Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

7 จุดน่าเที่ยวในอาซาฮิคาวะ ฮอกไกโด -สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง ฟาร์มุเอโนะ และอีกมาก- (Asahikawa, Hokkaido)

7 จุดน่าเที่ยวในอาซาฮิคาวะ ฮอกไกโด -สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง ฟาร์มุเอโนะ และอีกมาก- (Asahikawa, Hokkaido)

ฮอกไกโด(Hokkaido) 2018.10.14

อาซาฮิคาวะ (Asahikawa) เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองใหญ่รองจากซัปโปโร ล้อมรอบด้วยเทือกเขาไดเซ็ตสึซันและแม่น้ำน้อยใหญ่ มีธรรมชาติสวยๆ ให้ดูได้ตลอด 4 ฤดู มาดูกันมีอะไรบ้างในเมืองอาซาฮิคาวะ ที่มีความลงตัวระหว่างธรรมชาติและกลางเมือง

แปลโดย Taranis R.

เขียนโดย Satoko Nakano

Pin LINE

อาซาฮิคาวะ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เดินทางง่าย

旭川のオススメスポット7選

เมืองที่สามารถชื่นชมธรรมชาติและความเป็นเมืองใหญ่ได้ในที่เดียวกันในจังหวัดฮอกไกโดนั้นมีไม่มากนัก หนึ่งในนั้นก็คือเมืองอาซาฮิคาวะ (Asahikawa) ที่ไม่ว่าจะกิจกรรมแบบไหนก็มีให้ครบ ทั้งการเดินเที่ยวชม หาของกิน ช้อปปิ้ง และอื่นๆ เมืองนี้มีทั้งหมด ทำให้เมืองอาซาฮิคาวะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี

เมืองอาซาฮิคาวะมีการปลูกข้าวและทำการเกษตรเป็นจำนวนมากเพราะมีน้ำบริสุทธิ์ที่ละลายจากน้ำแข็งของภูเขาหิมะและธารน้ำใต้ดิน ประกอบกับสภาพภูมิอากาศเย็นที่พอเหมาะพอดี ด้วยความว่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอับดับ 2 ของเกาะฮอกไกโด ทำให้มีร้านค้าที่ขายข้าวและผักที่ปลูกได้ในเมือง และยังมีร้านขายอาหารทะเลตั้งอยู่มากมาย

การคมนาคมทางอากาศก็ถือว่าสมบูรณ์แบบ ทำให้แต่ละปีมีผู้มาท่องเที่ยวกว่า 5 ล้านคนจากทั้งในและต่างประเทศ ในเดือนพฤศจิกายน 2018 สนามบินอาซาฮิคาวะจะเปิด Terminal ใหม่เพื่อรองรับสายการบินจากต่างประเทศให้เต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้เมืองอาซาฮิคาวะนั้นกลายเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบในด้านของการท่องเที่ยวเลยทีเดียว

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ 7 แห่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเมืองอาซาฮิคาวะ

1. สวนสัตว์อาซาฮิคาวะ วิธีเลี้ยงสัตว์แบบธรรมชาติ ของดีของ ""

ถ้าพูดถึงชื่ออาซาฮิคาวะก็คงไม่แคล้วนึกถึงสวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) สวนสัตว์ที่อยู่ในจังหวัดเหนือสุดของประเทศ ครั้งหนึ่งที่นี่เคยประสบปัญหานักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก แต่จากการรีโนเวทให้กลายเป็นสวนสัตว์ที่มีความเฉพาะตัว ทำให้ตอนนี้สวนสัตว์อาซาฮิคาวะกลายเป็นสวนสัตว์แบบพิเศษที่มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่น

นั่นก็คือการจัดแสดงสัตว์แบบเน้นสร้างสิ่งแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้สัตว์ไม่รู้สึกเครียดและกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ทางสวนสัตว์ยังพยายามเพิ่มความใกล้ชิดระหว่างคนกับสัตว์ให้มากขึ้นอีกด้วย

ส่วนสัตว์ยอดนิยมภายในสวนสัตว์ก็คงไม่พ้นหมีขาวขั้วโลกสุดน่ารัก ซึ่งนอกจากจะเพลิดเพลินไปกับท่าทางอันน่าเอ็นดูระหว่างที่หมีขาวกำลังเล่นน้ำ ยังสามารถชมอรรถกิริยาของหมีขาวจากมุมมองของแมวน้ำจากด้านล่างหรือที่เรียกว่า Seal-eye ได้อีกด้วย

2. เดินทางสู่โลกแห่งน้ำแข็ง พิพิธภัณฑ์หิมะ Snow Crystal Museum

Picture courtesy of Snow Crystal Museum

หลังจากผ่านประตูเข้าไป ก็จะพบกับความงดงามของบันไดเวียนที่เป็นรูปหกเหลี่ยมเหมือนทรงของเกล็ดหิมะ ยิ่งเดินลงบันไดไปเรื่อยๆ อากาศก็เย็นลงจนไปพบกับทางเดินแห่งน้ำแข็งอยู่ด้านหน้า

สองฝั่งทางเดินคือประติมากรรมน้ำแข็งรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากละอองน้ำบาดาลที่ถูกพ่นออกมาด้วยหัวสเปรย์แบบพิเศษ รูปร่างของประติมากรรมน้ำแข็งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สามารถมาชมเมื่อไหร่ก็ได้ตลอดทั้งปี ทำให้ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความแฟนตาซีราวกับอยู่ในการ์ตูนเรื่อง Frozen ของดิสนีย์ก็ไม่ปาน

อีกจุดที่น่าสนใจคือ รูปเกล็ดหิมะที่ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์กว่า 200 แบบ ที่ถูกประดับอยู่ใน Snow Crystal Museum (ในรูปภาพ) ตั้งแต่เพดานจนถึงผนังเลย ยิ่งอุณหภูมิลดลงมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้เกล็ดน้ำแข็งแตกกิ่งก้านยาวขึ้นเท่านั้น

มากไปกว่านี้ยังสามารถเลือกสวมชุดเดรสต่างๆ เพื่อเดินถ่ายรูปภายในอาคารได้ด้วยกับกิจกรรม Ohime-sama taiken หรือการแต่งกายเป็นเจ้าหญิงนั่นเอง หรือจะไปชมคอนเสิร์ตในฮอลคอนเสิร์ตแสนหรูก็ได้

Snow Crystal Museum
ที่อยู่ : 3-1-1 Minamigaoka, Asahikawa, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานี JR Asahikawa ต่อรถบัสอีก 15 นาที ลงป้าย Takasagodai Iriguchi เดินต่อประมาณ 10 นาที หรือนั่งรถจากสนามบิน Asahikawa ใช้เวลา 40 นาที
เว็บไซต์ทางการ : http://yukibi.marryblossom.com/

ข้อมูลค่าผ่านประตูและส่วนลดพิเศษต่างๆ ดูได้จาก : http://yukibi.marryblossom.com/abouts/

3. รู้จักวิธีการทำสาเกที่พิพิธภัณฑ์ Otokoyama Sake Brewery Museum

ชั้น 2 จัดแสดงภาพพิมพ์อุคิโยะเอะเรื่องราวเกี่ยวกับสาเก Otokoyama และหนังสือเคล็ดลับการทำสาเก
Picture courtesy of Otokoyama Co., Ltd.

โอโตโกยามะ (Otokoyama) เหล้าญี่ปุ่นแสนอร่อยที่ให้กลิ่นหอมของข้าวและรสสัมผัสเบานุ่มลิ้น เพราะใช้น้ำจากธารน้ำใต้ดินที่ไหลจากเทือกเขาไดเซ็ตสึซัน (Daisetsuzan) หนึ่งในร้อยภูเขาขึ้นชื่อของญี่ปุ่น และเมล็ดข้าวพันธุ์ดี เสริมด้วยอุณหภูมิอันหนาวเหน็บของอาซาฮิคาวะที่เหมาะแก่การหมักเหล้า

พิพิธภัณฑ์ Otokoyama Sake Brewery Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวของเหล้าโอโตโกยามะ และอุตสาหกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างวัฒนธรรมการทำสาเก จัดแสดงเอกสารจากสำคัญจากยุคเอโดะ และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการหมักเหล้า

ที่ชั้น 3 จะเป็นการจัดแสดงแก้วสาเกและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการหมัก มีการจัดเตรียม VTR ขั้นตอนการทำสาเกและประวัติของโอโตโกยามะเป็นภาษาต่างๆ ถึง 5 ภาษา มีภาษาไทยด้วยนะ! (ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี และภาษาไทย)

ที่ชั้น 1 มีส่วนทดลองชิมสาเกโอโตโกยามะ หรือจะเป็นสินค้าที่มีขายเฉพาะฤดูและสินค้าเฉพาะพิพิธภัณฑ์จัดเตรียมเอาไว้ให้เลือกซื้อเลือกหาอีกมากมาย

Otokoyama Sake Brewery Museum
ที่อยู่ : 7-1-33 Nagayama 2 Jo, Asahikawa, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานี JR Asahikawa ต่อรถบัสอีก 20 นาที ลงป้าย Nagayama 2 Jo 6 Chome และเดินต่ออีก 2 นาที หรือนั่งรถจากสนามบิน Asahikawa ใช้เวลา 30 นาที
เว็บไซต์ทางการ : http://www.otokoyama.com/museum/en/

4. คอราเม็งพลาดไม่ได้สำหรับ Asahikawa Ramen Village

旭川のオススメスポット7選

Picture courtesy of Asahikawa Ramen Village

สำหรับอาหารท้องถิ่นของเมืองอาซาฮิคาวะก็คงไม่พ้น ราเม็ง ที่มีความพิเศษก็คือการใช้ดาชิหรือน้ำซุป จากกระดูกหมูและโครงไก่มาผสมกับซุปจากอาหารทะเล แต่งรสด้วยโชยุ เป็นราเม็งที่มีรสชาติเฉพาะตัวของเมืองอาซาฮิคาวะ

นอกจากนี้ยังมีการใช้มันหมูในซุป เป็นเคล็ดลับของแถบนี้เพราะสภาพอากาศแถวนี้หนาวมาก พอมีน้ำมันมาเคลือบผิวหน้าของราเม็งก็จะทำให้ราเม็งเย็นช้าลง

ในหมู่บ้านราเม็ง Asahikawa Ramen Village ได้รวบรวมร้านราเม็งท้องถิ่น 8 ร้านมาไว้ด้วยกัน แต่ละร้านก็มีการพัฒนาราเม็งของตัวเองให้มีความเฉพาะตัว แล้วยังมีราเม็งชามเล็กขายด้วย สำหรับลูกค้าที่อยากลองชิมทีเดียวหลายๆ ร้านจะได้ไม่อิ่มจนลองชิมไม่ไหว

ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากสวนสัตว์อาซาฮิคาวะและฟาร์มอุเอโนะ เลยกลายเป็นจุดแวะเติมพลังสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งขาไปและขากลับ

Asahikawa Ramen Village
ที่อยู่ : 4-119-48 Nagayama 11 Jo, Asahikawa, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : ลงรถไฟสถานี JR Minami Nagayama เดินต่ออีก 8 นาที หรือนั่งรถจากสถานี JR Asahikawa 20 นาที หรือนั่งรถจากสนามบิน Asahikawa ใช้เวลา 30 นาที
เว็บไซต์ทางการ : http://www.ramenmura.com/

5. สัมผัสกลิ่นอายจากสมัยก่อนที่ถนนช้อปปิ้ง อาซาฮิคาวะ เฮวะโดริ

旭川のオススメスポット7選

Picture courtesy of Asahikawa Heiwadori Shopping District Promotional Association

ถนนช้อปปิ้งอาซาฮิคาวะ เฮวะโดริ (Asahikawa Heiwa-dori Shopping Street) ถูกสร้างขึ้นในปี 1972 เป็นถนนสำหรับคนเดินโดยเฉพาะแห่งแรกในญี่ปุ่น มีร้านค้ามากมายตั้งแต่ร้านกินดื่ม ไปจนถึงร้านขายข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นย่านการค้าสำคัญของคนในท้องที่มาตั้งแต่สมัยก่อน ถนนสายนี้เริ่มต้นจากสถานี JR Asahikawa ยาวออกไปร่วม 1 กิโลเมตร

ถ้าจะหาซื้อของฝากล่ะก็ต้องห้ามพลาดร้าน Machinaka Kouryukan Shop ที่นี่มีสินค้าลายตัวมาสคอตของเมือง สินค้าแปรรูป สินค้าหัตถกรรมงานฝีมือต่างๆ แค่มาเดินดูเฉยๆ ก็ตื่นตาตื่นใจไปกับสินค้าหลากหลายแล้ว

นอกจากนี้ก็ต้องลองชาบูชาบูจากเนื้อแกะ ของขึ้นชื่ออีกอย่างของฮอกไกโดที่ร้านดัง Benkei (เบ็งเค) เนื้อแกะที่นุ่มและไม่มีกลิ่นพอเอามาทำชาบูชาบูแล้วก็ได้รสอร่อยที่แตกต่างจากเจงกิสข่าน (เนื้อแกะย่างกะทะร้อน) ไปอีกแบบ

นอกจากเรื่องการซื้อของแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากตลอดปี อย่างทุกเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีก็มี Asahikawa Festival ที่จัดพร้อมกับ Ice Sculpture World Meetings กิจกรรมแกะสลักน้ำแข็งระดับโลก พอเดือนสิงหาคมก็เป็น Asahikawa Summer Festival ส่วนเดือนกันยายนก็มีกิจกรรมรวมของอร่อย North Hokkaido Food Festival Tabe Marche

ถนนช้อปปิ้งอาซาฮิคาวะ เฮวะโดริ
ที่อยู่ : 7-8 Chome, Miyashitadori-8 Jodori, Asahikawa, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : ลงรถไฟ JR สถานี Asahikawa เดิน 1 นาที
เว็บไซต์ทางการ : http://www.kaimonokouen.com/

6.จะเดินเล่น จะชมวิวก็ครบรส ที่เขาอาซาฮิดาเกะ

旭川のオススメスポット7選

จาก ชมดอกไม้หน้าร้อนบนภูเขาไฟที่อาซาฮิดาเกะ ยอดเขาที่สูงที่สุดของฮอกไกโด (ภาษาจีนตัวเต็ม)

เขตฮิกาชิคาวะ (Higashikawa) ที่อยู่ติดกับอาซาฮิคาวะมียอดเขาที่สูงที่สุดของฮอกไกโดอยู่คือเขาอาซาฮิดาเกะ (Asahidake) มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,291 เมตร ได้รับการเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ภูเขาที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

ช่วงที่เหมาะจะไปเดินเขาจะอยู่ราวปลายเดือนมิถุนายน ยาวไปถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยปกติในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายนจะมีการจัดกิจกรรมการเปิดเขาประจำปี ส่วนช่วงที่พีคที่สุดคือปลายเดือนกรกฎาคม เพราะจะมีพรรณไม้บนที่สูงผลิดอกเบ่งบานไปทั่วพื้นที่อย่างสวยงามราวกับสวรรค์ก็ไม่ปาน จนคนญี่ปุ่นเรียกที่นี่ว่า Kamigami no Yadoru Niwa หรือแปลเป็นไทยได้ว่าสวนสวรรค์ที่เทพอาศัยอยู่ นั่นเอง

และที่นี่เองก็ยังเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่จะเปลี่ยนสีเร็วที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ใบไม้จะเริ่มแดงในช่วงกลางถึงปลายเดือนกันยายน และจะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนที่นี่เป็นจำนวนมาก

กิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำได้ที่นี่ก็เช่น คอร์สเดินเขา 1 ชั่วโมง หรือเล่นสกีที่ Asahidake Ski Course ซึ่งที่นี่เปิดให้เล่นสกีนานที่สุดในญี่ปุ่นเลย (เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป)

ในบริเวณใกล้เคียงมีที่พักทั้งหมด 9 ที่ด้วยกัน และแน่นอนต้องมีออนเซ็นด้วย หลังจากสนุกกับการท่องเที่ยวหรือการเล่นกีฬาบนเขาอาซาฮิดาเกะแล้วก็กลับไปที่พัก และใช้เวลาพักผ่อนไปกับการแช่ออนเซ็นคลายหนาว เป็นการปิดทริปอย่างสมบูรณ์แบบ

เขาอาซาฮิดาเกะ
ที่อยู่ : Asahidake Onsen, Hikashikawa, Kamikawa, Hokkaido Google Maps
การเดินทาง : ลงรถไฟสถานี JR Asahikawa นั่งรถต่ออีก 1 ชั่วโมง 10 นาที หรือนั่งรถจากสนามบิน Asahikawa ใช้เวลา 60 นาที

มีบริการรถบัสสาย Ideyu-go ไปยังเขาอาซาฮิดาเกะ จากสถานีรถไฟและสนามบิน Asahikawa ในแต่ละวันมีบริการทั้งหมด 4 รอบไป-กลับ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลารถบัสได้ที่นี่

Official Website : http://asahidake.hokkaido.jp/en/

ดูตารางการให้บริการรถกระเช้าและค่าบริการได้ที่นี่

7. อุเอโนะฟาร์ม บรรยากาศสวยๆ ที่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่ได้มาเยือน

旭川のオススメスポット7選

Picture courtesy of Ueno Farm

อุเอโนะฟาร์ม (Ueno Farm) เป็นสวนที่มีดอกไม้บานสะพรั่งให้ชมตลอดทั้งปี มีพรรณไม้นานับชนิดกว่า 2,000 สายพันธุ์สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันผลิบานในแต่ละฤดู เรียกได้ว่าถ้ามาเดือนละครั้งก็จะได้เห็นวิวที่ต่างกันไปทุกครั้งเลย

ด้วยความเป็นฮอกไกโด ทำให้ดอกไม้ที่นี่มีสีเข้มกว่าที่อื่น หรือดอกบางชนิดที่ปกติจะบานคนละฤดู พอมาอยู่ที่นี่กลับบานพร้อมกัน เป็นความพิเศษที่หาได้จากฮอกไกโดที่เดียว และสวนแห่งนี้ยังถูกขนานนามว่า Hokkaido Garden อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมี NAYACafé คาเฟ่ที่ใช้บ้านเก่านำมาปรับปรุงใหม่ ภายในร้านมีบริการเสิร์ฟอาหารว่างและของหวานที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่น ช่วงสุดสัปดาห์ภายในเดือนมิถุยายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี เกษตรกรในละแวกใกล้เคียงก็จะนำผลหมากรากไม้สดๆที่พึ่งเก็บได้มาวางขายในกิจกรรม Holiday Marche (บางช่วงอาจจะไม่มี ขึ้นอยู่กับผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้) และสามารถสนทนาภาษาเกษตรกับเกษตรกรที่มาร่วมกิจกรรมในงานได้ด้วย

ถ้าจะไปเที่ยวอาซาฮิดาเกะ ขอแนะนำให้ค้างซัก 1 คืน

สถานที่ที่แนะนำในบทความนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ห่างจากตัวเมืองอาซาฮิคาวะมากนัก เดินทางไปเที่ยวได้ง่าย แต่ว่าถ้าอยากจะค่อยๆ เดินเที่ยวสบายๆ ที่สวนสัตว์อาซาฮิคาวะ หรืออุเอโนะฟาร์ม ก็อาจต้องเพิ่มเวลาเข้าไปอีกซักหน่อย

ยิ่งถ้าเป็นเขาอาซาฮิดาเกะที่อยู่เมืองข้างๆ นั้นจะห่างจากตัวเมืองพอสมควร รอบๆ เขาก็มีที่พักอยู่ประมาณหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เผื่อเวลาอีกซัก 1 คืนจะได้มีเวลาเที่ยวแต่ละที่ได้แบบเต็มที่

ทางเราขอแนะนำให้ค้าง 1-2 คืนในตัวเมือง และถ้าจะไปเที่ยวเขาอาซาฮิดาเกะก็เพิ่มไปอีก 1 คืนจะเป็นคอร์สที่ค่อนข้างลงตัวที่สุด ถ้าใครอยากจะเช่ารถขับเที่ยวแบบหวานเย็นไม่รีบร้อน ก็แนะนำให้เพิ่มวันแล้วแวะไปที่เมืองข้างๆ อย่าง ฟุราโนะและบิเอด้วยเลย

Asahikawa Winter Festival หนึ่งในกิจกรรมยิ่งใหญ่ของเมืองอาซาฮิคาวะ

旭川のオススメスポット7選

Picture courtesy of Asahikawa City Tourism Division

Asahikawa Winter Festival เทศกาลฤดูหนาวของอาซาฮิคาวะ จัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปี แต่ละครั้งจะจัดงานประมาณ 1 สัปดาห์ และมีกิจกรรมมากมายภายในงาน

พระเอกของงานนี้คือรูปปั้นน้ำแข็งที่ถูกตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ ตามมาด้วยการไลท์อัพประดับไฟ การฉาย Projection Mapping และพลุในตอนกลางคืนอันแสนตื่นตา และที่ขาดไม่ได้ก็คือ Winter Marche โซนรวมของอร่อยขึ้นชื่อของฮอกไกโด แน่นอนว่าราเม็งก็มี อากาศหนาวๆ มาทานราเม็งเพิ่มความอบอุ่นกัน

ในแต่ละปีคอนเซปต์การจัดงานก็จะแตกต่างกัน ก่อนไปลองดูจากเว็บไซต์ทางการของงานได้

Asahikawa Winter Festival
สถานที่จัดงาน : สวนโจบัง (Joban Park) Google Maps
การเดินทาง : ขึ้นรถรับส่งได้ฟรีจากสถานีรถไฟ JR Asahikawa ใช้เวลา 20 นาที (รถออกทุก 30 นาที)
*สถานที่จัดงานไม่มีที่จอดรถ
เว็บไซต์ทางการ : http://www.city.asahikawa.hokkaido.jp/awf/index.html

วิธีการเดินทางไปเมืองอาซาฮิคาวะ

เมืองอาซาฮิคาวะขึ้นชื่อเรื่องการเดินทางสะดวก เป็นสถานีต้นทาง/ปลายทางของรถไฟ JR ถึง 4 สาย มีถนนหลวงตัดผ่านอีก 4 เส้น การเดินทางด้วยทางด่วน Chuo Highway จากสนามบิน Shin-Chitose หรือ Sapporo ก็ทำได้ง่าย หลายๆ คนจึงใช้เมืองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวภายในฮอกไกโด

การเดินทางจากสนามบิน Asahikawa มายังตัวเมือง (สถานีรถไฟ JR Asahikawa)

ขอแนะนำให้ใช้รถบัส ถ้าเป็นรถ Airport Bus นั่งจากสนามบินแค่ 30-40 นาที (ราคา 620 เยน) ถ้าเป็นรถบัสทั่วไปก็มีทั้งที่ไปเขาอาซาฮิดาเกะ ใช้เวลา 50 นาที 1,000 เยน หรือถ้าไปสวนสัตว์อาซาฮิคาวะ ก็ใช้เวลาแค่ 30 นาที 550 เยน

ใครเลือกที่จะใช้รถเช่า ก็ใช้เวลาแค่ 30 นาทีจากสนามบินก็ถึงตัวเมือง

จากสถานี JR Sapporo มายังสถานี JR Asahikawa

หากนั่งรถไฟ JR แบบด่วนพิเศษ Limited Express จะใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 1 ชั่วโมง 45 นาที (ค่าโดยสาร 2,490 เยน ค่าจองที่นั่งเพิ่มอีก 2,320 เยน) หรือถ้าจะใช้รถไฟแบบธรรมดาก็ใช้เวลามากหน่อยที่ประมาณ 3 ชั่วโมง (ค่าโดยสาร 2,490 ไม่สามารถเลือกที่นั่งได้)

ถ้าเป็นรถบัสก็จะใช้วลาประมาณ 2 ชั่วโมง (ค่าโดยสาร 2,060 เยน)

กรณีสำหรับคนที่เดินทางด้วยการเช่ารถ ถ้าใช้ทางด่วนจาก Sapporo IC ถึง Asahikawa Takasu IC จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (ราคาค่าผ่านทางทั้งหมด 3,320 เยน) หากไม่ใช้ทางด่วนจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

การเดินทางจากสนามบิน Shin-Chitose ถึง สถานี JR Asahikawa

หลังจากเดือนเมษาที่ผ่านมา ได้มีรถบัส Taisetsu Liner ที่เชื่อมต่อสนามบิน Shin-Chitose กับสถานี JR Asahikawa โดยตรง ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถบัสให้บริการ 4 เที่ยวไป-กลับ

ใช้เวลาเดินทางจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศและต่างประเทศประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที (ค่าโดยสาร 3,500 เยนสำหรับเที่ยวเดียว และ 6,500 เยนสำหรับไป-กลับ)
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่นี่

ผสมผสานการเดินทางโดยรถสาธารณะและรถเช่า

旭川のオススメスポット7選

สำหรับการเดินทางภายในเมืองอาซาฮิคาวะนั้น การเดินทางด้วยรถสาธารณะจะเป็นอะไรที่สะดวกที่สุด
ในบทความนี้ก็มีการแนะนำการเดินทางจากสนามบิน Asahikawa และสถานีรถไฟ JR ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอย่างละเอียด ซึ่งต่อให้ใครที่ไม่ชอบขับรถก็สามารถไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ

แต่ว่าถ้าใครที่อยากจะเดินทางออกไปเมืองใกล้ๆ อย่าง ฟุราโนะและบิเอ หรือแม้แต่ซัปโปโร แบบขับไปเที่ยวไปก็คงไม่พ้นการเดินทางด้วยรถเช่าอย่างแน่นอน

ให้อาซาฮิคาวะเป็นจุดเริ่มต้น-จุดปิดทริปการเดินทางของคุณ

อาซาฮิคาวะ เมืองที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างความงดงามของธรรมชาติและความครึกครื้นของเมือง ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน หรือหน้าหนาว ที่นี่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน สำหรับใครที่อยากจะเดินทางท่องเที่ยวในฮอกไกโด ไม่ว่าจะเป็นจากซัปโปโร ฟุราโนะ-บิเอ เมืองอาซาฮิคาวะแห่งนี้สามารถเป็นจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุดการทางเดินของทุกๆ คนได้อย่างลงตัว

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners