Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

แผนเที่ยวฮาโกดาเตะแบบรวบรัดภายใน 2 วัน!

แผนเที่ยวฮาโกดาเตะแบบรวบรัดภายใน 2 วัน!

ฮอกไกโด (Hokkaido) 2016.11.07 บทความที่ชอบ

บทความแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวฮาโกดาเตะ 2 วัน 1 คืน เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติเฉพาะของฮอกไกโด อาหารทะเลสดใหม่ อาคารบ้านเมืองสไตล์ต่างประเทศ และวิวกลางคืนอันงดงาม

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย Mayo Nomura

Pin LINE

เที่ยวฮาโกดาเตะ...ทำอะไรดี? เส้นทางท่องเที่ยวฮาโกดาเตะภายใน 2 วัน

ฮาโกดาเตะ

เป็นเมืองที่รับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเร็วที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ด้วยอาคารบ้านเมืองอันงดงามที่ยังคงหลงเหลือสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป โบสถ์ อาหารรสเลิศ และผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อประจำเมืองอันทรงเสน่ห์ ทำให้ที่นี่ทะยานขึ้นสู่ อันดับ 1 ของโพลสำรวจอันดับเมืองอันทรงเสน่ห์ ไปโดยปริยาย ถึงแม้ว่าที่นี่จะเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายก็จริง แต่ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวไฮไลท์ในฮาโกดาเตะแบบรวบรัดภายใน 2 วันกันค่ะ ^^

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

เปรียบเทียบวิธีการเดินทางจากโตเกียวไปฮอคไกโดอย่างละเอียดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลา!
8 ขนมรสชาติเข้มข้นถึงใจของฝากจากฮอกไกโด【ตอนแรก】
8 ขนมรสชาติเข้มข้นถึงใจของฝากจากฮอกไกโด【ตอนแรก】

วันที่ 1:เพลิดเพลินกับเมืองฮาโกดาเตะแสนโรแมนติกทั้งเนินฮาจิมันซากะ โกดังอิฐแดง และวิวกลางคืน!

วันที่ 1 เรามาตระเวนเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะกันดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น ย่านโมโตมาจิ ท่าเรือ และวิวกลางคืน

10:00 น. ถ่ายรูปที่ Old British Consulate of Hakodate (สถานกงสุลอังกฤษเก่า) ให้เต็มที่!

british konsulate 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย:แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

สถานกงสุลอังกฤษเก่า เมืองฮาโกดาเตะแห่งนี้ใช้ตั้งแต่ปี 1859 มาเป็นเวลากว่า 75 ปี โดยได้รับความนิยมในฐานะที่เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่ทำให้สัมผัสถึงบรรยากาศสมัยที่เพิ่งเปิดท่าเรือใหม่ๆ

แน่นอนว่าเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ แถมยังเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปกับ ป้ายสำหรับโผล่หน้าถ่ายรูป และ พรมรูปแผนที่โลกขนาดใหญ่ ได้ด้วย! คาเฟ่บนชั้น 1F รายล้อมไปด้วย ของตกแต่งสุดเก๋ไก๋สไตล์อังกฤษ ทำให้เราสามารถทานขนมและจิบชาอังกฤษของแท้ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์อังกฤษได้ที่นี่เลย

สวนดอกกุหลาบที่ปลูกระหว่างอาคารกว่า 139 ดอกจากทั้งหมด 60 สายพันธุ์ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม ปี 2015) จะบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

11:30 น. เดินทางผ่านเนินฮาจิมันซากะไปยังโซนท่าเรือเพื่อทานอาหารกลางวันและช้อปปิ้งของฝากที่โกดังอิฐแดงคาเนโมริ!

hachimanzaka slope ship 160821a

เอื้อเฟื้อภาพโดย:แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เนินฮาจิมันซากะได้รับเลือกให้เป็น อันดับ 1 ใน “เนินของญี่ปุ่นที่น่าเที่ยวมากที่สุด” โดยด้านหน้าเนินที่ทอดยาวออกไปเป็นที่ตั้งของท่าเรือฮาโกดาเตะ เราสามารถเดินเท้าจากสถานกงสุลอังกฤษเก่าไปยังโกดังอิฐแดงคาเนโมริได้โดยใช้เวลาประมาณ 11 นาที

s_Kanemori_Red_Brick_Warehouse-2 (1)

เอื้อเฟื้อภาพโดย:แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

“โกดังอิฐแดงคาเนโมริ” เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของฝากมากมายถึงขนาดว่าเผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปนานโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะค่ะ เนื่องจากที่นี่มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก จึงขอแนะนำให้หาร้านค้าเป้าหมายที่เล็งเอาไว้ก่อนจะดีที่สุด โฮมเพจ รองรับทั้ง ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีนตัวย่อ, ภาษาจีนตัวเต็มและ ภาษาไทย ส่วนมื้อกลางวันก็ขอแนะนำให้แวะมาที่ เบียร์ฮอล หรือ ร้านอาหารที่สามารถผ่อนคลายพลางชมวิวคลองอันงดงามได้ เลยค่ะ ^^ เว็บไซต์หลักมีคูปองส่วนลด 10% ด้วยนะเออ...

15:00 น. Goryokaku Tower (ป้อมโกะเรียวคาคุ)

goryokaku tower 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย:แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เส้นทางจากโกดังอิฐแดงคาเนโมริสู่ป้อมโกะเรียวคาคุสามารถนั่ง รถราง ไปได้โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที หรือถ้าเกิดใครเดินทางมาจากสถานีฮาโกดาเตะก็สามารถนั่งรถบัสไปถึงได้โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพียงแค่เดินจาก โกดังอิฐแดงคาเนโมริ ไปถึงรถรางสถานี Jujigai Station และนั่งรถราง For Yunokawa (รถรางสายที่ 5 หรือสายที่ 2) ไปลงสถานี Goryokakukoen-Mae Station และเดินต่ออีก 8 นาทีก็จะถึง ป้อมโกะเรียวคาคุ แล้วล่ะค่ะ

เมืองฮาโกดาเตะเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะรูปดาวที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ชื่อ “โกะเรียวคาคุ” โดยเราสามารถมองเห็นสวนโกะเรียวคาคุรูปดาวได้จากบนหอคอยโกะเรียวคาคุแห่งนี้นี่เอง หอคอยโกะเรียวคาคุมีความสูง 107 เมตร บอกเลยว่า วิว 360 องศา จากบนจุดชมวิวเป็นอะไรที่สุดยอดมากค่ะ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 840 เยน แถมที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของฝากสำหรับช้อปปิ้งด้วยนะเออ...

18:00 น. ชมทัศนียภาพมูลค่า 1 ล้านดอลล่าร์! นั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขาฮาโกดาเตะ

s_mt.hakodate160815a (2)

เอื้อเฟื้อภาพโดย:แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

เมื่อเอ่ยถึงเมืองฮาโกดาเตะแล้วก็ต้องนึกถึงภูเขาฮาโกดาเตะที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ทัศนียภาพยามค่ำคืนมูลค่า 1 ล้านดอลล่าร์” อย่างแน่นอน ส่วนการชมวิวนี้จำเป็นต้องนั่งกระเช้าจากตีนเขาขึ้นไปบนยอดเขา ในระดับความสูง 334m เหนือระดับน้ำทะเล โดยใช้เวลาประมาณ 3 นาที การเดินทางจากหอคอยโกะเรียวคาคุไปถึงจุดขึ้นกระเช้าภูเขาฮาโกดาเตะใช้เวลาประมาณ 40 นาที เราสามารถเดินเท้าจาก หอคอยโกะเรียวคาคุ ไปถึง Goryokakukoen-Mae Station ได้โดยใช้เวลาประมาณ 9 นาที หลังจากนั้นก็ขึ้นรถราง For Hakodate Dock-Mae (รถรางสายที่ 5) หรือ For Yachigashira (รถรางสายที่ 2) ไปลงสถานี Jujigai Station แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 9 นาทีก็จะถึง สถานีกระเช้าบนตีนเขาฮาโกดาเตะ แล้วล่ะค่ะ

เราจะได้สัมผัสความงดงามของทัศนียภาพยามค่ำคืนที่เกิดจาก การตัดกันระหว่างแสงไฟภายในเมืองและทะเลอันมืดสนิท บนภูมิประเทศโค้งเว้าที่เชื่อมระหว่างภูเขาฮาโกดาเตะและแผ่นดินฮอกไกโด ค่าโดยสารกระเช้าผู้ใหญ่ 1,280 เยน / ไป-กลับ กระเช้าเที่ยวสุดท้ายของช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนตุลาคมวิ่งให้บริการเวลา 21:50 น. ส่วนตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนเมษายนจะเปลี่ยนเป็นเวลา 20:50 น. แทน ยังไงก็วางแผนเรื่องเวลากันให้ดีด้วยเนอะ ^^

วันที่ 2:เพลิดเพลินกับอาหารทะเลและธรรมชาติของฮาโกดาเตะที่ตลาดเช้า อุทยานแห่งชาติโอนุมะ และ Hakodate Tropical Botanical Garden!

ในวันที่ 1 เราได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศสไตล์ต่างประเทศของฮาโกดาเตะกันไปแล้ว ส่วนวันที่ 2 นี้ เรามาดื่มด่ำไปกับอาหารทะเลและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ตระการตาเฉพาะของฮาโกดาเตะกันบ้างดีกว่า

06:30 น. มุ่งหน้าไปยังตลาดเช้าฮาโกดาเตะ

s_Hakodate_Morning_Market-3

วันนี้รีบตื่นเช้าขึ้นสักนิดแล้วมุ่งหน้าไปยังตลาดเช้าที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮาโกดาเตะกันดีกว่าค่ะ ที่นี่เป็นแหล่งรวมอาหารทะเล ผัก และผลไม้มากมาย เราจะได้ตกปลาหมึกที่กำลังแหวกว่ายอยู่ภายในอ่างน้ำและลิ้มลองแบบสดใหม่กันไปเลยที่ “คัตสึอิกะทสึริโฮริ”

8:00 น. ชมทัศนียภาพอันงดงามที่อุทยานแห่งชาติโอนุมะ

The_Onuma_Quasi-National_Park-5

Ōnuma Quasi-National Park (อุทยานแห่งชาติโอนุมะ) เป็นแหล่งสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เฉพาะของฮอกไกโด เราสามารถเดินทางมาจากสถานีฮาโกดาเตะได้โดยใช้เวลาเที่ยวละ 40 นาที ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 540 เยน / เที่ยว เพียงแค่นั่ง Hakodate Main Line (For Oshamanbe หรือ Mori) ที่ JR Hakodate Station ไปถึง Ōnuma-Kōen Station ต่อจากนั้นก็เดินต่ออีกประมาณ 1 นาทีก็จะถึง อุทยานแห่งชาติโอนุมะ แล้วล่ะค่ะ

s_The_Onuma_Quasi-National_Park-2

ในฤดูหนาว เราจะได้พบกับหงส์ขาว ส่วนในฤดูร้อน เราจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมพายเรือแคนู บอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็มีกิจกรรมสุดวิเศษให้เพลิดเพลินได้ทั้งนั้น

13:00 น. สำหรับพ่อแม่ที่พาเด็กๆมาด้วยต้องมาชมลิงแช่ออนเซ็นที่ Hakodate Tropical Botanical Garden กันให้ได้!

monkey onsen 160816a

เอื้อเฟื้อภาพโดย:แผนกการท่องเที่ยวเมืองฮาโกดาเตะ

ที่ Hakodate Tropical Botanical Garden แห่งนี้ เราสามารถชมบรรดาลิงเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคม เลยทีเดียว

・ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม อุทยานจะปิดเร็วขึ้นเป็น 16:30 น. นะจ๊ะ

นอกจากฤดูหนาวแล้ว ที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสำหรับคุณหนูๆอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นด่านปีนป่าย รถของเล่น และออนเซ็นเท้าเฉพาะของแหล่งออนเซ็น เป็นต้น ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 300 เยน เด็กประถมและมัธยมต้น 100 เยน

วิธีการเดินทางมาจากสถานีฮาโกดาเตะ

・รถแท็กซี่:จากด้านหน้าสถานีฮาโกดาเตะประมาณ 15 นาที

・รถบัส:นั่งรถบัสเมืองฮาโกดาเตะ For Hiyoshi Eigyoosho-mae จากด้านหน้าสถานีฮาโกดาเตะ ไปลงป้าย Nettai Shokubutsuen-mae ประมาณ 20 นาที

・รถราง:ใช้เวลาในการเดินทางเที่ยวละ 46 นาทีตามข้อมูลดั้งต่อไปนี้

นั่งรถราง For Yunokawa (รถรางสายที่ 2 หรือสายที่ 5) ที่ Hakodate-Ekimae Station ไปลงสถานี Yunokawa Onsen Station และเดินต่ออีก 12 นาทีก็จะถึง Hakodate Tropical Botanical Garden แล้วล่ะค่ะ

HP (ภาษาญี่ปุ่น) มีแผ่นพับ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาญี่ปุ่น

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย?

ถ้าเกิดใครได้แวะมาเพลิดเพลินกับบรรยากาศแสนโรแมนติกและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮาโกดาเตะ รับรองว่าจะต้องติดใจกันอย่างแน่นอนค่ะ ^^

อ่านเพิ่มเติมได้ที่:

10 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในฮาโกดาเตะ
ไกด์นำเที่ยวซัปโปโรตั้งแต่ข้อมูลการเดินทาง แหล่งท่องเที่ยว ยันของฝาก
10 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในซัปโปโร
แผนเที่ยวซัปโปโรแบบรวบรัดภายใน 2 วัน

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE