ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19

ได้เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้! วิธีสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สาวติ่ง หนุ่มโอตาคุ

ได้เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้! วิธีสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สาวติ่ง หนุ่มโอตาคุ

แปลโดย Kogetsu

เขียนโดย MATCHA

2020.03.25 บทความที่ชอบ

ร้อยทั้งร้อยของคนรักการ์ตูน เกม และ Subculture ของญี่ปุ่นที่เรียกกันว่าโอตาคุหรือสาวๆ ติ่ง ย่อมต้องอยากมาเยือนญี่ปุ่น! แต่ขอบอกว่าความสนุกของการมาเที่ยวญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่แค่การช้อปปิ้งสินค้าเรื่องที่ชอบเท่านั้น ปัจจุบันยังมีวิธีเที่ยวอีกมากมายให้ได้สนุกสมใจ

แดนสวรรค์ของคนรักการ์ตูน เกม และ Subculture ของญี่ปุ่น!

สมัยนี้สื่อ Pop Culture และ Subculture ของญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน อนิเมะ เกม ไอดอล เพลง และอื่นๆ ต่างก็ออกไปดังนอกประเทศญี่ปุ่น และมีคนจำนวนไม่น้อยหลงไหลในวัฒนธรรมเหล่านั้น แน่นอนว่าการมาเยือนญี่ปุ่นย่อมเป็นความฝันของแฟนๆ ผู้คลั่งไคล้ที่บางครั้งก็ถูกเรียกว่า "โอตาคุ" สำหรับสาวๆ บางทีก็อาจจะเรียกกันว่า "ติ่ง"

ผู้เขียนเองก็เป็นแฟนของ Subculture เหมือนกันค่ะ วันนี้เราจึงขอมาแนะนำหลายวิธีสนุกกับการมาเที่ยวญี่ปุ่นยิ่งขึ้นในสไตล์ชาวโอตาคุ ที่ไม่ใช่แค่การช้อปปิ้งสินค้าจากเรื่องที่ชอบเท่านั้นหรอกนะ!

ได้เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้! วิธีสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สาวติ่ง หนุ่มโอตาคุ

แต่แน่นอนว่าการมาซื้อหาสินค้าไม่ว่าจะเป็นหนังสือ พวงกุญแจ ฟิกเกอร์ ฯลฯ ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ ซึ่งหลักๆ แล้วในโตเกียวสามารถไปหมดตัวกันได้ที่อากิฮาบาระหรืออิเคะบุคุโระ (โดยเฉพาะสาวๆ ติ่ง) ส่วนทางโอซาก้าก็ต้องไปที่นิปปงบาชิ (Nipponbashi) กันค่ะ

ก้าวเข้าสู่โลกที่ฝันด้วยการ "ตามรอย"

ผลงานของญี่ปุ่นที่เราชื่นชอบนั้นหลายครั้งมีฉากดำเนินเรื่องในประเทศญี่ปุ่น ยิ่งหากเป็นผลงานสมัยใหม่แล้ว จำนวนไม่น้อยเลยที่ทำการบ้านด้วยการใช้โลเคชั่นของจริงมาทำเป็นฉาก หากเราอยากก้าวเข้าสู่โลกเดียวกับผลงานที่เราชื่นชอบ นั่งทานขนม จิบกาแฟร้านเดียวกับตัวละครนั้น ขอแนะนำให้ "เซจิจุนเร (Seichi Junrei)" ที่แปลตรงๆ ว่าแสวงบุญ แต่พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ "ไปตามรอย" ผลงานที่ชอบนั่นเอง!

ได้เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้! วิธีสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สาวติ่ง หนุ่มโอตาคุ

ภาพจากบทความ "[ฉบับชินจูกุ] ค้นหาสถานที่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "Your name" ด้วย สตรีท วิว!"

การออกตามหาโลกของเรื่องราวที่เราชื่นชอบนั้นทำกันมานานแล้วและไม่จำกัดแค่ชาวโอตาคุเท่านั้น เพราะไม่ว่าแฟนหนัง แฟนละคร หรือแฟนนิยาย ต่างก็ทำเช่นกัน
กล่าวกันว่าที่ทำให้ "การเที่ยวตามรอย" บูมขึ้นมาเป็นเพราะการ์ตูนอนิเมะเรื่อง Lucky Star ที่ฉายและโด่งดังในปี 2007 ซึ่งมีฉากของเรื่องอยู่ในจังหวัดไซตามะ แม้ในปัจจุบันนี้ ศาลเจ้าวาชิโนะมิยะ (Washinomiya Shrine) ซึ่งเป็นต้นแบบของศาลเจ้าทาคามิยะในเรื่อง ก็ยังมีแฟนๆ ไปสักการะ พร้อมวาดรูปตัวละครที่ชื่นชอบลงบนแผ่นป้ายเอมะ (แผ่นป้ายขอพร)
นอกจากนี้การเที่ยวตามรอยยังกลายเป็นกระแสสังคมขนาดติด 10 อันดับศัพท์ใหม่และศัพท์ฮิตประจำปี 2016 ของ Youcan ซึ่งน่าจะเป็นเพราะภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดฮิตในปีนั้นอย่างเรื่อง "หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ (Your Name)" ที่ฉากในเรื่องทั้งชินจูกุและกิฟุเหมือนกับโลกจริงๆ ของเรามากค่ะ

ได้เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้! วิธีสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สาวติ่ง หนุ่มโอตาคุ

เพิ่มความสนุกอีกอย่างตามสไตล์โอตาคุด้วยการพาตัวละครที่เราชอบไปเที่ยวกัน!
แม้แต่โอตาคุชาวญี่ปุ่นเองก็นิยมพาตุ๊กตาหรือสแตนด์อะคริลิคของตัวละครไปเที่ยว และถ่ายภาพกับสถานที่ต่างๆ เก็บเป็นความทรงจำแสนน่ารักและ "โมเอะ" (*) ค่ะ

*โมเอะ (Moe) ... ศัพท์แสลง หมายถึงความรู้สึกชอบมากๆ ของชาวโอตาคุ

แวะพักที่คาเฟ่หลากธีมเหนือจินตนาการ

การแวะเที่ยวคาเฟ่สวยๆ ขนมอร่อยๆ ในญี่ปุ่นคงเป็นอีกกิจกรรมที่หลายๆ คนอยากมาทำในญี่ปุ่น
แต่สำหรับชาวติ่งและโอตาคุ เราจะเพิ่มความสนุกอีกขั้นกันหน่อยดีไหมคะ? (คนไม่โอตาคุก็ไปได้นะ!)

ได้เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้! วิธีสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สาวติ่ง หนุ่มโอตาคุ

ตามเมืองใหญ่โดยเฉพาะโตเกียวและโอซาก้าจะมีคาเฟ่ไม่ธรรมดา เพราะจะตกแต่งร้าน เมนู และให้บริการตาม "ธีม" ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ในธีมดวงดาวที่มีเมนูพาเฟต์ 12 ราศี (Parfait Terrace Milkyway : อิเคะบุคุโระ) คาเฟ่เครื่องเขียนกับเครื่องเขียนกว่า 5,000 อย่างให้ลองใช้ (Bunbougu Cafe : โอโมเตะซันโด) คาเฟ่อาหารกลางวันในโรงเรียนที่เหมือนได้ไปนั่งทานอาหารในโรงเรียนญี่ปุ่นเมื่อราว 40 ปีก่อน (Kyushoku no Obasan Cafeteria : ฮาจิโอจิ) และอื่นๆ อีกมากมาย

Swallowtail 執事 長相

ภาพจากบทความ "【池袋】當一次大小姐!執事喫茶Swallowtail一窺從漫畫走出來的紳士"

และในบรรดาคาเฟ่เหล่านั้นยังมีคาเฟ่ในธีมเอาใจสาย Subculture มากมาย ที่รู้จักกันดีก็ต้อง "เมดคาเฟ่ (Maid Cafe)" ซึ่งจะมีสาวน้อยในชุดเมดมาคอยดูแลและทำกิจกรรมสนุกๆ กับผู้ใช้บริการ สำหรับสาวๆ จะมี "บัทเลอร์คาเฟ่ (Butler Cafe)" คาเฟ่พ่อบ้านในชุดสีดำภูมิฐานมาให้บริการคุณหนูอย่างแสนสุภาพ หรือคาเฟ่ในธีมอลิสในแดนมหัศจรรย์ที่เป็นหนึ่งในธีมยอดนิยมในสาย Subculture อย่างเครือ Alice's Fantasy Restaurant ที่มี 4 สาขาในโตเกียวและโอซาก้า สายการ์ตูนคงไม่มีใครไม่รู้จักเรื่องกันดั้ม ซึ่งที่อากิฮาบาระมี "Gundam Cafe" ด้วยนะ ส่วนสายเกมก็ไม่น่าพลาดไป "Square Enix Cafe" ที่อากิฮาบาระ ซึ่งจะจัดร้านและเมนูในธีมผลงานของค่ายสลับหมุนเวียนกันไป นี่เล่ามานี่แค่ส่วนเดียวเท่านั้นนะคะ!

ได้เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้! วิธีสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สาวติ่ง หนุ่มโอตาคุ

ไม่ใช่แค่คาเฟ่ธีมต่างๆ แต่การ์ตูน เกม และสื่ออื่นๆ ก็หันมาร่วมมือกับร้านโน้นนี่ในการเปิดคาเฟ่ของตัวเองเป็นแบบชั่วคราวกันมากขึ้น เช่น Animate Cafe จากร้านขายสินค้าการ์ตูนเจ้าใหญ๋ Animate และร้านบุฟเฟต์ขนมที่มีสาขาทั่วประเทศอย่าง Sweets Paradise สำหรับที่ Tower Records Cafe นอกจากจะร่วมมือเปิดคาเฟ่การ์ตูนแล้ว ยังมีคาเฟ่ของศิลปินนักร้องด้วยเช่นกัน และยังมีร้านอื่นๆ อีก
ผลงานที่ได้รับความนิยมมากๆ อาจต้องจองล่วงหน้าก่อนเป็นเดือน หากใครกำหนดวันเที่ยวได้เมื่อไหร่ ลองเช็คข้อมูลร้านเหล่านี้ได้เลย

ดื่มด่ำเชิงลึกกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์

อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เรายิ่งผูกพันกับผลงานที่เรารักได้ก็คือการเข้าไปรู้จักในเชิงลึกของเรื่องนั้นๆ อีกค่ะ

ภาพจากบทความ "ไปหาโดราเอมอนที่ พิพิธภัณฑ์ Fujiko·F·Fujio Museum ตอนที่ 1"

ไม่ว่าจะเป็นการไปค้นพบตัวตนของผู้สร้างผลงาน เพื่อให้เราได้ทราบถึงแรงบันดาลใจและความพยายามในให้กำเนิดผลงานดีๆ ครองใจเราในวันนี้ ทั้ง "พิพิธภัณฑ์โคนัน (Gosho Aoyama Manga Factory)" ในจังหวัดทตโตริซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้วาด หรือไปสัมผัสโลกและเรื่องราวของผลงานอนิเมชั่นระดับโลกที่ "พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum)" ในโตเกียว หากพูดถึงระดับโลกแล้วล่ะก็ ห้ามลืม "พิพิธภัณฑ์ Fujiko F Fujio Museum" ที่คนไทยเรียกติดปากว่าพิพิธภัณฑ์โดราเอมอนในคาวาซากิ หรือ "The Osamu Tezuka Manga Museum" ในเฮียวโกอีกด้วย

中村座(復元)

ภาพจากบทความ "สัมผัสกลิ่นอายแห่งโตเกียวโบราณที่ พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว (Edo-Tokyo Museum)"

หากผลงานที่ชอบเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ ก็ยังสามารถไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเรื่องราวเหล่านั้นได้อีก เช่น พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว (Edo-Tokyo Museum) ไปรู้จักกับหนึ่งในยุคยอดนิยมที่สุดอย่างยุคเอโดะของญี่ปุ่น ส่วน "พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว" ตรงสวนอุเอโนะก็ไปง่ายมากๆ มีจัดแสดงนิทรรศการประจำและหมุนเวียน มีไปจนถึงระดับสมบัติชาติอย่างดาบซามูไรอายุพันปีหรือชุดเกราะด้วย คนชอบซามูไรหรือดาบญี่ปุ่นอาจจะไปที่ "พิพิธภัณฑ์ดาบญี่ปุ่น (Japanese Sword Museum)" ในโตเกียว

ภาพจากบทความ "เรียนรู้และสนุกไปกับรถไฟญี่ปุ่นที่พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต!"

หรือหากใครชอบรถไฟญี่ปุ่น หลายจังหวัดทั่วประเทศยังมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับรถไฟมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์รถไฟจำลอง ฮาระ(HARA Model Railway Museum) ในโยโกฮาม่า พิพิธภัณฑ์รถไฟใต้ดินโตเกียว (Tokyo Metro Museum) หรือพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต เป็นต้น

เปิดจินตนาการในงานโดจินชิและคอสเพลย์

กิจกรรมสุดสนุกน่าสนใจที่ไม่จบแค่ผลงานของออฟฟิเชียล แต่ก้าวต่อไปยังจินตนาการบรรเจิดของแฟนๆ ก็คืองานการ์ตูนทั้งงานโดจินชิและงานคอสเพลย์ค่ะ

โดจินชิ (Dojinshi) นั้นหมายถึงหนังสือที่แฟนๆ ผลงานเป็นผู้ทำขึ้นมา โดยมากเป็นผลงานพาโรดี้ (Parody) หรือการนำผลงานที่มีอยู่แล้วมาวาดใหม่ มีเนื้อหาหลากหลายแล้วแต่ใจแฟนๆ จะสร้างสรรค์ บางส่วนก็เป็นผลงานการ์ตูนออริจินอล 100% ของมือสมัครเล่น
ส่วนคอสเพลย์ (Cosplay) นั้นก็คือ การแต่งตัวเลียนแบบการ์ตูน เกม วรรณกรรม ภาพยนตร์ และอื่นๆ ที่แต่ละคนชื่นชอบ
งานอีเวนท์ทั้งสองประเภทนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ร่วมกันในงานเดียว แต่บางงานก็จะจัดเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเรียกได้ว่ามีจัดกันแทบทุกอาทิตย์เลยค่ะ

comike

ภาพจากบทความ " “Comic Market” (คอมิเกะ) งานการ์ตูนสุดยิ่งใหญ่ไม่ว่าใครก็มาได้! มารู้จักวิธีไปงานพื้นฐานกัน"

แต่สำหรับงานใหญ่ประจำปีนั้นหนีไม่พ้นคอมิคมาร์เก็ต (Comic Market) ที่คนญี่ปุ่นเรียกง่ายๆ ว่า "คอมิเกะ" ซึ่งจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในโตเกียว ช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน คอมิเกะนั้นจะจัดที่โตเกียว สำหรับโซนตะวันตกจะมีงานใหญ่เหมือนกันจัดที่โอซาก้า คืองาน Comic City และ Comic Treasure ส่วนงานที่ขนาดเล็กลงมายังมีอีกมากมาย
การไปเข้าร่วมงานเหล่านี้ แนะนำว่าให้ติดตามจากนักวาดในดวงในทาง SNS ต่างๆ อย่าง Twitter เพื่อจะได้ไปซื้อผลงานของเขาได้ค่ะ

ภาพจากบทความ "Nippombashi Street Fiesta 2015 Report"

สำหรับการไปชมหรือไปร่วมคอสเพลย์นั้น ตามงานโดจินหลายงานรวมถึงคอมิเกะมักจะมีโซนให้ชาวคอสเพลย์ไปร่วมสนุกด้วย (บางงานไม่อนุญาตให้คอสเพลย์) แต่หากใครอยากไปดูงานคอสเพลย์เพียวๆ ก็อาจเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ acosta หรือติดตามข่าวของ World Cosplay Summit ซึ่งเป็นผู้จัดงานประกวดคอสเพลย์ระดับโลกทุกปี และยังจัดงานคอสเพลย์อื่นๆ โดยเน้นสถานที่ในนาโงย่า
ข้อควรระวังคือ การมาถ่ายรูปคอสเพลย์เองในญี่ปุ่น บางสถานที่อาจต้องขออนุญาตก่อน จึงแนะนำให้สอบถามสถานที่ให้ดี หรือไปถ่ายตามงานคอสเพลย์และสตูดิโอเลยจะดีกว่าค่ะ

หลากหลายวิธีเที่ยวและกิจกรรมในญี่ปุ่นเพื่อชาวโอตาคุ

ไม่ใช่แค่ช้อปปิ้งซื้อหาของกลับบ้านเท่านั้น แต่ที่ญี่ปุ่นยังมีสถานที่เที่ยว กิจกรรม และอีเวนท์มากมาย ทั้งที่เจ้าของลิขสิทธิ์จัดเอง และแม้จะไม่เกี่ยวโดยตรงแต่ก็เป็นที่สนใจของแฟนๆ พวกเดียวกัน

หากใครเป็นสายนี้ งวดหน้ามาเที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืมลองมาใส่สถานที่เที่ยวแบบโอตาคุในดวงใจลงไปในแผนด้วยนะคะ
สำหรับใครที่ไม่ได้หลงไหลขนาดเรียกตัวเองเป็นโอตาคุ แต่ถ้าชอบ Pop Culture/Subculture ต่างๆ ของญี่ปุ่น ก็น่าลองไปเที่ยวดูเหมือนกัน รับรองว่าสนุกได้แปลกใหม่ ไม่เหมือนที่ไหนในโลกแน่!

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ

แท๊กเกี่ยวข้อง