15 แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในฮาโกดาเตะ (ป้อมโกะเรียวคาคุ, เนินฮาจิมันซากะ, โกดังอิฐแดง, อุทยานแห่งชาติโอนุมะ)

15 แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในฮาโกดาเตะ (ป้อมโกะเรียวคาคุ, เนินฮาจิมันซากะ, โกดังอิฐแดง, อุทยานแห่งชาติโอนุมะ)

ฮอกไกโด(Hokkaido) 2018.07.18

ฮาโกดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด เมืองท่าที่รุ่งเรืองในอดีต มีทิวทัศน์ยามค่ำคืนสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ตลาดเช้าที่มีอาหารทะเลสดใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และแหล่งช้อปปิ้งสำหรับซื้อของฝากมากมาย เราคัดเลือกที่เที่ยวน่าสนใจของฮาโกดาเตะมาให้แล้ว

แปลโดย Bouuzo

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ฮาโกดาเตะ (Hakodate) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด ที่นี่เป็นเมืองท่าส่งออกที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต และในเมืองก็เรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นและวัฒนธรรมต่างชาติ เช่น ยุโรป

เมืองที่มีเสน่ห์หลากหลาย และเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม และมีอาหารทะเลสดใหม่ ในบทความนี้จะขอแนะนำ 15 แหล่งท่องเที่ยวที่ไปถึงฮาโกดาเตะแล้วห้ามพลาด

1. ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เมื่อเอ่ยถึงฮาโกดาเตะแล้วจะต้องนึกถึงภูเขาฮาโกดาเตะ ที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ทัศนียภาพยามค่ำคืนอันงดงาม"

การชมวิวนี้จำเป็นต้องนั่งกระเช้าจากเชิงเขาขึ้นไปบนยอดเขาโดยใช้เวลาประมาณ 3 นาที เราจะได้สัมผัสความงดงามของทัศนียภาพยามค่ำคืนที่เกิดจากการตัดกันระหว่างแสงไฟภายในเมืองและทะเลอันมืดสนิท ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่สวยงดงามมาก

2. ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (Hakodate morning market)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ตลาดเช้าฮาโกดาเตะอยู่ติดกับสถานีฮาโกดาเตะ ออกจากสถานีแล้วก็ถึงทันที เป็นตลาดที่สามารถมาลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ ได้ตั้งแต่เช้าตรู่

นอกจากการลิ้มลองข้าวหน้าอาหารทะเลสด ไคเซ็นด้ง ที่ร้านอาหารแล้ว ภายในตลาดยังมีร้านที่สามารถตกหมึกขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะได้ด้วย หมึกที่ตกได้ จะมีพ่อครัวทำเป็นซาชิมิให้รับประทานกันสดๆ ตรงนั้นเลย

ที่ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลเท่านั้น ยังเต็มไปด้วยผลไม้ตามฤดูกาลอีกเพียบ แต่ถ้าเลยเที่ยงไปแล้วร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะเริ่มปิด ฉะนั้นควรไปเยือนแต่เช้าตรู่เลยค่ะ

3. ป้อมโกะเรียวคาคุ (Goryokaku Tower)

函館

แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของฮาโกดาเตะคือป้อมโกะเรียวคาคุ ที่นี่เป็นป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้นมาในปลายยุคสมัยเอโดะ ในปัจจุบันเปิดเป็นสวนสาธารณะให้เข้าชมได้

หากพูดว่าความพิเศษของที่นี่คืออะไร นั่นก็คือพื้นที่ของป้อมปราการที่เป็นรูปดาวขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเป็นจุดบอดหากมีศัตรูโจมตีเข้ามา ในส่วนที่เป็นยอดแหลมของรูปดาวจะมีการติดตั้งปืนใหญ่เอาไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีการจู่โจมจากศัตรู

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

บริเวณรอบๆ เป็นสวนสาธารณะ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสวยงามในทุกฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยดอกซากุระบาน และในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะถูกย้อมไปด้วยใบไม้แดงสวยงาม

หากขึ้นไปบนจุดชมวิวของหอคอยโกะเรียวคาคุที่มีความสูงถึง 107 เมตร จะมองเห็นภาพรวมของสวนรอบป้อมโกะเรียวคาคุทั้งหมดได้จากด้านบน ตรงชั้น 1 ของหอคอยมีร้านขายของฝากด้วยนะ

4. เนินฮาจิมันซากะ (Hachiman-zaka Slope)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เนินฮาจิมันซากะ เนินที่ทอดยาวโดยมีวิวท่าเรืออันงดงามอยู่ปลายทางแห่งนี้ ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ใน "เนินของญี่ปุ่นที่น่าเที่ยวมากที่สุด" เป็นเนินซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของฮอกไกโดเลย

函館

ในช่วงฤดูหนาว ต้นไม้บริเวณริมถนนทั้งสองข้างทางจะมีการไลท์อัพ ประดับไฟส่องแสงสวยงามควบคู่ไปกับแสงไฟจากท่าเรือที่อยู่ไกลออกไป กลายเป็นวิวทิวทัศน์ที่แสนโรแมนติกจริงๆ

Hachiman-zaka Slope (เนินฮาจิมันซากะ)
ที่อยู่ : 14 Machimoto, Suehiro, Hakodate, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : จากสถานีฮาโกดาเตะไปถึงเนินฮาจิมันซากะได้โดยการเดินเท้าประมาณ 20 นาทีและนั่งรถรางประมาณ 15 นาที (Suehirocho Station)

5. โมโตมาจิ (Motomachi)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ในปี 1859 ท่าเรือฮาโกดาเตะเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ทำการค้าขายกับต่างชาติเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น มีผู้คนหลากเชื้อชาติเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และทำให้โมโตมาจิเรียงรายไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่ผสมผสานไปด้วยวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ เป็นต้น จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปในปัจจุบัน

อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้คือ Hakodate Orthodox Church หรือโบสถ์ออร์โธดอกซ์ฮาโกดาเตะ ในรูปด้านบน ซึ่งเป็นโบสถ์ของคริสตจักรรัสเซียออร์ทอดอกซ์แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ทุกวันเสาร์เวลา 17:00 และช่วงเช้าของวันอาทิตย์ ที่นี่จะก้องกังวานไปด้วยเสียงระฆังอันไพเราะ และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน "100 ภูมิทัศน์ทางเสียงของญี่ปุ่น"

ลองไปเดินเล่นในเมืองโมโตมาจิที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของญี่ปุ่นและตะวันตกกันดูนะคะ

โบสถ์ออร์โธดอกซ์ฮาโกดาเตะ (Hakodate Orthodox Church)
ที่อยู่ : 3-13 Motomachi, Hakodate Google Maps
การเดินทาง : ลงรถรางที่สถานี Jujigai เดินต่อ 15 นาที
เว็บไซต์ทางการ : http://orthodox-hakodate.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

6. โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse)

hakodate red brick warehouse 160816

โกดังอิฐแดงคาเนโมริ แรกเริ่มเดิมทีเคยถูกใช้เป็นโกดังมาก่อน แต่ในปัจจุบันกลายเป็นอาคารคอมเพล็กซ์ที่มีช้อปปิ้งมอลล์อยู่ข้างใน มีสินค้าครบครัน ตั้งแต่แฟชั่นเสื้อผ้า ของจิปาถะ ไปจนถึงของฝากจากฮอกไกโด และสามารถลิ้มลองซอฟท์ครีมที่ทำจากนมวัวสดใหม่ได้ในคาเฟ่

เมื่อตกกลางคืน จะมีการไลท์อัพประดับไฟ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การถ่ายรูปที่ระลึกเป็นที่สุด! แม้ในวันที่ฝนตก ก็ยังให้บรรยากาศที่สวยไปอีกแบบ

7. ฮาโกดาเตะเมจิคัง (Hakodate Meijikan)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ถ้าอยากซื้อของฝากที่เป็นเอกลักษณ์จากฮาโกดาเตะล่ะก็ ต้องไปที่ฮาโกดาเตะเมจิคัง (Hakodate Meijikan) เลย ที่นี่มีสินค้าสวยๆ เพียบอย่างเครื่องแก้ว กล่องดนตรี และตุ๊กตาหมี เป็นต้น

ส่วนร้าน Hakodate Rusama-ya Sweets และตลาดอาหารสดฮาโกดาเตะ (Hakodate Kaizen Ichiba) ที่อยู่ข้างๆ กัน ก็มีอาหารขึ้นชื่อของฮอกไกโดวางจำหน่ายอยู่มากมาย เช่น ขนมหวาน อาหารทะเลสดใหม่ แฮม และไส้กรอก เป็นต้น แนะนำให้ไปหาของอร่อยทานและเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งไปในทีเดียวเลยค่า

ฮาโกดาเตะเมจิคัง (Hakodate Meijikan)
ที่อยู่ : 11-17 Toyokawacho, Hakodate Google Maps
การเดินทาง : ลงรถรางที่สถานี Jujigai เดินต่อประมาณ 2 นาที

8. ท่าเรือฮาโกดาเตะ (Port of Hakodate)

hakodate port 160816a

ท่าเรือฮาโกดาเตะตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮาโกดาเตะ ที่นี่เจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นท่าเรือประมงและท่าเรือขนส่งสินค้าจากต่างประเทศมาตั้งแต่สมัยก่อน

ท่าเรือฮาโกดาเตะมีเรือจำนวนมากสัญจรไปมา จะทำให้ทิวทัศน์ในยามค่ำคืนของฮาโกดาเตะ และวิวจากเนินฮาจิมันซากะสวยขึ้นไปอีก ในช่วงระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนธันวาคม สามารถขึ้นเรือนำเที่ยว Blue Moon (บลูมูน) ชมรอบท่าเรือฮาโกดาเตะได้ ถ้าจำนวนคนน้อยกว่า 15 คนไม่จำเป็นต้องจองก่อนล่วงหน้า ให้เดินทางไปที่ท่าเรือนำเที่ยวได้โดยตรงเลย (ในบางครั้งมีการเช่าเหมาลำ อาจไม่สามารถใช้บริการได้)

ท่าเรือนำเที่ยว
ที่อยู่ : 14-17 Suehiro-cho, Hakodate Google Maps
การเดินทาง : รถรางลงสถานี Suehirocho หรือ Jujigai ใช้เวลาเดิน 5 นาที, จาก JR สถานี Hakodate ใช้เวลาเดิน 20 นาที
เว็บไซต์ทางการ : http://www.hakodate-factory.com/bluemoon/ (ภาษาญี่ปุ่น)

9. พิพิธภัณฑ์เรือมาชูมารุ (Mashu-Maru Ship Museum)

函館

พิพิธภัณฑ์เรือ มาชูมารุ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรือ ตั้งอยู่ข้างสถานีฮาโกดาเตะ

เซคังเฟอร์รี่ คือเส้นทางเดินเรือที่ทำหน้าที่เหมือนเรือข้ามฟากเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดอาโอโมริกับฮอกไกโดที่ถูกคั่นกลางด้วยทะเล ในปัจจุบัน เนื่องจากมีอุโมงค์ใต้ทะเลระหว่างจังหวัดอาโอโมริกับฮอกไกโดแล้ว เรือลำนี้จึงหมดหน้าที่ไป

"เรือมาชูมารุ" ที่ถูกใช้จริงถูกนำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เราจะได้เข้าไปในห้องควบคุมบนเรือที่โดยปกติแล้วไม่สามารถเข้าไปได้ เพื่อสัมผัสอารมณ์ราวกับว่าเป็นกัปตันเรือเลยทีเดียว หรือว่าเพื่อนๆ จะลองขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือเพื่อรับลมทะเลเย็นสบายก็ฟินไปอีกแบบ

10. สถานกงสุลอังกฤษเก่าเมืองฮาโกดาเตะ (Old British Consulate of Hakodate)

函館

สถานกงสุลอังกฤษเก่าเมืองฮาโกดาเตะแห่งนี้ถูกใช้งานตั้งแต่ปี 1859 รวมระยะเวลากว่า 75 ปี โดยได้รับความนิยมในฐานะที่เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่ทำให้สัมผัสถึงบรรยากาศของฮาโกดาเตะในสมัยที่เพิ่งเปิดท่าเรือใหม่ๆ

แน่นอนว่าเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ และยังนั่งผ่อนคลายพร้อมจิบชาอังกฤษและขนมอบจากเตาในคาเฟ่ที่อยู่ด้านในได้ ตรงสวนกุหลาบมีดอกกุหลาบกว่า 18 สายพันธุ์ รวม 45 ต้นที่จะบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคมของทุกๆ ปี

ที่นี่อยู่ใกล้กับเนินฮาจิมันซากะ ถ้าไปใกล้ๆ แถวนั้นอย่าลืมแวะไปเที่ยวดูนะคะ

11. ย่านร้านค้าแผงลอย ไดมงโยโกะโจ (Daimon Yokocho)

函館

ไดมงโยโกะโจ (Daimon Yokocho) เมืองแห่งร้านอาหารแผงลอยแห่งเดียวในฮาโกดาเตะ ภายในมีร้านมากมายถึง 26 ร้าน ที่ตั้งทำเลก็เดินทางง่ายมาก เดินเพียง 5 นาทีจากสถานีฮาโกดาเตะก็ถึงแล้ว

แน่นอนว่ามีทั้งร้านกินดื่มแบบอิซากายะและร้านซูชิที่มีอาหารทะเลสดใหม่ และร้านอาหาร เช่น ร้านราเม็ง เจงกิสข่าน (เนื้อแกะย่าง) และบาร์ที่มีโอเด้งให้เลือกทานได้ เป็นแหล่งรวมร้านอาหารที่คนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นก็สัญจรไปมาเช่นกัน

ไดมงโยโกะโจ (Daimon Yokocho)
ที่อยู่ : 7-5 Matsukazecho, Hakodate, HokkaidoGoogle Maps
การเดินทาง : จาก JR สถานีฮาโกดาเตะ ใช้เวลาเดิน 7 นาที, จากรถรางสถานี "Hakodate eki-mae" ใช้เวลาเดิน 5 นาที
เว็บไซต์ทางการ : http://www.hakodate-yatai.com/

12. หมู่บ้านออนเซ็น Yunokawa (Hakodate Tropical Botanical Garden)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ถ้าพูดถึงหมู่บ้านออนเซ็นที่สามารถเดินทางมาจากตัวเมืองฮาโกดาเตะได้อย่างสะดวกสบาย ก็ต้องนึกถึงยูโนคาวะออนเซ็น (Yunokawa Onsen) ค่ะ จากสถานีฮาโกดาเตะไปถึงสถานียูโนคาวะออนเซ็น (Yunokawa Onsen Station) ใช้เวลานั่งรถรางประมาณ 30 นาที (240 เยน) นอกจากเรียวกังแล้ว บริเวณโดยรอบสถานียังมีอาชิยุหรือออนเซ็นเท้าฟรี และออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกอีกด้วย

ส่วนไฮไลท์ที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวฮาโกดาเตะในฤดูหนาวเลยก็คือ สวนพฤษศาสตร์โซนร้อนฮาโกดาเตะ (Hakodate Tropical Botanical Garden) นั่นเองค่ะ เพราะเราจะได้เห็นบรรยากาศน่ารักๆ ของลิงน้อยแช่น้ำร้อนผ่อนคลายอย่างสบายใจกันได้ที่นี่ ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงหยุดยาวโกลเด้นวีคของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว

จากสนามบินฮาโกดาเตะ สามารถไปยูโนคาวะออนเซ็นด้วยรถยนต์ได้ในเวลา 10 นาทีเท่านั้น จะแวะตอนขาไปหรือตอนขากลับจากการเดินทางเที่ยวฮาโกดาเตะก็สะดวกค่ะ

13. สวนโคเซตสึเอ็น (Kosetsuen)

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

หากอยากจะไปเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีในฮาโกดาเตะล่ะก็ แนะนำให้ไปที่สวนโคเซตสึเอ็นค่ะ เดิมทีที่นี่เคยเป็นบ้านพักตากอากาศของพ่อค้าใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้เปิดเป็นที่สาธารณะให้คนทั่วไปเข้าได้

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง และสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสวนที่มีหลากสีสันได้ตลอดทั้งปี แต่ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีมากกว่าอะไรทั้งหมด ทิวทัศน์ยามเย็นของฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้ร่วงหล่นลงพื้นกลายเป็นผืนพรมสีแดง สวยงามมากจริงๆ ค่ะ

สวนโคเซตสึเอ็น (Kosetsuen)
ที่อยู่ : 56 Miharashicho, Hakodate, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : ขึ้นรถบัสจากหน้าสถานีฮาโกดาเตะ (สาย 14) ประมาณ 40 นาที ลงรถที่สถานี Kosetsuen และเดินต่ออีก 1 นาที

14. ออนเซ็น มิสุนาชิไคฮิน (Mizunashikaihin Onsen)

函館

ลองไปแช่น้ำพุร้อนที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติกันดูไหมคะ? ที่นี่คือ ออนเซ็นมิสุนาชิไคฮิน (Mizunashikaihin Onsen) น้ำพุร้อนที่แปลกไปจากน้ำพุร้อนที่อื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น เพราะออนเซ็นกับทะเลเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นเอง โดยปกติแล้ว บ่อน้ำพุร้อนจะปรากฎขึ้นมาเฉพาะเวลาที่น้ำลงเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าไปแช่ได้ค่ะ

จากสถานีฮาโกดาเตะจะใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ 1 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางค่อนข้างจะไกลเล็กน้อย แต่การที่จะได้มาเล่นน้ำทะเลพร้อมๆ กับแช่ออนเซ็นไปด้วยอย่างนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้มีให้เจอกันได้ง่ายๆ ไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำในห้องแต่งตัวก่อน แล้วลงไปลงไปแช่ออนเซ็นกันฟรีๆ ได้เลยค่ะ

เนื่องจากเวลาที่สามารถเข้าไปแช่น้ำพุร้อนได้จะขึ้นอยู่กับเวลาของน้ำขึ้นน้ำลง โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ทางการ

ออนเซ็น มิสุนาชิไคฮิน (Mizunashikaihin Onsen)
ที่อยู่ : Esanmisakicho, Hakodate Google Maps
การเดินทาง : จากสถานีฮาโกดาเตะ เดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ในกรณีที่ใช้รถสาธารณะ ให้ขึ้นรถบัสจากหน้าสถานีฮาโกดาเตะ ไป Hakodate Todohokke (คันที่วิ่งผ่าน Kakkumi) จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากลงรถแล้วใช้เวลาเดินต่ออีก 40 นาที จำนวนรถวันละ 4 คัน

15. อุทยานแห่งชาติโอนุมะ (Onuma Quasi-National Park)

onuma quasi national park 160816b

สำหรับใครที่มีเวลาเที่ยวเหลือเฟือก็บอกเลยว่าห้ามพลาดอุทยานแห่งชาติโอนุมะเด็ดขาด! ภายในอุทยานแห่งชาติโอนุมะแห่งนี้ ในฤดูร้อนเราจะได้ชมภูเขาโคมะกาทาเกะที่สะท้อนลงบนผิวทะเลสาบราวกับเป็นกระจก ส่วนในฤดูหนาวก็จะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของภูเขาโคมะกาทาเกะที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง

แต่จะแค่ไปชมวิวกับถ่ายรูปอย่างเดียวก็น่าเสียดาย! ที่อุทยานแห่งชาติโอนุมะเต็มไปด้วยกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ เราสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นพายเรือแคนู และตกปลาวาคาซากิบนทะเลสาบน้ำแข็งได้

จากสถานีฮาโกดาเตะ ใช้เวลา 30 นาทีโดยรถไฟ Super Express Hokuto

การเดินทางภายในเมืองฮาโกดาเตะ

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ภายในเมือง สามารถเดินเท้าหรือใช้รถรางเดินทางไปก็ได้ ในกรณีที่จะไปนอกเมืองอย่างออนเซ็น มิสุนาชิไคฮิน (Mizunashikaihin Onsen) และอุทยานแห่งชาติโอนุมะ จะต้องเดินทางด้วยรถบัสหรือรถไฟด่วนพิเศษ จึงควรต้องเผื่อเวลาเดินทางไปพอสมควร

ถนนในใจกลางเมืองฮาโกดาเตะยังมีการวางระบบและแบ่งเขตเป็นอย่างดี จึงสามารถเดินเล่นได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวหลงทางเลย

การเดินทางไปยังฮาโกดาเตะ

函館

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

จากสถานีโตเกียวไปยังฮาโกดาเตะ

วิธีการเดินทางจากสถานีโตเกียวไปยังฮาโกดาเตะ โดยหลักแล้วจะเดินทางโดยเครื่องบินหรือรถไฟชินคันเซ็น แต่หากคิดถึงระยะเวลากับค่าโดยสารแล้ว แนะนำให้เดินทางโดยเครื่องบินจะสะดวกกว่ามาก

เครื่องบิน
จากสนามบินฮาเนดะ หรือ สนามบินนาริตะไปยังสนามบินฮาโกดาเตะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสารขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและสายการบิน ค่าโดยสารเที่ยวเดียว ราคาประมาณ 1-2 หมื่นเยน จากสนามบินฮาโกดาเตะไปยังสถานีรถไฟฮาโกดาเตะ เดินทางได้ด้วยรถบัสที่ออกทุกๆ 20-30 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ค่าโดยสาร 400-500 เยน

รถไฟชินคันเซ็น
ในกรณีที่ใช้ชินคันเซ็น ก่อนอื่น จากสถานีโตเกียวให้นั่งไปจนถึงสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ (Shin-Hakodate-Hokuto) ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสาร 22,490 เยน (Reserved-Seat แบบกำหนดที่นั่ง) และเปลี่ยนขบวนไปขึ้น JR Express Super Hakodate Liner (ไปฮาโกดาเตะ) จะใช้เวลาอีก 15 นาที ค่าโดยสาร 360 เยน

จากสถานีซัปโปโรไปฮาโกดาเตะ

จากสถานีซัปโปโร สามารถนั่งรถไฟ JR Limited Express Super Hokuto ไปถึงสถานีฮาโกดาเตะได้แบบรวดเดียวถึง 3 ชั่วโมง 50 นาที (ไม่เปลี่ยนสายรถ) ค่าโดยสาร 8,830 เยน

สภาพอากาศและเครื่องแต่งกาย

函館

ฮอกไกโดเป็นที่รู้ดีว่าหนาวมากในช่วงฤดูหนาว ฮาโกดาเตะ ในช่วงฤดูร้อน (เดือนมิถุนายนถึงกันยายน) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20-25 องศา เป็นอากาศที่สบายๆ สำหรับคนไทย แต่ในช่วงฤดูหนาว (เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง หากไปเที่ยวในช่วงฤดูนี้ อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าแลอุกรณ์กันหนาวไปให้พร้อมนะคะ

เที่ยวให้สุดที่ฮาโกดาเตะ

ฮาโกดาเตะ เมืองที่สามารถเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมตะวันตก และวัฒนธรรมของเมืองท่าญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ได้ ดูที่เที่ยวที่น่าสนใจจากบทความนี้ และไปสนุกให้เต็มที่กันเลย!

ผู้เขียนบทความต้นฉบับ : Mayo Nomura

* บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2016

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners