กูรูราเม็งขอบอก! แนะนำ 15 ราเม็งอร่อยขั้นเทพในเกียวโต (Kyoto) พลาดแล้วจะเสียใจ!

กูรูราเม็งขอบอก! แนะนำ 15 ราเม็งอร่อยขั้นเทพในเกียวโต (Kyoto) พลาดแล้วจะเสียใจ!

จังหวัด เกียวโต 2018.05.17

ไม่ใช่แค่วัดกับศาลเจ้าเท่านั้นที่เยอะ ร้านราเม็งก็เยอะ! แนะนำราเม็งอร่อยขั้นเทพในเกียวโตโดยกูรูราเม็งชาวญี่ปุ่นผู้โชกโชนกับราเม็งมาแล้วมากกว่า 5,000 ชาม คราวนี้จะขอเลือกจากความอร่อยและหลากหลาย อยากกินราเม็งเมื่อไหร่ เข้ามาดูที่ MATCHA ได้เรื่องแน่นอน!

แปลโดย oh

เขียนโดย 神谷和紀

Pin LINE

เกียวโต แหล่งขุมทรัพย์ของร้านราเม็งสุดอร่อย

เกียวโตที่ทุกคนรู้จักกันดีในฐานะเมืองแห่งศาลเจ้ากับวัดมีชื่อ น้อยคนนักที่พูดถึงเกียวโตแล้วจะนึกถึงราเม็ง แต่เห็นแบบนี้ความจริงแล้วเกียวโตมีร้านราเม็งรสเด็ดอยู่เยอะนะครับ

ยิ่งพักนี้ มีร้านราเม็งเปิดใหม่เรื่อยๆ ทำเอาหัวหมุนไปเลยว่าจะกินราเม็งร้านไหนดี ในบทความนี้ ผู้เขียน ... ก็ตัวผมนี่แหละ! ผู้ทานราเม็ง 900 ชามต่อปี รวมถึงตอนนี้ก็มากกว่า 5,000 ชาม จะขอมาแนะนำร้านราเม็งแสนอร่อย จากการตระเวนชิมมาทั่วเมืองเกียวโต

ไปดูกันเลย!

1. "Ginjo Ramen Kubota" ย่าน Gojo
เมนูเด็ด สึเคเม็งมิโซะที่ไม่เหมือนใคร

Ginjo Ramen Kubota

พูดถึงร้านราเม็งชื่อดังที่อยู่เขต Gojo (โกะโจ) ไม่ไกลจากสถานีเกียวโตก็ต้องที่นี่เลย "Ginjo Ramen Kubota (กินโจ ราเม็ง คุโบตะ)" เมนูที่อยากให้ลองคือ "Ginjo tsukemen miso (กินโจ สึเคเม็ง มิโซะ)" ตามภาพ ใครมาร้านนี้เป็นต้องสั่งแทบทุกคน (ในภาพคือไซส์ปกติ ราคารวมภาษี 870 เยน)

ซุปเข้มข้นผสมซอสมิโซะใส่ผงปลาป่นกับน้ำมันพริกรสจัดจ้านทำให้ทานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ สึเคเม็ง (*1) สไตล์นี้ไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่ ทั้งอร่อยและแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เส้นแบบใหญ่ก็เข้ากับซุปได้พอดิบพอดี

เราสามารถเดินทางไป Ginjo Ramen Kubota จากสถานีเกียวโตได้ไม่ยาก ลูกค้าชาวต่างชาติก็แวะมากินไม่ขาด แถมยังมีเมนูราเม็งพิเศษเฉพาะช่วงด้วย ถ้าไปกันหลายคนก็ลองสั่งหลายๆ เมนูมาแบ่งกันชิมก็ไม่เลวเหมือนกัน

* 1 : สึเคเม็ง ... ราเม็งแยกซุปกับเส้นไว้คนละชาม เวลาทานให้เอาเส้นจุ่มในซุป ซึ่งจะมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ

2. "Menya Gokkei" ย่าน Ichijoji
ราเม็งซุปไก่เข้มข้นไร้เทียมทาน

Menya Gokkei

ย่าน Ichijoji ถือเป็นสมรภูมิราเม็งที่ร้านราเม็งห้ำหั่นกันดุเดือดที่สุดในเกียวโต และร้านดังที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของที่นี่ก็ว่าได้คือ "Menya Gokkei (เม็นยะ กกเค)" ซึ่งเด่นด้วยราเม็งซุปไก่เข้มข้น คนที่เพิ่งมาครั้งแรกอยากให้ลองเมนูตามภาพ "Toridaku (โทริดาคุ)" (ราคารวมภาษี 750 เยน)

น้ำซุปไม่ใช่แค่ต้มจากโครงไก่เท่านั้นแต่ใช้เนื้อไก่จำนวนมากด้วย จุดเด่นคือความข้นจนน่าตกใจ แต่กลับไม่เลี่ยน ได้ออกมาเป็นราเม็งที่มีเอกลักษณ์ ไม่สามารถหาชิมจากร้านอื่นได้

ได้มาเกียวโตแล้ว ถึงไม่เน้นกินราเม็งก็อยากให้มาลองร้านนี้สักครั้ง เป็นร้านที่กล้าแนะนำด้วยมั่นใจ เสียแต่ว่าคนเข้าแถวรอยาวมาก เวลาร้านแน่นก็จะใช้วิธีแจกบัตรคิว แต่แขกหมุนเวียนเร็ว ไม่ต้องรอนานอย่างที่คิด

3. "Tsukemen Enaku" ย่าน Ichijoji
พูดถึงสึเคเม็งของเกียวโตจะขาดที่นี่ไปไม่ได้

Tsukemen Enaku

ร้านสึเคเม็งชื่อดังซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาในสมรภูมิราเม็งย่าน Ichijoji ก็คือ "Tsukemen Enaku (สึเคเม็ง เอนาคุ)" นอกจากสึเคเม็งแบบธรรมดาแล้ว ยังมีแบบรสเผ็ดกับรสแกงกะหรี่ให้เลือกรวม 3 รสชาติ แต่ก่อนอื่นต้องลองชิม "Tsukemen (สึเคเม็ง)" ดู (ราคารวมภาษี 780 เยน)

ซุปทงคตสึเกียวไค (*2) ถือเป็นซุปทั่วไปสำหรับสึเคเม็ง แต่ที่นี่อร่อยมากระดับต้นๆ ของเมืองเกียวโตก็ว่าได้ เส้นแบบใหญ่ก็เข้ากับน้ำซุปได้ดี แถมราคาของชามเล็ก ชามธรรมดา ชามกลางยังเท่ากันด้วย

ยังไม่พอ เมนูเฉพาะมื้อค่ำ "Half & Half" จะสามารถเลือกสั่งราเม็งได้ 2 จาก 3 รสที่กล่าวไว้ข้างบน ถ้าได้แวะมาตอนค่ำๆ ก็น่าลองกินเทียบกันดู เสร็จแล้วจะปิดท้ายมื้อด้วยซุปวาริ (*3) ก็ไม่เลว แต่โดยส่วนตัวอยากแนะนำให้สั่งข้าวสวยมาใส่ในซุปแล้วทาน

* 2 : ซุปทงคตสึเกียวไค ... การนำซุปเกียวไคที่ได้จากอาหารทะเลและปลาคัตสึโอะตากแห้ง ผสมลงไปในซุปทงคตสึเข้มข้นจากกระดูกหมู เป็นซุปปกติที่ใช้สำหรับเมนูสึเคเมงในญี่ปุ่น
* 3 : ซุปวาริ ... การเติมน้ำซุปอย่างอื่นลงในซุปสึเคเม็งที่เหลือ ช่วยลดความเข้มข้นของซุป ให้ได้ชิมรสชาติที่เปลี่ยนไป

4. "Mendokoro Toritani" ย่าน Saiin ความอร่อยที่ดีต่อสุขภาพ

Mendokoro Toritani

ราเม็งร้านโปรดที่สุดของเกียวโตในตอนนี้ก็ต้องที่นี่ "Mendokoro Toritani (เม็นโดโคโระ โทริทานิ)" เน้นไก่เป็นหลัก และมีเมนูราเม็งหลากหลายตั้งแต่แบบรสใสๆ ไปจนรสเข้มข้น เมนูโปรดของผมคือ "Jukusei torisoba (จุกุเซ โทริโซบะ)" (ในรูปเพิ่มชาชู ราคารวมภาษี 900 เยน)

ในร้านราเม็งอาจเห็นชื่อบางเมนูเขียนว่า "โซบะ" แต่จริงๆ แล้วก็หมายถึงเส้นราเม็ง

รสเข้มอย่างพอเหมาะ มีความกลมกล่อมอร่อยถึงใจ แถมยังไม่มีสารกันบูดหรือสารปรุงแต่ง จึงดีต่อสุขภาพด้วย บวกอีก 150 เยนเพิ่มเนื้อหมู ก็จะได้เนื้อเต็มชามอย่างในภาพ เวลาหิวๆ ก็อย่ารอช้า สั่งเพิ่มเนื้อไปเลยดีกว่า

เมนูราเม็งบางอย่างจะเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบที่หาได้ ซึ่งนี่ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ Mendokoro Toritani ไปกี่รอบก็ไม่มีเบื่อ เวลาที่ผมมีโอกาสไปเกียวโต ก็ต้องแวะไปที่นี่แทบทุกครั้ง

5. "Ramen Touhichi" ย่าน Kitaoji คุ้มค่าที่จะเข้าแถวรอ

Ramen Touhichi

ร้านราเม็งที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของเกียวโตในช่วงนี้ต้อง "Ramen Touhichi (ราเม็ง โทฮิจิ)" เมนูขึ้นชื่อคือ "Tori shoyu ramen (โทริ โชยุ ราเม็ง)" เป็นราเม็งซุปโชยุที่ดูเรียบง่าย แต่บอกตามตรงว่าอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ (ราคารวมภาษี 850 เยน)

น้ำซุปซึ่งมีกลิ่นหอมของโชยุและรสหวานอร่อยของเนื้อไก่ บวกกับเส้นราเม็งทำเองจากแป้งสาลีที่ผลิตในประเทศ แต่ละวัตถุดิบล้วนดีเลิศ ประกอบกันอย่างมีสมดุลและสมบูรณ์แบบ นอกจากราเม็งซุปโชยุแล้ว ก็มีราเม็งซุปโทริไพตัน (*4) กับสึเคเม็ง โดยส่วนตัว ขอเชียร์สึเคเม็งแล้วกัน

ข้อเสียอย่างเดียวคือเดินทางไปลำบากมาก สถานี Kitaoji (คิตะโอจิ) ที่ใกล้ที่สุดก็ยังอยู่ไกลจากร้าน ใช้รถประจำทางหรือรถส่วนตัวน่าจะดีกว่า แต่ไกลขนาดนี้แล้วก็ยังมีคนไปเข้าแถวรอกิน บอกได้ว่า Ramen Touhichi นี่ของเขาดีจริงๆ

* 4 : Toripaitan (โทริไพตัน) ... ซุปที่ต้มจากโครงไก่ ซุปที่ได้จะเป็นสีขาวขุ่น ภายนอกอาจดูเหมือนซุปกระดูกหมู

6. "Ramen Tsurumusha" ย่าน Saiin ซุปโทริไพตันรสนุ่มลิ้น

Ramen Tsurumusha

ที่ย่าน Saiin (ไซอิน) ในเมืองเกียวโต มีร้านราเม็งที่ผมหลงรักมานาน คือ "Ramen Tsurumusha (ราเม็ง สึรุมุฉะ)" โดยเฉพาะเมนู "Tsukemen (สึเคเม็ง)" นี่ของโปรดเลย (ราคารวมภาษี 1,080 เยน)

น้ำซุปโทริไพตันผสมด้วยซุปเกียวไค ถือว่ารสค่อนข้างจะอ่อนกว่าซุปสึเคเม็งทั่วไป รสชาติจะออกนุ่มนวล ทานตอนแรกอาจจะไม่ถึงใจเท่าไหร่ แต่ยิ่งทานก็ยิ่งรู้สึกอร่อย เส้นโฮมเมดกับชาชูสีชมพูสวยที่ย่างด้วยไฟต่ำก็รสเยี่ยมมาก

ใกล้ๆ ร้านไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวสไตล์เกียวโตเท่าไหร่ แต่มีค่าควรแวะไปทานราเม็งโดยเฉพาะ ราเม็งใส่ชาชูย่างใหม่ๆ ที่มีเสิร์ฟเฉพาะคืนวันอังคารกับวันเสาร์ก็เด็ดมาก อยากให้ได้ทานกันจริงๆ ครับ

7. "Menya Sanda" ย่าน Saiin สึเคเม็งเข้มข้นที่หนึ่งในเกียวโต

Menya Sanda

เกียวโตมีภาพลักษณ์ของอาหารแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่รสไม่จัดมาก แต่ราเม็งกลับเป็นซุปข้นซะส่วนใหญ่ ในบรรดาร้านราเม็งประเภทนี้ ที่อยากเชียร์ที่สุดในตอนนี้คือ "Menya Sanda (เม็นยะ ซันดะ)" เมนูหลักจะมีแต่ราเม็งซุปโทริไพตันกับสึเคเม็ง ก่อนอื่นต้องลอง "Tsukemen (สึเคเม็ง)" ตามในรูปดู (เพิ่มชาชู ราคารวมภาษี 1,100 เยน)

ซุปโทริไพตันเข้มข้นแต่ก็ไม่เลี่ยน ทั้งคล่องคอและอร่อย ไม่ใส่ผงชูรสเลยแต่ได้รสหวานกลมกล่อมขนาดนี้ วัตถุดิบที่ใช้ล้วนแต่เป็นของดีที่ผ่านการปรุงอย่างปราณีต เส้นราเม็งโฮมเมดจากแป้งสาลีในประเทศ 100% ก็โดดเด่นไม่แพ้น้ำซุปเข้มข้นเลย

เกียวโตมีร้านราเม็งซุปข้นเยอะก็จริง แต่หาที่ข้นจนถึงขนาดนี้ได้ยาก ใครชอบซุปข้นต้องไปลองสักครั้ง นอกจากเมนูปกติแล้ว บางครั้งยังมีเมนูพิเศษที่ก็ไม่ควรพลาดด้วยเหมือนกัน

8. "Seaburanokami Mibuhonten" ย่าน Shijou Omiya
ซุปจากมันกระดูกหมูที่เลิศหรูและอร่อยเหลือเชื่อ

Seaburanokami Mibuhonten

เกียวโตมีร้านราเม็งที่ใช้นิโบชิ (*5) อยู่ไม่มาก และร้านที่มีชื่อที่สุดก็คือ "Seaburanokami Mibuhonten (เซอาบุระ โนะคามิ มิบุฮงเต็น)" เมนูขึ้นชื่อก็ต้องในรูป "Seabura niboshi soba (เซอาบุระ นิโบชิ โซบะ)" (ราคารวมภาษี 750 เยน)

น้ำซุปมีมันกระดูกหลังหมูลอยฟ่อง มองครั้งแรกเหมือนจะเลี่ยน แต่เอาจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้นเลย ซุปที่มีรสชาติอันซับซ้อนของนิโบชิผสมกับมันหลังหมูชั้นดี กลายเป็นราเม็งรสเบาๆ ที่อร่อยอย่าบอกใคร

เซ็ทที่มาพร้อมเมนูเคียงเช่นไก่ทอดคาราอาเกะหรือข้าวสวยก็ราคาประหยัดน่ากินมาก นอกจากนี้ยังมีราเม็งเมนูพิเศษเฉพาะช่วงซึ่งมีแฟนตามทานกันไม่ขาดเลย

*5 : นิโบชิ ... การนำปลาตัวเล็กมาต้มเกลือและตากแห้ง มักนำมาใช้สำหรับต้มเอาน้ำมาทำเป็นซุป

9. "Mendokoro Janomeya" ย่าน Kawaramachi
ร้านราเม็งน่านั่งในย่านร้านค้า

Mendokoro Janomeya

ร้านราเม็งดังที่ Kawaramachi (คาวาระมาจิ) ย่านร้านค้าอันดับหนึ่งของเกียวโต "Mendokoro Janomeya (เม็นโดโคโระ จะโนะเมะยะ)" เมนูหลักมีสองอย่างคือราเม็งซุปนิโบชิ กับราเม็งซุปโทริไพตัน ก่อนอื่นอยากให้ลองกินเมนูในรูป "Tori niboshi soba (โทริ นิโบชิ โซบะ)" (ราคารวมภาษี 800 เยน) แค่หน้าตาก็สวยน่าทานแล้ว

ราเม็งที่นี่รู้สึกได้ว่าดึงเสน่ห์จากวัตถุดิบที่คัดมาแล้วได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลิ่นหอมๆ ของโชยุ เป็นซุปที่รสนุ่มนวลซดคล่องคอ และเป็นร้านหนึ่งที่กล้าแนะนำให้ทุกคนได้อย่างมั่นใจ

นอกจากราเม็งแล้ว Mendokoro Janomeya ยังมีเมนูเสริมหลายอย่าง เซ็ตคู่กับข้าวสวยหรือไก่ทอดคาราอาเกะก็คุ้มค่าน่าสั่งมาก ภายในร้านตบแต่งสวยชวนให้เข้าได้อย่างสบายใจ เชื่อเลยว่าจะยิ่งกลายเป็นร้านดังยิ่งกว่านี้อีกแน่นอน

10. "Kyoto Gogyou" ย่าน Shijou Karasuma
โคกาชิราเม็งรสเด็ดที่นี่ที่เดียว

Kyoto Gogyou

อีกแบรนด์หนึ่งของร้านราเม็งชื่อดัง Ippudo (อิปปูโด) ซึ่งโด่งดังมีแฟรนไชส์ไปไกลถึงต่างประเทศ ร้าน "Kyoto Gogyo (เกียวโต โกะเกียว)" นี้อยู่ใจกลางเมืองเกียวโต เมนูเด่นคือราเม็งออริจินัลที่ใช้เทคนิคโคกาชิในการปรุง อยากแนะนำให้ลอง "Special kogashi miso ramen (สเปเชียล โคกาชิ มิโซะ ราเม็ง)" แบบในรูปให้ได้ (ราคารวมภาษี 1,290 เยน)

ร้านนี้นำมิโซะมาผัดไฟแรงด้วยมันหมู ทำให้ได้รสชาติลุ่มลึกต่างจากราเม็งซุปมิโซะทั่วไป มิโซะที่ผัดให้ไหม้กำลังดีแบบไม่มีรสขมเล็ดลอดมาเลย ราคาอาจจะแพงหน่อย แต่มีค่าควรชิมจริงๆ

Kyoto Gogyo เป็นร้าน Ramen Dining สไตล์ภัตตาคาร จึงมีเมนูจานเดี่ยวและเหล้าให้เลือกจุใจ อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ แบบเกียวโต หรือเมนูตามฤดูก็มีพร้อม ภายในร้านตบแต่งสวยงาม เหมาะกับเวลาที่อยากนั่งทานอาหารแบบสบายๆ

11. "Tenkaippin Souhonten" ย่าน Chayama
ร้านต้นตำรับของเชนราเม็งขาใหญ่

Tenkaippin Souhonten

ร้านราเม็งดังที่มีเชนสโตร์หลายสาขาทั่วญี่ปุ่น "Tenkaippin (เท็นกะ อิปปิน)" ซึ่งร้านสาขาใหญ่อยู่ที่เกียวโตนี่เอง มีราเม็งให้เลือกทานหลากหลายรวมไปถึงเมนูพิเศษเฉพาะที่สาขาใหญ่ด้วย อันดับแรกก็ต้องลองเมนูขึ้นชื่อ พูดถึงร้านนี้ก็ต้องเมนูนี้เลย "Kotteri (คทเทริ)" (ราคารวมภาษี 700 เยน)

น้ำซุปซึ่งเคี่ยวจากไก่และผักเป็นเวลานานนี้เข้มข้นอย่าบอกใคร แต่ก็แปลกที่ไม่รู้สึกเลี่ยนเกินไปเลย ไม่เฉพาะเกียวโตเท่านั้น แฟนราเม็งจากทั่วประเทศต่างก็มากินราเม็งที่มีรสเป็นเอกลักษณ์ของ Tenkaippin กันไม่ขาดสาย

เมนูเสริมมีให้เลือกจุใจเช่นไก่ทอดคาราอาเกะหรือข้าวผัด สั่งเป็นเซ็ตคู่กับราเม็งแล้วยิ่งคุ้มเงิน ด้วยความที่เป็นสาขาใหญ่ของร้านดัง ช่วงเที่ยงจึงมีคนแน่นมาก แนะนำให้เลี่ยงช่วงเวลาที่คนเยอะจะดีกว่า

12. "Yamazaki Menjiro" ย่าน Enmachi เส้นโฮมเมดอร่อยถึงใจ

Yamazaki Menjirou

หลังๆ มานี้เกียวโตก็เริ่มมีร้านราเม็งซุปใสเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วถูกใจ "Yamazaki Menjiro (ยามาซากิ เม็นจิโร่)" มาก เมนูหลักมี 3 ชนิดคือ ราเม็งซุปโชยุ ราเม็งซุปเกลือ และสึเคเม็ง ซึ่งผมชอบ "Tsukemen (สึเคเม็ง)" ตามในรูปที่สุด (ในรูปเพิ่มไข่ต้มปรุงรส ราคารวมภาษี 800 เยน)

เส้นโฮมเมดเหนียวนุ่มอร่อยเหาะ มีซุปโชยุรสเบาๆ มาช่วยเสริม ปริมาณค่อนข้างมากกว่าราเม็งทั่วไป แต่เพราะเส้นอร่อยเลยกินได้ไม่หยุดเลย เวลาท้องหิวมาก็สั่งแบบเพิ่มเส้นเยอะไปเลย

ช่วงมื้อเที่ยงจะค่อนข้างคนเยอะ ให้เล็งเวลาเปิดร้านหรือบ่ายๆ สักหน่อยดีกว่า แต่ตอนค่ำของมักจะหมดเร็ว จึงไม่แนะนำให้ไปใกล้เวลาปิดร้านมากนัก

13. "Kobushi Ramen" ย่าน Tanbakuchi
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเกียวโต

Kobushi Ramen

ร้าน "Kobushi Ramen (โคบุชิ ราเม็ง)" นี้โดดเด่นด้วยการใช้ซุปปลาสดกับหมูชาชูชิโอะกามะ (*6) ซึ่งหาทานได้ยากในเกียวโต เมนูมีมากมาย แต่อยากให้ลอง "Kobushi Ramen Koi (โคบุชิ ราเม็ง โค่ย)" ตามในรูปก่อน (ราคารวมภาษี 750 เยน)

ซุปที่เคี่ยวจากเนื้อปลาสดนี้จะมีกลิ่นเฉพาะตัวเล็กน้อย แต่พอผสมกับซุปไก่แล้วทานง่ายผิดคาด ถือว่ามีเอกลักษณ์ แต่ไม่แรงเกินงาม อย่าว่าแต่ในเกียวโตเลย ขนาดที่โตเกียวก็คงหาราเม็งแบบนี้ไม่ได้

Kobushi Ramen มีเสิร์ฟเมนูพิเศษเฉพาะช่วงบ่อยๆ เรียกได้ว่ามีเมนูใหม่ให้เห็นแทบทุกสัปดาห์ และมีแฟนๆ ตามกินเยอะทีเดียว ถือเป็นร้านที่น่าสนใจ มากี่ครั้งก็มีอะไรให้ตื่นเต้นเสมอ

* 6 : ชิโอะกามะ ... วิธีปรุงอาหารด้วยการใช้เกลือจำนวนมากหุ้มปลาหรือเนื้อแล้วนำไปอบ, อบเกลือ

14. "Shinpukusaikan Honten" ย่านสถานีเกียวโต
ร้านเก่าแก่เป็นหน้าเป็นตาของเกียวโต

Shipukusaikan Honten

ร้านเก่าแก่ขึ้นชื่อของเกียวโตซึ่งอยู่ใกล้กับสถานี JR Kyoto "Shinpukusaikan Honten (ชิมปุคุ ไซคัง ฮงเต็น)" จะครบรอบ 80 ปีในปี 2018 นี้ ราเม็งเมนูหลักมีอยู่ชนิดเดียว อย่าลืมไปลอง "Chuka soba (จูกะ โซบะ)" ตามในรูปกันนะครับ (ราคารวมภาษี 700 เยน)

ดูจากสีแล้วเหมือนจะรสเข้มมาก เอาจริงๆ กลับมีรสชาตินุ่มนวลจนตกใจ สั่งขนาดปกติก็มีชาชูใส่มาเพียบอยู่แล้ว บวก 200 เยนเพิ่มเนื้อเข้าไปอีกจะยิ่งสะใจมาก

เมนูเสริม "Yakimeshi (ยากิเมชิ)" หรือข้าวผัดก็เป็นของขึ้นชื่อของร้าน Shinpukusaikan ด้วย ใครมาเป็นต้องสั่งมาทานคู่กับราเม็ง ที่นี่มีลูกค้าทั้งคนเกียวโตเองและนักท่องเที่ยว จึงแน่นอยู่เกือบตลอด ถ้าอยากเลี่ยงคน ขอแนะนำให้ไปช่วงเช้าจะดีกว่าครับ

15. "Honke Daiichiasahi Takabashihonten" ย่านสถานีเกียวโต
ซุปกระดูกหมูใสปิ๊งอร่อยเกินห้ามใจ

Honke Daiichiasahi Takabashihonten

เช่นเดียวกับร้าน Shinpukusaikan ด้านบน "Honke Daiichiasahi Takabashihonten (ฮงเกะ ไดอิจิอาซาฮี ทากาบาชิฮงเต็น)" นี้ก็เป็นร้านเก่าแก่ขึ้นชื่อของเกียวโตเช่นกัน ราเม็งเมนูหลักมีอยู่ชนิดเดียว ในรูปคือ "Tokusei Ramen (โทกุเซ ราเม็ง)" ที่เพิ่มชาชูด้วย (ราคารวมภาษี 850 เยน)

ซุปต้มจากกระดูกหมู แต่ที่นี่ไม่เหมือนราเม็งซุปกระดูกหมูทงคตสึที่ข้นขาวอย่างร้านอื่น จุดเด่นอยู่ที่ความใสของน้ำซุปซึ่งมีรสกลมกล่อมถึงใจ ซ้ำยังเข้ากับต้นหอมคุโจ ต้นหอมชื่อดังของเกียวโตได้ดี ร้านมีบริการเพิ่มต้นหอมฟรีอีกด้วย

ร้านนี้เปิดเช้าสุดๆ ตั้งแต่ตี 5 จะแวะไปกินราเม็งเวลามาถึงเกียวโตแต่เช้าตรู่หรือก่อนออกเดินทางจากสถานีเกียวโตตอนเช้าก็ไม่เลวครับ ยิ่งใกล้เวลาเที่ยง คนจะยิ่งเยอะ ไปกินตอนเช้าน่าจะดีที่สุด

ตะลอนกินราเม็งทั่วเกียวโต

อย่างที่เห็นว่าเมืองเกียวโตมีร้านราเม็งดีๆ อยู่มากมาย ถ้ามีโอกาสได้มา อยากให้ลองทัวร์กินราเม็งกันให้ได้นะครับ รับรองทุกคนต้องได้ค้นพบเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเกียวโตแน่นอน

แท๊กเกี่ยวข้อง

Pin LINE

MATCHA's partners