เมืองมุราคามิ จังหวัดนีงาตะ: ทัวร์ชมตุ๊กตาฮินะในมาชิยะ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรม ที่เที่ยว และอาหารท้องถิ่น

6 แหล่งท่องเที่ยวน่าถ่ายรูปอัพลงโซเชียลในยามากาตะ-นีงาตะ! (Yamagata - Niigata)

บริการนี้รวมโฆษณาที่ได้รับการสนับสนุน
article thumbnail image

ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าถ่ายรูปอัพลงโซเชียลในจังหวัดยามากาตะและนีงาตะ! ในยามากาตะมีทั้งปีศาจหิมะแห่งเขาซาโอและแหล่งพาวเวอร์สปอตอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนในนีงาตะมีทั้งงานศิลปะในรถไฟ "เก็นบิชินคันเซ็น" และแปลงร่างเป็นโออิรัน ถ่ายรูปสวยๆ ไปลงโซเชียล!

วันที่ปรับปรุงล่าสุด :

จังหวัดยามากาตะและจังหวัดนีงาตะเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาที่ถ่ายรูปเด็ดๆ ไปลงโซเชียล ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมน่าถ่ายรูปไม่ว่าจะเป็นแหล่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ตระการตา สัตว์ทะเลแสนน่ารัก กิจกรรมถ่ายรูปโออิรันแสนสวย และอื่นๆ อีกเพียบ!

นอกจากนี้ก็ยังมีเทคนิคการประหยัดค่าเดินทางให้สามารถท่องเที่ยวได้ในราคาสุดคุ้มด้วยนะ บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ!

1. ปีศาจหิมะบนเขาซาโอ (The Snow Monsters of Mount Zao) แหล่งถ่ายรูปห้ามพลาดประจำฤดูหนาว!

แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อได้มาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูหนาวเลยก็คือปีศาจหิมะบนเขาซาโอ (The Snow Monsters of Mount Zao) ในจังหวัดยามากาตะนั่นเอง ระหว่างช่วงปลายเดือนธันวาคม - ต้นเดือนมีนาคมของทุกปี ลมฤดูหนาวอันหนาวเหน็บจะพัดโหมเข้ากับต้นไม้จำพวกต้นสนที่มีใบเขียวตลอดปีจนเกิดปรากฏการณ์น้ำแข็งและหิมะเกาะต้นสน ก่อเกิดเป็นรูปร่างอันงดงาม

蔵王樹氷

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

ต้นสนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งสีขาวโพลนดูราวกับเป็นสัตว์ประหลาดในดินแดนหิมะ จนถูกเรียกกันว่าเป็น "ปีศาจหิมะ" เลยทีเดียว

蔵王樹氷

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

เมื่อตกกลางคืนจะมีการประดับไฟไลท์อัพต้นสนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเหล่านี้ ทำให้เราได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการไลท์อัพประจำปีนี้สามารถเข้าไปดูได้จากเว็บไซต์ทางการของกระเช้าลอยฟ้าซาโอ (Zao Ropeway) ได้เลย

蔵王

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

นอกจากปรากฏการณ์น้ำแข็งเกาะต้นสนแสนสวยแล้วภายในซาโอออนเซ็นสกีรีสอร์ท (Zao Onsen Ski Resort) พื้นที่กว้างใหญ่กว่า 305 ตารางกิโลเมตรก็ยังมีการจัดเตรียมกิจกรรมสุดพิเศษเฉพาะฤดูหนาวเอาไว้ให้สนุกกันเพียบเลยอีกด้วย!

สำหรับใครที่อยากไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าซาโอ ชมปรากฏการณ์น้ำแข็งเกาะ และเข้าร่วมกิจกรรมไลท์อัพต้นสนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสามารถเข้าไปดูได้ที่ "เที่ยวชม Snow Monster ตลอดสองข้างทาง ด้วยรถตะลุยหิมะขบวนพิเศษ NIGHT CRUISER"

การเดินทาง : นั่งรถบัส Yamako จากสถานียามากาตะ (Yamagata) ไปยัง Zao Onsen Bus Terminal โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีแล้วเปลี่ยนมาขึ้นกระเช้าลอยฟ้าซาโอ (Zao Ropeway) ไปยังสถานีซาโอซันโจ (Zao Sancho) โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

2. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมะ (Kamo Aquarium) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชวนฝันอันดับ 1 ของโลก

加茂水族館

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

สัตว์น้ำยอดนิยมของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมะ (Kamo Aquarium) ในจังหวัดยามากาตะจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากแมงกะพรุนมากกว่า 50 สายพันธุ์นี่ล่ะค่ะ และมีจำนวนการแมงกะพรุนที่จัดแสดงเยอะมากจนได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์บุ๊คว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงแมงกะพรุนมากเป็นอันดับ 1 ของโลก

加茂水族館

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

ไฮไลท์ประจำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมะแห่งนี้คือ Jellyfish Dome Theater ห้องจัดแสดงแมงกะพรุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตรและบรรจุน้ำกว่า 40 ตัน ออกแบบมาโดยคำนึงถึงพฤติกรรมการลอยตัวตามกระแสน้ำของแมงกะพรุน ขอบอกว่าในนี้มีแมงกะพรุนแหวกว่ายอยู่มากมายกว่า 4,000 ตัวเลยล่ะค่ะ

加茂水族館

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

นอกจากแมงกะพรุนแล้วภายในพิพิธภัณฑ์ก็ยังมีการจัดแสดงบรรดาสัตว์แสนน่ารักชนิดอื่นๆ เอาไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืดและปลาทะเลหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงแมวน้ำและสิงโตทะเล

บริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมะเป็นที่ตั้งของทั้งยุโนะฮามะออนเซ็น (Yunohama Hot Spring) และเมืองท่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะอย่างเมืองซากาตะ (Sakata) สำหรับใครที่อยากตระเวนเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองสึรุโอกะ (Tsuruoka) และเมืองซากาตะสามารถเข้าไปดูได้ที่ "Shonai เมืองที่เจริญรุ่งเรืองด้วยเรือสำเภา, ชมศิลปะการแสดงของ Maiko, พิพิธภัณฑ์แมงกะพรุน + แท็กซี่ & ค้างคืนที่ Yunohama Onsen"

การเดินทาง : จากสถานีนีงาตะ (Niigata) นั่งรถไฟสาย Uetsu Main Line มาลงที่สถานีสึรุโอกะ (Tsuruoka) โดยใช้เวลาประมาณ 110 นาที แล้วก็นั่งรถบัส Shonai Kotsu มาลงป้าย Kamo Suizoku-kan โดยใช้เวลาประมาณ 30 - 35 นาที

3. วัดยามาเดระ (Yama-dera) แหล่งพาวเวอร์สปอตอันงดงาม

山寺

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

วัดยามาเดระ (Yama-dera) ที่ตั้งอยู่ตรงชานเมืองยามากาตะมีชื่อเรียกทางการว่าวัดริชชาคุจิ (Risshaku-ji Temple) สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 860 วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมความเชื่อมาตั้งแต่ในอดีตว่าถ้าใครมากราบไหว้ขอพรจะช่วยตัดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีและดลบันดาลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และด้วยทัศนียภาพที่งดงาม เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ที่นี่กลายเป็นโลเกชั่นถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่อง "ตราบวันฟ้าใส (March comes in like a lion)" ซึ่งดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะเรื่องเดียวกัน

山寺

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

อาคารคันซันโด (Kanzandou - 開山堂) และโนเคียวโด (Noukyoudou - 納経堂) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดนั้นเป็นแหล่งชมวิวสุดสวยขึ้นชื่อที่เราสามารถชมทัศนียภาพโดยรอบได้

คันซันโดเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นไม้นักบวชชั้นสูงผู้ก่อตั้งวัดยามาเดเระ ส่วนโนเคียวโดหลังสีแดงที่ตั้งอยู่บนโขดหินเป็นสถานที่เก็บพระสูตรต่างๆ และเป็นสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของวัดยามาเดระ

山寺

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

โกะไดโด (Godaidou - 五大堂) ที่สร้างขึ้นเลียบหน้าผาเป็นจุดชมวิวสุดงามสำหรับชมวิวตีนเขาด้านล่าง

บริเวณใกล้กับวัดยามาเดระเป็นที่ตั้งของทั้งสวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยวที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเก็บเชอร์รีและองุ่นได้ รวมถึงจุดพักรถเทนโดออนเซ็น (Tendo Hot Spring Rest Area) ที่สามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นเท้าได้ฟรี สำหรับ

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Senzan จากสถานียามากาตะ (Yamagata) มาลงที่สถานียามาเดระ (Yamadera) โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

4. เจดีย์ 5 ชั้นบนภูเขาฮากุโระ (Five-story Pagoda Of Mount Haguro) เจดีย์สุดขลังที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ

羽黒山五重塔

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

ภูเขากัตซัน (Mount Gassan) ภูเขาฮากุโระ (Mount Haguro) และภูเขายุโดโนะ (Mount Yudono) ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางจังหวัดยามากาตะนั้นจะถูกเรียกรวมกันว่าสามเขาเดวะซันซัง (Dewa Sanzan) และสถานที่ที่สักการะบูชาเทพเจ้าของภูเขาทั้ง 3 แห่งก็คือศาลเจ้าเดวะซันซัง (Dewa Sanzan-jinja Shrine) นั่นเอง

เจดีย์ 5 ชั้นบนภูเขาฮากุโระ (Five-story Pagoda Of Mount Haguro) ตั้งอยู่ระหว่างทางเดินสักการะของศาลเจ้าเดวะซันซังท่ามกลางป่าสนเก่าแก่อายุมากกว่า 1,000 ปี

羽黒山五重塔

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

เจดีย์ 5 ชั้นบนภูเขาฮากุโระแห่งนี้สูง 29 เมตร ตัวอาคารสร้างมาจากไม้ตั้งแต่ราว 600 ปีก่อนโดยไม่มีการลงรักจากธรรมชาติ เจดีย์ 5 ชั้นทรงสูงเพรียวลมดูสง่างามราวกับภาพหงส์กางปีกเลยทีเดียว เป็นเจดีย์สมบัติของชาติเพียงแห่งเดียวของภูมิภาคโทโฮคุ

三神合祭殿

Picture courtesy of Yamagata Prefecture

เมื่อผ่านเจดีย์ 5 ชั้น เดินขึ้นบันไดหินสูง 2,446 ขั้นมาก็จะถึงอาคารซันจินโกไซเด็น (Sanjingousaiden - 三神合祭殿) หลังคามุงหญ้าฟางแล้วล่ะค่ะ

นอกจากนี้ก็ห้ามพลาดแวะไปยังเจดีย์ 5 ชั้นแห่งวัดเซ็มโปจิ (Zenpoji Temple’s Five-story Pagoda) ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเจดีย์ 5 ชั้นบนภูเขาฮากุโระด้วย บอกเลยว่าควรค่าแก่การมาเยือนให้ได้สักครั้ง! สำหรับใครที่อยากชมเจดีย์ทั้ง 2 แห่งภายในทริปเดียวสามารถเข้าไปดูได้ที่ "ดูหิมะปกคลุมเจดีย์ห้าชั้นแห่งภูเขา Haguro เที่ยวศาลเจ้า Dewa Sanzanและเจดีย์ห้าชั้นแห่งวัด Zenpou-ji"

การเดินทาง : จากสถานีนีงาตะ (Niigata) นั่งรถไฟสาย Uetsu Main Line มาลงที่สถานีสึรุโอกะ (Tsuruoka) โดยใช้เวลาประมาณ 110 นาทีแล้วนั่งรถบัส Shonai Kotsu ที่มุ่งหน้าไปยังฮากุโระซันโจ (Haguro Sancho) มาลงป้าย Zuishinmon โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาที และเดินต่ออีก 10 นาที

5. เก็นบิชินคันเซ็น (GENBI SHINKANSEN) ชมผลงานศิลปะที่เร็วที่สุดในโลก

เก็นบิชินคันเซ็น (GENBI SHINKANSEN) คือรถไฟชินคันเซ็นแบบ 6 ขบวน (ขบวนที่ 11 - 16) ที่รีโนเวทมาจากชินคันเซ็นรุ่น E3 โดยวิ่งให้บริการระหว่างสถานีเอจิโกะ-ยูซาว่า (Echigo-Yuzawa) ไปจนถึงสถานีนีงาตะ (Niigata) ในจังหวัดนีงาตะ ขบวนที่ 11 เป็นขบวนกำหนดที่นั่ง ส่วนขบวนที่ 12 – 16 เป็นที่นั่งอิสระ การประดับตกแต่งภายในขบวนรถไฟล้วนสร้างสรรค์โดยศิลปินร่วมสมัยทั้งหมด

วิธีซื้อตั๋วเก็นบิชินคันเซ็น

นอกจากเราจะสามารถหาซื้อได้ตามสถานีรถไฟ JR แล้วก็ยังสามารถจองผ่านทัวร์ท่องเที่ยวที่ให้บริการโดย East Japan Railway Company ได้ด้วย

現美新幹線

Picture courtesy of East Japan Railway Company

ภาพภายนอกขบวนรถไฟเป็นผลงานของช่างภาพนินากาวะ มิกะซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานดอกไม้ไฟนากาโอกะขึ้นชื่อของนีงาตะ บอกเลยว่าไม่ว่าใครก็จะต้องตกตะลึงในความงดงามเจิดจ้าของมันอย่างแน่นอน

現美新幹線

Picture courtesy of East Japan Railway Company

ภายในขบวนที่ 13 มีทั้งโซนเด็กและโซนคาเฟ่ให้บริการ คอนเส็ปต์ของโซนเด็กคือรถไฟของเล่น บนกำแพงขบวนได้รับการออกแบบเป็นรูปเส้นรางรถไฟเหมือนกับชิ้นส่วนรางของรถไฟของเล่น ส่วนโซนคาเฟ่มีการจัดเสิร์ฟเครื่องดื่มจากคาเฟ่ยอดนิยมอย่างสึบาเมะคอฟฟี่ (Tsubame Coffee)

現美新幹線

Picture courtesy of East Japan Railway Company

บนขบวนที่ 15 มีการจัดแสดงผลงานศิลปะในตู้กระจกให้บรรยากาศราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์นั่งเก็นบิชินคันเซ็นและแช่ออนเซ็นชิลล์ๆ ที่เอจิโกะ-ยูซาว่าสามารถเข้าไปดูได้ที่ "เดินเล่นรอบๆ ECHIGO-YUZAWA"

การเดินทาง : อยู่ที่สถานีเอจิโกะ-ยูซาว่า (Echigo-Yuzawa) หรือสถานีนีงาตะ (Niigata)

6. กิจกรรมแปลงร่างเป็นโออิรัน ถ่ายรูปสวยๆที่ studio Clan
สัมผัสประสบการณ์ถ่ายรูปที่แตกต่าง ณ เมืองฟุรุมาจิของนีงาตะ

studio clan

Picture courtesy of studio Clan

ที่ฟุรุมาจิ (Furumachi) ในจังหวัดนีงาตะ (Niigata) ขึ้นชื่อเรื่องเป็นที่ตั้งของเมืองแห่งสถานเริงรมย์ในสมัยก่อนแห่งนี้มี studio Clan สตูดิโอสำหรับแต่งตัวเป็นโออิรัน (*1) ถ่ายรูปสวยๆ ที่ได้รับความนิยมถล่มทลายด้วยนะ ว่ากันว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เลย

เสื้อผ้าและทรงผมของโออิรันมีเอกลักษณ์อยู่ที่ความงดงามโดดเด่นยิ่งกว่าชุดญี่ปุ่นทั่วไปถึงขนาดได้รับการขนานนามว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งจากความลึกซึ้งของมัน

*1. โออิรัน : ชื่อเรียกของนางโลมระดับสูงสุดในสมัยเอโดะ (ปี 1603 - 1867)

studio clan

Picture courtesy of studio Clan

ที่นี่มีทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและบูธสำหรับถ่ายภาพให้เราได้เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปสุดอาร์ตถึงขั้นว่าไม่ว่าใครเห็นก็จะต้องตกตะลึง (ค่าถ่ายภาพ : ราคารวมภาษีเริ่มต้น 10,584 เยน)

studio clan

Picture courtesy of studio Clan

เนื่องจากพนักงานร้านสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดี ถึงแม้จะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นก็สามารถใช้บริการได้แน่นอน นอกจากนี้ก็รับประกันว่าได้รับไฟล์รูปภาพทั้งหมดภายในวันเดียวกันนี้แน่นอนค่ะ

การเดินทาง : จากสถานีนีงาตะ (Niigata) นั่งรถบัส C60 ของ Niigata Kotsu ที่มุ่งหน้าไปยัง Irifune Eigyosho มาลงป้าย Higashibori Juni Bancho โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เดินต่ออีก 1 นาที

วิธีเดินทางไปยังยามากาตะและนีงาตะแบบคุ้มค่าสุดๆ ด้วยตั๋ว "JR EAST PASS"!

JET_TH_A
JET_TH_B

Picture courtesy of East Japan Railway Company

สำหรับใครที่อยากตระเวนเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่สุดงาม เช่น ปีศาจหิมะบนเขาซาโอหรือวัดยามาเดระในยามากาตะขอแนะนำให้ใช้ตั๋ว "JR EAST PASS (Tohoku area)"
ส่วนใครที่สนใจอยากเที่ยวแหล่งถ่ายรูปสุดพิเศษเฉพาะของจังหวัดนีงาตะ เช่น เก็นบิชินคันเซ็นและสตูดิโอถ่ายรูปโออิรันก็ขอแนะนำให้ใช้ตั๋ว "JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)" เลยค่ะ

รับรองว่าใช้แล้วจะสามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะอย่างชินคันเซ็น รถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express Trains) รถไฟเร็ว (Rapid Trains) รถไฟธรรมดา (Local Trains) และรถบัส JR ภายในโซนที่กำหนดได้อย่างไม่จำกัดอย่างแสนคุ้มแน่นอน สำหรับวิธีซื้อและข้อควรระวังในการใช้งานสามารถเข้าไปดูได้จากลิงค์ด้านล่างนี้

JR EAST PASS (Tohoku area)
JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)
*JR EAST PASS จำหน่ายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น โปรดระวังว่าชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่มีวีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถใช้งานได้

เที่ยว "ยามากาตะ" และ "นีงาตะ" ด้วยตั๋ว JR EAST PASS กันเถอะ!
https://matcha-jp.com/th/yamagataniigata

เว็บไซต์แนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาทริปเที่ยวโทโฮคุ!
TOHOKU BUFFET : https://www.tohoku-buffet.com/

Written by Chen
Sponsored by Yamagata Prefecture and Niigata Prefecture

Written by

東京に出てきて8年目です。

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ
นอกจากนี้ บทความอาจมีลิงก์โฆษณา โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อหรือจอง