ไกด์นำเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) จัดเต็มที่เที่ยวขึ้นชื่อ การเดินทาง โรงแรม ของฝาก และสภาพอากาศ

ไกด์นำเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) จัดเต็มที่เที่ยวขึ้นชื่อ การเดินทาง โรงแรม ของฝาก และสภาพอากาศ

ฮอกไกโด(Hokkaido) 2016.11.26

บทความแนะนำข้อมูลท่องเที่ยว “ฮอกไกโด” แหล่งท่องเที่ยวตอนเหนือสุดของญี่ปุ่นที่สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และอาหารท้องถิ่นรถเลิศได้ รวมมาให้แล้วไม่ว่าจะข้อมูลที่เที่ยวในแต่ละโซน ของกิน วิธีการเดินทาง การแต่งกาย

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย OsawaKimie

Pin LINE

ฮอกไกโด (Hokkaido)

hokkaidou kouyou_1028b

เมื่อเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวสุดเจ๋งที่สามารถลิ้มลองอาหารทะเลและผักสดใหม่พลางผ่อนคลายกับทัศนียภาพงดงามของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้แล้วก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ฮอกไกโด” อย่างแน่นอน ฮอกไกโดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่นแห่งนี้ ในฤดูร้อนจะมีลมพัดเย็นสบาย ส่วนในฤดูหนาวจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถเพลิดเพลินกับวิวหิมะอันงดงามได้ไปโดยปริยาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาเที่ยวกันมากมายไม่เว้นแต่ละวัน ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลท่องเที่ยวฮอกไกโดแบบครอบจักรวาลตั้งแต่ข้อมูลการเดินทาง,แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาด ไปจนถึงข้อมูลอาหารท้องถิ่นกันค่ะ ^^

สารบัญ:

1.วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังฮอกไกโด
2.ข้อมูลการเดินทางภายในฮอกไกโด
3.ข้อมูลโซนต่างๆในฮอกไกโด
4.แหล่งท่องเที่ยวในฮาโกดาเตะ
5.แหล่งท่องเที่ยวในซัปโปโร・โจซังเค
6.แหล่งท่องเที่ยวในโนโบริเบ็ทสึ
7.แหล่งท่องเที่ยวในอาซาฮิกาว่า・ฟุราโนะ・บิเอ
8.แหล่งท่องเที่ยวแถวทะเลสาบอาคัง・ทะเลสาบมาชู
9.แหล่งท่องเที่ยวในชิเรโตโกะ・โทกาจิ・โอบิฮิโระ
10.“นิเซโกะ” แหล่งเพลิดเพลินกับสกีบนพาวเดอร์สโนว์
11.อาหารท้องถิ่นฮอกไกโด
12.งานอีเว้นท์ในฮอกไกโด
13.สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวฮอกไกโด
14.ซากุระ・ใบไม้เปลี่ยนสี・หิมะในฮอกไกโด
15.ของฝากจากฮอกไกโด
16.ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังฮอกไกโด

tokyo_to_hokkaido20160209a

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางจากโตเกียวไปยังฮอกไกโดด้วยเครื่องบินก็สามารถเดินทางมาถึงสนามบินหลักในจังหวัดได้ภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากฮอกไกโดเป็นเขตปกครองพิเศษที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น การเดินทางไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆจึงอาจต้องใช้สนามบินแตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนจองตั๋วเครื่องบินจึงขอแนะนำให้เช็คล่วงหน้าก่อนว่าควรนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินไหนถึงจะประหยัดเวลาเดินทางมากที่สุด

วิธีการเดินทางจากสนามบินฮาโกดาเตะเข้าเมืองฮาโกดาเตะ

mt.hakodate160815a

ฮาโกดาเตะ」เมืองขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพยามค่ำคืนของภูเขาฮาโกดาเตะที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน3 วิวกลางคืนของโลกและ「Hakodate Tropical Botanical Garden」ออนเซ็นแหล่งรวมบรรดาลิงน้อยน่ารักมากมายแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด โดยเราสามารถเดินทางจาก Hakodate Airport (สนามบินฮาโกดาเตะ) เข้าเมืองฮาโกดาเตะได้อย่างสะดวกสบาย จากสนามบินเข้าเมือง (ประมาณ 9 กิโลเมตร) ขอแนะนำให้ใช้บริการ Shuttle Bus ของสนามบินจะดีที่สุด

วิธีการเดินทางจากสนามบินชินจิโตะเสะเข้าเมืองซัปโปโรและโอตารุ

sapporo snow 160820a

ซัปโปโรเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอาหารการกิน เศรษฐกิจ และการปกครองของฮอกไกโด สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปเดทในโซนโอตารุที่ยังคงหลงเหลืออาคารบ้านเมืองสไตล์ย้อนยุคอยู่ในปัจจุบันก็สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่「New Chitose Airport (สนามบินชินจิโตเสะ)」ได้เลยจ้า... โดยเราสามารถเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองซัปโปโรได้โดยรถไฟประมาณ 40 นาทีหรือรถบัสด่วนประมาณ 80 นาที

เนื่องจากการนั่งรถบัสจากสนามบินไปยังโอตารุจำเป็นต้องเปลี่ยนรถที่ซัปโปโร จึงขอแนะนำให้ใช้บริการ JR Rapid Exp. Airport (รถไฟ) จะดีกว่า ในกรณีที่นั่งรถไฟใช้เวลาเดินทางประมาณ 75 นาที ค่าโดยสาร 1,780 เยน

วิธีการเดินทางจากสนามบินอาซาฮิกาว่าเข้าเมืองฟุราโนะ

hokkaido_20160926q

ฟุราโนะ

ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเกาะฮอกไกโดแห่งนี้เป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามที่ปรากฎให้เห็นตามภาพยนตร์และรายการทีวีอยู่บ่อยครั้ง ในเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีผู้คนจากทั่วญี่ปุ่นเดินทางมาเยือนฟุราโนะเพื่อชมทุ่งลาเวนเดอร์ขึ้นชื่อกันเป็นจำนวนมาก สำหรับใครที่ต้องการเดินทางจากโตเกียวไปยังฟุราโนะขอแนะนำให้นั่งเครื่องบินมาลงที่「Asahikawa Airport (สนามบินอาซาฮิกาว่า)」เลยค่ะ ถ้าเกิดนั่ง Furano Bus (สายลาเวนเดอร์) มาจากสนามบินจะสามารถเดินทางมาถึง Furano Station ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 770 เยน

สนามบินชินจิโตเสะที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศให้บริการมากมาย

hokkaido_20160926d

ในกรณีที่ใช้บริการNew Chitose Airport (สนามบินชินจิโตเสะ)ที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศให้บริการมากมายแห่งนี้ เราสามารถเดินทางไปถึงโซลได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที ถึงไต้หวันได้โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที ถึงฮ่องกงได้โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 50 นาที ถึงเซี่ยงไฮ้ได้โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาที และถึงเกาะกวมได้โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 40 นาที เนื่องจากมีทั้งเที่ยวบินที่ให้บริการทุกวันและไม่ทุกวันด้วย จึงควรเช็ควันที่ให้พร้อมตอนจองเครื่องบินกันด้วยเนอะ

ข้อมูลการเดินทางภายในฮอกไกโด

hokkaido_20160926e

“ฮอกไกโด” มีเสน่ห์แตกต่างกันตามแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นเขตปกครองพิเศษที่กว้างใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จึงมีวิธีการเดินทางภายในฮอกไกโด เช่น ถนน ทางด่วน รถไฟ และรถรางแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ด้วย ดังนั้น จึงขอแนะนำให้เช็ควิธีการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายเอาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด

วิธีการเดินทางท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ

รถรางเป็นพาหนะที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวฮาโกดาเตะเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นเส้นทางแสนสะดวกที่เชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลักๆมากมาย เช่น JR Hakodate Station, Goryōkaku (โกะเรียวคาคุ) และย่านโมโตมาจิซึ่งเป็นที่ตั้งของ Yunokawa Onsen (ยุโนะกาวะออนเซ็น), Old British Consulate of Hakodate (สถานกงสุลอังกฤษเก่าเมืองฮาโกดาเตะ) ถึงแม้ว่าค่าโดยสารจะแตกต่างกันตามระยะทางก็จริง แต่เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองฮาโกดาเตะได้ในช่วงราคาประมาณ210〜250 เยน/ เที่ยวเท่านั้น แล้วก็ค่าโดยสารต้องจ่ายเป็นเงินสดตอนลงเท่านั้นนะจ๊ะ
นอกจากนี้ ตามเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เคาน์เตอร์รับรองของโรงแรม และภายในรถรางก็ยังมีจำหน่าย「1-day Pass Ticket สำหรับรถราง」ที่สามารถใช้ขึ้น-ลงรถรางได้อย่างไม่จำกัดภายในเวลา 1 วันด้วยนะเออ... ราคาผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 300 เยน สำหรับใครที่วางแผนนั่งรถรางเที่ยวมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไปต่อวันก็ขอแนะนำว่าต้องซื้อให้ได้ค่ะ ^^

ส่วนรถบัสประจำทางนั้นวิ่งให้บริการจาก Hakodate Station ไปยังภายในเมืองซึ่งเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและบริเวณชานเมือง ถ้าเกิดลองแวะไปสอบถามตามเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้านหน้าสถานีฮาโกดาเตะ รับรองว่าจะได้รับคำแนะนำเรื่องวิธีการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆจากเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ก็ยังมี Shuttle Bus ที่วิ่งบริการจากสถานีฮาโกดาเตะไปยังแหล่งท่องท่องเที่ยวต่างๆ เช่น กระเช้าภูเขาฮาโกดาเตะและย่านโมโตมาจิ ด้วยนะเออ... สำหรับใครที่ต้องการเดินทางจากสถานีฮาโกดาเตะไปยังยุโนะกาวะออนเซ็นโดยตรงก็ขอแนะนำให้ใช้บริการ「Yunokawa Linerที่วิ่งให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เลยค่ะ ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 15 – 20 นาที ค่าโดยสาร300 เยน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถเดินทางไปถึงแหล่งออนเซ็นได้อย่างสะดวกสบายแล้ว

วิธีการเดินทางท่องเที่ยวซัปโปโร

ระบบขนส่งสาธารณะหลักๆสำหรับการท่องเที่ยวซัปโปโรก็คือรถไฟใต้ดินนั่นเอง รถไฟใต้ดินเมืองซัปโปโรที่ประกอบด้วยสายรถไฟทั้งหมด 3 สายด้วยกันนี้เชื่อมต่อระหว่างใจกลางและภายในเมืองซัปโปโร ค่าโดยสาร 200 – 370 เยน / เที่ยว แต่ในกรณีที่ซื้อ「1-day Pass Ticket สำหรับรถไฟใต้ดิน」เราจะสามารถขึ้น-ลงรถไฟใต้ดินได้อย่างไม่จำกัดตลอดทั้งวันด้วยราคาเพียงผู้ใหญ่ 830 เยน เด็ก 420 เยนเท่านั้น! นอกจากนี้ เนื่องจากในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีการจำหน่าย「Donichika Ticket」หรือตั๋วขึ้น-ลงรถไฟใต้ดินไม่อั้นสุดคุ้มด้วย สำหรับใครที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวซัปโปโรในวันหยุดก็บอกเลยว่าห้ามพลาด โดยเราสามารถหาซื้อได้ตามตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติของรถไฟใต้ดินและเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเดือน
ไม่เพียงแค่รถไฟใต้ดินเท่านั้น แต่ยังมีรถไฟ รถบัส และรถรางวิ่งให้บริการภายในเมืองซัปโปโรด้วยนะจ๊ะ... สำหรับใครที่ต้องการเดินทางจาก Sapporo Station ไปยัง Teine・Atsubetsu, Shin-Sapporo หรือ Ainosato ก็สามารถใช้บริการรถไฟJRได้เลย นอกจากนี้ จากใจกลางซัปโปโรไปยังฝั่งตะวันตกที่ไม่มีรถไฟใต้ดินวิ่งให้บริการขอแนะนำให้ใช้บริการรถรางจะสะดวกที่สุด

วิธีการเดินทางท่องเที่ยวฟุราโนะ

ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวโซนฟุราโนะขึ้นชื่อเรื่องทุ่งลาเวนเดอร์ในฤดูร้อนก็ขอแนะนำให้ใช้บริการรถบัสท่องเที่ยวเลยค่ะ โดยเป็นรถบัสรับ-ส่งจาก JR Furano Station ไปถึงบริเวณใกล้ๆกับแหล่งท่องเที่ยวอย่าง Furano Ski Resort, Farm Tomita (ทุ่งลาเวนเดอร์) และเมือง Biei
สำหรับใครที่อยากนั่งรถไฟไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆพลางชมทัศนียภาพอันงดงามของฟุราโนะอย่างชิลล์ๆก็ขอแนะนำให้นั่งFurano Biei Norokko trainที่วิ่งให้บริการเฉพาะในฤดูร้อนเลยค่ะ เราสามารถเดินทางจาก JR Furano Station ไปถึงทุ่งลาเวนเดอร์ได้ในราคาเพียง 230 เยน / เที่ยว ถึงเมืองบิเอได้ในราคาเพียง 640 เยน / เที่ยว และถึงอาซาฮิกาว่าได้ในราคาเพียง 1,070 เยน / เที่ยวเท่านั้น Norokko train ที่วิ่งให้บริการท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่างชิลล์ๆนับเป็นรถไฟท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับใครที่มีเวลาเหลือเฟือสุดๆ

วิธีการเดินทางท่องเที่ยวโอบิฮิโระ

รถบัสประจำทางแสนสะดวกต่อการเดินทางไปยังโอบิฮิโระนั้นมีทั้งหมด 2 บริษัทด้วยกันคือ
Tokachi BusและHokkaidotaku Bus เนื่องจากใจกลางเมืองโอบิฮิโระเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ในวันที่อากาศแจ่มใส เราจึงสามารถขี่จักรยานเช่าหรือเดินตระเวนชมแหล่งท่องเที่ยวหลักๆได้อย่างชิลล์ๆ ยังไงเพื่อนๆก็ลองเดินเล่นกินลมชมเมืองอันแสนเงียบสงบในโซนโอบิฮิโระและโทกาจิกันดูนะคะ ^^

ข้อมูลโซนต่างๆในฮอกไกโด

“ฮอกไกโด” ประกอบด้วยโซนใหญ่ๆทั้งหมด 4 โซนด้วยกัน

1. โซนโดนัน (ฮาโกดาเตะ・นิเซโกะ)

โซนนี้เป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น “ฮาโกดาเตะ” ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นและวิวกลางคืน, “อุทยานแห่งชาติโอนุมะ” แหล่งสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เฉพาะของฮอกไกโด และ “นิเซโกะ” ลานสกีหิมะพาวเดอร์สโนว์คุณภาพสูง

2. โซนโดโต (โอบิฮิโระ・โทกาจิ)

โซนนี้เป็นแหล่งเพลิดเพลินกับทะเลเหนือแสนสงบซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ชั้นนำของญี่ปุ่น เช่น โอบิฮิโระและโทกาจิ

3. โซนโดโฮคุ (อาซาฮิกาว่า・ฟุราโนะ・บิเอ)

โซนนี้เป็นแหล่งสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เช่น “อาซาฮิกาว่า” ขึ้นชื่อเรื่องสวนสัตว์ขนาดใหญ่, “ทุ่งลาเวนเดอร์” ในฟุราโนะ และ “บิเอ” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Blue Pond (สระมรกต)

4. โซนโดโอ (ซัปโปโร・โจซังเค)

โซนนี้ครอบคลุมถึง “ซัปโปโร” เมืองศูนย์กลางอันเจริญรุ่งเรืองของฮอกไกโดและ “โจซังเค” แหล่งออนเซ็นภายในหุบเขา

〜รวมแหล่งท่องเที่ยวโดยจำแนกตามพื้นที่ต่างๆในฮอกไกโด〜

แหล่งท่องเที่ยวในฮาโกดาเตะ

1. Mount Hakodate (ภูเขาฮาโกดาเตะ)

mt.hakodate160815a

Mount Hakodate (ภูเขาฮาโกดาเตะ)แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะแห่งนี้เป็นแหล่งชมทัศนียภาพอันงดงามที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน3 วิวกลางคืนของโลก วิวเมืองฮาโกดาเตะที่สามารถชมได้จากบนกระเช้านั้นงดงามมากจนเกือบลืมหายใจกันเลยทีเดียว

ที่อยู่:19-7 Motomachi, Hakodate-shi, Hokkaidō

2. Goryokaku Tower (ป้อมโกะเรียวคาคุ)

hokkaido_20160926f

Goryokaku Tower (ป้อมโกะเรียวคาคุ)ที่สามารถชม “โกะเรียวคาคุ” ปราสาทรูปดาวด้านล่างได้แห่งนี้สร้างขึ้นโดยรัฐบาลทหารเอโดะในปี 1864 ถ้าเกิดใครได้ขึ้นไปบนจุดชมวิว รับรองว่าจะต้องประทับใจในความงดงามของโกะเรียวคาคุที่รับเทคนิคการสร้างแบบตะวันตกมาใช้กันอย่างแน่นอน

ที่อยู่:43-9 Goryōkakuchō, Hakodate-shi, Hokkaidō

3. Ōnuma Quasi-National Park (อุทยานแห่งชาติโอนุมะ)

hokkaido_20160926g

Ōnuma Quasi-National Park (อุทยานแห่งชาติโอนุมะ)

ที่สร้างขึ้นในปี 1958 แห่งนี้เป็นอุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สามารถชม “คิโซโคมะ” ภูเขาไฟสูง 1,131 เมตรที่ยังคงปะทุอยู่ได้ ภูเขาคิโซโคมะที่เปลี่ยนรูปร่างไปตามมุมมองแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวมากมายในฐานะที่เป็นภูเขาไฟสุดแปลกที่สามารถปีนเขาได้ในช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนตุลาคม

ที่อยู่:1023-1 Ōnumachō, Nanae-chō, Kameda-gun, Hokkaidō

4. Yunokawa Onsen (ยุโนะกาวะออนเซ็น)

hokkaido_20160926b

Yunokawa Onsen (ยุโนะกาวะออนเซ็น) หมู่บ้านออนเซ็นในยุกาวะโจ เมืองฮาโกดาเตะแห่งนี้สามารถนั่งรถยนต์มาจากสนามบินฮาโกดาเตะได้โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น! เราสามารถเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดใหม่หลังแช่ออนเซ็นได้จากเรียวกังเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์และชมวิวทะเลได้จากโรงแรมสไตล์โมเดิร์น ในฤดูร้อน เราสามารถเพลิดเพลินกับงานเทศกาลดอกไม้ไฟขณะที่แช่ออนเซ็นได้ด้วยนะเออ... ภายใน Hakodate Tropical Botanical Garden ตรงมุมหนึ่งของเมืองฮาโกดาเตะเป็นที่ตั้งของ「ออนเซ็นลิงภูเขา」ที่สามารถชมเหล่าลิงญี่ปุ่นกำลังแช่ออนเซ็นอย่างสบายใจเฉิบได้

ที่อยู่:Yunokawachō, Hakodate-shi, Hokkaidō

5. Hachiman-zaka Slope (เนินฮาจิมันซากะ)

hokkaido_20160926h

Hachiman-zaka Slope (เนินฮาจิมันซากะ)

คือ เนินที่ทอดยาวจากโกดังอิฐแดงคาเนโมริไปถึงภูเขาฮาโกดาเตะ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน โคมไฟริมถนนก็จะส่องพื้นที่ปูด้วยหินจนสว่างไสวเห็นเป็นเรือแล่นสวนไป-มาอยู่ไกลๆ

ที่อยู่:Suehirocho, Hakodate, Hokkaido Prefecture

6. Port of Hakodate (ท่าเรือฮาโกดาเตะ)

hokkaido_20160926i

อาหารขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากอาหารทะเล สดใหม่อย่างปลาหมึก, สาหร่ายคอมบุ, หอยเป๋าฮื้อ และหอยเม่นนั่นเองค่ะ!
Hakodate Port Festival (งานเทศกาลท่าเรือฮาโกดาเตะ)ที่จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีการจุดดอกไม้ไฟอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่ ทำให้บริเวณท่าเรือคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย

7. Kanemori Red Brick Warehouse (โกดังอิฐแดงคาเนโมริ)

hokkaido_20160926j

Kanemori Red Brick Warehouse (โกดังอิฐแดงคาเนโมริ)ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 150 ปีแห่งนี้เป็นศูนย์การค้าที่สร้างจากอิฐบรรยากาศสไตล์ต่างประเทศ โดยรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน – 2 ล้านคน / ปี นอกจากนี้ โซนหนึ่งภายในศูนย์การค้าก็ยังมีคลองไหลผ่านให้ชาวต่างชาติตกใจอีกด้วย เมื่อตกกลางคืนจะมีการไลท์อัพทำให้บริเวณริมน้ำและโกดังสว่างไสวเกิดเป็นทัศนียภาพงดงามมากค่ะ

ที่อยู่:14-12 Suehirochō, Hakodate-shi, Hokkaidō

8. Hakodate morning market (ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ)

hokkaido_20160926k

สำหรับใครที่ต้องการเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดใหม่เฉพาะของฮาโกดาเตะอย่างปู หอยเม่น หรือไข่ปลาแซลมอนดองเค็มก็ขอแนะนำให้เดินทางไปยังHakodate morning market (ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ)ที่จัดขึ้นใกล้กับสถานีฮาโกดาเตะเลยค่ะ ตลาดเช้าที่สามารถลิ้มลองข้าวหน้าปลาดิบรสเลิศได้ในราคาไม่แพงแห่งนี้คึกคักไปด้วยผู้คนอยู่เป็นประจำทุกเช้า

ที่อยู่:9-19 Wakamatsuchō, Hakodate-shi, Hokkaidō

9. Old British Consulate of Hakodate (สถานกงสุลอังกฤษเก่าเมืองฮาโกดาเตะ)

Old British Consulate of Hakodate (สถานกงสุลอังกฤษเก่าเมืองฮาโกดาเตะ)แห่งนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 1859 และได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี 1992 จากเหตุการณ์ไฟไหม้หลายครั้ง ในปัจจุบันได้เปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าชมเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเป็นที่ตั้งของห้องพิพิธภัณฑ์สัมผัสประวัติศาสตร์การเปิดท่าเรือฮาโกดาเตะโดย Matthew C. Perry ผู้นำเรือรบอเมริกันสีดำและคาเฟ่ที่สามารถเพลิดเพลินกับอาฟเตอร์นูนทีของแท้สไตล์อังกฤษได้

ที่อยู่:33-14 Motomachi, Hakodate-shi, Hokkaidō

10. Mashu-Maru Ship Museum (พิพิธภัณฑ์เรือมาชูมารุ)

e4dfc741dadd40a4e2d4c66c60678f04_s

Mashu-Maru Ship Museum (พิพิธภัณฑ์เรือมาชูมารุ)

แห่งนี้เกิดจากการนำเรือเฟอร์รี่ที่วิ่งให้บริการระหว่างเกาะฮอกไกโดและเกาะฮอนชูมาเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ให้ผู้คนเข้าชมกันทั่วไป เราสามารถจับต้องอุปกรณ์ที่ใช้จริงภายในเรือได้อย่างอิสระ จึงขอแนะนำสำหรับใครที่ต้องการพาครอบครัวมาเที่ยวเลยค่ะ ^^

ที่อยู่:12 Wakamatsuchō, Hakodate-shi, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

10 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในฮาโกดาเตะ

แหล่งท่องเที่ยวในซัปโปโร・โจซังเค

hokkaido_20160926l

โจซังเค หมู่บ้านออนเซ็นแสนภาคภูมิใจของฮอกไกโดแห่งนี้มีเสน่ห์เรื่องออนเซ็นสรรพคุณรักษาโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าและโรคปวดข้อ รวมถึงทัศนียภาพงดงามอันแสนกว้างใหญ่ไพศาลนี่แหละ

ที่อยู่:Jozankei Onsen, Minami Ward, Sapporo

11. Sapporo Clock Tower (หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร)

sapporo clock tower 160823a

เอื้อเฟื้อภาพโดย:Yokoso SAPPORO

Sapporo Clock Tower (หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร)ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่กำแพงสีขาวและหลังคาสีแดงนี่แหละ ที่นี่จัดแสดงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในสมัยที่บุกเบิกเมืองซัปโปโร

ที่อยู่: 2 Chome Kita 1 Jōnishi, Chūō-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

12. Hitsujigaoka Observation Hill (จุดชมวิวฮิตสึจิกาโอกะ)

hokkaido_20160926c

Hitsujigaoka Observation Hill (จุดชมวิวฮิตสึจิกาโอกะ)อันแสนกว้างใหญ่สำหรับชมวิวเมืองซัปโปโรแห่งนี้มีทั้งฝูงแกะและรูปปั้นสำริดของศาสตราจารย์ William Smith Clark ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยเกษตรซัปโปโรและเจ้าของประโยคอมตะ “เด็กๆต้องคิดให้ใหญ่ไม่คิดเล็ก” ยังไงเพื่อนๆก็ลองแวะมาถ่ายรูปท่าเดียวกับศาสตราจารย์กันดูนะคะ

ที่อยู่:1 Hitsujigaoka, Toyohira-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

13. Hokkaido University (มหาวิทยาลัยฮอกไกโด)

hokkaido_20160926

Hokkaido University (มหาวิทยาลัยฮอกไกโด)แห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายไม่ว่าจะเป็นถนนต้นแปะก๊วยสีเหลืองทองและฟาร์มของศาสตราจารย์คลาร์ค โดยเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมส่วนหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยฟรี

ที่อยู่:5 Chome Kita 8 Jōnishi, Kita-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

14. Former Hokkaidō Government Office (ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด)

Sapporo20151024_16


เอื้อเฟื้อภาพโดย:Yokoso SAPPORO

Former Hokkaidō Government Office (ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด)หรือที่รู้จักกันในชื่อที่ทำการรัฐบาลอิฐแดงแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่กำแพงอิฐแดงตามชื่อของมันเลยค่ะ ที่ทำการรัฐบาลเก่าดีไซน์สุดโดดเด่นแบบนีโอบาร็อคสไตล์อเมริกันเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรีไปเลยจ้า...

ที่อยู่:6 Chome Kita 3 Jōnishi, Chūō-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

15. Nijo market (ตลาดนิโจ)

hokkaido_20160926p

Nijo market (ตลาดนิโจ)แหล่งจำหน่ายอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปีแห่งนี้ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลสดใหม่ขึ้นชื่อของฮอกไกโดอย่างปูและไข่ปลาแซลมอนดองเค็มเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของตรอกและย่านร้านอาหารเก่าแก่ของซัปโปโรอีกด้วย

ที่อยู่:1 - 2 Chome Minami 3 Jōhigashi, Chūō-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

รวมของอร่อยของฮ็อกไกโดเอาไว้ที่นี่!「ตลาดนิโจ」ซัปโปโร

16. Sapporo City Museum (พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร)

hokkaido_20160926o

Sapporo City Museum (พิพิธภัณฑ์เมืองซัปโปโร)มีทั้งคอร์สสัมผัสประสบการณ์ เช่น ดอกไม้แห้งทับในหนังสือและภาพปะติด รวมถึงดนตรีคอนเสิร์ตด้วย อาคารที่สร้างขึ้นในปี 1926 แห่งนี้เป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในหมู่ผู้คนท้องถิ่นในฐานะที่เป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ที่อยู่:13 Chome Ōdōrinishi, Chūō-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

17. Sapporo Beer Museum (พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร)

Sapporo Beer Museum (พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร)

ที่จัดแสดงเกี่ยวกับเบียร์แห่งเดียวในญี่ปุ่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนะนำสำหรับคอเบียร์เลยค่ะ ถ้าเกิดใครเสียเงินเข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมโรงงานก็จะได้ลิ้มลองเบียร์ด้วยนะเออ...

ที่อยู่:9 Chome-1-1 Kita 7 Jōhigashi, Higashi-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

18. Mount Moiwa Ropeway (กระเช้าภูเขาโมอิวะ)

hokkaido_20160926r

ซัปโปโรยามค่ำคืนที่มองเห็นได้จากบนยอดเขา

โมอิวะ

สูง 531 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลนับเป็นหนึ่งในวิวกลางคืนห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวฮอกไกโด บนยอดเขาซึ่งเป็นเส้นทางของกระเช้าเป็นที่ตั้งของร้านอาหารติดกระจกสำหรับชมวิว 270 องศา วิวเมืองด้านล่างเปล่งประกายระยิบระยับราวกับว่ากำลังนั่งอยู่บนร้านอาหารลอยฟ้าเลยทีเดียว

ที่อยู่:5 Chome-3-7 Fushimi, Chūō-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

19. Shiroi Koibito Park (โรงงานช็อกโกแลตชิโร่ยโคอิบิโตะ)

shiroikobito-main&6

เมื่อเอ่ยถึงของฝากจากซัปโปโรแล้วจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก「Shiroi Koibito (ชิโร่ยโคอิบิโตะ)」นั่นเองค่ะ ภายใน Shiroi Koibito Park (โรงงานช็อกโกแลตชิโร่ยโคอิบิโตะ) แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่กิจกรรมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตขนมเท่านั้น แต่ยังจัดเตรียมโซนกิจกรรมทำขนมเอาไว้ด้วย

ที่อยู่:2 Chome-11-36 Miyanosawa 2 Jō, Nishi-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ「ซิโรอิโคอิบิโตะพาร์ค」ซัปโปโร

20. Moerenuma Park (สวนโมเอเรนุมะ)

Moerenuma_park201510236

Moerenuma Park (สวนโมเอเรนุมะ)ที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกในตำนานคุณอิซามุ โนกุจิ
แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและศิลปะ เพื่อนๆคนไหนอยากลองมาใช้เวลาสัมผัสกับบรรยากาศทั้ง 4 ฤดูกาลที่สวนโมโอเรนุมะกันดูบ้างเอ่ย?

ที่อยู่:1-1 Moerenumakōen, Higashi-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

อิซามุ โนกุจิ ผู้ออกแบบ 「สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ」แห่งเมืองซัปโปโรแสนสวย!

21. Sapporo Art Museum (พิพิธภัณฑ์ศิลปะซัปโปโร)

sapporo open air art gallery160819a

Sapporo Art Museum (พิพิธภัณฑ์ศิลปะซัปโปโร)แห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานประติมากรรมแกะสลักกว่า 74 ชิ้นจากฝีมือศิลปินกว่า 64 ท่าน ประติมากรรมแกะสลักที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้อันเขียวขจีเหล่านี้ให้อารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศและฤดูกาล

ที่อยู่:2 Chome-75 Geijutsunomori, Minami-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

กว่า 74งานอาร์ท!!อันทรงเสน่ห์ ที่Sapporo Art Park Sculpture Garden

22. Historical Village of Hokkaido (หมู่บ้านประวัติศาสตร์ฮอกไกโด)

hokkaido_20160926s

Historical Village of Hokkaido (หมู่บ้านประวัติศาสตร์ฮอกไกโด)ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งฮอกไกโดแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สามารถสัมผัสถึงประวัติศาสตร์การบุกเบิกฮอกไกโดได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง แถมเรายังสามารถอิ่มอร่อยกับ “โมจิหัวมัน” ของขึ้นชื่อประจำหมู่บ้านและ “มิโซะราเม็ง” เฉพาะของฮอกไกโดได้ที่โรงอาหารภายในอาคารอีกด้วย

ที่อยู่: 50-1 Konopporo Atsubetsuchō , Atsubetsu-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

23. Horomitoge Lavender Garden (ทุ่งลาเวนเดอร์ สวนโฮโรมิโตเกะ)

furano_1

Horomitoge Lavender Garden (ทุ่งลาเวนเดอร์ สวนโฮโรมิโตเกะ)ที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกลาเวนเดอร์กว่า 5000 ต้นแห่งนี้มีช่วงไฮไลท์อยู่ที่ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคมเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยเราสามารถสัมผัสประสบการณ์เก็บเกี่ยวดอกลาเวนเดอร์ภายในสวนได้ด้วยนะเออ... เพื่อนๆลองแวะมาสร้างความทรงจำอันแสนวิเศษกับครอบครัวหรือแฟนท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นลาเวนเดอร์หอมหวานกันดูมั้ยเอ่ย?

ที่อยู่:471-110 Bankei, Chūō-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ซัปโปโร 「Horomitoge Lavender Garden」สวยงามเกินคำบรรยาย!

24. Jozankei Onsen (โจซังเคออนเซ็น) (แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสี)

a9870120bb40e692baf6f73fed99e374_s

Jozankei Onsen (โจซังเคออนเซ็น)แห่งนี้โด่งดังในเรื่องออนเซ็นและแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง โดยมีวิธีการเพลิดเพลินในช่วงฤดูใบไม้ร่วงมากมายไม่ว่าจะเป็นเดินเล่นบนทางเดินที่ทอดยาวจากหมู่บ้านออนเซ็นไปยังลำธาร, นั่งเรือกอนโดลาชมใบไม้เปลี่ยนสี หรือนั่ง Koyokappa Bus ตระเวนเที่ยวแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่อ เป็นต้น

ที่อยู่:Jozankei Onsen, Minami Ward, Sapporo

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวแนะนำในซัปโปโรสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「10 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในซัปโปโร」และ「แผนเที่ยวซัปโปโรแบบรวบรัดภายใน 2 วัน

25. Otaru Canal (คลองโอตารุ)

otaru-main&2

Otaru Canal (คลองโอตารุ)

ที่ไหลผ่านเมืองโอตารุบนเกาะฮอกไกโดนั้นมีเสน่ห์เรื่องทัศนียภาพอันงดงามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ เลียบคลองเรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สร้างจากอิฐมากมาย เมื่อตกกลางคืน โคมไฟแก๊สอุ่นๆริมถนนก็จะส่องให้ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวสวยงามมาก

ที่อยู่:Minatomachi, Otaru, Hokkaido Prefecture

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

【โอตารุ ฮอคไกโด】เดินเล่นริมคลองค่ำคืนอันแสนโรแมนติก

แหล่งท่องเที่ยวในโนโบริเบ็ทสึ

26. Noboribetsu Hot Spring (โนโบริเบ็ทสึออนเซ็น)

hokkaido_20160926.1

Noboribetsu Hot Spring (โนโบริเบ็ทสึออนเซ็น)
แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหมู่บ้านออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่น บริเวณโดยรอบเรียงรายไปด้วยบ่อนรกปากปล่องภูเขาไฟและหนองน้ำธรรมชาติที่เกิดจากการระเบิด・ปะทุของภูเขาไฟ โดยเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ

ที่อยู่: 6 Noboribetsuonsenchō, Noboribetsu-shi, Hokkaidō

27. Noboribetsu Bear Park (ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล)

hokkaido_20160926.2

Noboribetsu Bear Park (ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล)ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านออนเซ็นโนโบริเบ็ทสึประมาณนั่งกระเช้า 7 นาที โดยเป็นสวนสัตว์แนะนำสำหรับครอบครัวที่สามารถชมหมีสีน้ำตาลอันทรงพลังได้อย่างใกล้ชิด

ที่อยู่:224 Noboribetsuonsenchō, Noboribetsu-shi, Hokkaidō

28. Noboribetsu Date Jidai Mura (หมู่บ้านดาเตะจิไดมูระ)

hokkaido_20160926.3

Noboribetsu Date Jidai Mura (หมู่บ้านดาเตะจิไดมูระ)เป็นแหล่งรวมความบันเทิงที่เรียงรายไปด้วยบ้านนินจาและนักรบท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮอกไกโดกันจนเต็มอิ่มแล้วก็ลองแวะมาย้อนเวลาหาจิ๋นซี เอ้ยย... ย้อนเวลากลับไปสู่โลกแห่งนินจาและเกอิชากันดูมั้ยเอ่ย?

ที่อยู่:53-1 Nakanoboribetsuchō, Noboribetsu-shi, Hokkaidō

แหล่งท่องเที่ยวในอาซาฮิกาว่า・ฟุราโนะ・บิเอ

29. Tree of Ken and Mary (ต้นไม้ของเคนและแมรี่)

nhk_biei_20160119j-700x466

Tree of Ken and Mary (ต้นไม้ของเคนและแมรี่)」ตั้งอยู่ภายในเมืองบิเอบนเกาะฮอกไกโดอย่างเงียบสงบ โดยมีที่มาจากโฆษณารถยนต์ ken-mary Skyline นั่นเอง แม้ในปัจจุบัน ต้นพอปลาร์ 1 ต้นที่ปรากฎอยู่ในโฆษณาก็ยังคงเป็นที่รักของชาวเมืองในฐานะที่เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำเมืองอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ที่อยู่:Ōkubokyōsei Ōmura, Biei-chō, Kamikawa-gun, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

พาเที่ยวบิเอะสัมผัสเสน่ห์ฮอกไกโดฤดูหนาวกับนักศึกษาสาวไทย

30. Farm Tomita (ฟาร์มโทมิตะ)

hokkaido_20160926.5

Farm Tomita (ฟาร์มโทมิตะ)ที่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วงแห่งนี้ เราสามารถชมทุ่งลาเวนเดอร์อันแสนงดงามได้อย่างเต็มอิ่ม โดยเปิดให้เข้าชมฟรี นอกจากนี้ เรายังสามารถซื้อของฝากเกี่ยวกับดอกลาเวนเดอร์ เช่น ดอกไม้แห้งหรือน้ำหอม ได้ด้วยนะเออ...

ที่อยู่:15 Go Nakafurano Kisen Kita, Nakafurano-chō, Sorachi-gun, Hokkaidō

31. Sounkyo Onsen (โซอุนเคียวออนเซ็น)

hokkaido_20160926.6

Sounkyo Onsen (โซอุนเคียวออนเซ็น)ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาไทเซ็ตสึห่างจากอาซาฮิกาว่าประมาณ 70 กิโลเมตร โดยมีเสน่ห์อยู่ที่ออนเซ็นสรรพคุณช่วยรักษาโรคปวดข้อ ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานนี่แหละ นอกจากนี้ อาคารบ้านเมืองที่ได้รับต้นแบบมาจากรีสอร์ทบนภูเขาในแคนาดานั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะที่เป็นแหล่งออนเซ็นสุดเก๋ไก๋ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสไตล์ตะวันตก

ที่อยู่:Sounkyo, Kamikawa, Kamikawa District, Hokkaido Prefecture

32. Blue Pond (สระมรกต)

hokkaido_20160926.8

Blue Pond (สระมรกต)แห่งนี้โด่งดังมาจากการถูกใช้เป็นภาพวอลเปเปอร์ของบริษัท Apple ในปี 2012 ผิวน้ำสีฟ้าที่เกิดจากน้ำคุณภาพพิเศษเป็นหนึ่งในทัศนียภาพอันงดงามที่ต้องชมกันให้ได้สักครั้งในชีวิต นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ก็ยังมีการไลท์อัพตอนกลางคืนที่พลาดไม่ได้อีกต่างหาก!

ที่อยู่:Shirogane, Biei, Kamikawa District, Hokkaido Prefecture

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

พาเที่ยวบิเอะสัมผัสเสน่ห์ฮอกไกโดฤดูหนาวกับนักศึกษาสาวไทย

33. Biei no Oka (เนินบิเอ)

hokkaido_20160926.9

Biei no Oka (เนินบิเอ)เรียกกันว่า “แพทเวิร์ค” ซึ่งเกิดจากการปลูกผลผลิตทางการเกษตรมากมายบนเนินเตี้ย โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวในบิเอที่สามารถชมทุ่งเปลี่ยนสีตามระดับของแสงแดดพลางสัมผัสกับห้วงเวลาที่ค่อยๆไหลไปอย่างช้าๆได้ บอกเลยว่าเป็นแหล่งชมวิวแนะนำสำหรับใครที่อยากได้รูปวิวสวยๆเลยล่ะค่ะ ^^

ที่อยู่:Biei, Kamikawa District, Hokkaido

34. Asahiyama Zoo (สวนสัตว์อาซาฮิยามะ)

hokkaido_20160926.10

Asahiyama Zoo (สวนสัตว์อาซาฮิยามะ)คือ สวนสัตว์ขนาดใหญ่ชั้นนำของญี่ปุ่นที่รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่น สวนสัตว์อาซาฮิยามะที่จัดแสดงพฤติกรรมและสัญชาติญาณของสัตว์ออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่น่าเกรงขามแห่งนี้นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวในดวงใจของผู้คนทั่วโลกเลยทีเดียว

ที่อยู่:Higashiasahikawacho Kuranuma, Asahikawa, Hokkaido Prefecture

แหล่งท่องเที่ยวแถวทะเลสาบอาคัง・ทะเลสาบมาชู

35. Lake Akan (ทะเลสาบอาคัง) ・Lake Mashū (ทะเลสาบมาชู)・Akan Onsen (อาคังออนเซ็น)

hokkaido_20160926.11

ทะเลสาบอาคังที่มองเห็นวิวภูเขาโอดาคัง

Lake Akan (ทะเลสาบอาคัง)ทะเลสาบอันแสนกว้างใหญ่กว่า 27 กิโลเมตรที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ และLake Mashū (ทะเลสาบมาชู)แสนภาคภูมิใจในความใสของน้ำติดอันดับ 2 ของโลกแห่งนี้แปลว่า “ทะเลสาบแห่งเทพเจ้า” ในภาษาไอนุ ทั้งคู่เป็นแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวภาคกลางและภาคตะวันออกของฮอกโกโด นอกจากนี้ ภายในหมู่บ้านออนเซ็นแถวทะเลสาบอาคังก็ยังเป็นแหล่งรวมเรียวกังและโรงแรมกว่า 30 แห่งอีกด้วย ถ้าเกิดนั่ง Akan Bus มาจากสนามบินคุชิโระก็จะสามารถเดินทางมาถึงหมู่บ้านออนเซ็นได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

36. Kawayu Hot Spring (คาวายุออนเซ็น)

14297415606_33ffff89fb_z


Photo credit: Lanzen via VisualHunt / CC BY-NC-SA

Kawayu Hot Spring (คาวายุออนเซ็น)แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากทะเลสาบมาชูประมาณนั่งรถยนต์ 20 นาทีเท่านั้น โดยเป็นออนเซ็นที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างน้ำของแม่น้ำคุมาโนะและต้นน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นแม่น้ำ ในฤดูหนาวจะมีออนเซ็นกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่เรียกว่า「เซ็นนินฟุโระ」เปิดให้บริการ ทำให้เราสามารถแช่ออนเซ็นอุ่นๆพลางชมท้องฟ้าที่พร่างพรายไปด้วยดวงดาวมากมายได้อย่างชิลล์ๆ

ที่อยู่:Kawayuonsen Kawakami, Teshikaga, District, Hokkaido Prefecture

แหล่งท่องเที่ยวในชิเรโตโกะ・โทกาจิ・โอบิฮิโระ

hokkaido_20160926.20

Photo credit:David McKelveyviaVisual Hunt/CC BY-NC-ND

โซนชิเรโตโกะเป็นแหล่งท่องเที่ยวลึกลับไม่ค่อยมีใครรู้จักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก ส่วนโซนโทกาจิโอบิฮิโระมีไฮไลท์อยู่ที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และหมู่บ้านเกษตรกรรมบนพื้นที่อันแสนกว้างใหญ่นี่แหละ

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปยังชิเรโตโกะก็ขอแนะนำให้นั่งรถบัสมาจาก Memanbetsu Airport (สนามบินเมมัมเบ็ทสึ) หรือนั่งรถไฟ JR มาจาก Kushiro Airport (สนามบินคุชิโระ) เลยค่ะ ส่วนการเดินทางไปยังโทกาจิและโอบิฮิโระนั้นขอแนะนำให้ใช้บริการ Tokachi–Obihiro Airport (สนามบินโทกาจิ-โอบิฮิโระ) จะสะดวกที่สุด

37. Utoro Hot Spring (อุโตโระออนเซ็น)

hokkaido_20160926.13

Photo credit:Nemo's great uncleviaVisualhunt/CC BY-NC-SA

Utoro Hot Spring (อุโตโระออนเซ็น)ในชิเรโตโกะแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1965 เพื่อนๆคนไหนสนใจมาแช่ออนเซ็นผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวพลางชมพระอาทิตย์ยามเย็นที่คล้อยตกทะเลโอค็อตสก์ท่ามกลางวิวเทือกเขาในชิเรโตโกะกันมั้ยเอ่ย?

ที่อยู่:Utoro, Shari-shi, Shari District, Hokkaido

38. Shiretoko National Park (อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ)

hokkaido_20160926.14

Photo credit:civ33viaVisual Hunt/CC BY-NC-SA

Shiretoko National Park (อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ)คือ อุทานแห่งชาติซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์พิเศษอันแสนกว้างใหญ่กว่า 60,000 เฮกเตอร์ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก แถบเลียบทะเลสาบเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหมีสีน้ำตาลและกวางซีกา นอกจากนี้ก็ยังมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นอุทยานที่ยังคงหลงเหลือธรรมชาติอันงดงามของแท้โดยไม่ได้ผ่านน้ำมือมนุษย์อีกด้วย

ที่อยู่:Shiretokomisaki, Rausu, Menashi District, Hokkaido Prefecture

39. Shiretokogo Lake (ห้าทะเลสาบชิเรโตโกะ)

hokkaido_20160926.15

Photo credit:antonioperezrio.comviaVisualhunt.com/CC BY-NC-ND

เนื่องจากภายในShiretokogo Lake (ทะเลสาบชิเรโตโกะ)ประตูสู่มรดกโลกแห่งนี้มีทางเดินชมธรรมชาติด้วย เราจึงสามารถเดินชมรอบทะเลสาบได้อย่างอิสระ ที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหมีสีน้ำตาล จึงขอแนะนำให้เข้าร่วมทัวร์ไกด์วอล์คเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่อยู่:Shiretokogo Lake, Onnebetsumura, Shari, Shari District, Hokkaido Prefecture

40. Tokachi Hot Spring (โทกาจิออนเซ็น)

Tokachi Hot Spring (โทกาจิออนเซ็น)

อันแสนกว้างใหญ่ในโอบิฮิโระแห่งนี้เป็นหมู่บ้านออนเซ็นยอดนิยมในหมู่สาวๆในฐานะที่เป็น「ออนเซ็นแห่งความงาม」โทกาชิออนเซ็นซึ่งมีพืชเป็นต้นน้ำมีความชุ่มชื้นทางธรรมชาติอยู่มากมาย ว่ากันว่ามีคุณสมบัติช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยจากการออกกำลังกาย, อาการปวดเอว และโรคผิวหนัง

ที่อยู่:Tokachi Hot Spring, Otofuke-shi, Katō District, Tokachi Subprefecture, Hokkaido

แหล่งเล่นสกีในฮอกไกโด

41. นิเซโกะ

niseko hirafu 160823a

เมื่อเอ่ยถึงฮอกไกโดแล้ว หลายคนจะต้องนึกถึงกีฬาฤดูหนาวอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะคะ? ภายในนิเซโกะที่ปกคลุมไปด้วยหิมะพาวเดอร์สโนว์คุณภาพสูงแห่งนี้มีผู้ที่ชื่นชอบการเล่นสกี・สโนว์บอร์ดแวะเวียนมาเยือนกันมากมายเป็นประจำทุกปี สำหรับใครที่อยากเพลิดเพลินกับหิมะพาวเดอร์สโนว์คุณภาพสูงก็ลองแวะมาเที่ยวนิเซโกะในช่วงเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์กันดูเนอะ

ที่อยู่:Niseko-cho, Hokkaido

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

ไกด์นำเที่ยวนิเซโกะตั้งแต่วิธีการเดินทาง ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ยันของฝาก
5 ลานสกีสุดเจ๋งในฮอกไกโด

จองตั๋วเข้าร่วมกิจกรรมจังหวัด ฮอกไกโด

〜ข้อมูลอาหารท้องถิ่นในฮอกไกโด〜

นอกจากนี้ “ฮอกไกโด” ที่รายล้อมไปด้วยทะเล ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยทุ่งเลี้ยงสัตว์แห่งนี้ก็โด่งดังเรื่องอาหารรสเลิศไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล ผัก หรือผลิตภัณฑ์นมล้วนเป็นอะไรที่ต้องลิ้มลองกันให้ได้สักครั้ง

ส่วนอาหารท้องถิ่นอย่าง “เจงกิสข่าน” เนื้อแกะผัดผักและ “อิชิการินาเบะ” หม้อไฟซุปมิโซะต้มผักกับปลาแซลมอนของฮอกไกโดนั้นมักจะใส่เนย, สาเกลีส์ และมันฝรั่งเข้าไปด้วย

ส่วนเมนูขึ้นชื่อของฮอกไกโดนั้นก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “อาหารทะเลสดใหม่”, “ซัปโปโร” และ “มิโซะราเม็ง” เลยค่ะ บอกเลยว่าใครมาเที่ยวฮอกไกโดห้ามพลาดทั้ง 3 เมนูนี้เด็ดขาด!

ซูชิ

sushi_eyecatch

ฮอกไกโดเป็นแหล่งดื่มด่ำกับอาหารทะเลสดใหม่ที่เพิ่งจับได้ใหม่ๆจากท่าเรือ ส่วนร้านที่พลาดไม่ได้สำหรับใครที่อยากลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่เหล่านี้ก็คือ「Nagoyakatei (นาโกยากะเท)」ร้านซูชิยอดนิยมราคาสมเหตุสมผลที่จำหน่ายซูชิจากวัตถุดิบเฉพาะของฮอกไกโดอย่างหอยเม่น ไข่ปลาแซลมอนดองเค็ม และปู เป็นต้น โดยเป็นร้านขึ้นชื่อเรื่องความใหญ่ของวัตถุดิบและปริมาณเยอะจนแทบล้นจานเลยทีเดียว

ที่อยู่:5 Chome-20 Kitano 5 Jō, Kiyota-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

อาหารทะเล

kaisendon20150903a

ฮอกไกโดไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ซูชิเท่านั้น แต่ยังมีชื่อเสียงเรื่องข้าวหน้าปลาดิบชั้นเลิศที่ทำมาจากปลาทะเลสดใหม่อีกด้วย สำหรับใครที่ชื่นชอบไข่ปลาแซลมอนดองเค็มก็ขอแนะนำ Kuidokoro shakebanya (คุอิโดโคโระชาเคบันยะ)ที่ตั้งอยู่ในเมืองคุชิโระเลยค่ะ ที่นี่เป็นร้านขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าคุ้มราคาที่สามารถดื่มด่ำกับไข่ปลาแซลมอนดองเค็มรสสัมผัสนุ่มลิ้นเด้งดึ๋งได้ในราคาเพียง 850 เยนเท่านั้น

ที่อยู่:4-11 Hamachō, Kushiro-shi, Hokkaidō

ราเม็ง

ramenyokochou_20160110b

เมื่อเอ่ยถึงราเม็งฮอกไกโดแล้วก็ต้องนึกถึงมิโซะราเม็งเลยค่ะ 「Sumire (ซุมิเระ)」ร้านจำหน่ายซัปโปโรราเม็งขึ้นชื่อแห่งนี้จำหน่ายราเม็งสุดเอกลักษณ์ที่น้ำซุปมิโซะมีรสชาติเข้มข้นและหมูชาชูนุ่มลิ้น รับรองว่าถ้าได้ลองสักครั้งจะต้องติดใจกันอย่างแน่นอน

ที่อยู่:4 Chome-7-28 Nakanoshima 2 Jo, Toyohira Ward, Sapporo, Hokkaido Prefecture

งานอีเว้นท์ในฮอกไกโด

hokkaido_20160926.18

Photo credit:David McKelveyviaVisualhunt.com/CC BY-NC-ND

ฮอกไกโดเต็มไปด้วยงานอีเว้นท์ตามฤดูกาลมากมาย! โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีการจัดงานเทศกาลหิมะเพียบเลยล่ะค่ะ「SAPPORO SNOW FESTIVAL (งานเทศกาลหิมะซัปโปโร)」ที่จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีนั้นเป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะที่ทำขึ้นจากการแกะสลักหิมะ โดยมีจำหน่ายอาหารท้องถิ่นอุ่นๆของฮอกไกโดที่เหมาะกับการทานในฤดูหนาวสุดๆด้วย ในช่วงเทศกาลนี้ทั่วทั้งซัปโปโรจะคึกคักมากจนถึงกับลืมความหนาวเย็นไปเลยทีเดียว

ที่อยู่ของสวนโอโดริ:1-12 Chome Ōdōrinishi, Chūō-ku, Sapporo-shi, Hokkaidō

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

【ฤดูหนาวญี่ปุ่น】สัมผัสประสบการณ์เทศกาลเดือนธันวา〜กุมภากันเถอะ

สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวฮอกไกโด

girl-623384_640

ฤดูร้อนในฮอกไกโดมีอากาศค่อนข้างเย็นสบายเมื่อเทียบกับเกาะฮอนชู โซนฮาโกดาเตะและชิเรโตโกะไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ เราสามารถใส่เสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นท่องเที่ยวได้อย่างสบายๆ แต่สำหรับโซนฟุราโนะและโซนอาซาฮิกาว่านั้นมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมากในช่วงกลางวัน ในกรณีที่เดินทางไปบนที่สูง จึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าหนาๆมาด้วยจะดีที่สุด แต่ฮอกไกโดในฤดูหนาวนั้นจะมีอากาศเย็นจัดตลอดทุกพื้นที่เลยทีเดียว ยังไงก็เตรียมเสื้อผ้าอุ่นๆกันไปด้วยเนอะ

ธรรมชาติ

streetview_sakura_20160320a

ธรรมชาติในญี่ปุ่นจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้ง 4 โดยฮอกไกโดนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับโตเกียวแล้วจะเริ่มฤดูกาลบานสะพรั่งของดอกซากุระช้ากว่าประมาณ 1 เดือนอยู่ที่ช่วงปลายเดือนเมษายน แต่ฤดูใบไม้ร่วงของที่นี่จะเริ่มเร็วกว่าโตเกียว เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม
เราจะได้ชมทัศนียภาพของภูเขาในฮอกไกโดที่ย้อมไปด้วยสีแดงและสีเหลืองของใบไม้เปลี่ยนสี สำหรับใครที่อยากเห็นดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะก็ขอแนะนำให้มาเที่ยวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมจะดีที่สุด เนื่องจากช่วงพีคที่มีหิมะตกหนักอย่างเดือนมกราคม – เดือนกุมภาพันธ์นั้นจะส่งผลต่อระบบการคมนาคม จึงทำให้เดินทางได้อย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

6 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีแสนสดใสในฮอกไกโด!

ของฝากจากฮอกไกโด

hokkaido_20160926.19

ผลิตภัณฑ์นมจากเต้าของวัวฮอกไกโดที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางธรรมอันแสนสงบและผลิตภัณฑ์จากนมวัวอย่างชีส,เนยและช็อกโกแลตนั้นเหมาะกับการซื้อกลับไปเป็นของฝากสุดๆ ถ้าเกิดได้ซื้อของหวานที่ผลิตขึ้นมาจากผืนดินอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ รับรองว่าจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีระหว่างเที่ยวอย่างแน่นอนค่ะ ^^

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

8 ขนมรสชาติเข้มข้นถึงใจของฝากจากฮอกไกโด【ตอนแรก】
8 ขนมรสชาติเข้มข้นถึงใจของฝากจากฮอกไกโด【ตอนจบ】

ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่แลกเงินเยนหรือเงินสกุลต่างประเทศก็สามารถใช้บริการแลกเงินตราต่างประเทศของธนาคารหรือตู้ ATM ตามเซเว่นอีเลฟเว่นได้เลยจ้า...

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

เวลาที่เงินสดไม่พอ! สถานที่4แห่งสำหรับแลกเงินในญี่ปุ่น

ในกรณีที่เงินสดหมดให้รีบหาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ PLUS เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถกดเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะค่ะ ^^

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

รู้ไว้ใช่ว่า ช็อปเพลินเงินหมดจะหาตู้กด ATM ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับใครที่อยากรู้วลีแสนสะดวกสำหรับใช้ตอนเข้าพักตามโรงแรมในญี่ปุ่นสามารถเข้าไปอ่านได้จากบทความดังต่อไปนี้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

รวม 10 ภาษาญี่ปุ่น ที่สามารถใช้ได้ในโรงแรม!

นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นก็ยังมีบริการ「Japan Connected-free Wi-Fi」แสนสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยนะเออ... ยังไงก็ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเอาไว้ล่วงหน้ากันได้เลย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

รวมจุดให้บริการ Japan Connected-free Wi-Fi ในญี่ปุ่น

เอ่อ...แล้วค่าอาหารที่ใช้ระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นตกประมาณเท่าไหร่ต่อวันกันน้า? งั้นคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

ค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น (ร้านสะดวกซื้อ,ร้านอาหาร,ร้านซูชิ)

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners