปิ้งในฮากาตะ 6 แห่ง"

โรงแรมในฮากาตะ

ฟุกุโอกะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในคิวชูซึ่งเต็มไปด้วยโรงแรมที่พักมากมาย โดยโด่งดังเรื่องโรงแรมสุดหรูไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง "Hotel Okura Fukuoka" และโรงแรมระดับ 4 ดาวอย่าง "Hotel Nikko Fukuoka" รวมถึงโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีฮากาตะอย่าง "WITH THE STYLE FUKUOKA" ด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีโรงแรมระดับ 3 ดาวด้วย เช่น โรงแรมสไตล์หรูหราอย่าง "Richmond Hotel Fukuoka Tenjin" "Hakata Tokyu REI hotels" และ "Nishitetsu Hotel Croom Hakata" โดยสามารถเข้าพักได้ในราคาตั้งแต่ 9,000 – 15,000 เยน แต่โรงแรมระดับ 3 ดาวบางแห่งก็สามารถเข้าพักได้ในราคาต่ำกว่า 10,000 เยนด้วยนะเออ... โดยผู้เขียนขอแนะนำเป็น "Hotel Ascent Fukuoka" "Hakata Green Hotel Tenjin" และโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดกับสวนโอโฮริอย่าง "Hotel Sunline Fukuoka" เลยจ้า...

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักราคาสบายกระเป๋าก็จะมีเกสต์เฮ้าส์อย่าง "Fukuoka Hana Hostel" และ "& AND HOSTEL" ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าคุชิดะเลย หรือว่าใครต้องการที่พักแบบเรียวกังก็ขอแนะนำเป็น "Kashima Honkan" เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ห่างจาก Tobu Nikko Station และ Airport Line Gion Station เพียงเดินเท้า 2 นาทีเท่านั้น สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ "ไปนอนเรียวกังที่ฮากาตะ สุดฮิตของนักท่องเที่ยว "เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นคาชิมาฮงคัง""

สถาปัตยกรรมสไตล์วัดต้นศตวรรษที่ 19 ที่ปรากฏอยู่ภายในเมืองตัดกับบรรยากาศโดยรอบนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีรูปร่างของชาติ แถมข้างในก็ยังมีสวนอีกต่างหาก ถึงแม้จะเป็นที่พักระดับ 2 ดาว ราคาเริ่มต้นที่ 4,000 เยน / คนเท่านั้น แถมยังสามารถเดินเท้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวอย่างคาแนลซิตี้ได้อย่างสะดวกสบายเพียง 10 นาทีอีกต่างหาก

อาหารในฟุกุโอกะ

ฟุกุโอกะมีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ เช่น "ไข่ปลาเมนไทโกะ" และ "ฮากาตะราเม็ง" โดยนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสวรรค์ของเหล่านักชิมเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก "ไข่ปลาเมนไทโกะ" เป็นเมนูที่พัฒนามาจาก "คาราชิเมนไทโกะ" เมนูไข่ปลาสเตอร์เจียนหมักพริกสัญชาติเกาหลีเพื่อให้มีรสชาติถูกปากคนญี่ปุ่น เราจึงสามารถทานเปล่าๆหรือย่างไฟอ่อนรับประทานก็ได้

ส่วน "ฮากาตะราเม็ง" คือ ทงคตสึราเม็งหรือราเม็งซุปกระดูกหมูสุดเอกลักษณ์เรื่องน้ำซุปสีขาวน้ำนมและเส้นเรียวบาง นอกจากในฮากาตะจะสามารถสั่งระดับความเหนียวของเส้นได้แล้ว ระหว่างรับประทานเส้นยังจะนุ่มลงอีกด้วย ดังนั้นจึงมีระบบที่เรียกว่า "คาเอดามะ" หรือการสั่งเส้นเพิ่มขึ้นมาเพื่อเอาใจแฟนๆ ราเม็งโดยเฉพาะ

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ ""เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ "ฮาคาตะราเม็ง" อะไรคือ "บาริคาตะ" "คาเอทามะ""

สภาพอากาศและเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวฟุกุโอกะ

เนื่องจากฟุกุโอกะตั้งอยู่ในภูมิภาคคิวชู ในฤดูร้อนจึงมีอากาศร้อนจัดสูงกว่า 30℃ แถมหลายวันยังมีอุณหภูมิสูงกว่า 35℃ อีกต่างจาก จึงควรระวังโรคลมแดดกันด้วยนะจ๊ะ... นอกจากนี้ แม้ในฤดูหนาวหลายคนอาจรู้สึกว่าอากาศยังอุ่นๆอยู่ก็จริง แต่เนื่องจากบางวันก็หนาวมากถึงขนาดหิมะตกเลยก็มีจึงขอแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมจะดีที่สุด

ส่วนในฤดูใบไม้ผลิบางวันก็คละคลุ้งไปด้วยทรายเหลือง ดังนั้น มาส์กจึงนับเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ก็มักจะมีลมแรงตลอดทั้งปีอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่เดินทางมาเที่ยวโมโมจิจึงควรนำอุปกรณ์กันลมมากันด้วยเนอะ

ข้อมูลอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

ค่าอาหารที่ใช้ระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นตกประมาณเท่าไหร่ต่อวันกันน้า? งั้นคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด
ค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น (ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านซูชิ)

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่แลกเงินเยนหรือเงินสกุลต่างประเทศก็สามารถใช้บริการแลกเงินตราต่างประเทศของธนาคารหรือตู้ ATM ตามเซเว่นอีเลฟเว่นได้เลยจ้า...
เวลาที่เงินสดไม่พอ! สถานที่4แห่งสำหรับแลกเงินในญี่ปุ่น

ในกรณีที่เงินสดหมดให้รีบหาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ PLUS เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถกดเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะค่ะ ^^
รู้ไว้ใช่ว่า ช็อปเพลินเงินหมดจะหาตู้กด ATM ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับใครที่อยากรู้วลีแสนสะดวกสำหรับใช้ตอนเข้าพักตามโรงแรมในญี่ปุ่นสามารถเข้าไปอ่านได้จากบทความดังต่อไปนี้
รวม 10 ภาษาญี่ปุ่น ที่สามารถใช้ได้ในโรงแรม!

นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นก็ยังมีบริการ「Japan Connected-free Wi-Fi」แสนสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยนะเออ... ยังไงก็ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเอาไว้ล่วงหน้ากันได้เลย
รวมจุดให้บริการ Japan Connected-free Wi-Fi ในญี่ปุ่น

จองตั๋วเข้าร่วมกิจกรรมฟุกุโอกะ & คุมาโมโตะ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners