Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

21 ที่เที่ยวทั่วเซนได พร้อมการเดินทาง อาหาร งานเทศกาล (Sendai)

21 ที่เที่ยวทั่วเซนได พร้อมการเดินทาง อาหาร งานเทศกาล (Sendai)

มิยางิ (Miyagi) 2017.01.12 บทความที่ชอบ

บทความแนะนำ เซนได เมืองที่ผสมผสานระหว่างเมืองใหญ่และธรรมชาติ โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเดินทาง, ข้อมูลโซนต่างๆ, แหล่งท่องเที่ยว และแผนเที่ยวเซนไดกันค่ะ

แปลโดย Rose Rosarin

เขียนโดย MATCHA

เซนได

เมืองเซนได จ.มิยางิตั้งอยู่ใน ภูมิภาคโทโฮคุ ของญี่ปุ่น โดยเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุและเป็นศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้

ประวัติศาสตร์ของที่นี่เริ่มต้นขึ้นหลังจากนายพลผู้ยิ่งใหญ่ “มาซามูเนะ” ได้ก่อสร้างปราสาทเซนได (ปราสาทอาโอบะ) ขึ้นในปี 1601 ด้วยความที่เป็นนายพลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ทำให้มีผู้คนเดินทางมาเยือนสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับ “ดาเตะ มาซามูเนะ” กันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

เมืองเซนไดรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเขียวขจีถึงขนาดเรียกกันว่าเป็น “เมืองแห่งป่า” เลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังเต็มไปด้วยแหล่งออนเซ็นอย่าง “อาคิอุออนเซ็น” และ “ซาคุนามิออนเซ็น” รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง “น้ำตกอาคิอุ” และ “น้ำตกโฮเมชิจูฮาจิทาคิ” ด้วย แถมเนื่องจาก “มัตสึชิมะ” 1 ใน 3 ทัศนียภาพอันงดงามของญี่ปุ่นตั้งอยู่ห่างจากเซนไดประมาณนั่งรถไฟเพียง 25 นาทีเท่านั้น จึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!

เซนไดเต็มไปด้วยของขึ้นชื่อมากมายไม่ว่าจะเป็นกิวตัน (ลิ้นวัว) หรือซุนดะโมจิ ทำให้มีผู้คนเดินทางมาเพื่อลิ้มลองอาหารท้องถิ่นรสเลิศกันเป็นจำนวนมาก ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับเซนไดและบริเวณโดยรอบเพื่อให้ทุกคนสัมผัสถึงเสน่ห์ของเซนไดได้อย่างเต็มอิ่มกันค่ะ ^^

สารบัญ

1.วิธีการเดินทางเข้าเมืองเซนได
2.ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองเซนไดและจ.มิยางิ
3.ข้อมูลโซนต่างๆของเซนได
4.21แหล่งท่องเที่ยวในเมืองเซนได จ.มิยางิ
5.แหล่งช้อปปิ้งในเซนได
6.แผนเที่ยวเซนได
7.งานอีเว้นท์ในเซนได
8.โรงแรมที่พักในเซนได
9.อาหารท้องถิ่นของเซนได
10.ของฝากจากเซนได
11.สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวเซนได
12.ข้อมูลอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว

วิธีการเดินทางเข้าเมืองเซนได

วิธีการนั่งชินคันเซ็นมาจากโตเกียว

ในกรณีที่ใช้บริการ Tohoku Shinkansen "Hayabusa" ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารแบบระบุที่นั่งธรรมดา 11,200 เยน ส่วนในกรณีที่ใช้บริการ "Yamabiko" ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 50 นาที ค่าโดยสาร 10,890 เยน เนื่องจากถ้าเกิดใช้ Japan Rail Pass เราจะสามารถใช้บริการชินคันเซ็นแบบระบุที่นั่งได้ จึงขอแนะนำสำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปยังเมืองอื่นๆนอกจากเซนไดด้วยเลยจ้า...

จอง Japan Rail Pass พร้อมบริการส่งตั๋วถึงบ้านทางไปรษณีย์ KLOOK>


สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับชินคันเซ็นสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「รวมวิธีการซื้อตั๋วและขึ้นรถไฟ ชินคันเซ็น รถบัส รถบัสด่วน และรถแท็กซี่

วิธีการนั่งรถบัสมาจากโตเกียว

บริษัทรถบัสกว่า 10 แห่ง เช่น JR Bus Tohoku และ Miyagi Kotsu นั้นให้บริการทั้งรถบัสกลางวันและรถบัสกลางคืน ระยะเวลาในการเดินทางโดยเฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและวันที่เดินทางตกประมาณ 2,000 - 8,000 เยน

วิธีการนั่งเครื่องบินมาจากโตเกียว

จากสนามบินนาริตะมีเครื่องบินของสายการบิน ANA บินให้บริการ 2 ลำ / วัน ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารที่นั่งธรรมดาประมาณ 21,000 เยน ค่าโดยสารลดพิเศษที่สามารถซื้อได้ก่อนวันบินภายใน 3 วันประมาณ 16,000 เยน ค่าโดยสารลดพิเศษแบบจองล่วงหน้านานประมาณ 6,000 เยน~ จากสนามบินเซนไดมีรถไฟ Sendai Airport Line วิ่งให้บริการ โดยเราสามารถนั่งรถไฟมาถึงสถานีเซนไดได้โดยใช้เวลา 25 นาที ในกรณีที่เป็นรถไฟเร็วใช้เวลา 17 นาที ค่าโดยสาร 650 เยน

ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองเซนไดและจ.มิยางิ

JR

นอกจากจะมี Tohoku Shinkansen วิ่งให้บริการภายในจังหวัดแล้วก็ยังมี Tōhoku Main Line, Senseki Line แสนสะดวกสำหรับการเดินทางไปยังชายฝั่งมัตสึชิมะ และ Senzan Line ที่วิ่งให้บริการไปถึงยามากาตะอีก 3 สาย นอกจากนี้ Senseki-Tōhoku Line ก็ยังวิ่งให้บริการผ่าน Tōhoku Main Line ไปถึงอิชิโนะมากิเลยทีเดียว

รถบัส

กรมขนส่งเมืองเซนไดให้บริการรถบัสเมืองจากสถานีเซนได โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่ใครๆก็สามารถใช้บริการได้ในราคาสมเหตุสมผลนี่แหละ บริเวณโดยรอบสถานีเซนไดมี「เฮียคุเอ็นพัคขุ」ซึ่งเป็นเขตสุดคุ้มที่สามารถใช้บริการรถบัสได้ในราคาเพียง 100 เท่านั้น ถึงแม้จะเป็นโซนโดยรอบ 3 สถานีรถไฟอย่าง Yagiyama Zoological Park Station, Yakushido Station และ Arai Station ของ Tōzai Line ก็สามารถใช้บริการรถบัสได้ในราคา 100 เยนตลอดสาย

และพาหนะแสนสะดวกสำหรับการท่องเที่ยวมากที่สุดเลยก็คือ Loople Sendai รถบัสสุดเก๋ไก๋สไตล์ย้อนยุคนั่นเอง โดยเป็นรถบัสที่วิ่งให้บริการรับ-ส่งตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นซุยโฮเด็นและร่องรอยปราสาทเซนไดตรงใจกลางเมืองเซนได

วันธรรมดาจะวิ่งให้บริการทุกๆ 20 นาที ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะวิ่งให้บริการทุกๆ 15 นาที ค่าโดยสาร 260 เยนตลอดสาย, LoopleSendai 1-Day Pass Ticket 620 เยน, LoopleSendai・Subway 1-Day Pass Ticket 900 เยน เนื่องจากตั๋ว 1-Day Pass Ticket นั้นมาพร้อมกับส่วนลดพิเศษมากมาย จึงบอกเลยว่าคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวสุดๆ โดยสามารถหาซื้อได้ตามสถานีจอดรถบัสของสถานีเซนได ประตูฝั่งตะวันตก, เลียบทางรถไฟ และโรงแรม

รถไฟใต้ดิน

กรมขนส่งเมืองเซนไดให้บริการรถไฟใต้ดินทั้งหมด 2 สายด้วยกันประกอบด้วย Namboku Line และ Tozai Line โดยมีศูนย์กลางเป็นสถานีเซนได ภายในโซนโดยรอบสถานีเซนได 3 สถานีค่าโดยสาร 200 เยนตลอดสาย

Sendai Marugoto Pass

Sendai Marugoto Pass คือ ตั๋วบุฟเฟ่ต์ขึ้น-ลง JR, รถไฟใต้ดิน, รถบัส, Sendai Airport Transit, Abukuma Express ภายในโซนที่กำหนดไว้ได้อย่างไม่จำกัดภายในระยะเวลา 2 วัน นอกจากเราจะสามารถใช้บริการ Loople Sendai ได้แล้วก็ยังมีส่วนลดพิเศษต่างๆอีกมากมายในราคาสุดคุ้มเพียง 2,670 เยนเท่านั้น โดยโซนที่สามารถใช้ได้รวมถึง “มัตสึชิมะ” 1 ใน 3 ทัศนียภาพอันงดงามของญี่ปุ่น, ปราสาทชิโรอิชิ, วัดยามะเดระ(วัดริดชาคุจิ)ในยามากาตะ, ซาคุนามิออนเซ็น และอาคิอุออนเซ็นด้วย

โดยสามารถหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วภายในสถานีรถไฟหลักๆของ JR East ภายในโซน, วิวพลาซ่า และตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติของ Sendai Airport Station

เรือเฟอร์รี่

จากสนามบินเซนไดนอกจากจะมีเรือเฟอร์รี่วิ่งให้บริการไปถึงท่าเรือโทมาโคไมโคในฮอกไกโดเป็นประจำทุกวันแล้วก็ยังมีเรือเฟอร์รี่ที่วิ่งให้บริการไปถึงท่าเรือนาโงย่าวันเว้นวันอีกด้วย โดยระยะทางไปถึงท่าเรือโทมาโคไมโค 15 ชั่วโมง ค่าโดยสารตั๋วชั้นสอง 7,200 เยน~ ส่วนระยะทางไปถึงนาโงย่า 21 ชั่วโมง 40 นาที ค่าโดยสารตั๋วชั้นสอง 6,700 เยน~

รถแท็กซี่

ในเมืองเซนไดมีบริษัทรถแท็กซี่กว่า 12 แห่งด้วยกัน ที่นี่จึงขึ้นชื่อเรื่องมีรถแท็กซี่วิ่งให้บริการภายในเมืองเป็นจำนวนมาก ค่าโดยสารตั้งต้นของแท็กซี่ขนาดกลางภายในเมืองเซนได 680 เยน

รถเช่า

ถ้าเกิดใช้บริการรถเช่า เราจะสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั้งภายในเมืองเซนไดและนอกเมืองเซนไดได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นมัตสึชิมะ, ซาโอ และเคะเซ็นนูมะ เป็นต้น บริเวณโดยรอบสถานีเซ็นไดมีสำนักงานรถเช่าให้บริการกว่า 20 แห่งเลยทีเดียว

ข้อมูลโซนต่างๆของเซนได

โซนใจกลางเมืองเซนได

โซนใจกลางเมืองเซนไดที่เต็มไปด้วยป่าไม้เขียนขจีถึงขนาดเรียกกันว่าเป็น “เมืองแห่งป่า” แห่งนี้มีประวัติศาสตร์แรกเริ่มจากการสร้างเมืองของ “ดาเตะ มาซามูเนะ” จนในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็น เมืองรอบปราสาท ของปราสาทเซนได โซนนี้เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นปราสาทเซนได, “ซุยโฮเด็น” สุสานสักการะบูชาดาเตะ มาซามูเนะ, ถนนต้นสนเคยากิบนถนนโจเซ็นจิโดริ นอกจากนี้ ภายในเมืองเซนไดก็ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารที่สามารถลิ้มลองอาหารทะเลรสเลิศและของขึ้นชื่ออย่างกิวตันได้ด้วย

โซนอาคิอุออนเซ็น

บริเวณโดยรอบแม่น้ำนาโตริที่ไหลผ่านใจกลางอาคิอุออนเซ็นมีทัศนียภาพอันแสนงดงามของหุบเขาลึกกว่า 20 เมตรและแหลมไรไรเคียว โดยจะมีการไลท์อัพอย่างสวยงามในฤดูใบไม้ผลิ ต้นน้ำนาโตริเป็นที่ตั้งของน้ำตกอาคิอุ 1 ใน 3 น้ำตกขึ้นชื่อของญี่ปุ่น คู่กับ น้ำตกฟุคุโรดะ จ.อิบารากิ และน้ำตกนาจิ จ.วากายาม่า และยังมีอาคิอุโอทาคิฟุโดซอน และสวนพฤกษศาสตร์อาคิอุโดทาคิ เพื่อนๆลองแวะมาแช่ออนเซ็นเท้าผ่อนคลายความเหนื่อยล้าและลิ้มลองของขึ้นชื่ออย่าง “อาคุอุโอฮากิ” ที่นี่กันดูมั้ยเอ่ย?

โซนซาคุนามิออนเซ็น

โซนนี้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำร้อนที่ผุดขึ้นมาจากแม่น้ำฮิโรเสะ บริเวณต้นแม่น้ำฮิโรเสะเป็นที่ตั้งของน้ำตกโฮเมชิจูฮาจิทาคิ ส่วนบริเวณปลายแม่น้ำเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นวิสกี้นิกกะ นอกจากนี้ก็ยังมี “วัดโกคุราคุซังไซโฮจิ” ที่มีเจดีย์ห้าชั้นอันแสนงดงามซึ่งก่อสร้างขึ้นในปี 1706 และเมืองมอนเซ็นอันแสนคึกคักอีกด้วย เราสามารถชมโรงงานผลิตตุ๊กตาโคเคชิดั้งเดิมได้แบบใกล้ชิด แถมยังมีขนมขึ้นชื่ออย่าง “ซึซึมิอาเกะ” ของร้านซึซึมิยะซึ่งเป็นขนมญี่ปุ่นรสชาติหวานน้อยสอดไส้วอลนัทกวนรสเลิศอีกต่างหาก

โซนมัตสึชิมะ

“มัตสึชิมะ” แห่งนี้ติดอันดับ 1 ใน 3 ทัศนียภาพอันงดงามของญี่ปุ่น โดยเราสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามบนเรือสำราญได้ที่นี่เลย โดยประกอบด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงามเลื่องชื่อถึง 4 อย่างด้วยกันเรียกว่า “โซคัง” “เรคัง” “อิคัง” และ “ยูคัง” วัดซุยกันจิที่ดาเตะ มาซามูเนะสั่งให้ช่างฝีมือระดับแนวหน้ากว่า 130 คนสร้างขึ้นในปี 1609 แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมสุดขลังที่ใช้รูปแบบโมโมยามะช่วงปลายศตวรรษที่ 16 มากที่สุด โดยภายในปราสาทมีทั้ง ประตูบานเลื่อนกรอบไม้ และภาพอันงดงามระหว่างผนัง

นอกจากนี้ วัดเอ็นซืออินซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในชื่อ “วัดแห่งกุหลาบ” นั้นมีการวาดรูปดอกกุหลาบตะวันตกที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเอาไว้ด้านในบานประตูขวาของตู้ประดิษฐานพระพุทธรูป บอกเลยว่าสวนของที่นี่งดงามมากค่ะ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็พลาดไม่ได้ เพราะว่าเราสามารถดื่มด่ำกับปลาสดใหม่ เช่น ของขึ้นชื่ออย่างหอยนางรม ที่ “ตลาดปลามัตสึชิมะ” ได้ด้วยจ้า...

〜21 แหล่งท่องเที่ยวในเมืองเซนได จ.มิยางิ〜

<ร่องรอยทางประวัติศาสตร์>

1. Sendai Castle (ปราสาทเซนได)

仙台

Sendai Castle (ปราสาทเซนได) คือ ปราสาทซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของ “ดาเตะ มาซามูเนะ” ซึ่งเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทอาโอบะ” โดยเป็นป้อมปราการธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยหน้าผาทางฝั่งตะวันออกและใต้ จากร่องรอยปราสาท เราสามารถชมวิวเมืองเซนไดและมหาสมุทรแปซิฟิกได้

ที่อยู่:1-2 Kawauchi, Aoba-ku, Sendai Miyagi Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.sendaijyo.com/

2. Taga Castle (ร่องรอยปราสาททากะ)

ภายในปราสาทอันแสนกว้างใหญ่กว่า 900 ตารางเมตรซึ่งสร้างขึ้นในปี 724 แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่จัดงานพิธีและแบกรับงานด้านการบริหารที่สำคัญ โดยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นคู่กับร่องรอยพระราชวังเฮโจ จ.นาราและร่องรอยดาไซฟุ จ.ฟุกุโอกะ

ที่อยู่:Ichikawa, Tagajo, Miyagi Prefecture

3. Zuihōden (ซุยโฮเด็น)

仙台

Zuihōden (ซุยโฮเด็น) แห่งนี้เป็นสุสานสักการะบูชาดาเตะ มาซามูเนะ โดยก่อสร้างขึ้นในรูปแบบคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมโมโมยามะสไตล์หรูหราไฮโซของช่วงปลายศตวรรษที่ 16

ที่อยู่:23-2 Otamayashita, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.zuihoden.com/

4. Ōsaki Hachimangū (โอซากิฮาจิมังงู)

Ōsaki Hachimangū (โอซากิฮาจิมังงู) คือ ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นโดยดาเตะ มาซามูเนะในปี 1607 โดยสร้างทั้งวิหารหลัก, อิชิโนะมะ (ส่วนกลางระหว่างวิหารหลักและหน้าวิหารหลัก) และที่สำหรับกราบไหว้หน้าวิหารหลักเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่นี่ก็มีเอกลักษณ์เป็นรูปแบบการก่อสร้างแบบโมโมยามะเช่นเดียวกัน

ที่อยู่:4 Chome-6-1 Hachiman, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.oosaki-hachiman.or.jp/

5. Tsuriishi Shrine (ศาลเจ้าทสึริอิชิ)

Tsuriishi Shrine (ศาลเจ้าทสึริอิชิ) คือ ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในอิชิโนะมากิ ว่ากันว่าชื่อของศาลเจ้ามีที่มาจากหินขนาดยักษ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ดูราวกับว่าถูกตกขึ้นมาด้วยเชือกชิเมนาวะ

ที่อยู่:Jiotsupa , Jusanhama, Kitakamicho Ishinomaki, Miyagi Prefecture

<สวนสนุก>

6. Sendai Anpanman Children's Museum & Mall (พิพิธภัณฑ์และช้อปปิ้งมอลล์อันปังแมน เมืองเซนได)

Sendai Anpanman Children's Museum & Mall (พิพิธภัณฑ์และช้อปปิ้งมอลล์อันปังแมน เมืองเซนได) แห่งนี้เป็นแหล่งรวมทั้งพิพิธภัณฑ์ “อันปังแมน” อนิเมะยอดนิยมในหมู่เด็กๆและร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับอันปังแมน ถ้าเกิดท้องหิวขึ้นมาเมื่อไหร่ก็สามารถหาซื้อขนมปังที่ราวกับว่าหลุดออกมาจากอนิเมะได้ที่นี่เลยจ้า...

ที่อยู่:101-14 Odawarayamamotochō, Miyagino-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.sendai-anpanman.jp/

7. Benyland (เบนี่แลนด์)

Benyland (เบนี่แลนด์) คือ สวนสนุกแหล่งรวมเครื่องเล่นกว่า 30 ชิ้นตั้งแต่สไตล์หวาดเสียวไปจนถึงสไตล์ครอบครัวเลยทีเดียว แถมยังมีการจัดงานอีเว้นท์อย่างคาแรคเตอร์โชว์และคอสเพลย์อีกด้วย

ที่อยู่:19-1 Koeji , Taihaku-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.benyland.com/

8. Nikka Whisky Sendai Factory Miyagikyo Distillery (โรงกลั่นวิสกี้นิกกะ)

Nikka Whisky Sendai Factory Miyagikyo Distillery (โรงกลั่นวิสกี้นิกกะ) แห่งนี้สร้างขึ้นมาด้วยความตั้งใจของ “ทาเคซุรุ มาซาทากะ” ผู้ก่อตั้งบริษัทนิกกะวิสกี้ที่ต้องการสรรสร้างวิสกี้ผสมเหล้าของโรงกลั่นอื่นเพื่อให้ได้วิสกี้รสชาตินุ่มลึกกว่าที่เคย โดยเราสามารถเดินเยี่ยมชมโรงงานและชิมวิสกี้รสเลิศได้ที่นี่เลย

ที่อยู่:1 Nikka, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.nikka.com/distilleries/miyagikyo/

<พิพิธภัณฑ์ศิลปะ・พิพิธภัณฑ์สถาน>

9. Sendai Mediatheque (เซนได มีเดียเทค)

Sendai Mediatheque (เซนได มีเดียเทค) คือ อาคารติดกระจกที่ตั้งอยู่บนถนนโจเซ็นจิโดริ โดยเป็นสถานที่สนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับสื่อมีเดียไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรี่, หอสมุด, หอภาพยนตร์ และการนำเสนอข้อมูลสำหรับผู้พิการทางด้านสายตาและการได้ยิน

ที่อยู่:2-1 Kasugamachi, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.smt.jp/

10. Sendai City Museum (พิพิธภัณฑ์เมืองเซนได)

Sendai City Museum (พิพิธภัณฑ์เมืองเซนได) คือ พิพิธภัณฑ์สถานที่ตั้งอยู่ตรงปราสาทเซนได ซันโนะมารุ โดยจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับบริจาคมาจากตระกูลดาเตะ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์, ศิลปะ และวัฒนธรรมของเมืองเซนได

ที่อยู่:3 Chome-7-1 Kokubunchō, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:https://www.city.sendai.jp/museum/

11.Seiji Nakamura Museum of Contemporary Art (พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนากาโมโตะเซชิ)

Npo Corporation Seiji Nakamura Museum of Contemporary Art (พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนากาโมโตะเซชิ) คือ สถาปัตยกรรมคล้ายปราสาทสไตล์สเปนสีขาวที่ศิลปิน “นากาโมโตะ เซชิ” สร้างขึ้นเป็นสถานที่สร้างสรรค์และจัดแสดงผลงานของตัวเอง ในปัจจุบันมีเป้าหมายเพื่อฝึกอบรมศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง โดยจัดทั้งงานนิทรรศการ, งานอีเว้นท์, คอนเสิร์ต และการแสดงสด

ที่อยู่:2 Chome-20-15 Higashikatsuyama, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.seishi-nakamoto.com/

12. Rias Ark Museum of Art (พิพิธภัณฑ์ศิลปะรีอัสอาร์ค)

Rias Ark Museum of Art (พิพิธภัณฑ์ศิลปะรีอัสอาร์ค) แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินที่สามารถมองลงไปเห็นอ่าวเคะเซ็นนูมะได้ ที่นี่จัดแสดงข้อมูลขนบธรรมเนียมความเชื่อและผลงานศิลปะของโทโฮคุ รวมถึงข้อมูลของเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮคุและข้อมูลความเสียหายจากสึนามิด้วย

ที่อยู่:138-5 Akaiwamakisawa, Kesennuma-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://rias-ark.sakura.ne.jp/2/

13. Kamei Museum (พิพิธภัณฑ์คาเมอิ)

Kamei Museum (พิพิธภัณฑ์คาเมอิ) แห่งนี้จัดแสดงคอลเลคชันส่วนหนึ่งของนักสะสมผีเสื้อชื่อดัง “คุณคาเมอิ บุนโซ” แถมยังมีการจัดงานนิทรรศการด้วย

ที่อยู่:1-23 Itsutsubashi, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.kameimuseum.or.jp/

14. Ishinomori Manga Museum (พิพิธภัณฑ์มังงะอิชิโนะโมริ)

Ishinomori Manga Museum (พิพิธภัณฑ์มังงะอิชิโนะโมริ) คือ พิพิธภัณฑ์สำหรับสัมผัสโลกของ Shotaro Ishinomori นักเขียนการ์ตูนชาวมิยางิซึ่งมีผลงานโด่งดังมาจากการ์ตูนเรื่องคาเมนไรเดอร์และไซบอร์ก009 ที่นี่มีทั้งแกลเลอรี่, งานจัดแสดงภาพต้นฉบับ และงานนิทรรศการ ตรงโซนห้องสมุดมีการเก็บรักษาหนังสือเอาไว้มากกว่า 6,000 เล่มเลยทีเดียว

ที่อยู่:2-7 Nakaze, Ishinomaki-shi, Miyagi-ken

เว็บไซต์หลัก:http://www.man-bow.com/manga/

<สวนสัตว์・พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ>

15. Sendai Umino-Mori Aquarium (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนไดอุมิโนะโมริ)

Sendai Umino-Mori Aquarium (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนไดอุมิโนะโมริ) แห่งนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายไม่ว่าจะเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุโดยเหล่าสัตว์ทะเล, กิจกรรมสัมผัสกับเหล่าเพนกวินและสิงโตทะเล รวมถึงสัมผัสทะเลและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของญี่ปุ่นอีกด้วย

ที่อยู่:4 Chome-6 Nakano, Miyagino-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.uminomori.jp/umino/

16. Yagiyama Zoo (สวนสัตว์ยางิยามะเมืองเซนได)

Yagiyama Zoo (สวนสัตว์ยางิยามะเมืองเซนได) คือ สวนสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์เอาไว้กว่า 140 สายพันธุ์รวม 550 ตัว เช่น หมีขั้วโลก, สิงโต และเสือโคร่งสุมาตรา เป็นต้น โดยมีไฮไลท์อยู่ที่กิจกรรมให้อาหารสัตว์นี่แหละ

ที่อยู่:1 Chome-43 Yagiyamahonchō, Taihaku-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:https://www.city.sendai.jp/zoo/

<ออนเซ็น>

17. Akiu Onsen (อาคิอุออนเซ็น)

Akiu Onsen (อาคิอุออนเซ็น) ซึ่งเรียกกันว่าเป็นห้องด้านหลังของเมืองเซนไดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เคยมีจักรพรรดิในศตวรรษที่ 6 เดินทางมาเพื่อรักษาโรคโดยธรรมชาติบำบัดเป็นเวลาหลายวันจนหายดี ด้วยเหตุนี้ คนญี่ปุ่นจึงเรียกกันว่าเป็น “น้ำร้อนแห่งนาโตริ” โดยมีเสน่ห์อยู่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้อย่างเต็มอิ่มไม่ว่าจะเป็นแหลมไรไรเคียวและน้ำตกอาคิอุ

ที่อยู่:Akiumachi Yumoto, Taihaku Ward, Sendai, Miyagi Prefecture

18. Sakunami Onsen (ซาคุนามิออนเซ็น)

Sakunami Onsen (ซาคุนามิออนเซ็น) แห่งนี้ถูกค้นพบโดยพระเกียวกิเมื่อปี 721 ตรงประตูทางเข้าหมู่บ้านออนเซ็นมีของขึ้นชื่ออย่าง “ตุ๊กตาโคเคชิ” ขนาดใหญ่ตั้งต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนอยู่ แถมที่นี่ยังมีกิจกรรมแสตมป์แรลลี่ด้วยนะเออ... ถ้าเกิดใครสะสมแสตมป์ได้เยอะๆจะได้รับสิทธิพิเศษในการแช่บ่อน้ำร้อนแบบชั่วคราวได้ฟรี 1 แห่ง

ที่อยู่:Sakunami, Aoba Ward, Sendai, Miyagi Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.sakunami-spa.com/

<ธรรมชาติ>

19. Akiu Great Falls (น้ำตกอาคิอุ)

仙台

Akiu Great Falls (น้ำตกอาคิอุ) คือ น้ำตกขนาดใหญ่กว้าง 6 เมตร สูงกว่า 55 เมตร โดยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 น้ำตกของญี่ปุ่น โดยเราสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามได้ตลอดทุกฤดูกาล

ที่อยู่:Ōtaki Akiumachi Baba, Taihaku-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken

20. Houmei Shijuhachitaki Falls (น้ำตกโฮเมชิจูฮาจิทาคิ)

Houmei Shijuhachitaki Falls (น้ำตกโฮเมชิจูฮาจิทาคิ) แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณต้นแม่น้ำฮิโรเสะ บรรยากาศที่น้ำตกน้อย-ใหญ่ไหลจากแอ่งน้ำตกที่หนึ่งลงสู่อีกที่หนึ่งเป็นขั้นบันไดเป็นอะไรที่งดงามถึงขนาดไม่อยากละสายตาเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเสียงน้ำตกฟังดูราวกับเสียงร้องของ “นกโฮโอ” ซึ่งเป็นนกในตำนานของญี่ปุ่น จึงตั้งชื่อกันว่าแบบนี้นั่นเอง

ที่อยู่:Bōmeki Sakunami, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken

21. Matsushima (มัตสึชิมะ)

仙台

Matsushima (มัตสึชิมะ) คือ หมู่เกาะน้อย-ใหญ่รวมกว่า 260 แห่งที่ลอยอยู่เหนืออ่าวมัตสึชิมะ โดยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ทัศนียภาพอันงดงามของญี่ปุ่น นอกจากที่นี่จะมีเรือนำเที่ยววิ่งให้บริการกว่า 3 เส้นทางแล้วก็ยังมีเรือสำราญขนาดเล็กวิ่งให้บริการตามช่วงเวลาอีกด้วย เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามได้อย่างใกล้ชิด

ที่อยู่:Matsushima, Miyagi District, Miyagi Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.matsushima-kanko.com/

แหล่งช้อปปิ้งในเซนได

Aer (อาเอรุ)

Aer (อาเอรุ) คือ อาคาร 31 ชั้นที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีเซนไดซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของเมืองเซนไดเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ชั้น 1F – 4F ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 30 ร้าน, ชั้น 5F – 7F เป็นห้างร้านของเมืองเซนได ส่วนชั้น 8F – 30F เป็นสำนักงาน แถมเรายังสามารถชมวิวอาคารบ้านเมืองเซนไดจากบนระเบียงชมวิวชั้น 31F ได้ด้วยนะเออ...

ที่อยู่:1 Chome-3-1 Chūō, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.sendai-aer.jp/

MITSUI OUTLET PARK SENDAIKO (มิตสึอิเอ้าท์เลทปาร์คเซนไดโค)

MITSUI OUTLET PARK SENDAIKO (มิตสึอิเอ้าท์เลทปาร์คเซนไดโค) คือ เอ้าท์เลทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุซึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าเรือเซนได โดยเต็มไปด้วยร้านค้าคัดสรรและร้านค้าแบรนด์ดังจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 120 ร้านด้วยกัน

ที่อยู่:3 Chome-7-2 Nakano, Miyagino-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.31op.com/sendai/

Sendai Izumi Premium Outlets (เซนได อิซุมิ พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท)

Sendai Izumi Premium Outlets (เซนได อิซุมิ พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท) คือ เอ้าท์เลทที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรัฐนิวอิงแลนด์ของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งตั้งอยู่ภายในอิซุมิปาร์คทาวน์ ที่นี่เป็นแหล่งรวมร้านค้าแบรนด์ดังจากทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 80 ร้านเลยทีเดียว

ที่อยู่:6 Chome-1-1 Teraoka, Izumi-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.premiumoutlets.co.jp/en/sendaiizumi/

S-pal Sendai Main Building (เอสพาล เซนได อาคารหลัก)

S-pal Sendai Main Building (เอสพาล เซนได อาคารหลัก) คือ ศูนย์การค้าที่เชื่อมต่อกับสถานีเซนไดโดยตรง นอกจากที่นี่จะเป็นที่ตั้งของร้านค้าแฟชั่นและร้านอาหารแล้ว บน “เซนไดมิยาเกะคัง” บนชั้น B1F ก็ยังเต็มไปด้วยของขึ้นชื่อของเซนไดให้เลือกช้อปปิ้งกันจนตาลายอีกด้วย บอกเลยว่าเหมาะสำหรับหาซื้อของฝากกลับไปฝากเพื่อนๆ ครอบครัว หรือคนพิเศษสุดๆ

ที่อยู่:1 Chome-1-1 Chūō, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://www.s-pal.jp/sendai/

Clisroad (คริสโร้ด)

Clisroad (คริสโร้ด) คือ ถนนร้านค้าสไตล์สมัยใหม่ที่สว่างไสวไปด้วยแสงแดดธรรมชาติ ตรงกลางเป็นที่ตั้งของ Mitakisanfudoin (วัดมิตากิซังฟูโดอิน) ซึ่งศักดิ์สิทธิ์เรื่องการค้าขายเจริญรุ่งเรือง ที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านค้าเก่าแก่ที่จำหน่ายสินค้าคุณภาพดีเท่านั้นแต่ยังมีร้านค้าแฟชั่นและร้านค้าคัดสรรจิปาถะอีกด้วย

ที่อยู่:Chuo, Aoba Ward, Sendai, Miyagi Prefecture
เว็บไซต์หลัก:http://www.clisroad.jp/

Nishikigaoka Hillside Mall (นิชิกิกาโอกะ ฮิลไซด์ มอลล์)

Nishikigaoka Hillside Mall (นิชิกิกาโอกะ ฮิลไซด์ มอลล์) แห่งนี้ประกอบด้วยร้านค้าแฟชั่น, ร้านค้าจิปาถะ, ร้านอาหาร, “อควาเทอเรส นิชิกิกาโอกะ” ธีมปาร์คน้ำและแสง และโรงพยาบาลสัตว์ เนื่องจากสวนระหว่างอาคารในวันอาทิตย์จะมีการจัดกิจกรรมสัมผัสสัตว์โลกน่ารัก ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีลานเด็กเล่นอัดลมยางและรถไฟจิ๋วสำหรับคุณหนูๆด้วย จึงบอกเลยว่าเด็กๆจะต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน

ที่อยู่:1 Chome-3-1 Nishikigaoka, Aoba-ku, Sendai-shi, Miyagi-ken
เว็บไซต์หลัก:http://hillside-mall.com/

แผนเที่ยวเซนได

หลังจากชมวิวเมืองเซนไดจากบนระเบียงชมวิวของอาเอรุกันจนจุใจแล้วก็แวะมาเดินเล่นที่ฮาปินะนาคาเคโจและคริสโร้ดกันเลยดีกว่าค่ะ เมื่อเดินเล่นบนถนนโจเซ็นจิโดริที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้สักพักก็เริ่มรู้สึกท้องร้องขึ้นมานิดๆแล้วล่ะสิ... งั้นก็ถึงเวลาลิ้มลองกิวตัน (ลิ้นวัว) เป็นมื้อเที่ยงที่เมืองโคคุบุนจิกันแล้ว ต่อมาก็เดินสัมผัสประวัติศาสตร์ที่ซุยโฮเด็นและร่องรอยปราสาทเซนไดซึ่งเกี่ยวข้องกับดาเตะ มาซามูเนะพลางชมทัศนียภาพของเมืองเซนไดด้านล่าง

สำหรับใครที่มีเวลาเที่ยวเหลือเฟืออีก 1 วันเต็มก็ขอแนะนำให้เข้าพักที่อาคิอุออนเซ็นหรือซาคุนามิออนเซ็นสักคืนแล้วเดินทางต่อไปยังมัตสึชิมะเลยจ้า...

งานอีเว้นท์ในเซนได

เดือนมกราคม : Enkorosetsu Festival (งานเทศกาลเอ็งโคโรเซ็ตสึ), Donto Festival (งานเทศกาลดอนโตะ)

Enkorosetsu Festival (งานเทศกาลเอ็งโคโรเซ็ตสึ) หรือการแข่งขันเพลงพื้นบ้านเอ็งโคโรเซ็ตสึซึ่งสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ สมัยเอโดะ จัดขึ้นที่เมืองวาตาริ ตำบลวาตาริในเดือนมกราคมของทุกปี ส่วน Donto Festival (งานเทศกาลดอนโตะ) เป็นงานเผาของประดับตกแต่งช่วงเทศกาลปีใหม่ดั้งเดิมเพื่อขอพรให้สุขภาพแข็งแรงและครอบครัวแคล้วคลาดปลอดภัย เนื่องจากภาพการลุกโชติช่วงของเปลวไฟเปรียบได้กับเสียง “ดอนดอน” คนญี่ปุ่นจึงตั้งชื่อว่าแบบนี้นั่นเอง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับงานเทศกาลดอนโตะสามารถเข้าไปดูได้จากบทความ「แนะนำงานเทศกาลสุดแปลกของญี่ปุ่นผ่านวีดิโอ!

เดือนกุมภาพันธ์ : Yukinko Festival (งานเทศกาลยูคิงโกะ)

Yukinko Festival (งานเทศกาลยูคิงโกะ) คือ งานอีเว้นท์ซึ่งจัดขึ้นที่ Akiu Visitor Center โดยเราสามารถสัมผัสกิจกรรมการเล่นกระดานเลื่อนหิมะ, สวมรองเท้าสโนว์ชูส์เดินลุยหิมะ และหาสมบัติท่ามกลางหิมะได้ในงานนี้เลยจ้า...

เดือนเมษายน : Kumano Hongu Taisha Annual Festival (งานเทศกาลประจำปีศาลเจ้าคุมาโนะฮอนงูไทฉะ)

Kumano Hongu Taisha Annual Festival (งานเทศกาลประจำปีศาลเจ้าคุมาโนะฮอนงูไทฉะ) คือ งานเทศกาลที่สืบทอดมาจากยามาบูชิ (※1) เมื่อราว 500 ปีที่แล้ว โดยจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนเมษายน นักเต้นของงานนี้สืบทอดต่อกันมาเป็นตระกูลด้วยระบบเซชูเซ (※2)

※1 : ยามาบูชิ……ผู้ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดบนภูเขา
※2 : เซชูเซ……ระบบการสืบทอดจากพ่อ-แม่สู่ลูก

เดือนพฤษภาคม : Bonten-bayai (บอนเต็นบาไย), Sendai Aoba Festival (งานเทศกาลเซนไดอาโอบะ)

Bonten-bayai (บอนเต็นบาไย) คือ พิธีกรรมโกไคโจของชินโตซึ่งจัดขึ้นที่ศาลเจ้าฟุนากาตายามะในวันที่ 1 พฤษภาคม โดยพระจะโยนเครื่องสักการะบูชา “บอนเต็น” ให้กลุ่มผู้ที่เดินทางมากราบไหว้สักการะแย่งกันโดยเชื่อว่าจะได้รับการคุ้มครองจากเทพเจ้าแห่งการเกษตร ส่วน Sendai Aoba Festival (งานเทศกาลเซนไดอาโอบะ) คือ งานเทศกาลสัญลักษณ์แห่งการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิในเซนไดซึ่งจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคมและวันก่อนหน้านั้น โดยเริ่มต้นจากการเป็นงานเทศกาลเซนไดโทโชงูในปี 1655 บรรยากาศการตีกลองฮายาชิ, การเดินทางขบวนพาเหรดของเหล่านักรบ และการแห่เกี้ยวดาชินั้นถ่ายทอดความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมออกมาได้เป็นอย่างดี

เดือนสิงหาคม : Sendai Tanabata Festival (งานเทศกาลเซนไดทานาบาตะ)

Sendai Tanabata Festival (งานเทศกาลเซนไดทานาบาตะ) คือ งานเทศกาลสัญลักษณ์แห่งฤดูร้อนของเซนได โดยสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยที่ดาเตะ มาซามูเนะเป็นผู้ครองปราสาทเซนได ในช่วงนี้จะมีการประดับสิ่งของตกแต่งอันแสนงดงามตั้งแต่ด้านหน้าสถานีเซนไดไปจนถึงย่านร้านค้าบนถนนอิจิบังโจเลยทีเดียว

เดือนธันวาคม : Shimada-Ame Festival (งานเทศกาลชิมาดะอาเมะ)

ชาวเมืองเซนไดเชื่อกันว่าถ้าเกิดได้รับของมงคลอย่าง “ลูกกวาดชิมาดะอาเมะ” ซึ่งถูกนำมาถวายวัดในวันที่ 14 ธันวาคม ในปีหน้าจะได้พบกับเนื้อคู่ที่ดี ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนเดินทางมาเข้าร่วม Shimada-Ame Festival (งานเทศกาลชิมาดะอาเมะ) กันเยอะแยะมากมาย บอกเลยว่าต้องชมขบวนพาเหรดเจ้าสาวในงานนี้กันให้ได้ค่ะ >โรงแรมที่พักในเซนได

เมืองเซนไดเต็มไปด้วยโรงแรมที่พักมากมายไม่ว่าจะเป็นโรงแรมธุรกิจและโรงแรมแคปซูล นอกจากนี้ก็ยังมีเรียวกังติดออนเซ็นอีกด้วย โรงแรมระดับหรูราคาสูงกว่า 2 หมื่นเยน / คืนขอแนะนำเป็น「The Westin Sendai」โรงแรมระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่บนชั้น 28F~ ของเซนไดทรัสต์ทาวเวอร์เลยค่ะ เนื่องจากเราสามารถชมทั้งวิวเมืองเซนได ทะเล และภูเขาได้จากหน้าต่างห้องพัก จึงบอกเลยว่าเป็นประสบการ์สุดหรูเกินบรรยาย

นอกจากนี้ก็ยังมี「Sendai Royal Park Hotel
」โรงแรมระดับ 4 ดาวที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับปราสาทเลยทีเดียว โดยมีทั้งห้องพักที่สามารถชมวิวสวนสไตล์อังกฤษและห้องพักที่สามารถชมวิวป่าไม้ได้ หรือว่าใครที่กำลังมองหาโรงแรมระดับ 4 ดาวที่สามารถเข้าพักได้ในราคาประมาณ 1 หมื่นเยนก็มีเหมือนกันก็คือ「Mitsui Garden Hotel Sendai」โรงแรมติดโรงอาบน้ำสาธารณะพร้อมสปาบนชั้นสูงสุด, 「Sendai Washington Hotel」โรงแรมที่พิถีพิถันเรื่องอาหารเช้าซึ่งสามารถเดินเท้าจากสถานีเซนไดมาถึงได้ในเวลาเพียง 3 นาที และ「Hotel Metropolitan Sendai」โรงแรมแสนสะดวกสำหรับการเข้าพักกับครอบครัวซึ่งเชื่อมต่อกับสถานีเซนไดโดยตรงนั่นเอง

ส่วนโรงแรมธุรกิจระดับ 3 ดาวที่สามารถเข้าพักได้ในราคาประมาณ 1 หมื่นเยน / คืนประกอบด้วย「Richmond Hotel Premier Sendai Ekimae」โรงแรมที่เตรียมผ้าห่มฟุตงเป็นคนเป็ดเพื่อการนอนหลับที่สบายมากยิ่งขึ้นกับทุกห้อง, 「Hotel Monterey Sendai」โรงแรมที่มีห้องคอนเส็ปต์เป็นกรุงปรากและศิลปะอาร์ตนูโว, 「Hotel Jal City Sendai」โรงแรมที่มีห้องพักสไตล์ยุโรปผสมญี่ปุ่น, 「Daiwa Roynet Hotel Sendai」โรงแรมที่มีมีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นเหมือนกับกระดาษเขียนคำอธิษฐานในงานเทศกาลเซนไดทานาบาตะ และ「Hotel Leopalace Sendai」โรงแรมที่มีห้องพักสว่างไสวสไตล์ยุโรปเหนือ

สำหรับใครที่ต้องการเข้าพักที่เรียวกังในเซนไดก็ขอแนะนำเป็น「Bansuitei Ikoiso」ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองเซนไดเลยจ้า... โดยเราสามารถเข้าพักได้ในราคา 4,200 เยน~ / คืนสำหรับการเข้าพัก 2 คน / ห้อง นอกจากนี้ก็ยังมี「Sakan」ที่ตั้งอยู่ที่อาคิอุออนเซ็นอีกด้วย ที่นี่มีออนเซ็นมากมายถึงขนาดว่าสามารถทัวร์แช่ออนเซ็นภายในเรียวกังได้เลย โดยเราสามารถเข้าพักได้ในราคา 2 หมื่นเยน~ / คนพร้อมอาหาร 2 มื้อ / คืน

ส่วนอาคารหลักของ「Saryo Soen」เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์สึคิยะสึคุริ (※3) โดยห้องพักแยกทั้ง 10 ห้องติดออนเซ็นกลางแจ้งทุกห้อง อาคารหลักสามารถเข้าพักได้ในราคา 34,710 เยน~ พร้อมอาหาร 2 มื้อ / คืน ส่วนอาคารแยกราคา 48,750 เยน~

Ryokusuitei」โรงแรมที่มีสวนขนาดใหญ่แห่งนี้นอกจากจะสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามจากหน้าต่างห้องพักได้แล้วก็ยังมีออนเซ็นกลางแจ้งที่ส่องสว่างไปด้วยกองไฟอีกด้วย เราสามารถเข้าพักได้ในราคา 16,200 เยน~ สำหรับแพ็คเกจมาตรฐานพร้อมอาหาร 2 มื้อสำหรับ 1 คืน แถมบางแพ็คเกจก็มีราคาเพียง 11,880 เยน~ เท่านั้นเอง แต่ถ้าเกิดใครอยากอยากไปซาคุนามิออนเซ็นก็ขอแนะนำเป็น「Yudukushi Salon Ichinobo」ที่สามารถเพลิดเพลินกับต้นน้ำ 3 แห่งและออนเซ็น 8 แห่งได้เลยค่ะ... โดยเราสามารถเลือกแพ็คเกจที่พักได้มากมายตั้งแต่ราคา 1 หมื่นเยน~ / คนพร้อมอาหาร 2 มื้อสำหรับ 1 คืน

※3 : สึคิยะสึคุริ ……รูปแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสไตล์โรงน้ำชา

อาหารท้องถิ่นของเซนได

กิวตัน

“กิวตัน” คือ เมนูลิ้นวัว กิวตันของเมืองเซนไดมีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปทั่วญี่ปุ่นเชียวนะจะบอกให้...

อาบุระอาเกะ

“อาบุระอาเกะ” คือ เมนูเต้าหู้ฝานบางทอดด้วยน้ำมัน “อาบุระอาเกะรูปสามเหลี่ยม” ของร้าน Jougitoufuten (โจงิโตฟูเต็น) ซึ่งตั้งอยู่ภายในเมืองมอนเซ็นของวัดโกคุราคุซังไซโฮจิเป็นเมนูขึ้นชื่อที่สามารถสัมผัสประสบการณ์ชวนฟินได้จากการราดโชยุและโรยชิจิมิ (※4) กระเทียมลงบนอาบุระอาเกะทอดสดใหม่จากเตารับประทาน โดยเราสามารถหาทานได้จากห้างสรรพสินค้าฟูจิซากิภายในเมืองเซนได

※4:ชิจิมิ……เครื่องปรุงที่ผสมผสานกันระหว่างเครื่องเทศทั้ง 7 ชนิด เช่น พริกและงา

ซาซาคามะ

“ซาซาคามะ” ของฝากยอดนิยมที่เหมาะกับการรับประทานเป็นกับแกล้มเหล้านี้คือลูกชิ้นปลาคามาโบโกะรูปใบไผ่ โดยเป็นหนึ่งในของขึ้นชื่อประจำเมืองเซนได

เฮียวตันอาเกะ

“เฮียวตันอาเกะ” คือ เนริโมโนะ (เนื้อปลาบด) หรือลูกชิ้นปลาเสียบไม้ชุบแป้งสไตล์แพนเค้กทอด เนื่องจากมีรูปร่างหน้าตาเหมือนน้ำเต้า(ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เฮียวตัน) จึงตั้งชื่อกันว่าแบบนี้ โดยนับเป็นเมนูเดินไปกินไปประจำเมืองเซนไดเลยก็ว่าได้

ฮาราโกะเมชิ

“ฮาราโกะเมชิ” คือ เมนูข้าวหุงน้ำสต็อกปลาแซลมอนหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอนซึ่งคิดค้นสูตรขึ้นโดยชาวประมง

อิชิโนะมากิยากิโซบะ

“อิชิโนะมากิยากิโซบะ” คือ ยากิโซบะเส้นสีน้ำตาลที่ผ่านการนึ่งทั้งหมด 2 รอบด้วยกัน รอบที่ 2 ใส่น้ำซุปดาชิลงไปนึ่งด้วยและโปะหน้าด้วยไข่ดาว ตอนรับประทานก็อย่าลืมราดซอสกันด้วยนะจ๊ะ...

เซนไดยูเบชิ

“เซนไดยูเบชิ” คือ ขนมโมจิดั้งเดิมมีเอกลักษณ์อยู่ที่ใส่วอลนัทลงไปด้วยนี่แหละ โดยเราสามารถเลือกได้ว่าอยากทานรสโชยุวอลนัท,วอลนัทงา หรือวอลนัทชาเขียว

ซุนดะโมจิ

“ซุนดะโมจิ” คือ โมจิถั่วแระบด โดยเป็นของขึ้นชื่อประจำเมืองเซนไดที่มีสีเขียวอ่อนสดใสน่ารับประทาน

ของฝากจากเซนได

“ซุนดะโมจิ” ของขึ้นชื่อประจำเมืองเซนได

แน่นอนว่าจะต้องมีของขึ้นชื่ออย่างซุนดะโมจิด้วยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ก็ยังมีขนมสไตล์ญี่ปุ่น-ตะวันตกอย่าง “ฮากิโนะทสึกิ” ขนมแป้งสปันจ์นุ่มนิ่มสอดไส้คัสตาร์ดแบบเน้นๆ, “ฮาเซคุรายากิ” คุกกี้กรอบสอดไส้ถั่วขาวกวนรสวอลนัท รวมถึงของหวานอย่าง “ขนมดั้งเดิมของเซนได” หลากหลายรูปแบบน่ารับประทานและ “ซันโชขุโมนากะ” สอดไส้งา, ถั่วแดงกวน และถั่วขาวกวนอีกด้วย

นอกจากนี้ ขนมพิเศษเฉพาะฤดูหนาวก็พลาดไม่ได้เช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็น “ชิโมะบาชิระ” ขนมชั้นเลิศชวนฝันซึ่งทำโดยช่างขนมหวานมืออาชีพ เพราะว่าตัวขนมทำยากและต้องใช้ความละเอียดพิถีพิถันเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าถิ่นข้าวอย่างมิยางิจะพลาดเหล้ารสเลิศไปได้ยังไง?! “อุรากะซุมิ” เหล้าใสของบริษัทซาอุระ, “อิจิโนะคุระ” และ “ฮิเมเซ็น” ของบริษัทอิจิโนะคุระซึ่งมีคติประจำบริษัทว่า “ผลิตเหล้าคุณภาพดีโดยผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันจากข้าวคุณภาพดี” ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน

สภาพอากาศและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวเซนได

ในฤดูร้อนจะมีสภาพอากาศเย็นสบายอยู่ง่ายกว่าโตเกียวด้วยอิทธิพลของลมทะเล แต่เนื่องจากบางวันก็มีอากาศร้อนจัด จึงขอแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าบางๆระบายอากาศได้ดีมาจะดีที่สุด ส่วนในฤดูหนาวมีอากาศไม่หนาวจัดและหิมะตกน้อยแตกต่างจากตำแหน่งละติจูดก็จริง แต่แม้กระทั่งช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนพฤษภาคมบางวันก็ยังคงมีอากาศหนาวเย็นให้เห็นอยู่บ้าง ช่วงผลัดเปลี่ยนจากฤดูใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวจะค่อนข้างเร็วกว่าโตเกียว ดังนั้น จึงควรเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมทั้งในฤดูหนาวและช่วงผลัดเปลี่ยนฤดูกาลกันด้วยนะจ๊ะ...
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่แลกเงินเยนหรือเงินสกุลต่างประเทศก็สามารถใช้บริการแลกเงินตราต่างประเทศของธนาคารหรือตู้ ATM ตามเซเว่นอีเลฟเว่นได้เลยจ้า...

เวลาที่เงินสดไม่พอ! สถานที่4แห่งสำหรับแลกเงินในญี่ปุ่น

ในกรณีที่เงินสดหมดให้รีบหาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ PLUS เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถกดเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะค่ะ ^^


รู้ไว้ใช่ว่า ช็อปเพลินเงินหมดจะหาตู้กด ATM ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับใครที่อยากรู้วลีแสนสะดวกสำหรับใช้ตอนเข้าพักตามโรงแรมในญี่ปุ่นสามารถเข้าไปอ่านได้จากบทความดังต่อไปนี้

รวม 10 ภาษาญี่ปุ่น ที่สามารถใช้ได้ในโรงแรม!

นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นก็ยังมีบริการ「Japan Connected-free Wi-Fi」แสนสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยนะเออ... ยังไงก็ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเอาไว้ล่วงหน้ากันได้เลย

รวมจุดให้บริการ Japan Connected-free Wi-Fi ในญี่ปุ่น

เอ่อ...แล้วค่าอาหารที่ใช้ระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นตกประมาณเท่าไหร่ต่อวันกันน้า? งั้นคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด

ค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น (ร้านสะดวกซื้อ,ร้านอาหาร,ร้านซูชิ)
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง