Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

ไกด์นำเที่ยวฮาโกดาเตะแบบจัดเต็ม! สภาพอากาศ・เสื้อผ้า・อาหาร・20 แหล่งท่องเที่ยว

ไกด์นำเที่ยวฮาโกดาเตะแบบจัดเต็ม! สภาพอากาศ・เสื้อผ้า・อาหาร・20 แหล่งท่องเที่ยว

ฮอกไกโด (Hokkaido) 2017.01.13 บทความที่ชอบ

บทความแนะนำ “ฮาโกดาเตะ” เมืองทางฝั่งตะวันออกของฮอกไกโดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น “ภูเขาฮาโกดาเตะ” ขึ้นชื่อเรื่องวิวกลางคืนอันแสนงดงามและอาคารบ้านเมืองสไตล์ตะวันตก รวมถึง “ป้อมโกะเรียวคาคุ” ป้อมปราสาทสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย Mayu

Pin LINE

ฮาโกดาเตะ

ฮาโกดาเตะ คือ เมืองทางฝั่งตะวันออกของฮอกไกโดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของเกาะฮอกไกโดรองจากซัปโปโรและอาซาฮิกาวะ

หลังจากการเปิดท่าเรือค้าขายกับต่างประเทศพร้อมกับนางาซากิและโยโกฮาม่าในปี 1859 ก็เริ่มมีชาวต่างชาติทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสเข้ามาในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ภายในเมืองมีการก่อสร้างโบสถ์และสถานกงสุลขึ้นมาจนกลายเป็นเมืองบรรยากาศสไตล์ต่างประเทศไปโดยปริยาย

แม้ในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกซึ่งสรรสร้างบรรยากาศสไตล์ต่างประเทศให้กับฮาโกดาเตะเหล่านั้นให้เห็นกันอยู่เหมือนเดิม แต่เมืองฮาโกดาเตะไม่ได้มีดีแค่อาคารบ้านเมืองเท่านั้นนะจ๊ะ... เดี๋ยวเรามาชมเสน่ห์ของฮาโกดาเตะที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทั้งทัศนียภาพยามค่ำคืนขึ้นชื่ออันดับ 1 ของญี่ปุ่นและอาหารทะเลสดใหม่จากท่าเรือประมงในบริเวณใกล้เคียงกันดีกว่าค่ะ ^^

สารบัญ:

1.วิธีการเดินทางไปยังฮาโกดาเตะ
2.สนามบินฮาโกดาเตะและเที่ยวบินระหว่างประเทศ
3.ข้อมูลโซนต่างๆในฮาโกดาเตะ
4.วิธีการเดินทางท่องเที่ยวฮาโกดาเตะและตั๋วฟรีพาสสุดคุ้ม
5.20 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในฮาโกดาเตะ
6.แผนเที่ยวฮาโกดาเตะ
7.สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ
8.ของฝากจากฮาโกดาเตะ
9.ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวและการเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ

วิธีการเดินทางไปยังฮาโกดาเตะ

s_trum hakodate

รถรางเมืองฮาโกดาเตะแสนสะดวกต่อการท่องเที่ยว เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

วิธีการเดินทางจากสนามบินฮาเนดะไปยังฮาโกดาเตะ

เราสามารถนั่งเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะมาถึงสนามบินฮาโกดาเตะได้โดยมีเที่ยวบินตรงให้บริการกว่า 10 ลำ / วัน ประกอบด้วยสายการบิน JAL, ANA และ Air DO เป็นต้น

ค่าโดยสาร 10,000 - 30,000 เยน / เที่ยว ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

ส่วนการเดินทางจากสนามบินฮาโกดาเตะเข้าเมืองฮาโกดาเตะขอแนะนำให้ใช้รถบัสจะสะดวกที่สุด รถบัสเชื่อมระหว่างสนามบินและสถานีฮาโกดาเตะวิ่งให้บริการ 1 คันทุกๆ 20 – 30 นาที ระยะเวลาในการเดินทาง 25 นาที ค่าโดยสาร 410 เยน

วิธีการเดินทางจากสถานีโตเกียวไปยังฮาโกดาเตะ

นอกจากนี้ เราก็ยังสามารถนั่งชินคันเซ็น "Hayabusa" จาก JR Tokyo Station มาถึง Shin Hakodate Hokuto Station ได้โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงอีกด้วย ค่าโดยสารในช่วงปกติ 22,690 เยน

ต่อจากนั้นก็นั่ง JR Rapid Hakodate Liner จาก Shin Hakodate Hokuto Station มาถึง Hakodate Station โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาที ค่าโดยสาร 360 เยน

วิธีการเดินทางจากซัปโปโรไปยังฮาโกดาเตะ

ส่วนวิธีการเดินทางจาก Sapporo Station มาถึง Hakodate Station สามารถใช้บริการ JR Limited Express Hokuto ได้เลยจ้า... เราสามารถเดินทางมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงแบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ค่าโดยสาร 8,310 เยน

สนามบินฮาโกดาเตะและเที่ยวบินระหว่างประเทศ

【下書】函館

“สนามบินฮาโกดาเตะ” คือ สนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของฮอกไกโดรองจาก New Chitose Airport (สนามบินชินจิโตเสะ)

โดยมีเที่ยวบินระหว่างประเทศจากประเทศจีนและไต้หวันด้วย เราสามารถนั่ง Tianjin Airlines เที่ยวบินตรงจาก Tianjin Binhai International Airport ในเทียนจินมาถึงสนามบินฮาโกดาเตะได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้ก็ยังสามารถนั่ง EVA Air และ Tigerair เที่ยวบินตรงจาก Taiwan Taoyuan International Airport ที่ตั้งอยู่ในกรุงไทเป ประเทศไต้หวันมาถึงสนามบินฮาโกดาเตะได้เช่นเดียวกัน

ข้อมูลโซนต่างๆในฮาโกดาเตะ

ฮาโกดาเตะ” แบ่งออกเป็น 3 โซนใหญ่ๆประกอบด้วย “โซนโมโตมาจิ”, “โซนท่าเรือ” และ “โซนโซนสนามบิน・ยุโนะกาวะออนเซ็น” เดี๋ยวเรามาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและเอกลักษณ์ของแต่ละโซนกันเลยดีกว่าเนอะ

โซนโมโตมาจิ

hachimanzaka slope ship 160821a

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

“โมโตมาจิ” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฮาโกดาเตะ จากรถรางสถานี Suehiro-cho Station ไปจนถึง Jujigai Station เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เราสามารถนั่งรถรางจาก Hakodate Station ไปถึง Suehiro-cho Station ได้โดยใช้เวลา 7 นาที และเดินเท้าประมาณ 20 นาที

hakodate motomachi

ทัศนียภาพของโมโตมาจิ เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ที่นี่เป็นย่านที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสไตล์ต่างประเทศ โดยเป็นที่ตั้งของกลุ่มโบสถ์และเนินฮาจิมันซากะ (เนินที่มีทัศนียภาพอันงดงามและมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในฮาโกดาเตะ) เราสามารถชมทัศนียภาพยามค่ำคืนซึ่งเรียกกันว่า “ทัศนียภาพยามค่ำคืนมูลค่า 1 ล้านดอลล่าร์” จากบนยอดเขาฮาโกดาเตะได้ที่นี่เลยจ้า...

โซนท่าเรือ

s_Hakodate-Meijikan-160821a

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

โซนท่าเรือตั้งอยู่ติดกับบริเวณชายฝั่งทะเลของโมโตมาจิ ที่นี่เรียงรายไปด้วยโกดังอิฐแดงท่ามกลางวิวท่าเรือดูงดงามมากค่ะ เราสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมายได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นชม-ถ่ายรูปทัศนียภาพอันงดงาม ช้อปปิ้ง เบียร์ฮอล และอื่นๆ

โซนสนามบิน・ยุโนะกาวะ

monkey onsen 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

โซนนี้มีศูนย์กลางเป็น “ยุโนะกาวะ” หมู่บ้านออนเซ็นเก่าแก่และสนามบินฮาโกดาเตะ เราสามารถนั่งรถลีมูซีนบัสจากสนามบินฮาโกดาเตะไปถึงยุโนะกาวะออนเซ็นได้โดยใช้เวลาประมาณ 17 นาที นั่งรถบัสจากสถานีฮาโกดาเตะไปถึงยุโนะกาวะออนเซ็นได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถรางโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

s_Yunokawa_hot_spring-2

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคม เราสามารถเพลิดเพลินกับการชมบรรดาลิงแช่ออนเซ็นภายใน Hakodate Tropical Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนฮาโกดาเตะ) ได้ด้วยนะเออ... สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「ไกด์นำเที่ยวฮาโกดาเตะตั้งแต่วิธีการเดินทาง ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ยันของฝาก

วิธีการเดินทางท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ (รถรางประจำเมืองและตั๋ว 1-day Pass Ticket)

เราสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลักๆภายในเมืองฮาโกดาเตะได้โดยใช้บริการรถรางเมืองฮาโกดาเตะ

เนื่องจาก “รถราง” เชื่อมระหว่างแหล่งท่องเที่ยวหลักๆไม่ว่าจะเป็นสถานีฮาโกดาเตะ, โซนโมโตมาจิ, โซนท่าเรือ, ป้อมโกะเรียวคาคุ และยุโนะกาวะ เราจึงสามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย ค่าโดยสารประมาณ 210~250 เยนขึ้นอยู่กับขอบเขตการใช้บริการ นอกจากนี้ก็ยังมีตั๋ว 1-day Pass Ticket สุดคุ้มราคาผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กเล็ก 300 เยนอีกด้วย โดยสามารถหาซื้อได้ตามศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในสถานีรถไฟฮาโกดาเตะและภายในขบวนรถราง

นอกจากรถรางแล้วก็ยังมีวิธีการเดินทางอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นรถบัสประจำทาง, รถแท็กซี่, รถเช่า และรถจักรยานเช่า เป็นต้น

〜20 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในฮาโกดาเตะ〜

1. Mount Hakodate (ภูเขาฮาโกดาเตะ)

s_mt.hakodate160815a (2)

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เมื่อเอ่ยถึงฮาโกดาเตะแล้วจะต้องนึกถึงภูเขาฮาโกดาเตะที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ทัศนียภาพยามค่ำคืนมูลค่า 1 ล้านดอลล่าร์” อย่างแน่นอน

การชมวิวนี้จำเป็นต้องนั่งกระเช้าจากตีนเขาขึ้นไปบนยอดเขาในระดับความสูง 334m เหนือระดับน้ำทะเลโดยใช้เวลาประมาณ 3 นาที จากสถานีฮาโกดาเตะไปถึงจุดขึ้นกระเช้าใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เราจะได้สัมผัสความงดงามของทัศนียภาพยามค่ำคืนซึ่งเกิดจากการตัดกันระหว่างแสงไฟภายในเมืองและทะเลอันมืดสนิทบนภูมิประเทศโค้งเว้าที่เชื่อมระหว่างภูเขาฮาโกดาเตะและแผ่นดินฮอกไกโด

ที่อยู่:19-7 Motomachi, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลักของกระเช้าภูเขาฮาโกดาเตะ:http://334.co.jp/

2. Hakodate morning market (ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ)

s_hakodate market 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เราสามารถดื่มด่ำกับ อาหารทะเลสดใหม่ ได้ที่ตลาดเช้าซึ่งตั้งอยู่ติดกับสถานีฮาโกดาเตะเลยค่ะ ไม่เพียงแค่อาหารทะเลเท่านั้น แต่ยังเรียงรายไปด้วยผลไม้ตามฤดูกาลอีกเพียบ! สำหรับใครที่อยากลิ้มลองรสชาติสดใหม่จากฟาร์มก็บอกเลยว่าห้ามพลาด!

ที่อยู่:9-19 Wakamatsuchō, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.hakodate-asaichi.com/

3. Yunokawa Onsen : ยุโนะกาวะออนเซ็น (Hakodate Tropical Botanical Garden : สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนฮาโกดาเตะ)

s_monkey onsen 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ถ้าพูดถึงหมู่บ้านออนเซ็นที่สามารถเดินทางมาจากตัวเมืองได้อย่างสะดวกสบายก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Yunokawa Onsen (ยุโนะกาวะออนเซ็น) เลยค่ะ เราสามารถนั่งรถรางจากสถานีฮาโกดาเตะมาถึง Yunokawa Onsen Station ซึ่งตั้งอยู่ตรงประตูทางเข้าหมู่บ้านออนเซ็นได้โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที แถมบริเวณโดยรอบสถานียังมีบริการออนเซ็นเท้าฟรีและโรงอาบน้ำสาธารณะที่สามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นได้ในราคาถูกอีกด้วย

ส่วนไฮไลท์ที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวฮาโกดาเตะในฤดูหนาวเลยก็คือ Hakodate Tropical Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนฮาโกดาเตะ) นั่นเอง เพื่อนๆเคยดูวีดีโอ บรรดาลิงแช่ออนเซ็นอย่างสบายใจเฉิบ ทางทีวีกันมั้ยเอ่ย? ที่นี่เราสามารถชมบรรยากาศที่บรรดาลิงน้อยลงแช่ยุโนะกาวะออนเซ็นอย่างสบายใจเฉิบในฤดูหนาวได้ด้วยนะเออ...

ที่อยู่:3 Chome-1-15 Yunokawachō, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.hako-eco.com/

4. Hachiman-zaka Slope (เนินฮาจิมันซากะ)

hachimanzaka slope 160815a

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เนินฮาจิมันซากะ ที่ทอดยาวโดยมีวิวท่าเรืออันงดงามตั้งอยู่ตรงสุดทางเดินแห่งนี้ ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ของ “เนินของญี่ปุ่นที่น่าเที่ยวมากที่สุด”

เราสามารถเดินทางจากสถานีฮาโกดาเตะมาถึงเนินฮาจิมันซากะได้โดยการเดินเท้าประมาณ 20 นาทีและนั่งรถรางประมาณ 15 นาที (Suehirochō Station) สำหรับใครที่อยากถ่ายรูปวิวคนน้อยๆก็ขอแนะนำให้มาก่อนช่วง 10 โมงเช้าจะดีที่สุด

ที่อยู่:Suehirocho, Hakodate, Hokkaido Prefecture

5. Port of Hakodate (ท่าเรือฮาโกดาเตะ)

hakodate port 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ท่าเรือฮาโกดาเตะตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮาโกดาเตะ โดยเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นท่าเรือประมงและท่าเรือขนส่งสินค้าจากต่างประเทศมาตั้งแต่สมัยก่อน

ไฮไลท์ที่ทำให้วิวกลางคืนของฮาโกดาเตะและวิวที่มองจากเนินฮาจิมันซากะงดงามก็คือ “ท่าเรือฮาโกดาเตะ” ที่มีเรือสัญจรไป-มาอย่างขวักไขว่และโกดังอิฐแดงที่ตั้งเรียงรายกันมากมายนี่แหละ

ช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนธันวาคม เราสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่นำเที่ยวได้ด้วยนะจ๊ะ...

ที่อยู่:Minatocho, Hakodate, Hokkaido Prefecture

6. Kanemori Red Brick Warehouse (โกดังอิฐแดงคาเนโมริ)

hakodate red brick warehouse 160816

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

Kanemori Red Brick Warehouse (โกดังอิฐแดงคาเนโมริ) ที่สามารถเดินเท้าจากสถานีฮาโกดาเตะมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีและนั่งรถรางประมาณ 13 นาทีแห่งนี้เป็นอาคารซึ่งเคยใช้เป็นโกดังของร้านเสื้อผ้าตะวันตกใน สมัยเมจิ มาก่อน โดยในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะที่มีทั้งร้านอาหาร เบียร์ฮอล และร้านค้าจิปาถะไปแล้ว

ภายในโกดังเป็นแหล่งหาซื้อของฝากที่เต็มไปด้วยร้านค้าทรงเสน่ห์มากมายไม่ว่าจะเป็น “ฮาโกดาเตะโอรุโกรุโด” แหล่งรวมกล่องดนตรีสุดน่ารัก, “LE CONFITURE (เลอ คอนฟิชัวร์)” ร้านจำหน่ายแยมนมสดรสชาติเข้มข้นที่ทำมาจากนมฮอกไกโด และ “ฮาโกดาเตะเบียร์ฮอล” ร้านจำหน่ายเบียร์จากโรงกลั่นขนาดเล็ก เป็นต้น

ที่อยู่:14-12 Suehirochō, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.hakodate-kanemori.com/

7. Ōnuma Quasi-National Park (อุทยานแห่งชาติโอนุมะ)

onuma quasi national park 160816b

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

สำหรับใครที่มีเวลาเที่ยวเหลือเฟือก็บอกเลยว่าห้ามพลาด Ōnuma Quasi-National Park (อุทยานแห่งชาติโอนุมะ) เด็ดขาด! เราสามารถนั่ง JR Limited Express Hokuto จากสถานีฮาโกดาเตะมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ภายในอุทยานแห่งชาติโอนุมะแห่งนี้ เราจะได้เพลิดเพลินกับภูเขาโคมะกะทาเคะที่สะท้อนเงาลงบนผิวทะเลสาบราวกับเป็นกระจกในฤดูร้อน ส่วนในฤดูหนาวก็จะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของภูเขาโคมะกะทาเคะที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง

เราสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมผ่อนคลายที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาลได้ ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ขี่ม้า และ สโนว์โมบิล

ที่อยู่:1023-1 Ōnumachō, Nanae-chō, Kameda-gun, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.onuma-guide.com/

8. Goryokaku Tower (ป้อมโกะเรียวคาคุ)

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

Goryokaku Tower (ป้อมโกะเรียวคาคุ) แห่งนี้เป็นป้อมปราสาทสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่นที่สร้างเสร็จเมื่อปี 1864 เราสามารถชมทัศนียภาพของสวนโกะเรียวคาคุได้จากบนป้อมโกะเรียวคาคุแห่งนี้เลย ป้อมโกะเรียวคาคุมีความสูง 107 เมตร บอกเลยว่า วิว 360 องศา จากบนจุดชมวิวเป็นอะไรที่สุดยอดมากค่ะ แถมที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของฝากสำหรับช้อปปิ้งด้วยนะเออ...

นอกจากนี้ สวนโกะเรียวคาคุยังเป็นแหล่งชมดอกซากุระขึ้นชื่ออีกต่างหาก โดยเราสามารถนั่งรถบัสมาจากสถานีฮาโกดาเตะได้โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ที่อยู่:43-9 Goryōkakuchō, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.goryokaku-tower.co.jp/index.html

9. Old British Consulate of Hakodate (สถานกงสุลอังกฤษเก่า)

british konsulate 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

Old British Consulate of Hakodate (สถานกงสุลอังกฤษเก่า) แห่งนี้ใช้ตั้งแต่ปี 1859 มาเป็นเวลากว่า 75 ปี โดยได้รับความนิยมในฐานะที่เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่ทำให้สัมผัสถึงบรรยากาศสมัยที่เพิ่งเปิดท่าเรือใหม่ๆ เนื่องจากตั้งอยู่ติดกับเนินฮาจิมันซากะเลย สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวเนินฮาจิมันซากะจึงต้องแวะมาเยือนกันให้ได้สักครั้ง

แน่นอนว่าเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ แถมยังเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปกับ ป้ายสำหรับโผล่หน้าถ่ายรูป และ พรมรูปแผนที่โลกขนาดใหญ่ ได้ด้วย! คาเฟ่บนชั้น 1F รายล้อมไปด้วยของตกแต่งสุดเก๋ไก๋สไตล์อังกฤษทำให้เราสามารถทานขนมและจิบชาอังกฤษของแท้ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์อังกฤษได้ที่นี่เลย

สวนดอกกุหลาบที่ปลูกระหว่างอาคารกว่า 139 ดอกจากทั้งหมด 60 สายพันธุ์ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม ปี 2015) จะบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

ที่อยู่:33-14 Motomachi, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.hakodate-kankou.com/british/

10. Mashu-Maru Ship Museum (พิพิธภัณฑ์เรือมาชูมารุ)

hakodate ferry 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย :ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

Mashu-Maru Ship Museum (พิพิธภัณฑ์เรือมาชูมารุ) แห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับสถานีฮาโกดาเตะเลย เนื่องจากเป็นการนำ เรือเฟอร์รี่ที่ใช้งานจริง มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับใครที่ชื่นชอบเรือจะต้องถูกใจกันแน่นอน

โดยเราจะได้เข้าไปในห้องควบคุมบนเรือที่โดยปกติแล้วไม่สามารถเข้าไปได้เพื่อสัมผัสอารมณ์ราวกับว่าเป็นกัปตันเรือเลยทีเดียว หรือว่าเพื่อนๆจะลองขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือเพื่อรับลมทะเลเย็นสบายก็ฟินไปอีกแบบ

ที่อยู่ : 12 Wakamatsucho, Hakodate
เว็บไซต์หลัก:http://www.mashumaru.com/?

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวตั้งแต่ 1 – 10 สามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「10 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในฮาโกดาเตะ

11. Yachigashira Onsen (ยาจิกาชิระออนเซ็น)

Yachigashira Onsen (ยาจิกาชิระออนเซ็น) คือ ออนเซ็นขึ้นชื่อประจำเมืองฮาโกดาเตะที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวอย่างแหลมทาจิมาจิและบริเวณตีนเขาฮาโกดาเตะ

โดยเป็นออนเซ็นในดวงใจของผู้คนท้องถิ่นที่สามารถใช้บริการได้ในราคาสบายกระเป๋าเพียงผู้ใหญ่ 420 เยน, เด็ก (อายุ 6 – 12 ปี) 140 เยน, เด็กเล็ก (อายุ 3 – 6 ปี) 70 เยน และเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีเข้าฟรี

เว็บไซต์หลัก:http://www.hakobura.jp/db/db-onsen/2010/07/post-1.html

นอกจากนี้ ออนเซ็นญี่ปุ่นก็ยังมีมารยาทอย่าง “อาบน้ำก่อนลงแช่ออนเซ็น” “คนผมยาวต้องรวบผมให้เรียบร้อย” และอื่นๆด้วยนะจ๊ะ... สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「วัฒนธรรมและมารยาทการใช้ออนเซ็นและโรงอาบน้ำสาธารณะ

12. Hakodate Park (สวนฮาโกดาเตะ)

Hakodate Park (สวนฮาโกดาเตะ) คือ สวนสาธารณะที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานซึ่งได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน “100 สวนทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น” และ “มรดกภูมิสถาปัตยกรรมของฮอกไกโด” ภายในสวนเป็นที่ตั้งของ Hakodate City Museum (พิพิธภัณฑ์เมืองฮาโกดาเตะ) และ Kodomonokuni (สวนสนุกโคโดโมะโนะคุนิ) ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไปโดยปริยาย

ที่อยู่:17 Aoyagichō, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.hakodate-jts-kosya.jp/park/p_hakodate.html

13. Hokkaido Sakamoto Ryoma Museum (พิพิธภัณฑ์ฮอกไกโดซากาโมโตะเรียวมะ)

Hokkaido Sakamoto Ryoma Museum (พิพิธภัณฑ์ฮอกไกโดซากาโมโตะเรียวมะ) คือ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับ “ซากาโมโตะ เรียวมะ” นักรบที่มีบทบาทในช่วงปลาย สมัยเอโดะ โดยจัดแสดงสิ่งของล้ำค่ามากมายไม่ว่าจะเป็นดาบญี่ปุ่นคู่ใจของซากาโมโตะ เรียวมะและปืนที่เขาเป็นคนนำเข้ามาจากฮอลันดาและฝรั่งเศส

ที่อยู่:8-6 Suehirochō, Hakodate-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.ryoma1115.com/

14. Tachimachi Cape (แหลมทาจิมาจิ)

Tachimachi Cape (แหลมทาจิมาจิ) คือ แหลมที่ตั้งอยู่ด้านบนหน้าผา เนื่องจากเราสามารถชมวิวชมแคบทสึการุได้จากบนนี้ จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามที่สุดในฮาโกดาเตะไปโดยปริยาย

ที่อยู่:Sumiyoshi-cho, Hakodate 040-0045 , Hokkaido

15. Daimon Yokocho (ไดมงโยโกโจ)

Daimon Yokocho (ไดมงโยโกโจ) คือ หมู่บ้านร้านแผงลอยที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีฮาโกดาเตะประมาณเดินเท้า 5 นาที โดยเป็นแหล่งรวมร้านแผงลอยที่จำหน่ายอาหารมากมายมากกว่า 20 ร้านไม่ว่าจะเป็นราเม็ง, ซูชิ และเจงกิสข่าน สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับอาหารรสเลิศอย่างซูชิ-ซาชิมิปลาสดใหม่ที่จับได้ในฮาโกดาเตะหรือราเม็งในดวงใจของผู้คนท้องถิ่นก็บอกเลยว่าห้ามพลาดจ้า...

ที่อยู่:7-5, Matsukazecho, Hakodate, Hokkaido
เว็บไซต์หลัก:http://hakodate-yatai.com/

16. Inishie Kaido (อินิชิเอะไคโด)

Inishie Kaido (อินิชิเอะไคโด) แห่งนี้เป็นที่ตั้งของท่าเรือที่เปิดท่าเร็วที่สุดในฮอกไกโด โดยจำลองอาคารบ้านเรือนในสมัยก่อนที่เคยคึกคักไปด้วยชาวประมงและพ่อค้าไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย, ร้านอาหาร, ร้านค้าจิปาถะ และร้านเสริมสวยในสมัยก่อน ทำให้มีบรรยากาศย้อนยุคได้อารมณ์สุดๆ

เราสามารถนั่งรถยนต์จากเมืองฮาโกดาเตะมาถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

ที่อยู่:Nakautacho~Ubagamicho, Esashi, Hiyama District, Hokkaido Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.hokkaido-esashi.jp/modules/sightseeing/content0008.html

17. Oniushi Park (สวนโอนิอุชิ)

Oniushi Park (สวนโอนิอุชิ) คือ สวนสาธารณะขึ้นชื่อเรื่องแหล่งชมซากุระ ในฤดูใบไม้ผลิภายในสวนจะบานสะพรั่งไปด้วยซากุระกว่า 20 สายพันธุ์รวม 500 ต้น แถมยังมีซากุระสายพันธุ์สุดแปลกที่ไม่สามารถหาชมได้จากที่ไหนในโลกอย่าง “โฮริอิฮิซากุระ” และ “โคมามิซากุระ” ด้วย

ที่อยู่:326-1 Uwadaicho, Mori, Kayabe District, Hokkaido Prefecture

18. Todohokke Mizunashikaihin Hot Spring (มิสึนาชิไคฮินออนเซ็น)

Todohokke Mizunashikaihin Hot Spring (มิสึนาชิไคฮินออนเซ็น) คือ ออนเซ็นธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนชายหาด โดยเวลาที่สามารถลงแช่ได้จะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง เนื่องจากเป็นออนเซ็นรวม เราจึงสามารถใส่ชุดว่ายน้ำลงได้สบายมาก

ที่อยู่:100 Esanmisakicho, Hakodate, Hokkaido
เว็บไซต์หลัก:http://www.hakobura.jp/db/db-onsen/2008/11/post.html

19. Trappist Monastery (ทรัปปิสต์โมนาสทรี่)

Trappist Monastery (ทรัปปิสต์โมนาสทรี่) คือ โบสถ์คาทอลิกที่สร้างขึ้นในปี 1894 โดยขึ้นชื่อเรื่องเนยทรัปปิสต์, ลูกอมรสเนย และทรัปปิสต์คุกกี้ซึ่งทำขึ้นที่นี่ บอกเลยว่าเหมาะกับการซื้อกลับไปเป็นของฝากสุดๆ

ที่อยู่:392 Mitsuishi, Hokuto-shi, Hokkaidō
เว็บไซต์หลัก:http://www.trappist.or.jp/

20. Matsumae Castle (ปราสาทมัตสึมาเอะ)

【完成】函館

Matsumae Castle (ปราสาทมัตสึมาเอะ) คือ ปราสาทสไตล์ญี่ปุ่นแห่งเดียวในฮอกไกโด สภาพในปัจจุบันเป็นปราสาทที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ในปี 1959 โดยขึ้นชื่อในฐานะที่เป็นแหล่งชมซากุระอันแสนงดงาม ในฤดูใบไม่ผลิของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลมัตสึมาเอะโจกะจิไดมัตสึริ

ที่อยู่:144 Matsushiro, Matsumae cho,Matusmae gun, Hokkaido
เว็บไซต์หลัก:http://www.asobube.com/database.cgi?dbkonum=0&dbnum=8

แผนเที่ยวฮาโกดาเตะ

สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับเมืองฮาโกดาเตะกันแบบจัดเต็มก็ขอแนะนำให้ใช้เวลาในการท่องเที่ยวภายในเมืองสัก 2 – 3 วันจะดีกว่าแบบไปเช้า-เย็นกลับ ต่อไปเราจะมาแนะนำแผนเที่ยวฮาโกดาเตะภายในระยะเวลา 2 วันกันจ้า...

วันที่ 1:เพลิดเพลินกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกในฮาโกดาเตะที่ Hachiman-zaka Slope (เนินฮาจิมันซากะ), Kanemori Red Brick Warehouse (โกดังอิฐแดงคาเนโมริ) และทัศนียภาพยามค่ำคืน

วันที่ 1 เรามาตระเวนเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะกันก่อนเลยดีกว่า...ไม่ว่าจะเป็นโซนโมโตมาจิ, โซนท่าเรือ และทัศนียภาพยามค่ำคืน

10:00 น. ถ่ายรูปที่ระลึกที่ Old British Consulate of Hakodate (สถานกงสุลอังกฤษเก่า)

11:30 น. ผ่าน Hachiman-zaka Slope (เนินฮาจิมันซากะ) ไปยังโซนท่าเรือ มุ่งหน้าไปทานมื้อเที่ยงและช้อปปิ้งของฝากที่ Kanemori Red Brick Warehouse (โกดังอิฐแดงคาเนโมริ)

15:00 น. เดินทางต่อไปยัง Goryokaku Tower (ป้อมโกะเรียวคาคุ)

18:00 น. ชมทัศนียภาพยามค่ำคืนมูลค่า 1 ล้านดอลล่าร์! ขึ้นกระเช้าไปบนยอดเขาฮาโกดาเตะ

วันที่ 2:เพลิดเพลินกับอาหารทะเลและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮาโกดาเตะที่ตลาดเช้า, Ōnuma Quasi-National Park (อุทยานแห่งชาติโอนุมะ) และ Hakodate Tropical Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนฮาโกดาเตะ)

ส่วนวันที่ 2 นี้ก็ถึงเวลาดื่มด่ำกับอาหารทะเลและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เฉพาะของฮาโกดาเตะกันแล้วล่ะค่ะ

06:30 น. เดินทางไปยัง Hakodate morning market (ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ)

08:00 น. ชมทัศนียภาพอันงดงามที่ Ōnuma Quasi-National Park (อุทยานแห่งชาติโอนุมะ)

13:00 น. ชมลิงแช่ออนเซ็นที่ Hakodate Tropical Botanical Garden (สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนฮาโกดาเตะ)

สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「แผนเที่ยวฮาโกดาเตะแบบรวบรัดภายใน 2 วัน!

สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ

ฮาโกดาเตะมีเอกลักษณ์อยู่ที่ฤดูร้อนก็ยังมีอากาศเย็นสบาย แต่ในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวสุดขั้วเลยนี่แหละ

อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายนอยู่ที่ 18℃〜22℃ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสภาพอากาศเย็นสบายกำลังดีอยู่ง่ายสุดๆ แต่เนื่องจากตอนกลางคืนบางวันก็มีอากาศหนาวเย็น จึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อบางๆหรือผ้าคลุมไหล่มาด้วยจะดีที่สุด

ส่วนในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 0℃〜-2℃ นอกจากนี้ เนื่องจากช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมจะมีหิมะตกหนัก สำหรับใครที่วางแผนเดินทางมาเที่ยวในช่วงนี้จึงจำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาว เช่น ดาวน์โค้ท, หมวก, ถุงมือ และรองเท้าบู้ทลุยหิมะ กันมาให้พร้อม

ของฝากจากฮาโกดาเตะ

s_Cheesecake hakodate 160821a

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ของฝากแนะนำจากเมืองฮาโกดาเตะเลยก็คือชีสเค้กที่ชื่อว่า “ชีสออมเล็ต” นั่นเอง โดยเป็นเมนูยอดนิยมในหมู่ผู้คนทุกเพศทุกวัยด้วยรสสัมผัสนุ่มลิ้นละลายในปากราวกับไข่กึ่งสุกกึ่งดิบ แถมยังใช้เฉพาะวัตถุดิบของฮอกไกโดและไม่ใส่สารเติมแต่งใดๆอีกด้วย

นอกจากนี้ “โฮทาเตะโนะโอโคเกะ” ขนมสไตล์ญี่ปุ่น-ตะวันตก, ไวน์ฮาโกดาเตะจากโรงกลั่นท้องถิ่น, “โทราพิสโตะคุกกี้” ที่ใช้เนยจาก Trappist Monastery ก็เหมาะกับการซื้อกลับไปเป็นของฝากเช่นเดียวกัน

ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่แลกเงินเยนหรือเงินสกุลต่างประเทศก็สามารถใช้บริการแลกเงินตราต่างประเทศของธนาคารหรือตู้ ATM ตามเซเว่นอีเลฟเว่นได้เลยจ้า...

เวลาที่เงินสดไม่พอ! สถานที่4แห่งสำหรับแลกเงินในญี่ปุ่น

ในกรณีที่เงินสดหมดให้รีบหาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ PLUS เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถกดเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะค่ะ ^^


รู้ไว้ใช่ว่า ช็อปเพลินเงินหมดจะหาตู้กด ATM ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับใครที่อยากรู้วลีแสนสะดวกสำหรับใช้ตอนเข้าพักตามโรงแรมในญี่ปุ่นสามารถเข้าไปอ่านได้จากบทความดังต่อไปนี้

รวม 10 ภาษาญี่ปุ่น ที่สามารถใช้ได้ในโรงแรม!

นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นก็ยังมีบริการ「Japan Connected-free Wi-Fi」แสนสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยนะเออ... ยังไงก็ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเอาไว้ล่วงหน้ากันได้เลย

รวมจุดให้บริการ Japan Connected-free Wi-Fi ในญี่ปุ่น

เอ่อ...แล้วค่าอาหารที่ใช้ระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นตกประมาณเท่าไหร่ต่อวันกันน้า? งั้นคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด

ค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น (ร้านสะดวกซื้อ,ร้านอาหาร,ร้านซูชิ)

บทส่งท้าย:การเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ

ฮาโกดาเตะ” เป็นเมืองบรรยากาศสุดเอกลักษณ์ที่เรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกซึ่งสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ โดยขึ้นชื่อทั้งเรื่องทัศนียภาพอันงดงามทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน

ยังไงเพื่อนๆก็อย่าลืมลองแวะมาเพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นอย่างไวน์และเบียร์ที่ผลิตขึ้นในโรงกลั่นท้องถิ่น รวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ที่จับได้ในท้องถิ่นที่นี่กันดูนะคะ ^^

สำหรับใครที่วางแผนมาเที่ยวในฤดูหนาวก็ขอแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมด้วยนะจ๊ะ...

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE