Stay Safe in Japan Update: 21/09/2018, 19:14


More Information

คาบูกิ ดูไม่ยากอย่างที่คิดที่โรงละครคาบูกิซะ ย่านกินซ่า (Kabukiza Theatre, Ginza)

คาบูกิ ดูไม่ยากอย่างที่คิดที่โรงละครคาบูกิซะ ย่านกินซ่า (Kabukiza Theatre, Ginza)

โตเกียว (Tokyo) 2018.12.01

คาบูกิ (Kabuki) การแสดงที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี หลายคนอาจรู้สึกว่าคาบูกิเข้าถึงยาก แต่จริงๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิดเลย เราจะขอแนะนำวิธีการไปชมคาบูกิได้ง่ายๆ ที่โรงละครคาบูกิซะ ย่านกินซ่ากลางเมืองโตเกียวนี่เอง

แปลโดย TeiChayangkul

เขียนโดย MATCHA

Pin LINE

ถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่น ต้องไปชมคาบูกิให้ได้สักครั้ง!

คาบูกิ (Kabuki) ศิลปะการแสดงเก่าแก่อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น หลายคนถึงจะไม่เคยดูของจริงแต่ก็ต้องเคยได้ยินชื่อผ่านหูกันมาบ้างอย่างแน่นอน

เชื่อไหมครับถ้าจะบอกว่าคาบูกิคือศิลปะการแสดงเก่าแก่ที่น่าจะหาดูได้ง่ายที่สุดในญี่ปุ่น ถ้าใครที่มาเที่ยวโตเกียวแล้วอยู่ๆ เกิดรู้สึกอยากลองไปชมละครคาบูกิดูสักครั้งขึ้นมา ขอให้ไปที่โรงละครคาบูกิซะเลยครับ มีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่จะมีคาบูกิให้เราได้ดู แถมยังเป็นทีมนักแสดงระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นด้วย

ครั้งนี้จะขอมาสาธยายเรื่องราวเกี่ยวกับคาบูกิให้ทุกคนได้ฟัง ตั้งแต่วิธีซื้อตั๋ว ความน่าสนใจของคาบูกิ เวลาดูควรสนใจอะไรตรงไหนเป็นพิเศษ ถึงจะมาดูเป็นครั้งแรกก็สนุกได้แน่นอนครับ

สารบัญ

1. คาบูกิซะ คืออะไร
2. รอบการแสดง รอบกลางวัน - รอบเย็น
3. วิธีซื้อตั๋วเข้าชม
        - ตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์
        - ซื้อตั๋วล่วงหน้า ได้ดูแน่นอน
4. เข้าสู่โรงละคร มีทั้งของฝาก ของกิน
5. ดูยังไงให้สนุก
        - G-marc Guide เครื่องบรรยายบทภาษาอังกฤษ
        - นักแสดงชื่อดังเด่นๆ
6. มารยาทในการชม
7. การเดินทางไปคาบูกิซะ

1. คาบูกิซะ คืออะไร

นี่คือคาบูกิซะ (Kabukiza Theatre) ในกินซ่า โตเกียว เป็นโรงละครสำหรับแสดงคาบูกิโดยเฉพาะ มีที่นั่งทั้งหมด 1,808 ที่นั่ง กินพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1 - 4 เลย

ในญี่ปุ่นยังมีโรงละครคาบูกิอยู่อีกหลายที่ เช่น โอซาก้า, นาโกย่า, เกียวโต และฟุกุโอกะ แต่มีแค่ที่คาบูกิซะของโตเกียวเท่านั้นที่มีการแสดงแทบจะทุกวันตลอดทั้งปี เฉลี่ยแล้วในหนึ่งเดือนจะมีการแสดงประมาณ 25 วัน

ใบบรรดาโรงละครคาบูกิทั้งหมด คาบูกิซะถือเป็นโรงละครระดับใหญ่ที่สุด และยังมาดูได้ง่ายที่สุดด้วย

2. รอบการแสดง รอบกลางวัน - รอบเย็น

รอบการแสดงที่คาบูกิซะจะแบ่งเป็นรอบกลางวัน (Matinee) และรอบเย็น (Evening Show) บางเดือนก็มีถึง 3 รอบ การแสดงแต่ละรอบจะใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง รอบกลางวัน 11:00 - 15:00 รอบเย็น 16:30 - 20:30 (เวลาโดยประมาณ)

ไปดูทีต้องใช้เวลาตั้ง 4 ชั่วโมง! จริงๆ แล้วคือระหว่างการแสดงจะมีช่วงพักราว 15 - 30 นาทีระหว่างองก์ รวมแล้วเลยใช้เวลานาน แต่ก็ทำให้มีเวลาได้พักยืดแข้งยืดขาเข้าห้องน้ำ

ในแต่ละรอบจะมีทั้งแบบที่เป็นการแสดงเรื่องเดียวทั้งรอบ และการแสดงหลายๆ เรื่องรวมกันในหนึ่งรอบ ถ้าเป็นการแสดงหลายเรื่องในหนึ่งรอบจะมีการเลือกละครที่เรื่องราวแตกต่างกัน เช่น เรื่องที่เน้นการร่ายรำ เรื่องที่เน้นความตลกโปกฮา หรือเรื่องแบบดั้งเดิมมาแสดง เพราะงั้นไม่มีเบื่อแน่นอน

3. วิธีซื้อตั๋วเข้าชม

ตั๋วเข้าชมคาบูกิจะแบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆ คือ ตั๋วล่วงหน้า, ตั๋ววันจริง และตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์

ตั๋วล่วงหน้าและตั๋ววันจริงจะมีให้เลือกระหว่างรอบกลางวัน (Matinee)และรอบเย็น (Evening Show) ส่วนตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์จะให้เลือกการแสดงเฉพาะองก์ที่อยากดูหนึ่งองก์เท่านั้น เดี๋ยวขอเริ่มอธิบายจากตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์ที่มาดูได้ง่ายที่สุดกันครับ

ตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์

ใครที่อยากจะลองแว่บมาดูคาบูกิแบบเร็วๆ ไม่ต้องใช้เวลานานก็ขอแนะนำเป็นตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์ (Single Act Tickets)

ตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์จะสามารถเลือกชมการแสดงเฉพาะองก์ที่เราสนใจจากการแสดงรอบกวางวันและเย็นได้ เช่น การแสดงรอบกลางวันที่มี 4 องก์ ถ้าซื้อตั๋วแบบตั๋วล่วงหน้าและตั๋ววันจริงเราก็ต้องดูให้ครบทั้ง 4 องก์ แต่ถ้าเป็นตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์ก็เลือกดูองก์ใดองก์หนึ่งจาก 4 องก์นั้นได้เลย

เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก หรืออยากมาลองดูให้รู้ว่าคาบูกิเป็นยังไงครับ

ใกล้ๆ กับจุดขายตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์จะมีราคาและตารางเวลารอบการแสดงของเดือนนั้นๆ ให้ดู
เวลาที่เป็นตัวอักษรสีแดงคือเวลาเริ่มขายตั๋ว เวลาที่เป็นตัวอักษรสีดำคือเวลาแสดง

ราคาของตั๋วจะต่างกันตามความยาวของการแสดงองก์นั้นๆ ถือว่าถูกกว่าดูการแสดงเต็มเรื่องเยอะอยู่เหมือนกัน องก์ที่ถูกที่สุดราคาแค่ประมาณ 600 - 700 เยนเอง!

ตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์จองไม่ได้นะครับ ต้องไปซื้อวันต่อวันเท่านั้น

ถ้าเป็นละครเรื่องดังๆ ล่ะก็จะมีคนมาต่อคิวรอซื้อตั๋วกันตั้งแต่ก่อนเปิดขายตั๋วเสียอีก

หลายๆ คนก็มานั่งต่อคิวรอเวลาเริ่มขายตั๋ว ตรงนี้จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลอยู่ ถ้าไม่เข้าใจอะไรตรงไหนก็ถามได้ครับ มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อยู่

เวลาเริ่มจำหน่ายตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์จะเปลี่ยนไปทุกเดือน ส่วนใหญ่การแสดงองก์แรกของรอบกลางวันจะเริ่มขายเวลา 10:30

เคาน์เตอร์สำหรับซื้อตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์ที่ชั้น 4

เมื่อได้เวลาเริ่มขายตั๋ว เราจะขึ้นลิฟต์สำหรับคนที่จะดูแบบองก์เดียวโดยเฉพาะที่อยู่ข้างประตูใหญ่ด้านหน้าไปยังชั้น 4 แล้วซื้อตั๋วกับพนักงานตรงเคาน์เตอร์ครับ

จุดชมการแสดงหนึ่งองก์จะเป็นที่นั่งแบบเก้าอี้ 90 ที่และยืนชมอีก 60 ที่รวมเป็น 150 ที่ ส่วนใหญ่ถ้ามาเข้าคิวรอก่อนเวลาขายตั๋วก็มักจะได้เข้าแน่นอนครับ แต่ถ้าเป็นละครเรื่องดังๆ ล่ะก็โอกาสตั๋วหมดก็เยอะครับ บางองก์แสดงตอนบ่ายแต่มารอเข้าคิวตั้งแต่เช้าก็มีครับ

ตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์

ตอนที่ซื้อตั๋วพนักงานจะแจ้งเวลารวมตัวให้ พอถึงเวลาก็มารวมตัวกันที่ชั้น 4 อีกครั้งเพื่อเข้าที่นั่งตามลำดับครับ

ตัวเลขที่เห็นบนตั๋วนั่นไม่ใช่เลขที่นั่งนะครับ แต่เป็นเลขลำดับเข้าโรงละคร

จุดเข้าแถวตามลำดับที่ชั้น 4

เวลทีเมื่อมองจากที่นั่งสำหรับตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์  Picture courtesy of Kabuki Za Co., Ltd.

ที่นั่งสำหรับตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์จะอยู่ชั้นบนสุด ถ้าดูด้วยตาเปล่าอาจจะเห็นไม่ค่อยชัด ถ้าใช้แว่นตาโอเปร่าจะทำให้เห็นชัดขึ้นครับ (มีจำหน่ายที่ร้านค้าของโรงละคร)

สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับละครที่แสดงอยู่ได้ที่เว็บไซต์ทางการ KABUKI WEB ครับ

ซื้อตั๋วล่วงหน้า ได้ดูแน่นอน

ที่นั่งผู้ชมเมื่อมองจากบนเวที  Picture courtesy of Kabuki Za Co., Ltd.

ตั๋วล่วงหน้าสามารถซื้อได้ที่เว็บไซต์ทางการ KABUKI WEB ครับ

ตั๋วจะเริ่มขายล่วงหน้าก่อนวันแสดงจริง 12 วัน ถ้าเป็นเรื่องที่มีนักแสดงชื่อดังเล่นก็มักจะขายหมดเร็วมาก ถ้ามีแผนอยากจะไปดูก็ลองเช็คจำนวนที่นั่งที่เหลืออยู่จากเว็บไซต์ได้เลยครับ

ราคาตั๋วจะแบ่งตามที่นั่งนี้ครับ

ประเภทที่นั่งตำแหน่งราคา (เยน)
Box Seatสองฝั่งของชั้น 120,000
First Classชั้น 1 (แถว 1 - 16) ชั้น 2 (แถว 1 - 7) เป็นต้น18,000
Second Classชั้น 1 (แถว 7 - 22) ชั้น 2 (แถว 8 - 9) เป็นต้น14,000
Upper Tier Aชั้น 3 (แถว 1 - 6) เป็นต้น6,000
Upper Tier Bชั้น 3 (แถว 7 - 10) เป็นต้น4,000

ที่นั่งที่แพงที่สุดคือ Box Seat ราคา 20,000 เยน ที่นั่งที่ถูกที่สุดคือ Upper Tier B ราคา 4,000 เยน ต่างกันตั้ง 5 เท่าเลย

ที่นั่ง Box Seat ที่แพงที่สุดเพราะสะดวกสบายที่สุด อยู่ทั้งสองฝั่งของโรงละครชั้น 1 มีแค่ 20 คู่เท่านั้น (40 ที่) เข้าได้จากทางเข้าเฉพาะ มีน้ำชาบริการ ถ้าอยากทานข้าวกล่องก็จองล่วงหน้าได้ (มีค่าใช้จ่ายต่างหาก) ระดับที่นั่งจะยกขึ้นสูงกว่าที่นั่งปกติของชั้น 1 เพราะงั้นไม่โดนหัวคนอื่นบังแน่นอน

ที่นั่ง First Class จะเป็นที่นั่งแถวหน้าๆ ของชั้น 1 และ 2 ที่นั่ง Second Class จะเป็นที่นั่งแถวหลังๆ ของชั้น 1 และ 2

ที่นั่ง Upper Tier A และ B ถือว่ามีราคาย่อมเยาที่สุดเลยมักจะขายหมดเร็วที่สุดด้วย เป็นที่นั่งที่โอมุโค (*1) มักจะมาจับจองนั่งกัน ถ้ามีโอกาสได้ไปก็ลองดูนะครับว่าจะเจอคนที่ตะโกนชื่อ เช่น "นาริตะยะ!" "โคไรยะ!" ระหว่างการแสดงบ้างรึเปล่า

*1 : โอมุโค ... คนที่ตะโกนเรียกชื่อตระกูลของนักแสดงเมื่อนักแสดงปรากฎบนเวทีหรือเมื่อถึงจุดไคลแมกซ์

ฮานะมิจิเมื่อมองจากบนเวที  Picture courtesy of Kabuki Za Co., Ltd.

จุดที่อยากให้ระวังเวลาเลือกที่นั่งคือจากที่นั่งชั้น 2 และ 3 จะเห็นฮานะมิจิได้แค่ครึ่งทาง ฮานะมิจิคือทางเดินยาวที่เชื่อมต่อจากบนเวทีตรงเข้าไประหว่างที่นั่งของผู้ชม เป็นทางเดินที่นักแสดงใช้เวลาปรากฎตัวหรือออกจากฉาก

เวลาที่นักแสดงเดินผ่านบนฮานะมิจิก็ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของละครคาบูกิหลายๆ เรื่อง เพราะงั้นใครที่อยากดูแบบเต็มๆ ก็ขอแนะนำที่นั่งบนชั้น 1 ครับ ถึงราคาจะแพงหน่อยแต่การได้เห็นสีหน้าและท่วงท่าของนักแสดงใกล้ๆ ก็ช่วยเพิ่มอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวในละครได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ใครที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า พอถึงวันจริงก็ให้มาที่เครื่องออกตั๋ว Ticket Dispenser แบบในรูป เสียบบัตรเครดิตที่ใช้ตอนลงทะเบียน แล้วเครื่องจะออกตั๋วจริงให้

เครื่องนี้ตั้งอยู่ที่ด้านซ้ายของประตูหน้า และชั้นใต้ดิน B2 (สถานีรถไฟใต้ดินฮิกาชิกินซ่า ทางออก 3 ใต้บันไดเลื่อน)

เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่ชั้นใต้ดิน B2

ถ้าไม่ได้ซื้อตั๋วล่วงหน้าก็ต้องมาลุ้นกันว่าวันนั้นจะมีที่นั่งเหลือรึเปล่า ใครที่จะมาซื้อตั๋ววันจริงก็ให้ไปสอบถามที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วชั้นใต้ดิน B2 (สถานีรถไฟใต้ดินฮิกาชิกินซ่า ทางออก 3 ใต้บันไดเลื่อน) ดูครับ

4. เข้าสู่โรงละคร มีทั้งของฝาก ของกิน

ล็อบบี้ของคาบูกิซะ
คนที่มีตั๋วที่นั่งชั้น 1 - 3 ให้เข้าจากประตูใหญ่ด้านหน้าเลย ส่วนคนที่มีตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์ให้ใช้ลิฟต์ด้านนอกที่ตรงขึ้นไปยังชั้น 4 เลย

ก่อนจะถึงเวลาเริ่มแสดงหรือช่วงพักระหว่างการแสดงก็ไปเดินเล่นข้างในโรงละครกันได้ครับ มีทั้งร้านของฝาก ขนม ของว่าง หรือใครกะจะมาทานมื้อหนักก็มีร้านอาหารให้เลือก

ถ้าเอาที่คนนิยมซื้อกันมากๆ ก็ต้องเมเดไทยากิที่ชั้น 3

ขนมไทยากิที่ใส่ดังโกะสีแดงและขาวไว้ข้างในด้วย แป้งหอมๆ ไส้อังโกะหวานๆ ตามมาด้วยโมจิหนุบหนับ ได้ทั้งรสชาติอร่อยและรสสัมผัสหลากหลายในชิ้นเดียว ขายดีจนของหมดทุกวัน ปริมาณอิ่มท้องกำลังดีเลย

ที่ชั้น 3 มีร้านขายของฝากเยอะเลย บางร้านมีให้ลองชิมด้วย ลองเดินหาของถูกใจกันได้ครับ

ถ้าเป็นร้านของฝากที่ชั้น 1 ก็จะมีสินค้าที่ระลึกของคาบูกิหลากหลายแบบ มีทำขนมปิ้งนิงเกียวยากิกันสดๆ เลย

ถ้าอยากซื้อข้าวกล่องเบนโตเอาไว้ทานช่วงพักการแสดงก็ได้ จะซื้อจากข้างนอกมาทานก็ไม่มีปัญหา การแสดงคาบูกิถือเป็นการแสดงรื่นเริงของชาวบ้านมาตั้งแต่ยุคเอโดะ แต่ก่อนทุกคนจะนั่งดูไปพลางทานอาหารกันไป แต่ยังไงก็ทานกันให้เสร็จเรียบร้อยก่อนการแสดงจะเริ่มนะครับ

5. ดูยังไงให้สนุก

G-marc Guide เครื่องบรรยายบทภาษาอังกฤษ

G-marc Guide เครื่องบรรยายบทภาษาอังกฤษ
หลักๆ แล้วการมาดูละครคาบูกิคือการมาดูนักแสดงครับ แฟนๆ คาบูกิจะเลือกมาดูเรื่องที่มีนักแสดงที่ตัวเองชื่นชอบสวมบทบาทเป็น ทาจิยาคุ บทตัวละครชายที่มีท่วงท่าการแสดงแข็งแรงขึงขัง และอนนะกาตะ บทตัวละครหญิงที่มีกิริยาท่าทางอ่อนช้อยงดงามแม้จะแสดงโดยผู้ชาย

ถึงจะไม่เข้าใจบทพูดภาษาญี่ปุ่นก็ไม่เป็นไร แค่อ่านเรื่องย่อในโบรชัวร์ (มีภาษาอังกฤษด้วย) ให้รู้เรื่องราวคร่าวๆ ว่ามีเรื่องราวเป็นยังไง มีจุดไคลแมกซ์ตรงไหนเอาไว้ก่อนก็เพียงพอที่จะดูให้สนุกได้ครับ

สำหรับคนที่อยากรู้เรื่องให้มากกว่านั้นอีกก็ขอแนะนำเป็นเครื่องบรรยายบทภาษาอังกฤษ G-marc Guide ตัวเครื่องจะขึ้นบทพูดและคำอธิบายเรื่องราวให้ (มีแค่ภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษ) ค่าเช่าเครื่อง 500 เยน บวกกับค่าประกันเครื่องที่จะได้คืนตอนคืนเครื่องอีก 1,000 เยน (สำหรับผู้ที่ชมการแสดงหนึ่งองก์)

นักแสดงชื่อดังเด่นๆ

อย่างที่บอกว่าโรงละครคาบูกิซะถือเป็นโรงละครระดับใหญ่ที่สุด เลยมีนักแสดงคุณภาพระดับแนวหน้าออกแสดงเพียบ ลองมาดูรายชื่อนักแสดงชื่อดังที่เป็นที่นิยมกันไว้ ถ้าไปดูแล้วเจอชื่อนักแสดงเหล่านี้พอดีก็ถือว่าโชคดีมากครับ

อิชิคาวะ เอบิโซ (Ichikawa Ebizo)
นักแสดงที่มีเสน่ห์และความป๊อบปูล่าระดับท็อป ถ้าเจอละครที่เอบิโซแสดงล่ะก็แนะนำให้ดูให้ได้เลยครับ แต่ดังขนาดนี้ตั๋วก็มักจะหมดเร็ว ใครที่จะซื้อตั๋วชมการแสดงหนึ่งองก์ต้องรีบไปรอคิวกันหน่อยนะครับ

บันโด ทามะซาบุโร (Bando Tamasaburo)
ผู้ที่ได้รับการเรียกขานว่าสุดยอดของนักแสดงอนนะกาตะ (ตัวละครหญิง) แห่งยุค ท่วงท่าอันอ่อนช้อยแสนสวยงามสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมามากมาย ได้รับการเลือกเป็นปูชนียบุคคลของประเทศ

คาตาโอกะ นิซาเอมอน (Kataoka Nizaemon)
แม้จะมีอายุเกิน 70 ปีแล้ว แต่ความนิยมและความสามารถก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย เพียบพร้อมด้วย 3 คุณสมบัติทั้งร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้าคมคาย และเสียงทรงพลัง ได้รับเลือกเป็นปูชนียบุคคลของประเทศเช่นกัน

มัตสึโมโตะ โคชิโร (Matsumoto Koshiro)
นักแสดงผู้ลับฝีมือการแสดงมาอย่างยาวนาน นอกจากละครคาบูกิก็ยังโชว์ฝีมือผ่านการแสดงหลากหลายประเภท

อิชิคาวะ เอ็นโนสุเกะ (Ichikawa Ennosuke)
นักแสดงผู้ถ่ายทอดคาบูกิในมุมมองของความบันเทิง เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการคาบูกิ ละครคาบูกิ Super Kabuki II : One Piece ที่เขานำแสดงโดยดัดแปลงมาจากมังกะยอดนิยมอย่างวันพีซก็เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก

ยังมีนักแสดงคาบูกิที่มีฝีมือและเต็มไปด้วยเสน่ห์อีกหลายคนเลย พูดไปก็ไม่เห็นภาพ ต้องลองไปดูด้วยตากันชัดๆ นะครับ ลองดูรายชื่อนักแสดงที่แสดงในเดือนนั้นๆ ได้ที่เว็บไซต์ทางการ KABUKI WEB เลยครับ

* 2 : ปูชนียบุคคลของประเทศ (Living National Treasure) ... ผู้เชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไร้รูปร่าง

6. มารยาทในการชม

การมาชมคาบูกิก็เหมือนกับการไปชมละครหรือภาพยนตร์ทั่วไปไม่ได้มีข้อปฏิบัติอะไรเป็นพิเศษครับ

ข้อห้ามที่สำคัญก็คือห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอ ห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นักแสดงคาบูกิจะไม่ใช้ไมโครโฟนในการแสดงและมีช่วงที่การแสดงจะเงียบมากอยู่เยอะ เพราะงั้นไม่ควรพูดคุยกันระหว่างการแสดงครับ

7. การเดินทางไปคาบูกิซะ

สถานีรถไฟที่ใกล้โรงละครคาบูกิซะมากที่สุดคือสถานีฮิกาชิกินซ่า (Higashi-ginza) ของรถไฟโทเอ (Toei) สายอาซากุสะ (Asakusa Line) และรถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) สายฮิบิยะ (Hibiya Line) จากทางออกหมายเลข 3 จะใกล้ทางเข้าโรงละครคาบูกิซะที่สุด ถ้าขึ้นบันไดเลื่อนในรูปนี้ไปก็จะเจอประตูใหญ่ของคาบูกิซะเลย

ถ้านั่งรถไฟมาลงที่สถานีกินซ่า (Ginza) ของรถไฟโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) สายกินซ่า (Ginza Line) สายฮิบิยะ (Hibiya Line) หรือสายมารุโนะอุจิ (Marunouchi Line) ให้ใช้ทางออก A7 แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

ด้านข้างของบันไดเลื่อนเป็นศูนย์รวมร้านของฝากโคะบิกิโจสแควร์ (Kobikicho Square) มาเดินดูเลือกซื้อของฝากเล็กๆ น้อยๆ จากร้านค้ากว่าสิบร้านได้ครับ

มาญี่ปุ่นทั้งที ต้องลองไปชมคาบูกิกันสักครั้ง!

ไหนๆ ก็มาญี่ปุ่นทั้งทีถ้าไม่ลองมาชมศิลปะการแสดงดั้งเดิมของญี่ปุ่นดูหน่อยก็น่าเสียดายครับ ถ้ามาที่โรงละครคาบูกิซะก็สามารถชมละครคาบูกิจากนักแสดงระดับแนวหน้ามากความสามารถได้อย่างง่ายๆ ถ้ามีโอกาสลองมาดูกันนะครับ


In cooperation with Kabuki Za Co., Ltd.

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners