ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

ชมธรรมชาติสี่ฤดูกาลที่ โยโรเคโคคุ จังหวัดชิบะ (Yorokeikoku Ravine, Chiba)

ชมธรรมชาติสี่ฤดูกาลที่ โยโรเคโคคุ จังหวัดชิบะ (Yorokeikoku Ravine, Chiba)

แปลโดย MATCHA TH

เขียนโดย Maki

ชิบะ (Chiba) 2017.05.12 บทความที่ชอบ

ในจังหวัดชิบะที่ตั้งอยู่ติดกับโตเกียวเต็มไปด้วยแหล่งชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์มากมายให้เราได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพทั้ง 4 ฤดูกาล ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำ โยโรเคโคคุ หุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมาชติสวยๆ เป็นที่ตั้งของน้ำตกอาวามาตา น้ำตกชื่อดังในชิบะค่ะ

จังหวัดชิบะ จังหวัดที่อยู่ติดกับโตเกียว เป็นที่ตั้งของสนามบินนาริตะ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ มีที่เที่ยวน่าสนใจหลายที่ สามารถเดินทางมาจากโตเกียวได้ในเวลา 1 - 2 ชั่วโมงเอง

ที่เที่ยวที่เราจะมาแนะนำวันนี้คือหุบเขาโยโรเคโคคุ (Yorokeikoku Ravine) ธารน้ำใสสะอาดและป่าไม้อุดมสมบูรณ์เกิดเป็นทัศนียภาพแสนสวยใน 4 ฤดู ไฮไลท์ใหญ่ๆ ของที่นี่มีถึง 4 แห่งด้วยกัน เดี๋ยวเราจะมาแนะนำตามลำดับกันค่ะ

1. น้ำตกอาวามาตะ (Awamata Falls) น้ำตกขึ้นชื่อของจังหวัดชิบะ

เมื่อเอ่ยถึงไฮไลท์ของโยโรเคโคคุแล้วก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากน้ำตกอาวามาตะ (Awamata Falls) แถมยังอยู่ใกล้ลานจอดรถและป้ายรถบัส เลยเดินทางมาได้สะดวกมาก

พอลงจากรถบัสก็เดินตามบันไดลงมาด้านล่างก็เจอกับแม่น้ำแล้ว ตามแม่น้ำมีโขดหินน้อยใหญ่เต็มไปหมด เดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นน้ำตกอยู่ด้านหน้าแล้ว

สายน้ำไหลผ่านหน้าผาที่ลาดยาวลงมาถึง 100 เมตร ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ปลายพฤศจิกายน - ต้นธันวาคม) ล่ะก็ รอบด้านจะถูกประดับประดาไปด้วยสีส้มแดงของใบไม้เปลี่ยนสีแสนสวย

หุบเขาโยโรเคโคคุ (Yorokeikoku Ravine) และน้ำตกอาวามาตะ (Awamata Falls)

ดูแผนที่และข้อมูล

2. วัดริคโคคุจิ ชุซเซะคันนง มาไหว้แล้วจะก้าวหน้า

สะพานแบบไทโกะบาชิ (สะพานที่โค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมเหมือนกับกลองไทโกะ) สีแดงพาดข้ามแม่น้ำโยโร นี่คือสะพานคันนง (Kannon Bridge) หรือสะพานกวนอิม

เมื่อข้ามสะพานมาก็จะเป็นทางเดินขึ้้นเขา

ขึ้นไปจนสุดก็จะพบกับวัดริคโคคุจิ ชุซเซะคันนง (Rikkoku-ji Temple Shusse Kannon) ชื่อชุซเซะคันนงนี้แปลว่าเจ้าแม่กวนอิมแห่งความก้าวหน้า เป็นสถานที่ที่มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลโชกุนคามาคุระได้มาไหว้ขอพรก้อนจะชนะศึก จึงเชื่อว่าหากมาไหว้ขอพรที่นี่จะช่วยให้พบกับความก้าวหน้าในการงาน

ถ้ามาที่นี่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะได้เห็นดอกบ๊วยสีชมพูสวยอย่างนี้

出世観音【立國寺】

ดูแผนที่และข้อมูล

3. ซากอุโมงค์ โคบุนโด ช่องเขาขาดอดีตอุโมงค์หิน

หลังจากไหว้ขอพรเสร็จก็ให้เดินลงมาด้านล่างเพื่อไปเดินเล่นในเส้นทางเดินชมธรรมชาตินากาเสะ (中瀬遊歩道 : Nakase Yuhodo Promenade)

ทางข้ามแม่น้ำเป็นฐานคอนกรีต ต้องเดินข้ามไปทีละฐาน รู้สึกเหมือนได้มาผจญภัยเลย

นี่คือซากอุโมงค์ โคบุนโด (Kobundo-ato Remains) เดิมตรงนี้เคยเป็นอุโมงค์ที่เกิดจากการขุดเจาะเขาเพื่อสร้างทางเบี่ยงน้ำจากแม่น้ำโยโร แต่หินด้านบนเกิดถล่มลงมาในปี 1979 เลยกลายเป็นช่องเขาขาดอย่างที่เห็น ด้านล่างยังมีก้อนหินตกกระจายอยู่เต็มราวกับเพิ่งถล่มลงมาเลย

ซากอุโมงค์โคบุนโด

ดูแผนที่และข้อมูล

4. หุบเขาอุเมะกาเซะ อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี

หุบเขาอุเมะกาเซะ (Umegase Valley) เป็นเส้นทางริมแม่น้ำที่ทำขึ้นมาสำหรับเดินเขาโดยเฉพาะ

ในชื่อมีคำว่าอุเมะที่แปลว่าบ๊วย เพราะงั้นก็ไม่แปลกถ้าจะมีดอกบ๊วยสวยๆ ให้ชมด้วย พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็มีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ให้ดู

ตลอดเส้นทางเดินเขา 3 กิโลเมตร เราจะต้องเดินข้ามแม่น้ำไปมาอยู่หลายรอบเหมือนกัน

ชั้นหินแถวนี้มีเอกลักษณ์มากเรียกกันว่าชั้นหินอุเมะกาเซะ แสดงให้เห็นว่าแถวนี้เคยเป็นก้นทะเลลึกมาก่อน

วันที่อากาศเย็นมากๆ ในหน้าหนาวจะเห็นแท่งน้ำแข็งย้อยจากน้ำในชั้นดินตามหน้าผาในฝั่งที่ไม่โดนแสงแดดด้วย ไม่นึกว่าจะได้เห็นอะไรอย่างนี้ในแถบนี้เลยนะเนี่ย

เดินไปได้ประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะพบกับร่องรอยคฤหาสน์ฮิดากะ ที่นี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ฮิดากะ โนบุซาเนะ นักการศึกษาผู้มีบทบาทในสมัยเมจิ แม้ว่าในปัจจุบันจะหลงเหลือเอาไว้เพียงแค่แท่นหิน แต่เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทั่วทั้งบริเวณนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี เป็นจุดชมวิวที่สวยมากๆ ค่ะ

梅ヶ瀬渓谷

ดูแผนที่และข้อมูล

วิธีการเดินทางไปยังโยโรเคโคคุด้วยรถไฟ

การเดินทางที่แนะนำคือให้นั่งรถไฟของโคะมินาโตะ (Kominato Railways) มาลงที่สถานีโยโรเคโคคุ (Yorokeikoku)

นั่งรถไฟสไตล์เรโทรย้อนยุคชมวิวชนบทข้างทางแบบชิลล์ๆ

ด้านหน้าสถานีโยโรเคโคคุจะมีศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวอยู่ แวะไปรับแผนที่เส้นทางท่องเที่ยวกันได้นะ

ข้อควรระวังเวลาเดินเขา

เส้นทางชมธรรมชาตินากาเสะและอุเมะกาเซะมีถนนสำหรับเดินอย่างดี แต่บางส่วนก็ต้องข้ามแม่น้ำ และเดินขึ้นลงตามเนินด้วย แนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่กระชับขยับตัวง่าย และรองท้าผ้าใบจะดีที่สุด แล้วก็ตามทางเดินในหุบเขาจะไม่ค่อยมีไฟถนน เพราะงั้นคำนวณเวลากันให้ดี พอพระอาทิตย์ตกเมื่อไหร่จะมืดจนไม่เห็นทางเลย

หุบเขาโยโรเคโคคุ

หุบเขาโยโรเคโรคุเป็นแหล่งชมธรรมชาติที่งดงามทั้ง 4 ฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นน้ำตก หุบเขา หรือใบไม้เปลี่ยนสี ถ้ากำลังหาที่เที่ยวที่เน้นแนวธรรมชาติล่ะก็ขอแนะนำให้ลองมาที่นี่กันดูนะคะ

ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางตอนเหนือไล่ไปทางตอนใต้ เริ่มที่ฮอกไกโดราวกลางเดือนกันยายน จากนั้นก็ตามด้วยภูมิภาคอื่นๆ ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม ทาง MATCHA ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสถานที่สวยๆ และข้อมูลทั่วไปมาให้แล้ว อย่าลืมมาเช็คข้อมูลแล้วออกไปตามหาใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ กันนะ

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง