Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 และที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ทั่วญี่ปุ่น!
  • พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 และที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ทั่วญี่ปุ่น!

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 และที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ทั่วญี่ปุ่น!

2018.10.03

บทความแนะนำข้อมูลช่วงเวลาและแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่อทั่วญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ว่าควรไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหนและเมื่อไหร่ดี โดยแต่ละท้องถิ่นก็มีช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปตามอุณหภูมิ

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่อุณหภูมิตอนเช้าลดลงถึงระดับ 6 - 7 องศาเซลเซียส ต้นไม้ผลัดใบอย่างต้นเมเปิลและต้นแปะก๊วยจะเริ่มเตรียมตัวรับมือกับหน้าหนาวที่จะมาถึงด้วยการผลัดใบ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่ทำให้เกิดวิวสวยๆ ประจำฤดูใบไม้ร่วงอย่างใบไม้เปลี่ยนสี

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 และที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ทั่วญี่ปุ่น!

ข้อมูลจาก : Weathernews (2018/10/03)
อากาศจะเริ่มหนาวไล่จากทางเหนือไปทางใต้ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มเร็วสุดที่ฮอกไกโด แล้วค่อยไล่มาโตเกียว โอซาก้า คิวชู นั่นทำให้ช่วงเวลาการไปชมใบไม้เปลี่ยนสีจะต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด MATCHA เลยรวบรวมที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ทั่วประเทศและช่วงพีคของปีก่อนๆ มาให้ค่ะ ช่วงเวลานี้อาจจะเร็วขึ้นหรือช้าลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของปีนั้นๆ เพราะงั้นอย่าลืมเช็คกันอีกทีก่อนเดินทางนะคะ

สารบัญ

คลิกที่ชื่อภูมิภาคเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ

ภูมิภาคจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเด่นๆช่วงเวลาเปลี่ยนสีของปีก่อนๆ
1.ฮอกไกโดซัปโปโร, ฮาโกดาเตะ, ชิเรโตโกะกลาง - ปลายตุลาคม
2.โทโฮคุเซ็นได, อากิตะกลางพฤศจิกายน
3.คันโตโตเกียว, ฮาโกเนะ, นิกโก้, คามาคุระปลายพฤศจิกายน
4.คันไซโอซาก้า, เกียวโตต้นธันวาคม
5.ชูบุ - โฮคุริคุนาโกย่า, คานาซาวะ, นีงาตะปลายพฤศจิกายน
6.ชูโกะคุ - ชิโกะคุฮิโรชิม่า, คากาวะกลางพฤศจิกายน
7.คิวชูฟุกุโอกะ, ทาคาจิโฮะ, คาโกชิมะปลายพฤศจิกายน

ฮอกไกโด : กลาง - ปลายตุลาคม

จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) จังหวัดขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งเกาะ ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น ใครอยากชมใบไม้แดงเร็วๆ มาที่นี่ได้เลย

1. มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (ซัปโปโร)

ในพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University) อันร่มรื่น มีทั้งสวนเกษตรและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นแปะก๊วยกว่า 70 ต้นเลียบถนนยาว 380 เมตร จะเปลี่ยนถนนทั้งเส้นให้เป็นสีเหลืองทองสวยงาม และช่วงปลายเดือนตุลาคมจะมีงานประจำมหาวิทยาลัย เทศกาล Hokudai Konyosai มีการไลท์อัพประดับไฟในตอลกลางคืนด้วย

กำหนดการที่แน่นอนตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการอีกครั้ง ในช่วงเดือนตุลาคมนะคะ

ถ้าจะไปถนนต้นแปะก๊วย แนะนำให้ไปเข้าทางประตู Kita jusan-jo Gate จะมีรถไฟใต้ดินสถานี Kita juni jo อยู่ใกล้ๆ หรือจะเดินมาจากสถานี Sapporo ก็ได้ ไม่ไกลมากค่ะ

มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University)
ที่อยู่ : Kita 8, Nishi 5, Kita, Sapporo, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : เดินจากสถานี JR Sapporo 7 นาที
เว็บไซต์ : https://www.global.hokudai.ac.jp

↑ กลับไปที่สารบัญ

2. ทะเลสาบทั้ง 5 ของชิเรโตโกะ (ชิเรโตโกะ)

ภายในพื้นที่ของคาบสมุทรชิเรโตโกะ (Shiretoko Peninsula) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีทะเลสาบอยู่ 5 แห่ง สามารถมาเดินเล่นรอบทะเลสาบและชมใบไม้เปลี่ยนสีได้บนทางเดินชมวิว 2 เส้นทาง

เส้นทางแรกเป็นทางเดินไม้ยกสูงความยาว 800 เมตร ชมทะเลสาบแห่งเดียว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ใช้ได้ฟรี อีกเส้นทางคือทางเดินธรรมชาติบนพื้นดิน เป็นเส้นทางเดินบนพื้น จะต้องเข้าร่วมกลุ่มทัวร์พร้อมไกด์นำทางที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ตั้งแต่ 21 ตุลาคม - หมดฤดูกาลกลางพฤศจิกายน สามารถเข้าได้ฟรีโดยไม่ต้องร่วมทัวร์) สามารถติดต่อเข้าร่วมทัวร์ได้ที่ศูนย์ข้อมูล Shiretoko Goko Field House

Shiretoko Goko Field House
ที่อยู่ : Onnebetsu-mura, Shari, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Shiretoko-Shari ให้นั่งรถบัสของ Shari Bus ไปลงที่ป้าย Shiretoko Goko (1 ชั่วโมง 2,000 เยน)
เว็บไซต์ : https://www.goko.go.jp/index.html

↑ กลับไปที่สารบัญ

3. สวนโคเซ็ตสึเอ็น (ฮาโกดาเตะ)

Picture courtesy of Tourism Department, City of Hakodate

ใครอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีในสวนญี่ปุ่นที่ฮอกไกโด ต้องมาที่สวนโคเซ็ตสึเอ็น (ฮาโกดาเตะ) ที่มีต้นไม้กว่า 150 สายพันธุ์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองแดงสวยงาม

ระหว่างปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายนจะมีงาน Hakodate MOMI-G Festa มาชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีการแสดงดนตรีให้ชม และจุดเช่าชุดกิโมโนให้ใส่เดินเล่นชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ค่ะ กำหนดการสำหรับปี 2018 คือวันที่ 20 ต.ค. - 11 พ.ย.

สวนโคเซ็ตสึเอ็น (Kosetsuen)
ที่อยู่ : 56 Miharashi, Hakodate, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Hakodate นั่งรถบัสสาย 14 ไปลงที่ป้าย Kosetsuen (40 นาที 270 เยน) เดินต่อประมาณ 1 นาที

↑ กลับไปที่สารบัญ

โทโฮคุ : กลางพฤศจิกายน

มาชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมธรรมชาติกว้างใหญ่ที่ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

4. โออิราเซะเคริว (อาโอโมริ) Oirasekeiryu奧入瀨溪流(秋田)

Koyo zensen photo05

โออิราเซะเคริว (Oirasekeiryu) เป็นแม่น้ำยาว 14 กิโลเมตรที่ไหลจากทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) ตลอดเส้นทางมีทั้งส่วนที่เป็นธารไหลและเป็นน้ำตกให้ชม

ริมฝั่งแม่น้ำเป็นทางเดินชมธรรมชาติที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์ต้นไม้ เหมาะจะมาเดินเล่นในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมากค่ะ

↑ กลับไปที่สารบัญ

5. นิวโตออนเซ็นเคียว (อาคิตะ)

จาก "แช่ออนเซ็น ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)"

เมืองออนเซ็นนิวโต (Nyuto Onsenkyo) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานิวโต (Mt. Nyuto) ระหว่างจังหวัดอาคิตะ (Akita) และจังหวัดอิวาเตะ (Iwate) มีที่พักพร้อมออนเซ็น 7 แห่งอยู่ท่ามกลางป่าต้นบีช

ทุกห้องพักจะมีบ่ออาบน้ำกลางแจ้งส่วนตัว แช่น้ำร้อนๆ ให้สบายตัว แล้วชมใบไม้แดงให้สบายใจไปเลยค่ะ

เมืองออนเซ็นนิวโต (Nyuto Onsenkyo)
ที่อยู่ : Nyuto Onsenkyo, Lake Tazawa, Semboku, Akita Google Maps
การเดินทาง : จากสถานี Tazawako นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Nyuto Onsen (45 นาที 820 เยน)
เว็บไซต์ : http://ryokan.glocal-promotion.com/

↑ กลับไปที่สารบัญ

คันโต : ปลายพฤศจิกายน

ในภูมิภาคคันโต มีที่เที่ยวชื่อดังหลายที่อย่าง โตเกียว ฮาโกเนะ คามาคุระ และที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีก็มีเยอะไม่แพ้กัน

6. สวนโคอิชิคาวะ โคราคุเอ็น (โตเกียว)

จาก "10 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดงามในโตเกียว 2018"

สวนโคอิชิคาวะ โคราคุเอ็น (Koishikawa Korakuen) สวนที่สร้างโดยเอาสถานที่สวยงามมีชื่อเสียงจากทั่วประเทศมาเป็นแรงบันดาลใจเช่น ทะเลสาบบิวะ และเขาอาราชิยามะ ภายในสวนมีต้นเมเปิลกว่า 480 ต้น มีงานเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนพฤศจิกายน สามารถไปชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมชมศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้

ใกล้ๆ สวนมี Tokyo Dome city ศูนย์รวมความบันเทิงควบวงจร มีทั้งสวนสนุก ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้งและโรงแรมในที่เดียว มาทั้งทีก็แวะทั้ง 2 ที่ให้คุ้มเลยค่ะ

↑ กลับไปที่สารบัญ

7. น้ำตกริวซุ (นิกโก้)

Picture courtesy of Nikko City Tourism Association

น้ำตกริวซุ (Ryuzu Falls) เป็นน้ำตกบริเวณโอคุนิกโก้ (Okunikko) ใกล้กันก็มีน้ำตกเคะกง (Kegon Falls) และน้ำตกยูดากิ (Yudaki Falls) ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการเรียกขานว่าเป็นสามน้ำตกชื่อดังแห่งโอคุนิกโก้

สายน้ำตกถูกแยกเป็นสองสายด้วยหินก้อนใหญ่ ไหลลงมาท่ามกลางใบไม้สีส้มแดง บริเวณใกล้เคียงมีจุดชมวิว ร้านชา และทางเดินชมวิว

นิกโก้เป็นเมืองที่ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ จุดชมใบไม้แดงอื่นๆ ก็เช่น ศาลเจ้านิกโก้โทโชกู

น้ำตกริวซุ (Ryuzu Falls)
ที่อยู่ : Chugushi, Nikko, Tochigi Google Maps
การเดินทาง : จากสถานี Nikko นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Ryuzu no taki (60 นาที 1,400 เยน)

↑ กลับไปที่สารบัญ

8. ทะเลสาบอาชิ (ฮาโกเนะ)

ทะเลสาบอาชิ (Lake Ashi) จุดชมวิวภูเขาใบไม้แดงที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ถ้าถ่ายรูปให้มีเสาประตูโทริอิของศาลเจ้าฮาโกเนะติดมาด้วยก็จะครบเครื่องความเป็นญี่ปุ่นเลย

มาชมใบไม้เปลี่ยนสีเสร็จ ก็ไปแช่ออนเซ็น เที่ยววัดหรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะต่อ แนะนำให้มาค้างสักหนึ่งคืน จะได้เที่ยวได้เต็มที่ค่ะ

ท่าขึ้นเรือสำราญ Moto Hakone
ที่อยู่ : 45-3 Moto Hakone, Hakone, Ashigarashimo, Kanagawa Google Maps
การเดินทาง : จากสถานี Hakone-yumoto นั่งรถบัสของ Hakone Tozan Bus สาย Hakonemachi (คันที่วิ่งไป Motohakonemachi-ko) ไปลงที่ป้าย Motohakone-ko (30 นาที 960 เยน)

↑ กลับไปที่สารบัญ

9. วัดเมเก็ตสึอิน (คามาคุระ)

Picture courtesy of Meigetsu-in Temple

วัดเมเก็ตสึอิน (Meigetsu-in Temple) วัดนิกายเซ็นที่สร้างขึ้นในปี 1934 เป็นสถานที่ชมดอกอาจิไซ (ดอกไฮเดรนเยีย) อันดับต้นๆ ของคามาคุระ จนได้ชื่อเรียกว่า วัดอาจิไซ

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของวัดเมเก็ตสึอินคือ ภาพของใบไม้เปลี่ยนสีจากหน้าต่างรูปวงกลมในฮนโด อุโบสถหลัก ดูสวยงามราวกับเป็นรูปภาพศิลปะเลยค่ะ

ยังมีวัดและศาลเจ้าอื่นๆ ที่สามารถไปเที่ยวพร้อมกันในวันเดียวได้เช่น ศาลเจ้าสึรุกะโอกะ ฮาจิมังกู และ วัดฮาเซเดระ ยิ่งฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเย็นกำลังดีก็ไปเดินเล่นกันได้แบบสบายๆ ค่ะ

วัดเมเก็ตสึอิน (Meigetsu-in Temple)
ที่อยู่ : 189 Yamanouchi, Kamakura, Kanagawa Google Maps
การเดินทาง : เดินจากสถานี Kita-Kamakura ประมาณ 10 นาที

↑ กลับไปที่สารบัญ

10. สวนซังเคเอ็น (โยโกฮาม่า)

Picture courtesy of JNTO

สวนซังเคเอ็น (Sankeien Garden) ประกอบด้วยสวนชั้นนอกและสวนชั้นใน มีอาคารบ้านเรือนโบราณที่ย้ายมาจากเกียวโตและคามาคุระให้ชม มีดอกไม้หลากพันธุ์ผลัดกันผลิดอกบานสวยให้ชมทุกฤดู

ด้านในมีร้านน้ำชาถึง 4 ร้าน หลังจากเดินชมจนเหนื่อยแล้วก็มานั่งพักผ่อน ทานขนมญี่ปุ่น อุด้ง โซบะกันได้ สามารถนั่งรถบัสจากสถานี Yokohama, Sakuragicho และ Motomachi-Chukagai มายังสวนได้

สวนซังเคเอ็น (Sankeien Garden)
ที่อยู่ : 58-1 Honmokusannnotani, Naka, Yokohama, Kanagawa Google Maps
การเดินทาง :
- จากสถานี Yokohama ทางออก 2 นั่งรถบัสสาย 8 หรือ 148 (35 นาที)
- จากสถานี Sakuragicho นั่งรถบัสจากป้ายหมายเลข 2 (25 นาที)
- จากสถานี Motomachi-Chukagai นั่งรถบัสจากป้ายข้างทางออก 4 (15 นาที)
ทุกสายราคา 220 เยน ไปลงที่ป้าย Sankeien-iriguchi เดินต่อประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์ : http://www.sankeien.or.jp/

↑ กลับไปที่สารบัญ

คันไซ : ต้นธันวาคม

ชมวัดวาอาราม ปราสาท และสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีได้ที่ภูมิภาคคันไซ

11. ปราสาทโอซาก้า (โอซาก้า)

จุดชมวิวบนหอคอยเทนชุคาคุ (*1) ของปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ที่สามารถมองเห็นเมืองโอซาก้าได้ทั้งเมือง มีร้านน้ำชา ศาลเจ้า และสวนปราสาทโอซาก้าอยู่รอบๆ ให้ชมใบต้นแปะก๊วยสีเหลืองสวยในฤดูใบไม้ร่วง

เดินทางง่ายๆ นั่งรถไฟแค่ 10 นาทีจากสถานี Osaka ภายในสวนยังมีร้านค้าและคาเฟ่ มาทานอาหารท้องถิ่นของโอซาก้าแล้วเดินเล่นชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีฉากหลังเป็นปราสาทสวยๆ ได้ค่ะ

*1 : เทนชุคาคุ ... เป็นอาคารที่สูงที่สุดภายในปราสาท ใช้เพื่อสอดส่องดูลาดเลาเหมือนเป็นหอคอยสังเกตุการณ์ ด้วยความที่อาคารนี้มักจะสูงใหญ่เป็นจุดเด่นที่สุด เราจึงเข้าใจว่านี่คือตัวปราสาท แต่ในญี่ปุ่นคำว่าปราสาทจะหมายรวมทุกอย่างที่อยู่ในอาณาบริเวณของกำแพงปราสาท

↑ กลับไปที่สารบัญ

12. สวนโฮชิดะ (โอซาก้า)

Picture courtesy of Osaka Prefectural Corporation for Agricultual Land and Development and Greenery Environment Promotion

สวนโฮชิดะ (Hoshida Enchi Park) เป็นอุทยานแห่งชาติกลางหุบเขาที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟ มีเส้นทางเดินป่าและปีนเขาให้ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

แถมเรายังสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพจากด้านบนของสะพานแขวน โฮชิโนะบลังโก ที่มีความหมายแสนโรแมนติกว่าชิงช้าแห่งดวงดาว ความยาวกว่า 280 เมตร ไปชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี 360 องศาจากบนสะพานได้เลยค่ะ

↑ กลับไปที่สารบัญ

13. ศาลเจ้าคิฟุเนะ (เกียวโต)

Picture courtesy of Kifune Shrine ©Yasuhiro Imamiya

ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine) เป็นที่สถิตของเทพเจ้าผู้มีหน้าที่ดูแลการจ่ายน้ำ ที่ชาวเกียวโตเคารพบูชาในฐานะผู้คุ้มครองแหล่งน้ำของเกียวโตมาตั้งแต่อดีต จากสถานีเกียวโตนั่งรถไฟใต้ดินแล้วต่อรถบัส รวมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อาจจะอยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวอย่างวัดคิโยมิซุเดระ แต่ก็อยากแนะนำให้มามากๆ ค่ะ

ช่วงต้น - ปลายเดือนพฤศจิกายนจะมีการประดับไฟไลท์อัพตอนกลางคืน ยิ่งทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีดูสวยขึ้นอีกเท่าตัว ในวันที่ 7 พฤศจิกายนของทุกปีจะมีพิธี โอฮิทากิไซ และ โอนิกคุโคอินไทไซ เป็นการจุดไฟเผาแผ่นไม้คำอธิษฐานกว่าหมื่นแท่งเพื่อสักการะเทพเจ้า

ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine)
ที่อยู่ : 180 Kuramakibune, Sakyo, Kyoto Google Maps
การเดินทาง : จากสถานี Kibuneguchi รถไฟสาย Eizan นั่งรถบัส Kyoto Bus ไปลงที่ป้าย Kifune (5 นาที 160 เยน) เดินต่อประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์ : http://kifunejinja.jp/index.html

↑ กลับไปที่สารบัญ

14. สวนฮาคุริวเอ็น (เกียวโต)

จาก "ฮาคุริวเอ็น สุดยอดสวนสวยในเกียวโตที่เปิดให้เข้าแค่วันละ 100 คน"

สวนฮาคุริวเอ็น (Hakuryuen) สวนญี่ปุ่นสุดพิเศษที่เปิดให้เข้าแค่ปีละสองครั้ง หนึ่งในนั้นคือช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี แถมยังจำกัดแค่วันละ 100 คนเท่านั้นด้วย ภายในสวนจะถูกย้อมไปด้วยสีเขียวชะอุ่มของมอสและสีแดงสวยของใบไม้เปลี่ยนสี

ตั๋วเข้าชมจะขายวันต่อวันที่จุดจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟ Demachiyanagi เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 9:00 ไม่มีขายที่หน้าสวนนะคะ แนะนำให้ไปต่อแถวล่วงหน้าค่ะ ดูรายละเอียดการซื้อตั๋วและการเดินทางได้จาก "ฮาคุริวเอ็น สุดยอดสวนสวยในเกียวโตที่เปิดให้เข้าแค่วันละ 100 คน"

สวนฮาคุริวเอ็น (Hakuryuen)
ที่อยู่ : 106 Ninose, Kurama, Sakyo, Kyoto Google Maps
การเดินทาง : เดินจากสถานี Ninose ประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์ : http://hakuryuen.com/

↑ กลับไปที่สารบัญ

15. เขาอาราชิยามะ (เกียวโต)

ใบไม้เปลี่ยนสีที่เขาอาราชิยามะ (Arashiyama) ก็สวยงามและดังไม่แพ้ป่าไผ่และสะพานโทเก็ตสึเคียวเลย จะไปชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีโดยการนั่งรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic หรือจะไปชมทิวทัศน์ที่สะท้อนบนสระน้ำของสวนโซเก็นจิในวัดมรดกโลกเท็นริวจิ

มีนักท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศหลั่งไหลมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตกันคับคั่งเสมอ ใครที่รู้สึกว่าไม่ชอบที่ที่คนเยอะก็ขอแนะนำให้ไปตั้งแต่เช้าๆ ช่วงที่วัดเริ่มเปิดประตูให้เข้าค่ะ

อาราชิยามะ (Arashiyama) สถานี Saga-Arashiyama
ที่อยู่ : Saga Tenryuji Shado, Ukyo, Kyoto Google Maps
การเดินทาง : จากสถานี JR Kyoto นั่งรถไฟสาย Sagano ไปสถานี Saga-Arashiyama (15 นาที 240 เยน)

↑ กลับไปที่สารบัญ

ชูบุ - โฮคุริคุ : ปลายพฤศจิกายน

แถบชูบุนี้ประกอบด้วย 10 จังหวัด มีเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง นาโกย่า คานาซาว่า ชิสุโอกะ ถึงจะมีจังหวัดที่เป็นเมืองหิมะทางตอนเหนืออยู่เยอะ แต่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็น่าไปเที่ยวไม่แพ้กันค่ะ

16. สวนโทกุกาวะ (นาโกย่า)

Picture courtesy of Nagoya Convention & Visitors Bureau

สวนโทกุกาวะ (Tokugawaen) เดิมเป็นคฤหาสน์ของผู้ครองแคว้นแถบนี้ สร้างขึ้นในปี 1889 นอกจากใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยังมี ต้นเซ็นเรียว (พืชวงศ์กระดูกไก่) ที่ออกผลเป็นลูกเล็กสีแดงน่ารัก ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจะมีการไลท์อัพประดับไฟด้วย

จุดน่าสนใจคือสะพานคุโระมงที่สร้างในปี 1900, สระริวเซ็นโกะที่ทำเลียนแบบทะเล น้ำตกโอโซเนะทากิน้ำตกสามชั้นสูง 6 เมตรและอีกมาก ทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลถือเป็นความงามอย่างหนึ่งของที่นี่เลย

สวนโทกุกาวะ (Tokugawaen)
ที่อยู่ : 1001 Tokugawa, Higashi, Nagoya, Aichi
การเดินทาง : จากท่ารถนาโกย่า ขึ้นรถบัสหมายเลข 10 ลงที่ป้าย Tokugawaen Shindeki (30 นาที 210 เยน) เดินต่อประมาณ 3 นาที
เว็บไซต์ : https://www.tokugawaen.aichi.jp/english/index.html

↑ กลับไปที่สารบัญ

17. คฤหาสน์เก่าตระกูลไซโต้ (นีงาตะ)

จาก "เพลิดเพลินกับสี่ฤดูของญี่ปุ่นที่ "คฤหาสน์พักร้อนเก่าตระกูลไซโต้" จังหวัดนีงาตะ ความลงตัวของสวนและเรือนญี่ปุ่น"

คฤหาสน์เก่าตระกูลไซโต้ (The Niigata Saitou Villa) เป็นเรือนพักร้อนของพ่อค้าตระกูลไซโต้ สร้างขึ้นในยุคไทโช โดยมีพื้นฐานจากแนวคิด เทโอคุอิจิเนียว ความกลมกลืนเป็นหนึ่งของของบ้านกับสวน สามารถชมสวนสวยๆ ได้จากภายในห้อง

โดยเฉพาะทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่มองจากห้องโถงใหญ่นี่เอาคะแนนร้อยเต็มไปเลยค่ะ วงกบหน้าต่างและระเบียงของชั้น 2 จะถูกสร้างเป็นรูปทรงพิเศษ ยิ่งทำให้เพิ่มความงามขึ้นไปอีก

↑ กลับไปที่สารบัญ

ชูโกะคุ - ชิโกะคุ : กลางพฤศจิกายน

ใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคชูโกะคุและชิโกะคุจะเริ่มในช่วงเดือนพฤศจิกายน มีทั้งฮิโรชิม่าที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย และหมู่เกาะน้อยใหญ่ในทะเลเซโตะอุจิ

18. สวนโมมิจิดานิ (เกาะมิยาจิมะ ฮิโรชิม่า)

Picture courtesy of Hiroshima prefecture

เสาประตูโทริอิสีแดงของศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) ที่ดูเหมือนลอยอยู่กลางน้ำเมื่อน้ำทะเลขึ้น เป็นสัญลักษณ์ของเกาะมิยาจิมะ เมื่อเดินจากศาลเจ้าไปเพียง 6 นาทีก็จะถึงสวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park)

โดยเฉพาะบริเวณสะพานไม้สีแดงชาดที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีดูสวยงามราวกับภาพวาดเลยค่ะ

สวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park)
ที่อยู่ : Momijidani, Miyamotocho, Hatsukaichi, Hiroshima Google Maps
การเดินทาง : จากท่าเรือ Miyajimaguchi ไปลงที่ท่าเรือ Miyajima Ferry Terminal (10 นาที 180 เยน) แล้วเดินต่อประมาณ 20 นาที

↑ กลับไปที่สารบัญ

19. สวนริตสึริน (ทาคามัตสึ คากาวะ)

Picture courtesy of Kagawa Prefecture Tourism Association

สวนริตสึริน (Ritsurin Garden) เป็นสวนญี่ปุ่นที่มีสระน้ำ 7 สระและเนินเขาจำลอง 13 ลูก มีฉากหลังเป็นเขาชิอุน (Mt. Shiun) ดูกลมกลืนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของสวน ทำให้ดูยิ่งใหญ่มาก

ที่อยากแนะนำคือช่วงไลท์อัพประดับไฟ ที่ใบไม้สีแดงต้องแสงไฟตอนกลางคืนสร้างบรรยากาศชวงพิศวงแสนสวย จะไปนั่งเรือชมวิวในสระน้ำก็ได้ค่ะ มีจำหน่ายตั๋วตรงจุดจำหน่ายตั๋วประตูตะวันออก

สวนริตสึริน (Ritsurin Garden)
ที่อยู่ : 1-20-16 Ritsurin, Takamatsu, Kagawa Google Maps
การเดินทาง :
- เดินจากสถานี JR Ritsurin Koen ทางออกทิศเหนือ (North Exit) 3 นาที
- เดินจากสถานี Kotoden Ritsurin Koen 10 นาที
เว็บไซต์ : https://www.my-kagawa.jp/en/ritsurin/

↑ กลับไปที่สารบัญ

คิวชู : ปลายพฤศจิกายน

ภูมิภาคคิวชูเต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ และที่เที่ยวมรดกโลกมากมาย

20. ศาลเจ้าคามาโดะ (ฟุกุโอกะ)

Zenkoku Koyo photo04

Picture courtesy of Kamado Shrine

ศาลเจ้าคามาโดะ (Kamado Shrine) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาโฮมันซัน (Mt. Homanzan) ซึ่งได้รับการเคารพบูชาในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตของเทพเจ้า และโด่งดังเรื่องเอ็นมุสุบิ หรือการผูกสัมพันธ์ มีต้นเมเปิลและต้นแปะก๊วยกว่า 300 ต้นที่จะมาแต่งแต้มสีสันในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

ถนนที่ทอดยาวไปสู่ศาลเจ้าจะกลายเป็นอุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้เดินชมความงามของใบไม้ที่ไล่สีสันไปมาสุดสายตา มีการไลท์อัพประดับไฟตอนกลางคืนด้วย ไปชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

↑ กลับไปที่สารบัญ

21. สวนญี่ปุ่น ในสวนโอโฮริ (ฟุกุโอกะ)

Picture courtesy of Fukuoka City

สวนญี่ปุ่น ภายในสวนโอโฮริ (Ohori Park) สร้างขึ้นในโอกาศฉลองครบรอบการเปิดสวน 50 ปี มีสระน้ำใหญ่ในสวนจำลองภาพของมหาสมุทร มีน้ำตก 3 สายไหลจากเนินเขาจำลอง และมีสวนหินญี่ปุ่นที่สะท้อนแนวคิดวาบิซาบิ

ในฤดูใบไม้ร่วงมีทั้งต้นเมเปิลและต้นเคยากิที่เปลี่ยนสีให้ชม ติดกันยังมีสวนไมซุรุ (Maizuru Park) ที่ยังหลงเหลือพวกฐานปราสาทหินและป้อมสังเหตุการณ์ให้ได้ไปสัมผัสบรรยากาศในอดีต

สวนญี่ปุ่น ในสวนโอโฮริ (Ohori Park)
ที่อยู่ : 1-7 Ohori Park, Chuo, Fukuoka Google Maps
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Ohorikoen ประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์ : http://www.ohoriteien.jp/en/

↑ กลับไปที่สารบัญ

22. สวนพฤกษศาสตร์ชิราโนเอะ (ฟุกุโอกะ)

Picture courtesy of Shiranoe Botanical Park

ชมใบไม้เปลี่ยนสีของต้นเมเปิลกว่า 800 ต้นตามทางชมสวนที่มีให้เลือกหลายเส้นทางในสวนพฤกษศาสตร์ชิราโนเอะ (Shiranoe Botanical Garden)

เส้นทาง Soyokaze sawayaka ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินผ่านสวน Rakuyo no mori ที่มีต้นเมเปิลอิโรฮะโมมิจิขนาดใหญ่ ส่วนเส้นทาง Gurutto isshu ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง มีทั้งใบไม้เปลี่ยนสีและดอกไม้ที่บานในช่วงเดือนพฤศจิกายนพอดีอย่าง ชบาญี่ปุ่น และ สึบากิ สีสวยให้ดูด้วย

หลังเดินชมสวนเสร็จก็ไปนั่งทานขนมญี่ปุ่นได้ที่ร้านชาในสวนค่ะ

สวนพฤกษศาสตร์ชิราโนเอะ (Shiranoe Botanical Garden)
ที่อยู่ : 2-7 Shiranoe, Moji, Kitakyushu, Fukuoka Google Maps
การเดินทาง : จากหน้าสถานีรถไฟ JR Mojiko นั่งรถบัสของ Nishi Tetsu สาย 14 ไปลงที่ป้าย Shiranoe ni chome (20 นาที 290 เยน) เดินประมาณ 2 นาที
เว็บไซต์ : http://www.shiranoe.com/index.html

↑ กลับไปที่สารบัญ

23. หุบเขาทาคาจิโฮะ (มิยาซากิ)

Picture courtesy of Takachiho Tourist Association

หุบเขาทาคาจิโฮะ (Takachiho Gorge) เป็นหนึ่งในจุดชมธรรมชาติแสนสวยของภูมิภาคคิวชู เป็นทางระหว่างเขาที่เกิดจากการกัดเซาะของลาวาจากภูเขาไฟอาโซะ (Mt. Aso) จากจังหวัดคุมาโมโตะ เกิดเป็นหน้าผาสูง 80 เมตรยาวต่อเนื่องเป็นระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร

จะมาเดินเขาก็ได้ แต่อยากแนะนำให้เช่าเรือพาย แล้วไปชมความงามของหน้าผาสูงชันกันใบไม้เปลี่ยนสีจากกลางแม่น้ำระหว่างหุบเขากันดีกว่า โดยเฉพาะแถวใกล้ๆ น้ำตกมานาอิ (Manai no taki) สูง 17 เมตร ทั้งน้ำตก ทั้งใบไม้เปลี่ยนสี สวยอย่าบอกใครค่ะ

ท่าขึ้นเรือ ทาคาจิโฮะ (Takachiho Gorge)
ที่อยู่ : Oshioi, Mitai, Takachiho, Nishiusuki, Miyazaki Google Maps
การเดินทาง : จากท่ารถ Takachiho Bus Center นั่งรถ Takachiho Kaiyu Bus ไปลงที่ป้าย Takachiho-kyo (13 นาที)
เว็บไซต์ : https://takachiho-kanko.info/sightseeing/taka_boat.php

↑ กลับไปที่สารบัญ

24. ศาลเจ้าคิริชิมะจิงกู (คาโกชิมะ)

Picture courtesy of © K.P.V.B

ศาลเจ้าคิริชิมะจิงกู (Kirishima jingu Shrine) ศาลเจ้าที่มีความเป็นมายาวนาน เป็นที่สถิตของเทพเจ้านินิกิ โนะ มิโคโตะ ผู้เป็นหลานของเทพเจ้าอามาเทราสุ โอคามิ ผู้สถิตอยู่ที่ศาลเจ้าอิเสะจิงกู

จุดชมใบไม้แดงเด่นๆ คือบริเวณใกล้เสาประตูโทริอิ ซันโนะโทริอิ ที่รายล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี

ศาลเจ้าคิริชิมะจิงกู (Kirishima jingu Shrine)
ที่อยู่ : 2608-5 Kirishimataguchi, Kirishima, Kagoshima
การเดินทาง : จากสถานี JR Kirishima jingu นั่งรถบัสประมาณ 10 นาที 250 เยน
เว็บไซต์ : http://www.kirishimajingu.or.jp/

วิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ของญี่ปุ่นที่มีให้ดูแค่ปีละครั้ง

ช่วงเวลาที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้นั้นมีแค่ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ไม่น่าพลาดจริงๆ ครับ ถ้าจะมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ก็ลองเลือกที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ใส่ไว้ในแผนเที่ยวกันดูนะคะ

↑ กลับไปที่สารบัญ

ผู้เขียนบทความต้นฉบับ : Eri Okubo
* บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2016

ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางตอนเหนือไล่ไปทางตอนใต้ เริ่มที่ฮอกไกโดราวกลางเดือนกันยายน จากนั้นก็ตามด้วยภูมิภาคอื่นๆ ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม ทาง MATCHA ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสถานที่สวยๆ และข้อมูลทั่วไปมาให้แล้ว อย่าลืมมาเช็คข้อมูลแล้วออกไปตามหาใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ กันนะ

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วประเทศ

ฮอกไกโด

โทโฮคุ

คันโต (โตเกียว)

ฮาโกเนะ

เกียวโต - โอซาก้า

ฮิโรชิม่า - คิวชู

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners