Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

10 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคโทโฮคุ 2019 (Tohoku)

10 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคโทโฮคุ 2019 (Tohoku)

ฟุกุชิมะ (Fukushima) 2019.09.03 บทความที่ชอบ

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เร็วกว่าโตเกียวและโอซาก้า วันนี้เราจะมาแนะนำ โออิระเซะเคริวแห่งจังหวัดอาโอโมริ คะคุโนะดะเตะและดะคิกะเอะริเคโคะคุแห่งจังหวัดอาคิตะ ฮิไรสุมิแห่งจังหวัดอิวาตะ ยะมะเดะระแห่งจังหวัดยะมะงะตะ นะรุโคะเคียวแห่

แปลโดย TeiChayangkul

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

ช่วงเวลาที่เหมาะจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ของภูมิภาคโทโฮคุ

tohoku_map

โทโฮคุ (Tohoku) ความหมายของคำนี้คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นชื่อเรียกโดยรวมของ 6 จังหวัดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงเรื่องธรรมชาติแสนสวยถึงขนาดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็มี เช่น กลุ่มเทือกเขาชิราคามิซันจิ (Shirakami-Sanchi) ในจังหวัดอาโอโมริ และ เมืองฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) ในจังหวัดอิวาเตะ

ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีในภูมิภาคโทโฮคุอาจจะแตกต่างกันไปบ้างตามพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงกลางตุลาคม - ปลายพฤศจิกายน เร็วกว่าโตเกียวราวครึ่งเดือน

ครั้งนี้เราขอแนะนำที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ตามจุดท่องเที่ยวเด่นๆ แบ่งตามความสนใจ เช่น อยากช้อปปิ้งด้วยก็ให้เลือกไปถนนโจเซ็นจิโดริ หรือถ้ามาแนวธรรมชาติก็ให้ไปทะเลสาบโทวาดะ ไม่ก็ลำธารโออิราเซะเคริว

สารบัญ

คลิกที่ชื่อสถานที่เพื่อเลื่อนไปอ่านรายละเอียดได้เลย

สถานที่ ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี
1.โจเซ็นจิโดริ (เมืองเซ็นได มิยางิ) กลางพฤศจิกายน
2.วัดเอ็นซืออิง (เมืองมัตสึชิมะ มิยางิ) ปลายตุลาคม - ปลายพฤศจิกายน
3.หุบเขานารุโคะเคียว (มิยางิ) กลางตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน
4.ฮิราอิซุมิ (อิวาเตะ) ต้นพฤศจิกายน - กลางพฤศจิกายน
5.โออิราเซะเคริว (อาโอโมริ) ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน
6.ทะเลสาบโทวาดะ (อาโอโมริ) ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน
7.คาคุโนะดาเตะ (อาคิตะ) ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน
8.หุบเขาดาคิกาเอริ (อาคิตะ) ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน
9.วัดยามะเดระ (ยามากาตะ) ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน
10.บึง 5 สี โกะชิกินูมะ (ฟุกุชิมะ) ปลายตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน

1. โจเซ็นจิโดริ (เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ)

定禅寺通り

Picture courtesy of Sendai Tourism, Convention and International Association

ถนนโจเซ็นจิโดริ (Josenji-dori) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเซ็นได (Sendai) ประตูสุ่ภูมิภาคโทโฮคุ กลางถนนทำเป็นทางเดินที่มีต้นเคยากิเรียงขนาบสองฝั่งยาวร่วม 700 เมตร ระหว่างเดินชมใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มก็แวะนั่งพักตามม้านั่งข้างทางได้

สองฝั่งถนนมีแกลอรี่ศิลปะและคาเฟ่เก๋ๆ ถ้าเดินเลี้ยวเข้าถนนโคคุบุนโจโดริ (Kokubuncho-dori) ก็จะเป็นย่านร้านกินดื่ม ในละแวกนี้ก็มีที่พักแบบเกสต์เฮาส์ให้เลือกพักเยอะ เหมาะจะใช้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับเดินทางไปเที่ยวที่อื่นรอบๆ ด้วย

Jozenji-dori Avenue

ดูข้อมูล

2. วัดเอ็นซืออิง (เมืองมัตสึชิมะ จังหวัดมิยางิ)

円通院

Photo by Pixta

มัตสึชิมะ (Matsushima) เมืองร้อยเกาะที่มีวิวแสนสวย นั่งรถไฟจากสถานีเซ็นไดมาแค่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของมัตสึชิมะคือที่วัดเอ็นซืออิง (Entsuin Temple) ภายในมีสวนญี่ปุ่นถึง 4 สวนที่ประดับประดาไปด้วยใบไม้สีแดงและสีเหลืองสวยงาม

อยากแนะนำให้มาในช่วงกลางคืนด้วยเพราะจะมีไลท์อัพ เปิดไฟประดับในสวนรวมถึงสถานที่เที่ยวอื่นๆ ด้วย ในช่วงนั้นจะมีการแสดงดนตรีทั้งเครื่องดนตรีญี่ปุ่นอย่างกลองไทโกะ และเครื่องดนตรีสากลอย่างกีตาร์และไวโอลินด้วย

ช่วงเวลาจัดกิจกรรมไลท์อัพยาวประมาณ 1 เดือนตั้งแต่ปลายตุลาคม - พฤศจิกายน

Entsūin Temple

ดูข้อมูล

3. หุบเขานารุโคะเคียว (จังหวัดมิยางิ)

鳴子峡

สะพานโอฟุคาซาวะ (Ofukazawa Bridge) Photo by Pixta

นั่งรถไฟหรือรถบัสจากสถานีเซ็นไดไปประมาณ 2 ชั่วโมงจะได้พบกับ หุบเขานารุโคะเคียว (Naruko Gorge) ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีปกคลุมไปทั่วร่องเขาที่ลึกร่วม 100 เมตร สามารถแวะไปทานอาหาร หาซื้อของฝาก และดูวิวของหุบเขาได้จากจุดชมวิวของนารุโคะเคียวเรสต์เฮาส์ (Narukokyo Rest House) หรือจะเดินไปตามเส้นทางเดินชมธรรมชาติโอฟุคาซาวะ (Ofukazawa Promenade) ระยะทางประมาณ 2.2 กิโลเมตรก็ได้

หลังจากตระเวนชมใบไม้เปลี่ยนสีกันเสร็จก็อย่าลืมแวะมาแช่น้ำร้อนให้สบายตัวกันที่เมืองออนเซ็นนารุโกะ ซึ่งมีน้ำแร่ออนเซ็นถึง 9 ประเภทจากทั้งหมด 11 ประเภทที่เจอในญี่ปุ่น

Naruko Gorge

ดูข้อมูล

4. ฮิราอิซุมิ (จังหวัดอิวาเตะ)

中尊寺

หอไตร วัดชูซนจิ Photo by Pixta

เมืองฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) มีพุทธศาสนสถานที่อ้างอิงตามความเชื่อของนิกายสุขาวดีอยู่หลายแห่ง และ 5 แห่งในนั้นก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมด้วย เช่น วัดชูซนจิ และ วัดโมซือจิ

วัดชูซนจิ (Chuson-ji Temple) มีวิหารเก่าแก่อยู่หลายหลัง เช่น วิหารทองคนจิคิโด (Konjikido Golden Hall) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1124 และ เคียวโซ หอไตรสร้างจากไม้ที่ดูเรียบง่ายท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี

ส่วนผู้ที่ชื่นชอบสวนญี่ปุ่นขอแนะนำให้ไปยัง วัดโมซือจิ (Motsu-ji Temple) ที่นี่มีสวนโจโดะ สวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมของยุคเฮอันที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ รอบสระน้ำโออิซุมิที่กว้างถึง 180 เมตรได้

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงยังมีพิธีและกิจกรรมพิเศษมากมาย เช่น การเปิดวิหารหลักให้เข้าชมในช่วงเดือนตุลาคม เทศกาลอากิโนะฟูจิวาระ ระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน มีการแสดงรำและดนตรีดั้งเดิมให้ชม

Chūson-ji

ดูข้อมูล

5. โออิราเซะเคริว (จังหวัดอาโอโมริ)

奥入瀬

Picture courtesy of Aomori Tourism and Convention Association

ธารน้ำโออิราเซะเคริว (Oirase Keiryu) เป็นธารน้ำธรรมชาติที่ไหลจากทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) ในจังหวัดอาโอโมริ ตลอดสองฝั่งลำธารยาว 14 กิโลเมตรคือธรรมชาติแสนสมบูรณ์ที่จะถูกย้อมด้วยสีเหลืองแดงของใบไม้เปลี่ยนสี มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติยาวตลอดลำธารให้เดินสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางเสียงน้ำไหล

ระหว่างทางมีจุดถ่ายรูปสวยๆ หลายจุด เช่น อาชูร่า โนะ นากาเระ จุดที่กระแสน้ำไหลผ่านโขดหินอย่างเชี่ยวกรากดูมีพลัง และ คุโมะอิ โนะ ทาคิ น้ำตกสูงแสนสวย

Oirase Gorge

ดูข้อมูล
park

6. ทะเลสาบโทวาดะ (จังหวัดอาโอโมริและจังหวัดอาคิตะ)

十和田湖

Photo by Pixta

ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ระหว่างจังหวัดอาโอโมริและอาคิตะ คาดว่าเกิดจากการถล่มของชั้นหินจากโพรงแม็กม่าใต้ดินราว 20,000 ปีก่อน

การเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ทะเลสาบโทวาดะมีหลายวิธีมาก จะมาเดินรอบๆ ทะเลสาบ ไปจุดชมวิว ขึ้นเรือล่องทะเลสาบชมเทือกเขารอบๆ หรือใช้บริการทัวร์เรือแคนู พายเรือแคนูชมวิวจากบนผืนน้ำก็ได้

ทะเลสาบโทวาดะ

ดูข้อมูล

7. คาคุโนะดาเตะ (จังหวัดอาคิตะ)

角館

Photo by Pixta

คาคุโนะดาเตะ (Kakunodate) เมืองรอบปราสาทที่รุ่งเรืองมากในช่วงปี ค.ศ. 1620 ตั้งอยู่ในเขตเมืองเซ็มโบคุ จังหวัดอาคิตะ ในยุคนั้นเมืองจะถูกแยกเป็นฝั่งเหนือสำหรับนักรบซามูไรอาศัยและฝั่งใต้สำหรับเหล่าพ่อค้า

ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้สีแดงเหลืองตัดกับกำแพงสีดำของบ้านพักซามูไรเก่าดูสวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเดินชมถ่ายรูปสวยๆ กันมาก

角館フォト

Picture courtesy of Tazawako Kakunodate Tourism Association

เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นโบราณมากขึ้น ขอแนะนำให้มาเช่าชุดกิโมโนได้ที่บ้านพักซามูไรเก่าอาโอยากิเกะ (Aoyagi Samurai Manor Museum) หรือเรียวกังในละแวกใกล้เคียง แล้วก็ไปเดินเล่นถ่ายรูปที่ระลึกกันให้เต็มที่ไปเลย

Kakunodatemachi

ดูข้อมูล

8. หุบเขาดาคิกาเอริเคโคคุ (จังหวัดอาคิตะ)

抱返り渓谷

Picture courtesy of Picture courtesy of Tazawako Kakunodate Tourism Association

หุบเขาดาคิกาเอริเคโคคุ (Dakigaeri Gorge) เป็นพื้นที่ป่าดึกดำบรรพ์ที่มีธารน้ำใสไหลยาวร่วม 10 กิโลเมตร คำว่า "ดาคิกาเอริ" ของชื่อหุบเขาแปลว่า โอบแล้วกลับตัว ว่ากันว่าเพราะสมัยก่อนเส้นทางเดินเขาที่นี่แคบชันมากจนเวลาที่เดินสวนทาง จะต้องโอบกอดกันแล้วค่อยๆ กลับตัวถึงจะผ่านไปได้นั่นเอง

แต่ปัจจุบันนี้มีเส้นทางเดินเขาให้เดินชมธรรมชาติสวยๆ ได้อย่างสบาย ตั้งอยู่ในเมืองเซ็มโบคุเหมือนกับคาคุโนะดาเตะ มาทั้งทีก็แวะมาเที่ยวพร้อมกันทั้งสองที่ได้

Dakigaeri Gorge

ดูข้อมูล
park

9. วัดยามาเดระ (จังหวัดยามากาตะ)

山寺

วัดยามะเดระ (Yamadera) เป็นชื่อเรียกที่คนคุ้นเคยกันของวัดโฮชุซัง ริตชาคุจิ ประกอบด้วยกลุ่มวิหารหลายหลังบนเขา มีวิหารที่สร้างบนหน้าผาด้วย การจะเข้าไปยังโอคุโนะอิน วิหารชั้นในสุดของวัดจะต้องเดินขึ้นบันไดถึง 1,015 ขั้น ไม่ต่างจากมาปีนเขาเลยทีเดียว

Tohoku koyo photo06

Picture courtesy of Yamadera Tourism Association

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ขอแนะนำ วิหารโกะไดโด (Godaido) ที่ตั้งอยู่เหนือผาหินจนดูเหมือนวิหารพุ่งทะลุออกมาจากหน้าผายังไงยังงั้น จากนชานวิหารจะเห็นวิวใบไม้เปลี่ยนสีของเทือกเขารอบด้านได้อย่างเต็มตา ถ้าจะมาที่นี่อย่าลืมใส่รองเท้าที่สวมสบายเดินสะดวกกันนะ

แถมอีกที่คือใกล้ๆ ทางขึ้นเขาเข้าวัดจะมีศาลเจ้าฮิเอะ (Hie Shrine) อยากให้แวะมาชมใบไม้สีเหลืองอร่ามของต้นแปะก๊วยอายุกว่า 1,000 ปีของที่นี่ด้วย

วัดยามาเดระ (Yama-dera) หรือ วัดริชชาคุจิ (Risshaku-ji Temple)

ดูข้อมูล

10. บึง 5 สี โกะชิกินุมะ (จังหวัดฟุกุชิมะ)

五色沼

Photo by Pixta

บึง 5 สี โกะชิกินุมะ (Goshikinuma Ponds) เป็นชื่อเรียกรวมของกลุ่มบึงน้ำในจังหวัดฟุกุชิมะที่เกิดขึ้นหลังการปะทุของภูเขาไฟบันไดซังในปีค.ศ. 1888 ผืนน้ำจะดูเป็นสีเขียวอมฟ้าหลากหลายเฉดขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของวันและฤดูกาลต่างๆ ยิ่งมีสีแดงเหลืองของใบไม้เปลี่ยนสีเข้ามาอีกยิ่งเพิ่มความงามอีกเท่าตัว

บึงบิชามง บึงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีเรือพายให้เช่าชมความงามของวิวสวยๆ จากบนผืนน้ำ หรือจะไปเดินเล่นบนเส้นทางชมธรรมชาติ ใช้ระยะเวลาเดินประมาณ 1 - 1 ชั่วโมงครึ่งก็ครบรอบ

Goshiki-numa

ดูข้อมูล

ใบไม้เปลี่ยนสีแสนสวยที่ภูมิภาคโทโฮคุ

พูดถึงที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ของญี่ปุ่นหลายคนคงนึกถึงเกียวโตหรือนิกโก้ที่มีจุดชมกลางเมือง แต่ที่ภูมภาคโทโฮคุทุกคนจะได้มาชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ทริปญี่ปุ่นครั้งหน้าลองมาเยือนภูมิภาคโทโฮคุกันนะ

Main image by Pixta
ผู้เขียนบทความต้นฉบับ : Eri Okubo
บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2016

ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางตอนเหนือไล่ไปทางตอนใต้ เริ่มที่ฮอกไกโดราวกลางเดือนกันยายน จากนั้นก็ตามด้วยภูมิภาคอื่นๆ ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม ทาง MATCHA ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสถานที่สวยๆ และข้อมูลทั่วไปมาให้แล้ว อย่าลืมมาเช็คข้อมูลแล้วออกไปตามหาใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ กันนะ

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE