Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

6 เรื่องต้องทำเมื่อมาย่านฮากาตะ (Hakata) ในฟุกุโอกะ (Fukuoka)

6 เรื่องต้องทำเมื่อมาย่านฮากาตะ (Hakata) ในฟุกุโอกะ (Fukuoka)

ฟุกุโอกะ (Fukuoka) 2018.06.24 บทความที่ชอบ

ย่านฮากาตะ (Hakata) ในฟุกุโอกะ (Fukuoka) เป็นศูนย์กลางความเจริญของคิวชูทั้งในด้านการเมือง การค้า และวัฒนธรรม ที่นี่มีวัฒนธรรมการกินเฉพาะตัวที่ทำให้นักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลมาไม่ขาด มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจให้ทำกันบ้าง

แปลโดย oh

เขียนโดย terawaki

Pin LINE

พูดถึงฮากาตะ (Hakata) ในฟุกุโอกะ (Fukuoka)

ฮากาตะ (*1) เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดฟุกุโอกะ ในภูมิภาคคิวชู เป็นเมืองขนาดกะทัดรัดที่เพียบพร้อมไปด้วยสนามบินนานาชาติ สถานีรถไฟ และท่าเรือ ในระยะรัศมี 2.5 กิโลเมตร ก่อนหน้านี้เพิ่งได้รับเลือกจากนิตยสาร Monocle ของประเทศอังกฤษ ให้เป็นอันดับที่ 14 ของการจัดอันดับ "25 เมืองที่อยู่อาศัยง่ายที่สุดของโลก"

นอกจากนี้ ยังขึ้นชื่อในด้านวัฒนธรรมการกินอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ฮากาตะราเม็ง หม้อไฟเครื่องใน หรือร้านอาหารแบบแผงลอย นักท่องเที่ยวที่มาเพื่อทานของอร่อยโดยเฉพาะเลยด้วยซ้ำ

เมืองฟุกุโอกะซึ่งครบครันทั้งในเรื่องการท่องเที่ยว อาหารการกินแสนอร่อย และการช็อปปิ้ง จนได้รับเลือกให้เป็นเมืองที่มาแล้วรู้สึกพอใจเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเช่นจีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน (ข้อมูลโดย Jalan Research Center) ครั้งนี้เราจะมาแนะนำถึงเสน่ฟ์ของฮากาตะกันค่ะ

*1 ฮากาตะ ในบทความนี้จะหมายถึงย่านใจกลางเมืองของเมืองฟุกุโอกะเท่านั้น อ่านเรื่องที่เที่ยวอื่นๆ ในฟุกุโอกะได้ที่นี่

1. ชิมอาหารท้องถิ่น : ราเม็ง หม้อไฟเครื่องใน หม้อไฟไก่

ฮากาตะราเม็ง

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

พูดถึงของกินขึ้นชื่อของฮากาตะ อย่างแรกที่อยากไปทานก็คือ "ฮากาตะราเม็ง (Hakata Ramen)"

หลายปีนี้ ร้านราเม็งของฮากาตะไปเปิดแฟรนไชส์ที่ต่างประเทศกันหลายเจ้าจนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย จุดเด่นของฮากาตะราเม็งคือ น้ำซุปขาวขุ่นซึ่งได้จากการเคี่ยวกระดูกหมูเป็นเวลานาน และบะหมี่เส้นเล็กเหนียวนุ่ม การสั่งคาเอดามะ (Kaedama) หรือเพิ่มเส้นมาใส่ในน้ำซุปที่เหลืออยู่ก็เป็นวิธีกินฮากาตะราเม็งให้อร่อยอีกวิธีเช่นกัน

ในตัวเมืองฟุกุโอกะมีร้านราเม็งอยู่มากมาย ที่เป็นที่นิยมกันมากก็ได้แก่ร้านที่มีสาขาใหญ่อยู่ที่ เทนจิน (Tenjin) ย่านร้านค้าของฟุกุโอกะ เช่นร้าน Shin-shin (ชินชิน) ซึ่งมีคนต่อแถวไม่ขาด กับร้าน Ippudo (อิปปุโด) ที่มีสาขากระจายอยู่มากกว่า 10 ประเทศ (มีเมนูภาษาต่างประเทศ)

มตสึนาเบะ หม้อไฟเครื่องใน

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

ถัดมาที่ต้องไม่พลาดคือ มตสึนาเบะ (Motsunabe)

มตสึนาเบะ เป็นอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของฮากาตะ ทำโดยเอามตสึ (เครื่องใน) ของหมูหรือวัวมาต้ม ปกติแล้วหม้อไฟมักจะทานตอนฤดูหนาว แต่ที่ฮากาตะนี้ทานกันตลอดทั้งปี ในเมืองมีร้านหม้อไฟอยู่มากมาย

หม้อไฟเครื่องในมีแคลลอรี่ต่ำ และยังมีผักเยอะด้วย จึงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ โดยทั่วไปราคาก็ไม่แพงมาก อยู่ที่ราว 1,000 เยนต่อคนเท่านั้นเอง (ราคาขึ้นอยู่กับร้าน)

กินเครื่องในกับผักหมดแล้ว ยังสามารถใส่เส้นลงในซุปที่เหลือ ลิ้มรสน้ำซุปจนถึงหยดสุดท้ายได้โดยไม่ให้เสียของเลย

ร้านที่ชาวฟุกุโอกะนิยมกันมากก็เช่น Motsunabe Ooyama (มตสึนาเบะ โอยามะ) มีร้านอยู่ที่ เทนจิน และสถานีฮากาตะ หรือร้าน Hakata Motsunabe Ikkei (ฮากาตะ มตสึนาเบะ อิคเค) ซึ่งขึ้นชื่อตรงที่เอาเครื่องในไปลนไฟก่อนด้วย

มิซุทากิ หม้อไฟไก่

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

มิซุทากิ (Mizutaki) เป็นอาหารหม้อไฟอีกอย่างที่นิยมกันมากในครัวเรือนของฮากาตะ หม้อไฟนี้จะประกอบไปด้วยไก่กับผักหั่นเป็นชิ้นๆ และน้ำซุปกระดูกไก่ที่ต้มจนขาวขุ่น

ก่อนอื่นให้เติมเกลือเล็กน้อย แล้วชิมความอร่อยของซุป ตามด้วยไก่และผัก ตบท้ายใส่ข้าวลงไปทำเป็นข้าวต้มก็เยี่ยมมาก

ร้านดังก็เช่น Hakata Suigetsu (ฮากาตะ ซุยเก็ตสึ) ที่กล่าวกันว่าเป็นต้นตำรับของมิซุทากิในฮากาตะ, Toriden (โทริเด็น) ซึ่งเพิ่งเปิดสาขาในกัวลาลัมเปอร์ไปเมื่อปี 2017 หรือ Hakata Ajidokoro Iroha (ฮากาตะ อาจิโดโกโร่ อิโรฮะ) ที่มีดาราแวะเวียนไปบ่อยๆ อย่าพลาดลองชิมอาหารพื้นเมืองของฮากาตะกันนะคะ

2. ค่ำแล้วก็ต้องทัวร์แผงลอย!

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

ที่ฮากาตะ พอตกเย็นก็จะมีคนลากรถเข็นมาต่อโน่นประกอบนี่ ไม่นานก็กลายเป็นร้านแผงลอย หรือ ยะไต (Yatai) ที่ขายอาหารหลากหลายตั้งแต่ราเม็ง เกี๊ยวซ่า ไก่ย่างเสียบไม้ยากิโทริ ไปจนอาหารฝรั่งเศส อาหารป่า และมีกระทั่งบาร์เหล้าด้วย

ร้านแผงลอยของฮากาตะได้รับความนิยมจากทั่วโลก แถมยังเป็นที่เดียวในญี่ปุ่นที่ติดอันดับ "10 เมืองร้านแผงลอยของเอเชีย" แผงลอยเหล่านี้กระจายเป็นกลุ่มอยู่ตามย่านต่างๆ ในเมือง เช่น เทนจิน (Tenjin), นาคาซุ (Nakasu) หรือ นากาฮามะ (Nagahama)

สำหรับมือใหม่ขอแนะนำร้านแผงลอยย่านเทนจิน แผงลอยที่นี่จะเรียงรายอยู่ข้างย่านการค้าและตึกสำนักงาน มีลูกค้าเป็นทั้งพนักงานบริษัทและคนหนุ่มสาว โดยมากจะราคาย่อมเยากำลังดี

ถ้าอยากได้บรรยากาศร้านแผงลอยแบบเต็มที่ก็ต้องที่นาคาซุ แผงลอยข้างแม่น้ำนาคาซุซึ่งอยู่ติดกับห้าง Canal City Hakata ที่นี่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนเลย

ส่วนนากาฮามะ คือย่านที่ได้ชื่อว่าเป็นถิ่นกำเนิดของ นากาฮามะราเม็ง (Nagahama Ramen) นอกจากร้านแผงลอยแล้วก็มีร้านราเม็งแบบนากาฮามะให้เลือกมากมาย คนชอบราเม็งไม่ควรพลาดเลย

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

ในร้านแผงลอย เจ้าของร้านกับลูกค้าจะใกล้ชิดกันมาก แป๊บเดียวก็สนิทกันได้แล้ว ใครที่อยากพูดคุยกับคนท้องถิ่นควรจะแวะมาร้านแผงลอยสักครั้ง แต่ระวังด้วยว่าหลายร้านอาจจะปิดถ้าสภาพอากาศไม่ดี

3. ไปลองชิมเบียร์กับเหล้าญี่ปุ่นกันแบบสดๆ!

ฮากาตะถือเป็นเมืองขนาดกะทัดรัด จึงมีสถานที่สำคัญหลายแห่งกระจุกอยู่ใกล้ๆ กัน ครั้งนี้ขอแนะนำสถานที่เกี่ยวกับเหล้า 2 แห่ง ที่เดินทางจากสถานีฟุกุโอกะไปได้อย่างสะดวกสบาย

Asahi Brewery Hakata

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : Asahi Brewery Hakata

เบียร์อาซาฮีถือเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างใหญ่มากในธุรกิจเบียร์ญี่ปุ่น โรงงานแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานีทาเคชิตะ (Takeshita) ห่างจากสถานีฟุกุโอกะไปเพียงสถานีเดียว ทัวร์ชมโรงงานเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาก หลังการเยี่ยมชมโรงงานที่ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ก็จะเป็นช่วงชิมเบียร์ ซึ่งเราสามารถลิ้มลองความอร่อยของเบียร์ที่เพิ่งทำเสร็จหมาดๆ ตอนนั้นได้เลย ลองดูข้อมูลได้ที่บทความ "ลองชิมเบียร์กลั่นสดๆ!!! ที่โรงงานเบียร์อาซาฮี ฮากาตะ"

Hakata Hyakkunenkura

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

จากบทความ "เพลิดเพลินกับเหล้ารสชาติพื้นบ้านของฮากาตะ ฟุกุโอกะ ที่ Hakata Hyakkunenkura (ฮากาตะ เฮียกคุเน็นคุระ)"

ถ้าพูดถึงเหล้าของญี่ปุ่น จะไม่พูดถึงสาเกญี่ปุ่นได้อย่างไร หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าฮากาตะก็ถือเป็นแหล่งผลิตเหล้าชื่อดังแห่งหนึ่งเหมือนกัน ในตัวเมืองก็มีโรงเหล้าอยู่ไม่น้อย

ขึ้นรถไฟใต้ดินจากสถานีฮากาตะไปหนึ่งสถานี ลงที่สถานี Gion แล้วเดินไปประมาณ 10 นาที เราก็จะมาถึง Hakata Hyakkunenkura (ฮากาตะ เฮียกคุเน็นคุระ) ตัวอาคารมีอายุกว่า 140 ปี ได้รับการบันทึกให้เป็นสมบัติแห่งชาติ ด้านในมีร้านขายตรงของโรงเหล้าด้วย

นอกจากเหล้าที่ผลิตเองจากโรงเหล้าที่นี่ ในร้านยังมีขายเหล้าบ๊วยที่ดองด้วยเหล้าสาเก หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบสปาร์คกลิ้งที่ใช้สตรอเบอร์รี่พันธุ์พิเศษของฮากาตะ "ฮากาตะ อามาโอ" ทดลองชิมได้ด้วยนะคะ ลองดูรายละเอียดได้จากบทความด้านล่างนี้เลย

4. ศูนย์รวมปลาสด ตลาดยานากิบาชิ

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : Yanagibashi Market

ตลาดยานากิบาชิ (Yanagibashi Market) เหมือนเป็น "ห้องครัวของฮากาตะ" ที่ช่วยค้ำจุนปากท้องคนฮากาตะมานาน ที่นี่มีวัตถุดิบสดใหม่มากมายโดยเน้นไปที่อาหารทะเล จึงมีพ่อครัวจากร้านอาหารต่างๆ มาซื้อขายกันคึกคักทุกวัน

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

ภายในอาเขตความยาวประมาณ 100 เมตรนี้มีร้านค้ารวมกันกว่า 50 ร้าน เราสามารถเดินช้อปปิ้ง ซื้อคามาโบโกะหรือเทมปุระทานตรงนั้นเลย หรือจะแวะไปทานข้าวหน้าซีฟู้ด ไคเซ็นด้ง ที่ร้านอาหารในตลาดก็ได้ ได้ทั้งทานทั้งช้อปปิ้งครบไปเลย

ทุกวันพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือนจะมีงานสมนาคุณประจำเดือนให้ลุ้นบัตรช้อปปิ้ง และวันเสาร์ของทุกสัปดาห์ก็จะมี "ตลาดยานากิบาชิเซ็นเกียวประจำวันเสาร์" ซึ่งแต่ละร้านจะขายสินค้าพิเศษจำนวนจำกัดอีกด้วย

Yanagibashi Rengo Market

ดูข้อมูล

5. มาเดินทัวร์ย้อนรอยประวัติศาสตร์กันดีกว่า!

ฮากาตะมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติมาตั้งแต่สมัยก่อน ที่นี่มีวัดกับศาลเจ้าเก่าแก่อยู่หลายแห่งไม่แพ้เกียวโตหรือนาราเลย

ศาลเจ้าคุชิดะ

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

ขึ้นรถไฟใต้ดินลงสถานีนาคาซุ คาวาบาตะ (Nakasu-Kawabata) หรือสถานีกิอง (Gion) เดินไป 8 นาทีก็จะเจอศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Shrine) ซึ่งบวงสรวง เทพประจำเมืองฮากาตะมาแต่โบราณ เป็นเทพที่ให้พรด้านการค้าขายรุ่งเรือง และอายุยืนยาวด้วย

ภายในศาลเจ้ามีจัดแสดง "คาซาริยามะ" (*1) ที่ใช้ในงานเทศกาลฮากาตะ กิอง ยามาคาสะ (Hakata Gion Yamakasa) เทศกาลฤดูร้อนของฮากาตะ เกี้ยวซึ่งประดับประดาอย่างสวยงามโดยฝีมือช่างทำตุ๊กตาฮากาตะนี้ควรค่าแก่การแวะไปชมอย่างแน่นอน

*1 ... คาซาริยามะ : เกี้ยว หรือรถลากสำหรับใช้แห่ในงานเทศกาลฮากาตะกิองยามาคาสะ ตกแต่งอย่างสวยงาม มีความสูงมากกว่า 10 เมตร

วัดโทโจจิ

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

เมื่อปี 806 พระคูไค (โคโบไดชิ) ผู้สำเร็จการศึกษาธรรมจากอาณาจักรถัง ประเทศจีน ได้ก่อตั้งวัดโทโจจิ (Tocho-ji Temple) นี้ขึ้นมา ภายในวัดมีเจดีย์ห้าชั้นสีแดงงดงาม กับพระพุทธรูปใหญ่ฟุกุโอกะซึ่งมีความสูงถึง 10.8 เมตร ใกล้ๆ กันยังมีวัดโชฟุคุจิ (Shofuku-ji Temple)" ซึ่งเป็นวัดนิกายเซนแห่งแรกของญี่ปุ่น รวมทั้งวัดโจเทนจิ (Joten-ji Temple) ที่กล่าวกันว่าเป็นต้นกำเนิดของอุด้งกับโซบะอีกด้วย ใครที่ชอบชมวัดชมศาลเจ้าก็ไม่อยากให้พลาดเลย

6. ใช้เวลาไม่มากก็ไปได้หลายที่! ช้อปปิ้งกันที่ฮากาตะ

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

ฮากาตะยังเป็นศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคิวชูอีกด้วย ย่านสถานีฟุกุโอกะและย่าน Tenjin มีที่ให้ช้อปปิ้งมากมาย เช่น ห้างสรรพสินค้า (อย่างเช่น Iwaya (ห้างอิวายะ), Fukuoka Mitsukoshi (ห้างฟุกุโอกะ มิตสึโคชิ), Hakata Hankyu (ห้างฮากาตะฮันคิว)) ที่มีตั้งแต่ร้านขายของพื้นเมืองของฮากาตะเอง ไปจนถึงร้านแบรนด์ดัง หรือห้าง Canal City Hakata ซึ่งมีทั้งโรงหนัง โรงละคร โรงแรม และศูนย์การค้า

ถ้าอยากดูแฟชั่นใหม่ๆ หรือเลือกซื้อของฝาก ฮากาตะนี่แหละที่ให้คุณได้ช้อปปิ้งหลายที่อย่างจุใจแต่ประหยัดเวลาจนคุ้มได้เลย

แหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจจะแนะนำอยู่ในบทความนี้แล้ว อย่าลืมไปอ่านเก็บข้อมูลกันค่ะ

จะสนุกกับฮากาตะให้เต็มที่ต้องค้างอย่างน้อย 1 คืน!

เสน่ห์ของฮากาตะอยู่ที่ความเป็นเมืองขนาดกะทัดรัด มีเวลาสักวันก็สามารถวนเที่ยวได้หลายที่แล้ว

แต่ร้านแผงลอยเปิดเฉพาะเวลาค่ำ ถ้ามีโอกาสมาฮากาตะทั้งทีก็อยากให้สนุกเต็มที่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลย อย่างน้อยจึงควรค้างสักคืนเป็นอย่างต่ำ

พักนี้เริ่มมีเกสต์เฮาส์สวยๆ ราคาประหยัดเปิดกันหลายแห่ง วางแผนดีๆ ก็เที่ยวในราคาไม่แพงได้ไม่ยากเลย

ฤดูน่าเที่ยวคือตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงต้นหน้าร้อน

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ (งานเทศกาล Hakata Dontaku)

ฮากาตะอยู่ติดฝั่งทะเลญี่ปุ่น แต่สภาพอากาศจะเป็นแบบฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคซึ่งมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี ซึ่งบางทีหน้าหนาวก็จะอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ด้วยเหมือนกัน

ฤดูท่องเที่ยวที่แนะนำคือฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูร้อน (เดือนเมษายนถึงกรกฎาคม) เดือนพฤษภาคมจะมีงานเทศกาล Hakata Dontaku (ฮากาตะ ดงตาคุ) ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกว่าสองล้านคน และเดือนกรกฎาคมมีงานเทศกาล Hakata Gion Yamakasa เวลาวางแปลนเที่ยวก็ลองจัดเวลาให้ตรงกับสองงานเทศกาลใหญ่นี้ดูก็ได้

วิธีเดินทางจากโตเกียวไปฮากาตะ

เครื่องบิน
จากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินฟุกุโอกะ นอกจากสายการบิน ANA กับ JAL แล้ว ตอนนี้ยังมีสายการบินอื่นๆ เช่น Star Flyer หรือ Skymark Airlines วันหนึ่งจึงมีเที่ยวบินให้เลือกเดินทางได้มากกว่า 50 เที่ยวทีเดียว เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าเดินทางตั้งแต่หนึ่งหมื่นเยนไปจนถึงสี่หมื่นกว่าเยน ถ้าจองเที่ยวเช้าตรู่ก็จะมีส่วนลดด้วย

จากสนามบินนาริตะไปสนามบินฟุกุโอกะมีสายการบินแบบโลว์คอสต์ของ Jetstar และ peach ให้บริการ ค่าตั่วโดยมากก็ไม่เกินหมื่นเยน จึงสามารถเดินทางไปในราคาประหยัด แต่อย่าลืมว่าการเดินทางจากตัวเมืองโตเดียวมาสนามบินนาริตะ รถบัสหรือรถไฟต้องใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง ค่าเดินทางก็ต้องบวกไปอีก 1,000 - 5,000 เยนด้วย

ชินคันเซ็น
รถไฟชินคันเซ็นจะใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวไปฮากาตะประมาณ 5 ชั่วโมง ค่าเดินทางเฉพาะขาไปตกอยู่ที่ 22,950 เยน (กรณีจองที่นั่ง) ซึ่งบางทีจะแพงกว่าเครื่องบินด้วยซ้ำ

แต่ชินคันเซ็นจะผ่านเมืองอื่นเช่น เกียวโต โอซาก้า โกเบ หรือฮิโรชิม่าด้วย น่าจะเหมาะกับคนที่อยากแวะเที่ยวตามรายทาง เวลาขึ้นชินคันเซ็นอย่าลืมว่าต้องมีตั๋วขึ้นรถไฟกับตั๋วพิเศษของชินคันเซ็นด้วย

เดินทางง่ายๆ และสะดวกสบายในเมืองฟุกุโอกะด้วยรถประจำทาง รถไฟใต้ดิน หรือรถจักรยาน

6 เรื่องที่ต้องทำเมื่อมาฮากาตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฟุกุโอกะ

รถประจำทาง
การเดินทางที่สะดวกที่สุดในเขตใจกลางเมืองฮากาตะคือใช้รถบัสประจำทาง Junkan Bus หรือ Circular Route Bus สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำในคราวนี้สามารถใช้รถประจำทางนี้ไปถึงได้เกือบหมด ค่าโดยสายก็เหรียญเดียวตลอดสาย (100 เยนต่อการขึ้นรถหนึ่งครั้ง) ถือว่าคุ้มมาก

รถไฟใต้ดิน
จากสนามบินฟุกุโอกะมาถึงสถานีฮากาตะห่างกันเพียงสองสถานี จะไปย่านใจกลางเมืองอย่างเทนจิน หรือนาคาซุ ก็ใช้รถไฟใต้ดินไปได้ทั่วถึง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 เริ่มให้บริการตั๋ว "Fukuoka City Subway 2 Day Pass" (720 เยน) สำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะอีกด้วย

ตั๋วนี้สามารถซื้อได้ที่สนามบินฟุกุโอกะ, สนามบินฮากาตะ, ศูนย์นักท่องเที่ยวเทนจิน (Tenjin Tourist Information Center) หรือศูนย์นักท่องเที่ยวฮากาตะ (Hakata Tourist Information Center) รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการ

รถจักรยาน
ฮากาตะเป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีเนิน จึงเหมาะกับการเที่ยวด้วยรถจักรยานด้วย ตอนนี้เริ่มมีให้บริการ Bicycle-sharing system (รถจักรยานเช่าสาธารณะ) เช่น COGICOGI หรือ MERCHARI ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก

ฮากาตะ เมืองที่คุณจะอยากกลับมาอีก

ฮากาตะยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งเป็นที่นิยมและได้รับการจับตามองทั้งจากในและนอกประเทศ ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกคนได้แวะมาเที่ยวสักครั้ง

เชื่อว่าใครที่มาแล้วก็จะหลงเสน่ห์จนอยากมาอีกเป็นครั้งที่สองครั้งที่สามแน่ๆ นอกจากนี้ จากฮากาตะ เรายังสามารถเดินทางไปยังเมืองอื่นเช่น นางาซากิ, โออิตะ หรือคุมาโมโตะได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะกับใช้เป็นศูนย์กลางสำหรับเที่ยวภูมิภาคคิวชู

ฮากาตะเป็นเมืองที่น่าสนใจถึงขนาดนี้ อย่าลืมมาสัมผัสเสน่ห์ของที่นี่ด้วยตัวเองกันนะคะ

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE