4 ที่พักแนะนำใกล้สถานีโตเกียว ไปสัมผัสโตเกียวสุดคลาสสิกกัน

ท่องราตรีในเมืองใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ตระเวนดื่มที่ถนนชินเซไก คัมไปโดริ (Fujiyoshida)

เขตฟูจิโยชิดะ จังหวัดยามะนาชิ เมืองที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากทุกหนทุกแห่ง มีย่านนิชิอุระที่มีอิซากายะและบาร์อยู่มากมาย ให้เพลิดเพลินได้ทั้งคืน! บทความนี้จะขอแนะนำร้านตระเวนดื่มที่อยู่บน "ถนนชินเซไกคัมไปโดริ" ซอยที่รีโนเวทจากเมืองเก่าให้รู้จักกันค่ะ

2018.09.02

ท่องราตรีในเมืองใกล้ภูเขาไฟฟูจิ

เพื่อนๆ รู้จักเขตฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) เมืองที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากทุกมุมเมืองไหมคะ? ที่นี่ยังเป็นทั้งทางเข้าของโยชิดะรูท หนึ่งในเส้นทางการปีนเขาฟูจิจากทางทิศเหนือ เป็นที่ตั้งของสวนสนุก Fuji-Q Hiland และจุดถ่ายภาพเจดีย์แดงชูเรโต (Chureito Pagoda) คู่กับภูเขาฟูจินั่นเอง

นั่งรถบัสจากสถานีชินจูกุ ในโตเกียวไปเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถ้านั่งรถไฟก็แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เขตฟูจิโยชิดะตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ฟูจิโกะโคะ หรือทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิ เพราะงั้นแค่เดินทางออกจากเมืองไปอีกนิดเดียวก็จะถึงทะเลสาบคาวากุจิโกะและทะเลสาบยามานากะโกะแล้ว

ภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าย่านร้านค้า ในเขตฟูจิโยชิดะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ทุกที่ทั่วมุมเมือง

คิดว่าทุกคนน่าจะพอรู้เรื่องเกี่ยวกับภูเขาและทะเลสาบกันดีพอสมควรอยู่แล้ว แต่เรื่องมื้อค่ำหรือร้านกินดื่มหลังจากไปเที่ยวธรรมชาติเสร็จนี่ หลายคนน่าจะไม่ค่อยมีข้อมูลกันเท่าไหร่

บอกเลยว่าที่ฟูจิโยชิดะ มีแหล่งรวมร้านราเม็งและร้านกินดื่มอิซากายะอยู่ค่ะ ที่นั่นคือนิชิอุระ (Nishiura) อยู่ใกล้กับสถานีชิโมะโยชิดะ (Shimoyoshida) และสถานีเก็กโคจิ (Gekkoji) รถไฟสายฟูจิคิวโค (Fujikyuko line) ค่ะ

ย้อนกลับไปเมื่อราว 50 ปีก่อน นิชิอุระเคยเป็นย่านการค้าที่มีชีวิตชีวามากในสมัยที่อุตสาหกรรมสิ่งทอรุ่งเรืองในละแวกนี้

ที่ผ่านมาอาคารร้านค้าหลายแห่งถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วค่ะ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจช่วยกันพัฒนาเมือง ร้านที่ถูกทิ้งร้างก็ได้รับการรีโนเวต มีร้านอาหารใหม่ๆ ทยอยเปิดอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงสภาพบ้านเมืองในบรรยากาศเก่าๆ เอาไว้ เป็นจุดรวมตัวเพื่อสังสรรค์กันของคนในท้องถิ่นค่ะ

ในครั้งนี้เราเลยขอเสนอแผนตระเวนดื่ม (Bar-hopping) ในย่านนิชิอุระค่ะ หลังจากเต็มอิ่มกับฟูจิโกะโคะในช่วงกลางวันเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาตะลอนดื่มกันแล้ว! เราจะไปกันที่ถนนชินเซไก คัมไปโดริ (Shinsekai Kanpai dori) ซอยเล็กๆ บรรยากาศเรโทรบนถนนชินเซไก

1. Kagishippo เพลิดเพลินกับไวน์ของจังหวัดยามะนาชิและอาหารอิตาเลี่ยน

Kagishippo (คากิชิปโปะ) เป็นร้านที่รีโนเวทมาจากนากายะ (ที่อยู่อาศัยของญี่ปุ่นในอดีต คล้ายห้องแถว) อายุ 50 กว่าปี เมื่อเปิดประตูบานเลื่อนสไตล์ญี่ปุ่นเข้าไป ก็จะพบกับการแต่งร้านแบบโปร่งๆ ไม่อึดอัด และดูมีสไตล์จนตกใจนิดๆ เลยค่ะ

เมนูของร้านนี้เน้นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนที่สามารถทานได้ง่ายๆ เช่น ทาปาส พิซซ่า พาสต้า และสิ่งที่อยากให้ลองมากที่สุดก็คือไวน์ที่ผลิตในจังหวัดยามานาชิค่ะ

จังหวัดยามานาชิดังเรื่องไร่องุ่นและไวน์ เป็นจังหวัดที่ผลิตไวน์มากเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น จุดเด่นอยู่ที่ดื่มง่าย และรสชาติเข้ากันได้ดีกับอาหารทุกประเภท ไวน์ราคาแก้วละ 450 เยน ส่วนแบบขวด เริ่มต้นที่ 4,300 เยนค่ะ

ในส่วนของกับแกล้มขอแนะนำคาร์ปาชโช่ปลาสด (750 เยน) ที่เข้ากับไวน์ขาวสุดๆ เมนูนี้ใช้อาหารทะเลตามฤดูกาล เพราะงั้นแต่ละวันวัตถุดิบจะไม่เหมือนกันค่ะ วันนี้เป็นหมึกสดนำไปลนไฟและหมักค่ะ

อีกเมนูภูมิใจนำเสนอคือผักดองพิกเกิลส์ ใช้ผักที่ปลูกในจังหวัดยามานาชิ ปัจจุบันคุณทาคาฮาชิ เจ้าของร้านได้ปลูกผักในไร่ของตัวเองด้วย ถ้าเข้าใกล้ช่วงฤดูร้อนก็อาจจะได้ทานพิกเกิลส์ที่ทำจากผักปลูกเองฝีมือคุณทาคาฮาชินะคะ

คุณทาคาฮาชิ เจ้าของร้านได้ย้ายจากจังหวัดไซตามะมาอยู่ที่ฟูจิโยชิดะเมื่อปี 2017 และผลักดันกิจกรรมที่ชื่อว่า "เก็งคิโชคุโด" โดยการเชิญชวนพ่อแม่ลูกในละแวกใกล้เคียงมารับประทานอาหารด้วยกันทุกๆ วันอังคาร ด้วยความคิดที่ว่าอยากสร้างเมืองให้แข็งแรงด้วยอาหาร

ชื่อร้าน Kagishippo นี้แปลว่าหางกวักของแมวค่ะ เพราะเค้าว่ากันว่า "แมวหางกวักจะนำมาซึ่งความสุข" ซึ่งก็หมายถึง อยากให้ร้านนี้เป็นศูนย์รวมความสุขของทุกคนนั่นเองค่ะ

2. Mendokoro Toraji จะดึกแค่ไหนก็มีราเม็งให้ทาน

หลังจากไปดื่มร้านนู้นร้านนี้จนพอใจแล้วก็ต้องปิดท้ายด้วยราเม็งตามสไตล์คนญี่ปุ่น! ขอแนะนำร้าน Mendokoro Toraji (เม็นโดโกโระ โทราจิ) สาขาชินเซไกโดริค่ะ

เจ้าของร้านที่เกิดและเติบโตในฟูจิโยชิดะเป็นคนที่ชอบราเม็งมากตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก หลังจากที่ไปฝึกงานหลายปีตามร้านราเม็งขึ้นชื่อในโตเกียว ก็กลับมาเปิดร้านราเม็งของตัวเองในบ้านเกิด

สาขาชินเซไกคัมไปโดริ เป็นสาขาที่ 2 เพิ่งเปิดในปี 2018 ที่จริงแล้วในนิชิอุระนี้ไม่ค่อยมีร้านราเม็งที่เปิดจนถึงดึกมาก่อน จึงเป็นร้านที่ชาวเมืองตั้งตารอคอยมานานทีเดียว

นี่คือ ทงคตสึโชยุราเม็ง (750 เยน) ใช้สูตรฮาคาตะราเม็งของคิวชูเป็นพื้น ทานกับเส้นราเม็งแบบเส้นเล็กตรง ซุปที่ใช้เวลาเคี่ยวกว่า 20 ชั่วโมงได้รสชาติของกระดูกหมูเต็มๆ

มีการประยุกต์สูตรให้ไม่เลี่ยนน้ำมัน จะได้เหมาะสำหรับคนที่มาทานหลังจากไปตระเวนดื่มมาหรือคนที่มาทานเป็นมื้อดึกตอนกลางคืน ทานได้ง่าย ซดคล่องคอ สาวๆ ก็ทานได้ไม่ยากค่ะ

หรือใครจะมาดื่มเหล้าที่นี่เลยก็ได้เหมือนกันนะ ที่นี่ก็มีเครื่องดื่มเสิร์ฟเหมือนร้านอิซากายะทั่วไปเลย สั่งเครื่องของราเม็งอย่างไข่ต้มหรือหน่อไม้แบบจานเดี่ยวมาเป็นกับแกล้มได้เลย

ร้านนี้เปิดทำการจนถึงกลางดึก จะเอาไว้ทานเป็นร้านลำดับที่ 2 ที่ 3 ก็ได้หมดค่ะ

ร้านรวงในนิชิอุระที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจาก 2 ร้านที่แนะนำไปก็ยังมีร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่อีกมากในระยะเดินเท้าสะดวก

จะไปตระเวนดื่มต่อที่ถนนเนะโนะคามิโดริ (Nenokami dori) ที่อยู่ฝั่งใต้ (ฝั่งภูเขาไฟฟูจิ) ถัดจากถนนชินเซไกไปอีกหนึ่งเส้นก็ไม่เลว

ร้าน Pink De Flamingos ไดน์นิ่งบาร์ที่สะดุดตาด้วยหน้าร้านสีชมพู จะมาทานอาหารก็ดี จะลองพูดคุยกับคนในท้องถิ่นก็เยี่ยมค่ะ หรือจะไปดื่มค็อกเทลหลากหลายชนิดที่ NOW บาร์แจ๊สบรรยากาศสงบๆ ก็ดีไปอีกแบบ มีร้านน่าสนใจให้เดินสำรวจเพียบเลยค่ะ

ละแวกนั้นก็มีที่พักอย่างเกสต์เฮาส์ hostel&salon saruya และ Fujiyoshida Youth Hostel จะเที่ยวดึกแค่ไหนก็สบายใจได้ค่ะ

หากผ่อนคลายกับภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบช่วงกลางวันไปแล้ว ก็อย่าลืมไปเต็มอิ่มกับการยกแก้วพลางพูดคุยกับเพื่อนใหม่ในช่วงกลางคืนด้วยนะคะ!

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลในช่วงเวลาที่เขียนบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงของรายละเอียดสินค้า บริการ ราคาในภายหลังได้ กรุณาตรวจสอบกับสถานที่นั้นอีกครั้งก่อนการไปใช้บริการ