Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

7 สถานที่ชมซากุระท่ามกลางธรรมชาติสุดอลังในฮอกไกโด (ปี 2018)

7 สถานที่ชมซากุระท่ามกลางธรรมชาติสุดอลังในฮอกไกโด (ปี 2018)

ฮอกไกโด(Hokkaido) 2018.03.15

ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวสุดในญี่ปุ่น และซากุระจะเริ่มบานประมาณปลายเดือนเมษายน ช้ากว่าโตเกียวถึงหนึ่งเดือน เราขอแนะนำ 7 สถานที่ชมซากุระที่จะได้ชมซากุระในที่กว้างๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮอกไกโดให้ทุกคนได้รู้จักกัน

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

ชมซากุระที่ฮอกไกโดเมื่อไหร่ ที่ไหนดี?

ฮอกไกโด แดนเหนือของญี่ปุ่น ดินแดนแห่งธรรมชาติอันสวยงาม และแหล่งอาหารสดอร่อย

ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่อยู่ทางเหนือสุดของประเทศและมีอากาศหนาวที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้ซากุระบานช้ากว่าที่โตเกียวถึงหนึ่งเดือน โดยจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนเมษายน

การได้ชมซากุระที่บานสะพรั่งท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ในพื้นที่เปิดโล่งถือเป็นอีกประสบการณ์ที่หาได้แค่ในฮอกไกโดเท่านั้น เราจึงอยากแนะนำให้รู้จัก 7 สถานที่ชมซากุระที่อยากให้ทุกคนได้ลองไปกัน

1. ซากุระท่ามกลางสวนกว้าง "สวนโมเอเรนุมะ" เมืองซัปโปโร

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการประชุมและการท่องเที่ยวเมืองซัปโปโร

สวนโมเอเรนุมะ (Moerenuma Park) สวนสาธารณะนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ราว 1,175 ไร่ ตั้งอยู่ในเมืองซัปโปโร เมืองที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด

ภูเขารูปทรงเรขาคณิต น้ำพุ และเครื่องเล่นรูปร่างแปลกตา เป็นจุดเด่นที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด สวนสาธารณะนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้การออกแบบภาพรวมโดย โนะกุจิ อิซามุ (Noguchi Isamu) ศิลปินประติมากรชื่อดังระดับโลก ภายใต้คอนเซปต์ "ทั้งสวนคือหนึ่งผลงานประติมากรรม"

ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะพบกับเครื่องเล่นและสิ่งก่อสร้างดีไซน์แปลกตาประหนึ่งเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัยอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับสวนสาธารณะแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน

นอกจากช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สามารถชมดอกซากุระบานได้แล้ว ในช่วงฤดูร้อนยังมีลานเล่นน้ำและน้ำพุเปิดให้บริการ ในฤดูใบไม้ร่วงสามารถมาชมใบไม้เปลี่ยนสี และในฤดูหนาว ที่นี่จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ สามารถมาเล่นหิมะ สกี ลากเลื่อนกันได้ เป็นสวนสาธารณะที่ให้เราสัมผัสความสนุกได้เต็มที่ทั้ง 4 ฤดูกาลจริงๆ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการประชุมและการท่องเที่ยวเมืองซัปโปโร

จุดชมซากุระของสวนโมเอเรนุมะคือ "ป่าซากุระ (Sakura no Mori)" ภายในสวนป่าขนาด 80 ไร่นี้มีต้นซากุระให้ชมมากถึง 2,300 ต้น

ในบริเวณนี้ นอกเหนือจากต้นซากุระแล้ว ยังมีโซนเครื่องเล่นที่แอบซ่อนตัวอยู่ในสวนป่าถึง 7 แห่ง เครื่องเล่นสีสันสดใสกว่า 126 ชนิดกำลังรอคอยให้เด็กๆ มาเล่นสนุกกัน

เอื้อเฟื้อภาพโดย : แผนกการประชุมและการท่องเที่ยวเมืองซัปโปโร

อีกหนึ่งบริเวณที่อยากแนะนำคือ "ภูเขาโมเอเระ (Mt. Moere)" บนยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นป่าซากุระและสวนทั้งหมดจากด้านบน รวมถึงชมทิวทัศน์เมืองซัปโปโรทั้งเมืองได้อีกด้วย ความสูงของภูเขาประมาณ 53 เมตร สามารถเดินขึ้นไปด้านบนได้ภายใน 10 นาที จึงปลอดภัยและไม่ลำบากเกินไปแม้จะพาเด็กๆ ไปด้วย

หากเดินเล่นกันจนรู้สึกหิวแล้วละก็ต้องแวะไปที่อาคารศูนย์วัฒนธรรม "ปิรามิดแก้ว ฮิดามาริ (Glass Pyramid "HIDAMARI")" ที่นี่มีร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ของฮอกไกโดรังสรรค์เมนูสไตล์ฝรั่งเศสไว้ให้ทุกคนได้อิ่มท้อง และยังมีห้องแสดงงานศิลปะ ร้านค้า จุดพักผ่อน และห้องแสดงประวัติความเป็นมาของสวนแห่งนี้ด้วย

สวนโมเอเรนุมะแห่งนี้จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับความงามของดอกไม้ ไปพร้อมๆ กับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและความอบอุ่นของแสงแดด ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเพลิดเพลินกันได้อย่างเต็มที่

วิธีเดินทาง

- นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toho Line ลงที่สถานี Kanjodori-Higashi ต่อรถบัสของ Chuo Bus สาย Higashi 69 หรือ Higashi 79 ลงที่ป้าย Moerenuma Koen Higashiguchi ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ราคา 210 เยน

- นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toho Line ลงที่สถานี Kanjodori-Higashi ต่อรถบัสของ Chuo Bus สาย Higashi 61 ลงที่ป้าย Moerenuma Koen Nishiguchi ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ราคา 210 เยน

2. ชมซากุระจากเบื้องบน "หอคอยโกะเรียวคะขุ" เมืองฮาโกดาเตะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฮาโกดาเตะ

หอคอยโกะเรียวคะขุ (Goryoukaku Tower) หอคอยชมวิวอันมีชื่อเสียงของฮอกไกโดในเมืองฮาโกดาเตะ จากด้านบนหอคอยจะสามารถมองเห็นสวนโกะเรียวคะขุ (Goryoukaku Park) ที่มีลักษณะเป็นรูปดาวห้าแฉกได้

สวนแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงโด่งดังมากในฐานะจุดชมซากุระแสนสวยจากต้นซากุระรวมกว่า 1,600 ต้น

เอื้อเฟื้อภาพโดย : เมืองฮาโกดาเตะ

เมื่อมองจากจุดชมวิวบนหอคอยในฤดูใบไม้ผลิ ทิวทัศน์ด้านล่างจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูไปทั่วทุกมุม ด้านบนหอคอยมีโซนนิทรรศการประวัติความเป็นมาของหอคอยโกะเรียวคะขุ และโซนพื้นกระจก "ซีทรูฟลอร์" (See through floor) ที่สามารถมองทะลุลงไปเห็นพื้นด้านล่างได้

ภายในยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านไอศกรีมเจลาโต้ให้ได้ชิลล์พร้อมดูทิวทัศน์สวยๆ ไปด้วย

เวลาทำการ
21 ตุลาคม - 20 เมษายน เวลา 9:00 - 18:00
21 เมษายน - 20 ตุลาคม เวลา 8:00 - 19:00

ค่าขึ้นจุดชมวิว
ผู้ใหญ่ 900 เยน นักเรียนมัธยม 680 เยน นักเรียนประถม 450 เยน เด็กเล็กระดับต่ำกว่าประถมฟรี

วิธีเดินทาง

รถราง จากหน้าสถานีรถไฟ Hakodate นั่งรถรางจากสถานี Hakodate Eki-mae ไปลงที่สถานี Goryokaku Koen-mae ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ราคา 230 เยน แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที

รถบัส จากหน้าสถานีรถไฟ Hakodate นั่งรถบัส Hakodate Bus ไปลงป้าย Goryokaku Koen-iriguchi ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ราคา 240 เยน แล้วเดินต่อประมาณ 7 นาที

3. เพลิดเพลินกับซากุระหลากพันธุ์ "สวนมัตสึมาเอะ" เมืองมัตสึมาเอะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : สมาคมการท่องเที่ยวเมืองมัตสึมาเอะ

ปราสาทมัตสึมาเอะ (Matsumae Castle) และสวนมัตสึมาเอะ (Matsumae Park) ถือเป็นสัญลักษณ์และสถานที่ชมซากุระอันมีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่นของเมืองมัตสึมาเอะ เมืองทางตอนใต้ของฮอกไกโด และที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของย่านที่เรียกว่า "เมืองรอบปราสาท" เพียงแห่งเดียวของฮอกไกโดอีกด้วย นอกจากปราสาทก็ยังมีการจำลองบ้านเรือนในสมัยก่อนไว้ในบริเวณเดียวกันให้ได้เดินชมกันด้วย

ปราสาทมัตสึมาเอะแห่งนี้ยังได้รับฉายาว่าเป็น "ถิ่นกำเนิดแห่งซากุระ" เพราะภายในสวนแห่งนี้มีซากุระถึง 250 สายพันธุ์รวมกว่า 10,000 ต้น และเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระแต่ละสายพันธุ์จะเริ่มบานในเวลาที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถมาชมซากุระที่สวนแห่งนี้ได้ร่วมหนึ่งเดือนเต็มเลยทีเดียว

ในช่วงซากุระบานจะมีการจัดงานเทศกาลซากุระเมืองมัตสึมาเอะ (Matsumae Sakura Festival) มีการแสดงเดินขบวนของเหล่านักรบซามูไร การแสดงรำ และกิจกรรมต่างๆ

หากเดินไปที่สวนสาธารณะแห่งที่สองซึ่งอยู่บนเนินสูง จุดนี้ถือเป็นจุดชุมวิวสุดสวยที่สามารถมองเห็นสวนธารณะทั้งสวน และช่องแคบสึการุ (Tsugaru Strait) ช่องแคบระหว่างเกาะฮนชูและเกาะฮอกไกโดได้ด้วย

วิธีเดินทาง

จากสถานีรถไฟ JR Kikonai นั่งรถบัส Hakodate Bus สายที่วิ่งไปมัตสึมาเอะ (Matsumae) ลงที่ป้าย Matsushiro ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ราคา 1,250 เยน แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

4. ซากุระเรียงรายบนถนนที่ทอดยาว "ถนนชิซึไนนิจุกเค็ง" เมืองฮิดากะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : สมาคมการท่องเที่ยวชินฮิดากะ

บนสองฟากฝั่งของถนนชิซึไนนิจุกเค็ง (Shizunai Nijukken Road) ที่ทอดยาวเป็นเส้นตรงระยะทาง 7 กิโลเมตร คือต้นซากุระกว่า 3,000 ต้นที่ใช้เวลาถึง 3 ปีตั้งแต่ปีค.ศ. 1916 ในการย้ายต้นซากุระจากภูเขาใกล้เคียงมาปลูกใหม่ จนปัจจุบันนี้ได้รับการเลือกให้เป็น "มรดกแห่งฮอกไกโด" ในฐานะที่เป็นสถานที่ที่อยากสืบต่อให้ชาวฮอกไกโดรุ่นหลัง และเป็นสถานที่ชมซากุระที่อันโด่งดังอีกแห่งของญี่ปุ่น

ในช่วงต้นเดือนจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม จะมีผู้คนจากทั่วประเทศกว่า 2 แสนคนเดินทางมาดูดอกซากุระที่บานสะพรั่งบนถนนที่ทอดยาวสายนี้

วิธีเดินทาง

จากสถานีรถไฟ JR Sapporo นั่งรถบัส Donan Bus สายรถด่วน Pegasus มาลงที่ป้ายหน้าสถานีรถไฟ Shizunai ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที ราคา 2,410 เยน จากนั้นต่อรถบัส Donan Bus (ปลายทาง Noya) ลงที่ป้าย Ofuen ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ราคา 410 เยนแล้วเดินต่อประมาณ 17 นาที

* จำนวนรถบัสที่วิ่งแต่ละวันจะมีน้อย แนะนำให้พักค้างคืนบริเวณใกล้สถานี Shizunai จะสะดวกกว่า

5. เฝ้ามองขุนเขาอันไกลโพ้น "สวนอาซาฮิกะโอกะ" เมืองฟุราโนะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ที่ว่าการเขตฟุราโนะ

สวนอาซาฮิกะโอกะ (Asahigaoka Park) สถานที่ซึ่งเคยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 สุดยอดทิวทัศน์แห่งญี่ปุ่น จากบนยอดเขาสามารถมองเห็นที่แอ่งฟุราโนะ และเทือกเขาโทกะชิ (Mount Tokachi) ได้ด้วย

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ที่ว่าการเขตฟุราโนะ

ใบฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระพันธุ์เอโซะยามะซากุระมากกว่า 3,000 ต้นจะบานรอให้ทุกคนได้มาชม และที่สวนนี้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง จึงเหมาะในการมาปูเสื่อปิกนิกกันมากๆ

วิธีเดินทาง

จากสถานีรถไฟ JR Furano นั่งรถบัสสาย Goryou หรือ สาย Lavender (ปลายทาง New Furano Prince Hotel) ลงที่ป้าย Kisen ราคา 160 เยน แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

6. วิวกลางคืนอันงดงาม "ภูเขาเทนกุ" เมืองโอตารุ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายสนับสนุนอุตสาหกรรมท่าเรือ แผนกส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองโอตารุ

ภูเขาเทนกุ (Mount Tengu) หนึ่งในสามสถานที่ชมวิวกลางคืนอันงดงามของฮอกไกโด เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิจะต้องมาชมต้นเทนกุซากุระ ซากุระอายุกว่า 100 ปีที่ตั้งโดดเด่นเพียงต้นเดียวอยู่บนเขา ความพิเศษอีกอย่างคือ หากมองบางมุมอาจจะเห็นทั้งต้นเป็นรูปหัวใจก็ได้นะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : ฝ่ายสนับสนุนอุตสาหกรรมท่าเรือ แผนกส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองโอตารุ

ทัศนียภาพของเมืองโอตารุที่เป็นฉากหลังให้ซากุระนั้นก็ยิ่งทำให้ได้ภาพที่งดงามมากทีเดียว

วิธีเดินทาง

จากสถานีรถไฟ JR Otaru นั่งรถบัส Hokkaido Chuo Bus สายที่วิ่งไป Tenguyama ลงรถที่ Tenguyama ใช้เวลาประมาณ 20 นาที 220 เยน จากนั้นนั่งกระเช้าโรปเวย์ขึ้นเขาประมาณ 4 นาที ราคาตั๋วไป-กลับผู้ใหญ่ 1,200 เยน เด็กถึงระดับประถม 600 เยน

7. ชมซากุระใกล้สวนสัตว์ "สวนอาซาฮิยามะ" เมืองอาซาฮิคาวะ

เอื้อเฟื้อภาพโดย : สมาคมกำกับดูแลสวนสาธารณะอาซาฮิยามะ
สวนอาซาฮิยามะ (Asahiyama Park) สวนสาธารณะที่สนุกสนานได้ทุกฤดู ผู้คนมาปิกนิกกันในฤดูร้อน มาชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และแน่นอนว่าต้องมาชมซากุระกันในฤดูใบไม้ผลิด้วย จากเริ่มแรกที่มีซากุระเพียง 1,000 ต้น ในปัจจุบันมีซากุระมากกว่า 3,500 ต้นที่จะเปลี่ยนสวนทั้งสวนให้เป็นสีชมพูอย่างสวยงาม

เอื้อเฟื้อภาพโดย : สมาคมกำกับดูแลสวนสาธารณะอาซาฮิยามะ
ตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟ ให้เราได้ชมซากุระแสนสวนราวกับฝันไปอีกด้วย

นอกจากจะมาเดินชมซากุระแล้ว ยังสามารถแวะไปชมสัตว์น่ารักๆ ในสวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) ที่อยู่ติดกันได้ด้วย

วิธีเดินทาง

จากสถานีรถไฟ JR Asahikawa ทางออกทิศตะวันออก (East Exit) ป้ายรถบัสหมายเลข 6 นั่งรถบัสสาย 41, 42 หรือ 47 ลงที่ป้าย Asahiyama Zoo ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ราคา 440 เยน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

Flying... Penguins? Many Unique Exhibitions at Asahiyama Zoo! (ภาษาอังกฤษ)

ชมซากุระท่ามกลางธรรมชาติในฮอกไกโด

หากใครอยากพลาดโอกาสชมซากุระที่โตเกียวไปก็ไม่ต้องเสียใจ ลองมาชมซากุระท่ามกลางธรรมชาติของฮอกไกโดแทน
รับประกันเลยว่าสถานที่ชมซากุระของฮอกไกโดที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามเหล่านี้ จะทำให้ทุกคนได้สูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมชมดอกซากุระอย่างเพลิดเพลินใจแน่นอน

บทความเดิมเขียนโดย Mami Wakamatsu
*บทความนี้อัพเดทข้อมูลล่าสุดสำหรับปี 2018

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners