Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

10 สถานที่ชมซากุระในคิวชู กับบรรยากาศซากุระที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งธรรมชาติ

10 สถานที่ชมซากุระในคิวชู กับบรรยากาศซากุระที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งธรรมชาติ

คุมาโมโตะ (Kumamoto) 2019.03.11 บทความที่ชอบ

ถ้าใครมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิต้องมาชมซากุระให้ได้! บทความแนะนำแหล่งท่องเที่ยวชมซากุระทั้งที่เป็นที่นิยม และที่สุดลับแบบบอกต่อกันเฉพาะในคิวชูอย่าง ฟุกุโอกะ คุมาโมโต้ ซากะ มิยาซากิ และนางาซากิ อย่าลืมมาชมซากุระสีสันสดใสในคิวชูกันให้ได้นะคะ

แปลโดย lalilali

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

มาชมซากุระที่คิวชูกันเถอะ

ภูมิภาคคิวชูตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นโดยยเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นภูมิภาคที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและมีอากาศอบอุ่น ในฤดูดอกซากุระผลิบาน แต่ละพื้นที่จะมีทัศนียภาพที่หลากหลายให้เราได้ชมกัน

ในครั้งนี้เราจะพาไปชมสถานที่ชมซากุระในภูมิภาคคิวชูที่คัดสรรมาแล้วว่ามีวิวที่สวยและเป็นเอกลักษณ์ 10 แห่ง วิวซากุระแบบนี้รับรองว่าหาที่ไหนไม่ได้ในภูมิภาคคันโตอย่างแน่นอน

วันที่ซากุระเริ่มบานวันแรก และวันที่ซากุระบานเต็มที่

ในทุกๆปี ดอกซากุระของภูมิภาคคิวชูจะเริ่มบานตามช่วงเวลาดังนี้

วันเริ่มบานวันที่บานเต็มที่
ฟุกุโอกะ23 มีนาคม1 เมษายน
คุมาโมโตะ23 มีนาคม1 เมษายน
คาโกชิมะ26 มีนาคม4 เมษายน
นางาซากิ24 มีนาคม3 เมษายน
ซากะ24 มีนาคม3 เมษายน
โออิตะ24 มีนาคม3 เมษายน
มิยาซากิ24 มีนาคม2 เมษายน

สารบัญ

1. ไฟประดับแสนสวยที่ "สวนไมซุรุ" (ฟุกุโอกะ)
2. "ปราสาทคุมาโมโต้" ปราสาทที่เปี่ยมด้วยพลัง (คุมาโมโต้)
3. ชมทิวทัศน์กว้างสุดสายตาที่ "สวนเซ็นกังเอ็น" (คาโกชิมะ)
4. ซากุระที่สวยเหมือนดั่งดอกกุหลาบที่ "สวนโอมุระ" (นางาซากิ)
5. "สวนมิฟุเนะยามะระคุเอ็น" เปิดสู่โลกที่กว้างใหญ่กับทิวทัศน์ที่แสนสนุก (ซากะ)
6. ทะเลซากุระในเวิ้งหุบเขา ณ "วัดอิชชินจิ" (โออิตะ)
7. "สุสานโบราณไซโตะบารุ" ชมซากุระพร้อมกับวิวสุดสายตา (มิยาซากิ)
8. ชมซากุระผ่านวิวจากหน้าต่าง "รถจักรไอน้ำเอสแอลฮิโตะโยชิ" (คุมาโมโตะ)
9. "อิชชินเกียว โนะ ไดซากุระ" ต้นซากุระยักษ์ที่ล้อมรอบไปด้วยดอกเรปซีด (คุมาโมโตะ)
10. "สวนดารุมิซึ" อุโมงค์ดอกซากุระยาวถึง 2 กิโลเมตร (มิยาซากิ)

1. ไฟประดับแสนสวยที่ "สวนไมซุรุ" (ฟุกุโอกะ)

Picture courtesy of Fukuoka City

สวนไมซุรุ (Maizuru Park) เป็นสวนชมซากุระที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุโอกะ นอกจากจะมีซากุระให้ชมแล้ว ในฤดูกาลอื่นๆก็มีดอกไม้และต้นไม้สวยงามต่างๆให้เพลิดเพลินได้ตลอดปี พร้อมกับทิวทัศน์ที่มีซากปราสาทอยู่ตรงกลางของสวนแห่งนี้ด้วย

ถึงปราสาทฟุกุโอกะแห่งนี้จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 400 ปี แต่ก็ยังเข้ากับบรรยกาศในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ในช่วงใบไม้ผลิ จะมีการจัดเทศกาลชมซากุระปราสาทฟุกุโอกะ (Fukuoka-jo Sakura Matsuri) อีกด้วย

ในช่วงจัดงาน จะมีการจัดแสดงไฟประดับ มีร้านค้าต่างๆมาเปิดขายกันคึกคัก รวมถึงมีอีเวนท์พิเศษต่างๆอีกมากมายที่จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเทศกาลนี้

สวนไมซุรุ (Maizuru Park)

ที่อยู่ : 1 Jonai, Chuo, Fukuoka Google Maps
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินฟุกุโอกะ ลงสถานีอากะสากะ (Akasaka Station) หรือ สถานีโอโฮริโคเอ็ง (Ohori-kouen Station) แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ : 9:00 - 19:00
เว็บไซต์ : https://www.midorimachi.jp/maiduru/abouts/ (ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.midorimachi.jp/maiduru/file/panf_en.pdf (ภาษาอังกฤษ)

2. "ปราสาทคุมาโมโตะ" ปราสาทที่เปี่ยมด้วยพลัง (คุมาโมโตะ)

Picture courtesy of Kumamoto Castle General Office

จังหวัดคุมาโมโตะเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และล้อมรอบด้วยภูเขาไฟอะโซะ นอกจากนี้ยังมีปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) ที่เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่น ตั้งตระหง่านผ่านเหตุการณ์สำคัญต่างๆมานานถึง 400 ปี

ถึงแม้ว่าภายในบริเวณของปราสาทจะดูเคร่งขรึม และมีปราสาทสูงใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น แต่เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิก็จะเต็มไปด้วยสีชมพูของซากุระที่ผลิบาน เปลี่ยนบรรยากาศให้สวยงามน่าชมไปพร้อมๆกัน

*เนื่องด้วยผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018 ทำให้บริเวณบางส่วนไม่สามารถเปิดให้เข้าชมได้ และทำให้เส้นทางชมซากุระมีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์โดยตรง

3. ชมทิวทัศน์กว้างสุดสายตาที่ "สวนเซ็นกังเอ็น" (คาโกชิมะ)

【最新版】大自然と桜の絶景にうっとり。九州地方の桜の名所10選

Picture courtesy of Meishou Sengan-en

จังหวัดคาโกชิมะมีจังหวัดที่มีภูเขาไฟซากุระจิมะ (Sakura-jima) ตั้งอยู่ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังคงมีการปะทุอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีชื่อซากุระติดอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีซากุระให้ได้ชมเหมือนกับชื่อ (ในสมัยก่อนที่เกิดการปะทุครั้งใหญ่นั้น ว่ากันว่ารอบภูเขาไฟซากุระจิมะ มีกลีบดอกซากุระลอยบนผิวน้ำทะเลเต็มไปหมด จึงเป็นที่มาของชื่อนี้นั่นเอง)

แต่ถ้าอยากชมซากุระที่คาโกชิมะแล้วหล่ะก็ แนะนำว่าต้องไปที่ สวนเซ็นกังเอ็น (Sengan-en) สวนแห่งนี้แต่เดิมเคยเป็นที่อยู่ของไดเมียวตระกูลชิมะซึ (Shimadzu family) และด้วยความกว้างถึง 50,000 ตารางเมตร ทำให้สามารถชมความสวยงามของธรรมชาติภายในสวนพร้อมๆไปกับวิวภูเขาไฟซากุระจิมะได้ในคราวเดียวกัน

ภายในสวนนั้น มีบริการร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกอยู่ นอกจากนี้ถัดไปข้างๆจะมีโรงงานที่มีชื่อด้านการทำเครื่องแก้ว ซัทซึมะคิริโกะ (Satsuma-Kiriko) อยู่ และสามารถเข้าไปชมภายในได้ด้วย

สวนเซ็นกังเอ็น (Sengan-en)

ที่อยู่ : 9700-1 Yoshino-cho, Kagoshima Google Maps
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR ลงสถานีคาโกชิมะชูโอ (Kagoshima-Chuo) ให้ออกไปทางออกด้านตะวันออกเบอร์ 7 แล้วขึ้นรถบัสต่ออีกประมาณ 15 นาที (190 เยน) แล้วลงที่ป้ายเซ็นกังเอ็นมาเอะ (Senganen-mae) จะถึงทางเข้าสวนทันที
เวลาทำการ : 8:30 - 17:30
ค่าเข้า :
1. เข้าชมบริเวณสวน พิพิธภัณฑ์ และบ้านประจำตระกูล ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 1,300 เยน เด็ก (6-15 ปี) 650 เยน
2. เข้าชมบริเวณสวน และพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 1,000 เยน เด็ก (6-15 ปี) 500 เยน
เว็บไซต์ : https://www.senganen.jp/en/

4. ซากุระที่สวยเหมือนดั่งดอกกุหลาบที่ "สวนโอมุระ" (นางาซากิ)

Picture courtesy of Omura City of Tourist and Convention Association

สวนโอมุระ (Omura Park) ตั้งอยู่ในจังหวัดนางาซากิ ซึ่งเป็นสวนที่ขึ้นชื่อเรื่องการชมซากุระแห่งหนึ่ง นอกจากนี้สวนแห่งนี้ยังมี "โอมุระซากุระ" ที่เป็นอนุสาวรีย์ทางธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นอยู่ด้วย นอกจากความพิเศษนี้แล้วยังมี ซากุระอีก 21 สายพันธุ์ ประมาณ 2,000 ต้น ที่พร้อมผลิบานย้อมสวนแห่งนี้ให้กลายเป็นสีชมพูอยู่อีกมากมาย

ความพิเศษของโอมุระซากุระนั้นคือ ดอกไม้จะบานซ้อนกัน 2 ชั้น และมีจำนวนกลีบดอกและกลีบเลี้ยงที่มากกว่าดอกซากุระพันธุ์อื่นๆ

ตามปกติแล้วดอกซากุระทั่วไปจะมีกลีบเลี้ยง 5 ใบ แต่โอมุระซากุระมีถึง 10 ใบ ส่วนกลีบดอกจะมีอย่างน้อย 60 ใบ บางดอกก็มีมากถึง 200 ใบเลยทีเดียว เสน่ห์ของมันอยู่ที่ความงดงามที่ทำให้นึกถึงดอกกุหลาบ นับเป็นดอกซากุระสายพันธุ์แปลกที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นกันง่ายๆ

และแน่นอนว่าที่สวนโอมุระแห่งนี้ก็มีโอมุระซากุระปลูกอยู่ประมาณ 300 ต้น ให้เราได้ชมความงดงามกันอย่างเพลิดเพลินเลย

สวนโอมุระ (Omura Park)

ที่อยู่ : 1 Chome 45-3 Kushima, Omura, Nagasaki Google Maps
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สายโอมุระ (Omura line) ลงสถานีโอมุระ (Omura) ขึ้นรถบัสสายที่มุ่งหน้าไปมุไคโคบะอิริกุจิ (Mukaikoba-Iriguchi) ประมาณ 5 นาที (140 เยน) แล้วลงที่ป้ายโคเอ็นอิริกุจิ (Kouen Iriguchi)
เว็บไซต์ : https://www.city.omura.nagasaki.jp/english/festivals/parks/omura.html (ภาษาอังกฤษ)

5. "สวนมิฟุเนะยามะราคุเอ็น" เปิดสู่โลกที่กว้างใหญ่กับทิวทัศน์ที่แสนสนุก (ซากะ)

Picture courtesy of Mifuneyama Kanko Hotel

สวนมิฟุเนะยามะราคุเอ็น (Mifuneyama-Rakuen) ตั้งอยู่ในจังหวัดซากะ สวนสาธารณะแห่งนี้มีขนาดใหญ่ถึง 50 เฮกเตอร์ ทำให้สามารถดื่มด่ำกับความงดงามทางธรรมชาติที่เปล่งประกายงดงามได้อย่างเต็มที่

ในฤดูใบไม้ผลิ ที่สวนแห่งนี้จะมีบรรยากาศชวนฝันของดอกไม้หลากสีจากต้นซากุระ 2,000 ต้นและกุหลาบพันปีที่มีมากกว่า 2 แสนต้น

เทศกาลฮานะมัตสึริ เทศกาลชมดอกไม้ที่จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนเมษายน จะมีการจัดแสดงไฟประดับของดอกซากุระ ส่วนกลางเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะเป็นการจัดแสดงไฟประดับของกุหลาบพันปี ดอกฟูจิ (ดอกวิสทีเรีย) และฮารุโมมิจิ (ใบโมมิจิสีเขียวที่สามารถชมได้ในช่วงต้นฤดูร้อน)

เนื่องจากภายในสวนมีร้านอาหารและร้านน้ำชาจึงสามารถนั่งผ่อนคลายได้ตลอดทั้งวัน และยังมี จิคุรินเทอิ ที่พักแบบเรียวกังให้เราได้พักค้างคืนภายในสวนได้อีกด้วย
เนื่องจากภายในสวนมีร้านอาหารและร้านน้ำชาจึงสามารถนั่งผ่อนคลายได้ตลอดทั้งวัน และยังมีชิคุรินเท (Chikurintei) ที่พักแบบเรียวกังที่สามารถพักค้างคืนภายในสวนได้อีกด้วย

ที่ชิคุรินเท สามารถนั่งชมบรรยากาศของสวนภายในห้องแบบญี่ปุ่นบนเสื่อตาตามิที่ บาร์น้ำชา (Chaya Bar) แห่งนี้ได้ตลอดเวลา

สวนมิฟุเนะยามะระคุเอ็น

ที่อยู่ : 4100 Takeo, Takeo-cho, Takeo, Saga Google Maps
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สายซาเซโบะ (Sasebo line) ลงสถานีทาเคโอออนเซ็น (Takeo-Onsen) แล้วนั่งแท็กซี่ต่ออีก 5 นาที ราคาประมาณ 1,000 เยน
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 200 เยน
*ค่าเข้าชมช่วงวันที่ 17 มีนาคม - 14 เมษายน ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 250 เยน และตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน -7 พฤษภาคม ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 300 เยน
เว็บไซต์ : https://www.chikurintei.jp/th/ (ภาษาไทย)

6.ทะเลซากุระในเวิ้งหุบเขา ณ "วัดอิชชินจิ" (โออิตะ)

【最新版】大自然と桜の絶景にうっとり。九州地方の桜の名所10選

Picture courtesy of Isshin-ji

ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบผจญภัยเล็กๆ เพราะว่าสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างจะเดินทางลำบาก และมีค่าใช้จ่ายประมาณนึง แต่ถ้าได้เห็นความสวยงามของซากุระนั้นก็แทบจะลืมความเหนื่อยกันไปเลย

วัดอิชชินจิ (Isshin-ji Temple) ตั้งอยู่ในจังหวัดโออิตะ เป็นพื้นที่ราบระหว่างภูเขาที่โอบล้อมอยู่ ซึ่งบริเวณนี้จะมีต้นซากุระอยู่เต็มพื้นที่ กว้างขวางราวกับ ทะเลซากุระ ทั้งความสวยงามและความกว้างใหญ่ของพื้นที่นั้นให้ความรู้สึกราวกับเป็นสวนของโลกใบนี้เลยทีเดียว ในช่วงซากุระบานจะมีร้านรวงต่างๆ และมีคนมากมายไปชมซากุระกันอย่างคึกคัก

วัดอิชชินจิ (Isshin-ji Temple)

ที่อยู่ : 1305 Tsukano, Mekuzuni, Oita, Oita Google Maps
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR ลงสถานีโออิตะ (Oita) ด้านหน้าสถานีจะมีป้ายรถบัส ให้ขึ้นสายที่วิ่งไปทางโทกิวะวาซาดะทาวน์ (Tokiwa Wasada town) นั่งประมาณ 20 นาที (330 เยน) แล้วลงที่ป้ายโทกิวะวาซาดะทาวน์ หลังจากนั้นให้นั่งแท็กซี่ต่อไปอีกประมาณ 10 นาที (ประมาณ 2,000 เยน) จะถึง หรือจากสถานีรถไฟโออิตะโดยตรง นั่งรถส่วนตัวประมาณ 40 นาที
เวลาทำการ : 8:00 - 18:00
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็กต่ำกว่า 12 ปี 200 เยน
เว็บไซต์ : http://issinnji.jp/index.html (ภาษาญี่ปุ่น)

7. "สุสานโบราณไซโตะบารุ" ชมซากุระพร้อมกับวิวสุดสายตา (มิยาซากิ)

Picture courtesy of Saito City Tourism Association

เมืองไซโตะ (Saito) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของจังหวัดมิยาซากิ มีพื้นที่ทางการเกษตรมากมาย และเป็นเมืองที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่มากตั้งแต่ช่วงยุคเก่าไปจนถึงช่วงยุคกลาง

แต่สิ่งที่น่าหลงใหลของเมืองนี้คือ ดอกไม้ ในสวนที่มีประวิตศาสตร์มาอย่างยาวนานอย่าง สุสานโบราณไซโตะบารุ (Saitobaru Burial Mounds) แห่งนี้ จะมีสุสานโบราณตั้งอยู่มากมาย และยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับในฤดูใบไม้ผลิที่จะมีดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสดกับดอกคอสมอสสีชมพูบานสดใสอยู่เต็มสวน

และแน่นอนว่าไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ ดอกซากุระ ในสุสานโบราณแห่งนี้จะมีลานกว้าง โกะเรียวฮากามาเอะ (Goryohakamae) เป็นจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อ เพราะจะเห็นบรรยากาศของต้นซากุระกว่า 2,000 ต้น และต้นนาโนะฮานะอีกกว่า 300,000 ต้น ในคราวเดียวกัน

ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน จะมีเทศกาลดอกไม้ไซโตะบารุ (Saitobaru Hana Matsuri) และสามารถชมไฟประดับพร้อมดอกซากุระได้ในช่วงกลางคืนอีกด้วย

สุสานโบราณไซโตะบารุ

ที่อยู่ : Miyake, Saito, Miyazaki Google Maps
การเดินทาง : จากสถานีมิยาซากิ (Miyazaki) รถไฟ JR นั่งรถยนต์ประมาณ 50 นาที หรือจากสถานีมิยาซากิ เดินประมาณ 10 นาที ไปขึ้นรถบัสที่ป้ายมิยะโค ทาจิบานะโดริชิเต็นมาเอะ (Miyako tachibana-dori shitenmae) ขึ้นรถบัสของมิยาซากิโคซือบัส (Miyazaki-Kotsu bus) ที่มุ่งหน้าไปยัง ไซโตะบัสเซ็นเตอร์ (Saito Bus Center) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (1,020 เยน) ลงที่ป้ายสุดท้าย ไซโตะบัสเซ็นเตอร์ แล้วนั่งแท็กซี่ต่ออีกประมาณ 10 นาที (ประมาณ 1,200 เยน)
เว็บไซต์ : http://mppf.or.jp/saito/ (ภาษาญี่ปุ่น)

8. ชมวิวซากุระผ่านหน้าต่าง "รถจักรไอน้ำเอสแอลฮิโตะโยชิ" (คุมาโมโตะ)

【最新版】大自然と桜の絶景にうっとり。九州地方の桜の名所10選

Picture courtesy of Hitoyoshi City

สมัยนี้แค่จะหานั่งรถจักรไอน้ำก็ว่ายากแล้ว แต่ที่คุมาโมโตะมีทั้งรถจักรไอน้ำ (SL Hitoyoshi) ให้นั่งแล้วก็ดูซากุระไปพร้อมกันเลย

ประสบการณ์สุดแสนพิเศษนี้เริ่มจากสถานีรถไฟคุมาโมโตะ (Kumamoto) ไปจนถึงสถานีฮิโตโยชิ (Hitoyoshi) เป็นเวลาร่วมๆ 2 ชั่วโมง ที่เราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการนั่งรถไฟขบวนหัวรถจักรไอน้ำ พร้อมกับชมซากุระที่เรียงรายอยู่ตามริมแม่น้ำไปจนสุดสายตา นอกจากนั้นภายในขบวนรถไฟยังมีข้าวกล่องเอกิเบ็น ไอศกรีมผสมโชจู และของกินอื่นๆ ขายด้วย

เนื่องจากเป็นที่นั่งแบบจองทั้งหมด จึงขอแนะนำว่าให้ทำการจองล่วงหน้ามาก่อน ส่วนอัตราค่าโดยสาร จากสถานีคุมาโมโตะไปสถานีฮิโตะโยชิ นั่งขาเดียว ผู้ใหญ่ราคา 2,640 เยน เด็ก 1,320 เยน การจองสามารถจองผ่านโทรศัพท์ หรือโดยตรงที่จุดขายตั๋วของสถานีรถไฟ JR ทั่วประเทศ (Midori no Madoguchi) สามารถจองล่วงหน้าได้ 1 เดือนเท่านั้น และเนื่องจากมีขบวนรถไฟให้บริการน้อย แนะนำว่าให้ซื้อตั๋วสำหรับขากลับไว้พร้อมกันเลยจะดีกว่า

วันทำการเดินขบวนรถจักรไอน้ำมีเวลาที่จำกัด สามารถตรวจสอบตารางเดินรถไฟได้ที่ เว็บไซต์ SL Hitoyoshi

รถจักรไอน้ำเอสแอลฮิโตโยชิ

สถานที่ขึ้นรถไฟ : ขึ้นรถไฟได้ที่สถานีคุมาโมโตะ (Kumamoto) รถไฟ JR ไปจนถึงสถานีปลายทางฮิโตะโยชิ (Hitoyoshi) รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
เบอร์โทรศัพท์สำหรับจองที่นั่ง : 050-3786-3489 (ศูนย์บริการรับจองทางโทรศัพท์ของการรถไฟ JR คิวชู)

9. "อิชชินเกียว โนะ ไดซากุระ" ต้นซากุระยักษ์ที่ล้อมรอบไปด้วยดอกเรปซีด (คุมาโมโตะ)

【最新版】大自然と桜の絶景にうっとり。九州地方の桜の名所10選

Picture courtesy of Minamiaso Village

ณ ที่แห่งนี้มีต้นซากุระขนาดใหญ่เพียงต้นเดียวที่บานสะพรั่งอยู่ท่ามกลางต้นนาโนะฮานะมากมายนานนับ 400 ปี มาแล้ว ด้วยผลกระทบจากฟ้าผ่าและพายุตั้งแต่อดีตทำให้ลำต้นด้านล่างของซากุระแยกออกเป็นสองฝั่งคล้ายนกกางปีก เพราะโดนทั้งฟ้าฝ่าและพายุ ทำให้ลำต้นหัก พายุบ้าง ทำให้ทรงพุ่มเห็นเป็นเหมือนนกที่กางปีกออกอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสวยงามปรากฏแก่สายตาของคนที่มาเยี่ยมชม

เนื่องจากได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมาโมโตะในปี 2016 สถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ที่สุดได้หยุดทำการไป จึงต้องเปิดให้บริการในสถานีฮิโกะโอซุ (Higo-ozu) แทน

สวนอิชชินเกียว (Isshingyou Park)

ที่อยู่ : 3226-1 Nakamatsu, Minamiaso, Aso, Kumamoto Google Maps
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR สถานีฮิโกะโอซุ (Higo-ozu) นั่งรถยนต์ต่อไปอีกประมาณ 40 นาที
เว็บไซต์ : http://www.vill.minamiaso.lg.jp/map/oozakura.html (ภาษาญี่ปุ่น)

10. "สวนดารุมิซุ" อุโมงค์ดอกซากุระยาวถึง 2 กิโลเมตร (มิยาซากิ)

【最新版】大自然と桜の絶景にうっとり。九州地方の桜の名所10選

Picture courtesy of Miyazaki City of Kitachi-iki Center

สวนดารุมิซุ (Darumizu Park) แห่งนี้ มีต้นซากุระประมาณ 3,500 ต้น เรียงรายอยู่เป็นระยะทางยาวถึง 2 กิโลเมตร หรือที่เรียกกันว่า "ถนนสายซากุระ" (Cherry Road) ให้เราได้เดินเพลิดเพลินกับซากุระได้อย่างเต็มที่

ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลขึ้น และมีการประดับไฟตกแต่งถึง 22:00 น. และเนื่องจากบริเวณใกล้เคียงไม่มีการให้บริการของรถขนส่งสาธารณะใดๆ จึงจำเป็นจะต้องเดินทางโดยรถยนต์จากสถานีรถไฟใกล้เคียง เช่น สถานีรถไฟมิยาซากิ เป็นต้น

สวนดารุมิซุ (Darumizu Park)

ที่อยู่ : 5719 Uryunoshimomata, Ikeuchicho, Miyazaki Google Maps
การเดินทาง : โดยสารรถยนต์จากสถานีรถไฟสาย JR สถานีมิยาซากิ ไปอีกประมาณ 40 นาที
เว็บไซต์ :http://www.miyazaki-city.tourism.or.jp/en/sightseeing/spcat03/spot14.html (ภาษาอังกฤษ)

ถ้าจะมาชมซากุระที่คิวชูละก็ ขอแนะนำให้เช่ารถยนต์

การแนะนำสถานที่ชมซากุระในบทความครั้งนี้ ค่อนข้างมีหลายที่ที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทาง หรือบางแห่งก็ไม่มีบริการขนส่งสาธารณะ ทำให้จำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางเป็นหลักเพื่ออำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวให้ราบรื่น และสามารถดื่มด่ำกับสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่

สรุป

ภูมิภาคคิวชูถึงจะดูเหมือนเป็นที่เล็กๆ แต่จริงๆ แล้วมีบริเวณที่กว้างขวางมาก การเดินทางท่องเที่ยวให้ครบทุกที่ภายในระยะเวลาสั้นๆ นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างจำกัด จึงควรจะตรวจสอบตารางการเปิด-ปิดให้บริการของแต่ละสถานที่ก่อนเป็นอย่างดี

ยังไงก็ตามถึงแม้สถานที่บางแห่งจะเดินทางไปได้ลำบาก แต่ว่าการท่องเที่ยวแต่ละสถานที่ย่อมมีความหมาย และสร้างความสุขให้กับผู้ท่องเที่ยวเสมอ ถ้าใครได้มาญี่ปุ่นและอยากชมซากุระในสถานที่ที่แปลกใหม่ หรือเปิดประสบการณ์สนุกๆ ก็ลองมาที่คิวชูกันนะคะ

*บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2016

พยากรณ์ซากุระบาน และข้อมูลพื้นฐาน

จุดชมซากุระในโตเกียว

จุดชมซากุระในเกียวโต - โอซาก้า

จุดชมซากุระทั่วญี่ปุ่น

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners